จากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ดราม่า,ตลก,ประธานบริษัท,รักข้างเดียว,รัก,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ซ่อนรักลับคุณทนายจากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ความสัมพันธ์ที่เกิดจากคืนเดียว เธอมารู้ทีหลังว่าคนที่จะมาเป็นทนายประจำตระกูลคือเขาคนนั้น เพราะคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกลับนอกใจไปกับผู้หญิงอื่น เธอจึงรู้ว่าชายคนนั้นไม่ได้ดีเด่อย่างที่เธอคิด การถอนหมั้นจะต้องพึ่งคุณทนาย เธอจะต้องได้ทนายมาเป็นพวกแต่จะทำอย่างไร ในเมื่อเขายึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองขนาดนั้น
มันเป็นจรรยาบรรณครับ
โรงแรมห้าดาว
ในที่สุดก็ถึงวันแต่งงาน ชุดเจ้าสาวถูกสวมใส่ ชุดรัดรูปกระโปรงพองบางคลุมช่วงล่างทั้งหมด ถุงมือลูกไม้ยาวระดับข้อมือกำลังถูกสวมใส่โดยสไตลิสต์ ความงามของเธอทำให้ช่างแต่งหน้าพอใจหลังจากแต่งแต้มด้วยสีสันบางๆ
ใบหน้าสวยหวาน คิ้วเป็นรูปทรงหกมิติรับกับใบหน้า ตาเฉี่ยวพร้อมปากปีกนกที่มีเสน่ห์ชวนมอง แต่เสียอย่างเดียวที่สีหน้าของเธอไม่มีความยินดี แม้จะสวยก็สวยเพียงร่างกายแต่ภายในกลับแห้งเหี่ยวจนไม่อยากจะออกจากห้องแต่งตัว
ณดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพ่นทิ้งมันเฮือกใหญ่ เธอส่งข้อความหาทนายลีโดยมีภาพเธอสวมชุดเจ้าสาวแนบไปด้วย
[ฉันจะแต่งงานแล้วนะ]
การพิมพ์ที่น้อยใจนั่นส่งมาพร้อมความสวยสะพรั่งในชุดเจ้าสาว ลีได้เพียงตอบรับสั้นๆ
[ครับ]
การตอบแบบนี้ทำให้เธอบ่นอุบ นี่เขาไว้ใจได้จริงๆ ใช่ไหม เราจะเชื่อใจทนายลีจริงๆ เหรอ ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัดกลุ้มอีกแค่ไม่กี่นาทีก็ต้องเดินเข้าไปในงานแต่งตัวเอง
"ได้เวลาเข้างานแล้วนะคะ"
เสียงตะโกนดังลั่นผ่านมาทางช่องประตู ณดากำหมัดแน่นก่อนทำใจให้ว่างเปล่า เธอจะต้องเชื่อมั่นทนายลี
ก่อนหน้าวันงาน
"คุณมาสำนักงานผมบ่อยเกินไปแล้วนะ จะแต่งงานอยู่แล้วยังจะมาหาผมอีกเดี๋ยวเขาก็หาว่าคุณเป็นชู้กับผมอีกหรอก"
"ก็ฉันสร้างห้องส่วนตัวให้ทนายลีแล้วไงคะ ทนายลีจะกังวลทำไม" เธอพูดพลางสะบัดหน้าไปทางห้องลับนั่น ห้องใหม่เอี่ยมที่มีกระจกฝ้าหนาบังสายตาจากคนด้านนอกที่มีไว้ให้เธอกับลีเท่านั้น เธอให้ช่างแอบสร้างมันหลังจากสำนักงานเขาโดนถล่ม
ลีกุมขมับ ยิ่งมีห้องลับมันก็ยิ่งน่าสงสัยไม่ใช่หรือไง
สายตาดำสนิทเหลือบขึ้นมองไปด้านนอกห้องที่มีประตูกระจกใสขั้นกลาง จ้องกันตาเป็นมันเชียวนะ ให้ตายสิ
พวกสอดรู้สอดเห็นโดยเฉพาะคนสนิทของทนายอย่างอาชา เกาะกลุ่มกันเป็นก้อนเสือก
"ใช่แม่สาวไฮโซที่เป็นประเด็นหรือเปล่า" พนักงานชายหนึ่งในนั้นพูด
"ฉันว่าใช่นะ คุณระพี ปากบอกไม่เคยแซ่บกันแต่มาหาถึงที่" พนักงานสาวเอ่ยตาม
"ผมว่า..."
คนที่รวมกลุ่มหูผึ่งบานไปทางเดียวกันฟังคนที่รู้เรื่องดีที่สุดในที่แห่งนี้ นั่นคืออาชาคนที่รู้เรื่องชาวบ้านดีที่สุด
"ผู้หญิงคนนั้นต้องหลงเสน่ห์ทนายลีแน่" อาชากอดอกอย่างมั่นใจ
"บ้าน่า เธอจะแต่งงานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ" สาวเอ่ย
"นั่นสิ แสดงว่าทนายลีมีของเด็ด" ระพียิ้มกริ่มพลางคิดมัน
คำนินทาได้ยินไปถึงใบหูคนที่อยู่ข้างใน ไม่รู้หรือไงว่ามันเล็ดลอดมาทางช่องว่างของประตู ส่วนณดาที่ได้ยินก็จ้องไปยังส่วนล่าง ของเด็ดที่ว่างั้นเหรอ?
ลีหน้าแดงก่ำรีบเดินไปปิดม่านมู่ลี่ลงทันที
สาวไฮโซแทบไม่สนใจคำนินทานั่นเลย สงสัยจะชินจริงๆ
"คุณนี่ทะลึ่งจริงๆ นะคุณณดา"
"ทะลึ่งวันละนิดจิตแจ่มใสนะทนายลี" เธอยิ้มหยอก
ใบหน้าสวยหวานราวกับน้ำผึ้งเคลือบปนความขี้เล่นทำเอาเขิน ลีอมยิ้มเล็กน้อยเป็นการส่งกลับไป เห็นเพียงแค่นั้นณดาก็ยิ้มกว้างกว่าเดิม
หลังจบความคิด ความสุขสุดท้ายที่ได้เจอทนายลีกลับกลายมาเป็นความหนักใจกว่าเดิม นี่มันเรียกว่าเส้นตายแล้วนะ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้ หากเดินเข้าหอไปอาจจะหันหลังกลับมาไม่ได้อีก ความเชื่อใจและความระแวงมันย้อนแย้งกันอยู่
"ณดา"
เสียงเรียกขานคุ้นชินได้ยินมาแต่ไกลหลังเขาเปิดประตูห้องแต่งตัวเข้ามา พัฒก้าวเข้ามาอย่างช้าๆ ด้วยใบหน้าปีติยินดี รอยยิ้มปนความชั่วจากการใส่หน้ากากสังคมมันทำให้น่าขยะแขยงเสียจริง เหมือนเวลาที่เหลืออยู่กำลังก้าวขาเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
ถ้าได้เข้าหอแล้วพัฒคงจะคุมเธอทุกอย่าง ก่อนหน้านั้นเธอถูกล้างสมองมาได้ยังไงนะ ถึงได้ปล่อยให้คนเลวแบบนี้หลอกมาได้หลายปี ณดาหลับตาลงหรือจะทิ้งทุกอย่างแล้วไปหาความสุขให้ตัวเอง แต่แล้วคำพูดของคนที่รักผุดขึ้นมาในสมอง
"หนูต้องอยู่ให้ได้จนกว่าจะเดินได้ด้วยตัวเองนะ ณดา"
"ป้าอยากให้หนูเป็นคนดูแลที่นี่ ถ้าหนูทำได้หนูก็ไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนอีก โดยเฉพาะปู่"
“ป้าน่ะรักบริษัทนี้มากเลยนะ อยู่จนมาแทบจะเหมือนลูกเลยล่ะ”
ปู่คงจะรักป้าน้อยไปละมั้งถึงกลัวมันไปอยู่ในมือคนอื่น เพราะแบบนี้ไงถึงไม่มีใครอยากอยู่กับปู่ ขนาดลูกสาวแท้ๆ ยังทำให้เธอหมดสิ้นหนทาง
ข่าวเสียหายอย่างการหนีตามผู้ชาย และการโกงเงินบริษัทแพร่สะพัดไปทั่ว ทั้งที่ไม่เป็นเรื่องจริง การถูกตัดขาดสัมพันธ์กับครอบครัวนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำให้ตัดสินใจย้ายที่อยู่ ป้าทนคำติฉินนินทาไม่ได้จนต้องปลีกวิเวกไปอยู่คนเดียว เส้นทางเงินถูกตัดขาดปู่ทำการฟ้องร้องป้าทำให้ตนเองดูเป็นผู้เสียหายแต่มันก็แลกมากับการนั่งอยู่ในตำแหน่งประธานที่นานขึ้น เขาใช้ลูกของตัวเองเป็นบนไดสู่ความสำเร็จ จนเธอตายไปอย่างโดดเดี่ยว
ดูท่าผลกรรมจะตามทัน ปู่เริ่มป่วยและค่อยๆ ทรุดลงเรื่อยๆ เขามองหาผู้แทนตำแหน่งแต่ไม่ชอบให้ผู้หญิงมาเป็นคนทำหน้าที่แทนเขา ผู้หญิงควรจะเป็นแม่บ้านอยู่บ้านเฉยๆ เหมือนเครื่องประดับให้ทำหน้าที่ประกอบกันอย่างสมบูรณ์ พ่อที่ไม่ได้เรื่องได้ราววันๆ เอาแต่เสเพลเรื่องผู้หญิง จำต้องอาศัยลูกสาวเป็นคนบริหารอยู่เบื้องหลังให้เขาได้ชูคอ
สิ่งที่ปู่มองเห็นเป็นสิ่งสุดท้ายคือพัฒที่กำลังก้าวเข้ามาทำหน้าที่แทนเขา คนประเภทเดียวกันแค่เห็นก็รู้ถึงแกนใน ทำไมมันช่างเหมาะเจาะลงตัว ผลรางวัลจึงได้ไปออกที่ณดา
กลับมาที่งานแต่ง
เพียงเห็นหน้ากับรอยยิ้มปลอมนั่น เธอถึงกับสูดลมหายใจ ตอนนี้ได้แต่เชื่อมั่นทนายลีแล้วแสดงมันต่อไป เธอมองไปทางพัฒที่เข้ามารับตัวเจ้าสาวเขาทำสีหน้าให้ดูมีความสุขในวันแต่งงาน
"สวยมากเลยณดา"
"เคยเห็นในตอนลองชุดแล้ว พี่ยังจะชมฉันอีกเหรอคะ"
พัฒนิ่งเงียบน้ำเสียงของเธอมันช่างดูแดกดันจนเหล่าสไตลิสต์ที่อยู่ในห้องมองหน้ากัน
"แต่วันนี้สวยกว่าเดิมนะ" พัฒยกมือไปจับปลายคางที่ดูจิ้มลิ้มเขย่ามันเล็กน้อยเหมือนเอ็นดู "ออกไปกันได้แล้ว ดูท่าวันนี้คุณปู่น่าจะมีของขวัญให้ณดานะ"
การใช้คำพูดหลอกล่อแบบนี้ไม่มีใครเกินจริงๆ คงอยากจะบอกให้ฉันทำตัวดีๆ ล่ะสิ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้อย่างหวัง เธอมองมือพัฒที่ยกขึ้นมาให้จับ ทว่าณดากลับเมินมันและเดินออกไป สไตลิสต์ประจำตัวสาวรีบตามไปคว้าชายกระโปรงยกขึ้นแล้วเดินตามหลังณดา
พัฒมองแล้วคิดตามแผ่นหลังขาวในชุดเจ้าสาว
หยิ่งจริงนะ ไม่นึกว่าจะรู้เร็วขนาดนี้ คิดว่าจะไปรู้ตอนหลังแต่งงานซะอีก หรือว่าจะเป็นไอ้ทนายลีกันแน่ที่บอกเธอ หลังฉันได้ทุกอย่างเมื่อไหร่ ฉันจะกำจัดแกจริงๆ แล้ว ไอ้ทนายเศษเดน ทั้งพ่อแกและแกต้องไปอยู่ในปรโลก ไม่สิ เอาให้ชื่อทนายมันไม่มีให้ใช้ดีกว่าสนุกกว่าเยอะ เขายิ้มแล้วเดินออกจากห้อง
ภายในงาน
งานจัดได้สมฐานะ ดอกไม้นานาพันธุ์ถูกแต่งแต้มเป็นช่อระย้าไปทั่วบริเวณ ไฟสีส้มพร้อมโต๊ะรับประทานอาหารที่ปกคลุมด้วยผ้าสีขาวราวกับค่ำคืนของงานเลี้ยงสวรรค์ แก้วไวน์ตั้งเรียกเป็นชั้นสามเหลี่ยมขึ้นสูง พร้อมเค้กที่สูงเกือบสิบชั้นตั้งวางอยู่ บอลลูนขนาดใหญ่รอแตกเศษกระดาษสีเมแทลลิกส์เกล็ดโลหะโปรยลงมาหลังสิ้นพิธีโยนช่อดอกไม้ คนมีหน้ามีตาในสังคมเข้ามาร่วมงานกันอย่างยินดีรวมถึงเพื่อนณดาอย่าง วิ น้ำและบัว
ณดารู้สึกหวาดกลัวหากผิดแผกอะไรไปเธออาจจะจมลงก้นเหวอยู่คนเดียว ข่าวทนายลีคงได้ยินกันไปทั่วแล้ว การแต่งครั้งนี้เหมือนเป็นการฟื้นคืนภาพลักษณ์ที่ดีงามให้กับตัวเธอเอง
เธอจ้ำอ้าวเข้าไปในงานเพียงแค่พ้นประตูไปที่ซุ้มดอกไม้มันก็ได้เจอกับสิ่งตรงหน้า สวรรค์มาโปรดทนายลีในชุดสูทที่เพิ่งเดินเข้ามาร่วมงาน ณดาคลี่ยิ้มออกมา เธอรีบเดินเข้าไปทัก
"หือ"
สีหน้าดีใจเปลี่ยนเป็นตึงขึ้นมากะทันหัน เมื่อทนายลีทำท่าหลบหลีกได้อย่างน่ารังเกียจ เหมือนเขากลัวณดาจะกระโจนเข้าหายังไงก็ไม่รู้
"โทษที อยู่ดีๆ ผมก็ระแวง"
ณดาทิ้งสายตาอย่างไม่พอใจ นี่คิดว่าเราทำอะไรไม่ดูสถานการณ์เลยหรือไง คนเยอะขนาดนี้จะไปทำแบบนั้นได้ไงเล่า มีแต่คนรู้จักทั้งนั้น
"รังเกียจฉันขนาดนั้นเลยหรือคะ ทนายลี"
"...."
ลีนิ่งสักพัก "ไม่ใช่หรอก ผมแค่กลัวว่าคุณจะทำอะไรประเจิดประเจ้อน่ะ คนยิ่งเยอะอยู่"
"ฉันรู้สถานการณ์อยู่น่า ฉันไม่ใช่คนมุทะลุเอาแต่ใจขนาดนั้นหรอกนะ"
ลียิ้มตอบ
"อ้าว! มาด้วยเหรอ ทนายลี"
ต้นเสียงอริร้ายที่ทำให้ความสนใจพุ่งเป้าไปทันที แววตาดำทอดผ่านกลับไปหาพัฒอย่างสุขุม
"ต้องมาสิครับ ก็คุณพัฒเป็นคนเชิญผมมาทั้งที"
พัฒยิ้มเยาะเลียริมฝีปากล่าง "ทิ้งบัตรเชิญลงพื้นขนาดนั้น ยังอุตส่าห์ก้มไปเก็บอีกเหรอ คุณนี่ช่างไม่มีศักดิ์ศรีเลยนะทนายลี"
"ของแบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ศักดิ์ศรีหรอกครับ เพราะผมเป็นคนทำอะไรอย่างคนมีหัวคิด"
"...." พัฒเงียบลงทันที
"อีกไม่นานฉันก็จะแต่งงานกับณดาแล้ว แกก็คงเป็นได้แค่หมาเห่าเครื่องบินจริงๆ นั่นแหละ เห่ายังไงนะ โฮ่ง! โฮ่ง! ใช่ไหม"
คำเย้ยหยันจากพัฒพร้อมยิ้มยั่วพูดตอกหน้า เสียดายที่คนอื่นไม่ได้ยินนอกจากณดา สายตาคนที่อยู่ในงานนั้นเหมือนพัฒยินดีที่ทนายลีมาร่วมงาน กลายเป็นสร้างภาพลักษณ์ให้พัฒดูเป็นคนใจกว้างเข้าไปอีก
"เฮ้อ..เสียใจจังเลยนะครับ ที่กัปตันเครื่องบินลำนั้นบังคับไม่อยู่แถมกำลังจะทำมันตกลงมาหาหมา คงบังคับไม่ดีสิท่า"
พัฒถึงขั้นกระตุกปากร้ายด้วยความคิดสวนกลับ มันจะมากไปแล้วทนายลี เขาเอียงคอสั่นแค้นด้วยความโกรธ
ทันใดนั้นดวงตาชั่วร้ายกลับเบิกกว้างจนเผยตาขาวหนึ่งในสามส่วน เขาตกตะลึงกับภาพตรงหน้าที่กำลังคืบคลานเข้ามาทางด้านหลังทนายลี ในงานเริ่มโหวกเหวก ทุกสายตาล้วนหันมาจับจ้องไปทางเดียวกัน แม้แต่พ่อ ปู่ฮัน และญาติของฝ่ายชาย เสียงดนตรีที่กำลังบรรเลงอยู่เหมือนหยุดนิ่ง มันดูเงียบลงทั้งที่ยังบรรเลง
รองเท้าส้นสูงสีขาวก้าวมาอย่างช้าๆ พร้อมชุดขาวกระโปรงที่พองบาน มือกำลังถือช่อดอกไม้เหมือนเจ้าสาวในร่างโคลน
"พี่พัฒ"
หญิงผู้นั้นหยุดยืนตรงหน้าเขาพร้อมรอยยิ้มหวานฉ่ำยินดีที่ได้เจอ
ตอนนี้ในงานมีเจ้าสาวถึงสองคน