จากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ดราม่า,ตลก,ประธานบริษัท,รักข้างเดียว,รัก,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ซ่อนรักลับคุณทนายจากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ความสัมพันธ์ที่เกิดจากคืนเดียว เธอมารู้ทีหลังว่าคนที่จะมาเป็นทนายประจำตระกูลคือเขาคนนั้น เพราะคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกลับนอกใจไปกับผู้หญิงอื่น เธอจึงรู้ว่าชายคนนั้นไม่ได้ดีเด่อย่างที่เธอคิด การถอนหมั้นจะต้องพึ่งคุณทนาย เธอจะต้องได้ทนายมาเป็นพวกแต่จะทำอย่างไร ในเมื่อเขายึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองขนาดนั้น
มันเป็นจรรยาบรรณครับ
ลีพอจะเข้าใจสถานการณ์ รอยยิ้มอ่อนที่น่าสงสัยนั่นดูเป็นคำตอบได้ดี
"ฝีมือคุณใช่ไหม? คุณณดา"
เธอเอามือผสานไว้ตรงอก แล้วยืดตัวขึ้น
"ค่ะ"
คำตอบแน่วแน่ที่ทำให้กล้ามเนื้อภายในเต้นตุบตับ! แทบจะคลั่งขึ้นมาพร้อมไอสังหาร
"นี่คุณทำอะไรของคุณ"
"ก็ฉันเห็นไอ้รถกระป๋องนั่นแล้วมันรู้สึกเกะกะลูกตา ฉันมองว่าเอาไปทำเศษเหล็กมันคงจะดีกว่า ทิ้งๆ ไปเถอะ รถแบบนั้นไม่นานก็พังแอร์ก็แทบจะไม่เย็นแล้วด้วย อับก็อับ" ณดาตอบกลับพร้อมบอกถึงประสบการณ์ที่เคยนั่ง มันแหยะ!
"ผมฟ้องคุณข้อหาลักทรัพย์ได้เลยนะ" ทนายลีถึงขึ้นยกมือขึ้นชี้หน้าสวยด้วยบันดาลโทสะ
ณดานิ่งเงียบสักพัก ไม่คิดว่าเขาจะโกรธขนาดนี้ ลีจ้องเธอด้วยดวงตาที่แดงก่ำเล่นเอาเธอรู้สึกผิด แต่ในเมื่อไอ้กระป๋องเส็งเคร็งนั่นไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ จะให้เรียกกลับมาเหรอ ฉันก็ไม่มีทางทำแน่นอน ผู้หญิงเอาแต่ใจอย่างฉันไม่มีใครกล้าว่าหรอก ยกเว้นท่านปู่
เธอเปิดกระเป๋าที่นำติดตัวมาด้วยหยิบของแล้วยื่นให้
"ฉันให้คุณ"
ดวงตาที่ก่ำไปด้วยเส้นเลือดกำลังสีอ่อนลง มองก้อนแท่งสีดำที่เธอยื่นให้
"อะไร?"
ลีมองไปยังกุญแจรถที่อยู่ในมือน้อยๆ ของเธอ
"รถใหม่ไงคะ นี่ของขวัญจากฉันค่ะทนายลี"
ลีเบือนหน้าหนีเขาดุนลิ้นไปรอบปาก หมดคำจะพูดไม่ได้ดีใจสักนิดที่ได้มัน อยากเอารถคันเดิมกลับมามากกว่า
ณดาเม้มปากนิดหน่อยหรือทนายลีจะไม่ชอบของขวัญชิ้นนี้ มือสาวยื่นไปจับมือใหญ่ขึ้นมาแล้ววางกุญแจรถคันใหม่บนฝ่ามือ
"รับหน่อยเถอะ อย่าโกรธฉันเลย ฉันหวังดีกับทนายลีจริงๆ นะ" ณดาประกบมือหนาแน่นกลัวว่าเขาจะโยนกุญแจรถทิ้ง
“อีกอย่างรถคันนั้นมันก็เก่าแล้วด้วย คุณจะขับมันต่อทำไม คุณเป็นถึงทนายตระกูลระพีพัฒเจริญเชียวนะ เดี๋ยวเขาก็หาว่าตระกูลฉันจ้างคุณถูกๆ หรอก”
ลมถูกพ่นออกจากปากเฮือกใหญ่เลียริมฝีปากคลายความโกรธเมื่อใบหน้าสวยทำท่าเหมือนออดอ้อนแต่ไม่ได้สำนึกผิด เธอยังเข้าข้างตนเองอยู่เนืองๆ ว่าสิ่งที่เธอทำมันถูกต้อง
ลีถอนหายใจอีกครั้ง ถ้าหากไม่รับน้ำใจคงไม่มีรถขับไปทำงานแน่ จะให้นั่งรถประจำทางไปไหนมาไหนมันก็จะลำบากเกินไป แม่นี่เล่นให้รถลากเอาไปทิ้งไว้ไหนก็ไม่รู้ ผู้หญิงรวยๆ นี่ใช้เงินกันไม่เป็นหรือไง หรือว่าถนัดใช้เงินแต่ไม่รู้จักใช้สมอง ตั้งแต่เจอหญิงไฮโซมามียัยหน้าหนาคนนี้นี่แหละ ที่ทำให้ชีวิตเขาปั่นป่วน ไม่น่าโคจรมาเจอกันเลย โคตรซวย
ในบ้านทนายลี
ลีนั่งกินอาหารที่ณดาขนมาให้อย่างเงียบๆ ในใจก็ยังเดือดไม่หายกับเรื่องเมื่อครู่ อยากจะร้องไห้เป็นภาษาต่างประเทศ หรือฟังเพลงอะไรก็ได้ที่จะช่วยประคับประคองจิตใจให้อยู่ในสภาพปกติ คือใจเย็นเหมือนเดิม
หลังจากรับน้ำใจอันดีงามของหญิงสาว ณดารีบควงแขนลีพาเขาไปดูรถที่เพิ่งมาจอดอยู่หน้าบ้าน เขามองรถคันสีเหลืองที่เธอซื้อให้ สภาพดูเหมือนรถแข่งสี่ที่นั่ง แถมยังเปิดประทุนได้ เธอพูดถึงราคาของมัน ฟังแล้วเขาแทบช็อก! ราคาสูงถึงสามสิบล้าน ทำงานทนายอีกตั้งหลายปีกว่าจะได้รถหรูสักคัน
นัยน์ตาน้ำตาลจับจ้องไปที่ลี ดูเขากินอาหารอย่างเงียบเชียบมาหลายนาทีไม่พูดอะไรออกมาสักคำ เขายังทำหน้าตาไม่พอใจในการกระทำของเธออยู่เนืองๆ จนณดารู้สึกถึงมันได้ว่าต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่คนตรงหน้าจะรู้สึกไม่ชอบเธอมากกว่าเดิม
"ทนายลีไม่ดีใจเหรอคะที่ได้รถใหม่น่ะ"
เขาหยุดชะงักแล้วเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาที่เอือมระอา "จะดีใจได้ยังไง ผมไม่ได้อยากได้สักหน่อย"
"ฉันอุตส่าห์ไปเลือกให้คุณเลยนะ เลือกอย่างดีด้วยน้า.."
"ผมขอร้องคุณเหรอ?"
คำตอบทำเอาสาวหน้ามุ่ยไปถนัด เซ็งเลย นึกว่าเขาจะดีใจจนกระโดดโลดเต้นเสียอีก ทุกคนที่เธอให้ของขวัญก็เห็นดีใจทุกราย แต่ทนายลีไม่ใช่ แบบนี้จะสนิทใจกับทนายลีได้ยังไง นึกว่าของขวัญชิ้นนี้จะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอเสียอีก
หญิงไฮโซเผยหน้าจ๋อยหงอยสนิท จนทนายลีสังเกตเห็นอาการเข้า มันทำอะไรไม่ได้นอกจากพูดจารักษาน้ำใจเธอหน่อย เธอซื้อมันมาแล้วนิ
"ช่างเถอะ! "
เพียงแค่ได้ยินเท่านั้น ณดาเงยหน้าเชิดหยิ่งทันที เธอแยกยิ้มบนความภูมิใจ
"ฉันคิดอยู่แล้วว่าทนายลีไม่กล้าว่าฉันหรอก ผู้หญิงอย่างฉันจะทำเรื่องแบบนี้ให้ใครมันยากนะ ปกติฉันไม่ค่อยลดตัวลงมาคบกับคนที่มีพื้นฐานด้อยกว่าฉันหรอก"
แม่นี่! ยังไม่สำนึกอีก ฟันกระทบกันดังกรอด! บีบส้อมในมือแน่นจนมือเป็นเนื้อขาว อยากจะเอาคำพูดเมื่อครู่คายทิ้งลงถังขยะไปเสียจริง เขาถอนหายใจทิ้ง เอาความหงุดหงิดออกก่อนที่จะไปลงกับคนตรงหน้าอีกครั้ง
ตอนนี้ณดานั่งนิ่งดูทนายลีกินอาหารต่อ เธอกำลังประเมินสถานการณ์เบื้องต้น หวังว่าการกระทำด้วยความจริงใจครั้งนี้จะได้ผล หากเขาเริ่มสนิทใจแล้วอาจจะบอกเธอเรื่องพินัยกรรมปู่ หรือหากไม่ เธอก็จะใช้ทนายลีเป็นทางผ่านให้ไปช่วยพูดกับปู่เรื่องถอนหมั้นได้
บางทีคนเป็นทนายอาจจะมีคำพูดที่ฟังแล้วดูมีน้ำหนักจนปู่ยอมรับก็ได้ มันน่าจะดีกว่าที่เธอไปพูดเองเพราะปู่เป็นคนชอบสั่งและใช้อำนาจการบังคับกับสิ่งที่เขาเห็นสมควร ปู่เองก็มีเมียน้อยเหมือนกัน เขาอาจจะไม่ให้ค่าผู้หญิงเหมือนอย่างพ่อของเธอ ซึ่งณดาก็คิดไว้อยู่แล้วเป็นแผนสำรองหลังที่เธอคิดจะเจรจากับปู่เรื่องถอนหมั้น
คิดย้อนกลับไปตอนที่พ่อนอกใจผู้เป็นแม่ มันช่างน่าสงสารเมียหลวงอย่างแม่ ต้องทนทุกข์เพราะความรักจอมปลอม แม่กลายเป็นพวกชอบออกงานสังคมไปกับหมู่พวกพ้อง ความรักของทั้งคู่จบลงทันใดเมื่อเมียน้อยอ้างสิทธิ์ท้องลูกของผู้เป็นพ่อ ขาแม่สั่นผับพับลงพื้นด้วยความอ่อนแรง แรงใจที่เคยมีว่าพ่อเคยรักกลับพังทลายลงทันที น้ำตาไหลอาบแก้มเมื่อพ่อฝ่ายชายอย่างปู่ก็เห็นดีเห็นงามดีใจที่ได้หลานสาวเพิ่มอีกคน
ปู่เห็นสมควรให้แยกกันอยู่ต้องให้เกียรติเมียหลวงที่มาก่อน ตั้งแต่นั้นมาพวกพ่อแม่ก็ห่างกันอย่างสิ้นเชิง ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนไม่สนใจกันและกัน มีเพียงเรื่องงานกับเงินเท่านั้นที่ทำให้คุยกัน
และตอนนี้สิ่งนี้กำลังจะเกิดขึ้นกับฉันก่อนแต่งงาน ผู้หญิงคนเดียวอย่างฉันจะสู้ไม่ถอยและไม่ยอมให้ชายมักมากอย่างไอ้สวะนั่นมากดขี่และอ้างสิทธิ์คำว่า สามี
ณดาเปิดปากขึ้นหลังคิดสักพัก "อาทิตย์หน้าทนายลีว่างหรือเปล่าคะ?"
"ทำไมเหรอครับ? " ลีเงยหน้าขึ้นมองหลังกินข้าวหน้าปลาไหล อร่อยดี
"ก็พาฉันไปเที่ยวยังไงละคะ"
"หา.." คำพูดที่ทำเอาเกือบจะสำลักข้าวหน้าปลาไหลที่กลืนไปเมื่อกี้ "นี่คุณณดา คุณเป็นอะไรกับผมถึงต้องให้พาไปเที่ยว"
"ก็ตอบแทนที่ฉัน ที่ฉันซื้อรถให้ไงคะ เดี๋ยวฉันจะเป็นตุ๊กตาหน้ารถคนแรกให้คุณเอง"
"แล้วทำไมผมต้องตอบแทนคุณด้วย ผมไม่ได้ขอร้องให้คุณซื้อให้สักหน่อย แถมยังเอารถผมไปทิ้งอีก" ลีต่อว่าเธอ คำพูดเขาแฝงไปด้วยความหงุดหงิดล้วนๆ
สายตาสาวจ้องกลับด้วยเส้นขีดเดียว ช่างกล้าปฏิเสธฉันนะ ไม่เคยมีใครหน้าไหนทำแบบนี้กับฉัน แค่คิดก็เริ่มรู้สึกหมั่นไส้ทนายลีคนเก่งอยากจะเอาชนะให้ได้แล้วสิ เธอยกมือขึ้นกอดอกด้วยความท่าทีที่เหนือชั้นกว่า
"ฉันเป็นผู้ว่าจ้างคุณนะ สัญญาก็ว่าจะเซ็นแล้วด้วย คุณเป็นคนพูดเองนะว่า มีอะไรก็เรียกได้ทุกเมื่อ แบบนี้ถือว่าผิดสัญญาหรือเปล่าคะ ทนายลี"
"ที่เรียกได้ ผมหมายถึงเรื่องกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว" ลีกระแทกเสียง
คำพูดของทนายทำเอาเถียงไม่ออก จะไปยังไงต่อล่ะทีนี้ ณดาคิดถึงหัวข้อความจริงใจที่โคนมพูดมาเธอจะลองใช้มันดู
"ฉันแค่รู้สึกว่าคุณทนายน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีได้ ดูคุณจะรับฟังฉันมากกว่าคนอื่นนี่"
ใบหน้าเหวอจากชายพุ่งออกมา มันไม่ใช่เลยสักนิด ไม่ได้อยากฟัง แต่เธอนั่นแหละที่บังคับให้ต้องฟังน่ะ
"ไม่เคยมีใครกล้าว่าฉันแบบคุณทนายเลยนะ ฉันเลยคิดว่าคุณดูจริงใจกว่าคนที่ฉันรู้จักแทบจะทุกคนเสียอีก"
ลีผ่อนปรนอารมณ์ลง เขาพ่นลมเอาความหนักใจออกจากอก "แล้วจะไปที่ไหน"
ณดายิ้มกว้างในที่สุดก็สำเร็จ "เดี๋ยวฉันบอกเองค่ะ"
ด้านของพัฒ ณ เวลานั้น
เขากังวลใจเดินไปมาอยู่หลายนาทีในห้องทำงาน เขาโทรหาณดาตั้งแต่เช้าแต่เธอปิดเครื่องดับสนิท ส่งข้อความไปก็ไม่อ่านมันเลย ช่วงนี้ณดาแปลกไป ทำไมถึงทิ้งตัวห่างเขาได้ขนาดนี้ ปกติแค่โทรไปก็จะรีบโทรกลับทันที พัฒลองโทรอีกครั้งเป็นหนที่สิบ มันจะมากไปแล้วที่เธอไม่รับสายเขา
กรุณาฝากข้อความหลังจากได้ยินเสียงสัญญาณ
กึ่ง!
พัฒโมโหจนเขวี้ยงมันลงพื้น ดีหน่อยที่ห้องนี้เป็นพื้นพรมเลยไม่มีผลกระทบเสียหายเท่าไหร่ แต่มันก็ทำให้มือถือสั่นสะเทือนได้เหมือนกัน
"แกเป็นอะไรห้ะ! พัฒ" ผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นหลังเห็นพฤติกรรมเกเรลูกชาย มันตกใจนะ หัวใจเกือบวายตอนนี้ฉันแก่แล้วด้วย
"ณดาไม่รับสายผม"
"ไม่รับสาย แกก็ไปหาณดาที่บ้านสิ แกจะมาอารมณ์เสียทำไม ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าจะทำยังไง หัดคุมอารมณ์ซะบ้างสิ" แม่นาถบ่นปรามลูกชาย “ถ้าณดารู้นิสัยแกเป็นแบบนี้ไม่ยิ่งกว่าไม่รับสายแน่ เผลอๆ โยนแกทิ้ง”
พัฒผ่อนอารมณ์เดือดก่อนตอบกลับแม่ตัวเอง
"ณดาไม่มีทางทิ้งผมหรอก ยังไงเธอก็ไม่มีทางทิ้งผมได้อยู่แล้ว”
“....” แม่ยืนกอดอกฟัง
"แล้วช่วงนี้ผมก็ไปหาณดาบ่อยจะตาย แต่ไม่รู้ทำไมเดี๋ยวนี้เธอถึงไม่ค่อยคุยกับผม ปกติแค่ผมไปหาก็ต้องวิ่งแจ้นมาแท้ๆ แทบจะเลียตูด แต่ตอนนี้ทำเหมือนผมเป็นคนอื่น" พัฒพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว มันแทบจะระงับไม่อยู่ จากที่ผู้เป็นแม่เห็นเขาเริ่มหายใจถี่ขึ้นไปอีกเพราะความโกรธภายใน
ผู้เป็นแม่เดินเข้าไปหาบุตรชายแล้วลูบหลังเขาเบาๆ
"แกไม่ได้ทำอะไรให้ณดาโกรธใช่ไหม? พัฒ"
หางตาลูกชายชำเลืองมองไปที่แม่ดูเหมือนจะถามอะไรไม่เข้าหู
"ไม่หรอก ผมก็แค่ไม่ไปรับณดากลับตอนที่เธอไปเที่ยว แล้วณดาก็โกรธผมไปเลย แต่ว่าเธอก็ยังทำตัวเหมือนไม่ได้โกรธพยายามทำตัวดีเหมือนเดิม เหมือนกำลังทำให้ผมตายใจว่าเธอหายโกรธแล้วงั้นแหละ"
หญิงมีอายุเริ่มครุ่นคิดจนหน้าผากย่นเป็นร่อง เธอกำลังประมวลผลจากความคิดของลูกผู้หญิงเหมือนกัน
"แสดงว่าณดาแค่งอน แกต้องง้อต่อไปเรื่อยๆ ผู้หญิงน่ะแพ้ความพยายามของผู้ชาย ทำไมแกไม่ลองชวนณดาไปเที่ยวดูล่ะ"
พัฒหันไปมองทางแม่ ฟังคำปรึกษาที่ดูเหมือนจะเข้าเกณฑ์
"ไปเที่ยวเหรอครับ?"
"ไปแบบสองต่อสองนะ จะได้สานสัมพันธ์กันต่อไง" แม่ยิ้มด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความนัย
"ให้สานสัมพันธ์แบบไหน ผมยังไม่เคยแตะต้องณดาด้วยซ้ำ"
"แต่ตอนนี้แกต้องแตะแล้วนะพัฒ ถ้าแกยังอยากจับหนูณดาให้อยู่"
"...."