จากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ดราม่า,ตลก,ประธานบริษัท,รักข้างเดียว,รัก,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ซ่อนรักลับคุณทนายจากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ความสัมพันธ์ที่เกิดจากคืนเดียว เธอมารู้ทีหลังว่าคนที่จะมาเป็นทนายประจำตระกูลคือเขาคนนั้น เพราะคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกลับนอกใจไปกับผู้หญิงอื่น เธอจึงรู้ว่าชายคนนั้นไม่ได้ดีเด่อย่างที่เธอคิด การถอนหมั้นจะต้องพึ่งคุณทนาย เธอจะต้องได้ทนายมาเป็นพวกแต่จะทำอย่างไร ในเมื่อเขายึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองขนาดนั้น
มันเป็นจรรยาบรรณครับ
หลายวันต่อมาในคฤหาสน์ณดา
ณดาทำตามที่ทนายลีบอก คือไม่โทรหา เธอจะทำให้เขาตายใจจะได้ไม่ต้องระแวงเธอมากนัก ช่วงนี้ยิ่งเห็นทนายลีเข้ามาหาปู่บ่อยครั้ง สงสัยเรื่องที่คุยกันคงจะเป็นเรื่องด่วน
ก่อนหน้านั้นลีเดินผ่านณดาอย่างนิ่งเฉยไม่แม้แต่จะหันมามอง เขาไม่ให้ค่าเธอสักนิดแม้จะเป็นคนจ้าง แค่เห็นก็โมโหอยากจะฟ้องทนายจางให้รู้แล้วรู้รอดเรื่องพฤติกรรมของทนายลี เอาทนายจางกลับคืนมาประจำการเดิมจะดีกว่าไหม
ช่วงนี้ปู่ท่านเรียกมาพบบ่อยเกินเหตุจนณดาสงสัย เห็นว่าช่วงนี้สุขภาพของท่านแย่ลง เป็นเพราะโรคหอบของปู่กำเริบหนักขึ้นหรือเปล่า? ช่วงนี้เห็นท่านเข้าโรงพยาบาลบ่อยเสียด้วย
ณดาเริ่มเป็นห่วงอาการปู่ ควรละเว้นเรื่องของพี่พัฒไปก่อน หลังจากที่คิดได้ว่าหากคุยกับปู่ไปตรงๆ เรื่องขอถอนหมั้น อาจจะได้คำตอบดีกว่าผู้เป็นพ่อก็ได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังกังวลใจที่จะบอกปู่เรื่องนี้อยู่ดีเพราะปู่ชอบหลานเขยในอนาคตคนนี้มากเป็นพิเศษ ไม่รู้ทำไมถึงได้ชอบพัฒนักหนา
ส่วนพี่พัฒ ในตอนนี้ก็เหมือนจะเร่งทำคะแนน เข้ามาหาปู่ถี่เสียเหลือเกิน ณดาทำได้เพียงแค่หลบหน้าเขา ให้แม่บ้านบอกว่าไม่อยู่เวลาที่พี่พัฒถามถึง
วันนี้เป็นอีกครั้งที่ทนายลีมาบ้าน เขาเดินผ่านเธอโดยไร้การทักทายเช่นเคย ไม่รู้ว่ากลัวเธอจะแผลงฤทธิ์หนักหรือเปล่า เลยเดินเฉิบผ่านร่างสาวอย่างไว ด้วยขาที่ยาวปานต้นเสา
ตอนนี้ณดาอยู่ในพื้นที่สวนของคฤหาสน์บ้านของตนเอง ในซุ้มนั่งเล่นที่มีโต๊ะขาวเหล็กดัดขนาดเล็กไว้จิบน้ำชายามว่าง
ณดามองไปยังรถที่จอดอยู่ รถกระป๋องไร้ราคาของทนายลีที่เธอชอบดูถูกมัน ขนาดมีแม่ยกอย่างผู้หญิงไฮโซคนที่ไปกินข้าวด้วยกันกับเขาที่โรงแรม ลีก็ยังใช้ของไร้ความภูมิฐานจนดูเป็นทนายกิ๊กก๊อกจนๆ เห็นแล้วช่างอนาถใจ รถเก่าเสียจนคิดว่าเอาทำเป็นเศษเหล็กยังจะดูมีประโยชน์กว่า ไม่กี่ปีหรอกเดี๋ยวมันก็พัง
ดวงตาน้ำตาลสังเกตเห็นรถดำคันเก่าที่เพิ่งขับออกไปจากบ้านของเธอ พอนึกถึงพฤติกรรมของทนายลีที่เป็นแบบนั้นแล้ว ก็พอจะรู้ว่าคงจะทนพฤติกรรมความเอาแต่ใจของเธอไม่ไหวจริงๆ เธอควรจะทำยังไงถึงจะตีสนิทกับเขาได้ อยากให้เขารู้สึกไว้วางใจจนยอมมาเป็นคนของเธอ อยากจะคว้าเขาไว้ข้างกายดูท่าจะมีประโยชน์อยู่ไม่น้อย
ผ่านไปสักพักแม่บ้านคนสนิทโคนมนำผลไม้จำพวกส้ม แตงโม ที่ปอกเปลือกจัดใส่จานมาวางที่โต๊ะ ณดาเลยเอ่ยปากถามทันใด
"พี่พัฒกลับไปยัง"
"ยังเลยค่ะคุณหนู คุณพัฒคุยกับคุณท่านอยู่ค่ะ" โคนมรินน้ำชาดอกกุหลาบจากกาน้ำเซรามิกให้
ไม่รู้จะมาทำไม ทั้งที่บอกไปแล้วว่าไม่ต้องบ่อยก็ได้ ณดาคิดพลางมองไปยังบนชั้นสองหน้าต่างห้องทำงานของปู่ ยิ่งไม่อยากเจอพี่พัฒก็ยิ่งวิ่งเข้าหา หรือว่าจะกลับไปทำตัวแบบเดิมดีนะ ทำตัวติดเขาเป็นตังเมเหมือนเมื่อก่อนเผื่อพี่พัฒเขาจะเบื่อเร็วๆ
"นี่ โคนม"
"คะ คุณหนู"
"ฉันถามอะไรหน่อยสิ" ณดาเปิดปากขึ้น ที่ปรึกษาหนึ่งเดียวที่อยู่กับเธอมาตั้งแต่วัยรุ่น หญิงมีอายุ 45 คนนี้น่าจะมีประสบการณ์ชีวิตมาเยอะ
โคนมพยักหน้าเป็นการตอบ
"ทำยังไง ให้ผู้ชายเขาไว้ใจเรางั้นเหรอ?"
โคนมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย คิดตามคำพูดของนายสาว เธอเม้มปากนิดหน่อยพลางไตร่ตรองย้อนถึงคำถาม มันตอบยากไม่น้อยเลยนะสำหรับคนที่เคยมีแต่แฟนแล้วยังไม่แต่งงาน เธอเงยหน้าขึ้นมองฟ้าหาคำตอบสักพัก "ฮืม..."
"คงเป็นของขวัญมั้งคะ คุณหนู"
"ของขวัญเหรอ?"
"หรือไม่ก็ความจริงใจแบบนี้"
"ความจริงใจ ฉันไม่เข้าใจหมายถึงอะไร?" ณดาถามกลับด้วยใบหน้าคิ้วขมวด
โคนมทิ้งตากลับมามองนายสาวอีกครั้ง พรั่งพรูถึงความจริงใจ
"แหม คุณหนู ก็อย่างเช่น ไปหาบ้าง โทรไปถามสารทุกข์สุกดิบบ้างแบบนี้น่ะค่ะ คล้าย ๆ กับพยายามสนใจเรื่องส่วนตัวของเขาบ้าง หรือว่าทำเป็นห่วงเขาสักหน่อยให้เขารู้สึกสบายใจที่มีเราอยู่ด้วยไงคะ คุณหนู"
"อ้อ! แบบนี้นี่เอง" ณดาพยักหน้ากลับ เข้าใจแล้ว แสดงความจริงใจใช่ไหม ณดาชำเลืองมองไปที่ห้องปู่บนชั้นสองอีกครั้ง ตอนนี้ตัวช่วยที่ต้องการอยู่ในนั้น และกำลังคุยกันออกรสชาติเสียด้วย
โคนมมองตามสายตาที่ทอดผ่าน เธออมยิ้มเล็กน้อยเพราะความน่ารักของคุณหนู สงสัยนายสาวของเธอคงหมายถึงพี่พัฒคู่หมั้น รักกันดีจริงๆ นะคู่นี้ โคนมรินน้ำชาต่อหลังนายสาวดื่มมันจนหมด
หลายวันต่อมา
ปิ๊งป่อง!
เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นจนลีต้องสะดุ้งตื่นนอนในเวลาแปดโมงเช้าใครนะมาแต่เช้าเชียว ทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุดพักผ่อน เขาเลิกผ้าห่มออกลุกขึ้นนั่ง มือใหญ่ถูกยกขึ้นมาลูบคอให้คลายอาการง่วงก่อนที่จะก้าวขาลงจากเตียงนอน
แววตาดำสนิทยังไม่อยากลืมตาตื่น เมื่อคืนนอนดึกเพราะมัวแต่ตรวจข้อกฎหมายที่จะใช้ในชั้นศาล
ปิ๊งป่อง! ปิ๊งป่อง! ปิ๊ง! ปิ๊ง!
เสียงกดกริ่งชนิดที่ไม่เกรงใจคนในบ้านถูกกดย้ำจนประสาทเสียหลังตื่นนอน
"กดอยู่ได้ ใครฟระ"
เมื่อเสียงกริ่งกวนประสาทไม่หยุดทำให้เขาต้องตั้งสติลุกจากเตียงนอนเร็วขึ้น ไม่ได้สั่งของหรือทำอะไรทิ้งไว้สักหน่อยทำไมถึงมีคนมาแต่เช้า ลีเดินไปพร้อมสีหน้าที่ยับยู่ยี่ หน้าไม่ล้าง ฟันไม่แปรง ร่างอันหนักหน่วงจากการทำงานต้องค่อย ๆ ก้าวขาไปเปิดประตู ถ้ามาเคาะบ้านผิดจะด่ากลับให้หนักเลย ช่างมากวนเวลานอนอันเป็นสุข
แกร่ก!
"ครับ มีอะไร.."
"หือ"
หลังเปิดประตู มือชะงักคาอยู่ตรงลูกบิดทันที ดวงตาบุรุษเบิกโตเท่าไข่ห่าน กลิ้งลูกนัยน์ตาจากบนลงล่างเมื่อพบสิ่งไม่คาดคิดยืนอยู่หน้าประตู ใบหน้าหวานปากรูปปีกนกยิ้มกว้างถูกส่งมาให้หลังเห็นฝ่ายชายในชุดนอนลายทาง
เธอมาพร้อมชุดเดรสสีดำรัดรูปกระโปรงสั้นครึ่งขา ผ้าเปิดไหล่ด้านบนมือจับกระเป๋าสะพายที่พกมาด้วยพร้อมกับความตั้งใจที่เปี่ยมล้น และยิ้มแสนหวานราคาหลักล้านของเธอ
"คุณณดา คุณมาทำอะไร?"
"ก็มาหาทนายลีน่ะสิคะ นี่บ้านทนายลีไม่ใช่เหรอ" ฝ่ายหญิงตอบกับพร้อมเผยยิ้มน้อย ๆ "ฉันวนหาบ้านคุณตั้งนาน นี่ถ้าไม่เห็นไอ้เศษกระป๋องนี่จอดอยู่หน้าบ้านคุณนะ ฉันคงขับวนหาอีกนาน ต้องขอบคุณมันนะ"
"หา.."
ทนายลีถึงกับนิ่งถนัด มาหาที่บ้านแล้วยังมีหน้ามาว่ารถเขาเป็นเศษกระป๋อง ผู้หญิงคนนี้ช่างไร้มารยาทการศึกษาเสียจริง
"จะไม่เชิญฉันเข้าบ้านหน่อยเหรอคะ ฉันซื้อของมาฝากเต็มเลยนะ" เธอเชิดปากปีกนกขึ้นเล็กน้อยบอกกลับ กรุณาชวนเธอเข้าบ้านด้วยตามธรรมเนียมคนมาเยี่ยมถึงที่
ลูกตามองลงช่วงล่างของสาว ถุงกระดาษและถุงหิ้วพลาสติกหลายถุงอยู่ที่มือของเธอ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องมาหาถึงบ้านด้วย มีเรื่องสำคัญหรือไงนะ แล้วเธอรู้ได้ไงเรื่องที่อยู่ของเขา ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว
ในบ้านของลี
หลังก้าวขาเข้ามาภายในบ้าน สายตาที่ไม่คุ้นเคยถูกกวาดไปโดยรอบ ณดาสำรวจความเป็นอยู่ของทนายตัวเก่ง บ้านเดี่ยวหลังเล็กสองชั้นขนาด 50 ตารางวา ภายในตกแต่งเรียบๆ เหมือนบ้านคนชั้นกลางทั่วไป โซฟาสีดำเรียบๆ ในห้องที่รับแขกนั่น ดูท่าจะนั่งแล้วแข็งเพราะทำจากหนัง PU ราคาถูก โต๊ะไม้อัดเรียบๆ ที่ราคาไม่กี่พันตั้งอยู่ใกล้ห้องครัว แค่ก้าวขาจากโซฟาในที่นั่งเล่นแค่สิบก้าวก็ถึงโต๊ะแล้ว แคบจริงๆ
เมื่อมองบนเพดานมันช่างแตกต่างกับบ้านของเธอที่ต้องมีโคมไฟคริสตัลระย้า แต่ที่นี่มีแค่หลอดไฟนีออน แถมหลอดไฟยังมีคราบฝุ่นดำๆ เกรอะกรังอยู่ แค่เห็นก็อยากจะเอาเครื่องฟอกอากาศมาตั้งในบ้านหลายๆ ตัว เอาอากาศบริสุทธิ์มาให้ฉันเดี๋ยวนี้
สกปรกชะมัด อยู่แบบนี้เหรอเนี่ย ก็ยังดีที่บ้านสะอาด
ณดาทำใจสักพักก่อนจะสูดอากาศในบ้านของทนายลี มันคงจะอบอวลไปด้วยเชื้อโรค รู้แบบนี้น่าจะใส่หน้ากากอนามัยมาด้วย ณดาเลิกสนใจสิ่งโดยรอบหันมาเป็นเพื่อนที่ดีของทนายลีดีกว่า หลังเข้ามาในบ้านสักพัก เธอก็ทำหน้าที่เหมือนเพื่อนสนิทที่คอยห่วงใยทันที
"ให้ฉันเอาของวางไว้ไหนดีคะ?"
"วางไว้บนโต๊ะก็ได้"
"ค่ะ" ณดายิ้มหวานพลางเดินไปที่โต๊ะอาหาร
พอเห็นหญิงสาวเข้ามาในบ้านคงต้องไปจัดการตัวเองเสียหน่อย สภาพคนเพิ่งตื่นมันแทบดูโสมม ต่อหน้าหญิงสาวภายใต้บ็อกเซอร์ตัวเดียวแล้วมันคงจะอุจาดตาสำหรับคุณหนูไฮโซ
ผ่านไปชั่วครู่ อาหารถูกจัดแจงไว้บนโต๊ะไม้ จนทนายลีเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อยืดกางเกงผ้าฝ้ายขายาว ลีมองดูหลังของสาวกำลังจัดจานอย่างขะมักเขม้นดูกระตือรือร้นอย่างแปลกประหลาด ไม่เข้าใจว่าเธอจะมาทำไม หรือมีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกัน
"คุณมีอะไรหรือเปล่า?" ลีเปิดปากถามทันใดพร้อมก้าวขาเข้าไปที่โต๊ะ
เสียงเรียบที่ทำให้หันไปมอง "ไม่มีหรอกค่ะ ฉันแค่มาเยี่ยมคุณเอง"
ลีเลิกคิ้ว "มาเยี่ยม"
"ทำไมคะ แปลกเหรอ?"
ก็แปลกน่ะสิ ใบหน้านิ่งปนความมึนกำลังรู้สึกแคลงใจอย่างบอกไม่ถูก วันนี้เธอจะมาป่วนอะไรอีกหรือเปล่า ผู้หญิงคนนี้หากไม่มีผลประโยชน์ก็ไม่น่าจะเข้ามาหานะ ขนาดบอกไม่ให้โทรหา ก็ไม่โทรจริงๆ แต่เล่นมาตัวเป็นๆ แบบนี้ดูจะหน้าด้านชาไปหน่อย
"ฉันมาเยี่ยม ดูสิ ฉันซื้อของมาเยอะเลย อันนี้ฟัวกราร้านที่ฉันชอบค่ะทนายลี ส่วนอันนี้ก็ซูซิโอโทโร่จากโรงแรมดัง ส่วนนี่ก็ข้าวหน้าปลาไหลคัดเกรดอย่างดีเลยนะ แล้วก็..." เล็บเจลสีขาวครีมมุกชี้ไล่อาหารทีละอย่างอธิบายความ
ลีมองตามนิ้วที่ชี้ไปทางอาหารสักพัก อาหารราคาสูงทั้งนั้นที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะ และยังมีอีกหลายถุงที่ยังไม่ถูกเปิดออก มันรู้สึกตงิดใจยังไงก็ไม่รู้ ผู้หญิงคนนี้ไม่สามารถเดาทางได้เลย หรือว่าช่วงนี้เธอเห็นเขาเข้าหาปู่เธอบ่อยก็เลยกลัวว่าเขาจะขายข่าวเสียของเธอ
"นี่คุณมาทำอะไรกันแน่ ไม่ใช่แค่มาเยี่ยมหรอกใช่ไหม?" ความสงสัยทำให้ลีถามต่อ
ณดารีบหันมาทิ้งยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที ดวงตาขยายใหญ่ขึ้น ดูออกด้วยเหรอ ฉลาดนี่
"ใช่ ฉันเห็นว่าทนายลีเป็นทนายประจำตระกูลฉันมานาน ฉันเลยมีของขวัญมาให้ด้วย"
คิ้วเริ่มผูกเป็นโบ "ของขวัญ?"
"ใช่ค่ะ ของขวัญ" ณดาฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงกันเป็นแถบ มันดูสยองอย่างกับหนังผี
เคร๊ง! กึ่ง! โครม! ปึ้ง!
"หือ เสียงอะไรน่ะ" ลีฉงน เสียงที่มากระทบใบหู ทำให้เส้นประสาทต้องหันไปสนใจมีอะไรเกิดขึ้นหน้าบ้าน คลับคล้ายเสียงรถใหญ่กำลังทำงาน หรือรัฐบาลจะเข้ามาขุดเจาะถนน ทำไมไม่เห็นมีป้ายประกาศเตือน ขายาวของชายจึงรีบก้าวไปเปิดประตูดู ส่วนณดาก็เดินตามหลังเขาด้วยรอยยิ้มหวานโรยน้ำเชื่อมราคาแพง
แต่แล้วหลังเขาเปิดประตู ดวงตาดำสนิทกลับเบิกกว้างจนเห็นตาขาวสามในสี่ ขาและแขนชะงักเมื่อเห็นสิ่งตรงหน้า ใบหน้าตกตะลึงพรึงเพริดเมื่อเห็นมัน รถสุดที่รักกำลังถูกรถลากอีกคันจูงมันออกจากที่จอดรถ รถเก่าแสนหวงมันกำลังจะหนีไปต่อหน้าต่อตา
"เฮ้ย! เดี๋ยว! เอารถฉันไปไหนน่ะ" ลีรีบวิ่งตามทันทีด้วยใบหน้าที่แตกตื่น วิ่งตะโกนบอกคนขับหวังให้ได้ยิน แต่ไม่ทัน รถขับเร็วเกินจนนึกว่าเป็นพวกตีนผี สุดท้ายเขาก็หอบแฮ่ก! อยู่หน้าปากซอย "เดี๋ยวสิ เฮ้ย!"
ณดาเดินตามหลังมาอย่างเงียบๆ เธอยิ้มอย่างภาคภูมิใจ มาหยุดยืนอยู่ข้างทนายลี
ลีหันไปสนใจเธอ หรือว่าจะเป็นฝีมือแม่นี่ แม่สาวไฮโซ