จากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ดราม่า,ตลก,ประธานบริษัท,รักข้างเดียว,รัก,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ซ่อนรักลับคุณทนายจากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ความสัมพันธ์ที่เกิดจากคืนเดียว เธอมารู้ทีหลังว่าคนที่จะมาเป็นทนายประจำตระกูลคือเขาคนนั้น เพราะคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกลับนอกใจไปกับผู้หญิงอื่น เธอจึงรู้ว่าชายคนนั้นไม่ได้ดีเด่อย่างที่เธอคิด การถอนหมั้นจะต้องพึ่งคุณทนาย เธอจะต้องได้ทนายมาเป็นพวกแต่จะทำอย่างไร ในเมื่อเขายึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองขนาดนั้น
มันเป็นจรรยาบรรณครับ
วันต่อมา
บริษัทหวงกรุปผู้ก่อสร้างอสังหารายใหญ่ ในห้องทำงานของณดาก็มีผู้มารอพบหลังเธอเข้าประชุมกับหัวหน้าหน่วยงานเสร็จ พัฒเข้ามาดักรอเธออยู่ในห้องทำงาน เขาคิดได้ว่าโทรหาณดาไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะเธอคงจะไม่รับสายเขาเหมือนเคย หรือถ้ารับก็คงต้องโทรหลายสาย เขาเลยตัดปัญหาแสดงความจริงใจไล่ต้อนณดาให้จนมุมและให้กลับไปเป็นลูกไก่ในกำมือเหมือนเดิม
"พี่พัฒ" หลังณดาเปิดประตูเข้ามาก็พบปะเขาในทันทีรอยยิ้มเจ้าชายที่น่าชัง
พัฒรีบลุกขึ้นจากโซฟาที่ตั้งอยู่ในห้องด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น
"ณดามาแล้วเหรอ"
"พี่มาทำอะไรคะ?" ณดาเดินนำแฟ้มเอกสารเข้าไปวางที่โต๊ะประจำตำแหน่ง เธอแทบไม่สนใจเขาเลยจนเผยสีหน้าเบื่อหน่ายออกมา
"พี่เป็นห่วง พี่ติดต่อณดาไม่ได้เลย พี่ก็เลยมาหาน่ะ" พัฒรีบปรี่เข้าไปทางเธอด้วยสีหน้าที่ดูหมองเศร้า เขาพยายามแสดงออกว่าเป็นห่วงหญิงตรงหน้าจริงๆ
ณดารู้สึกกระดากใจจนหายใจเฮือกหนึ่ง เธอหันไปยิ้มให้พัฒทำตัวให้ปกติเช่นเคย "พอดีฉันกะว่าจะเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ค่ะพี่ ฉันกะว่าจะเปลี่ยนเบอร์ใหม่ด้วย แต่ฉันไม่ได้บอกพี่คนโทรมาขายของเยอะจนฉันรำคาญน่ะค่ะ"
"เห.." พัฒอุทานจนคิ้วเลิกขึ้นสูงด้วยความสงสัย
"ก็ฉันจำเบอร์พี่ไม่ได้นี่นา เลยไม่ได้บอก แต่ก็บอกแม่บ้านไว้แล้วนะ ถ้าเจอพี่ก็ให้บอกพี่ด้วยว่าฉันจะไม่ใช้มือถือเครื่องเดิมแล้ว"
พัฒเลียริมฝีปากนิดหน่อย หรือเราจะคิดมากไปเองว่าเธอยังเคืองอยู่ "งั้นเหรอ พี่ก็ตกใจหมดนึกว่าณดาเป็นอะไรไปเสียอีก พี่คิดว่าณดายังโกรธพี่ไม่หายเลยไม่คิดจะรับโทรศัพท์ของพี่"
พัฒจับสองมือน้อยนั้นขึ้นมากุมมันไว้ด้วยความรักที่มีอยู่น้อยนิด
ณดามองต่ำลงจดจ้องไปที่มือของตนเองอยากจะสะบัดมือที่มีเชื้อร้ายนี้ทิ้งเสียไปให้พ้นๆ
"ฉันจะไปโกรธพี่ได้ยังไงล่ะ ก็พี่ขอโทษฉันแล้วนี่นา" เธอส่งเสียงหวานออกไปแต่แววตากับเบิกกว้างด้วยความขุ่นเคือง
พัฒส่งใบห้าเปื้อนยิ้มกลับ ค่อยยังชั่วหน่อยที่เธอกลับมาเป็นคนเดิม "ถ้าอย่างนั้นอาทิตย์หน้าเราไปเที่ยวกันไหม?"
ณดาเลิกคิ้ว "เที่ยวเหรอคะ"
"ใช่" พัฒพูดพลางพยักหน้าตอบ "ณดาอยากไปปารีสไม่ใช่เหรอ?"
ณดาเบือนสายตาหนีไปทางอื่น ชวนแบบนี้คงไม่พ้นจะให้ไปสองต่อสอง พี่พัฒคิดอะไรอยู่ พอดิ้นหนีก็ยิ่งเข้าหายิ่งกว่าเดิม
"ฉันไม่ว่างค่ะ ขอโทษพี่ด้วยนะ"
พัฒทิ้งหน้าเจื่อน ราวกับเส้นเชือกที่เคยเหนียวแน่นกำลังจะขาดวิ่น เหมือนณดาเริ่มก้าวขาถอยห่างจากเขาไปทีละก้าว
"แต่ว่า..พี่เตรียมตั๋วเครื่องบินไว้แล้วนะ แล้วก็จองห้องไว้แล้วด้วย พี่อยากไปกับณดาสองคนจริงๆ นะ"
มือสาวถูกดึงกลับมาอยู่ข้างลำตัวด้วยความฉุนไม่รู้จะตื๊ออะไรนักหนา "พี่ก็ยกเลิกสิ วันนั้นฉันมีงาน ฉันคงไปด้วยไม่ได้หรอก ทำไมพี่ถึงไม่ถามฉันก่อนล่ะว่าว่างหรือเปล่า"
"..." พัฒนิ่งเงียบสักพักก่อนตัดพ้อ "ปกติพี่ชวนไปไหนณดาไม่เคยปฏิเสธพี่เลยนะ แล้วทำไมเดี๋ยวนี้ถึงได้..."
ลูกนัยน์ตากลิ้งขึ้นบนมองหน้าพัฒ เออก็จริง เมื่อก่อนเธอแรดไปหน่อย อยากได้พี่พัฒจนตัวสั่นถึงขนาดหยอดคำหวานใส่ทุกวัน แต่ตอนนี้มันไม่อยากได้แล้วน่ะสิ ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้อยู่พี่พัฒคงต้องไปฟ้องปู่หรือพ่อแน่ และสุดท้ายเธอก็ต้องโดนบังคับให้ไปเที่ยวกับพัฒ ซึ่งเธอไม่ต้องการ
"พี่คะ ตอนนี้ฉันโตแล้วนะ แล้วก็มีงานที่ต้องสะสางอีกเยอะเลย ฉันหวังว่าพี่จะเข้าใจนะ" ณดายิ้มเล็กน้อยเกริ่นด้วยคำปลอบประโลม
พัฒพยักหน้าตอบรับเข้าใจเขาเลยไม่ยื้อต่อพร้อมยกมือขึ้นมาลูบหัวสาวเบาๆ
"พี่เข้าใจแล้ว ไว้คราวหลังแล้วกันนะ"
วันนัดหมาย
"ลมดีสุดๆ"
เสียงสาวไฮโซตะโกนลั่นโต้ลมเย็นหลังไปรับทนายลีถึงบ้าน ไม่รู้ว่าเธอตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น ถึงขนาดขนกระเป๋าใบใหญ่มาด้วย คงไม่ได้คิดจะไปค้างแรมที่อื่นหรอกใช่ไหม? ลีได้แต่ทำตามสาวเจ้าผู้ชี้ทางสว่างจากจีพีเอสเครื่องนำทางจนกว่าจะถึงที่หมาย
จากระยะทางเกือบสองร้อยกิโล น่าจะใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะถึง ให้ขับรถเปิดประทุนขึ้นเขาเนี่ยนะ มันโคตรน่ากลัว เครื่องรถแรงมากกว่าร้อยแรงม้าเหยียบนิดหน่อยก็วิ่งฉิว ไม่เหมือนรถกระป๋องที่เขาเคยขับเหยียบจนมิดก็ยังไม่เกินร้อย
อาการเก้ๆ กังๆ จากใจคนไม่เคยแตะรถแพงทำให้เขารู้สึกเกร็งไปหมด หากชนมาค่าซ่อมรถคงไม่สวยน่าจะแพงจนเงินในบัญชีหายวับไปหลายบาทแม้แต่ประกันเองก็คงเอาไม่อยู่ เขาพยายามขับรถอย่างระแวดระวังเหยียบเพียงแค่แปดสิบเร็วที่สุดแล้ว
ณดายิ้มแก้มปริปล่อยผมสยายรับแรงลม แถมยังบอกให้เขาขับเร็วขึ้นอีก เธอยืนขึ้นไม่คาดเข็มขัดประหนึ่งคนเล่นมิวสิควีดีโอ
ลีอยากให้เธอปลิวไปกับลมตอนนี้จะได้ขับรถกลับบ้านไปพักผ่อนสักที
"นี่คุณนั่งดีๆ หน่อยจะได้ไหม" ลีชำเลืองมองคนข้างๆ ที่ยืนโหวกเหวกโวยวายรับสายลม เขาพยายามปรามเธอให้อยู่กับที่ก่อนจะโดนด่านตรวจเพ่งเล็งเดี๋ยวจะโดนหลายข้อหาเสียก่อน
"ทนายลีมีหน้าที่ขับรถก็ขับไปสิ ทำไมฉันต้องนั่งด้วยลมกำลังเย็น" สาวย้อน
ปากเส้นเดียวถึงกับกระตุก เหยียบเบรกให้หัวทิ่มตอนนี้เลยดีไหม
ใบหน้าลีออกมาอย่างหัวเสียจนณดาถึงกับยิ้มเยาะ ขำภาพลักษณ์แสนขรึมที่ดูเคร่งเครียดนั่น
ปุ่บ!
"ว้าย!"
เสียงอุทานที่ทำให้ต้องเหลือบไปมอง ใบหน้าสวยนั่นกำลังถูกเล่นงานเข้าให้ ถุงพลาสติกใสลอยมากระทบใบหน้าอย่างจัง มาได้ถูกจังหวะจนลีถึงกับขำหญิงหน้าพลาสติก
"ฮ่า ฮ่า" ลีหัวเราะร่าสะใจชะมัด
ณดารีบดึงมันออกปัดมันทิ้งให้ปลิวตามแรงลมแล้วหันไปมองคนขำกลิ้ง รอยยิ้มบนเรียวปากนั่นกว้างถึงขนาดเห็นฟันเรียงกันอย่างชัดเจน มันตลกมากหรือไง
หญิงสาวทิ้งอารมณ์บูดรีบทิ้งก้นนั่งลงทันทีด้วยใบหน้าอันบึ้งตึง
ภาพเมื่อกี้ยังอยู่ในความทรงจำทำให้ลีปรายตามองเธออยู่เนืองๆ มันสะใจอย่างบอกไม่ถูก อาจเพราะเธอปากดีเลยโดนพระเจ้าลงโทษทันควัน
*****
"ขึ้นเนินไปก็ถึงแล้วคุณทนาย" ณดาโพล่งบอกหลังเห็นมันใกล้ที่หมาย
วิวทิวทัศน์ที่ประดับประดาไปด้วยต้นไม้ธรรมชาติ หมอกสีขาวกำลังจะจางหายจากแสงอาทิตย์ยามสายบรรยากาศสดชื่นจนอยากจะสูดดมเข้าปอดให้เต็มที่ จุดพักรถที่ไว้ชมวิวต้นไม้และภูเขาในจุดที่สูงกว่าน้ำทะเลมากกว่าหนึ่งพันฟุต แสงสีทองสาดส่องเข้ากระทบต้นไม้ราวกับอัญมณีที่มีใบไม้สีเขียวปกคลุมกันสายตาไว้ ความงดงามนี้ทำให้ณดาบอกลีให้จอดรถดูมัน
ณดายืนอยู่ตรงเหล็กกล้าเขตกั้นกันตกเขา เธอมองทอดไปยังข้างหน้าด้วยสีหน้าที่ปลื้มปริ่ม ความสวยงามจากภาพด้านล่างทำให้รักษาแผลใจที่ร้าวไปได้บ้าง
ผมน้ำตาลสีโค้กปลิวตามลมจนใบหน้าสาวนั้นเปล่งสว่างขึ้น ใบหน้าละมุนเคล้าสีโลหิตจางๆ จากการปะทะลมเย็น ทั้งที่ไม่ใช่หน้าหนาวแต่พื้นที่นี้กลับเย็นกว่าปกติ หรือเป็นเพราะเวลายังเช้าเกินไปเลยไม่ประสบพบกับความร้อน
ลีก้าวขาเข้าไปยืนเทียบข้าง ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็ดูมันสักหน่อยจะได้ไม่เสียเที่ยว มันก็สวยจริงๆ ความเขียวชอุ่มของแนวภูเขา
"ทำไมคุณไม่ชวนคู่หมั้นคุณมา? " ลีเปิดปากถามเรื่องส่วนตัว
ณดาเลิกคิ้วแล้วหันไปมอง "ก็คู่หมั้นฉันไม่ว่าง ชวนทนายลีน่ะดีแล้ว"
"หา.." ความรู้สึกหนักอึ้งในอก เขาไม่อยากให้ใครมาเห็นหรือรับรู้ว่าพาหลานผู้ว่าจ้างมาเที่ยว เกิดเขาฟ้องร้องอยากได้ค่าเสียหายขึ้นมาจะพากันซวยเสียเปล่า
"คุณณดาเราสองคนไม่ควรสนิทกัน เราไม่ได้อยู่ในฐานะเพื่อนนะครับ ถ้าเกิดมีใครไปพูดเรื่องผมกับคุณขึ้นมา คุณน่ะจะทำให้ผมลำบากแล้วคุณเองก็จะเสียหายไปด้วย"
เสียงเรียบเอ่ยขึ้นให้ณดาตระหนักถึงข้อเสีย แต่มีเหรอจะเข้าหูผู้หญิงดื้อด้าน
"ถ้าใครเอาไปพูด ฉันก็จะฟ้องค่ะ" เสียงยืนยันหนักแน่นพูดแบบไม่แยแส "อย่าลืมนะคะเราเคยขึ้นเตียงด้วยกันแล้ว ถ้ามีใครเอาไปพูดก็มีแต่คุณนั่นแหละ คุณทนาย"
เธอจ้องเข้าไปในตาของเขาด้วยสายตาเอาจริง "ฉันจะเอาให้หมดตัวเลย"
ทนายลีนิ่งเงียบจากการโดนข่มขู่ เป็นถึงทนายทำไมถึงปล่อยให้โดนแบบนี้ได้นะ รู้สึกอยากกลับไปเรียนเอาวิชามารมาให้มากขึ้น ไม่นึกว่าแม่นี่จะเล่ห์เหลี่ยมจัดเกินไป
ทว่าหน้าหวานหยดยิ้มทะเล้นกำลังจ้องเขาอยู่ทำให้ยากที่จะเมินมัน เขามองเธออยู่แบบนั้นทำไมถึงสวยได้ขนาดนี้ ไม่แปลกหรอกที่จะมีคู่หมั้นที่เลิศเลอและร่ำรวย
เมื่อมองใบหน้าหวานร้ายนั่นวิเคราะห์ด้วยความละเอียดกลับกลายเป็นภาพผุดของคืนวันนั้นในวันที่มีวันไนท์สแตนด์ สาวที่เร่าร้อนคว้าคอเขาด้วยสองแขน กอดลำคอเขาแน่นด้วยใบหน้าที่เหยเกเห่อแดงจนร้อน ความรู้สึกวาบหวามที่เกิดขึ้นทำให้ลีเบือนหน้าหนีจากสายตาเธอ
คิดอะไรของเราเนี่ย บ้าจริง