จากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ดราม่า,ตลก,ประธานบริษัท,รักข้างเดียว,รัก,พล็อตสร้างกระแส,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ซ่อนรักลับคุณทนายจากทนายสู่คนใกล้ชิดความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่เริ่มต้นจากความผิดพลาด นำพาเขาไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ เงินทอง และความลับ เมื่อคุณหนูไฮโซต้องการถอนหมั้น และเขาคือความหวังเดียวของเธอ ท่ามกลางการจับจ้องของครอบครัวที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง
ความสัมพันธ์ที่เกิดจากคืนเดียว เธอมารู้ทีหลังว่าคนที่จะมาเป็นทนายประจำตระกูลคือเขาคนนั้น เพราะคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกลับนอกใจไปกับผู้หญิงอื่น เธอจึงรู้ว่าชายคนนั้นไม่ได้ดีเด่อย่างที่เธอคิด การถอนหมั้นจะต้องพึ่งคุณทนาย เธอจะต้องได้ทนายมาเป็นพวกแต่จะทำอย่างไร ในเมื่อเขายึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองขนาดนั้น
มันเป็นจรรยาบรรณครับ
อีกฝั่งด้านฝ่ายชาย
ลียืนอยู่หน้าประตู เขามองบานประตูไม้สีขาว เสียงทุบประตูหยุดลงจนเขารู้สึกเบาใจขึ้นมาหน่อย เธอน่าจะถอดใจเรื่องที่จะนอนกับเขา เขามองไปที่โต๊ะตัวเตี้ยที่อยู่หน้าโซฟา มันเละเทะไปหมดจากการพัวพันเมื่อครู่ คงต้องไปเก็บก่อนจะได้นอน วันนี้คงต้องให้สาวไฮโซนอนบนเตียงของเขา หวังว่าเธอคงจะหลับฝันดีซึ่งแน่นอนมันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว
เช้าวันต่อมา
แอ๊ดดด
เสียงประตูเปิดขึ้นพร้อมกับแสงสว่างยามเช้า ห้องนอนที่มีหญิงอยู่ด้านในเพียงหนึ่งเดียว
"เฮ้ย! "
ทนายลีสะดุ้งโหยงเมื่อเธอยืนดักอยู่หน้าประตูเหมือนวิญญาณ ใต้ตาที่เป็นหมีแพนด้านั่นเหมือนกับคนไม่ได้นอน มันดำคล้ำเหมือนทาจาระบี ความสวยปนความสยดสยองหัวฟูเบิกตาขึ้นมองคนตัวสูงที่ยอมเปิดประตูสักที
สายตาสาวที่ทอดส่งมาด้วยความเคืองขุ่นทำให้ลีเกิดความประหม่าจนทำตาล่อกแล่ก มันรู้สึกไม่อยากจะมองคนตรงหน้าเท่าไหร่ ทำไม่ไม่รู้มันถึงรู้สึกผิดที่ไม่ได้ตอบสนองเธอเมื่อคืน
"เปิดได้สักทีนะ" ณดาบ่นอุบ
ลีชำเลืองมองคนตรงหน้าอีกครั้ง หวังว่าตอนนี้เธอจะสงบสติอารมณ์ ไม่กระโจนหาเขาอีก กระทั่งเธอยื่นมือให้
"แก้มัดให้ฉันสักทีสิคะ"
ลีเรียกสติกลับมาโฟกัสจับจ้องไปที่มือ แต่มันยังไม่คลายความระแวง จะแน่ใจได้ก็ต้องพิสูจน์มันหลักฐานล่ะ
"ผมจะแก้มัดให้คุณได้ก็ต่อเมื่อ ผมมั่นใจว่าคุณจะไม่เข้ามาลวนลามผมอีก"
"หึย ฉันไม่ทำแล้วน่า"
ความรู้สึกมันยังตงิดในใจอยู่ เขาลองก้มลงหาเธออย่างใกล้ชิด
นัยน์ตาน้ำตาลเบิกโต ทนายลีจะทำอะไรจะจูบเหรอ? เธอหันหน้าหนี ไม่รู้ทำไมมันเขินอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ก็ออกจะจูบเขาบ่อยจะตาย
พอเห็นหญิงตรงหน้าทำตัวเขินหลบหนี เลยมั่นใจว่าน่าจะปล่อยเธอได้ ลียื่นมือเข้าไปแกะเนกไทที่รัดมือไว้ออก
ณดาก้มมองข้อมือ เธอนวดคลึงไปมาคลายกระดูกจากการถูกรัด ดูสิเขารัดมันแน่นเสียจนขึ้นรอยแดง
"เอาน้ำสักหน่อยไหม?"
"ก็ดีค่ะ ฉันกำลังคอแห้งเลย หมกอยู่ข้างในทั้งคืน" คำพูดประชดโกรธที่ต้องโดนทิ้งไว้ด้านในตลอดคืน เขาไม่ยอมเปิดประตูจริงๆ
ผ่านไปสักพักน้ำถูกมาวางไว้ที่โต๊ะเตี้ยตรงหน้าณดา เธอเข้าไปนั่งตอนที่ทนายลีไปหยิบน้ำ
ลีเข้าไปนั่งตรงโซฟาที่ตั้งตัวเดียวข้างๆ เธอ เขามีเรื่องอยากจะถามเต็มไปหมด ตั้งแต่เปิดประตูมาเจอเธอ หากไม่เจอเธอกระโจนใส่ก่อนคงจะรู้เรื่องกันไปแล้ว
ตอนนี้ยังข้องใจกับมันอยู่ ยังคงทิ้งไม่ลง ลีถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเอ่ยปากถาม
"เมื่อคืนทำไมคุณมาในสภาพนั้น?"
ณดาเลี่ยงตาไปทางอื่นไม่มองคนที่ตั้งคำถามตรงหน้า เขาเหมือนกำลังสอบสวนเธออยู่ทำอย่างกับเธอเป็นผู้ต้องหา
"ทำไมเหรอคะ? "
"ก็ไม่ทำไมหรอก ผมแค่สงสัย คุณมาในสภาพแบบนั้น ตากฝน รองเท้าไม่ใส่ แถมยังไม่พกเงินอีก ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงแบบคุณ" ลีพ่นมันออกมาหมดแสดงความอยากรู้อย่างชัดเจน
"ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ฉันแค่รู้สึกว่าอยากเจอทนายลีเท่านั้นเอง" เธอพูดด้วยเสียอ้อยอิ่ง
"อยากเจอผมเพื่ออะไร? หรือว่าเพราะอยากจะทำแบบนั้น"
ชายผู้นี้ทิ้งคำพูดได้นิ่งเฉยทำเอาเธอละอายแก่ใจ ก็มันอยากจะทำจริงๆ นี่ จะไปหาคนอื่นก็ยังไงอยู่ คนมันเคยๆ กันแล้ว ถ้าจะมีอีกรอบก็ไม่เห็นจะเป็นไร อีกอย่างฉันก็ไม่ใช่พวกคั่วผู้ชายไปทั่ว ณดาคิด
ฝ่ายหญิงได้แต่เงียบตอบ ลีพ่นลมหายใจอีกครั้ง "ผมฟ้องคุณได้เลยนะ"
"หา.." ณดาออกอาการเหวอจนต้องหันไปหา "นี่ คุณจะฟ้องฉันเหรอ?"
"ก็คุณโผล่มาที่บ้านในยามวิกาล แถมยังมาลวนลามผมอีก ปลุกปล้ำผมโดยไม่เต็มใจ แล้วก็.." ลีจ้องไปที่ใบหน้าสาวที่ภายในกำลังว้าวุ่น "ยังขโมยจูบผมอีก"
"หึย"
ณดาทิ้งใบหน้าแดงก่ำ ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย หลังจากกินเหล้าแก้วนั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมมันโหยขนาดนั้น โชคยังดีที่ทนายลีไม่เหมือนคนอื่น อย่างน้อยเขาก็ไม่แตะต้องเธอแต่ความจริงอยากให้แตะต้องมากกว่าไม่นึกว่าเขาจะหยุดมันด้วยตัวเอง
"จะบอกได้หรือยังครับ ว่าทำไมถึงมาสภาพนั้น" น้ำเสียงจริงจังวนถามอีกครั้งทีนี้จะเอาคำตอบให้ได้ชะงัก
ตาหวานจับจ้องไปทางเขา คำพูดหยอกล้อเมื่อครู่คงอยากทำให้เธอสบายใจ บางทีผู้ชายคนนี้อาจจะเป็นที่ปรึกษาที่ดีก็ได้
"ฉันไม่รู้เหมือนกัน ฉันรู้อย่างเดียวคือต้องมาที่นี่ แค่อยากมาหาทนายลีค่ะ"
ลีครุ่นคิดสักพักก่อนใช้มือลูบคางตนเอง
"ถ้าให้ผมเดา คุณน่าจะโดนวางยา"
"เอ๊ะ! "
"ขาดสติสัมปชัญญะ ความบกพร่องทางร่างกาย อาการไม่ปกติ ดวงตาโฟกัสไปที่เดียว"
ณดาตั้งใจฟัง เขาพูดด้วยหลักการที่ดูมีเหตุผล กระทั่ง
"ที่เป้าผม"
หึย
แค่ได้ยินก็หน้าแดงแปร๊ดไปถึงใบหูไม่กล้าสบตา นี่ฉันอายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้วนะ ทนายลีนะ ทนายลี
"ผมเคยเป็นทนายให้กับลูกความหลายคน ถ้าอาการแบบนี้คือโดนวางยาแน่นอน" ลีพูดต่อ
เมื่อตาดำสนิทส่งมาอย่างจริงจัง ณดาเริ่มคิดตาม จำไม่ผิดรสชาติของเครื่องดื่มนั่นไม่ใช้รสที่เคยชอบ รสขมตามด้วยรสเปรี้ยวจนคิดว่าเผลอดื่มเม็ดมะนาวเข้าไปด้วย หลังจากนั้นเธอก็รู้สึกร้อนวูบวาบ ร่างกายมันไม่เหมือนคนปกติ หัวใจเต้นโครมคราม มือสั่น ตอนนั้นเธอคิดว่าน่าจะแพ้เครื่องดื่มที่พี่พัฒสั่งให้ เลยขอตัวไปห้องน้ำ แต่พอพัฒได้แตะต้องเธอกลับเห็นเป็นภาพทนายลีเข้าสมอง
"เมื่อวานคุณยกเลิกนัดผม คุณได้ไปกับใครมาหรือเปล่า? " ลีถาม
ณดานิ่งเงียบ เธอไม่คิดว่าพัฒจะวางยาเธอได้ ปกติเขาแทบจะไม่แตะต้องตัวเธอด้วยซ้ำ แทบจะเว้นระยะห่างและให้เกียรติเธอ มีช่วงนี้เท่านั้นที่พี่พัฒเปลี่ยนไป ถ้าเป็นอย่างที่ทนายลีพูดจริง ทำไมเขาถึงทำ
ณดาเลิกคิ้วขึ้นมองผู้สอบปากคำด้วยเสียงในลำคอ "เอ่อ.."
เธอส่งใบหน้าที่กลุ้มใจออกมาจนลีไม่ถามต่อ เธอคงไม่อยากนึกถึงมัน ดูท่ามันจะสะเทือนใจเธอน่าดู
เขาเม้มปากพยักหน้า สองมือตบเข่าพลางลุกขึ้น "คุณนั่งสักพักแล้วกัน พร้อมเมื่อไหร่ค่อยบอกผมก็ได้ ผมไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวผมไปส่งคุณ"
ณดามองตามคนตัวสูงที่ยืนตรงหน้า สีหน้าเหมือนอยากจะบอกเขาว่ายังไม่อยากกลับ
"หรือว่าคุณ จะนั่งกินข้าวพักก่อนก็ได้นะ"
ณดาพยักหน้ารับตอบด้วยความรู้สึกดีใจ
หลังจากลีเดินพ้นไป เธอหันมองตามหลังขอบคุณที่เจอทนายลี เขาดูจะเป็นเพื่อนที่ดีได้ คนที่พึ่งพาคนอื่นไม่ได้อย่างเธออย่างน้อยก็มีหนึ่งคนคอยเป็นที่ปรึกษา ชีวิตสังคมคนรวยนี่มันต้องใส่หน้ากากเข้าหากันจริงๆ ไม่มีหรอกคำว่าเพื่อนแท้เพื่อนตาย มีแต่ความอิจฉาริษยาให้กัน ถ้าใครรู้เข้าว่าเธอโดนวางยา ไม่นานก็รู้กันทั่ววงการไฮโซ ช่างน่าขำทำไมถึงรู้สึกโดดเดี่ยวขนาดนี้
ทว่าหลังจากลีเดินลับตาไปไม่นาน ดวงตาดันสังเกตเห็นของสิ่งหนึ่งบนโต๊ะไม้ดูเหมือนจะเป็นโต๊ะทำงานของทนายลี เห็นมีปากกาหลายแท่งเสียบอยู่ในกระป๋อง และหนังสือกฎหมายวางเต็มโต๊ะไปหมด ที่เด่นสุดเห็นจะเป็นซองสีน้ำตาลซองนี้
ในใจรู้สึกอยากรู้อยากเห็นว่ามันคืออะไร เธอเลยลุกเดินเข้าไปดูโต๊ะทำงานของเขา บางทีอาจจะทำให้รู้จักทนายลีมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
เธอหยุดชะงักตรงโต๊ะทำงาน เมื่อเห็นซองสีน้ำตาลนั่นเขียนว่า พินัยกรรมตระกูลระพีพัฒเจริญ เธอเริ่มอกสั่นขวัญแขวน มันสั่นไหว สิ่งที่อยากรู้มันอยู่ใกล้แค่เอื้อม ณดาเปรยยิ้มออกมา นี่ไงล่ะสิ่งที่ตามหา เธอกวาดสายตามองรอบๆ ไม่เห็นแม้แต่เงา ทนายลีไม่อยู่แถวนี้ เธอรีบหยิบมันก่อนที่เจ้าของจะมาเห็น แต่ทว่า
ตึ้ง!
ก่อนที่ปลายนิ้วจะสะกิดหยิบมัน เสียงกระทบตรงโต๊ะดังสนั่น กองหนังสือที่ตั้งซ้อนกันอยู่เกิดการสั่นไหวเกือบจะทลายลง ฝ่ามือถูกวางลงตรงหน้า อยู่ข้างๆ หญิงสาว
"คุณณดา คุณจะทำอะไร? " เสียงแข็งกร้าวถามด้วยความไม่ชอบใจ
นัยน์ตากลิ้งเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ มองด้านข้างพลางกลืนน้ำลาย แววตาดุร้ายนั้นจ้องจนเกิดความสั่นกลัว
“คือ..”