อบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,รั้วโรงเรียน,ตะวันตก,อื่นๆ,แฟนฟิค,แฟนฟิคแฮร์รี่พอตเตอร์,เวทมนตร์,ฮอกวอตส์,รุ่นลูก,คาถา,แฮร์รี่พอตเตอร์,เด็กหญิงผู้รอดชีวิต,YukiCoCo,แฟนตาซีน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิตอบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย
++คำอธิบายจากนักเขียน++
สวัสดีทุกคนนะคะ ขอต้อนรับสู่อีกเรื่องที่เป็นแนวนิยายฟิครุ่นลูกอีกเรื่อง
เรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะรู้จักก็คือเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ผู้เขียน เจ.เค.โรว์ลิง
เนื้อเรื่องนิยายครั้งนี้ก็เหมือนเคยไรท์อยากสนองฮีทของตัวเองเลย
สร้างเรื่องนี้ขึ้นแต่งรุ่นลูกของแฮร์รี่ขึ้น อันนี้จะแตกแขนงจากละครเวทีอย่างเรื่องเด็กต้องสาป
มาอีกทีเหมือนโลกคู่ขนามอีกโลกหนึ่ง เนื้อเรื่องอาจจะมีปวดตับมั้งหรือเปล่านะ
แต่ถ้าใครไม่ชอบก็ขอประทานอภัยกับเนื้อเรื่องที่ทางไรท์ต้องการนะคะ
บทนำของเรื่อง
อบิเกล เด็กสาวที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอนั้นได้เดินทางไปกับอาของเธอโดยไม่รู้ว่าต้องออกเดินทางเพราะไร จนพวกเขาตั้งหลักได้แล้วก็กลับมายังลอนดอนอีกครั้งและใช้ชีวติจนเวลาผ่านไปนานจนอบิเกลได้อายุ 11 ปี พวกเขากลับมาจากทำงานแล้วกลับมาบ้าน แต่แล้วอบิเกลต้องดีใจที่เธได้ จดหมายจากโรงเรียนเวทมนตร์ ฮอกวอตส์ แต่เธอไม่รู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อเข้าสู้โรงเรียนแห่งนั้น
เรื่องนี้เชื่อมโยงกับโลกเทพปกรณัมกรีกในนิยายแฟนฟิคของเรา
อย่างเรื่อง สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ นะคะ
ไปติดตามกันได้นะ
ปล. เรื่องนี้เป็นนิยายฟรี ไม่อาจะคาดเดาในวันที่จะลงได้
ตอนที่ 24 การแข่งขันอันดุเดือด
ยามบ่ายภายในฮอกวอตส์ต่างคึกคักกันเป็นพิเศษมากกว่าปกติ เมื่อเหล่านักเรียนแต่ชั้นปีต่างพากันทิ้งตำราเรียนของตนเองมุ่งตรงสู่ทิศหนึ่ง เส้นทางอันขรุขระเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนที่มุ่งเน้นมายังสถานที่แห่งนี้ สนามควิดดิช เหล่านักเรียนหลายคนต่างพากันเดินไปยังทางเดินขึ้นไปยังอัฒจันทร์ควิดดิชสู่ที่นั่งมากมายที่ให้หลายคนได้นั่งกัน อบิเกลเงยหน้ามองสถานที่ที่ได้แต่มองไม่ได้มาเดินดู เธอไม่คิดว่าจะได้มาเร็วแบบนี้แถมตอนนี้เธอมาที่นี่อย่างจำยอมเพียงเพราะพวกรุ่นพี่ต้องการให้เธอได้มาชมการแข่งขันที่อาจจะเปลี่ยนความคิดของเธอในการร่วมแข่งขันในอนาคต แต่เธอก็ไม่ได้คาดหวังให้ตัวเองสนใจสิ่งพวกนี้เลย บนอัฒจันทร์ที่เรียงที่นั่งไล่ระดับนั้นพวกอบิเกลเดินมานั่งอยู่ข้างบนสุดเพื่อมองทุกอย่างที่อยู่ในระดับสายตาและที่ต่ำ เธอจ้องมองข้างหน้าที่ทุกคนสนใจกัน เธอกลับตกอยู่ภายใต้ห้วงแห่งความคิดของตนเองแทนสนามตรงหน้า เธอนึกถึงเหล่าสัตว์วิเศษแสนน่ารักของเธอว่าตอนนี้เป็นยังไงตอนเธอไม่อยู่บ้าน เธอขมวดคิ้วอย่างสงสัยเสียแล้วว่าอาของเธอให้อาหารพวกมันไหม ภาพตรงหน้าไม่ได้ช่วยทำให้เธอหายกังวลใจ ลมหนาวกำลังพัดใส่ตามหอคอยไม้จนเกิดเสียงไม่ลั่นรวมไปถึงเสียงผู้คนที่น่ารำคาญจนเธออยากกลับบ้านพัก
“อยากกลับห้องไปอ่านหนังสือพวกสัตว์วิเศษแล้วสิ” อบิเกลบ่นด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ
“อย่าพูดแบบนั้นสิ อบิเกล” เอวากล่าวอย่างตื่นเต้น “เธอต้องลองดูก่อนว่าการแข่งขันเป็นไงมั้งนะ!!”
“จริงด้วย ใคร ๆ ก็อยากเป็นนักเล่นควิดดิชนะ!!”
“ฉันไม่ได้อยากเป็นนี่น่า...”
อบิเกลจ้องมองภาพตรงหน้าที่ยังไม่มีใครออกมานอกจากเหล่านักเรียนบางคนที่กำลังจัดการกับจุดต่าง ๆ ในสนาม อบิเกลจ้องมองอย่างสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างนั้นไหม ก่อนที่เจนน่าจะเห็นว่าอบิเกลพยายามจะออกจากที่นี่โดยไม่สนใจใคร
“ให้ฉันเล่าเรื่องสัตว์วิเศษให้ไหม? ฉันเห็นสัตว์วิเศษหลายชนิดที่ไม่เคยเห็นเลยด้วยนะ”
“จริงเหรอ? เล่าให้ฟังหน่อยสิ บอกลักษณ์มาหน่อยสิ” อบิเกลหันไปมองเจนน่าด้วยสีหน้าตื่นเต้น
เหล่าเพื่อน ๆ ต่างมองสองคนผู้คลั่งใคร่ในเรื่องสัตว์วิเศษหันไปพูดถูกขอกัน ทำเอาพวกเธอนั้นไปไม่เป็น สกอร์เปียสที่อยู่ตรงนั้นได้แต่มองเขาอยากเป็นคนที่ได้คุยกับอบิเกลมากกว่าเจนน่า เสียงฮือฮาดังก้องไปทั้งอัฒจันทร์การแข่งขันในครั้งนี้เป็นการแข่งระหว่างสองบ้านแรกที่จะได้แข่งในรอบแรกของเทอมนี้ แล้วบ้านที่ว่าได้แก่ บ้านเรเวนคลอและสลิธีริน ทุกคนต่างพนันเงินเข้าข้างเรเวนคลอกันยกใหญ่ เพราะปีก่อนพวกบ้านเรเวนคลอชนะบ้านฮัฟเฟิลพัฟและบ้านกริฟฟินดอร์ชนะบ้านสลิธีรินทำให้ทุกคนคิดว่าครั้งนี้บ้านสลิธีรินคงแพ้อีกแน่ ๆ เสียงฮือฮานั้นทำให้เด็กบ้านสลิธีรินได้ยินขุ่นเคืองใจมาก ๆ ที่ทุกคนประเมินนักเล่นควิดดิชบ้านสลิธีรินต่ำมาก ๆ แต่ก็น่าคิดถ้ายังมีคนคนนั้นอยู่ในทีม แม็กนัส โคลสัน เสียงซุบซิบของคนบ้านสลิธีรินได้ยินจนมาถึงพวกเด็กปีหนึ่งที่อยู่แถวนั้น
อบิเกลที่นั่งอยู่กับเจนน่าก็ได้ยินก็แอบฟัง เธอคิดว่าคงเพราะแม็กนัสคนเดียวที่ทำให้คนทั้งบ้านต่างเอือมระอากับการกระทำไม่ให้เกียรติบ้านตัวเอง ระหว่างนั้นเอวาได้ยินสิ่งที่บ้านอื่นเอ่ยพูดก็ลุกขึ้นทันทีพร้อมกับพูดสิ่งที่ไม่คาดคิด
“ฉันพนันบ้านสลิธีริน 1 พันเกลเลียน!!”
ทุกคนต่างมองเอวาที่เอ่ยพูดแบบนั้นไม่คาดคิด แล้วหนึ่งพันเกลเลียนเป็นอะไรมากกว่าใครจะมีจริง ๆ
“เอวาจะบ้าเหรอ? มันเยอะมากเลยนะ!!” ลูน่าตาโตอย่างตกใจ
“ช่างสิ! ฉันอยากให้บ้านตัวเองชนะ แล้วฉันคิดว่าครั้งนี้บ้านเราจะชนะแน่ ๆ”
“เอาจริงดิ...” ลูน่ามองอีกฝ่ายที่คิดอะไรถึงพนันแบบนั้นออกไป
พวกแพนซี่ต่างหันหน้าหนีไปเลยว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อนของตนในตอนนี้ เพราะถ้าไม่มีเงินคงหันมาหาพวกเธอแน่ ๆ อบิเกลก็คิดว่าอีกฝ่ายก็ไฟแรงเกินไปที่อยากเห็นบ้านตัวเองชนะ แต่เธอคนหนึ่งที่คงยังไม่อยากเข้าข้างบ้านตัวเอง ถ้ายังมีคนคนนั้นอยู่ ระหว่างนั้นเองนกหวีดก็ดังขึ้นเหล่านักเล่นควิดดิชพุ่งออกมาจากอุโมงค์ใต้อัฒจันทร์สู่ท้องฟ้าอันเจิดจ้า เสียงเฮฮาของทุกคนหันไปสนใจเหล่านักเล่นที่พุ่งตัวออกมาค่อยที่จะบินไปรอบ ๆ สนาม สีเสื้ออันโดนเด่นเมื่ออยู่ท่ามกลางท้องฟ้าสีฟ้า
“ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่การแข่งขันควิดดิชในรอบปี 2017 ของฮอกวอตส์ ผม จิมมี่ จากบ้านกริฟฟินดอร์จะเป็นผู้บรรยายให้แก่ทุกคนฟัง!!”
เสียงผู้ประกาศดังขึ้นผู้คนต่างหันไปมองผู้บรรยายที่เป็นนักเรียนจากกริฟฟินดอร์กำลังกล่าวบรรยายออกมา
“วันนี้เป็นการแข่งขันระหว่างบ้านเรเวนคลอและสลิธีริน ขอให้ทุกคนรอรับฟังกติกาและคำสั่งกับอาจารย์แอนเดรีย!!”
อาจารย์แอนเดรียขี่ไม้กวาดลอยอยู่เหนือเหล่านักเล่นควิดดิชที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศกัน
“กติกาแสนง่ายที่พวกเธอน่าจะจำกันได้ดี แต่เราจะบอกเหล่าเด็กปีหนึ่งที่ไม่รู้กัน การแข่งขันขึ้นอยู่กับพวกเธอจะเล่นยังไง แต่จงอย่าเล่นสกปรกเช่นการนำไม้กายสิทธิ์เข้ามาในสนามแห่งนี้ ทีมไหนทำแต้มได้สูงสุด!! จะได้ไปแข่งกับอีกบ้านที่ชนะในการแข่งรอบต่อไป!!”
เหล่านักเล่นควิดดิชแต่ละคนมองหน้ากันอย่างชอบใจ ในปีนี้แต่ละคนตั้งเป้าให้ตัวเองได้ไปแข่งกับบ้านที่พวกเขาคาดหวังที่จะแข่งด้วย แม็กนัสฟังคำว่าห้ามเล่นสกปรก แต่ไม่ได้บอกว่าห้ามเล่นอะไรที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่ นั้นทำให้เขายกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ แต่ทว่าชาร์ลีบินมาอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่ายพร้อมกับจ้องมองเขาด้วยสายตาไม่ชอบใจกับรอยยิ้มนั้น
“มีอะไร!?”
“นายห้ามทำในสิ่งที่คิด แม็กนัส!! จำไว้ถ้านายเล่นอะไรผิดกฎเหมือนครั้งก่อนที่ทำเราแพ้อีก!! นายจะโดนไล่ออกจากตำแหน่งทันที!!” ชาร์ลีกล่าวพร้อมกับลอยตัวไปอยู่ประจำตำแหน่ง
รอยยิ้มที่เคยประดับบนใบหน้าของแม็กนัสเลือนหายไปในทันที เขามองตามหลังชาร์ลีไปด้วยสายตาที่วาวโรจน์ด้วยความขุ่นเคือง แหนงกรามของเขาขบเข้าหากันจนแน่น แผนการในหัวยังคงอยู่ แต่ความกดดันจากคำขู่เรื่องโดนไล่ออกทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกบีบคอ เขากำหมัดแน่นก่อนจะพึมพำกับตนเอง
“กล้ามาขู่ฉันงั้นเหรอ!? แกจะเป็นรายแรกที่โดนไล่ออกชาร์ลี!!”
แม็กนัสจ้องมองตามหลังชาร์ลีด้วยสายตาอาฆาตราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขาหันไปสบตากับเพื่อนร่วมทีมอีกสองคน ซึ่งทั้งคู่ต่างพยักหน้าตอบกลับมาเป็นเชิงรู้กันถึงแผนที่พวกเขาคิดก่อนหน้านั้น กลายเป็นว่าสมาชิกสองในเจ็ดคนเป็นพรรคพวกของแม็กนัสที่พร้อมจะเล่นนอกลู่นอกทางไปด้วยกัน เขากระชับปรับอุปกรณ์ป้องกันตามร่างกายพลางตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าเมื่อคิดถึงความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น ทุกคนแยกย้ายไปประจำจุดของตน ทันทีที่เสียงปืนใหญ่แผดเสียงคำรามกึกก้องเป็นสัญญาณเปิดฉาก ลูกบอลทุกลูกก็ถูกปล่อยออกสู่ท้องฟ้า
อาจารย์แอนเดรียโยนลูกควัฟเฟิลขึ้นไปในอากาศ เธอรอจังหวะเพียงชั่วครู่ก่อนจะเหวี่ยงไม้เบสบอลขนาดเล็กในมือเข้าใส่ลูกบอลอย่างแม่นยำ ส่งมันพุ่งทะยานออกไปในทิศทางที่กำหนด เหล่าเชสเซอร์ต่างเร่งความเร็วไม้กวาดพุ่งเข้าหาลูกควัฟเฟิลเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการครองบอลท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มจากอัฒจันทร์ อบิเกลที่เพิ่งละสายตาจากการสนทนากับเจนน่าหันกลับมามองสนามด้วยความสนใจ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอไม่ใช่การปะทะอันวุ่นวายของเหล่าเชสเซอร์ แต่เป็นร่างของบุคคลสองคนในตำแหน่งซีกเกอร์ แม็กนัสกับโดมินิค ทั้งสองคนกำลังบินโฉบเฉี่ยวไล่ตามลูกโกลเด้นสนิชด้วยความเร็วที่น่าหวาดเสียว
สายตาของโดมินิคจับจ้องเพียงจุดเดียวตลอดการแข่งขัน นั่นคือประกายสีทองวับแวมของโกลเด้นสนิช ทันทีที่มันปรากฏแก่สายตา เธอไม่รอช้าที่จะพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงสุดอันเป็นเอกลักษณ์ โดมินิคบินไล่ล่าลูกบอลทองคำโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แต่เธอกลับหารู้ไม่ว่าตนเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคน แม็กนัสจ้องมองเธอราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังเฝ้าดูเหยื่อติดกับ เขาจับด้ามไม้กวาดแน่นก่อนจะพุ่งตัวเข้าสู่เส้นทางเดียวกับเธอด้วยเจตนาร้าย แม็กนัสไม่ได้กะจะแซงหน้า แต่เขากลับจงใจพุ่งเข้าใส่เพื่อให้เธอเสียหลักจนร่วงหล่น ทว่าโดมินิคยังไหวตัวทัน เธอเหลือบเห็นร่างที่พุ่งเข้ามาจากหางตาจึงรีบหักหลบกะทันหันอย่างแม่นยำ แรงส่งของแม็กนัสทำให้เขาถลำพุ่งผ่านร่างเธอไปจนเกือบจะปะทะเข้ากับหอคอยสูงอย่างน่าหวาดเสียว โดมินิคไม่ได้ใส่ใจกับความพ่ายแพ้ของอีกฝ่าย เธอรีบเร่งความเร็วพุ่งไปข้างหน้าต่อทันที
“แกจะหนีไปไหน!” แม็กนัสคำรามลอดไรฟันเหมือนสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่ง
เขารีบกู้จังหวะการบินแล้วพุ่งตามเธอไปติด ๆ ดวงตาของเขาฉายแววมุ่งร้ายจนโดมินิคที่หันกลับมามองถึงกับใจสั่น เธอต้องรีบจับลูกโกลเด้นสนิชให้ได้เพื่อจบเกมที่อันตรายนี้เสียที ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังไล่ล่ากันอย่างดุเดือด อบิเกลที่เฝ้ามองอยู่บนอัฒจันทร์กลับสังเกตเห็นความผิดปกติ กลุ่มควันสีดำจาง ๆ เริ่มแผ่ออกมาจากตัวของแม็กนัส มันดูชั่วร้ายและคุ้นตาเหมือนกับสิ่งที่เธอเคยเห็นตอนเผชิญหน้ากับอีรัมเพนท์และนันดุไม่มีผิด
“แย่แล้ว...” อบิเกลอุทาน
“มีอะไรเหรอ?” สกอร์เปียสถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ
อบิเกลหันไปมองอีกฝ่ายสายตาจับจ้องอย่างพินิจว่าตนเองนั้นควรที่จะพูดอะไรออกมาไหม แต่ก่อนที่อบิเกลจะได้อธิบาย เสียงกรีดร้องแหลมก็ดังแทรกขึ้นมาจากกลางสนาม ทุกสายตาหันขวับไปตามเสียงนั้นทันที ร่างหนึ่งร่วงหล่นจากท้องฟ้ากระแทกพื้นสนามดัง ตุบ ต่อหน้าต่อตาผู้คนนับร้อย สมาชิกทีมสลิธีรินนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้นหญ้า
“คามิว!”
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ!”
“คามิว!!” เพื่อนร่วมบ้านคนหนึ่งตะโกนสุดเสียงก่อนจะกระโดดลงจากอัฒจันทร์แล้ววิ่งตรงดิ่งไปที่ร่างนั้นด้วยความตระหนกขีดสุด “คามิว ไม่เป็นไรนะ!!”
คำถามของคนรอบข้างไร้ซึ่งเสียงตอบจากผู้บาดเจ็บ อาจารย์รีบตรงดิ่งเข้าไปดูอาการของเด็กสาวที่นอนแน่นิ่งทันที ในขณะที่ชาร์ลีซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดมาตั้งแต่ต้นเงยหน้าขึ้นมอง ‘ต้นเหตุ’ ด้วยสายตาโกรธจัด
“อเล็กซ์! นายทำบ้าอะไรของนาย! โจมตีพวกเดียวกันเองทำไม!” ชาร์ลีตวาดลั่นจนเสียงก้องไปทั่วสนาม
“ฉันไม่ผิดซะหน่อย ยัยนั่นไม่ยอมหลบเองต่างหาก” อเล็กซ์ตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน แถมยังเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ “กะว่าจะสอยพวกบ้านฟ้าสักหน่อย แต่ยัยนั่นดันขวางทางเอง”
“ว่าไงนะ!” ชาร์ลีจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง มือที่กำไม้กวาดสั่นเทาด้วยความโมโห
ขณะที่สนามกำลังวุ่นวายนั้นร่างของคามิวถูกพาลำเลียงออกไปปฐมพยาบาลอย่างรวดเร็ว อบิเกลเฝ้ามองอยู่สักพักก็รู้สึกเป็นห่วงรุ่นพี่จนทนรั้งท้ายไม่ไหว เธอรีบผุดลุกจากที่นั่งและวิ่งลงจากอัฒจันทร์ทันที สกอร์เปียสที่เห็นดังนั้นก็ไม่รอช้าที่จะสาวเท้าตามไปติด ๆ ฮิวโก้ที่กำลังยกยิ้มอย่างชอบใจที่บ้านเขียวได้รับบาดเจ็บนั้น สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่สองคนที่กำลังลงมาจากอัฒจันทร์อย่างน่าสงสัย ทำให้ต่อมความอยากรู้อยากเห็นของเขาทำงานจนต้องลุกออกจากอัฒจันทร์ตรงดิ่งไปตามทางเดิน
อบิเกลวิ่งมาจนถึงเต็นท์พยาบาลชั่วคราวและพรวดพราดเข้าไปด้านในด้วยความร้อนใจ “รุ่นพี่คามิวเป็นอย่างไรบ้างคะ!?”
เสียงเอ่ยถามนั้นทำให้อาจารย์เงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นว่าเด็กหญิงที่ไม่เกี่ยวข้องโผล่มา
“เมอร์รัล!? เธอมาทำอะไรที่นี่ กลับไปที่อัฒจันทร์เดี๋ยวนี้เลย!” เสียงอาจารย์ที่ดูแลอยู่ดุขึ้น
“ไม่ค่ะ หนูไม่กลับ หนูอยากรู้ว่ารุ่นพี่เป็นอะไรมากไหม...” อบิเกลหันไปเถียงอาจารย์ที่ดุเธอ
“ฉัน... ไม่เป็นไรมากหรอก...” เสียงแหบพร่าของคามิวดังขึ้นเบา ๆ
อบิเกลรีบถลาเข้าไปข้างเตียง แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอใจคอไม่ดี เพราะถึงแม้คามิวจะพยายามพูด แต่ร่างกายของเธอยังคงนอนนิ่งสนิท ไม่แม้แต่จะขยับปลายนิ้ว
“รุ่นพี่... ไม่เป็นอะไรมากจริง ๆ แน่นะคะ?” อบิเกลถามซ้ำ เสียงของเธอเริ่มสั่นคลอนเมื่อเห็นสภาพที่แท้จริงของรุ่นพี่สาว
“อืม...ไม่ต้องห่วง...ขยับได้เล็กน้อย...แต่ฉันก็คงต้องนอนพักไปอีกสักระยะ เธอกลับไปที่นั่งของเธอเถอะ”
สีหน้าของอบิเกลรู้สึกเป็นห่วงอีกฝ่ายมาก ๆ เธออยากช่วย แต่ทว่าเหล่าอาจารย์ก็ไล่เธอและสกอร์เปียสออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างงุนงง
“รุ่นพี่ดูอาการแย่นะ...”
“ฉันกลัวว่าเส้นประสาทจะมีปัญหามากกว่า...ขอให้พวกอาจารย์รักษารุ่นพี่ได้นะ”
อบิเกลหันกลับไปมองที่เต็นท์พยาบาลอีกครั้ง เธอแอบภาวนาในใจขอให้รุ่นพี่ปลอดภัย ความรู้สึกปั่นป่วนมวนในท้องทำให้เธอแทบจะทนไม่ไหว แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของคนที่ทำให้รุ่นพี่คามิวต้องตกอยู่ในสภาพนี้ เปลวไฟแห่งความโกรธแค้นก็ลุกโชนขึ้นมาแทนที่ เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อจัดการคนพวกนั้นให้หลาบจำ เธอกวาดสายตาหันกลับไปมองสนามควิดดิชเบื้องหน้าอย่างใช้ความคิด
“สกอร์เปียส...”
“มีอะไรเหรอ?”
“ชุดควิดดิชสำรอง... ต้องไปเอาที่ไหน?”
“เธอจะทำอะไรน่ะ!” สกอร์เปียสถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นประกายตาที่มุ่งมั่นผิดปกติ
“ฉันจะเข้าไปจัดการพวกที่กล้าทำร้ายแม้กระทั่งทีมตัวเองน่ะสิ!”
สิ้นคำพูด อบิเกลก็สาวเท้าตรงไปยังอุโมงค์ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นทางเข้าสำหรับผู้เล่นทันที โดยไม่สนคำทัดทานใด ๆ
ขณะเดียวกันฮิวโก้ที่เพิ่งตามลงมาจากอัฒจันทร์กลับไม่พบใครนอกจากความว่างเปล่าบริเวณหน้าเต็นท์พยาบาล เขาลองเดินไปตรวจสอบภายในเต็นท์หรือรอบ ๆ ก็ไร้วี่แววเงาของพวกเมอร์รัล ทำให้เขารู้สึกเจ็บใจที่ไม่เจออีกฝ่าย เดิมที่เขาอยากซ้ำเติมพวกนั้นให้สติแตกถึงเรื่องบ้านสลิธีรินที่กำลังแตกคอกัน แต่ความสงสัยก็ผุดขึ้นมาว่าทั้งสองคนนั้นหายไปไหน
สถานการณ์ในสนามควิดดิชบานปลายจนปั่นป่วนไปหมด เพียงไม่กี่นาทีหลังจากคามิวถูกโจมตีโดยคนในบ้านเดียวกัน แม้คะแนนของทั้งสองบ้านจะเริ่มทิ้งห่างกันไป แต่ในวินาทีนี้แต้มเหล่านั้นกลับไม่มีความหมาย เมื่ออันตรายแฝงอยู่ในทุกทิศทาง เหล่านักกีฬาบ้านเขียวเริ่มคลุ้มคลั่ง พวกเขาใช้ทั้งลูกควัฟเฟิลและบลัดเจอร์เข้าโจมตีใส่ทุกคนอย่างไม่เลือกหน้า ไม่เว้นแม้แต่พวกเดียวกันเอง
“ไอ้พวกบ้าเอ๊ย!”
“บ้านเขียว! ดูแลคนของตัวเองหน่อยสิ!”
“พวกนายน่าจะรู้อยู่แล้วนี่ว่าไอ้พวกนี้มันคุมยากแค่ไหน!” ปีเตอร์จับด้ามไม้กวาดอย่างแน่นก่อนที่จะหลบการโจมตีที่พุ่งมาจากไหนไม่รู้ “รอจบการแข่งพวกแกตายแน่!! อเล็กซ์!!”
“ปากดีจังนะ ปีเตอร์!!” อเล็กซ์ที่อยู่ห่างออกไปส่งซิกหาอีกคน พวกนั้นก็เตรียมขวางลูกควัฟเฟิลใส่ปีเตอร์ทันที
ปีเตอร์ที่หันไปมองก็รับลูกนั้นอย่างรวดเร็ว ความรุนแรงของลูกที่โดนขวางทำให้เอาเขารู้สึกถึงแรงอันรุนแรงนั้นจากลูกบอลว่าพวกนั้นอยากจะให้เขาโดนขวางจนตก แต่ไม่มีวันที่เขาจะปล่อยไว้แบบแน่ ๆ เขาจับได้นั้นก็รีบตรงดิ่งไปที่ฝั่งตรงข้าม พวกบ้านเรเวนคลอพยายามที่จะขัดขวางอีกฝ่ายด้วยการดันหน้า แต่ปีเตอร์ใช้ความสามารถของตนเองหลบการขัดขวางนั้นแล้วขวางเข้าห่วงไปเสียงระฆังดังขึ้นทันที
“บ้านสลิธีรินได้ไป 10 แต้ม!! ตอนนี้คะแนนคือ 50 ต่อ 40 อีกไม่นานก็จะสูสีกันแล้วครับ!!”
อเล็กซ์ได้แต่ทำหน้าไม่พอใจ พวกเขาอยากให้พวกนั้นเห็นความฉิบหายมากกว่าเอาชนะ แม็กนัสต้องการเห็นบ้านเรเวนคลอแพ้ไป แต่ก็อยากจัดการบ้านตัวเองเช่นเดียวกัน ระหว่างนั้นเองชาร์ลีที่กำลังมองดูความวุ่นวายด้วยความเหลืออด เขาคว้าไม้ของตำแหน่งบีตเตอร์ในมือไว้แน่น ก่อนจะเหวี่ยงฟาดลูกบลัดเจอร์ที่พุ่งเข้ามาด้วยแรงโทสะ เสียงไม้กระทบลูกบอลเหล็กดังสนั่น
ปัง!
ลูกบลัดเจอร์เปลี่ยนทิศทางพุ่งวาบเข้าหาอเล็กซ์อย่างรวดเร็วราวกับกระสุนปืน อีกฝ่ายที่ไม่ทันตั้งตัวถูกแรงปะทะเข้าเต็มรักจนร่างกระเด็นตกจากไม้กวาดร่วงสู่พื้นทันที
“นี่สำหรับคามิว!” ชาร์ลีตะโกนก้องอย่างสะใจ
ชาร์ลีกำลังดีใจที่ตัวเองจัดการอเล็กซ์ที่ทำให้บ้านของเขาต้องได้รับบาดเจ็บ แต่ทว่าเขาก็ไม่รู้ว่ายังมีอีกคนที่กำลังรอลูกควัฟเฟิลที่โดนโยนมาทางนี้ขวางไปหาชาร์ลีทันที
“จบเกมล่ะ!! ชาร์ลี!!”
“!!!”
เสียงนั้นทำให้เขาหันไปมองแต่เพียงเสี้ยววินาที ชาร์ลีรีบหันกลับไปมองแต่ก็พบกับลูกบอลที่พุ่งเข้าใส่กลางหลังด้วยความเร็วสูง
“อ๊ากกกกกกกกกกกก!”
“ชาร์ลี!!”
จบตอนที่ 24 โปรดติดตามตอนที่ 25 ต่อไป