อบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย

[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต - ตอนที่ 23 ลางสังหรณ์อันไม่แน่ใจ โดย YukiCoCo @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,รั้วโรงเรียน,ตะวันตก,อื่นๆ,แฟนฟิค,แฟนฟิคแฮร์รี่พอตเตอร์,เวทมนตร์,ฮอกวอตส์,รุ่นลูก,คาถา,แฮร์รี่พอตเตอร์,เด็กหญิงผู้รอดชีวิต,YukiCoCo,แฟนตาซีน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,รั้วโรงเรียน,ตะวันตก,อื่นๆ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

แฟนฟิค,แฟนฟิคแฮร์รี่พอตเตอร์,เวทมนตร์,ฮอกวอตส์,รุ่นลูก,คาถา,แฮร์รี่พอตเตอร์,เด็กหญิงผู้รอดชีวิต,YukiCoCo,แฟนตาซีน

รายละเอียด

[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต โดย YukiCoCo @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

อบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย

ผู้แต่ง

YukiCoCo

เรื่องย่อ

++คำอธิบายจากนักเขียน++

สวัสดีทุกคนนะคะ ขอต้อนรับสู่อีกเรื่องที่เป็นแนวนิยายฟิครุ่นลูกอีกเรื่อง

เรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะรู้จักก็คือเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ผู้เขียน เจ.เค.โรว์ลิง

เนื้อเรื่องนิยายครั้งนี้ก็เหมือนเคยไรท์อยากสนองฮีทของตัวเองเลย

สร้างเรื่องนี้ขึ้นแต่งรุ่นลูกของแฮร์รี่ขึ้น อันนี้จะแตกแขนงจากละครเวทีอย่างเรื่องเด็กต้องสาป

มาอีกทีเหมือนโลกคู่ขนามอีกโลกหนึ่ง เนื้อเรื่องอาจจะมีปวดตับมั้งหรือเปล่านะ

แต่ถ้าใครไม่ชอบก็ขอประทานอภัยกับเนื้อเรื่องที่ทางไรท์ต้องการนะคะ


 

บทนำของเรื่อง

 

อบิเกล เด็กสาวที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอนั้นได้เดินทางไปกับอาของเธอโดยไม่รู้ว่าต้องออกเดินทางเพราะไร จนพวกเขาตั้งหลักได้แล้วก็กลับมายังลอนดอนอีกครั้งและใช้ชีวติจนเวลาผ่านไปนานจนอบิเกลได้อายุ 11 ปี พวกเขากลับมาจากทำงานแล้วกลับมาบ้าน แต่แล้วอบิเกลต้องดีใจที่เธได้ จดหมายจากโรงเรียนเวทมนตร์ ฮอกวอตส์ แต่เธอไม่รู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อเข้าสู้โรงเรียนแห่งนั้น

เรื่องนี้เชื่อมโยงกับโลกเทพปกรณัมกรีกในนิยายแฟนฟิคของเรา

อย่างเรื่อง สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ นะคะ

ไปติดตามกันได้นะ

 


ปล. เรื่องนี้เป็นนิยายฟรี ไม่อาจะคาดเดาในวันที่จะลงได้

สารบัญ

[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 1 ความผิดพลาดที่เกือบตาย,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 2 ช็อปปิ้งก่อนเปิดเรียน,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 3 การพบหน้าที่โคตรอึดอัดใจ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 4 อดีตของสก็อต,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 5 เพื่อนคนแรกของกันและกัน,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 6 เวลาคัดสรร,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 7 เล่นมาก็เล่นกลับ ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 8 บ้านใหม่ เพื่อนร่วมห้องใหม่ ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 9 ก่อเรื่องวันแรก,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 10 เกือบตกเสียแล้ว,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 11 เหตุร้ายยังไม่หมดไป,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 12 น่าเวทนาจริง ๆ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 13 ห้องอาหาร,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 14 เพื่อนหรือบอดี้การ์ด,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 15 ส่งข่าวเล็กน้อย,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 16 ฝึกการบิน,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 17 การแข่งขัน,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 18 เจ้าของ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 19 หักคะแนนอย่างไม่เป็นธรรม,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 20 ไม่อยากแย่งตำแหน่งกับหมา,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 21 เสียงปริศนา,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 22 ความขัดแย้ง,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 23 ลางสังหรณ์อันไม่แน่ใจ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 24 การแข่งขันอันดุเดือด,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 25 เจ็บปวดจนเลือดขึ้นหน้า,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 26 เจ้าผีจอมรังแก,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 27 สัตว์วิเศษหายาก

เนื้อหา

ตอนที่ 23 ลางสังหรณ์อันไม่แน่ใจ

ตอนที่ 23 ลางสังหรณ์อันไม่แน่ใจ

ยามรัตติกาลปกคลุมน่านฟ้า ท้องฟ้ากำลังแปรเปลี่ยนตามกาลเวลา แสงสุริยันกำลังทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้าตามวงโคจรของโลก แสงสุริยันยามเช้ากำลังปะทะตัวปราสาทฮอกวอตส์เพื่อส่งสัญญาณถึงรุ่งอรุณใหม่ เส้นทางภายนอกยังคงไร้ผู้คนออกมาเดิน แต่ภายในตัวปราสาทกับมีเสียงบางอย่างที่กำลังโดนตวัดไปมาในอากาศ ต้นเสียงนั้นดังมาจากลานสนามหญ้ายิ่งเดินเข้าไปใกล้ก็ยิ่งได้ยินเสียงนั้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเห็นเงาดำกำลังถือบางอย่างที่ยาวกว่าไม้กายสิทธิ์ แสงสุริยันสาดส่องผ่านปะทะเงาดำนั้นปรากฏร่างหนึ่ง ร่างของเด็กหญิงผมสีดำกำลังยกดาบตวัดท่าทางอันทรงพลังฟาดฟันอากาศตรงหน้า แต่ภาพให้หัวของเด็กหญิงนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเจอชายร่างสูงกว่าตนเองกำลังยกดาบยาวขึ้นจะฟาดใส่เธอ เธอหยิบดาบขึ้นและตวัดดาบใส่อีกฝ่ายแล้วฟาดฟันอย่างแรงหลายครั้งจนกระทั่งอีกฝ่ายล้มลงกับพื้นไป อบิเกลหอบหายใจอยู่สองสามครั้งก่อนที่ภาพในจินตนาการนั้นจะหายไปเหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่า เธอเก็บดาบใส่กระเป๋าคาดเอวใบเล็กไปอย่างง่ายได้ แล้วหยิบบางอย่างออกมาต่อสินั้นคือกระติกน้ำทรงกระบอกแบบเหล็กสีเขียวที่ตกแต่งเป็นลวดลายธรรมชาติ เธอมองกระติกน้ำตรงหน้าที่อาสก็อตให้ไว้ก่อนจะเปิดปายกขึ้นดื่มอย่างกระหาย

 

“อ๊า~ สดชื่นจัง~”

อบิเกลส่งเสียงอย่างพึงพอใจกับเครื่องดื่มเย็น ๆ ที่เตรียมมา ดีที่น้ำในกระติกยังมีอุณหภูมิที่คงที่อยู่ตลอดเวลา อบิเกลกำลังเก็บข้าวของอยู่นั้นก็มีเสียงฝีเท้าของใครกำลังเดินเข้ามาอยู่ห่างจากเธอไม่กี่เมตร อบิเกลก็หันไปทางเจ้าของเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว

“ใครนะ!!”

“อ๊ะ!!” เจ้าของเสียงฝีเท้านั่นก็ตกใจก่อนจะหัวเราะออกมา “ประสาทสัมผัสไวดีแท้”

“รุ่นพี่โดมินิค...” อบิเกลเห็นหญิงสาวผมสีเงินจากบ้านเรเวนคลอก็จำได้ทันที

“ตื่นเช้าจังนะ~”

“ค่ะ...เอ่อ...”

“แต่ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นแม่มดใช้ดาบในโรงเรียนเวทมนตร์นะ?”

“อ๊ะ...คือว่า...” อบิเกลอ้ำอึ้งว่าตัวเองจะตอบยังไงดีที่เธอฝึกดาบอยู่นั้นคืออะไร

“หึ ๆ ไม่ต้องห่วง ฉันไม่บอกใครหรอก...ถึงบอกไปมันก็แปลก ๆ แต่มันก็อันตรายถ้าเธอเอาออกมาไล่ฟันใครนะ”

“หนูไม่เอาออกมาทำร้ายใครแน่ ๆ ค่ะ!! หนูแค่...เอาไว้ป้องกันคนที่...ไม่ใช่คนแบบพวกเราเท่านั้น...”

“คนที่ไม่ใช่แบบพวกเรา? หมายถึง...ไม่ใช่พ่อมดแม่มดเหรอ?”

“ค่ะ...” อบิเกลพยักหน้าก่อนจะมองอีกฝ่าย “หนูไม่สามารถบอกรุ่นพี่ได้มากกว่านี้นะคะ เพราะหนูก็ไม่รู้รายละเอียดเยอะนะคะ”

“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ...”

“ขอบคุณค่ะ...”

“แต่...การฝึกดาบแบบนี้...โดยไม่พึ่งเวทมนตร์...แปลว่าสิ่งที่เธอเจอนั้นอันตรายกว่าที่เวทมนตร์จะรับได้เหรอ?”

“เวลาเราต่อสู้...คาถาจะต้องร่าย...ถ้าร่ายช้าไปนิดเดียว...คมดาบที่ตรงมาหาเรานั้น...จะพิฆาตเราทันที”

“ฉันลืมนึกถึงเรื่องนั้นเลยนะ...ตลอดมาอยู่ในโลกเวทมนตร์ไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลย...”

“โลกกว้างข้างนอกมันอันตรายกว่าที่พี่จะล่วงรู้เลยค่ะ รุ่นพี่โดมินิค...”

โดมินิคฟังอีกฝ่ายกล่าวก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายช่างกล้าหาญเกินตัวมาก ๆ ทำให้เธอครุ่นคิดเลยว่าเด็กน้อยคนนี้ต้องเจอภัยอันตรายอะไรมั้ง

“เธอนี่...เก่งเกินตัวสุด ๆ กล้าที่จะเผชิญหน้ากับโลกกว้างข้างนอกนั้น”

“ทำไงได้ละคะ หนูอยู่กับพ่อ...หนูต้องเจอเรื่องเสี่ยง ๆ เสมอ”

“อาสก็อตเขา...พาเธอไปเสี่ยงแบบนั้น...แย่สุด ๆ” โดมินิคได้ยินก็รู้สึกไม่ชอบใจคนเป็นญาติผู้ใหญ่ที่พาลูกสาวตัวเองไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้

“พ่อหนูไม่ได้เป็นคนพาไปนะคะ หนูเป็นคนขอไปกับเขาเอง เพราะไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวนะคะ!!”

“แล้วแม่เธอล่ะ ไม่อยู่ดูแลเธอเหรอ...”

“พี่เดล...อ๊ะ!! แม่เขาต้องตามพ่อไปทำงานด้วย...หนูอยู่บ้านคนเดียวไม่มีคนดูแล...หนูเลยต้องตามพ่อแม่ไปนะคะ...” อบิเกลรีบแก้ตัวให้คนเป็นอาชายของตนเองทันที ไม่ให้อีกฝ่ายมองอาชายในทางไม่ดี

โดมินิคฟังเด็กน้อยพูดเหมือนแก้ตัวให้ผู้ใหญ่ แต่ก็มีความสงสัยในหลาย ๆ อย่าง “งั้นเหรอ...ลำบากแย่เลยนะ...”

“ไม่เลยค่ะ ทุกคนเอาแต่ปกป้องหนูตลอดทำให้หนูคิดว่าตัวเองต้องลุกขึ้น ทำให้หนูต้องจับไม้กายสิทธิ์ เพื่อทุกคน เพื่อตัวเองหนูต้องลุกขึ้นสู้กับความเสี่ยงมากมายที่ต้องเจอ!!”

 

อบิเกลกล่าวสิ่งที่ตัวเองเจอมาตลอด เธอโดนทุกคนปกป้องมาตลอดจนเธอต้องลุกขึ้นต่อสู้กับภัยอันตรายมากมายที่เข้ามา เธอเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่ดูไร้ทางต่อสู้มาก ๆ และเป็นเป้าหมายได้เสมอ วันหนึ่งเธออายุแค่หกขวบเธอลุกขึ้นพร้อมกับถือไม้กายสิทธิ์ต่อสู้กับพวกพ่อมดแม่มดฝ่ายมืด เธอมองอีกฝ่ายพร้อมกับยกยิ้มอย่างมั่นใจ แต่สายตาของอีกฝ่ายกับตกตะลึงเธอเหมือนเห็นภาพซ้อนของญาติผู้น้องของเธอที่เสียชีวิตไป ถึงมองกี่ครั้งมันก็ทำให้เธอคิดว่าอีกฝ่ายนั้นคือญาติผู้น้องของเธอหรือไปเปล่าจนเธออยากจะเอ่ยถามบางอย่างออกมา

 

“เมอร์รัล...เธอ...คือ...”

อบิเกลมองอีกฝ่ายที่กำลังจะพูดบางอย่างแต่แล้วก็มีบางอย่างวิ่งตรงมาทางนี้สุดแรงก่อนจะพุ่งชนโดมินิคอย่างแรงพร้อมกับน้ำเสียงอันร่าเริง

“เพื่อนเลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ!!”

“อ๊าก!!!”

ร่างของโดมินิคพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างของเธอจะไถลไปกับพื้น อบิเกลเห็นก็ตกใจจนหันไปมองโดมินิคที่ลอยไปไกลพอตัว

“รุ่นพี่โดมินิค!!!” อบิเกลรีบวิ่งไปหาอีกฝ่ายทันที

คนเป็นเพื่อนที่พุ่งเข้ามาชนก็ตั้งตัวอย่างงุนงงว่าคนเป็นเพื่อนไม่ได้ตั้งตัวในการชนของเธอเลยเหรอ

“อ้าว...ครั้งนี้พลาดจริง ๆ เหรอ?”

อบิเกลเข้าไปหาอีกฝ่ายพร้อมกับร่างกายคาถารักษาอีกฝ่ายทันที โดมินิคที่ได้สติก็หันไปมองเพื่อนของตนที่พุ่งมาอย่างไม่ให้ทันตั้งตัวเลย เธอหันไปมองเด็กสาวที่มีสีผมอันเป็นเอกลักษณ์ต่างจากคนทั่วไปด้วยการย้อมสีผมเป็นสีชมพูจนทุกคนเรียกเธอว่าหญิงสาวผมหวานแหววแห่งเรเวนคลอ ดวงตาสีฟ้าจับจ้องมองโดมินิคอย่างชอบใจจนโดมินิคหมั่นไส้อีกฝ่ายก่อนจะตะโกนขึ้นมา

“เนเน่!!! ทำบ้าอะไร ฉันเกือบตายแล้วนะ!!”

“อะไรรรรรร~ ก็นึกว่าตั้งตัวแล้วนะเนี่ย~”

“ตั้งตัวบ้านสิ!!! คนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างเชียว”

“แล้วจะพูดอะไรนะ?” เนเน่มองอย่างสนใจจนสายตาเป็นประกาย

โดมินิคฟังคำถามอีกฝ่ายก่อนจะหันไปมองอบิเกลที่เธออยากพูดอะไรกับอีกฝ่าย แต่เธอนึกคำถามไม่ออกแล้วนี่สิ

“จำไม่ได้แล้วสิ...”

“อ้าว...รุ่นพี่...” อบิเกลที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับทรงตัวไม่ทันอีกฝ่ายจะพูดอะไรกับเธอแต่ลืมไปแล้ว

“แล้วนี่เธอมาทำอะไร?”

“ก็มาตามเธอกลับบ้านไง เตรียมตัวไปอาบน้ำกัน เดียวเจ็ดโมงครึ่งก็มีเรียนแล้ว นะ”

“เดียวนะ...วิชาแรกเราเริ่มเรียนแปดโมงเช้านะ?”

“แปดเหรอ? นึกว่าเจ็ดโมงครึ่งซะอีก...”

“เนเน่!!!”

“คิก ๆ” เนเน่หัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะสังเกตเห็นเด็กอีกคนนั้นทำให้เธอสนใจทันที “เอ๋~? นี่มันสาวน้อยบ้านสลิธีรินนี่น่า~”

อบิเกลมองอย่างตกใจที่อีกฝ่ายพึ่งเห็นเธอ คงเพราะอีกฝ่ายสนใจรุ่นพี่โดมินิคแน่ ๆ “เอ่อ...สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีจ้า~ ฉัน เนเน่ เป็นเพื่อนโดมินิคนะ~”

“หนูอบิเกลค่ะ...”

อบิเกลกำลังแนะนำตัวอีกฝ่ายอยู่นั้นอีกฝ่ายก็ยืนหน้าเข้ามาใกล้จนใบหน้าอยู่ห่างกันไม่กี่เมตร ดวงตาของอีกฝ่ายเริ่มสว่างเจิดจ้ากว่าเดิมอย่างน่าประหลาดจนอบิเกลตะลึงไปชั่วขณะ เนเน่เอียงคอเล็กน้อยเธอจ้องมองอบิเกลไม่กะพริบก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกมา

“น่าแปลกนะ...ไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางนั้น...แต่กับ...มีสิ่งนั้นผสมอยู่ในเลือดเธอ...ช่างน่าประหลาด...เธอมีความเกี่ยวข้องยังไงกัน?”

อบิเกลฟังคำพูดอีกฝ่ายก็งุนงงว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไรก่อนที่เธอจะเอ่ยถามออกมา “ที่พูดออกมานั้นหมายความว่าไง? เลือดของฉัน...ผสมอะไร?”

“ก็...เลือดเธอ-”

“เลิกวุ่นวายกับเด็กสักที!!” โดมินิคเอาสันมือตีหัวเนเน่ทันที

“โอ๊ย!! โดมินิคอ่ะ!! มันเจ็บนะ!!” เนเน่กุมหัวตัวเองด้วยความเจ็บ

“อยากทำตัวแปลก ๆ ใส่เด็กเองนี่!!”

“ทำตัวแปลก ๆ ฉันทำอะไรไป?”

“เมื่อกี้คุณพูดบางอย่างเกี่ยวกับเลือดของฉัน...ฉันยังไม่ได้ฟังคำตอบเลยนะคะ!!”

“ฉันพูดอะไรไปด้วยเหรอ?”

“เอ๋!!”

อบิเกลมองอีกฝ่ายที่พูดอะไรออกมาทำให้เธอค้างคาใจสุด ๆ ก่อนที่จะมองไปที่โดมินิคที่ทำให้เธอพลาดสิ่งที่อยากได้ยิน

“ขอโทษที...ไม่นึกว่ายัยนี้จะลืม...ฉันเผลอขัดขวางคำทำนายเข้าสินะ...”

“คำทำนายเหรอคะ?”

“ใช่...ฉันก็ลืมไปว่าเนเน่เป็นแม่มดสายหมอดู...อะไรที่พูดออกมาไม่นานก็จะลืมไปนะ”

“งั้นเมื่อกี้กำลังทำนายบางอย่างเกี่ยวกับตัวหนูเหรอคะ?”

“ไม่รู้สินะ...จำไม่ได้แล้วสิ~” เนเน่ทำตัวเบื่อ ๆ ก่อนจะลุกขึ้นไปกอดแขนของโดมินิค “ไป ๆ กลับกันเถอะนะ!!”

“เธอนี่มัน...” โดมินิคมองอีกฝ่ายที่ทิ้งปริศนาให้เด็กน้อยแล้วหันมาสนใจเธอแทน ก่อนที่เธอจะหันไปหาอบิเกล “งั้นพี่กลับก่อนละ แล้วก็...อย่าไปคิดมากเรื่องที่เนเน่พูดเลยนะ”

“ค่ะ...”

ทั้งสองคนเดินออกจากจุดนั้นกันไปปล่อยเหลือแค่อบิเกลอยู่คนเดียว เธอนึกคำพูดอีกฝ่ายที่บอกว่าเธอมีความเกี่ยวข้องกับอะไรบางอย่าง แต่มันคืออะไรกันแน่ยิ่งน่าสงสัยมากกว่าเดิม

 

คำพูดนั้นหลงเหลืออยู่ในความคิดอันเล็กจ๋อย เธอส่ายหน้าเบา ๆ การครุ่นคิดกับเรื่องนี้มากไปอาจจะทำให้เธอเสียสมาธิมากกว่าเดิม เธอหันไปตรวจสอบของของเธอว่าตัวเองลืมเก็บอะไรไหมจนเธอรู้สึกถึงบางอย่างจากด้านหลัง เธอหันไปมองก็ไม่มีอะไรอยู่ข้างหลังจนเธอนั้นสัมผัสถึงพลังงานบางอย่างที่ลอยออกมาจากเสาคล้ายกลุ่มควัน แต่สำหรับอบิเกลมันคือออร่าที่ออกมาจากร่างกายสิ่งมีชีวิต แปลว่ามีคนแอบอยู่หลังเสานั้น อบิเกลเห็นแบบนั้นก็ทำเป็นไม่สนใจก่อนจะทำเป็นก้าวขาเดินไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจ คนที่แอบอยู่หลังเสานั้นก็โล่งใจที่อีกฝ่ายจับไม่ได้ว่าเขานั้นแอบตามมาดูเธอตั้งแต่เช้าตรู่ถึงจะอยู่คนละฝั่งของหอพัก เขาก็รู้สึกว่าเวลาไหนที่อีกฝ่ายทำอะไรแปลก ๆ เช่นวันนี้ที่อีกฝ่ายออกมายามเช้ามาฝึกดาบ เขาเห็นอีกฝ่ายแสดงการต่อสู้โดยใช้ดาบก็ชอบใจมาก ๆ ก่อนจะเดินออกมาว่าอีกฝ่ายนั้นไปทางไหน แต่ว่าอีกฝ่ายก็ไม่อยู่แถวนั้นแล้ว

 

“เดินเร็วจัง...ไปทางไหนแล้ว?”

“นี่รอบที่สองที่นายแอบตามฉันนะ? สกอร์เปียส”

“อ๊ากกกกกกกกก!!” สกอร์เปียสสะดุ้งจนร้องออกมา เขาหันหลังไปมองอีกฝ่ายที่แอบมาอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ภาพนี้เหมือนกับเคยเกิดขึ้น “เดจาวู...”

“ก็ไม่เชิงนะ...ครั้งแรกตอนไปบ้านอาจารย์แฮกริดครั้งนี้มารอบนี้อีก นายอยากเป็นนักย่องเบาเหรอ?”

“จะบ้าเหรอ!! อบิเกล”

“แล้วตามมาทำไมกัน?”

“อ๊ะ...ก็...แค่...”

สกอร์เปียสไม่รู้จะพูดยังไง เขาไม่ค่อยอยากอยู่ในห้องพักชายนาน ๆ เพราะวันเขาก็ระหว่างว่าพวกผู้ชายที่ชอบรังแกจะโผล่มาตอนไหน

“เฮ้อ...รีบ ๆ เก่งเวทมนตร์ละกันจะได้ต่อสู้กับพวกนั้นได้นะ” อบิเกลถอนหายใจเบา ๆ เธอตบไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ

สกอร์เปียสฟังคำพูดอีกฝ่ายจริงที่เขาต้องเรียนรู้และใช้คาถาให้คล่องเพื่อจัดการพวกนั้นแต่ก็มีข้อห้ามที่ห้ามให้ปีหนึ่งใช้ไม้กายสิทธิ์นอกห้องเรียนอีก เขาปัดเรื่องนี้ออกจากหัว ก่อนจะหันไปสนใจเรื่องก่อนหน้า

“แล้วนี่เธอ...ใช้ไม้กวาดแอบมาข้างหลังฉันอีกแล้วเหรอ?”

“เปล่า...ฉันไม่ทำเหมือนครั้งแรกหรอกนะ”

“แล้ว?”สกอร์เปียสยกคิ้วข้างหนึ่งอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายไม่ใช่วิธีคล้ายแบบแรกแล้วใช้วิธีไหน

อบิเกลยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นพร้อมกับขยับปากเบา ๆ แสงจากไม้ก็ลงที่เท้าของเธอ แล้วยกเท้าขึ้นลงเหมือนกำลังเดินอยู่กับที่แต่การก้าวนั้นไร้เสียงการเดิน ทำเอาสกอร์เปียสมองอย่างตกใจ ก่อนจะพองแก้มที่เขาโดนตลบหลังอีกฝ่ายแล้ว

“เธอนี่มัน!!”

“เธอนี่มันอะไร แล้วทำไมต้องแอบด้วยล่ะ?”

“ก็...ฉันไม่อยากรบกวนเธอนี่น่า...”

“เฮ้อ...อยากดูก็มาดูก็ได้ไม่ต้องแอบหรอกน่า” อบิเกลกล่าวพร้อมกับเตรียมตัวกลับหอพัก

สกอร์เปียสได้ยินแบบนั้นก็ดีใจ ก่อนจะเดินตามทันที “จริงเหรอ? ฉันสามารถมาดูเธอได้ตลอดเหรอ?”

“ได้สิ เราเป็นเพื่อนกันนะ นายจะทำอะไรฉันก็ไม่ว่าหรอกน่า”

“เพื่อน...ฉันยังไม่อยากเชื่อเลยนะ...ที่เราเป็นเพื่อนกันนะ...”

“แล้ว...ช่วงนี้โดนพวกผู้ชายแกล้งอะไรหรือเปล่า?”

“ไม่แล้วนะ...พวกรุ่นพี่ที่ปกป้องฉันเขาสอนให้ฉันใช้เวทมนตร์เวลาคับขันด้วยนะ ฉันเลยได้รู้อะไรเยอะเลยนะ แต่ก็ต้องระวังตอนพี่ ๆ ไม่อยู่”

“ปกติ พวกนี้ชอบล้อมกัดตอนเราเผลอกัน...” อบิเกลครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะเอ่ยพูดออกมา "งั้น...ฉันจะสอนนายเพิ่มให้ ฉันสอนคาถาป้องกันให้"

“จริงเหรอ!?” สกอร์เปียสมีสีหน้าที่ดีใจสุด ๆ ที่อบิเกลจะสอนเขา “ไม่เคยคิดเลยนะว่าจะได้รับการสอนจากเจ้าหน้าที่ผู้อาวุโสแบบนี้นะ”

“อาวุโสอะไรกัน? ฉันแค่เด็กคนหนึ่งนะ”

“แต่เป็นเด็กคนหนึ่งที่มีชื่อในฐานะเจ้าหน้าที่เนี่ยนะ?”

 

ทั้งสองคนต่างหัวเราะพร้อมกันอย่างชอบใจจริงของสกอร์เปียส ถ้าในวงการในกระทรวงเธอคือผู้อาวุโสตัวน้อย แต่ถ้าในโรงเรียนเธอยังอ่อนหัดในหลาย ๆ ด้าน ระหว่างทางลงไปทางคุกใต้ดินที่อยู่ใกล้กับหอพักของสลิธีริน ระหว่างเดินนั้นก็มีผีลอยมาผ่านพวกเธอสองคนก็ทำเอารู้สึกเย็นวาบไปเลย ทั้งสองคนส่ายหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ ระหว่างทางนั้นสกอร์เปียสก็เล่าเรื่องช่วงก่อนมาเรียนได้ไปเที่ยวบ้านพักตากอากาศของครอบครัว เขาได้ไปตกปลากับพ่อและได้นั่งดูแม่อ่านหนังสือให้ฟังเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขของเขามาก ๆ เธอสังเกตว่าอีกฝ่ายนั้นมีสีหน้าที่ดูร่าเริงกว่าปกติมาก ๆ ทำให้เธอรู้ว่าครอบครัวอีกฝ่ายนั้นช่างเป็นครอบครัวที่มีความสุขมาก ๆ สำหรับอีกฝ่าย อบิเกลก็มีเล่าเรื่องบางเรื่องช่วงไปทำภารกิจระหว่างที่กำลังพูดคุยนั้นเสียงหนึ่งอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันไม่พึงพอใจ

 

“พวกนายไปขอเด็กนั้นให้มาดำรงตำแหน่งของฉัน เพราะแบบนี้ใช่ไหม!? งานแข่งขันระหว่างบ้านจะมีอีกกี่ชั่วโมง แต่พวกแกไม่เคยเรียนฉันไปฝึกด้วยเลยนะ!!” แม็กนัสตะโกนเสียงด่าทอเหล่าเพื่อนร่วมบ้านที่ดำรงตำแหน่งตัวแทนนักเล่นควิดดิชของบ้าน

“ใช่ ๆ พวกนายมันเห็นแก่ตัว ไม่เคยเรียกแม็กนัสไปฝึกสักครั้ง!! แล้วนี่จะเอาเด็กที่ไม่เคยฝึกไปลงแข่งด้วย พวกแกได้แพ้แน่ ๆ!!” เพื่อนหญิงของแม็กนัสกล่าว

“แพ้เหรอ!? ถามหน่อยเถอะ! พวกเราเรียกแม็กนัสไปฝึกกี่รอบแล้ว!! ฝึกทีไรก็ล้มเหลว พอแข่งจริงก็เอาแต่ตัวเองเป็นหลักไม่สนใจใครเลยนะ!!” นักเรียนชายคนที่หนึ่งกล่าวพร้อมกับสีหน้าไม่พึงพอใจอีกฝั่ง

“ว่าไงนะ!! จะมาโทษแม็กนัสไม่ได้นะ!! พวกแกมันไอ้ขี้แพ้เองนี้!!”

“เหอะ!! ไม่กล่าวโทษหมอนั้นก็ไม่ได้!! หมอนั้นอยากทำตัวเองคนที่ขี้แพ้มันพวกนาย!! ปกป้องมันเข้าไป!! ไอ้คนขี้แพ้ทำให้บ้านสลิธีรินแพ้มากี่ครั้งแล้ว!!”

“แกว่าไงนะ!? กิลเบิร์ต!!!”

“ทำไมเคืองเหรอ!? เอาสักหมัดไหมล่ะ!!”

“เอาสิ!!”

“หยุด!!!” ชาร์ลีตะโกนออกมาเสียงดัง

ทุกคนหันไปมองอีกฝ่ายที่ตะโกนขึ้นมาพร้อมกับยืนไม้กายสิทธิ์อยู่

“ถ้าพวกนายจะทะเลาะกันตรงนี้ฉันบอกคำเดียวว่าจะไม่มีคนได้ไปแข่งและฉันจะไปช่วยเมอร์รัลมาเข้าทีม ถ้านายอยากพิสูจน์ตัวเอง แม็กนัสครั้งนี้นายต้องทำให้เราชนะถ้าไม่ฉันจะไปชวนเมอร์รัลเข้าทีมแทนนาย!!”

“อึ้ก!!” แม็กนัสได้ยินแบบนั้นก็ไม่พอใจสุด ๆ ก่อนที่เขาจะยกนิ้วชี้หน้าชาร์ลี่ “หึ คอยดูละกัน!! ครั้งนี้ฉันจะทำให้บ้านเราชนะ!!”

“ขอให้จริง ถ้านายเล่นทุจริตอีก โควตาของนายจะหมดลง!!” ชาร์ลีขีดเส้นให้อีกฝ่ายระวังตัวกับพฤติกรรมของเขา ถ้ายังทำตัวไม่เหมาะสมในสนามแข่ง 

แม็กนัสมีสีหน้าไม่พึงพอใจก่อนที่เขาจะเดินออกจากตรงนั้น แต่พอหันหลังไปเขาก็ต้องอารมณ์เพิ่มขึ้นอีกสองเท่าเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหญิงที่จะแย่งตำแหน่งของเขาได้ทุกเมื่อ เขาเห็นสีหน้าอันเย็นชาจ้องมองเขานั้นทำให้เขาโกรธเคืองกว่าเดิม

“มองอะไร!?”

“ก็กำลังมองไอ้สุนัขกินศพอยู่ล่ะ!!” อบิเกลตอบด้วยคำสแลงที่เธอสื่อว่าอีกฝ่ายนั้นหมายถึงสุนัขไร้ค่าที่ต้องกินศพเป็นอาหารประทังชีวิตตัวเอง

“แกว่าไงนะ!!!”

แม็กนัสตาโตอย่างไม่พอใจสุด ๆ เขากำลังจะยกไม้กายสิทธิ์ แต่อบิเกลยกอุปกรณ์บันทึกขึ้นมาทันทีทำให้แม็กนัสชะงักทันทีว่าเธอเปิดบันทึกนั้นแล้วเอาไปฟ้องอาจารย์ใหญ่ เขาคงโดนไล่ออกจากโรงเรียนแน่ ๆ ก่อนที่เขาจะเก็บไม้แล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว พวกชาร์ลีโล่งใจพวกเขานึกว่าจะมีเรื่องแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะเดินมาหาอบิเกล

“ปากเราก็นะ นิ่งเงียบไปน่าจะดีกว่านะ”

“ทำไงได้ละคะ เขาอยากมาถามอะไรบ้า ๆ เอง มาทะเลาะตรงทางเดินเข้าบ้านกัน ยังจะมาถามคนอื่นอีกว่ามองอะไร”

“แล้วนี่เช้าแบบนี้พวกเธอไปไหนกันมา...ระหว่างชายหญิง...” คามิวเอ่ยถามอย่างสงสัย

อบิเกลมองหน้าสกอร์เปียสก่อนจะหันไปมองรุ่นพี่ที่กำลังคิดอะไร “หนูไปฝึกมานะคะ ส่วนสกอร์เปียสออกไปตามหนูกลับหอนะคะ”

“ฝึก? เช้าแบบนี้เลยเหรอ?” คูลูมัสเอ่ยอย่างสงสัย

“ปกติของหนู ตอนทำงาน ถ้าไม่ฝึกมันเหมือนร่างกายมันอ่อนแอนะคะ”

“ขยับจังนะ” ชาร์ลียกยิ้มอย่างชอบใจ เขาชอบเด็กคนนี้ต่างจากแม็กนัสที่ช่างทำให้เขาปวดหัว

“ขอบคุณค่ะ...แล้วที่เมื่อกี้บอกว่ามีการแข่งขัน?”

“อ๋อ...พอดี ตอนบ่ายเรามีการแข่ง เราเคยชวนหมอนั้นให้มาซ้อมหลายรอบจนมาล่าสุดนี้เธอมาปีนี้พอดี การขี่ไม้กวาดของเธอสุดยอดมาก ๆ พวกเราได้เห็นตั้งแต่การจับสัตว์วิเศษและการแข่งกับเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ ทำให้เราคิดว่าเธอเหมาะเล่นเป็นตำแหน่งหมอนั้นมาก ๆ”

“อย่างที่หนูเคยบอกนั้นละคะ...อย่าดีกว่า...ไม่งั้นไอ้สุนัขกินศพนั้นจะเล่นงานหนูอีกพอดี”

“แต่ว่าพวกเราขอใส่ชื่อเราไว้ได้ไหม เกิดอะไรขึ้นเรายังเป็นตัวแทนของบ้านนะ”

“แบบนั้นจะไม่เป็นไรแน่นะคะ?”

“พวกพี่ขอร้องละนะ เมอร์รัล” ชาร์ลีทำสีหน้าอันน่าสงสาร

อบิเกลจ้องมองด้วยสายตาเหนื่อยใจว่าถ้าแม็กนัสรู้เธอคงโดนเล่นงานแน่ ๆ ยิ่งพวกรุ่นพี่คนอื่น ๆ ต่างมองเธอด้วยสายตาอ้อนวอนนั้นทำให้เธอเอาเธอต้องถอนหายใจเบา ๆ

“ตามใจพวกรุ่นพี่เลยค่ะ แต่หนูไม่แข่งตามที่เคยบอกนะ”

“ขอบคุณนะ เมอร์รัล”

“อบิเกลขอบใจนะ”

“แต่ว่า...บ่ายนี้...พวกหนูคงไม่เห็นเหตุอันไม่คาดคิดนะ?” อบิเกลเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะว่าเรื่องเกี่ยวกับแม็กนัส เธอคงได้เห็นเรื่องที่จะเกิดในอีกไม่นานแน่ ๆ

“ก็ไม่แน่ใจ...ยิ่งคนบ้านวีสลีย์เป็นหัวหน้าทีมด้วยนี่สิ”

“คนบ้านวีสลีย์นะเหรอ?”

“ก็คนนั้นไง ที่มาช่วยเธอเมื่อวานนะ”

“โดมินิค วีสลีย์”

อบิเกลได้ยินก็ตาโตเธอกลัวจริง ๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในรอบบ่ายนี้ ยิ่งคนที่มาจากบ้านสลิธีรินบางคนก็ไม่น่าไว้ใจสุด ๆ นั้นทำให้เธอต้องไปร่วมการแข่งนี้ในฐานะคนดูเสียแล้ว

 

จบตอนที่ 23 โปรดติดตามตอนที่ 24 ต่อไป