อบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย

[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต - ตอนที่ 25 เจ็บปวดจนเลือดขึ้นหน้า โดย YukiCoCo @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,รั้วโรงเรียน,ตะวันตก,อื่นๆ,แฟนฟิค,แฟนฟิคแฮร์รี่พอตเตอร์,เวทมนตร์,ฮอกวอตส์,รุ่นลูก,คาถา,แฮร์รี่พอตเตอร์,เด็กหญิงผู้รอดชีวิต,YukiCoCo,แฟนตาซีน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,รั้วโรงเรียน,ตะวันตก,อื่นๆ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

แฟนฟิค,แฟนฟิคแฮร์รี่พอตเตอร์,เวทมนตร์,ฮอกวอตส์,รุ่นลูก,คาถา,แฮร์รี่พอตเตอร์,เด็กหญิงผู้รอดชีวิต,YukiCoCo,แฟนตาซีน

รายละเอียด

[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต โดย YukiCoCo @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

อบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย

ผู้แต่ง

YukiCoCo

เรื่องย่อ

++คำอธิบายจากนักเขียน++

สวัสดีทุกคนนะคะ ขอต้อนรับสู่อีกเรื่องที่เป็นแนวนิยายฟิครุ่นลูกอีกเรื่อง

เรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะรู้จักก็คือเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ผู้เขียน เจ.เค.โรว์ลิง

เนื้อเรื่องนิยายครั้งนี้ก็เหมือนเคยไรท์อยากสนองฮีทของตัวเองเลย

สร้างเรื่องนี้ขึ้นแต่งรุ่นลูกของแฮร์รี่ขึ้น อันนี้จะแตกแขนงจากละครเวทีอย่างเรื่องเด็กต้องสาป

มาอีกทีเหมือนโลกคู่ขนามอีกโลกหนึ่ง เนื้อเรื่องอาจจะมีปวดตับมั้งหรือเปล่านะ

แต่ถ้าใครไม่ชอบก็ขอประทานอภัยกับเนื้อเรื่องที่ทางไรท์ต้องการนะคะ


 

บทนำของเรื่อง

 

อบิเกล เด็กสาวที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอนั้นได้เดินทางไปกับอาของเธอโดยไม่รู้ว่าต้องออกเดินทางเพราะไร จนพวกเขาตั้งหลักได้แล้วก็กลับมายังลอนดอนอีกครั้งและใช้ชีวติจนเวลาผ่านไปนานจนอบิเกลได้อายุ 11 ปี พวกเขากลับมาจากทำงานแล้วกลับมาบ้าน แต่แล้วอบิเกลต้องดีใจที่เธได้ จดหมายจากโรงเรียนเวทมนตร์ ฮอกวอตส์ แต่เธอไม่รู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อเข้าสู้โรงเรียนแห่งนั้น

เรื่องนี้เชื่อมโยงกับโลกเทพปกรณัมกรีกในนิยายแฟนฟิคของเรา

อย่างเรื่อง สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ นะคะ

ไปติดตามกันได้นะ

 


ปล. เรื่องนี้เป็นนิยายฟรี ไม่อาจะคาดเดาในวันที่จะลงได้

สารบัญ

[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 1 ความผิดพลาดที่เกือบตาย,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 2 ช็อปปิ้งก่อนเปิดเรียน,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 3 การพบหน้าที่โคตรอึดอัดใจ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 4 อดีตของสก็อต,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 5 เพื่อนคนแรกของกันและกัน,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 6 เวลาคัดสรร,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 7 เล่นมาก็เล่นกลับ ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 8 บ้านใหม่ เพื่อนร่วมห้องใหม่ ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 9 ก่อเรื่องวันแรก,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 10 เกือบตกเสียแล้ว,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 11 เหตุร้ายยังไม่หมดไป,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 12 น่าเวทนาจริง ๆ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 13 ห้องอาหาร,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 14 เพื่อนหรือบอดี้การ์ด,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 15 ส่งข่าวเล็กน้อย,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 16 ฝึกการบิน,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 17 การแข่งขัน,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 18 เจ้าของ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 19 หักคะแนนอย่างไม่เป็นธรรม,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 20 ไม่อยากแย่งตำแหน่งกับหมา,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 21 เสียงปริศนา,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 22 ความขัดแย้ง,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 23 ลางสังหรณ์อันไม่แน่ใจ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 24 การแข่งขันอันดุเดือด,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 25 เจ็บปวดจนเลือดขึ้นหน้า,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 26 เจ้าผีจอมรังแก,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 27 สัตว์วิเศษหายาก

เนื้อหา

ตอนที่ 25 เจ็บปวดจนเลือดขึ้นหน้า

ตอนที่ 25 เจ็บปวดจนเลือดขึ้นหน้า

ร่างของชาร์ลีร่วงหล่นจากไม้กวาดราวกับนกปีกหักหลังจากถูกลูกควัฟเฟิลกระแทกเข้ากลางหลังอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ปีเตอร์ซึ่งบินอยู่ใกล้ที่สุดเบิกตากว้างด้วยความช็อก เขาตะโกนเรียกชื่อกัปตันสุดเสียงก่อนจะรีบโน้มตัวเร่งความเร็วไม้กวาดหมายจะพุ่งเข้าไปรับร่างเพื่อนร่วมทีมที่กำลังดิ่งพสุธา ทว่าในจังหวะนั้นเองพรรคพวกของแม็กนัสกลับบินเข้ามาขวางทางไว้ด้วยเจตนาอันชั่วร้าย พวกเขาจงใจปิดล้อมทางบินจนปีเตอร์ไม่สามารถเข้าถึงตัวชาร์ลีได้ทัน

 

“หลีกไปนะ! พวกแกจะปล่อยให้เขาตกลงไปตายหรือไง!” ปีเตอร์แผดเสียงตะโกนอย่างเดือดดาล ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น

“แล้วยังไงล่ะ?” หนึ่งในนั้นย้อนถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยพลางเหยียดยิ้มเย็น

“ไอ้พวกสารเลวเอ๊ย!” ปีเตอร์สบถลั่นก่อนจะตัดสินใจพุ่งชนอีกฝ่ายเพื่อเปิดทางอย่างไม่สนชีวิต

 

ในขณะที่ความโกลาหลกำลังเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงโห่ร้องของนักเรียนบนอัฒจันทร์ บางคนรีบวิ่งไปรายงานอาจารย์ถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นเกินกว่าเหตุ ทว่าบรรดาคณาจารย์กลับทำเพียงเฝ้ามองด้วยสายตาเย็นชา พวกเขามองว่านี่คือการชิงไหวชิงพริบที่ยังอยู่ในขอบเขต เพราะกติกาในปีนี้ไม่มีข้อไหนห้ามการปะทะกันระหว่างบ้านหรือฝ่ายตรงข้าม ส่วนที่เหลือคือความสามารถและการเอาตัวรอดของผู้เล่นเอง คำตอบอันไร้เยื่อใยของเหล่าอาจารย์ทำให้ผู้คนเริ่มหวาดกลัวต่อชะตากรรมของหัวหน้าทีมสลิธีรินที่กำลังจะกระแทกพื้นสนามในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า แต่แล้วในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย เงาสีน้ำเงินเข้มก็พุ่งทะยานลงมาจากความสูงระดับก้อนเมฆราวกับดาวตก ทุกสายตาต่างจ้องมองด้วยความตะลึงพรึงเพริด เมื่อเห็นว่าร่างนั้นคือ โดมินิค ซีกเกอร์สาวจากบ้านเรเวนคลอ

 

เธอตัดสินใจละทิ้งประกายสีทองวับแวมของลูกโกลเด้นสนิชที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่เสียดาย เพื่อดิ่งลงมาคว้าข้อมือของชาร์ลีไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่ร่างของเขาจะปะทะพื้นดินเพียงไม่กี่ฟุต แรงส่งจากการพุ่งตัวทำให้ไม้กวาดของเธอโค้งงอจนน่าหวาดเสียว แต่นั่นก็เพียงพอที่จะช่วยชีวิตกัปตันต่างบ้านเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด

“อึก...!”

ชาร์ลีครางออกมาในลำคอ เขารู้สึกได้ว่าแรงกระแทกที่ควรจะรุนแรงกลับเบาบางกว่าที่คาดไว้ เมื่อเขาลืมตาขึ้นท่ามกลางความมึนงง ก็พบกับใบหน้าจริงจังของซีกเกอร์สาวบ้านเรเวนคลอที่อยู่ตรงหน้า

“นี่เธอ...”

“เลิกทำหน้าเหวอได้แล้ว ชาร์ลี! คนเขาอุตส่าห์ยอมทิ้งลูกโกลเด้นสนิชมาช่วยขนาดนี้ อย่างน้อยก็ต้องขอบคุณกันหน่อยไหมล่ะ?”

โดมินิคเอ่ยประชดประชันตามนิสัย แต่ดวงตาของเธอกลับคอยกวาดมองไปรอบๆ เพื่อระวังภัย

“หึ...ขอบใจมากที่ช่วยชีวิตฉันไว้...” ชาร์ลีแค่นหัวเราะพลางกระชับไม้กวาดให้มั่นคงขึ้นอีกครั้ง

“แล้วนายจะเอาไงต่อ? เพื่อนร่วมบ้านของนายดูท่าจะไม่ได้อยากให้กัปตันอย่างนายกลับเข้าสนามเท่าไหร่นะ”

“คงต้องขอแรงเธอหน่อยแล้วล่ะ ตอนนี้ฉัน...ขยับตัวลำบากสุด ๆ”

“ฉันว่านาย...ควรออกจากสนามดีกว่านะ...”

“ฉันก็คิดแบบนั้น...ฝากจัดการพวกนั้นด้วยละกัน”

ชาร์ลีกล่าวจบเขายกมือส่งสัญญาณของสละสิทธิ์ออกจากเกมก่อนจะให้อีกฝ่ายพาเขาลอยลงสู่พื้น

“ตอนนี้ ชาร์ลี แอนเดอร์สัน ได้ขอสละสิทธิ์การแข่งไปแล้วเนื่องจากบ้านของเขามีการตีบอลพลาดทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ แต่สำหรับผมกำลังคิดว่าพลาดจริงหรือเปล่า?” จิมมี่เอ่ยประชดออกมา

เขารู้สึกว่าการแข่งขันในปีนี้ช่างมีอะไรน่าสงสัยเยอะ แต่คำพูดของเขาทำให้แม็กนัสหมายหัวอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน แต่เขายังสนใจไปที่สองคนที่เขาตั้งเป้าไว้ตั้งแต่แรก

“จังหวะนี้ล่ะ!! จัดการยัยวีสลีย์เลย!!”

 

แม็กนัสแผดเสียงคำรามสั่งการอย่างเลือดเย็น แววตาของเขาไม่มีความปรานีเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย เขาเห็นโอกาสทองที่จะกำจัดทั้งซีกเกอร์ฝั่งตรงข้ามที่เก่งที่สุด และกัปตันทีมที่เป็นเสี้ยนหนามของเขาไปพร้อม ๆ กัน สิ้นเสียงไม้บีตเตอร์ที่หวดดังสนั่น ลูกบลัดเจอร์เหล็กก็พุ่งทะยานแหวกอากาศตรงเข้าหาโดมินิคกับชาร์ลีที่กำลังลอยตัวต่ำเตรียมลงสู่พื้น ความตายกำลังพุ่งตรงมาหาพวกเขา ความคิดนั้นผุดขึ้นในหัวของทั้งคู่ ชาร์ลีอยากจะผลักโดมินิคให้พ้นวิถีกระสุน แต่ในวินาทีวิกฤตเช่นนี้ การขยับตัวเพียงนิดเดียวอาจหมายถึงหายนะของทั้งสองคน เสียงของผู้ชมกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงมไปทั่วอัฒจันทร์เมื่อเห็นว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะหลบพ้น

 

วืดดดด—ปัง!

 

ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ร่างปริศนาในชุดควิดดิชสีเขียวเข้มตัวโคร่งก็พุ่งทะลุออกมาจากปากอุโมงค์ราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ ผู้มาใหม่พุ่งเข้าแทรกกลางระหว่างเหยื่อและลูกบอลเหล็ก ก่อนจะวาดวงสวิงไม้บีตเตอร์ในมืออย่างเฉียบคม ฟาดสวนลูกบลัดเจอร์มรณะกลับไปทางเดิมอย่างแม่นยำ ลูกเหล็กพุ่งย้อนศรเฉียดใบหน้าของบีตเตอร์ลูกน้องของแม็กนัสจนเจ้าตัวต้องหงายหลังหลบจนเกือบตกไม้กวาด

 

ความเงียบงันเข้าปกคลุมสนามในชั่วพริบตา เสียงกรีดร้องเมื่อครู่เลือนหายไปราวกับถูกปิดสวิตช์ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ผู้มาใหม่ซึ่งสวมหมวกเหล็กแบบเต็มใบปิดบังใบหน้ามิดชิด ทุกคนต่างมีคำถามเดียวกันในหัวว่าคนคนนี้คือใคร ภายใต้หน้ากากนั้น ดวงตาสีเขียวมรกตคู่หนึ่งกำลังจ้องมองไปยังกลุ่มคนที่กล้าทำร้ายพวกพ้องของตัวเองด้วยแววตาแข็งกร้าว

“พวกนาย...อยากจะเล่นสกปรกกันนักใช่ไหม?” เสียงที่ถูกดัดจนทุ้มต่ำและสุขุมผิดปกติเอ่ยขึ้นจนดังก้องไปทั่วสนามควิดดิช “ได้เลย! เดี๋ยวฉันจะเล่นเป็นเพื่อนพวกนายเอง!”

“แกเป็นใคร!? กล้าดียังไงมาขวางฉัน!”

แม็กนัสตะคอกด้วยความเดือดดาล เขาพยักหน้าให้ลูกน้องที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว ทั้งคู่พุ่งตรงเข้าหาผู้มาใหม่โดยไม่สนใจแต้มการแข่งขัน บุคคลปริศนาในชุดเกราะเตรียมพร้อมรับมือกับการจู่โจมที่กำลังพุ่งเข้ามา

 

ปัง!!

 

เสียงไม้กระทบลูกเหล็กดังสนั่นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมาจากทิศทางที่ไม่มีใครคาดคิด บีตเตอร์ของบ้านเรเวนคลอที่ทนดูหัวหน้าทีมตัวเองโดนรังแกไม่ไหว ตัดสินใจเหวี่ยงไม้ฟาดบลัดเจอร์เข้าใส่แม็กนัสเพื่อเป็นการเอาคืน

“รับนี่ไปซะ แม็กนัส!”

ลูกบลัดเจอร์พุ่งแหวอากาศด้วยแรงเหวี่ยงมหาศาล สำหรับซีกเกอร์อย่างแม็กนัส การหลบลูกบอลแค่นี้เป็นเรื่องง่าย แต่เขาลืมไปว่าข้างหน้าเขายังมี ‘เจ้าหมวกเหล็ก’ ที่ง้างไม้รออยู่แล้ว

“เอาเลย! เจ้าหมวกเหล็ก!” เสียงเชียร์จากบีตเตอร์เรเวนคลอดังขึ้น

ลูกบลัดเจอร์พุ่งมาทางบุคคลปริศนาใส่ชุดเกราะ เจ้าตัวตั้งท่าคำนวณองศาต่าง ๆ อย่างแม่นยำ แรงเหวี่ยงปะทะกับลูกเหล็กจนพุ่งปะทะเข้ากับด้ามไม้กวาดของแม็กนัสอย่างจังจนมันเกิดแรงบิดมหาศาล ส่งร่างของเขาหมุนคว้างกลางอากาศไม่ต่างจากลูกข่างที่คุมทิศทางไม่ได้

“อ๊ากกกกกกกกกก!”

แม็กนัสร้องเสียงหลง ร่างของเขาเหวี่ยงไปมาจนดูเหมือนตุ๊กตาโดนจับเขย่า สร้างเสียงหัวเราะลั่นไปทั้งอัฒจันทร์ แม้แต่อาจารย์บางท่านยังต้องแอบยกมือปิดปาก ทิศทางที่เขาหมุนไปนั้นพุ่งตรงเข้าหาลูกน้องตัวเองที่ยืนอึ้งอยู่

“เฮ้ย! อย่ามาทางนี้สิ!”

“ฉันหยุดไม่ได้! อึก... แหวะ!”

ทั้งคู่ปะทะกันกลางอากาศจนร่วงลงสู่พื้นสนามท่ามกลางเสียงโห่ร้องอย่างสะใจของผู้ชม บุคคลปริศนาแอบยกยิ้มภายใต้หมวกเหล็ก ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงวี้ ๆ ดังอยู่ข้างหู ทำให้คิดว่าน่าจะเป็นลูกโกลเด้นสนิชที่มาวุ่นวายกับตนตลอดจนเธอต้องเอื้อมมือไปคว้าโดยไม่มองมันแต่อยากได้ก่อนจะตะโกนใส่สิ่งที่อยู่ในมือ

“แกออกมาจากกระเป๋าอีกแล้วเหรอ!? บอกแล้วไงว่าอย่ามาวุ่นวาย!”

 

กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!

 

เสียงระฆังจบการแข่งขันดังขึ้นทันที จิมมี่ผู้บรรยายเกมรีบประกาศด้วยเสียงตื่นเต้น “ผู้เล่นหมวกเหล็กปริศนาจับโกลเด้นสนิชได้! สลิธีรินได้ไป 190 แต้ม ต่อ 50 แต้ม! แล้วหมดเวลาการแข่งขันพอดี ทำให้สลิธีรินเป็นฝ่ายชนะ!”

 

เสียงประกาศดังกึกก้องพร้อมเสียงเฮฮาถล่มทลาย เด็กบ้านสลิธีรินถึงกับอ้าปากค้างพวกเขาไม่คาดคิดว่าบ้านตนเองจะได้ชัยชนะในครั้งนี้ แต่ก็มีกลุ่มคงที่ส่งเสียงหลงกับการพนันข้างเรเวนคลอ เอวาที่ได้ยินว่าบ้านตัวเองชนะถึงกับสงสัยดีใจอย่างมากที่ตัวเองชนะพนันในครั้งนี้ เสียงฮือฮาทำให้บุคคลปริศนาในชุดเกราะอ้ำอึ้งว่าสิ่งที่ตนเองจับนั้นไม่ใช่ลูกโกลเด้นสนิชของตนเอง เธอเปิดอ้ามือออกก็เห็นลูกโกลเด้นสนิชที่ต่างจากของตนเอง เจ้าตัวรีบปล่อยลูกบอลสีทองทิ้งแล้วพุ่งบังคับไม้กวาดแล้วพุ่งตัวหนีกลับเข้าไปยังอุโมงค์ท่ามกลางฝุ่นที่ตลบอบอวล ชาร์ลีรีบวิ่งตามเข้าไป แต่เขาก็พบเพียงชุดเกราะควิดดิชตัวหลวมโคร่งกับหมวกเหล็กที่น่าจะเป็นของชุดเกราะในจุดพักของนักเล่นควิดดิช แต่สถานที่นั้นไร้ผู้คนเขาหายไปอย่างกับผีที่ไม่มีตัวตน

 

ปลายทางเสียงฝีเท้ากำลังวิ่งออกมาจากอุโมงค์จนกระทั่งออกมาสู่แสงสว่าง ร่างของเด็กสองคนวิ่งออกมาด้วยท่าทางหอบเหนื่อยหลังจากช่วยกันถอดชุดนักเล่นควิดดิชออกจากตัวของอบิเกล เสียงหอบหายใจของทั้งสองดังถี่แล้วค่อย ๆ ช้าลงทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความบ้าบิ่นที่ทำแบบนั้นกัน สกอร์เปียสค่อย ๆ ยืดตัวยืนขึ้นก่อนจะส่งเสื้อคลุมของอีกฝ่ายที่เขาสวมไว้กลัวที่จะลืมไว้ที่ไหน

 

“อ๊ะ...เสื้อคลุมเธอ”

“ขอบใจ...” อบิเกลรับเสื้อคลุมของเธอออกมา

“เมื่อกี้เธอบ้ามากเลยนะที่ไปดักหน้าแบบนั้น! เกิดลูกบลัดเจอร์พุ่งใส่เธอจนบาดเจ็บจะทำไง?” สกอร์เปียสพูดคุยกับอีกฝ่ายอย่างหนักใจ เมื่อกี้เขามองจากทางอุโมงค์ก็นึกว่าเพื่อนเขาจะได้รับบาดเจ็บเสียแล้ว

“ทำไงได้ล่ะ เจ้าพวกนั้นเล่นสกปรกก่อนนี่”

“มันก็จริง...ทำไมกันนะ อยู่ ๆ ถึงโจมตีพวกเดียวกัน?”

“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ...” อบิเกลตอบไปแบบนั้น แต่ในใจเธอเหมือนมีคำตอบ แต่ไม่อยากพูดตรงนี้ เธอสวมเสื้อคลุมทันที “เอาล่ะ เรากลับไปรวมกลุ่มกับคนอื่นเถอะ เดี๋ยวพวกเขาจะสงสัยเอา”

“โอเค”

ทั้งสองกำลังจะก้าวเท้าออกจากตรงนั้นกัน จู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งก็โผล่มาขวางหน้าไว้ อบิเกลเงยหน้ามองดวงตาสีน้ำตาล ผมแดงที่บ่งบอกว่าเป็นคนบ้านวีสลีย์

“นาย...ฮิวโก้”

“อะไรกัน ๆ นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ก็แอบมาจู๋จี๋กันที่นี่เองเหรอ?” ฮิวโก้เอ่ยทักด้วยสายตาดูแคลน

“เงียบปากนายไปซะน่าจะดีกว่า วีสลีย์!” สกอร์เปียสหน้าแดงด้วยความโกรธ

“ทำไมล่ะมัลฟอย? หรือฉันพูดแทงใจดำ?” ฮิวโก้ยังไม่หยุดยั่วโมโห

อบิเกลรั้งแขนสกอร์เปียสไว้พลางส่ายหน้า “ไปเถอะ สกอร์เปียส ฟังเสียงนกเสียงกาไปก็ประสาทกินเปล่า ๆ”

“แกว่าไงนะ? ยัยลูกฆาตกร!” ฮิวโก้แผดเสียงเรียกตามหลัง

อบิเกลหยุดกึกก่อนจะหันไปตอกกลับ “ถ้าสมองมีไว้แค่จำคำพูดแย่ ๆ มาด่าคนอื่น ฉันว่านายลองไปส่องกระจกดูนะว่าข้างในหัวยังมีสมองอยู่บ้างไหม ไอ้ขี้แพ้!”

“ว่าไงนะ!! ยัยบ้า”

ท่ามกลางเวลานั้นเองกระแสฝูงชนที่กำลังทยอยออกจากอัฒจันทร์เพื่อมุ่งหน้ากลับเข้าสู่ตัวปราสาทผ่านทั้งสองคนที่กำลังเดิน อบิเกลและสกอร์เปียสพยายามเดินปะปนไปกับนักเรียนคนอื่น ๆ อย่างแนบเนียน ไม่ให้ฮิวโก้ตามมาวุ่นวายกับพวกเธอได้ ทั้งสองคนมองหน้ากำลังคิดว่าตัวเองควรที่จะเดินกลับปราสาทดีกว่าทั้งสองกำลังก้าวเท้าไปข้างหน้านั้น ก็ถูกทักด้วยน้ำเสียงอันตื่นเต้นกว่าอะไรของเอวาที่กำลังพุ่งตรงมาทางทั้งสองคน

“อบิเกล! สกอร์เปียส! พวกเธอหายไปไหนมาเนี่ย!” เอวาร้องทักพลางกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ “รู้ไหมฉันชนะพนันด้วยล่ะ! ไม่นึกเลยว่าบ้านเราจะพลิกกลับมาชนะได้แบบสะใจขนาดนี้!”

“งั้นเหรอ...ไม่รู้เลยนะเนี่ย”

“อืม ๆ แค่ไปห้องน้ำแป๊บเดียวเองนะเนี่ย”

“ใช่ไหม!! ฉันได้กำไรมาเยอะเลย!! ฉันต้องเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้พ่อฟัง!!”

 

ขณะที่เอวากำลังพูดจาเจื้อยแจ้วถึงกำไรที่เธอได้จากการวางเดิมพันข้างบ้านตัวเอง อบิเกลกลับทำได้เพียงยิ้มแห้ง ๆ รอบกายของเธอเต็มไปด้วยเสียงเซ็งแซ่ของเหล่านักเรียนที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ในสนาม ทุกคนต่างพากันตั้งคำถามถึง ‘ผู้เล่นคนที่แปด’ ผู้ลึกลับที่สวมชุดเกราะปริศนาออกมานำชัยชนะมาให้สลิธีรินอย่างปาฏิหาริย์ อบิเกลฝืนกลืนน้ำลายเมื่อได้ยินนักเรียนบางคนวิเคราะห์ลักษณะท่าทางการบินของบุคคลปริศนาคนนั้น ความระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจว่าจะมีใครสงสัยถึงตัวตนที่แท้จริงของบุคคลปริศนานั้น แต่เมื่อนึกได้ว่าเธอเก็บกวาดร่องรอยทุกอย่างในอุโมงค์และถอดชุดเกราะคืนที่เดิมไปหมดแล้ว เธอก็พยายามปลอบใจตัวเองว่าคงไม่มีใครล่วงรู้ความลับนี้แน่ ๆ

 

แสงอาทิตย์ยามอัสดงเริ่มทอแสงสีส้มอมม่วงพาดผ่านระเบียงทางเดินไม้หิน ขณะที่เหล่านักเรียนต่างพากันเดินเบียดเสียดออกจากห้องเรียนเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องโถงกลางสำหรับมื้อเย็นที่กำลังจะเริ่มขึ้น ทว่าอบิเกลกลับปลีกตัวออกมาสวนทางกับฝูงชนที่กำลังหิวโหย ความวิตกกังวลที่มีต่อรุ่นพี่แต่ละคนยังคงรบกวนจิตใจเธอไม่เลิกรา เธอจึงมุ่งหน้าไปยังปีกทิศใต้ของปราสาทและเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดไปยังห้องพยาบาลบนชั้นสามอย่างรีบร้อน บรรยากาศบริเวณหน้าห้องพยาบาลควรจะเงียบสงัดเพื่อให้ผู้ป่วยได้พักผ่อน แต่ทว่าในขณะที่อบิเกลกำลังจะเอื้อมมือไปผลักประตูไม้อันหนักอึ้ง เสียงตวาดแผดก้องด้วยความโทสะก็ดังลอดออกมาจนเธอต้องชะงัก เธอจำน้ำเสียงกระด้างที่เต็มไปด้วยความโอหังนั้นได้ในทันทีโดยไม่ต้องคาดเดา เมื่อเธอตัดสินใจก้าวเข้าไปด้านใน ภาพที่ปรากฏคือกลุ่มนักกีฬาควิดดิชบ้านสลิธีรินที่มารวมตัวกันจนดูคับแคบไปถนัดตา

 

“พวกคุณจะไม่ทำอะไรเลยหรือไง!! ผมบาดเจ็บจนต้องเข้าเฝือกเลยนะ!!”

“ใช่ ๆ แถมพวกชาร์ลีก็รังแกเราอีก!!”

“พูดผิดพูดใหม่นะพวก ใครกันแน่รังแกใครนะ!!” ปีเตอร์เดินไปประชันหน้ากับอเล็กซ์ที่บอกว่าพวกตนแกล้ง

“พอ ๆ กันเลยพวกนาย!!”

อบิเกลจ้องมองใบหน้าคุ้นเคยกำลังโวยวายถึงอาการบาดเจ็บแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกต้น รู้สึกว่าแม็กนัสกำลังโวยวายถึงเหตุการณ์ในสนามด้วยความเจ็บแค้นใจ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ‘เจ้าหมวกเหล็กปริศนา’ ที่บังอาจเข้ามาทำลายแผนการและทำให้เขาต้องอับอายต่อหน้าคนทั้งโรงเรียน

“ทำไมพวกคุณใช้คาถา อะพาเร เวสติเกียม (Apare Vestigium) ตรวจสอบร่องรอยสิ! ผมอยากรู้ว่าไอ้หมวกเหล็กนั่นเป็นใคร!” แม็กนัสคำรามใส่ศาสตราจารย์มักกอนนากัล

“ถึงเราจะรู้ แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องบอกเธอ คุณโคลสัน” ศาสตราจารย์ตอบด้วยเสียงเรียบเย็น

“ทำไมกัน!! ศาสตราจารย์ใหญ่กลัวว่าผมจะไปฆ่ามันเหรอ!?” แม็กนัสเอ่ยถามด้วยสีหน้านิ่งเฉย แต่เก็บอารมณ์อันโกรธเกรี้ยวไว้หมด

ศาสตราจารย์มักกอนนากัลได้แต่ถอนหายใจกับพฤติกรรมของเด็กหนุ่มที่กำลังโกรธเกรี้ยวอย่างไม่มีเหตุผลถึงแม้ตอนตื่นมาจะบอกว่าจำอะไรไม่ได้ แต่เหตุการณ์ทุกอย่างทุกคนเห็นหมด ระหว่างที่ฟังเด็กหนุ่มโวยวาย หางตาของตนเหลือบเห็นร่าง ๆ หนึ่งกำลังยืนอยู่แถวประตู พอหันไปก็ไม่คิดว่าเด็กน้อยที่เธอกำลังคิดอยู่ตรงนั้น

“คุณเมอร์รัล มาทำอะไรที่นี่หรือ?”

“อ๊ะ...หนูมาเยี่ยมพวกรุ่นพี่ค่ะ...”

อบิเกลตอบเสียงค่อย เธอไม่คิดว่าอาจารย์จะมาสนใจเธอ เธอว่าจะแอบ ๆ แถวนี้จนกว่าอาจารย์และแม็กนัสจะออกไป พวกคามิวได้ยินรุ่นน้องเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของพวกตนก็รู้สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างมากต่างจากอีกสามคนตรงนั้นที่ฟังแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียนมาก ๆ แต่หนึ่งในนั้นกับฟังวาจาและใบหน้าที่จ้องมองมาทางนี้ทำเอาเขารู้สึกอารมณ์ทั้งหมดที่พลุ่งพล่านภายในกับระเบิดออกมาทันที

“แกมองหาอะไร! ห๊า!!” แม็กนัสเดินตรงเข้าหาอบิเกลอย่างคุกคาม

“แม็กนัส อบิเกลไม่เกี่ยวนะ!!” ชาร์ลีพยายามจะเข้ามากันแต่ก็ไม่ทัน

อบิเกลรู้ดีว่าห้ามใช้ไม้กายสิทธิ์ต่อหน้าอาจารย์ เธอจึงตัดสินใจใช้ ‘ไม้ตาย’ ที่ฝึกมากับอาสก็อต เธอเหวี่ยงขาไปข้างหลังพร้อมกับจัดองศาอย่างพอเหมาะ รอจังหวะอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ๆ พร้อมกับเหวี่ยงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เตะเข้าเป้าหมายของแม็กนัสอย่างจังจนเกิดเสียงที่ทำให้ผู้ชายทุกคนในห้องต้องเบือนหน้าหนี แม็กนัสตาเหลือก่อนจะทรุดลงไปนอนกุมเป้าด้วยความเจ็บปวดจนสลบเหมือด อบิเกลย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ พร้อมกับกระซิบพูดบางอย่าง

“โทษทีนะ...แต่นี่สำหรับที่นายรังแกพวกรุ่นพี่คามิว ไอ้งั่ง!” อบิเกลพูดพลางลุกขึ้นแล้วปัดมือของตนเองไปมา

“แก!!” แม็กนัสหันหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าซีดเซียวด้วยความรู้สึกรู้สึกเจ็บใจ

อบิเกลหันไปทางพวกรุ่นพี่และอาจารย์ที่อยู่ตรงนั้น เธอกางมือทั้งสองข้างแล้วก้มโค้งเล่นน้อยก่อนจะยิ้มให้ทุกคน

“การแสดงจบแล้ว รุ่นพี่ปลอดภัยหนูก็พอใจแล้วค่ะ งั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ”

ทุกคนในห้องต่างมองเธอด้วยสายตาที่ประหลาดใจที่เด็กตัวแค่นี้ไม่มีความกลัวแต่อย่างใด แถมยังสะใจกับสิ่งที่ตนเองทำ ระหว่างที่อบิเกลกำลังจะออกไปนั้นเสียงของอาจารย์ท่านหนึ่งก็ดังขึ้น

“ท่าเตะเมื่อกี้สุดยอดจริง~ เมอร์รัล ดูชำนาญพอ ๆ กับตอนหวดบลัดเจอร์ในสนามควิดดิชเลยนะ”

คำพูดของรองศาสตราจารย์ทำให้เหล่ารุ่นพี่สลิธีริน แต่ละคนต่างมองกันอย่างงุนงงว่าหมายความว่าไง พวกอาจารย์ได้แต่เอามือปิดใบหน้าที่รองศาสตราจารย์บลัดเวิร์ทเกิดพูดแบบนั้นออกมา อบิเกลหมุนตัวอย่างช้า ๆ หันกลับมามองด้วยสายตางุนงงว่าอีกฝ่ายหมายความว่าไง

“อาจารย์พูดถึงอะไรคะ? หนูไม่ได้เข้าไปในสนามสักหน่อย...”

“งั้นเหรอ? แต่เธอคงไม่ลืมนะเมอร์รัล ว่าเราอยู่ในโลกเวทมนตร์...และความลับมักไม่มีในโลก” รองศาสตราจารย์บลัดเวิร์ทเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

อบิเกลฟังคำพูดนั้นเธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกคำพูดของแม็กนัสที่พูดถึงคาถาหนึ่งแล้วพวกอาจารย์บอกว่าถึงพวกเขารู้ก็ไม่บอกนั้นทำให้เธอรู้แล้วว่าพวกอาจารย์รับรู้แล้วว่าใครกันคือเจ้าหมวกเหล็กที่ว่า เธอกำลังจะเอ่ยต่อเพื่อแก้ตัว

“เอ่อ...คือว่า...”

“ศาสตราจารย์ใหญ่กับฉันอยากคุยกับเธอเรื่องที่เข้าไปในสนามควิดดิชเสียหน่อย เมอร์รัล เชิญไปกับพวกเราที่ห้องอาจารย์ใหญ่หน่อยนะ~”

อบิเกลเห็นท่าทางของรองศาสตราจารย์ ทำให้เธอคิดเลยว่าไม่น่ารอดจากสถานการณ์นี้แน่ ๆ “รับทราบค่ะ...”

 

จบตอนที่ 25 โปรดติดตามตอนที่ 26 ต่อไป