จากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ดราม่า,ตลก,ประธานบริษัท,รักข้างเดียว,รัก,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ซ่อนรักลับคุณทนายจากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ความสัมพันธ์ที่เกิดจากคืนเดียว เธอมารู้ทีหลังว่าคนที่จะมาเป็นทนายประจำตระกูลคือเขาคนนั้น เพราะคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกลับนอกใจไปกับผู้หญิงอื่น เธอจึงรู้ว่าชายคนนั้นไม่ได้ดีเด่อย่างที่เธอคิด การถอนหมั้นจะต้องพึ่งคุณทนาย เธอจะต้องได้ทนายมาเป็นพวกแต่จะทำอย่างไร ในเมื่อเขายึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองขนาดนั้น
มันเป็นจรรยาบรรณครับ
ณดาที่ได้รับภาพขณะนั้น เห็นกล้วยสีเหลืองทอง เธออื้ออึงไปสักพัก
เดี๋ยวก่อนนะ นี่ด่ากันหรือเปล่าเนี่ย
หน้าสำนักงานทนายร้านคาเฟ่ด้านนอก
อาการขวยเขินยังไม่หายดี ตาเหลือบมองใบหน้าหล่อขรึมของทนายลีระหว่างดื่มแก้วชา ดวงตาน้ำตาลของสาวที่พ้นขอบแก้วนั้นยังไม่กล้าสบตาสักเท่าไหร่ หลังรู้ว่าทนายลีอ่านข้อความนั้นแล้วจริงๆ สิ่งที่ไม่ได้คิดคือความนิ่งหลังจากได้รับข้อความ ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจกับมันสักเท่าไหร่ทั้งที่เธออายแทบพลิกดินหนี
การกลับตัวกะทันหันหลังจากที่ณดารู้ตัวว่าลบข้อความทิ้งไม่ทัน เธอเลยพิมพ์ข้อความต่อไปว่ามีเรื่องจะปรึกษา หวังว่าเขาจะไม่คิดมากเรื่องข้อความ ทว่าทนายลีตอบกลับมาเพียงว่า
[เดี๋ยวค่อยคุยกัน]
สิ่งนี้มันทำให้เธอเดือดเนื้อร้อนใจจนต้องมาหาเขาถึงสำนักงานทนายความในวันถัดมา
ตั้งแต่ทนายลีออกมาพบเธอตรงหน้าตึก เขาเอาแต่จ้องเธอด้วยสายตาที่นิ่งเป็นเส้นตรง มองหญิงที่นั่งดื่มชาด้วยกันที่มีแต่ก้อนแก้มแดงราวกับจะเป็นไข้เพราะความเป็นสุภาพบุรุษเกินเหตุ
ก่อนหน้านั้นในสำนักงานทนายความ
"ทนายลีมีคนมาขอพบคุณน่ะ" อาชาเพื่อนร่วมงานเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังตรวจสอบเอกสารจากเมลที่ลูกความส่งมาให้ในคอมพิวเตอร์
"ใคร? " ลีหันกลับไปถาม
"ไม่รู้ครับ แต่สวยมากเลย เซ็กซี่สุดๆ น่าจะเป็นลูกความคุณนะทนายลี" เขายิ้มแบบมีนัย
อาชาพูดจนลีนึกภาพตาม ที่บอกว่าเซ็กซี่เห็นจะมีแต่ลูกค้าสาวของเขาแล้วก็อีกคนหนึ่งที่คิดว่าต้องใช่แน่ๆ ลีมองไปยังทางประตูกระจกใสตรงทางเดินในออฟฟิศ ด้านนอกเป็นที่นั่งรอสำหรับลูกความ เห็นเธอยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงหน้าบานประตู
ลีลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปหาทันที
"คุณณดา"
เธอหันไปตามเสียงเรียกหลังทนายลีผลักประตูกระจกใสนั้นออกมา
"คุณมีอะไรหรือเปล่า?"
หลังจากเห็นใบหน้าขรึมนั่นก็รู้สึกเขิน "เอ่อ อยากจะคุยด้วยสักหน่อยค่ะ"
ลีนิ่งสักพักก่อนจะย้อนคิดถึงเรื่องข้อความในมือถือที่เธอส่งมา เรื่องที่บอกว่าจะปรึกษามันร้ายแรงขนาดนั้นเชียว
แต่ต้องชะงักหลังความคิดนั้นมาตบท้ายด้วยสายตาคนรู้จักในออฟฟิศ ผู้ชาย ผู้หญิง พนักงานในนั้นจับจ้องเขม็งไม่วางตา แถมยังส่งสายตามีเลศนัยอีก โดยเฉพาะพวกผู้ชายพวกหื่นกามทั้งหลายมันทำให้นึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของเจ้าอาชา เซ็กซี่สุดๆ
ลีประเมินคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ชุดเชิ้ตสีขาวแขนยาวรัดรูปแนบสนิทจนอกเชิด กับกระโปรงสั้นครึ่งน่องลายตารางสีเขียวเข้มจนเกือบดำ ส้นสูงสีแดง ผิวขาวผ่องจนออร่าความงามออก พอเห็นสายตาพวกเจ้าชู้ทั้งหลายมันเริ่มจะทนไม่ได้ เขารีบถอดเสื้อสูทสวมทับให้สาวทันที
เสื้อสูทใหญ่โคร่งจากคนสูง 188 ปิดมิดทุกส่วนบนและกระโปรงสั้น ทำเอาณดามึนงงไปสักพัก ทนายลีเขาทำอะไร ไม่ได้หนาวสักหน่อย นี่มันหน้าร้อนนะ ให้ใส่สูททับแบบนี้เนี่ยนะ
เธอกำลังจะปลดเสื้อคลุมสีดำออกแต่โดนดักทางด้วยสองมือของทนาย มือใหญ่ตะปบเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้าง เหมือนอยากจะบอกอย่าถอดเชียวนะ
"ใส่ไว้เถอะครับ เชื่อผม"
ณดากะพริบตาปริบมันยังงงอยู่เลย "อ้อ! ค่ะ"
ด้านพัฒ ณ ตอนนั้น
รูปที่ถูกส่งมาใหม่จากนักสืบที่จ้างวานไป มาอีกระลอก คำเตือนที่ส่งไปให้ทนายลีมันไม่เป็นผล ทั้งสองก็ยังใกล้ชิดกันอยู่เหมือนเดิม ที่น่าเจ็บใจเห็นจะเป็นรอยยิ้มณดา ดวงหน้ามีความสุขและรอยยิ้มที่ตอนนี้เขาแทบจะไม่ได้เห็น ทำไมรอยยิ้มหวานนั่นถึงไปอยู่กับมันได้ ไอ้ทนายลี
แววตาดิ่งลึกลงปนความกราดเกรี้ยวจนมือกวาดทุกอย่างบนโต๊ะปัดมันพื้นเกือบทั้งหมด แจกัน ปากกา ที่วางของ ยกเว้นรูปที่ยังอยู่ในมือเหมือนเดิม เขาขยำมันด้วยความอารมณ์แค้น ฟันขบเขี้ยวกันแน่นจนภาพนั้นยับไม่คงรูปเดิม ตอนนี้ได้แต่ระแวงณดาคนเดียวกลัวเธอจะเปลี่ยนใจไปและไม่โง่เหมือนเรื่องความรักเหมือนที่ผ่านมา
เขาก้มหน้าลง ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรจะวางยาณดาอีกครั้งก็ไม่ได้ ถ้าทำมันอีกมีหวังเธอได้ระแคะระคายจนต้องเข้าไปโรงพยาบาลอีก หากเจออีกทีทางโรงพยาบาลคงจะขอตรวจอย่างละเอียด
เรื่องยุ่งเหยิงมันกำลังปนกันอยู่ในหัวตอนนี้ไม่รู้จะหาวิธีไหนมาจับณดาให้อยู่หมัด คงต้องจับตาดูอยู่อย่างเงียบๆ พัฒทิ้งก้นลงเก้าอี้เอนหลังส่วนมือก็ยังขยำรูปคลายความแค้นระบายมัน
ทว่าสิ่งที่ทำให้ความคิดต้องหยุดชะงักหลังผู้เป็นแม่เข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว เธอมากับความอารมณ์ร้อนราวกับแดดเผาพร้อมโยนซองจดหมายลงบนโต๊ะทำงานลูกชาย สายตาเพ่งพินิจไปทางลูกชายอย่างเดียว ไม่ได้สังเกตสิ่งรอบข้างที่มีข้าวของกระจัดกระจายตรงพื้น
ตึ้ง!
"แกดูนี่สิ จดหมายทวงหนี้ทั้งนั้น"
เสียงตวาดโพล่งขึ้นทันควัน เธอคิดว่ามันเป็นความผิดลูกชาย
พัฒสูดหายใจเฮือกใหญ่แล้วโยนรูปที่อยู่ในมือทิ้งลงถังขยะ
"หนี้ตั้งหลายร้อยล้าน นี่มันอะไรกัน แล้วนี่ก็หมายศาลจะโดนฟ้องร้องอีก"
พัฒยืนขึ้นประจันหน้า "เพิ่งรู้เหรอครับว่ามีหนี้ ผมนึกว่าแม่นึกถึงแต่งานสังคมแม่ซะอีก เอาแต่ใช้เงินวันละเป็นล้าน ถ้าไม่เห็นจดหมายทวงหนี้คงไม่นึกถึงผมสินะ"
ผู้เป็นแม่กลืนน้ำลายเธอไม่เคยโดนลูกชายต่อว่าเลยสักครั้ง แต่ตอนนี้ดูเขาจะเครียดกลุ้มใจอย่างหนักจนเขาไม่สนใจอะไรอีกแม้แต่แม่บังเกิดเกล้า
"ฉันต้องเข้างานสังคม เพราะต้องช่วยแกเข้าหาผู้ใหญ่ ถ้าฉันไม่ไปร่วมแกจะได้มาชูคอเป็นเจ้าของที่นี่เหรอห้ะ! พัฒ" เสียงโกรธจากสาวใหญ่ดังขึ้น
"แถมยังได้รู้จักกับพวกคุณหญิงคุณนายอีก แกควรจะสำนึกบุญคุณฉันมากกว่ามาต่อว่าฉันน่ะ ที่แกได้แฟนรวยอย่างณดาก็เพราะฉันทั้งนั้น"
พัฒสูดหายใจเข้าลึกพยายามระงับอารมณ์อย่างที่สุด เขาไม่ต้องการให้ความโกรธเข้ามาแทรกจนเห็นแม่ตัวเองกลายเป็นคนอื่น
"แล้วแกจะทำยังไงไอ้หนี้พวกนี้ หนี้มันเยอะกว่าทุกทีอีก"
"จะให้ผมทำยังไง ช่วงนี้คนจ้างโครงการใหญ่ก็แทบจะไม่ติดต่อมา”
“ทำไมจะไม่ติดต่อมา ปกติณดาก็เป็นคนส่งงานต่อมาให้แกอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง”
“ก็เพราะเราโดนฟ้องไงครับ โครงการที่ทางเราจัดให้ไป มันไม่ตรงสเปกสักอย่าง มันเป็นเพราะใคร? เพราะแม่ใช่ไหม? ที่เบิกเงินกองกลางของบริษัทไปใช้ จนฝ่ายกองกลางต้นลดต้นทุน ผมบอกแล้วไงว่าอย่ายุ่งกับเงินส่วนนั้น มันเป็นเงินทุนแล้วตอนนี้จะเอาที่ไหนไปจ่าย" พัฒโต้เถียงด้วยอารมณ์โกรธที่สั่นเป็นเจ้าเข้า
ใบหน้าสลดใจจากคิ้วโก่งสูง ปากแดงที่เม้มบดไปมาดูราวกับสำนึกผิด เธอยืดตัวขึ้น
"ฉันต้องออกงาน มันต้องซื้อเพชรใส่โชว์คุณหญิงไม่อย่างนั้นเขาก็ว่าฉันไม่เงิน"
พัฒถอนหายใจดังเฮอะ! เลียปากนิดหน่อยก่อนจะสะบัดหน้าขึ้น "ถ้าอย่างนั้นแม่ก็เอาไปขาย แล้วก็เอามาใช้หนี้สิ"
พัฒนั่งลงทันทีที่ต่อว่าแม่สำเร็จ
ความเสียดายปะทุขึ้น "ได้ยังไง ถ้าเอาไปขายแล้วฉันจะใส่อะไร"
"ก็ไม่ต้องใส่! " พัฒตวาดกลับ
เมื่อเห็นลูกชายอารมณ์ไม่ดี ใบหน้ามีความกลัดกลุ้มจนบรรยากาศมันตึงเครียด ผู้เป็นแม่เลยเอ่ยออกมา
"ฉันได้ยินมาว่ามีโครงการใหม่ที่ต้องการผู้จัดจ้างทำอสังหาของโครงการท่องเที่ยว แกไม่สนใจหรือไงพัฒ"
พัฒมองไปที่ผู้เป็นแม่ด้วยสายตาที่เย็นเฉียบเหมือนในหัวไม่อยากคิดอะไรอีกแล้วแต่แม่ดันพูดถึงมัน
"แม่คิดว่าผมไม่สนใจหรือไง ได้ยินมาสักพักแล้วไอ้โครงการท่องเที่ยว"
"เอ้า แกก็ไปยื่นข้อเสนอสิ คุณแซมมี่เจ้าของความคิดนี้เขาบินมาแล้วนะ แกจะปล่อยปลาตัวใหญ่ไปหรือไง ถ้าได้โครงการนี้มาทำ ฉันว่าบริษัทเราต้องดังเป็นพลุแตก แล้วถ้าทำดีๆ ก็มีแต่เงินกับเงินทั้งนั้น" ผู้เป็นแม่เริ่มหว่านล้อมแต่พัฒกลับถอนหายใจ
"ผม”
“ไม่!”
“มี”
“เงิน เข้าใจไหมครับ คุณ..แม่"
"โครงการเป็นพันล้านจะให้ผมเอาเงินมาจากไหน แม่น่าจะคิดบ้างนะ"
คำเน้นย้ำที่ทำให้แม่หยุดนิ่งไม่กล้าพูดอะไรต่อเธอรู้สึกหวาดหวั่น หรือเธอต้องขายเพชรที่มีอยู่ในคลังเก็บจริงๆ เธอเริ่มคิดหาหนทาง
"แกก็ใช้เงินณดาสิ จะโง่ทำไม"
คำเอ่ยแบบนิ่มๆ ที่ทำเอาพัฒสนใจ เขามองไปที่ผู้เป็นแม่อีกที
ความคิดชั่วเริ่มกลับมา เงินณดาเหรอ?
พัฒยกมือขึ้นกอดอกประเมินความเป็นไปได้จากคำพูดของแม่ เขาโยกตัวเอนเก้าอี้ลงใช้ความคิดด้วยสมองที่เฉียบคม
"ถ้าอย่างนั้นแม่ก็ไปขายเพชรของแม่ให้หมด ผมจะได้เอาเงินไปลงทุนกับณดา"
คำพูดที่ทำให้แม่นาถคิ้วขมวด "ทำไมฉันต้องขายของของฉันด้วย"
"สภาวะการเงินตอนนี้ แม่คิดว่าธนาคารจะให้ผมกู้หรือเปล่า ถ้าให้กู้แล้วเมื่อไหร่จะได้ โครงการนั้นไม่โดนฉกไปก่อนเหรอ ถ้ามีเงินผมก็จะได้ไปคุยกับณดา อย่างน้อยก็ต้องลงขันครึ่งต่อครึ่ง"
"แม่คิดว่าณดาจะโง่ถึงขนาดลงทุนทำคนเดียว แต่พ่วงบริษัทสภาพแย่ๆ ของผมไปด้วยนี่นะ รู้จักเธอน้อยไปแล้ว"
"ยังไงแกก็จะแต่งงานกับหนูณดาไม่ใช่เหรอ ทำไมแกไม่เอามาเป็นข้ออ้างล่ะ"
พัฒครุ่นคิดหลังได้ยินคำว่าแต่งงาน การตกลงเรื่องแต่งงานระหว่างสองครอบครัวที่จะดองกันในภายหน้า มันกำลังจะมาถึงช่วงกลางปีหน้า ถ้านับรวมก็อีกหลายเดือนตามที่ตกลง ดวงตามองต่ำลงไปที่รูปตรงถังขยะ รอยยิ้มของณดากับฟันขาวที่เห็นมาแต่ไกล ใบหน้าความสุขช่างเหมือนกับสมัยประถมที่เพิ่งได้รับของขวัญครั้งแรกจากเขา
คงต้องเลื่อนงานแต่งเข้ามาให้เร็วขึ้นสินะ
ทางด้านณดาในตอนนั้นเองก็
"แล้วมีเรื่องอะไรหรือเปล่าถึงมาหาผมถึงนี่" ลีเปรยคำถามขึ้นหลังณดาวางแก้วน้ำชาลง
"ฉันกำลังคิดว่าอยากจะเลื่อนงานแต่งออกไปค่ะ"