จากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ดราม่า,ตลก,ประธานบริษัท,รักข้างเดียว,รัก,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ซ่อนรักลับคุณทนายจากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ความสัมพันธ์ที่เกิดจากคืนเดียว เธอมารู้ทีหลังว่าคนที่จะมาเป็นทนายประจำตระกูลคือเขาคนนั้น เพราะคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกลับนอกใจไปกับผู้หญิงอื่น เธอจึงรู้ว่าชายคนนั้นไม่ได้ดีเด่อย่างที่เธอคิด การถอนหมั้นจะต้องพึ่งคุณทนาย เธอจะต้องได้ทนายมาเป็นพวกแต่จะทำอย่างไร ในเมื่อเขายึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองขนาดนั้น
มันเป็นจรรยาบรรณครับ
ลีก้มหน้าลงนิดหน่อย เริ่มครุ่นคิดในสิ่งที่ณดาสื่อสารออกมา ถึงปู่เธอจะเรียกเขามามันก็ไม่น่าจะมีเรื่องอะไรนอกเหนือเสียจากเรื่องพินัยกรรม
"เรื่องอะไรเหรอครับ?" ความไม่แน่นอนทำให้เขาถามเธอ
ตาหวานที่สวมคอนแทกต์เลนส์ยิ้มตอบเป็นนัยๆ จนตาหยี "เอาไว้คุณทนายไปคุยกับปู่มาก่อนแล้วกันนะคะ เดี๋ยวฉันจะบอกอีกที"
ลีสงบเงียบลงวิเคราะห์สาวตรงหน้า หรือว่าเธออยากจะรู้เรื่องพินัยกรรม ตั้งแต่เข้าสัมผัสอาชีพทนายตามผู้เป็นพ่อส่วนใหญ่ทุกครอบครัวจะมีปัญหากันเรื่องพินัยกรรมหลังผู้ครองทรัพย์สินเสียชีวิต มันเป็นเรื่องหลักที่พบเจอบ่อยถ้าครอบครัวหนึ่งมีพี่น้องหลายคน การแย่งสมบัติมักจะเกิดขึ้น และสุดท้ายคนที่ถูกด่าก็เป็นทนายทั้งที่ไม่ใช่เจ้าของผู้ลงนามยกสมบัติให้
ใช่! พวกเขามักจะหาว่าทนายดูผิดเสมอ ทั้งที่ผู้ทำพินัยกรรมต้องการแจกจ่ายเช่นนั้น ซึ่งบางครอบครัวก็จบด้วยการเสียชีวิตเพราะไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองได้ไป
"ทนายลีไม่กินเหรอคะ ฉันสั่งมาพิเศษเลยนะ" ณดาทักท้วงก่อนที่เขาจะเข้าไปพบคุณปู่ ให้อาหารกินไปก่อนจะได้ว่าง่ายๆ หน่อย เผื่อจะอยากกระดิกหางใส่เธอ
ลีถอนหายใจจนดัง
“เฮ้อ..” ให้เธอได้ยิน เป็นการบอกนัยๆ ว่าเอือมระอาเธอเต็มที่ แต่ดูท่ามันจะไม่ระแคะระคายกระทบกับเธอเท่าไหร่ สงสัยเนื้อในจะด้านเกินทน
ลีเลยหยิบส้อมขึ้นมากินสปาเกตตีไปหนึ่งคำกันเธอเสียน้ำใจ แต่มันไม่อร่อยเลยเพราะมันชืดจืดไปหมดแล้วจากอุณหภูมิในห้อง ชีสข้นเหนียวก็เกาะกันเป็นก้อนจนอยากอ้วกแตกต่อหน้าเธอด้วยซ้ำ เขากินไปคำเดียวแล้ววางลงเป็นการรับน้ำใจแบบพอดี
หลังจากนั้นใกล้เวลานัดช่วงบ่ายลีเดินออกมาจากห้องทำงานของนายจ้างสาว ณดาพยายามกดดันเขาน่าดูโดยให้เขาอยู่ในอาณัติห้องขังเดี่ยวของเธอ ไม่ยอมให้เขากระดิกตัวหรือรับโทรศัพท์เลยสักนิด ดูเธอจะเพ่งเล็งเป็นพิเศษ หรือว่าไม่ไว้ใจเขาเป็นพิเศษกันแน่ บางทีก็คิดว่าจะพูดออกไปเลยดีไหมจะจบเรื่องกับแม่นี่เสียที
ชายสวมสูทเปิดประตูออกมาจากห้องทำงานของณดา ดวงเนตรก็ตกตะลึงในทันทีเมื่อคอดันหันไปทางด้านซ้ายเห็นเข้าจะจะ ประจวบเหมาะชายผมขาววัยเจ็ดสิบเดินเข้ามาพร้อมคนติดตามถึงสามคน ลีไม่รู้จะหลบยังไงเขาประจันหน้ากันโดยมิได้นัดหมายให้มาเจอตรงนี้
ลียืนขาแข็ง เวรล่ะสิ! นี่มันห้องทำงานหลานสาวของผู้ว่าจ้าง การออกมาจากห้องแบบนี้ดูไม่เหมาะไม่ควร มันเหมือนเขาสนิทกับเธอเป็นการส่วนตัว สายตาเริ่มล่อกแล่กไม่นึกว่าความจะแตกเร็วขนาดนี้ ทั้งที่เขาคิดว่าจะแก้ปัญหาตัวยุ่งนี่ก่อนที่ปู่ของเธอจะรู้เรื่องเข้าว่ารับงานซ้อน หากปู่เธอคิดมากเขาอาจจะหมดความไว้เนื้อเชื่อใจในทันทีก็ได้ และสุดท้ายหน้าที่ทนายที่พ่อฝากฝังไว้ก็จะจบลง พ่อคงผิดหวังในตัวเขา
ณดามองไปยังปากทางออก ลียังคงยืนค้างเติ่งตรงประตู มือที่จับลูกบิดอยู่ยังนิ่งอยู่อย่างนั้น
เธอแปลกใจ ทำไมถึงไม่ไปเสียที
ณดาลุกขึ้นทันใดแล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปหาลีทางด้านหลัง
ด้านลี
"ทนายลี คุณมาทำอะไรที่นี่"
ด้านนอกนั่นเสียงแก่เปิดปากพลางชี้ไปที่ตัวเขา ชายหัวเทารู้สึกประหลาดทำไมถึงออกมาจากห้องทำงานหลานเขาได้
"เอ่อ..." เสียงครางเครือตอบกลับ ไม่รู้จะตอบอะไรบอกว่าเข้าห้องผิดน่าจะเป็นเหตุผลที่ดี แต่เขาจะเชื่อหรือเปล่ามันก็อีกเรื่อง "คือ..ผม"
"คุณปู่" ณดาเดินผ่านลีทันที มันกระทบเขาจนมือเขาหลุดออกจากลูกบิด
เสียงหวานจากหลานสาวทำให้ชายแก่นั้นกลับมาสนใจเธอแทนลีที่อยู่ในอาการพะว้าพะวังห่วงหน้าพะวงหลัง
ณดารีบเข้าไปเกาะแขนปู่ทำตัวให้น่าเอ็นดู จนปู่เปรยยิ้มให้
ทว่าปู่ฮันยังไม่ทิ้งข้อสงสัยที่ทนายเดินออกมาจากห้องทำงานของหลานสาว
"ทนายลีเข้าไปห้องหลานสาวผมทำไม" ปู่หันกลับมาถามต่อ
"เอ่อ.."
ณดาชำเลืองมองไปทางลี ดูท่าเขาจะหาคำตอบไม่ได้ เธอเลยช่วยพูดอีกแรง "หนูเรียกคุณทนายเขามาเองค่ะปู่"
"..." ปู่เอียงคอหันกลับไปมองหลานสาวที่เกาะแขนแน่นอย่างแน่นหนึบ "เรียกมาทำไม?"
"คือแบบนี้ค่ะคุณปู่ ตอนนี้หนูต้องการทนายส่วนตัว ช่วงนี้หนูต้องใช้ทนายบ่อยมากเลย"
"ทนายประจำบริษัทก็มีไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่ใช้พวกนั้น"
คำตอบที่ทำให้รู้ว่าสมองปู่ยังไม่เลอะเลือนเท่าไหร่สำหรับวัยเจ็บสิบ ยังจำได้แม่นสมกับเป็นเจ้าของบริษัท ณดาเม้มปากรู้สึกตอนนี้ต้องทำหน้าที่หลานสาวเอาแต่ใจเสียแล้ว
"หนูไม่ถูกชะตาค่ะ แถมไม่หล่อด้วย หนูชอบทนายลีมากกว่า"
คำตอบที่ทำให้ลีถึงกับอึ้ง มันจะได้ผลเหรอ แต่พอดูจากสีหน้าของปู่แล้ว เขายิ้มขำให้กับหลานสาว แสดงว่ามันได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์สงสัยเธอจะโดนตามใจตั้งแต่เด็ก พูดแค่นี้ก็เอาความสงสัยของปู่ตัวเองลงได้
ปู่หันกลับไปสนใจทนายลีอีกครั้ง
"เดี๋ยวเราไปคุยกันห้องโน้นนะทนายลี"
"ครับ" ลีผงกหัว
ขาแก่ๆ เดินผ่านเขาไปอย่างเชื่องช้าหลังบอกเขาถึงที่นัดหมาย ลีหันไปมองสาวไฮโซที่ยืนนิ่งร่ำลาปู่ เธอสะบัดผมเชิดหน้าโชว์เหมือนจะบอกเขาว่า ไม่ต้องขอบคุณเธอที่ช่วยมันก็แค่เรื่องกล้วยๆ ที่ใครก็ทำได้
ลีส่ายหัวเล็กน้อยปิดประตูลงแล้วเดินตามหลังปู่ของเธอทันที
หลังจากคุยงานเสร็จก็ได้มาพบกับเจ้าของวีรกรรมสุดป่วนจากแม่สาวไฮโซ ที่ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะอยากรู้อยากเห็นเป็นเอามาก ถึงขนาดให้คนมาดักรอรายงานทุกฝีก้าว
"นี่คุณ!"
ลีโพล่งขึ้นด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวหลังเห็นเธอเปิดประตูขึ้นมาบนรถตามเขาหลังเขาเล่นซ่อนแอบกับเธอ กะว่าจะหนีกลับเสียหน่อย เหมือนแม่นี่จะรู้ทันมาดักรอเขาที่รถ ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวยิ่งกว่าศัตรูในชั้นศาลเสียอีก
นัยน์ตาดำสนิทมองไปยังคนข้างๆ ด้วยสีหน้าเหม็นเบื่อเธอเต็มที่ ไม่น่าตอบรับเรื่องเป็นทนายส่วนตัวเลยให้ตายสิ
"ฉันกะไว้แล้วค่ะ ว่าทนายลีจะต้องหนีฉัน"
นี่จะหนียัยนี่ไม่พ้นเลยใช่ไหม ลีคิด
แค่แม่นี่ขึ้นมาบนรถก็รู้สึกกระตุ้นต่อมความโกรธา เธอใช้มือสะบัดไปมาตรงหน้าไล่ฝุ่น ทำเหมือนรถเขาสกปรก เข้าใจว่าเป็นรถเก่าไม่ต้องทำขนาดนี้จะได้ไหม มันดูน่าหงุดหงิด
"คุณเปลี่ยนรถใหม่ดีกว่าไหมคะ นี่มันเกินกว่าคำว่าสกปรกแล้วนะ ดูสิ แค่ปิดฝุ่นก็เยอะ แอร์ก็ไม่ค่อยจะเย็น ที่นั่งก็แข็งยังกับอะไร โอ๊ย! ปวดหลังชะมัด" ณาดาขยับตัวนิดหน่อยให้นั่งได้เหมาะเจาะกับเบาะหลัง
ฝ่ายชายจับพวงมาลัยกัดฟันแน่น อยากจะฆ่าผู้หญิงไร้มารยาทคนนี้ ไม่ได้เชิญขึ้นมาสักหน่อย ขึ้นมาเองไม่ใช่หรือไง
"ถ้านั่งไม่ได้ก็ลงไปเถอะ" ลีสบถออกมาเบาๆ
"หือ" น้ำเสียงเบาๆ ลอยมากระทบใบหูแทบไม่ได้ยินที่ลีสื่อสาร เธอหันหน้าไปถามความอีกครั้งจนลืมเรื่องความสกปรกของรถ
"อะไรนะคะ"
"เปล่าครับ" เสียงเรียบตอบกลับพลางถอนหายใจ
ลีนั่งตัวตรงสังเกตรอบสถานที่จอดรถ ยังไม่มีผู้คนเดินลงมาจากตึก หรือเป็นเพราะช่วงบ่ายสามยังไม่เลิกงานดี เลยไม่มีพนักงานสักคน
เขาตระหนักได้ว่าควรออกจากสถานที่ตรงนี้ เกิดใครมาเห็นเข้าจะยุ่งไปกันใหญ่เดี๋ยวจะหาว่าสนิทกันเกินควร เขาเข้าเกียร์กระปุกแล้วขับรถออกทันที
สุดท้ายเข้าไปจอดรถอยู่ข้างทางตรงสวนสาธารณะ เขาเลือกข้างทางเพราะรำคาญแม่สาวที่บ่นมาตลอดทางว่าอยากจะดื่มกาแฟและร้อน ไม่ใช่คนขับรถเสียหน่อยที่อยากจะสั่งอะไรก็ได้ ลีเริ่มหัวเสียจนมาจบอยู่ในสถานที่ว่างเปล่าที่มีเพียงร่มเงาของต้นไม้ใหญ่คลุมรถอยู่
"เอ้า! ฉันบอกว่าอยากดื่มกาแฟไงคะทนายลี" เธอกอดอกสั่งคนขับเหมือนพี่หลอยคนรับใช้
เส้นเลือดตรงขมับขาดผึ่ง มันทนไม่ไหวแล้วนะโว้ย! ลีเริ่มเดือด
"นี่คุณ ขึ้นรถตามมาเองยังจะเรื่องมากอีกนะ ผมไม่ได้เรียกคุณให้มาด้วยสักหน่อย" เขาหันไปต่อว่าทันที
ณดาหันไปมองลีด้วยสายตาอันขุ่นเคือง ไม่กินก็ได้กาแฟ กะจะหาที่เย็นๆ เลี้ยงเครื่องดื่มสักหน่อย ให้ตายสิสงสัยจะหวังดีผิดจังหวะ
"ก็ฉันส่งข้อความไปทนายลีแล้วแต่คุณไม่ตอบกลับเอง ฉันกะแล้วว่าทนายลีจะต้องหนีฉัน ถ้าไม่ทำขนาดนี้ ฉันจะได้เจอคุณไหม เกิดปล่อยคุณกลับบ้านไปคุณทนายก็จะปิดโทรศัพท์หนีอีก"
ลมก้อนใหญ่ตีขึ้นพ่นออกจากปากทันใด คงหนีเธอไม่พ้นจริงๆ
"เลิกสนใจเรื่องฉันดีกว่านะทนายลี เรามาคุยกันเรื่องสำคัญดีกว่าค่ะ" เธอใช้มือโบกสะบัดแทนพัดมันรู้สึกร้อนขึ้นกว่าเดิมอีก
"ไม่ต้องบอกว่าเรื่องสำคัญหรอกครับ คุณอยากรู้เรื่องพินัยกรรมใช่ไหม?"
"..."