จากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ดราม่า,ตลก,ประธานบริษัท,รักข้างเดียว,รัก,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ซ่อนรักลับคุณทนายจากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ความสัมพันธ์ที่เกิดจากคืนเดียว เธอมารู้ทีหลังว่าคนที่จะมาเป็นทนายประจำตระกูลคือเขาคนนั้น เพราะคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกลับนอกใจไปกับผู้หญิงอื่น เธอจึงรู้ว่าชายคนนั้นไม่ได้ดีเด่อย่างที่เธอคิด การถอนหมั้นจะต้องพึ่งคุณทนาย เธอจะต้องได้ทนายมาเป็นพวกแต่จะทำอย่างไร ในเมื่อเขายึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองขนาดนั้น
มันเป็นจรรยาบรรณครับ
"นี่เป็นรูปผู้หญิงที่ผมอยากให้คุณตามดูทุกฝีก้าว"
พัฒยื่นรูปถ่ายณดาให้กับนักสืบที่จ้างวานมา
ชายชุดผ้าร่มสีดำ ใส่หมวกแก๊ปแว่นดำยื่นมือไปรับ เขาถอดแว่นออกแล้วมองวิเคราะห์ดูรูปถ่าย
"ผู้หญิงคนนี้ผมรู้จัก ไฮโซนี่คนนี้ จะให้ตามเธอทำไม"
พัฒนิ่งไปสักพัก เผยสีหน้าไม่ชอบใจหลังนักสืบตั้งคำถาม ดวงตาส่งกลับไปด้วยความก้าวร้าว "เป็นแค่นักสืบ แค่รู้หน้าที่ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ กฎของนักสืบคือมีหน้าที่สืบ ไม่ต้องสอดรู้"
ชายชุดดำกลืนน้ำลาย นายจ้างคนนี้วางอำนาจใส่เขาประหนึ่งเหมือนคนมีอิทธิพลในวงกว้าง สายสืบเก็บรูปลงใส่กระเป๋าแล้วจดจำหน้าเขาไว้ นายจ้างปากดี
"ผมจะสืบมาให้ ต้องการแค่รูปอย่างเดียวใช่ไหม?"
"ถ้ามีเซอร์วิสชาร์จก็จะดี"
ชายชุดดำมองพัฒด้วยใบหน้าเรียบมันรู้ซึ้งถึงความหมาย เขาคงจะหมายถึงเอาข้อมูลอย่างอื่นมาด้วยโดยไม่ต้องให้เขาบอกหรืออย่าให้เขาพูดอะไรมากไปกว่านี้
สายสืบพยักหน้ารับทราบแล้วสวมแว่นดำเดินหันหลังกลับไปโดยไม่พูดอะไรต่อ
หลายวันต่อมา
ตุ๊บ!
พัฒโยนซองสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงาน หลังได้รับจดหมายเป็นซองขนาดใหญ่ที่เพิ่งได้มาจากเลขา รูปทุกใบกระจัดกระจายเต็มโต๊ะไปหมด เขาก้มหน้าลงแววตาฉายแววสับสน ทิ้งลมหายใจถี่ด้วยความโกรธที่เพิ่งเข้ามาแทรก ฝ่ามือทั้งสองข้างค้ำไปที่โต๊ะมองพวกรูปถ่ายที่ได้มาจากนักสืบ
รูปณดาเดินคู่ทนายลีบนทางเดินฟุตบาท
รูปนั่งอยู่บนรถยิ้มหัวเราะร่าด้วยความสุข
รูปที่นั่งรับประทานอาหารร่วมกันบนโต๊ะสองต่อสอง
แต่สิ่งที่ทำให้หมกมุ่นและเลือดขึ้นหน้าที่สุดเห็นจะเป็น
รูปที่ณดายื่นหน้าไปใกล้ทนายลีปานหยอกล้อผู้ชายเล่น ฝ่ายทนายลีกลับทิ้งหน้าแดงที่ขวยเขินออกมาให้เห็นอยู่ในรูป ยิ่งดูยิ่งเจ็บใจ
มือทั้งสองที่วางทาบบนโต๊ะทำงานค่อยๆ จิกเนื้อไม้แน่นกรีดมันเข้ามาหาตัวด้วยความแค้น
"ไอ้ทนายลี แกกล้ามากนะ ที่มายุ่งกับของของฉัน"
แววตาเกรี้ยวกราดราวสัตว์กินเนื้อ เผยออกมาแทบอยากจะไปล่าเหยื่อที่ด้อยกว่าตัวเอง อยากจะฉีกมันเป็นชิ้นๆ ไม่ให้เหลือหลักฐานสาวมาถึงตัว เขามองไปที่มือถืออีกทีคิดหาวิธีการที่จะทำให้ไอ้ทนายลีมันดิ่งจมดิน แต่ก่อนที่จะจัดการมันนั้น ต้องทำเรื่องสำคัญเสียก่อน ตอนนี้เขารู้สึกคิดถึงณดา
ในบริษัทหวงกรุป
ณดากำลังวุ่นอยู่กับการอ่านรายงานที่ได้รับจากเลขา มันเป็นรายชื่อผู้สนใจร่วมโครงการขนาดยักษ์ โครงการระดับพันล้านแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ฝ่ายผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์เห็นสมควรที่จะต้องมีการตั้งโรงแรม หรือคอนโดมากขึ้น คู่ค้าและผู้ขายส่วนมากหลายคนให้ความสนใจในโครงการนี้ แต่ทว่าเงินก้อนโตขนาดนั้นมันทำให้คิดหนัก ต้องคิดถึงผลที่จะได้จากการลงทุนครั้งนี้ด้วย เธอคิดวนไปคำตอบที่ได้ คงต้องพึ่งพี่พัฒที่เก่งด้านการคำนวณ เขาแทบไม่เคยผิดพลาดเวลาใช้หัวสมองไปกับมัน
พี่พัฒเองก็มีบริษัทอสังหา คิดว่าเขาคงสนใจโครงการนี้เหมือนกัน ณดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรหาพัฒทันที
ตู๊ดดด!
ด้านพัฒนั้นตอนนี้ก็ยังเคืองขุ่นไม่หาย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาพอดี เขามองไปยังมือถือ ต้นสายที่โทรเข้ามาชื่อณดาโผล่ขึ้นมาเป็นตัวอักษรภาษาไทย เขามองมันแล้วครุ่นคิดสักครู่ ผ่านไปสิบห้าวินาทีอารมณ์ที่โกรธยังไม่ดับดี เขาต้องผ่อนปรนอารมณ์ลงสักพักก่อนที่จะใส่อารมณ์ร้อนไปกับณดา
พัฒถอนหายใจแล้วรับมัน
"ว่ายังไงณดา" เสียงหวานปานเจ้าชายพ่นออกมาเมื่ออยู่ในอารมณ์ปกติแต่ภายในยังหมกมุ่นอยู่กับความแค้น
"พี่รับสายช้าจัง"
"พี่เพิ่งได้ยินเสียงโทรศัพท์น่ะ พี่เพิ่งกลับเข้ามาในห้อง"
"เหรอคะ"
"ณดามีอะไรหรือเปล่า"
"พอดีฉันมีเรื่องจะปรึกษาหน่อยค่ะ ตอนนี้พี่พัฒว่างไหมคะ"
พัฒมองไปที่นาฬิกาแผ่นอะคริลิกใสตัวเลขดิจิตอลตรวจสอบเวลา 14:00 น.
"พี่ไม่ว่างตอนนี้น่ะสิ" พัฒปฏิเสธทันที ซึ่งปกติน้อยนักที่เขาจะบอกปัดเธอ ยกเว้นตอนที่เขาอยู่กับผู้หญิงอื่น
"ไม่ว่างเหรอคะ แล้วพี่ว่างตอนไหนเหรอ?" ณดาถามอีกครั้ง ยังไงเรื่องนี้ต้องปรึกษาพัฒคนเดียว
"พี่ว่างตอนเย็น"
ณดากะพริบตาปริบ ตอนเย็นเหรอ? เธอนัดกับทนายลีไว้ เอายังไงดี อุตส่าห์เริ่มสนิทกันแล้วแท้ๆ อีกไม่นานก็คงจะเอาทนายลีเข้าเป็นพวกตัวเองได้ เขาเริ่มคุยง่ายและเรียกตัวมาง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน ไม่เล่นตัวเหมือนอย่างเคย
คิ้วสีน้ำตาลของสาวเจ้าเริ่มขมวดเข้าหากัน เอาไงดี ช่วงนี้เราเองก็ไม่ค่อยจะไปไหนมาไหนกับพัฒสักเท่าไหร่ ตอนนี้เหมือนพี่เขาเริ่มจะรุกหนักซะด้วย
ณดาคิดย้อนไปพัฒทั้งกอดทั้งแอบหอมแก้มเธอในช่วงที่เขาเข้ามาหาที่บริษัท ตอนนี้รู้สึกเหมือนพัฒจะเริ่มก้าวข้ามเขตแดน
ณดาใช้ฟันขบปากล่างปลิ้นออกจนดัง จิ๊! แบบไม่สบอารมณ์ ถ้าว่างตอนเย็นไม่รู้ว่าพัฒจะพาไปไหนต่อหรือเปล่า? คงไม่คิดจะไปต่อกันที่โรงแรมหรอกนะ
หากคิดดูแล้ว หลายวันที่ผ่านมาเวลาพัฒชวนณดาไปไหนแต่ละทีณดาก็จะปฏิเสธอ้างเรื่องงานอยู่บ่อยครั้ง ถ้าตอนนี้ปฏิเสธอีกพัฒคงจะระแคะระคายว่าเธอเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน พี่พัฒอาจจะทำอะไรก็ได้ที่เธอคาดไม่ถึง แม้พัฒจะเป็นพี่ชายที่แสนดีแต่ก็ชอบเอาเรื่องส่วนตัวระหว่างเธอกับเขาไปปรึกษาปู่จนไม่มีคำว่าส่วนตัวจริงๆ ณดากลั้นใจก่อนจะตอบกลับ
"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปหาพี่ตอนเย็นนะคะ"
พัฒรู้สึกประหลาดใจ ณดาเนี่ยนะจะมาหา ปกติต้องเอาแต่ใจให้ไปรับหรือไม่ก็ให้ไปหาเอง ถ้าไม่ไปก็ทำหน้างอหายเข้ากลีบเมฆจนกว่าจะได้ของขวัญแทนใจ ซึ่งเขาตามง้อเธอทุกครั้ง พัฒคิดสักพัก น่าจะมีงานอะไรที่ต้องให้เราช่วยสินะ พอไม่มีประโยชน์นี่แทบจะหนีหายเลยนะณดา
"ถ้าอย่างนั้น พี่ไปรับแล้วกันนะ"
“พี่จะมาเหรอคะ”
“ใช่ พี่ต้องไปรับของจากเพื่อนน่ะ พอดีนัดไว้”
"ได้ค่ะ"
ติ๊ด!
หลังจากสายถูกตัดทิ้งลง พัฒมองไปยังรูปถ่ายทนายลีอีกครั้ง ความแน่ใจออกมาจากสีหน้าคมคายว่าสาเหตุที่ทำให้ณดาเปลี่ยนไปคืออะไร หรือว่าณดาเริ่มจะเบื่อเขาเต็มที เขาเริ่มอยากจะพิสูจน์มัน
ในผับ
ณดามองไปรอบร้าน เส้นแสงสีแดงส้มเขียวสาดส่องไปทั่วบริเวณ บรรยากาศสีเทาเคล้าแสงรางๆ มาพร้อมเพลงดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก วันนี้เธอว่าจะมาคุยงานแต่ดันพามาที่แบบนี้เนี่ยนะ ณดาเผยใบหน้าที่เซ็งแซ่หลังพัฒพาเธอมาที่นี่
ก่อนหน้านั้นที่มารับ พัฒพูดอยู่สองสามประโยคหลังจากที่เธอเปิดประตูรถขึ้นมานั่งกับเขา
"ณดา"
"คะ"
"ไปเที่ยวกันไหม? "
"เอ๊ะ! "
"ไปผับน่ะ ถือว่าพี่แก้ตัวที่ไม่ได้ไปรับณดาวันนั้น" พัฒหันมามองณดาด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มราวกับเทพบุตร ปากบางนั่นยิ้มได้ละมุนราวกับเจ้าชาย
สัมผัสที่หกเริ่มทำงานลางสังหรณ์ที่ได้รับสารมามันรู้สึกแปลกประหลาด รอยยิ้มที่เหมือนเจ้าชายนั่นมันแฝงไปด้วยความน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก มีบางอย่างเหมือนรวมสิ่งเลวร้ายไว้ภายใน
ณดากลิ้งตาไปมาดูบรรยากาศไม่สู้ดีโดยรอบพลางใช้ความคิดไตร่ตรองว่าจะไปดีหรือไม่ หากปฏิเสธครั้งนี้พี่พัฒต้องหาว่าเธอเปลี่ยนไปแน่ เพราะปกติเธอเป็นพวกติดผับชอบไปเที่ยวสังสรรค์กับหมู่พวกไฮโซที่สนิทกัน แล้วก็ชอบให้พัฒไปรับกลับอยู่บ่อยครั้งเป็นการอวดผู้ชายที่ผู้หญิงหลายคนอยากจะได้
ณดานิ่ง คิดมันอีกทีหรือว่าค่อยหาโอกาสคุยงานอีกที ยังไงในผับก็มีพื้นที่ว่างกันเสียงไว้คุยงานได้อยู่
คงต้องคุยในห้องวีไอพีสินะ
ณดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มหลังจากคิดถี่ถ้วนดีแล้ว
"ค่ะ ไปก็ได้"
ผับ
พัฒยื่นทิปให้กับบอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่ด้านหน้าร้าน ชุดวันนี้มันไม่ได้เหมาะกับการเต้นสักเท่าไหร่เพราะชุดสูทที่ใส่ทับไว้ ส่วนด้านในเป็นชุดทำงาน พัฒทำแค่ถอดชุดสูทไว้ในรถแล้วใส่เพียงเสื้อเชิ้ตเดินเข้าไป ไม่เข้าใจทำไมถึงต้องทำอะไรฉุกละหุกขนาดนี้ด้วย หรือเขาอยากจะเอาใจเธอ
ความหวงที่ดูจะออกนอกหน้าทำให้พัฒยกแขนขึ้นมาโอบไหล่เธอราวกับจะบอกว่าผู้หญิงคนนี้คือของฉันคนเดียว
ณดามองไปที่ไหล่ด้านขวาของตนเอง ความประหม่าเข้ามาแทรกไม่เคยเห็นพี่พัฒเป็นแบบนี้ มันแปลกใจเสียจนต้องเชยตาขึ้นมองคนที่สูงกว่า เธอรู้สึกอึดอัดจนต้องปัดมันออกเบาๆ โดยการใช้มือจับมันลง
พัฒหันมามองทิ้งรอยยิ้มเบาๆ ที่ดูไม่น่าไว้วางใจสักเท่าไหร่
พัฒพาเธอไปยังโต๊ะว่างที่มีโซฟาไว้ให้สำหรับลูกค้าวีไอพี การจะจองโต๊ะเช่นนี้ได้ ต้องเปิดเหล้าราคาสูงเป็นเงินเกือบหลักหมื่น ณดาพ่นลมหายใจออกแล้วเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะก่อนพัฒจะตามเธอเข้าไป
"พี่พัฒนึกยังไงชวนฉันมา ปกติไม่เห็นเคยอยากจะมา"
เสียงเพลงดังไปหน่อยทำให้พัฒเข้าใกล้อย่างช่วยไม่ได้ เขาเอียงหูฟัง
"พี่อยากแก้ตัวน่ะ ณดาจะได้หายโกรธพี่สักที"
"ฉันบอกแล้วไงว่าหายแล้วน่ะ" ณดาสวนกลับไม่เข้าใจที่เคยบอกเหรอ
"พี่ว่ายังนะ ดูยังไงณดาก็เหมือนจะยังโกรธพี่อยู่เลย"
คำตอบที่ทำเอาไม่อยากพูดอะไรต่อ ดูวันนี้พัฒจะเอาแต่ใจเป็นพิเศษ พูดอะไรไปเขาก็คงจะว่านล้อมให้เธออยู่กับเขาตอนในตอนนี้
ไม่นานนักบริกรมารับรายการเครื่องดื่มที่ทั้งคู่ต้องการจะสั่ง
"ณดาสั่งอะไรดี" พัฒเปิดปากถาม
ความอึดอัดทำให้บอกปัดเขาในทันที วันนี้ไม่ได้มีอารมณ์จะมาสังสรรค์สักหน่อย ไม่เข้าใจว่าจะพามาทำไม วันนี้พี่พัฒทำตัวแปลกประหลาดจนดูน่าระแวงไปหมด
"ฉันไม่ดื่มค่ะ"
พัฒเขยิบเข้าไปใกล้ณดาอีกนิดสายตาปานคนเจ้าชู้ทอดลงมามองเธอ พัฒเริ่มเข้าใกล้เธอขึ้นเรื่อยๆ จนตัวแนบชิดไหล่ชนกัน เขาเริ่มโอบเอวเธอ ณดารู้สึกระแคะระคายเธอไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เมื่ออยู่กับคนที่เธอเรียกมันว่า เศษสวะ
"ณดา” เสียงเรียบเริ่มเอ่ย
“....”
“รู้ตัวไหมว่าช่วงนี้ณดาไม่ค่อยใส่ใจพี่เลยนะ เอาแต่ออกห่างอย่างเดียว พี่ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเราคลุมเครือแบบนี้ ถ้าณดาหายโกรธพี่จริงๆ วันนี้ณดาต้องอยู่เป็นเพื่อนพี่นะ" พัฒเปรยด้วยเสียงหวานที่ฟังแล้วน่าเข้าหา
ความสับสนแทรกลงมาระหว่างใบหน้า สายตาที่พัฒมองมาเหมือนมีทั้งเล่ห์เหลี่ยมและกลอุบาย
"ถ้าอย่างนั้นพี่พัฒก็สั่งมา ฉันดื่มอะไรก็ได้"
ใบหน้าเปื้อนยิ้มอ่อนส่งกลับให้ณดาก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่มพนักงานด้วยการกระซิบที่ใบหู
แววตาบริกรมองมาทางคู่ควงเหมือนมีความนัยที่ณดาไม่สามารถรับรู้ได้ เขาพยักหน้ารับทราบ พร้อมรับทิปที่พัฒวางไว้บนกระดาษจดรายการอาหาร หากมองไม่ผิดน่าจะเป็นแบงก์เทาสามใบ แม้ในนี้แสงสีจะน้อยนิดแต่ก็พอเดาได้รางๆ จากการเห็นเลขศูนย์ที่สะท้อนออกมา
ณดาก้มหน้าลงครุ่นคิดสักพัก มันพะวงใจอย่างบอกไม่ถูกเรื่องแบงก์พันที่พัฒยื่นให้พนักงานไป มันสับสนเพราะเธอเพิ่งเดินเข้าร้านมานั่งยังไม่ได้รับการบริการจากพนักงานเลย หากคิดในแง่ดีหรือว่าพี่พัฒเขาจะมีเซอร์ไพรส์ให้เธอประหลาดใจกันแน่ ซึ่งปกติเขาทำมันบ่อย
ผ่านไปไม่นาน น้ำสีแดงก็มาเสิร์ฟพร้อมด้วยผลไม้เชอร์รี่ติดอยู่ที่ปากแก้ว
พัฒยื่นมันให้กับเธอหลังรับมันมาจากบริกร "นี่พิเศษสำหรับณดา"
พัฒยิ้ม