อบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,รั้วโรงเรียน,ตะวันตก,อื่นๆ,แฟนฟิค,แฟนฟิคแฮร์รี่พอตเตอร์,เวทมนตร์,ฮอกวอตส์,รุ่นลูก,คาถา,แฮร์รี่พอตเตอร์,เด็กหญิงผู้รอดชีวิต,YukiCoCo,แฟนตาซีน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิตอบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย
++คำอธิบายจากนักเขียน++
สวัสดีทุกคนนะคะ ขอต้อนรับสู่อีกเรื่องที่เป็นแนวนิยายฟิครุ่นลูกอีกเรื่อง
เรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะรู้จักก็คือเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ผู้เขียน เจ.เค.โรว์ลิง
เนื้อเรื่องนิยายครั้งนี้ก็เหมือนเคยไรท์อยากสนองฮีทของตัวเองเลย
สร้างเรื่องนี้ขึ้นแต่งรุ่นลูกของแฮร์รี่ขึ้น อันนี้จะแตกแขนงจากละครเวทีอย่างเรื่องเด็กต้องสาป
มาอีกทีเหมือนโลกคู่ขนามอีกโลกหนึ่ง เนื้อเรื่องอาจจะมีปวดตับมั้งหรือเปล่านะ
แต่ถ้าใครไม่ชอบก็ขอประทานอภัยกับเนื้อเรื่องที่ทางไรท์ต้องการนะคะ
บทนำของเรื่อง
อบิเกล เด็กสาวที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอนั้นได้เดินทางไปกับอาของเธอโดยไม่รู้ว่าต้องออกเดินทางเพราะไร จนพวกเขาตั้งหลักได้แล้วก็กลับมายังลอนดอนอีกครั้งและใช้ชีวติจนเวลาผ่านไปนานจนอบิเกลได้อายุ 11 ปี พวกเขากลับมาจากทำงานแล้วกลับมาบ้าน แต่แล้วอบิเกลต้องดีใจที่เธได้ จดหมายจากโรงเรียนเวทมนตร์ ฮอกวอตส์ แต่เธอไม่รู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อเข้าสู้โรงเรียนแห่งนั้น
เรื่องนี้เชื่อมโยงกับโลกเทพปกรณัมกรีกในนิยายแฟนฟิคของเรา
อย่างเรื่อง สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ นะคะ
ไปติดตามกันได้นะ
ปล. เรื่องนี้เป็นนิยายฟรี ไม่อาจะคาดเดาในวันที่จะลงได้
ตอนที่ 28 หน่วยสัตว์วิเศษเข้าคาบ
เสียงฝีเท้ากำลังก้าวเดินออกมาจากทางเชื่อมจากฮอกวอตส์มายังกระท่อมออกศาสตราจารย์ฮอกวอตส์ กลุ่มแรกที่เดินนำคือพวกบ้านกริฟฟินดอร์ชั้นปีที่หนึ่งที่อยากเป็นที่หนึ่งของการไปถึง บ้านอื่น ๆ ก็กำลังตามไปเรื่อย ๆ ระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้นสกอร์เปียสหันซ้ายหันขวามองหาใครบางคน แต่ไม่เจอตัวอีกฝ่ายหลังจากอีกฝ่ายวิ่งออกมาจากห้องทานอาหารเขาก็ไม่เจออีกฝ่ายจนกระทั่งตอนนี้ เขาเดินมาอยู่กับเพื่อนสาวที่เขาสนิทอย่างพวกลูน่า
“ทุกคน...ไม่มีใครเห็นอบิเกลเหรอ? เราจะเรียนวิชาต่อไปแล้วนะ?”
“จริงด้วยนะ...”ลูน่าหันซ้ายขวามองหาอบิเกล
“แต่ว่าเมื่อกี้มีปัญหาอะไรที่เดินวิ่งออกมาไม่บอกเราเลยนะ”
“หรือว่าเธอมีงานต้องทำเลยต้องออกมาก่อน?”
เอวาหันหน้ามามองทุกคนโดยที่กำลังเดินถอยหลัง แต่ว่าก็เกือบก้าวพลาดจนพวกฟาร่าต้องดันหลังอีกฝ่ายที่กำลังหงายหลังมาทางพวกเธอ
“ระวังสิ เอวาชนพวกฟาร่าแล้วนะ”
“ขอโทษที...”
“เดินดี ๆ หน่อย เอวา!!” ฟาร่ากับแพนซี่พูดพร้อมกัน
“ขอโทษนะ...”เอวาหันไปขอโทษสองแฝด
ความกระวนกระวายใจเริ่มกัดกินความรู้สึกของ สกอร์เปียส มากขึ้นทุกที สายตาของเขาคอยกวาดมองหาแผ่นหลังที่คุ้นเคยท่ามกลางฝูงชน แต่กลับไม่พบร่องรอยของเพื่อนสาวคนสนิท ปกติแล้วอบิเกลจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ หลังจากตอนกลางวันอีกฝ่ายหายไปอย่างไร้ร่องรอยทำเอาเป็นห่วงอีกฝ่ายมาก ๆ เหล่านักเรียนเดินจับกลุ่มกันมาจนถึงหน้ากระท่อมของอาจารย์แฮกริด ร่างยักษ์ของผู้ดูแลสัตว์วิเศษยืนรอรับด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ทว่าบรรยากาศกลับวุ่นวายเล็กน้อย เมื่อนักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์บางส่วนพยายามเบียดเสียดคนอื่นออกไปเพื่อจับจองพื้นที่ด้านหน้าสุด สกอร์เปียสและเพื่อนสลิธีรินคนอื่น ๆ ทำได้เพียงมองท่าทางอวดดีเหล่านั้นด้วยสายตาเอือมระอา
“ยินดีต้อนรับเด็ก ๆ ทุกคนเข้าสู่คาบเรียนแสนสนุก!” แฮกริดป่าวประกาศพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“สนุกจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะสัตว์วิเศษหลุดน่ะสิครับ...”เสียงประชดประชันจากนักเรียนคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมา
ทำเอาแฮกริดชะงักไปเล็กน้อย เขายกยิ้มอย่างเจื่อนๆ แต่ก็พยายามรวบรวมสมาธิเพื่อสอนต่อ
“เอาน่า... ครั้งก่อนมันเป็นความผิดพลาดที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่คราวนี้ฉันรับรองว่าพวกเธอจะต้องทึ่ง!”แฮกริดพยายามดึงความสนใจ“เพราะวันนี้ เรามีแขกรับเชิญที่แสนจะวิเศษและน่ามหัศจรรย์ที่สุดมาให้พวกเธอได้ยลโฉมกัน”
“สัตว์วิเศษอะไรจะวิเศษขนาดนั้น?”เด็ก ๆ เริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความสงสัย
ในขณะที่สกอร์เปียสยังคงพยายามมองหาอบิเกลอย่างไม่ลดละ แฮกริดก็หันหน้าไปทางชายป่าต้องห้าม เขาไม่ได้มองไปตามพื้นดิน แต่ออกคำสั่งให้ทุกคนเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟากฟ้าเหนือยอดไม้ไม้สูงใหญ่ หลายคนคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าอาจจะเป็นมังกรหรือกริฟฟิน... แต่มันไม่ใช่เลยสักอย่างที่พวกเขาคิด ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมาจากพุ่มใบสีเขียวครึ้ม!
วืดดดด!
ขนสีเพลิงเจิดจ้าส่องประกายวับแวมราวกับเปลวไฟที่กำลังเต้นระบำอยู่กลางอากาศ ปีกที่สยายกว้างดูสง่างามและทรงพลังเกินกว่านกชนิดใดจะเทียบเคียงได้ มันบินไปตามพื้นป่าเขียวขจีเมื่อระยะสายตาเริ่มเข้ามาใกล้ ๆ เหล่านักเรียนต่างพากันตกตะลึงอย่างกับถูกแช่แข็ง
“นั่นมัน...”เสียงกระซิบสั่นเครือดังขึ้นจากใครคนหนึ่ง
“นกฟีนิกซ์!”
เสียงฮือฮาดังระงมไปทั่วบริเวณ เมื่อนกยักษ์สีแดงทับทิมตัวนั้นโฉบผ่านศีรษะพวกเขาไปอย่างแผ่วเบา ไอความร้อนจาง ๆ และกลิ่นอายที่แสนอบอุ่นแผ่กระจายออกมาจนทุกคนต้องอุทานด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของเด็กทุกคนเป็นประกายด้วยความทึ่งในความงามอันเป็นตำนานที่มาปรากฏอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด นกฟีนิกซ์บินตรงมาหาอาจารย์แฮกริด แต่ทว่ามีมือหนึ่งกำลังยกขึ้น ร่างกายอันตัวเล็กกำลังยกมือรอนกฟินิกซ์ตรงมาหาแล้วเกาะแขนเธออย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างเห็นก็ยิ่งตะลึงกับบุคคลที่เป็นคนคอยควบคุมนกฟินิกซ์ พวกสกอร์เปียสเห็นก็ต่างฉีกยิ้มอย่างดีใจที่เห็นอีกฝ่าย
“อบิเกล~”
อบิเกลยกยิ้มระหว่างเดินออกมาพร้อมกับนกฟีนิกซ์ตัวใหญ่ที่เกาะแขนเธอที่มีอุปกรณ์คอยปกป้องกรงเล็บ แต่มีคนหนึ่งไม่พอใจอย่างยิ่งที่เห็นอีกฝ่ายเป็นคนที่ทำตัวโดดเด่นอยู่ตอนนี้ ฮิวโก้จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่จะฆ่าแกงกันสุด ๆ อบิเกลเห็นสายตานั้นก็ไม่ชอบใจ เมื่อเธอเดินมาอยู่ข้าง ๆ อาจารย์แฮกริด
“ขอบใจอบิเกลที่เป็นอาสาของอาจารย์ค่อยดูแลสัตว์วิเศษให้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ การดูแลสัตว์วิเศษเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สัตว์วิเศษอย่างหนูอยู่แล้วค่ะ~”
“ดีจริง ๆ ปีนี้ฉันมีเธออยู่ในโรงเรียนของเราจริง ๆ”แฮกริดภูมิใจสุด ๆ ที่มีนักเรียนที่เป็นมืออาชีพอยู่ข้าง ๆ แบบนี้
ฮิวโก้ฟังคำพูดของอาจารย์ทุกคำทำให้เขาอิจฉาอีกฝ่ายที่อยู่ตรงนั้นโดยที่จุดนั้นควรเป็นที่ของเขา เขาควรได้รับเสนอให้ควบคุมนกฟีนิกซ์นั้นหรือลองจับมัน แต่ดันมียัยลูกฆาตกรเป็นตัวเอกของวันนี้ซะงั้น อาจารย์แฮกริดกำลังจะให้อบิเกลช่วยให้นกฟีนิกซ์แสดงการบินและร่างกายของมัน
“เอาล่ะ งั้นพวกเรา-”
“อาจารย์ครับ!!”ฮิวโก้เอ่ยเรียกอาจารย์แฮกริด
“หือ? มีอะไร? ฮิวโก้”อาจารย์แฮกริดหันไปมองอย่างสงสัย
“ผมอยากเป็นคนควบคุมนกฟีนิกซ์ครับ!!”
ทุกคนต่างหันไปมองฮิวโก้กันยกใหญ่ว่าอีกฝ่ายพูดอะไรออกมา พวกบ้านกริฟฟินดอร์ต่างชอบใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายขอมันช่างกล้าหาญมาก ๆ อบิเกลจ้องมองอีกฝ่ายก็รู้สึกว่าปัญหามาเยี่ยงแล้ว
“เมื่อกี้เจ้าเด็กนั้นพูดว่าจะควบคุมข้าเหรอ? ฝันไปเถอะ คนที่สามารถควบคุมข้าได้มีแต่เจ้านายของข้า จริงไหม? เจ้านาย”นกฟีนิกซ์เอ่ยถามอบิเกลที่มันตัดสินใจแล้วว่าเธอเป็นเจ้านายของมัน
อบิเกลได้ยินมันพูดก็ถอนหายใจเบา ๆ“ขึ้นกับนายล่ะนะว่าอยากให้ใครควบคุม? แต่ว่า...ยังไงก็ให้ดูแลไม่ได้หรอก...ยิ่งเป็นหมอนั้นที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้เกิดนายทำอะไรขึ้นมาแล้วอารมณ์เสียขึ้นมาอันนี้จะเป็นปัญหาเอานะ”
“ก็จริงนะ พวกเรารับรู้ถึงการแปลงเปลี่ยนอารมณ์ตลอดด้วย เจ้าเด็กนั้นฉันก็ไม่ชอบอยู่ดี เจ้านายช่วยหน่อยสิ”
อบิเกลได้ยินคำขอร้องของนกฟีนิกซ์ก็ลำบากหน่อย ๆ ก่อนที่เธอจะก้าวขามาหนึ่งก้าว
“คงจะไม่ได้นะ”
“ว่าไงนะ!!”ฮิวโก้หันหน้ามองอบิเกลด้วยสายตาที่ถลึงตาออกมาอย่างไม่ชอบใจ“เธอมาตัดสินใจอะไรว่าฉันจะดูแลเจ้านกนั้นไม่ได้นะ!!”
“นกมันบอกว่าไม่อยากให้นายดูแลเขานะ ก็เท่านั้น”
“ว่าไงนะ!! นกมันพูดไม่ได้!! แกจะรู้อะไร!!” ฮิวโก้ชี้หน้าใส่อบิเกล
กลุ่มคนที่แอบอยู่แถวป่าต้องห้ามมองออกมาก็รู้สึกไม่พอใจกับลูกของหัวหน้ามือปราบมารที่ดูจะก้าวร้าวกับเด็กของพวกเขา
“เฮ้อ...”
อบิเกลถอนหายใจเบา ๆ ไม่รู้จะจัดการกับอีกฝ่ายยังไง จนกระทั่งมอลลี่เข้ามาขัดอีกฝ่าย
“ฮิวโก้ หยุดเลยนะ นายไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะ!!”
“อะไรของเธอ มอลลี่ เงียบปากไปเลย!!”
“ว่าไงนะ!! สั่งฉันเงียบปากเหรอ!!” มอลลี่จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่พอใจเช่นกัน
“ใช่!! มาหาว่าฉันไม่เป็นผู้เชี่ยวชาญ แล้วยัยนั้นล่ะ!!”
ฮิวโก้หันนิ้วชี้ไปที่อบิเกลที่ยกบางอย่างออกมาตรงหน้าอีกฝ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้นั้นคือบัตรเจ้าหน้าที่ของเธอที่เก็บไว้กับตัวตลอด
“โทษนะ ฉันเป็นเจ้าหน้าที่สัตว์วิเศษนายคงไม่ลืมนะ!!”
ทุกคนต่างหลุดขำออกมาที่อีกฝ่ายแสดงความโง่ให้ทุกคนเห็น ฮิวโก้ที่มีผมแดงอยู่แล้วตอนนี้ใบหน้าเขากับแดงไปหมดจนกลมกลืนกับสีผมไปแล้ว เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาไม่พอใจกว่าเดิมเขาอยากฆ่าอีกฝ่ายไม่ให้อยู่ในโรงเรียนนี้
“แก!! เมอร์รัล!!” ฮิวโก้พยายามจะหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมา
แต่ทว่ากับมีคนหนึ่งเดินออกมาจากไหนไม่รู้แล้วมาอยู่ข้างหลังของอบิเกลจนมีเงามืดบังร่างกายของอบิเกล ทุกคนต่างอ้าปากค้างกว่าตอนนกฟีนิกซ์เมื่อชายที่มีดวงตาสีดำคมเข้มจับจ้องมาทางพวกเขา การแต่งกายที่บ่งบอกถึงอาชีพที่เข้าทำ
“สก็อต เมอร์รัล!!”
เสียงของทุกคนต่างเอ่ยชื่อของชายคนนั้นอย่างพร้อมเพรียง หลายคนต่างหวาดกลัวชายตรงหน้า บางคนต่างตื่นเต้นที่ได้เห็นชายตรงหน้า ชายที่ถูกขนานนามปีศาจแห่งแผนกสัตว์วิเศษ
“อา...สก็อต...”
สก็อตกอดอกจ้องมองอีกฝ่ายที่เรียกชื่อที่เขาไม่ได้ยินมานานจากปากเด็กชายตรงหน้า“ไม่ได้ยินนานเลยนะ...ที่เธอจะเรียกฉันแบบนั้น แต่ว่า...เธอมีปัญหากับลูกฉัน? วีสลีย์”
ฮิวโก้สะดุ้งกับสายตานั้นก่อนจะทำตัวหัวแล้วถอยหลังออกไปทันที“มะ...ไม่มีครับ...”
ฮิวโก้ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว อบิเกลเข้าใจเลยว่าทั้งพ่อทั้งลูกบ้านวีสลีย์นั้นดูจะกลัวอาสก็อตของเธอสุด ๆ เธอหมุนตัวอย่างเชื่องช้าเพื่อมองคนข้างหลังที่กำลังเท้าเอวอย่างไม่พอใจที่เด็กชายตรงหน้าของเขากำลังหาเรื่องหลานของเขา ดวงตาสีดำก้มมองดวงตาสีเขียวกำลังมองเขา
“แอ็บบี้”
“ค่ะ...”
“หลา- ลูกไปรวบรวมตัวกับคนอื่น ๆ เถอะ เดียวพวกพ่อจะจัดการต่อให้”
“จัดการ?”
สก็อตหันด้านข้างมองไปข้างหลังที่มีแต่ต้นไม้มากมายเต็มไปหมด ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากเรียกสมาชิกของเขา “ทุกคนออกมา”
บรรยากาศภายในป่านั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเสียงฝีเท้าก้าวออกมาจากที่หลบซ่อน เหล่านักเรียนต่างพากันตาลุกวาวเมื่อพวกเขาได้เห็นกลุ่มบุคคลในชุดเครื่องแบบสีดำออกมาจากป่าด้วยความน่าเกรงขามของพวกเขา ช่างต่างจากเหล่ามือปราบมารมาก ๆ ที่ใคร ๆ เคยเห็นจนบางครั้งก็มีคนเรียกหน่วยพวกเขาผิดจากหน่วยสัตว์วิเศษกลายเป็นหน่วยมือปราบมาร พวกเขาหลายสิบคนเดินออกมายืนเรียงหน้ากระดานเรียงยาว ใบหน้าของแต่ละคนมีเอกลักษณ์ที่มองออกว่าแต่ละคนนั้นเป็นคนต่างที่ต่างถิ่น บางคนดูเป็นคนอังกฤษ บางคนดูเป็นคนเอเชีย บางคนดูเป็นคนอินเดียหรือคนผิวสีที่ต่างกันออกไป ก่อนที่หญิงสาวผมสีแดงจะเดินออกมา
“สวัสดีเด็ก ๆ ฉันเดลล่า เมอร์รัลเป็นรองหัวหน้าหน่วยสัตว์วิเศษจ้า”
“เมอร์รัล!?”
เด็ก ๆ ต่างได้ยินแบบนั้นก็หันมาที่อบิเกลที่ยืนอยู่ริมสุดพร้อมกับเพื่อน ๆ เธอหันมองทุกสายตาที่มองเธอ ทุกคนคงสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรกับเธอ
“อ๋อ...นั้นแม่ฉันนะ~”อบิเกลกล่าวออกไปตรง ๆ
“แม่เหรอ!?”
ทุกคนตะลึงความสวยของเจ้าหน้าที่ตรงหน้าอยู่แล้ว พอรู้ว่าเป็นแม่ของอบิเกลต่างตะลึงมากกว่าที่อีกฝ่ายมีแม่ที่สวยแบบนี้ ทางด้านเดลล่าได้ยินอบิเกลเรียกเธอแบบนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกดีใจมาก ๆ ฟังกี่ครั้งก็รู้สึกอบอุ่นใจที่เธอนั้นเลี้ยงเด็กน้อยคนนี้เหมือนลูกสาวของเธอมาตลอด พอได้ยินแบบนี้ก็ทำให้ใจฟูแล้วจริง ๆ
“ใช่จ้ะ ฉันเป็นแม่ของอบิเกล ฝากเป็นเพื่อนกับอบิเกลด้วยนะ”
“ครับ/ค่ะ”
อบิเกลได้ยินอีกฝ่ายฝากฝังเธอกับเด็ก ๆ ปีหนึ่งนั้นทำเอารู้สึกเขินหน่อย ๆ เธอไม่เคยมีพ่อแม่มีแต่อาสก็อตและเดลล่าแล้วก็ครอบครัวหน่วยสัตว์วิเศษที่เป็นครอบครัวเดียวของเธอ ภาพตรงหน้าทำให้เธออยากเก็บไว้ตลอดไป พวกลูน่าหันมาหาอบิเกลทันที
“นั้นแม่เลี้ยงของเธอเหรอ?”ลูน่ากระซิบถาม
“อืม...แต่สำหรับฉัน...เขาเป็นแม่...ที่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่ห้าขวบ”
“ดีแล้วล่ะนะ...อบิเกลยังมีผู้ใหญ่ที่ดูแลนะ”
“คิก ๆ ก็จริงนะ พวกเขาเป็นครอบครัวเดียวของฉัน...”
อบิเกลมองพวกผู้ใหญ่กำลังเตรียมตัวสอนเด็ก ๆ เรื่องสัตว์วิเศษ อบิเกลมองเพื่อน ๆ ที่กำลังยกยิ้มให้เธอ แต่ว่าสายตาของเธอหันไปมองอีกคนที่กำลังจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ
“เจนน่า...”
ทุกคนหันไปมองเจนน่าตามเสียงเรียกของอบิเกล เจนน่าไม่หันมามองเลยเอาแต่มองข้างหน้า อบิเกลก็เห็นว่าสายตาของเจนน่าจับจ้องไปที่เหล่าหน่วยสัตว์วิเศษ เธอเห็นชายหญิงสองคนกำลังค่อยยืนอยู่แถวนั้น อบิเกลเห็นก็พอเข้าใจว่าอะไรที่ทำให้เจนน่าสนใจโดยไม่ได้หันมาสนใจเพื่อน ๆ ของเธอตรงหน้า
ระหว่างการเรียนการสอนนั้นทุกคนได้ออกไปสัมผัสประสบการณ์ที่เหล่าเจ้าหน้าที่สัตว์วิเศษเสนอให้ ทุกคนได้ทั้งสัมผัสได้ทั้งออกคำสั่งกับพวกสัตว์ให้ทำหรือเล่นกับพวกมันจนกระทั่งถึงตาฮิวโก้ที่ออกมาด้วยท่าทางอันมั่นใจยิ่งกว่าอะไร เขาพยายามที่จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเขานั้นเก่งแค่ไหน สายตาของเขาหันมามองอบิเกลเป็นการดูถูกว่าเขานั้นจะทำให้ได้มากกว่าอีกฝ่ายที่เป็นเจ้าหน้าที่สัตว์วิเศษ เขาออกมาพร้อมกับเสนอว่าตัวเองนั้นอยากจะสั่งการนกฟีนิกซ์
“ผมอยากออกคำสั่งกับนกฟีนิกซ์ครับ!!”
เจ้าหน้าที่สัตว์วิเศษได้ยินแบบนั้นก็ตกใจก่อนจะมองอีกฝ่ายที่พวกเขานั้นรู้ฐานะของอีกฝ่ายว่าเป็นใคร
“หนูวีสลีย์ครับ แต่ว่ามันอันตรายนะครับ นกฟีนิกซ์มีกรงเล็บที่อันตรายนะครับ”
ฮิวโก้ได้ยินแบบนั้นก็ตาลุกวาวอย่างไม่พอใจเลย“นี่พวกคุณ!! ผมอยากทำอะไรก็ต้องได้ทำสิ!!”
“แต่ว่า...”
“ให้ทำไปเถอะ!!”สก็อตเอ่ยพูดขึ้น
เหล่าลูกน้องแต่ละคนต่างหันมองอย่างอ้ำอึ้งว่าถ้าทำแบบนั้นจะเกิดอะไรขึ้น เด็กตรงหน้าคือลูกของท่านรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ พวกเขาไม่กล้าให้เด็กบาดเจ็บแน่ ๆ
“ทำตามที่สั่ง เด็กเป็นคนขอไม่ใช่เรา!!”
ทุกคนต่างลังเลก่อนจะยอมทำตาม เจ้าหน้าที่ที่ดูแลนกฟีนิกซ์มาอยู่ตรงหน้าฮิวโก้แต่ห่างพอตัวให้ฮิวโก้สั่งให้นกมาหา ฮิวโก้ได้รับการป้องกันตั้งแต่มือและใบหน้าของเขาจนเจ้าตัวก็มองอย่างสงสัยว่าจะป้องกันอะไรเขาขนาดนี้
“ไม่ต้องมอง เธอเป็นอะไรเดียวฟ้องแม่เธอ มันน่ารำคาญสำหรับเรานะ”
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเอ่ยขึ้น ก่อนที่พวกเขานั้นจะปล่อยให้เด็กทำในสิ่งที่ต้องการต่อ ฮิวโก้หันไปมองนกฟีนิกซ์พร้อมกับยืนแขนมาตรงหน้า
“บินมา!!”
เมื่อเขาออกคำสั่งเจ้านกมองฮิวโก้แวบหนึ่งก่อนจะมองนิ่ง ๆ จนฮิวโก้สงสัยว่าทำไมมันไม่บินมาโดยที่อบิเกลยังไม่เอ่ยอะไรมันยังมาหาเลย
“นี่!! บินมาสิ!!”
“หนูวีสลีย์...ใจเย็น ๆ นกมันฟังเราไม่รู้เรื่อง”
“ไม่รู้เรื่องเนี่ยนะ!! นี่ยัยนั้นยังมาต้องสั่งเจ้านกนั้นก็มาหาเองเลยนี่น่า!!”ฮิวโก้หันไปเปรียบเทียบตัวเองกับอบิเกล
นั้นทำให้อบิเกลที่ได้ยินถึงกับมองบนอย่างเหนื่อย ๆ ก่อนที่สายตาเธอจะหันไปมองอาสก็อตที่จ้องมองเธอเหมือนอยากถามเธอว่าเจอแบบนี้ทุกวันเหรอ เธอได้แต่ยักไหล่อย่างไม่สนใจอะไร เพราะสำหรับเธอปกติไปแล้วตลอดหนึ่งเดือนที่อยู่ที่นี่ ฮิวโก้หันไปมองเจ้านกฟีนิกซ์อีกครั้งก่อนจะออกคำสั่ง
“บินมา!!”
ไม่กี่นาทีนั้นเองนกฟีนิกซ์ก็กางปีกเตรียมที่จะบินมาหาฮิวโก้อย่างรวดเร็ว ฮิวโก้เห็นก็ตาลุกวาวว่าเขานั้นก็สามารถสั่งการนกพวกนี้ได้ แต่ทว่ามันไม่ได้บินมาเพื่อจะเกาะแขนเขาแต่มันบินมาพร้อมกับจิกหัวของฮิวโก้อย่างไม่พอใจ ฮิวโก้ถึงกับตกใจและโวยวายวิ่งหนีทันที นกฟีนิกซ์บินไล่ตามก่อนจะเลิกตามแล้วบินไปหาอบิเกลแล้วเกาะหัวของเธออย่างเบาตัว นั้นทำให้ทุกคนหันมามองเธอว่านกน่าจะโกรธที่ฮิวโก้จ้องอาฆาตใส่อบิเกลเบา ๆ ฮิวโก้ที่วิ่งหนีจนมาหลบหลังเจ้าหน้าที่สัตว์วิเศษคนหนึ่ง เขาโผล่หน้าออกมาจ้องมองเจ้านกนั้นพร้อมกับมองคนที่มันเกาะอยู่
“แก!! เมอร์รัล!! แกสั่งมันให้มาจิกหัวฉันเหรอ?”
“ตอนไหน?”
อบิเกลเอียงคอเล็กน้อยเพราะเจ้านกฟีนิกซ์อยู่บนตัวของเธอ แต่ทว่าเจ้านกก็เอียงคอเป็นเพื่อนอบิเกลซะงั้น ทำเอาหลายคนที่เห็นภาพแล้วดูน่ารักสุด ๆ จนอยากเอามือถือขึ้นมาถ่ายรูปสุด ๆ
“ก็!!!”
ฮิวโก้กำลังจะหาข้ออ้างแต่เขานั้นรู้สึกเสียววาบจากข้างหลังนั้นทำให้เขาต้องหยุดพูดทันทีจนเขาหมุนตัวไปช้า ๆ ก็เห็นสายตาของสก็อตจับจ้องมาที่เขาด้วยสายตาเพ่งเล็งว่าอีกฝ่ายกำลังกล่าวหาอะไรลูกเขา ตัวฮิวโก้มีสิทธิ์โดนเขาฟ้องกลับแน่ ๆ นั้นทำให้ฮิวโก้ต้องหุบปากของตนเองทันที ระหว่างนั้นเองนาฬิกาทรายบอกเวลาก็หมดลงทันทีแฮกริดเห็นก็ตบมือสองสามทีดัง ๆ
“เอาพวกเธอ!! หมดคาบสัตว์วิเศษเป็นที่เรียบร้อย!!”
ทุกคนได้ยินก็ทำสีน่าเสียดายและโห่ร้องกันอย่างไม่พอใจที่คาบที่แสนสนุกแบบนี้กำลังหมดลงอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องมาโธ่ร้องเลย ไว้ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสจะให้ศาสตราจารย์ใหญ่เชิญพวกเขามาแสดงผลงานของพวกเขาให้พวกเธอได้ดูกัน!!”
นักเรียนหลายคนต่างดีใจก่อนจะเตรียมตัวออกจากคาบนั้นกัน ฮิวโก้เห็นสถานการณ์กำลังเป็นใจให้เขาหนีจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เพื่อน ๆ ของเขาที่อยู่กริฟฟินดอร์รีบตามอีกฝ่ายไปทันที สก็อตที่มองมาตั้งแต่ต้นถึงกับส่ายหัวให้กับญาติเขา สายตาของเขาหันกลับไปมองหลานสาวของเขาที่กำลังเงยหน้ามองเจ้านกฟีนิกซ์ที่มาเกาะหัวอยู่
“เป็นไง เห็นเมื่อกี้ไหม? ข้าจิกเจ้าเด็กนั้นที่มาว่าเจ้านายได้ล่ะนะ~”
“ใครเป็นเจ้านายของนายกัน?” อบิเกลเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะว่าตัวเธอนั้นไม่ได้คิดอยากมีสัตว์ภายในการดูแลเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว
“ทำไมอ่ะ ข้าเป็นบริวารของเจ้านายไม่ได้เหรอ? ข้าจะทำตัวดี ๆ ไม่วุ่นวายกับเจ้านายเลยนะ~”
เจ้านกฟีนิกซ์ก้มลงมามองอบิเกลจนเธอรู้สึกว่าถ้าไม่รีบทำอะไรคงมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแน่ ๆ เธอหันไปทางอื่นก็มองเห็นเจนน่าที่ก้มหน้าก้มตาเหมือนกำลังอยากทำอะไรก่อนจะมองไปทางหน่วยของเธอที่กำลังพูดคุยอะไรเลยเดินไปทางหน่วยของเธอที่กำลังพูดคุยกัน
“คุณสคามันเดอร์และคุณนายสคามันเดอร์”อบิเกลเอ่ยเรียกพ่อแม่ของเจนน่า
ทำเอาเจนน่าที่เห็นอีกฝ่ายเดินไปหาพ่อแม่ก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที ก่อนจะหนีไปหลบพวกเอวาทันทีจนทุกคนมองอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร สามีภรรยาสคามันเดอร์หันมามองอบิเกลทันที พวกเขาเห็นเธอตั้งแต่เข้าทำงานกับหน่วยนี้ พวกเขาเลยเคารพเธอในฐานะสมาชิกคนหนึ่ง
“ไง แอบบี้ มีอะไรเหรอ?”
“จะให้เราดูแลฟีนิกซ์ต่อเหรอ?”
“เปล่าค่ะ...แค่...”อบิเกลยกมือขึ้นมาควักมือเข้าหาตัวเหมือนเรียกเขาพวกเขาย่อตัวลงมาหาเธอ
ทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนจะย่อตัวลงหาเธอ“มีอะไรเหรอ?”
“พวกคุณสองคนคงไม่ลืมนะคะว่าที่นี่ที่ไหน?”
“หือ? ก็ฮอกวอตส์ไง อบิเกลทำไมถามพวกเราแบบนั้น?”คุณสคามันเดอร์ถามอย่างสงสัย
อบิเกลส่ายหัวเบา ๆ ที่สามีภรรยาคู่นี้หลงลืมแน่ ๆ ว่าตรงนี้มีคนที่คิดถึงพวกเขามาก ๆ อยู่“งั้นพวกคุณคงไม่ลืม...คนคนหนึ่งนะ”
อบิเกลหันไปมองกลุ่มเพื่อนของพวกเธอ ทุกคนมองมาทางอบิเกลก่อนที่พวกเขาจะชี้กันมาข้างหลังและหลบทางให้พ่อแม่เจนน่าเห็นว่าเธออยู่นี้ เจนน่าเห็นก็หลบไปข้างหลังเอวาอีกครั้ง พ่อแม่เจนน่าเห็นลูกสาวก็ลืมไปเลยว่าลูกสาวพวกเขาอยู่ที่นี่และพึ่งขึ้นปี 1 ปีแรก พวกเขารีบตรงดิ่งไปหาลูกสาวทันที
“เจนน่า!!”
“ลูกแม่!!”
เจนน่าได้ยินเสียงพ่อแม่ก็ใจเต้นแรงจนทุกคนหลบทางให้พ่อแม่อีกฝ่ายที่เข้ามากอดลูกสาวของพวกเขาทันที เจนน่ามองพ่อแม่ที่กอดเธอมันรู้สึกดีรู้สึกคิดถึงพ่อแม่ที่ไม่ค่อยได้กลับบ้านมาหาเธอเลยจนเธอนั้นกอดพ่อแม่อย่างรักใคร่
“พ่อ...แม่...ค่ะ...”
“ไงคนดี...พ่อแม่ขอโทษนะไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูดีใจที่เจอพ่อกับแม่อีก...”
พ่อแม่เจนน่ากอดลูกสาวของพวกเขาที่รักมาก ๆ พวกเขาหอมแก้มเธออย่างรักมาก ๆ อบิเกลเห็นภาพนั้นแล้วรู้สึกดีใจมาก ๆ ที่เพื่อนของเธอมีครอบครัวที่รักเธอแบบนั้น ตอนแรกที่ได้ยินว่าทำงานกับเธอก็สงสัยอยู่ว่าพ่อแม่อีกฝ่ายเป็นใครกันแน่ ดันเป็นสามีภรรยาที่รักกันดี พวกเขาชอบเมาท์ถึงลูกสาวของเขาว่าเก่งแค่ไหนและน่ารักแค่ไหน อบิเกลก็ดีใจที่อีกฝ่ายมีครอบครัวที่รักแบบนี้ ภาพตรงหน้าที่แสนจะธรรมดานั่นมันกับพร่าเลือนขอบภาพค่อย ๆ บิดเบี้ยวเหมือนแผ่นฟิล์มที่ถูกความร้อน ภาพตรงหน้าเหมือนเห็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งกำลังกอดบางอย่างไว อบิเกลรู้สึกจี๊ดที่หัวของเธอเหมือนมีคนเอาอะไรบางอย่างมากดทับ ภาพนั้นยังไม่หายไปมันกับยังอยู่ในหัวจนอบิเกลนั้นทรุดลงกับพื้น เจ้านกฟีนิกซ์มองอีกฝ่ายที่ทรุดลงกับพื้น
“เจ้านายเป็นอะไรนะ!!”
“ไม่รู้...อยู่ ๆ ภาพในหัวมัน...”
อบิเกลจับหัวของตนเองอย่างเจ็บปวด ภาพที่อยู่ในหัวเหมือนภาพครอบครัวใครสักคน แต่มองเห็นแค่แผ่นหลังของพวกเขา มันเหมือนจะเด่นชัดเมื่อเธอพยายามจะเดินตรงเข้าไปหา แต่แล้วภาพตรงหน้าเหมือนจอที่ดับลง อบิเกลมีสีหน้าที่ซีดลงเธอรู้สึกสิ่งที่เห็นนั้นทำให้เธอเหมือนโดยดูดพลังไปก่อนที่เธอจะล้มลงกับพื้นไป
จบตอนที่ 28 โปรดติดตามตอนที่ 29 ต่อไป