จากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ดราม่า,ตลก,ประธานบริษัท,รักข้างเดียว,รัก,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ซ่อนรักลับคุณทนายจากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ความสัมพันธ์ที่เกิดจากคืนเดียว เธอมารู้ทีหลังว่าคนที่จะมาเป็นทนายประจำตระกูลคือเขาคนนั้น เพราะคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกลับนอกใจไปกับผู้หญิงอื่น เธอจึงรู้ว่าชายคนนั้นไม่ได้ดีเด่อย่างที่เธอคิด การถอนหมั้นจะต้องพึ่งคุณทนาย เธอจะต้องได้ทนายมาเป็นพวกแต่จะทำอย่างไร ในเมื่อเขายึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองขนาดนั้น
มันเป็นจรรยาบรรณครับ
เวลาผ่านไปสักพัก ที่ส่วนตัวในห้องทำงานของปู่ ณดาเดินวนไปมาอยู่นอกห้อง เธออยากรู้ว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน เธอกลัวความลับเรื่องเมื่อคืนจะเปิดเผยเธอเลยเอาหูแนบไปกับประตูเพื่อดักฟังมัน แต่เหมือนจะไม่เป็นผล ด้านในมันปิดเสียงมิด ได้ยินแต่เสียงปลวกที่กำลังกัดกินไม้บานประตูดัง กรวบ!
เธอสูดหายใจข่มอารมณ์กลัวไว้ข้างใน จนกระทั่งได้ยินเสียงหมุนลูกบิดประตู ณดารีบสับขาวิ่งหนีไปหลบตรงกระถางแจกันใหญ่สูงท่วมหัวที่ได้มาจากจีน มันวางอยู่ตรงเสาบ้าน เธอพยายามทำตัวลีบแบนให้กลืนเหมือนนินจาที่รอคอยการลอบสังหาร
ณดากลัวว่าปู่จะออกมาเห็น เดี๋ยวจะหาว่าไม่มีมารยาทเพราะเขารู้แน่ว่ามาแอบฟังถ้าสังเกตจากพฤติกรรมเมื่อครู่ของเธอ ถึงปู่จะไม่เห็นแต่มันก็ระแวงไปเองด้วยนิสัยเจ้าระเบียบของท่าน
ณดาชะโงกหน้าออกไปดูนิดหน่อยให้พอพ้นสายตา เห็นทนายลีกล่าวคำลาแล้วเดินก้าวออกไปทางประตูตามที่พ่อบ้านได้ผายมือนำให้
ณดารีบออกจากที่ซ่อนตัวแล้วเดินตามหลังเขาทันที
หลังจากพ้นปากประตู ทนายลีก็เดินดิ่งตรงไปที่รถเก็งสีดำที่จอดอยู่หน้าบ้าน รถเก่าแต่เหมือนใหม่เพราะการดูแลรักษาของลี
ลีตรวจสอบเวลาในข้อมือก่อนจะเปิดประตูรถ กระทั่งได้ยินเสียงเรียก
"นี่"
เสียงหวานขานเรียกอยู่ด้านหลังทำให้เขาหันไปมอง เขามึนงงนิดหน่อย เรียกเขาทำไม?
"มีอะไรหรือเปล่าครับ?"
ณดาไม่รู้จะพูดอะไร ด้วยสีหน้าของเขาที่ส่งออกมา ทำเป็นไม่รู้จักหรือว่าเขาจะจำไม่ได้เรื่องเมื่อคืนที่นอนด้วยกัน
"เอ่อ.. เมื่อกี้คุยอะไรกับคุณปู่เหรอคะ"
เขาเลิกคิ้วยิ้มเล็กน้อย "อ้อ! ก็เป็นเรื่องส่วนตัวน่ะครับ เรื่องนี้คงบอกคุณไม่ได้มันเป็นเรื่องของจรรยาบรรณ" ลีพูดพลางส่งรอยยิ้มอ่อน
ณดาไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่ มันยังไม่รู้แน่ชัดไอ้คำว่าจรรยาบรรณของเขานี่หมายถึงเรื่องวันไนท์สแตนด์ด้วยหรือเปล่า เขาคงไม่พูดออะไรออกไปใช่ไหม
เมื่อเสียงเงียบของสาวถูกส่งกลับพร้อมกับใบหน้าที่กำลังกลัดกลุ้ม ลีกวาดสายตามองไปรอบๆ หาคนอื่นที่อยู่ใกล้ๆ ปรากฎว่าตอนนี้เขากับเธออยู่กันแค่สองต่อสอง หลังจากที่ประเมินความเป็นไปได้ทางความคิดของเขา ดูเธอน่าจะอยากรู้อะไรบางอย่าง
ลีเปิดปากด้วยเสียงที่เบาได้ยินเพียงแค่สองคน "ถ้าเป็นเรื่องเมื่อคืน..."
ณดารีบเงยหน้าขึ้นมอง เขาจำได้จริงๆ ด้วย สายตาเริ่มล่อกแล่กเหงื่อในใบหน้าเริ่มซึมออก เธอเม้มปากนิดหน่อยมองคนมีไพ่เหนือกว่า หรือว่าเขาจะเอามันมาแบล็กเมลขู่เข็ญกันทีหลังเมื่อสบโอกาส คงอยากจะอยากได้เงินสินะ
ตั้งแต่อายุครบ 27 คนที่เจอส่วนมากก็จะเป็นประเภทนี้ มีแต่พวกหน้าเงินและพวกหวังผลประโยชน์เข้าหา ไม่แปลกใจเลยที่จะเป็นคนประเภทเดียวกัน
"ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่พูดหรอก" ลียิ้มอ่อน
"เอ๊ะ! "
ณดาจ้องไปนัยน์ตาของเขาดูความเป็นไปได้ เรื่องเมื่อกี้พูดจริงหรือเปล่า?
"นี่ถ้าผมรู้ว่าคุณมีพันธะอยู่ ผมจะไม่ยุ่งกับคุณเลย แต่ว่ามันทำไปแล้วก็คงทำอะไรไม่ได้ ไม่ต้องห่วงนะครับผมไม่พูดแน่ คืนเดียวจบมันคือกฎของวันไนท์สแตนด์"
ณดาเม้มปากนิดหน่อย คำพูดนี่เชื่อถือได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ ดูเธอกังวลเป็นพิเศษ ก่อนลีจะพูดต่อหลังจากประเมินค่าจากสายตาที่ไม่แน่ใจนั่น
"ผมไม่เอาเรื่องแบบนี้มาแลกกับอาชีพของผมหรอกนะ ถึงจะสมยอมทั้งคู่แต่ผมก็ไม่อยากให้มีเรื่องเสื่อมเสียของตัวเอง ฉะนั้น เราก็ทำตัวไม่รู้จักกันดีกว่านะครับ"
ณดากัดปากล่างแล้วพ่นลมออกจากปาก เหมือนคลายความกลุ้มใจ เข้าใจแล้วทำตามที่พูดก็ได้
“ก็ได้ค่ะ”
เธอยื่นมือออกไปให้เข้าจับทักทายเป็นการตกลงเรื่องราวของทั้งคู่
ลีไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มจับมือแล้วเขย่ามันเล็กน้อย
"ขอบคุณที่คุณจะไม่พูดเรื่องนี้ค่ะ"
ลีเอามือลงแล้วพยักหน้า "ครับ มีเรื่องอะไรก็เรียกผมได้ตลอดนะครับ" เขาพูดพลางเปิดประตูรถคันโปรด
ณดายืนนิ่งมองตาม จนเขาลาแล้วขับรถออกไป
ค่อยยังชั่ว ที่เขายังไม่บอกคุณปู่ นึกว่าเรื่องนี้ถึงหูคุณปู่ไปแล้วซะอีก
เธอหันกลับหลังทันทีหลังคลายใจกังวล แต่ก็ดันมาเจอกับคนที่รอง้อเธออยู่ตรงหน้า ทำไมถึงยังไม่กลับสักทีขนาดไล่ไปแล้วนะ ไอ้สวะ! เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ มันไม่สบอารมณ์เลยที่เห็นเขาเข้า
"ณดา"
เสียงเรียกอันนุ่มนวลจากคู่หมั้นที่เคยรู้สึกชอบทำให้เธอวางหน้าไม่สนิทตอบกลับไป รู้สึกไม่ชอบใจเลยสักนิดที่เขาเดินเข้ามา พัฒเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าเธอ
"พี่ยังไม่กลับอีกเหรอคะ?"
"พี่จะกลับได้ไง ก็ณดายังโกรธพี่อยู่เลย" อันที่จริงเขาจะกลับแล้ว แต่เขาแค่กลัวว่าณดาจะคิดว่าเขาพยายามง้อไม่มากพอ เขาเลยอยู่ต่ออีกนิดหน่อยจนเวลาล่วงเลยไปได้สักพักก็มาบังเอิญเจอเธออยู่หน้าบ้าน
"เดี๋ยวเราค่อยคุยกันนะคะพี่ ตอนนี้ฉันอยากพักผ่อน" ณดาปัดความรำคาญด้วยการบอกแล้วเดินผ่านพัฒเข้าบ้านทันที
พัฒได้แต่มองตาม หรือว่าลูกไก่ที่เคยว่าง่ายกำลังจะดิ้นหนีออกจากกำมือ เขารู้สึกแปลกใจทำไมณดาถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเพียงชั่วความคืน ทั้งที่เมื่อก่อนชอบเขาจะตายพูดอะไรก็เชื่อฟัง แต่นี่กลับเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใย
ตอนนี้พัฒได้แต่ทิ้งความคิดเช่นนั้น ต้องหาวิธีที่จะทำให้ทุกอย่างกลับมาดังเดิม ถ้าปล่อยไว้นาน เดี๋ยวจะมีปัญหาก่อนแต่งงาน
หลายวันต่อมา
ณดาเดินเข้าไปพบพ่อหลังจากที่เขากลับมาจากดูงานที่ต่างประเทศ บริษัท หวงกรุป กิจการอสังหาขนาดใหญ่ ทำคอนโด บ้านจัดสรร และการก่อสร้างตึกคอนโดมูลค่ากว่าพันล้าน
"มีอะไรหรือไงณดา มาหาฉันแต่เช้า"
ชายมีอายุเปิดปากด้วยเสียงเรียบ เขาเพิ่งลงจากเครื่องแล้วก็เพิ่งจะเดินเข้ามาในบ้านได้เพียงสามสิบก้าวก่อนจะเข้าห้องนอน เขาสงสัยปกติลูกสาวคนนี้ไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้ นี่มันเพิ่งจะแปดโมง ปกติกว่าจะเห็นหน้าลูกสาวได้ต้องเกือบเที่ยง หรือว่าดีใจที่พ่อตัวเองกลับมา เขาอมยิ้มนิดหน่อยที่ลูกสาวเริ่มกลับมาอ้อนเหมือนตอนเป็นเด็กแล้ว พอโตเป็นผู้ใหญ่วัยยี่สิบเจ็ดก็เอาแต่ใจเป็นนิสัยจนพ่อคิดว่าลูกสาวคงจะโตแล้วควรที่จะหยุดห่วง
"หนูมีเรื่องสำคัญจะคุยกับคุณพ่อค่ะ"
ฝ่ายพ่อกระพริบตาปนสงสัยเอียงคอมองคนเข้ามาใกล้ด้านข้าง
"เรื่องสำคัญอะไร?"
"หนูอยากถอนหมั้น"
คำพูดที่ออกมาทำให้ผู้เป็นพ่อนิ่งถนัด มันออกมาทางสีหน้าด้วยความตกใจเพิ่งกลับมาก็ได้ยินสิ่งที่เหนือความคาดหมาย
"ทำไมต้องอยากถอนหมั้น ปลายปีหน้าแกก็จะแต่งกับเขาอยู่แล้วจะบ้าหรือไงณดา" ชายผมดำแซมขาวกระแทกเสียงใส่ด้วยความโมโหไม่คิดว่าความคิดนี้จะออกมาจากปากลูกสาว
"พี่พัฒเขาน่าจะมีคนอื่น หนูว่ายกเลิกตอนนี้ดีกว่าค่ะ ส่วนที่เคยประกาศไว้ว่าจะแต่งงานกัน พ่อก็แค่เงียบก็จบแล้ว เอาเป็นว่าหนูไม่อยากแต่งงานกับคนแบบนั้น โอเคไหมคะ"
ผู้เป็นพ่อจ้องตาลูกสาวที่ตัดสินใจพูดเรื่องแบบนี้ออกมา แต่ทว่า "ฉันไม่ให้แกยกเลิกงานแต่งหรอกนะ ณดา"
"เอ๊ะ!" ณดาเบิกตาโตด้วยความตกใจ ทำไม เพราะอะไร?
"ปู่แกเขาอยากให้แกเป็นฝั่งเป็นฝา เขาอยากเห็นแกแต่งงานมีลูกมีครอบครัว แกจะมาบอกยกเลิกกับฉันมันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา แถมคนที่จัดแจงทุกอย่างก็เป็นปู่แก" พ่อเริ่มสารธยาย
“....”
“อีกอย่างปู่แกก็ชอบเจ้าพัฒมาก แกจะปฎิเสธทำไม นาน ๆ ทีจะมีคนเข้าตาปู่ แกต้องเอาใจปู่แกสิ”
“พ่อคะ ปู่แค่คาดหวังให้หนูแต่งงาน ไม่ใช่ให้หนูแต่งกับพี่พัฒ หนูหาคนอื่นมาแต่งแทนก็ได้ไม่เห็นจะยาก”
พ่อมองหน้าลูกสาว เขาเงียบลงเมื่อลูกสาวสวนกลับแบบไม่แยแสในคำพูดที่เขาอ้างกล่าวออกมา
"ฉันไม่ให้แกแต่งงานกับคนอื่นหรอกนะ ณดา"
"..." แค่ได้ยินณดาถึงกับพูดอะไรไม่ออก
"แกจะไปแต่งงานกับใคร ไอ้ขี้คอกจนๆ เหรอ คู่ของแกมันเหมาะสมกันอยู่แล้ว"
"ห๋า.." ณดาถึงกับหน้าเหวอพ่อคิดอะไรเนี่ย
"ผู้ชายมีเล็กมีน้อยมันก็ไม่แปลกหรอก แกก็ปิดหูปิดตาไปสิ"
คำพูดผู้เป็นพ่อทำให้ถึงกับละเหี่ยใจ ให้หลับหูหลับตาไปเนี่ยนะ พ่อคิดได้ไง นี่หนูผู้หญิงนะไม่ใช่ผู้ชาย ณดามองพ่ออย่างเหยียดหยาม ลืมไปพ่อก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ไม่แปลกที่จะได้ยินข่าวหนาหูคงจะมีบ้านน้อยจนนับไม่ถ้วน ขนาดมีลูกกับเมียน้อยอยู่ในบ้านหนึ่งคนแล้วยังจะมีคนอื่นไปทั่วอีก
ณดากัดฟันแน่น คนนิสัยอย่างพ่อที่ชอบเงินกับผู้หญิงเป็นชีวิต ถ้าพูดอะไรผิดหูไปนิดงานแต่งอาจจะถูกเลื่อนเข้ามาเร็วขึ้น หากพ่อไปเป่าหูคุณปู่ไม่พ้นคงต้องถูกบังคับ ตอนนี้ณดาเลือกที่จะเงียบหาคำพูดให้พ่อเข้าใจและสงสารเธอที่ต้องมาเจอกับผู้ชายแบบไอ้สวะนั่น
ก่อนที่ความคิดอื่นจะเข้าแทรก คำพูดของผู้เป็นพ่อได้เปิดปากออกมาก่อน
"ปู่แกอาจจะเตรียมสมบัติไว้รอรับหลานแล้วก็ได้ ถ้าแกบอกจะเลิกกับเจ้าพัฒ ระวังจะไม่ได้อะไรสักแดงหรือไม่ก็อาจจะไร้ที่อยู่ไปเลยนะ ณดา"
ณดายืนนิ่ง เธอเป็นลูกสาวคนเดียวจากเมียหลวงที่เก่งพ่อตัว จบก็ได้เกียรตินิยมมา งานบริษัทก็ทำแทบไม่ขาดทำจนเข้าสู่ตลาดโลกได้ ธุรกิจออกแบบทำอสังหา ล้วนมีแต่เธอที่ทำให้มันฟื่องฟูแต่ทว่าความดีความชอบกลับตกอยู่ที่พ่อทั้งหมดเพราะเธอต้องอยู่เบื้องหลัง
ถึงในครอบครัวตอนนี้จะมีปู่กับลุงที่ดูแลอยู่ แต่พอเป็นณดาก็เลยได้น้อยสุดสินะ หรือไม่ก็อาจจะไม่ได้เลยเพราะปู่ไม่ชอบเด็กผู้หญิง
ณดายิ้มรวบรวมความกล้า "พ่ออย่าเอาความคิดโบราณมายัดในหัวสมองหนูเลยค่ะ ถึงไม่ได้อะไรหนูก็มีบริษัทที่หนูเป็นคนช่วยบริหาร ปู่เห็นหนูอยู่กับมันตั้งแต่อายุยี่สิบสามท่านคงไม่คิดจะยกให้คนอื่นหรอก"
พ่อวางตาที่มีอำนาจลง ในขณะที่ลูกสาวกำลังย้อนโต้เขากลับ
"แกพูดแบบนี้ได้เพราะแกยังไม่เห็นพินัยกรรมของปู่แกสินะ"
คำพูดที่ทำให้ณดากลืนน้ำลาย
"ฉันเองก็ไม่ใช่ลูกคนเดียว ปู่แกจะยกให้ใครก็ได้ ถ้าฉันได้น้อย แกก็ระวังตัวเถอะ ที่ทำมาให้บริษัททั้งหมดมันจะเสียเปล่าแกน่าจะเคยเห็นแล้วนะ ว่าป้าแกโดนอะไรบ้าง"
ณดาได้แต่ยืนนิ่งคิดถึงสภาพที่ป้าสาวเคยโดนตัดออกจากกองมรดกหลังจากเธอหนีงานแต่ง สภาพในตอนนั้นมันช่างเวทนา แม้ขนาดตายไปแล้วก็ยังไม่รู้ว่าปู่ของเธอหายโกรธหรือยัง
"หนูคนละคนกับป้า ไม่มีทางให้เกิดเรื่องแบบนั้นหรอก"
พ่อถึงขั้นถอนหายใจฮึดตบไหล่ลูกสาว "ใช่ณดาลูกเป็นคนเก่ง แต่ถ้าแกขัดใจปู่ฉันก็จบเหมือนกัน ปู่แกบอกให้แต่งกับคนนี้ก็คือคนนี้เข้าใจไหม?"
ผู้เป็นพ่อรีบเดินหนีหลังกดดันลูกสาวให้อยู่ในอาณัติ เขาจะไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เพราะสิ่งนี้คือความต้องการของปู่เขา มันไม่มีอะไรจะเสียเพราะฝ่ายชายอย่างพัฒก็รวยเหมือนกันแถมยังทำธุรกิจเดียวกันอีก คนรวยแต่งกับคนรวยก็มีแต่จะรวย เงินและอำนาจจะหนีไปไหนได้
"เฮอะ!" ณดาถอนหายใจออกเป็นก้อนใหญ่ พอฟังแบบนี้แล้ว ถ้าไปพูดกับปู่ก็คงจะได้คำตอบเดียวกัน