อบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,รั้วโรงเรียน,ตะวันตก,อื่นๆ,แฟนฟิค,แฟนฟิคแฮร์รี่พอตเตอร์,เวทมนตร์,ฮอกวอตส์,รุ่นลูก,คาถา,แฮร์รี่พอตเตอร์,เด็กหญิงผู้รอดชีวิต,YukiCoCo,แฟนตาซีน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิตอบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย
++คำอธิบายจากนักเขียน++
สวัสดีทุกคนนะคะ ขอต้อนรับสู่อีกเรื่องที่เป็นแนวนิยายฟิครุ่นลูกอีกเรื่อง
เรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะรู้จักก็คือเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ผู้เขียน เจ.เค.โรว์ลิง
เนื้อเรื่องนิยายครั้งนี้ก็เหมือนเคยไรท์อยากสนองฮีทของตัวเองเลย
สร้างเรื่องนี้ขึ้นแต่งรุ่นลูกของแฮร์รี่ขึ้น อันนี้จะแตกแขนงจากละครเวทีอย่างเรื่องเด็กต้องสาป
มาอีกทีเหมือนโลกคู่ขนามอีกโลกหนึ่ง เนื้อเรื่องอาจจะมีปวดตับมั้งหรือเปล่านะ
แต่ถ้าใครไม่ชอบก็ขอประทานอภัยกับเนื้อเรื่องที่ทางไรท์ต้องการนะคะ
บทนำของเรื่อง
อบิเกล เด็กสาวที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอนั้นได้เดินทางไปกับอาของเธอโดยไม่รู้ว่าต้องออกเดินทางเพราะไร จนพวกเขาตั้งหลักได้แล้วก็กลับมายังลอนดอนอีกครั้งและใช้ชีวติจนเวลาผ่านไปนานจนอบิเกลได้อายุ 11 ปี พวกเขากลับมาจากทำงานแล้วกลับมาบ้าน แต่แล้วอบิเกลต้องดีใจที่เธได้ จดหมายจากโรงเรียนเวทมนตร์ ฮอกวอตส์ แต่เธอไม่รู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อเข้าสู้โรงเรียนแห่งนั้น
เรื่องนี้เชื่อมโยงกับโลกเทพปกรณัมกรีกในนิยายแฟนฟิคของเรา
อย่างเรื่อง สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ นะคะ
ไปติดตามกันได้นะ
ปล. เรื่องนี้เป็นนิยายฟรี ไม่อาจะคาดเดาในวันที่จะลงได้
ตอนที่ 27 สัตว์วิเศษหายาก
ฝีเท้าที่เร่งรีบพาร่างของอบิเกลพุ่งตัวออกจากโถงทางเดินกว้างขวาง มุ่งหน้าสู่ประตูบานยักษ์ของปราสาทฮอกวอตส์อย่างไม่คิดชีวิต เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเดินหินอันคุ้นตา แทรกตัวผ่านเหล่านักเรียนที่กำลังเดินเล่นจับกลุ่มกันอยู่ตามทางเดิน จนหลายคนต้องหันมามองด้วยความสงสัยว่าเหตุใดเด็กน้อยดูรีบร้อนถึงเพียงนั้น ลมเย็นภายนอกปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่เมื่อเธอพ้นจากตัวปราสาท อบิเกลวิ่งลัดเลาะไปตามทางเดินที่ลาดลงสู่เนินเขาเบื้องล่าง มุ่งหน้าไปยังกระท่อมหลังย่อมของแฮกริดที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวนอกปราสาท จนกระทั่งมาถึงจุดเชื่อมที่เป็นแนวเนินผาสูง สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนรวมตัวกันอยู่ไกล ๆ
ดวงตาเปิดกว้างหัวใจกำลังเต้นอย่างรุนแรง ความรู้สึกที่หอมเหนื่อยหายไปพริบตาก่อนที่เธอจะวิ่งลงตามทางลาดโดยไม่สนใจทางเดินที่มีให้
“ทุกคน!!!”
เสียงตะโกนดังก้องไปทั้งบริเวณนั้นเหล่าคนกลุ่มนั้นได้ยินเสียงอันคุ้นเคย พวกเขาหันไปตามเสียงนั้นก็ได้เห็นเด็กหญิงผมดำอันคุ้นเคย กำลังวิ่งมาด้วยความกระตือรือร้นจนหนึ่งในนั้นยิ้มอย่างดีใจ เขาเดินออกมากลุ่มคนพร้อมกับเดินตรงไปหาเด็กน้อย
“แอบบี้~”
อบิเกลวิ่งผ่านอ้อมกอดที่คุณอาอ้าแขนรอรับอย่างไม่ไยดี เธอไม่ได้เหลือบมองวงแขนที่กางกว้างนั่นเลยแม้แต่น้อย เพราะเป้าหมายเดียวของเธอคือหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“เดลล่า!!!!”
คนเป็นอาได้แต่ยืนค้างเติ่งอยู่ท่ามกลางอากาศธาตุ ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของลูกน้องที่พยายามกลั้นเสียงไม่ให้ได้ยิน แต่สก็อตได้ยินเสียงนั้นก็หันขวับไปมองตาเขียวจนพวกนั้นต้องรีบปั้นหน้านิ่งทำเป็นขรึมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนที่เขาจะถอนหายใจแล้วหันกลับไปมองภาพเบื้องหลังของตนเอง ภาพที่เขาเห็นคือหลานสาวตัวดีกำลังโถมเข้ากอดเดลล่าแน่นด้วยความคิดถึง
“คิดถึงเดลล่าจัง~”
“ฉันก็คิดถึงหนูนะ สาวน้อยของฉัน” เดลล่ากอดเด็กน้อยที่คิดถึงและเป็นห่วงมาตลอดว่าเป็นไงมั้งเวลาอยู่โรงเรียน “เรียนเป็นไงมั้งจ๊ะ? ได้ยินจากสก็อตว่าหนูเจอเรื่องเยอะเลยนะ”
“เรียนก็งั้น ๆ ค่ะ แต่เรื่องอื่นทำหนูเหนื่อยมากกว่าจนอยากกลับบ้านเลยนะคะ”
เดลล่ามองเด็กน้อยเงยหน้ามองเธอ คำพูดที่เด็กน้อยบอกทำให้เธอนั้นฟังแล้วแอบสงสาร ถึงเด็กน้อยจะเก่งเพียงใดแต่ก็ต้องมีภัยอันตรายรอบกายตลอด เธออยากให้เด็กน้อยกลับมาอยู่บ้านมากกว่า แต่ก็ต้องทำตามคำสั่งของกระทรวงเวทมนตร์เพื่อการงานของเด็กคนนี้
“ทนหน่อยนะจ๊ะ เดียวช่วงคริสต์มาสหนูก็กลับบ้านแล้ว ฉันจะทำของที่หนูชอบให้เยอะ ๆ เลยล่ะนะ”
“จริงเหรอคะ? เย้ หนูอยากทานพายเนื้อฝีมือเดลล่าที่สุด~” อบิเกลแสดงสีหน้าอย่างตื่นเต้น
“จ้า~ เดี๋ยวจะทำไว้เยอะ ๆ เลย” เดลล่าลูบหัวเด็กน้อยเบา ๆ อย่างเอ็นดู
อบิเกลกอดซุกเดลล่าอย่างรักใคร่ เธอไม่เคยรักใครได้เท่ากับเดลล่าสักคน การที่ผู้เป็นอาได้เป็นแฟนกับอีกฝ่ายก็ทำให้เธอพอใจเป็นอย่างมาก ผู้เป็นอาเดินตรงเข้ามาหาทั้งสองพร้อมกับกระแอมขึ้นมา
“อะแฮ่ม!!”
ทั้งสองคนหันไปมองเจ้าของเสียงที่กระแอมขึ้นมา อบิเกลหันไปมองก็เห็นอาสก็อตกำลังเท้าเอวมองเธอด้วยสายตาไม่พอใจบางอย่างนั้นทำเอาเธอสงสัย ก่อนจะเอ่ยพูดบางอย่าง
“อะไรติดคอเหรอคะ อาสก็อต”
“!!!” สก็อตหันขวับทันที
ริชาร์ดกับพวกลูกน้องถึงกับหลุดขำพรืดออกมาอีกรอบอย่างกลั้นไม่อยู่ พวกเขาชอบอกชอบใจทุกครั้งที่เห็นหลานสาวตัวแสบทำให้หนุ่มผู้เคร่งขรึมอย่างสก็อต ต้องหน้าแตกยับเยินแบบหมอไม่รับเย็บ ซึ่งมันเป็นภาพที่หาดูได้ยากเหลือเกินถ้าไม่ใช่ฝีมือของอบิเกล
“ล้อเล่นค่า~” อบิเกลผละตัวออกจากเดลล่าแล้วเดินตรงมาหาอีกฝ่ายพร้อมกับกอดผู้เป็นอาทันที “หนูคิดถึงอาจังเลย”
“เหรอ? เมื่อกี้พุ่งหาเดลล่าก่อนอาเนี่ยนะ” สก็อตประชดประชันหลานสาวที่กำลังเงยหน้ามองเขา
“อู้ววว อิจฉาเหรอคะ~” อบิเกลเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่กำลังงอนเธอ “หนูน่าจะอิจฉามากกว่าไหม? อาอยู่กับเดลล่ามากกว่าหนูอีก!!”
“อะไร? เดลล่าเป็นแฟนอานี่น่า อยู่กับอาก็ถือว่าถูกไหมล่ะ?”
“ค่าาาาาาาาาาาาา!!” อบิเกลขานตอบด้วยความหมั่นไส้ ก่อนที่เธอกอดอกหันหน้าหนีไปทางอื่น “งั้นก็แปลว่าไม่อยากอยู่กับหนูแล้วสิ”
“จะบ้าหรือไง!! อาก็ต้องอยู่กับหลานด้วยสิ!! หลานสำคัญกับอานะ!!”
อบิเกลได้ยินแบบนั้นก่อนจะหันหน้าไปมอง “จริงเหรอ? สำคัญยังไง?”
“ไม่น่าถามนะ เจ้าตัวเล็ก” สก็อตย่อตัวลงจับหลานสาวให้หันมาหาต้นเอง “หลานเป็นเจ้าแก้วตาดวงใจของอา...เป็นคนสำคัญที่อานั้นไม่สามารถเสียไปได้อีก...เป็นเหมือนลูกสาวอา”
อบิเกลฟังคำพูดอาสก็อตก็ได้แต่ยิ้มและมองเขาจ้องมองดวงตาสีเขียวของเธอปะทะด้วยตาสีดำของเขา
“ทั้งหลานและเดลล่าเป็นสำคัญที่สุดของอา แล้วเป็นคนที่อาอยากปกป้องที่สุดในชีวิต”
“อาสก็อต~” อบิเกลโผเข้ากอดผู้เป็นอาทันทีอย่างรักใคร่“อาก็สำคัญกับหนูเหมือนกัน เป็นครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่ของหนู”
สก็อตหอมด้านข้างศีรษะเบา ๆ เขากอดซบเด็กน้อยอย่างรักและเอ็นดูเสมอมา “หลานก็เช่นกัน หลานเป็นสิ่งเดียวที่อารักที่สุด เป็นเจ้าตัวน้อยของหลาน อบิเกล~”
ทุกคนที่ฟังคำพูดของทั้งสองเอารู้สึกตื้นตันใจสุด ๆ จนหลานคนอย่างร้องไห้ตรงนั้น เดลล่ามองสก็อตกับอบิเกลกอดกัน เธอนึกถึงสองคนที่เจอช่วงเวลาย่ำแย่มาหลายปีทั้งสองคนมีกันและกันเสมอไม่เคยไม่มี พวกเขาเหมือนพ่อลูกที่ต้องดูแลกันและกันมาตลอด อบิเกลมองคนเป็นอาแล้วยิ้มให้อย่างรู้ใจกัน ก่อนที่เธอจะมีคำถามบางอย่างที่สงสัย
“แล้วนี่มาทำอะไรที่ฮอกวอตส์เหรอคะ? หรือว่าตรวจสารนั้นแล้วว่ามันคืออะไร?” อบิเกลหันไปหาทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
พวกเขายังทำสีหน้าลำบากเล็กน้อย สก็อตให้หลานนั่งบนตักของเขาที่ยังยกไว้เป็นตัวแอลกลับหัว
“แอบบี้...เรายังหาสาเหตุไม่ได้นะ...”
“อีกแล้วเหรอคะ? เรามีสารเยอะเลยนะ!?”
“ใช่ อบิเกล แต่พวกพี่ตรวจสอบมันแล้ว แล้วก็เกิดเรื่อง...”
“เกิดเรื่อง?” อบิเกลขมวดคิ้วอย่างสงสัย “มันสลายหายไปหลังจากเราลองใช้อุปกรณ์บางชนิด พอเอาเข้าใกล้มันทำให้มันสลายหายไปนะ”
“มีงั้นด้วยเหรอ!?”
“ใช่...แล้วอุปกรณ์เป็นของคนหนึ่งที่เขามาใกล้ ๆ นะ ตอนนั้นพวกเราสอบถามเขา แต่เขาไม่ยอมตอบอะไร บอกแค่ว่าเป็นของตกทอดมานะ”
“หนูต้องการคุยกับคนนั้น!!”
อบิเกลเริ่มรู้สึกสมองกำลังประมวลผลอย่างรุนแรงจนความร้อนขึ้นหัว เธอต้องการเจอบุคคลที่ทำให้ความพยายามของเธอศูนย์เปล่า
“ใจเย็น ๆ อบิเกล พวกอาตรวจสอบแล้วเขาไม่มีเจตนาแต่สิ่งที่เขาบอกเกี่ยวกับอุปกรณ์ยังโกหกอยู่”
“ทำไมเขายังโกหก แบบนี้มีพิรุธนะ!”
“ใช่ แต่เขาก็อยู่กับเรามานาน...แต่ว่า...เขาบอกว่าไม่สามารถบอกได้...ถ้าบอกได้เขาจะบอก...”
“รอคริสต์มาสก่อน หนูจะไปคุยกับคนนั้น!!”
“อบิเกล...” สก็อตมองหลานสาวที่ยังรู้สึกไม่พอใจ
“วันนี้มาทำอะไรกันแน่คะ?” อบิเกลกล่าวถามอีกครั้ง
“พอดีอาจารย์แฮกริดอยากได้สัตว์วิเศษที่หายากนะ” สมาชิกคนหนึ่งเอ่ยพูดขึ้น
“เขาเลยขอความช่วยเหลือจากหน่วยของเราออกตามหาผ่านคำร้องจากกระทรวงอีกที” สมาชิกคนที่สองกล่าวต่อเป็นลูกคลื่น
“สัตว์วิเศษหายาก?” อบิเกลขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าต้องการสัตว์วิเศษหายากไปทำไม
สก็อตมองหลานสาวก่อนจะยิ้มให้ “พอดีอาจารย์บอกว่าต้องการเอามาสอนเด็ก ๆ เรี่องสัตว์วิเศษที่มีความสามารถที่ต่างจากสัตว์ตัวอื่น ๆ นะ”
“สัตว์วิเศษที่มีความสามารถ...” อบิเกลครุ่นคิดอย่างสงสัย
“หรือว่า!!”
“ช่ายยยย”
ทุกคนต่างพร้อมใจกันหลีกทาง ราวกับรู้ว่าช่วงเวลานี้เป็นของเธอ อบิเกลลุกขึ้นยืนจากข้างกายอาสก็อต ดวงตาสีเขียวจับจ้องไปยังเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกท่วมท้นจนแทบลืมหายใจ ชายตรงหน้าที่ยืนอยู่นั้นกำลังยิ้มอย่างภูมิใจ แต่สิ่งที่สะดุดตาคือสิ่งที่อยู่บนท่อนของเขาแขน มันสัตว์วิเศษในตำนานที่มีชีวิต นกฟีนิกซ์ มันยืนสง่างามด้วยขนาดตัวที่ใหญ่โตราวกับนกอินทรี แต่สิ่งที่สะกดทุกสายตาคือเรือนขนสีแดงเพลิงตัดกับสีทองคำที่ส่องประกายเจิดจ้าราวกับมันมีแสงสว่างในตัวเอง ไอความร้อนจาง ๆ แผ่ออกมารอบตัวมัน กรงเล็บแหลมคมเกาะแน่นบนปลอกแขนหนังอย่างทรงพลัง เพียงแค่การปรากฏตัวของมันก็ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาทันที
อบิเกลรู้สึกข้างในมันหายใจเข้าลำบากเหมือนมีพายุหมุนอยู่ภายในท้องของเธอ
“ฟีนิกซ์...”
“ตะลึงใช่ไหม? กว่าหัวหน้าจะหาเจอต้องใช้เวลาหลายวันเลยล่ะนะ”
อบิเกลเงยหน้ามองอาสก็อตที่เป็นคนออกไปตามหาเอง “อาหาเองเหรอ?”
“ใช่...ตอนแรกคิดว่าที่นี่น่าจะมี แต่ว่าถ้ามีพวกเขาก็คงไม่ต้องเรียกเรา ที่จริงเมื่อหลายปีก่อนศาสตราจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ก็เคยมีนกฟีนิกซ์ที่ดูแลไว้...แต่พอท่านเสียไป...มันก็บินหายไปไหนมันคงบินไปตามเจ้านายของมันอย่างอิสระ...”
“ศาสตราจารย์ใหญ่...?”
“ก่อนศาสตราจารย์ใหญ่มักกอนนากัล ยังมีศาสตราจารย์ใหญ่ที่น่านับถือคนหนึ่ง” เจ้าหน้าที่สัตว์วิเศษคนหนึ่งเดินมาอยู่ด้านข้างขวาอบิเกล
“ชื่อของเขาเป็นชื่อที่ทุกคนจะต้องรู้จัก ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์” ริชาร์ดมาอยู่ข้างซ้ายของอบิเกล
อบิเกลมองสองคนที่มาอยู่ข้าง ๆ เธอทั้งสองข้างจนเธอนั้นนึกคำพูดของทั้งสองว่าศาสตราจารย์คนก่อนชื่ออะไรก่อนจะเอ่ยทวนอีกครั้ง
“ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์?”
“ใช่ เขาเป็นชายที่อยู่ในรูปภาพในห้องศาสตราจารย์ใหญ่ตอนนี้ รูปร่างของเขาผอมสูง มีเครายาวสีเทา การแต่งกายชุดคลุมยาวที่มีลวดลาย กำมะหยี่สีม่วงหรือไม่ก็ที่จำได้ก็สีฟ้าสว่าง”
คำอธิบายของหนึ่งในสมาชิกทำให้อบิเกลนึกถึงชายในห้องศาสตราจารย์ใหญ่ คำอธิบายนั้นตรงกับชายคนนั้นมาก ๆ จนเธอเข้าใจแล้วว่าชายคนนั้นคืออดีตศาสตราจารย์ใหญ่
“อ๋อ...ชายคนนั้น...หนูจำได้...หนูเคยเห็นเขา...แต่ไม่เคยถามว่าคือใคร”
“เคยเห็น?”
ทุกคนต่างมองเด็กน้อยที่เอ่ยแบบนั้นพวกเขารับรู้ว่าภาพของศาสตราจารย์ใหญ่อยู่ที่ไหนในฮอกวอตส์
“อบิเกล เราเคยเห็นได้ไงโดยที่ภาพของศาสตราจารย์ใหญ่คนเก่าอยู่ห้องศาสตราจารย์ใหญ่คนปัจจุบัน?”
“!!!” อบิเกลได้ยินก็ตาลุกวาวพร้อมกับคำพูดในใจว่า ‘ฉิบหายล่ะ’
“แอบบี้!!” สก็อตหันไปจ้องมองหลานสาวอย่างสงสัยว่าหลานสาวของเขาคงไม่โดยเรียกเข้าไปห้องนั้นอีกนะ “หนูคงไม่ได้โดนเรียกเข้าไปห้องนั้นหรอกนะ!?”
“เอ่อ...” อบิเกลหันไปมองผู้เป็นอาของเธอที่กำลังจ้องมองเธออย่างจะกินเลือดกินเนื้อเธอ “เมื่อวาน...สด ๆ ร้อน ๆ เลยค่ะ...”
“อบิเกล!!” สก็อตถลึงตาด้วยความรู้สึกขุ่นเคือง
“ก็...แค่เข้าไปในสนามควิดดิชเฉย ๆ เอง”
“ใช่เหรอ?” สก็อตยิ่งอยากรู้รายละเอียดมากกว่าเดิมอีก ก่อนที่เขาจะคิดบางอย่าง “งั้นอาจะไปถามศาสตราจารย์มักกอนนากัลเองนะ”
“อย่าค่ะ!” อบิเกลวิ่งไปดักหน้าผู้เป็นอาทันที "หนูไม่อยากให้อาเข้าไปในโรงเรียนตอนนี้นะคะ"
สก็อตหยุดแล้วหันกลับมามอง “’ งั้นอธิบายมา?”
“พอดีเมื่อวานมีการแข่งขันควิดดิช แล้วในสนามเกิดเรื่องระหว่างบ้านเดียวกันนะคะ...หนูเห็นท่าไม่ดี...เลยเข้าไปข้างในสนาม...”
“แล้วมันหน้าที่หลานเหรอ?”
“แต่พี่ที่หนูรู้จักกำลังลำบากนะคะ!”
“ไม่มีแต่อบิเกล เกิดหลานเป็นอะไรขึ้นมาทำไง!?”
“ก็ไม่เป็นไง” อบิเกลยกมืออยู่ระดับหน้าอกแล้วกางออกเล็กน้อยและยักไหล่
“อบิเกล!!”
เสียงของสก็อตดังไปทั้งบริเวณนั้นจนกระทั่งชายร่างใหญ่ที่กำลังแบกเดินออกมาเห็นคนหนึ่งหนึ่งอยู่แถวหน้าบ้านของเขา พอเห็นว่าเป็นใครเขาก็หัวเราะพร้อมกับวางของลงจากบ่าของตนเองแล้วเดินออกไปหา
“มาเสียงดังหน้าบ้านคนอื่นแบบนี้เสียมารยาทนะ”
ทุกคนต่างหันไปมองเจ้าของเสียงที่เดินออกมาจากป่าต้องห้ามพวกเขาก็หันไปมองอีกฝ่ายแล้วยกยิ้มอย่างดีใจที่เจออีกฝ่าย
“แฮกริด!!”
“อาจารย์แฮกริด!!”
“ไงคะ แฮกริด~”
“ไงทุกคน ดีจริง ๆ ที่เห็นพวกเธอสบายดี เด็กตัวน้อย ๆ ที่ตอนนี้เป็นเจ้าหน้าที่เต็มตัว” แฮกริดมองทุกคนอย่างภูมิใจที่ทุกคนอยู่ตรงหน้าเป็นเด็กที่จบจากฮอกวอตส์ส่วนใหญ่
“แฮกริด...” สก็อตเดินตรงไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับยื่นมือไปหาอีกฝ่าย
แฮกริดมองชายหนุ่มก่อนจะยิ้มอ่อน ๆ ก่อนจะจับมือและกอดอีกฝ่ายเบา ๆ “ไง สก็อต สบายดีไหม? เจ้าหนู”
“สบายดีครับ”
“ขอบใจที่ช่วยเสมอ”
“ตอบแทนที่คุณยังช่วยเหลือผมเสมอ” สก็อตกล่าวอย่างดีใจที่เขาถึงกลับมาไม่มีใครก็มีอีกฝ่ายที่ค่อยมาหาและยังคงช่วยเหลือเขา
“หึ...” แฮกริดยกยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนที่สายตาของเขาจะเห็นบางอย่างห่างตาก่อนจะหันไปมองเห็นเด็กนักเรียนของเขาอยู่ตรงนั้นพอดี “อ้าว? เมอร์รัลมาทำอะไรที่นี่นะ?”
“หนูมาหาอา...เอ่อ...พ่อหนูค่ะ...” อบิเกลกล่าวพร้อมกับมองอาสก็อต
“หือ?” แฮกริดมองอย่างสงสัยถึงเขาจะอายุเยอะเขาก็ดูสงสัยในตัวเด็กน้อยที่บอกว่ามาหาพ่อ เขาเงยหน้ามองสก็อตที่กำลังยกยิ้มให้เขาก่อนจะกระซิบบางอย่างที่อบิเกลไม่รู้ว่าพวกเขานั้นคุยอะไรกัน แฮกริดมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปชั่วครู่ก่อนจะมองเด็กน้อยอีกครั้ง เขาจ้องมองเด็กน้อยอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนท่าทาง
“งั้นเหรอ...สก็อตสินะ...ฉันเกือบลืมไปเลย...” แฮกริดกล่าวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจนอบิเกลมองอย่างสงสัย “เอาล่ะ...พวกเธอมาคงแปลว่าสิ่งที่ฉันขอมาแล้วสินะ”
“ใช่ครับ” สก็อตหันไปหาลูกน้องของเขาที่กำลังดูแลนกฟีนิกซ์ให้อย่างปลอดภัยที่สุด
แฮกริดมองสิ่งที่เขาเคยเห็นเมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่มันจะหายไปแล้วไม่เห็นอีกเลยจนกระทั่งตอนนี้เขาก็เห็นมันอีกครั้ง ระหว่างที่อาจารย์แฮกริดกำลังตะลึงกับความงามของนกฟีนิกซ์บางอย่างในตัวของอบิเกลก็เริ่มทำงาน
‘ฉันอยากกินขนมจัง...มีหนอนหรืออะไรให้กินไหมเนี่ย?’
เสียงบางอย่างทำให้อบิเกลรู้สึกคันหูทันที เธอมองรอบ ๆ ว่ามีสิ่งใดพูดจนเธอนั้นหันไปมองนกฟีนิกซ์ที่กำลังกางปีกเหมือนเรียกร้องความสนใจจนเธอคิดว่าเสียงนั้นน่าจะเป็นเสียงของเจ้านกนี้แน่ ๆ อบิเกลเดินไปหาคนที่ถือของกินของนกฟีนิกซ์อยู่
“มีหนอนให้นกฟีนิกซ์ไหมคะ?”
“หนอนเหรอ...เอ่ย...” เจ้าหน้าที่คนนั้นมองหาของที่ถุงก่อนจะหยิบเจอ “มี แต่...มันจะกินเหรอ? มันน่าจะกินสัตว์เล็กนะ”
“ไม่ลองก็ไม่รู้ค่ะ” อบิเกลกล่าวก่อนจะเดินไปหานกฟีนิกซ์ก่อนจะเทหนอนใส่มือทั้งสองข้างของเธอ แล้วเดินไปอยู่ตรงหน้าของมัน “อยากกินหนอนใช่ไหม?”
‘หนอน!!!’
นกฟีนิกซ์เห็นหนอนก็กางปีกบินตรงไปหาอบิเกลมันลงที่มือของอบิเกล อบิเกลพยายามจะยืนให้อยู่ แต่ตัวนกตัวใหญ่กว่าเธอจนเธอจะล้ม คนรอบ ๆ เห็นก็รีบเข้ามาช่วยพยุง สก็อตที่เห็นตอนแรกจะพุ่งมาแต่ทุกคนมาช่วยก็ทำให้เขาโล่งใจ นกตัวนั้นจิกกินหนอนอย่างชอบใจ
‘แซ่บหลาย~ นี่ล่ะที่อยากกิน ขอบใจเจ้าหนู’ นกฟีนิกซ์กล่าวขอบคุณ
“ไม่เป็นไร...แค่นี่เอง…” อบิเกลกล่าวตอบออกไป
นกฟีนิกซ์ถึงกับรู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้ยินก่อนที่มันจะมองมาทางอบิเกล พวกผู้ใหญ่ต่างมองกันว่านกมันจะทำอะไรอบิเกลไหม
“เดียวนะ...เจ้าได้ยินเสียงข้าเหรอ?”
“เอ่อ...”
อบิเกลลืมตัวไปว่าไม่มีใครเคยรู้นอกจากคนที่รู้จักเธอว่าเธอนั้นมีอีกความสามารถหนึ่งที่ติดตัวมานั้นคือการได้ยินเสียงของสัตว์มากมายบนโลกนี้ นั้นเป็นสิ่งที่เธอรัก เพราะเธอเข้าใจสิ่งรอบข้างที่เธอสนใจได้หมด
“เมื่อกี้เจ้าได้ยินเสียงข้า ว้าวววว ข้าไม่เคยเจอใครได้ยินเสียงข้าเลยนะ!! ข้ารู้สึกชอบใจขึ้นมาเลยเด็กน้อย!!”
นกฟีนิกซ์บินมาอยู่ที่หัวของอบิเกลทันทีพร้อมกับคลอเคลียเป็นลูกหมาเลยจริง ๆ อบิเกลรู้สึกว่าความซวยมาเยี่ยงเธออีกแล้ว จนทุกคนมองก็ตะลึงก่อนจะหันไปมองหัวหน้าที่ตอนนี้หลานเขากำลังเป็นที่ชอบใจของฟีนิกซ์เสียแล้ว
“อบิเกล...นกมันบอกอะไรหลาน?”
“มันบอกว่า...ไม่เคยเจอใครได้ยินมันพูด...มันเลยชอบหนูเสียแล้ว...” อบิเกลหันไปมองโดยมีนกฟีนิกซ์ตัวใหญ่อยู่บนหัว “นี่ลงจากหัวฉันสักที ตัวก็หนัก!!”
“ม่ายยยยยยย ข้าไม่ลงเด็ดขาด!!”
เสียงนกเจี๊ยวจ้าวอย่างไม่ยอมสิ่งที่อบิเกลกล่าวจนเสียงนั้นทำให้คนรอบข้างรู้สึกรำคาญขึ้นมาแต่นั่นทำให้สก็อตคิดว่าหลานสาวเขากำลังได้สัตว์เลี้ยงตัวใหม่แน่ แฮกริดมองด้วยความตะลึงที่นกที่ดูสง่างามกำลังคลอเคลียมนุษย์คนหนึ่งอย่างรักใคร่จนเขาหันไปมองสก็อต
“อย่ามองผมแบบนั้นเลย...เป็นความสามารถที่ไม่คาดคิดว่าเด็กคนนั้นจะมี...เด็กคนนั้น...สามารถฟังสิ่งที่เราไม่คาดคิดได้...จนทำให้หน่วยของเราพัฒนาไปไกล...แต่ตอนนี้ผมกำลังติดปัญหาว่าหลานผมจะได้สัตว์ในการดูแลเพิ่มขึ้นไหม...”
“อืมมมม...” แฮกริดมองนกที่กำลังติดเด็กอยู่เขาก็คิดบางอย่างได้
“ฉันมีความคิดบางอย่างกำลังการสอนคาบต่อไปพอดีเลยล่ะ”
จบตอนที่ 27 โปรดติดตามตอนที่ 28 ต่อไป