จากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ดราม่า,ตลก,ประธานบริษัท,รักข้างเดียว,รัก,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ซ่อนรักลับคุณทนายจากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ความสัมพันธ์ที่เกิดจากคืนเดียว เธอมารู้ทีหลังว่าคนที่จะมาเป็นทนายประจำตระกูลคือเขาคนนั้น เพราะคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกลับนอกใจไปกับผู้หญิงอื่น เธอจึงรู้ว่าชายคนนั้นไม่ได้ดีเด่อย่างที่เธอคิด การถอนหมั้นจะต้องพึ่งคุณทนาย เธอจะต้องได้ทนายมาเป็นพวกแต่จะทำอย่างไร ในเมื่อเขายึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองขนาดนั้น
มันเป็นจรรยาบรรณครับ
เวลาต่อมา
ลีพยายามเช็ดหน้าที่มีรอยลิปสติกของณดาออก บนปากแดงฉานนั่นเผยรอยยิ้มขำราวกับเขาเป็นตัวตลก พอเห็นแล้วหงุดหงิดจนใช้ทิชชูเช็ดหน้าอย่างแรงจนเนื้อหนังแทบจะหลุดออก
"ทนายลี คุณเช็ดไม่ออกหรอก"
สายตาชำเลืองมองคนข้างเคียงที่นั่งอยู่ ว่าอะไรนะ!
"มันต้องใช้ที่เช็ดเครื่องสำอางเช็ดค่ะ คุณเช็ดแบบนั้นมันไม่ออกหรอก"
"หา.." ลีรีบหยิบถาดสเตนเลสที่วางอยู่ตรงโต๊ะขึ้นมาส่องดู เห็นมีแต่รอยแดงที่เป็นคราบเปื้อนเหมือนทาบรัชออนผิดตำแหน่ง ยังไงก็ดูออกว่าเป็นรอยจูบ
"แล้วแบบนี้ผมจะกลับไปทำงานยังไง" ลีวางถาดลงหันไปมองณดา
เธอได้แต่ส่งยิ้มแหย ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไงเหมือนกัน แถวนี้ก็ไม่มีร้านขายเครื่องสำอางอยู่ด้วย ไม่คิดว่าลิปสติกยี่ห้อนี้หลังกินน้ำแล้วมันจะหลุดแบบนี้ ร้านเขาบอกว่าเป็นลิปสติกจูบไม่หลุด ตอนนี้เชื่อแล้วว่ามันไม่จริงเพราะใบหน้าของคุณทนายมีรอยแดงทิ้งเป็นหลักฐาน
รอยยิ้มนั่นทำเอาปวดขมับ ปากกระตุกจนไม่รู้จะพูดอะไรจนต้องต่อว่าสาวกลับด้วยความเดือดดาล
"คุณณดา"
"ฉันขอโทษ"
หลังจากนั้น ในสำนักงานทนายเขาทำได้เพียงใส่หน้ากากอนามัยกลับเข้าไปทำงาน ทำได้แค่นั้นจริงๆ
ในบ้านหลังงามคฤหาสน์ใหญ่โตอันหรูหราของณดา ชายผู้หนึ่งถูกเรียกมาหาให้ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบเรื่องการทำพินัยกรรมฉบับสำรอง ลีนำร่างเอกสารมาเปิดอ่านให้ปู่ฮันฟัง น้ำเสียงทุ้มค่อยๆ อ่านทีละบรรทัดให้คนแก่คนนี้เข้าใจ ชายแก่คนนี้นั่งเอนหลังพิงเบาะโซฟาฟังอย่างเฉยเมย
สิ่งที่ดูแปลกประหลาดในรายชื่อผู้รับมรดกกลับไม่มีชื่อ ณดา หลานสาวที่น่ารักของตระกูลอยู่เลย ถึงจะอ่านไปด้วยความไม่สบายใจ ในใจก็นึกห่วงเธออยู่เนืองๆ หรือว่าสิ่งที่เธอพูดจะเป็นเรื่องจริง การมีตัวตนของเธอเหมือนกระดาษเปล่า ที่มีแต่คนพยายามแต้มสีแต่พวกเขากลับลบสีนั้นทิ้งให้ไร้ความเปรอะเปื้อน การทำตัวให้โดดเด่นที่สุดคือการบอกถึงการมีตัวตนของเธอ
ลีอ่านบทสรุปให้เจ้าของตระกูลฟังจนจบบรรทัดสุดท้าย
"ก็มีเท่านี้แหละครับ สำหรับพินัยกรรมร่างใหม่" ลีบอก
ปู่พยักหน้าอย่างช้าๆ "ทนายลีว่ามีอะไรที่ต้องเพิ่มอีกไหม"
ลีครุ่นคิดสักพัก ไม่กล้าพูดออกมาสักเท่าไหร่เขาเองก็เป็นทนายส่วนตัวของณดาเหมือนกัน เขาลองกลั้นใจถามดู
"เหมือนรายชื่อตกหล่นนะครับ"
ปู่ฮันเลิกคิ้วขาวขึ้นพลางสงสัย
"คนในตระกูลมียังขาดชื่อคุณณดาไปนะครับ"
ปู่ฮันถอนหายใจ "ณดาเหรอ นี่ผมลืมชื่อหลานสาวตัวเองเหรอ เฮ้อ..สงสัยจะแก่แล้วจริงๆ" เขาก่นว่าตัวเองที่หลงลืมคนสำคัญแต่ความจริงมันไม่ใช่เลย เขาไม่ได้ลืม
"ไม่รู้จะยกอะไรให้ณดาดี ถ้ายกให้เธอคงจะได้แค่ตึกเช่าละมั้ง แถบๆ ชานเมืองดีไหมนะ"
หากณดาได้ยินคงรู้สึกเสียใจ การทุ่มเทกับบริษัทที่เธอบอกมามันไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น
"ทนายลีคิดเห็นว่ายังไง? " ปู่ฮันถาม
"ผมว่ายกบริษัทให้เธอ มันน่าจะดูสมน้ำสมเนื้อกับคนอื่นๆ ในตระกูลนะครับ ยังไงผมก็เห็นเธอทำงานที่บริษัทเอาที่เธออยู่จนชินมันคงจะเหมาะกว่า"
ปู่ฮันนิ่งสักพักก่อนจะตอบกลับ หลังความคิดนั้นมันลงตัว
"ตามจริงก็กะไว้ว่าจะยกให้เธอหลังแต่งงานนั่นแหละทนายลี ถ้าณดารู้ว่าได้สิ่งนี้ไปหลานผมคงไม่ยอมแต่งงานง่าย ๆ หรอก ณดาต้องมีคนคอยดูแล ถึงจะเป็นคนเก่งแต่กลับไม่โดดเด่นอะไรเลย เอาแต่ใจก็ที่สุดจนมีแต่คนเกลียด ถ้าไม่มีสามีคอยอยู่ห้ามรั้งท้ายเธอก็ต้องเป็นโสด ผมไม่อยากเห็นหลานสาวตัวเองเหมือนป้าของเธอเท่าไหร่ซึ่งตอนนี้ก็ตายไปแล้วด้วย"
"ที่สำคัญที่สุดรู้ไหมคืออะไรทนายลี"
ลีนั่งฟังอย่างเงียบเชียบในมือก็ยังถือเอกสารร่าง
"มีแต่คนไม่ชอบณดา"
เขาลดตาต่ำลงเหตุผลแบบนี้มันเกี่ยวอะไรกับมรดกที่เธอจะได้
"ขอโทษครับ ผมไม่ค่อยเข้าใจความหมายของท่านเท่าไหร่"
"ผมได้ยินคำนินทาจากคนอื่นมาเยอะเรื่องณดา ผู้หลักผู้ใหญ่เขาก็พูดกันหนาหูเรื่องการประพฤติตัวของเธอ นิสัยเอาแต่ใจของเธอทำให้คนอื่นลำบาก ขนาดงานที่เธอทำคนเป็นพ่อก็ต้องแบกหน้าแทนเพราะเธอไม่มีคำว่าลดราวาศอกไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรทั้งสิ้น ดื้อดึงอยู่ท่าเดียว"
ฮันพูดต่อ "ไม่มีใครร่วมทำงานกับณดาได้หรอกขนาดพนักงานหลายคนในบริษัทยังเข็ดขยาดเพราะเธออารมณ์ร้อนสั่งอะไรก็ต้องเดี๋ยวนั้น ขัดใจเมื่อไหร่ก็โถมงานให้จนเหนื่อย ที่ผ่านมานี่ทำให้ลาออกไปกี่คนแล้วก็ไม่รู้ขนาดทนายยังเปลี่ยนบ่อยเลย ก็มีแต่ทนายลีนี่แหละที่อยู่นานกว่าคนอื่นยอมเป็นทนายประจำตัวเธอ"
แค่พูดลีก็เหมือนเห็นภาพตัวเอง เออมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แฮะ ไม่รู้ทำไมรู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูกแถมยังหลวมตัวมาช่วยเธออีก
"นี่คงไม่ใช่ เธอใช้ให้ทนายลีมาพูดเรื่องมรดกหรอกนะ"
ลีนิ่งถนัดคำพูดฮันชวนให้ตกใจ "ไม่ใช่หรอกครับ"
ปู่ฮันพยักหน้าเข้าใจแม้สายตานั่นยังดูเคลือบแคลง "งั้นเหรอ ผู้หญิงน่ะเป็นเพศที่อ่อนแอ ไม่เหมาะกับการเป็นผู้นำใครเขาหรอก ถ้าทนายลีเห็นสายตาฝ่ายบริหารในบริษัทผมจะรู้ พวกคร่ำครึ (พวกหัวโบราณ) มันเยอะ"
ลีเริ่มเข้าใจเหตุผลที่ปู่ฮันสื่อ บางทีณดาอาจจะคิดมากไปเองเรื่องผู้ชาย บางทีปู่กับพ่อเธออาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เธอบอกก็ได้ ฉะนั้นต้องลองคุยกับเธอดูวันหลัง ทว่าเรื่องคู่หมั้นนิสัยแย่นี่คือเรื่องจริงที่ประสบภัยมาเขารู้สึกสงสารนิดหน่อย ถ้าเกิดลองพูดเรื่องถอนหมั้นตอนนี้จะดีไหมนะ
ลีทำใจสักพักมือเริ่มจับกระดาษแน่นขึ้นและตั้งใจพูด "คุณฮันครับ"
"..."
"ถ้า..เกิดคุณณ.."
ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก การสนทนานิ่งเงียบไม่ไปต่อ รอต้อนรับผู้ที่จะเข้ามาใหม่
ปู่ฮันหันไปสนใจต้นเสียงนั่นทันทีที่ได้ยินมัน
"เข้ามา"
หลังประตูเปิดออก ฝีเท้าก้าวเดินเข้ามาก่อนจะถูกจ้องตาเป็นมัน คู่อริที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นศัตรูกันได้ก็ดันพบเจอกันอย่างช่วยไม่ได้ ลีมองไปที่พัฒด้วยความเซ็ง ขัดจังหวะเสียจริงในขณะที่คุยงานสำคัญ
แม้พัฒจะมองเห็นลีแต่ก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นเขา พัฒเห็นรถจอดอยู่ตรงทางเข้า พอเห็นแล้วมันหงุดหงิดไม่สบอารมณ์อย่างที่สุด เขาเลยเตะรถไปหนึ่งทีเพื่อระบายความแค้นที่มีกับเจ้าของของมัน พอสบโอกาสก็ทำทีมองซ้ายมองขวารีบก้มลงไปปล่อยลมยางรถเพื่อความสะใจส่วนตัว อย่างน้อยก็เอาคืนได้หลังจากที่มาทำตัวห้าวใส่เขาในวันนั้น
"สวัสดีครับคุณปู่ ผมเอาของมาเยี่ยม"
พัฒเดินเฉิบเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างนอบน้อมพร้อมของบรรณาการอย่างกระเช้าเครื่องดื่มสุขภาพ
ชายแก่ยิ้มหน้าบาน เขายินดีต้อนรับว่าที่หลานเขยคนนี้เสมอ
"ขอบใจ ๆ มาพอดีเลย ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยพอดี" เสียงแก่เกริ่นออกมา
พัฒเหลือบมองทนายลีราวกับเขาเป็นคู่แข่งที่ต่ำต้อย
"เรื่องอะไรเหรอครับ" พัฒถามกลับพลางโน้มตัวลงด้วยความนอบน้อม
"เรื่องงานแต่งน่ะ"
ลีนิ่งมองทั้งคู่ด้วยความเฉยเมยแต่ภายในอยากจะรู้จนตัวสั่น ทว่าต้องเก็บอาการด้วยมารยาทพื้นฐาน
"ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนดีกว่าครับคุณฮัน ผมขอตัวไปรอข้างนอกก่อนแล้วกัน" ลีลุกขึ้น
ฮันหันไปมองพลางกวักมือให้นั่งลง
"ไม่ต้องหรอกทนายลี มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ อยู่ฟังด้วยกันนี่แหละถือว่าเป็นการเชิญไปในตัว"
ลีผงกหัวตอบรับแล้วนั่งลง
ปู่ฮันหันมาหาพัฒอีกครั้ง ปากบางนั่นอยู่ไม่สุข คำเกริ่นของปู่ทำให้พัฒเริ่มใจเต้นกลัวว่าจะมีอะไรผิดพลาดเรื่องของณดาหรือชายผู้นี้ไปรู้อะไรมาเกี่ยวกับตัวเขา
"เรื่องแต่งงานทำไมหรือครับ? " พัฒเอ่ยปากถาม
"ฉันคิดว่าอาจจะเลื่อนเข้ามาสักหน่อย"
เพียงแค่ได้ยินในใจแทบจะดิ้นพล่าน สิ่งที่คิดไว้ว่าจะมาพูดวันนี้ท่านปู่เป็นคนเปิดปากก่อน แบบนี้ณดาจะหนีไปไหนได้ สุดท้ายเธอก็กลายเป็นลูกไก่ในกำมือ พัฒสะกดใบหน้าที่ดีใจเต็มเปี่ยมเอาไว้ก่อนที่มันจะกระโดดโลดเต้นออกมา
เขาโปรยยิ้มแฝงไปยังทนายลีเชิงต่อว่าให้เขารู้ถึงจุดยืน
แต่ทว่ามันไม่ได้ส่งผลกระทบสักเท่าไหร่ ลียังคงนิ่งเงียบประเมินสถานการณ์ สภาวะในใจตอนนี้กลับเป็นห่วงณดาเป็นที่สุด ชายคู่หมั้นคนนี้ไม่ได้ดีเด่นเหมาะสมกับเธอสักนิด ช่างน่าสงสาร