อบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย
แฟนตาซี,ชาย-หญิง,รั้วโรงเรียน,ตะวันตก,อื่นๆ,แฟนฟิค,แฟนฟิคแฮร์รี่พอตเตอร์,เวทมนตร์,ฮอกวอตส์,รุ่นลูก,คาถา,แฮร์รี่พอตเตอร์,เด็กหญิงผู้รอดชีวิต,YukiCoCo,แฟนตาซีน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิตอบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย
++คำอธิบายจากนักเขียน++
สวัสดีทุกคนนะคะ ขอต้อนรับสู่อีกเรื่องที่เป็นแนวนิยายฟิครุ่นลูกอีกเรื่อง
เรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะรู้จักก็คือเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ผู้เขียน เจ.เค.โรว์ลิง
เนื้อเรื่องนิยายครั้งนี้ก็เหมือนเคยไรท์อยากสนองฮีทของตัวเองเลย
สร้างเรื่องนี้ขึ้นแต่งรุ่นลูกของแฮร์รี่ขึ้น อันนี้จะแตกแขนงจากละครเวทีอย่างเรื่องเด็กต้องสาป
มาอีกทีเหมือนโลกคู่ขนามอีกโลกหนึ่ง เนื้อเรื่องอาจจะมีปวดตับมั้งหรือเปล่านะ
แต่ถ้าใครไม่ชอบก็ขอประทานอภัยกับเนื้อเรื่องที่ทางไรท์ต้องการนะคะ
บทนำของเรื่อง
อบิเกล เด็กสาวที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอนั้นได้เดินทางไปกับอาของเธอโดยไม่รู้ว่าต้องออกเดินทางเพราะไร จนพวกเขาตั้งหลักได้แล้วก็กลับมายังลอนดอนอีกครั้งและใช้ชีวติจนเวลาผ่านไปนานจนอบิเกลได้อายุ 11 ปี พวกเขากลับมาจากทำงานแล้วกลับมาบ้าน แต่แล้วอบิเกลต้องดีใจที่เธได้ จดหมายจากโรงเรียนเวทมนตร์ ฮอกวอตส์ แต่เธอไม่รู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อเข้าสู้โรงเรียนแห่งนั้น
เรื่องนี้เชื่อมโยงกับโลกเทพปกรณัมกรีกในนิยายแฟนฟิคของเรา
อย่างเรื่อง สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ นะคะ
ไปติดตามกันได้นะ
ปล. เรื่องนี้เป็นนิยายฟรี ไม่อาจะคาดเดาในวันที่จะลงได้
ตอนที่ 26 เจ้าผีจอมรังแก
สีหน้าอบิเกลตอนนี้คือไม่อยากที่จะยืนอยู่จุดนี้ในตอนนี้ เธอรู้สึกไม่ชอบใจกับรองศาสตราจารย์ที่ทำให้แผนที่เธออยากเก็บเงียบ แต่ตอนนี้เธอมายืนอยู่ใจกลางห้องอาจารย์ใหญ่โดยที่มีศาสตราจารย์ใหญ่มักกอนนากัลนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรงหน้าตัวเดิม ทำให้เธอสาบานกับตัวเองเลยว่าหลังจากนี้อีกหกปีเธอจะไม่มาเยี่ยมห้องนี้จะทำตัวเป็นเด็กปกติแบบสุด ๆ ระหว่างที่เธอกำลังครุ่นคิดเรื่องต่าง ๆ ในหัว เธอก็มองรอบ ๆ ก่อนจะเห็นชายชราผมยาวกำลังนอนหลับอยู่บนเก้าตัวหนึ่ง เธอมองเขาอย่างสงสัยเหมือนชายคนนั้นดูจะเหนื่อยมาก ๆ ถึงหลับไปในภาพนั้น สายตาที่กำลังสนใจนั้นก็ถูกดึงสติด้วยคำพูดของศาสตราจารย์ใหญ่ทันที
“เมอร์รัล เธอคงรู้นะว่าฉันจะพูดยังไงกับเธอนะ?”
อบิเกลหันกลับมามองอาจารย์อีกครั้ง ตอนนี้ในหัวเธอคิดอะไรไม่ออกว่าจะพูดยังไงดีกับเหตุการณ์ในสนามแข่งวันนี้
“คือว่า...”
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลจ้องมองท่าทางของเด็กน้อยอย่างพินิจ ส่วนรองศาสตราจารย์บลัดเวิร์ทกำลังยกยิ้มอย่างรอคอยที่จะได้พูดอะไรอีกมาก แต่ศาสตราจารย์ใหญ่เห็นว่าท่าทางอีกฝ่ายทำเอาเด็กอึดอัดอยู่ชอบกลจนเธอถอนหายใจเบา ๆ
“เฮ้อ...รองศาสตราจารย์บลัดเวิร์ท”
“ครับ”
“ช่วยกลับไปก่อนได้ไหม?”
“หือ? ผมอยู่ไม่ได้เหรอครับ?”
“ใช่”
รองศาสตราจารย์บลัดเวิร์ทได้แต่ทำสีหน้าเลิ่กลั่กก่อนจะคอตก แล้วเดินออกจากห้องนั้นไป อบิเกลที่ไม่รู้จะพูดอะไรก็รู้สึกโล่งใจที่รองศาสตราจารย์ออกไป เพราะสายตาของเขาที่ดูคาดหวังอะไรจากเธอ มันรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าอะไร เธอเงยหน้ามองศาสตราจารย์ก่อนจะเอ่ยกล่าว
“ขอบคุณค่ะ...”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก...รองศาสตราจารย์เขาถึงจะเป็นแบบนั้นแต่ก็เป็นอาจารย์ที่พึ่งได้คนหนึ่ง”
“เหรอคะ...” อบิเกลไม่รู้ว่าน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน แต่สำหรับเธอรู้สึกแปลก ๆ กับรองศาสตราจารย์นี่สิ “ศาสตราจารย์มักกอนนากัลค่ะ เรื่องที่สนาม...”
“ฉันเข้าใจนะว่าเธอไม่ชอบในสิ่งที่แม็กนัสทำ แต่การที่เธอเข้าไปมันก็เป็นเรื่องที่ผิด...เธอน่าจะเห็นว่ามีพวกลูกบลัดเจอร์ที่พุ่งเท่ากับจรวดของมักเกิ้ลบินไปบินมาใส่นักเล่นอีก มันอันตรายแค่ไหน?”
“หนูเข้าใจค่ะ แต่ว่าพวกพี่ ๆ กำลังเดือดร้อน...หนู...”
อบิเกลกำลังจะอธิบายเธอมองสายตาของอาจารย์ที่กำลังมองเธอ มันทำให้เธอหยุดพูดทันที เพราะรับรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการคำแก้ตัวจากเธอแน่ ๆ
ศาสตราจารย์มักกอนนากัลถอนหายใจเบา ๆ “เฮ้อ...บ้าบิ่นเหมือนเด็กคนนั้นจริง ๆ”
“เด็กคนนั้น?” อบิเกลขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายเปรียบเธอเหมือนใคร แต่ว่าเธอรับรู้เลยว่าต้องเป็นคนที่เธอไม่ชอบใจ “หนู...ไม่ได้เหมือนคุณพอตเตอร์นะคะ”
“ฉันยังไม่ได้เอ่ยถึงเขานะ” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกล่าวออกมาก่อนจะยกยิ้ม “เอาล่ะ เรื่องครั้งนี้ฉันจะทำโทษบ้านสลิธีรินในการงดการแข่งขันควิดดิชไป!”
“ว่าไงนะคะ!!”
สีหน้าของอบิเกลถึงกับตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน นั้นเป็นคำตัดสินที่ไม่ยุติธรรมกับคนที่เหลือเลย
“ศาสตราจารย์ หนูขอละ พวกเราพึ่งได้ชัยชนะกัน พวกพี่ ๆ เขาแข่งสุดความสามารถกัน ยกเว้นพวกแม็กนัสที่สร้างปัญหาขึ้น! อาจารย์อย่าตัดสินพวกเขาแบบนั้นเพราะการที่หนูเข้าไปในสนามเลยนะคะ!!”
ศาสตราจารย์ถอดแว่นตาของตนเองออกแล้วลุกขึ้นเดินมาหาอีกฝ่ายอย่างช้า ๆ “ฉันไม่ได้ตัดสินเพราะตัวเธอ คุณเมอร์รัล แต่ตัดสินจากสิ่งที่พวกคุณโคลสันทำ”
“ค่ะ...?” อบิเกลได้ยินแบบนั้นอากัปกิริยาของเธอก็อ่อนลง
“เธอก็เห็นนะ พวกเขาโจมตีพรรคพวกของตนเอง โดยไม่โจมตีฝ่ายตรงข้าม แปลว่าพวกเขานั้นไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นนักแข่งควิดดิช แล้วฉันก็คาดคั้นกับพวกเขาแล้วว่าถ้าทำอะไรผิดอะไรอีก ฉันจะใช้มาตรการของฮอกวอตส์อย่างเต็มรูปแบบ นั้นคือการส่งตัวพวกเขากลับบ้านและพักการเรียนพวกเขา 1 เทอม”
“1 เทอมเหรอคะ?”
“ถูกต้อง”
“เข้าใจแล้วค่ะ แล้วศาสตราจารย์จะบอกรุ่นพี่ตอนไหนกันคะ?”
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะบอกพวกเขาเมื่อถึงเวลา คุณเมอร์รัล” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกล่าวจบก็เดินกลับไปนั่งที่ของตนเอง “กลับบ้านพักได้แล้วล่ะ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เดินทางในฮอกวอตส์ตอนกลางคืนมันไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร่นะ”
“รับทราบค่ะ...ศาสตราจารย์...” อบิเกลพยักหน้าก่อนจะกล่าวเดิน แต่เธอก็ยังมีข้อสงสัย ก่อนจะหยุดเดินแล้วหันมาหาศาสตราจารย์อีกครั้ง “ทำไมศาสตราจารย์ถึงชอบเปรียบหนูกับคุณพอตเตอร์กันคะ?”
“ทำไมเธอถึงถามแบบนั้นเด็กน้อย?”
“เพราะมีแต่คนที่รู้จักคุณพอตเตอร์ แล้วชอบเอาตัวหนูไปเปรียบเทียบกับชายคนนั้น ชายที่หนูไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ากัน”
“สำหรับฉันการกระทำของเธอเหมือนเด็กคนนั้น แต่ความบ้าบิ่นของเธอก็เหมือนเขามาก ๆ แต่เรื่องความวุ่นวายตอนปีหนึ่งเธอรู้สึกจะมากกว่าเขาสองเท่าแล้วล่ะนะ”
อบิเกลได้ยินแบบนั้นก็ตาลุกวาวหน่อย ๆ ชายที่เป็นพี่ชายของอาสก็อต สมัยเด็กก็เหมือนเธอนั้นเหรอ ช่างเป็นคำพูดที่ทำเอารู้สึกแปลก ๆ ในใจของเธอ ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“สักวันหนึ่งเธอจะรู้เองว่าทำไมทุกคนถึงเปรียบเธอกับชายคนนั้น”
“มันมีเหตุผลด้วยเหรอคะ?” อบิเกลยิ่งขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“ใช่ เด็กน้อย มันมี...”
ศาสตราจารย์ยกยิ้มด้วยใบหน้าอันคิดถึงเด็กชายที่ไม่มีวันกลับมา อบิเกลจ้องมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขอตัวออกจากห้องทำงานนั้น โถงทางเดินหินอ่อนกำลังกระทบฝ่าเท้าที่ย่างก้าวอย่างเชื่องช้า อบิเกลครุ่นคิดถึงสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวถึงเด็กชายที่ชื่อแฮร์รี่ พอตเตอร์ หรือก็คือพี่ชายของอาสก็อต ชายที่ทำให้ภัยอันตรายมาสู่คนที่เธอรักเสมอถึงชายคนนั้นจะเสียไปนานแล้ว แต่เธอก็รู้สึกเบื่อหน่ายที่เธอน่าจะหลุดพ้นจากชายคนนี้ แต่ก็ยังต้องมีคนทำให้เธอนึกถึงชายที่หน้าตาก็ไม่เคยเจอสักครั้ง
ฝีเท้าหยุดลง ใบหน้ายังคงก้มมองพื้นเท้าอย่างครุ่นคิดก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อยใจ
“เฮ้อ...พอ ๆ อย่าไปนึกถึงชายคนนั้นน่าจะดีกว่า...ปวดสมอง...”
อบิเกลทำหน้าอย่างหมดอารมณ์ แค่วันนี้มีความวุ่นวายก็ทำเอาเหนื่อยใจสุด ๆ แค่เดือนเดียวเธอก็มีปัญหาแล้วเกือบหลายเรื่องยังไม่นับหลังจากนี้ที่จะอยู่ที่นี่เลยจริง ๆ อบิเกลจับเสื้อผ้าของตนเองก่อนจะเตรียมตัวเดินต่อ แต่เธอรู้สึกถึงบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยน สายตาเห็นเงาดำปรากฏขึ้นนั้นทำให้คิ้วทั้งสองข้างชนเข้าหากันอย่างสงสัยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองที่สิ่งที่ปรากฏขึ้น เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ได้เห็นสิ่งที่เป็นเจ้าของเงาดำ ไม้เท้ามากมายกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ทำให้อบิเกลสงสัยว่าใครเล่นพิเรนทร์แถวนี้อีกจนเธอมองหาต้นตอแต่ไร้ผู้คนแถวนั้นจนกระทั่งไม้เท้านั่นมีการเคลื่อนไหวมันกำลังจะเหวี่ยงมาทางเธอ
“กรี๊ดดดดดดดดดด!!”
อบิเกลหมอบลงเพื่อหลบการโจมตีนั้น เธอเงยหน้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นเหนือหัวเธอ ไม้เท้าเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเหมือนจะโจมตีเมื่อเธอยืดหัวขึ้นมา
“เรื่องบ้าอะไรเนี่ย!!”
คำถามนั้นไร้คำตอบแต่ทว่าเริ่มมีเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้จนอบิเกลหันไปมองก็เห็นก็เห็นชายหนุ่มจากบ้านสลิธีรินที่เธอรู้จัก
“พีฟส์!! หยุดแกล้งเด็กปี 1 เดียวนี้นะ!!” คูลูมัสกล่าวพร้อมกับรีบเข้ามา แต่เขาไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะไม้เท้าที่กำลังเหวี่ยงไปมา “ถ้าไม่หยุดฉันจะบอกเรื่องนี้กับบารอนเลือด!!”
ไม้เท้าหยุดนิ่ง คูลูมัสรีบเดินเข้ามาช่วยพยุงอบิเกลที่นอนอยู่ที่พื้นขึ้นมาอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรนะ”
“ค่ะ...” อบิเกลพยักหน้าพร้อมกับลุกขึ้นจากพื้นช้า ๆ เธอเงยหน้ามองไม้เท้าที่ยังหยุดนิ่ง “สิ่งนั้นคืออะไรคะ? ทำไมมันถึงเข้ามาทำร้ายหนู?”
“ไม่เชิงทำร้ายนะ...เขาแค่แกล้งเธอ”
“แกล้ง?” อบิเกลขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่ามันคืออะไร
คูลูมัสมองเด็กน้อยที่ยังสงสัยก่อนจะเอ่ยถามขึ้น “เธอเคยเห็นพวกผีในฮอกวอตส์ใช่ไหม?”
“ค่ะ...” อบิเกลสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงถามแบบนั้น “แล้วมันเกี่ยวอะไร?”
คูลูมัสยกนิ้วชี้ไปที่ไม้เท้าที่กำลังลอยอยู่ “เจ้านั้นคือผีโพลเตอร์ไกสต์!”
“โพลเตอร์ไกสต์...”
“พวกผีที่ไม่มีรูปร่างชัดเจนและเป็นผีที่ไม่น่ารักเอาซะเลย!!”
“อู!!!”
ทั้งสองคนเงยหน้ามองอย่างตกใจที่สิ่งที่เอ่ยขึ้น ปรากฏกายของตนเองอย่างไม่พอใจกับคำพูดของคูลูมัส อบิเกลเงยหน้าก็ได้เห็นร่างกายของอีกฝ่ายที่มีร่างกายเล็ก ดวงตาสีดำดูชั่วร้าย แต่เสื้อผ้ากับต่างออกไปมันดูมีสีสันเหมือนพวกตัวตลก อบิเกลมองในมือของมันที่มีไม้เท้าเต็มไปหมด
“นี่เหรอ...โพลเตอร์ไกสต์?”
“พวกเด็กจอมซนออกมาเล่นยามดึก!! ระวังเจอดีแน่ ๆ” พีฟส์คำรามอย่างฉีกยิ้มก่อนที่จะโยนไม้เท้าใส่ทั้งสองคน “ระเบิดลง!!”
“ระวัง!!”
คูลูมัสดึงอบิเกลเข้ามาหาเขาแล้วใช้หลังบังการโจมตีของพีฟส์จนไม้เท้าตกลงใส่หลังและหัวของเขาอย่างจังจนเกิดเสียง อบิเกลได้ยินเสียงนั้นก็รู้สึกไม่พอใจที่ผีอะไรนี้กล้ามาทำร้ายคนในโรงเรียนแบบนี้ พีฟส์หัวเราะชอบใจก่อนจะบินลอยหนีไปอย่างไร้การขอโทษแต่อย่างใด อบิเกลหลุดจากการปกป้องเพื่อหาตัวพีฟส์ แต่ก็ไร้วี่แววของโพลเตอร์ไกสต์นั้น
“ไปไหนแล้วนะ!?”
“เจ้านั้นแกล้งคนเสร็จก็หนีไปนะ...ปกติสุด ๆ”
“ปกติ?”อบิเกลมองอีกฝ่ายที่บอกว่าสิ่งที่ผีตนนั้นทำมันปกติ “แล้วรุ่นพี่เป็นไงมั้งคะ? เมื่อกี้เสียงดังมากเลยนะ ที่ไม้เท้าโดนหัวนะ”
“อ๋อ...ก็...เจ็บนะ...”
“ไปห้องพยาบาลดีไหมคะ?”
“ไม่เป็นไร...เดียวพี่ไปเองได้นะ”
“แน่นะคะ...”
“แน่สิ...พี่เคยโดนแบบมาแล้ว...แถม...บ่อยเสียด้วยนะ” คูลูมัสยิ้มอย่างชอบใจ แต่สีหน้าของรุ่นน้องที่กำลังทำสีหน้าดุใส่เขา ทำให้เขาต้องหุบยิ้มทันที
“มัน ไม่ ตลก ค่ะ!” อบิเกลพูดเว้นจังหวะ เพราะเธอไม่ชอบสิ่งที่ผีตนนั้นกระทำเท่าไหร่
“น่า ๆ”คูลูมัสพูดปัด ๆ ไป ก่อนที่จะพูดคุยกับเด็กน้อยเพื่อเปลี่ยนเรื่อง “แล้วนี่...มาทำอะไรแถวนี้นะ? พี่จำได้ว่าเราไปห้องอาจารย์ใหญ่ไม่ใช่เหรอ?”
อบิเกลฟังคำถามนั้น เธอมองไปรอบ ๆ ตัวเองมาอยู่ทิศตรงข้ามกับห้องอาจารย์ใหญ่ แถมไม่ใช่ทิศที่จะกลับไปบ้านพักของตนเองอีก
“อ๊า...รู้สึกว่า...จะเหม่อไปหน่อย...”
คูลูมัสได้ยินก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกแขนโอบไหล่เด็กน้อย “งั้นพี่พาไปส่งที่บ้านพักละกัน”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูรบกวนพี่เปล่า ๆ”
“ไม่ต้องเกรงใจ เดียวพี่ไปลาดตระเวนทางนั้นพอดี ไป ๆ”
คูลูมัสลากเด็กน้อยเดินไปกับตนเอง อบิเกลก็ได้แต่เดินตามเพราะแรงอีกฝ่ายมีมากกว่าตนเอง คูลูมัสเอ่ยถามถึงเหตุการณ์ในสนามแข่งว่าตัวอบิเกลคือบุคคลในหมวกเหล็กใช่ไหม แต่อบิเกลไม่ตอบอะไร แต่อีกฝ่ายก็กล่าวว่าสิ่งที่อาจารย์บลัดเวิร์ทแปลว่าจริงที่เธอคือบุคคลในหมวกเหล็ก นั้นทำให้คูลูมัสกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น เขาไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุเพราะไปดูคามิวที่ตกลงจากที่สูง แต่เขาได้ดูภาพบันทึกที่เพื่อนเปิดให้เขาดู อบิเกลได้ยินคำว่าภาพบันทึกทำให้เธอหูผึ่งเลยว่าหลังจากนี้อาจจะมีภาพเธอขึ้นในหนังสือซุบซิบในฮอกวอตส์อีกแน่ ๆ
แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้วันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ซุบซิบก็ถูกส่งไปตามโต๊ะ ตามบ้านต่าง ๆ ข่าวที่ตีพิมพ์หน้าหนึ่งดังกล่าวถึงบุคคลลึกลับในหมวกเหล็กว่าเป็นใคร ทำให้ทุกคนต่างมองมาที่เธอคนเดียว ร่วมถึงเพื่อนในบ้านต่างชอบใจที่บุคคลลึกลับในหมวกเหล็กเป็นเด็กปีหนึ่งของบ้านสลิธีริน อบิเกลถึงกับรู้สึกลำบากใจกับสายตาของทุกคน แล้วก็เธอไม่คิดเลยว่าที่ฮอกวอตส์จะมีอะไรแบบนี้จนตอนเหตุการณ์ที่สองที่เธอมีปัญหากับฮิวโก้พวกเพื่อน ๆ เอามาให้อ่านถึงฉากที่เก็บไว้ได้ตอนที่ฮิวโก้ชนกับกองกล่องไม้ทั้งหลาย ทำเอาฮ่าเหมือนกัน แต่ก็ไม่นึกว่าจะมีอะไรแบบนี้ให้เห็นนอกจากที่กระทรวงที่จะมีหนังสือพิมพ์จากเดลี่พรอเฟ็ตตีพิมพ์
ภายในห้องโถงใหญ่เด็กหลายคนกำลังทานมื้อกลางวันกันร่วมถึงอบิเกลที่กำลังนั่งทานอาหารอยู่กับเพื่อนสาวและเพื่อนชายของเธออยู่ แต่ระหว่างทุกคนคุยกันเธอก็อ่านหนังสือพิมพ์ซุบซิบทุกระเบียบนิ้วที่กล่าวถึงความกล้าหาญและความบ้าบิ่นของเธอที่ไม่กลัวผิดกฎของการแข่ง แล้วทำให้ทีมชนะการแข่งนี้ แต่ไม่นานทุกคนคงได้รู้ว่าบ้านสลิธีรินไม่ได้ลงแข่งแน่ ๆ นั้นทำให้เธอรู้สึกแย่จริง ๆ ที่ตัวเองรู้ชะตาของบ้านก่อนจะลงแข่งรอบต่อไป อบิเกลกำลังวางหนังสือพิมพ์ลงเพื่อจะทานอาหารตรงหน้า แต่ทว่าก็มีบางอย่างผ่านตาของเธอนั้นทำให้ดวงตาของเธอต้องตวัดขึ้นเมื่อเห็นบุคคลที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมาอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ พวกเพื่อน ๆ ต่างหันไปมองทิศทางนั้นพวกเขาก็มองทันทว่าใครมา
“พวกบ้านวีสลีย์”
สกอร์เปียสเอ่ยมองอย่างสงสัยว่าพวกเขามาทำอะไร แต่สายตาพวกเขามองมาที่อบิเกลจนเธอนั้นมองอย่างสงสัยว่าพวกเขามีอะไร
“มีอะไรเหรอคะ?”
อบิเกลเอ่ยถามสองพี่น้องวีสลีย์ที่ดูอายุเยอะกว่าเธอประมาณห้าถึงเจ็ดปีแล้วทั้งสองคนมีสีผมแดงที่เด่นชั้นกว่าอะไร เธอมองทั้งสองคนที่กำลังผลักตัวกันและกันเหมือนเถียงอะไร
“นายสิ นายอยากพูดไม่ใช่หรือไง”
“พี่ต่างหาก พี่เป็นคนชวนผมนะ!! ไปดิ!!” ชายหนุ่มผลักพี่สาวไปข้างหน้า
หญิงสาวที่ดูอายุมากกว่าอีกคนถูกดันมาอยู่ข้างหน้า อบิเกลมองท่าทางอีกฝ่ายที่ดูกระอักกระอ่วนหน่อย ๆ จนรู้สึกทั้งสองคนนั้นจะมาทำอะไรให้เธอรู้สึกเหนื่อยใจในกลางวันนี้ไหม ก่อนที่อีกฝ่ายจะมองเธอพร้อมกับหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเอ่ยพูดบางอย่างออกมาเบา ๆ
“ขอบใจ”
น้ำเสียงอีกฝ่ายดูฝืนที่จะพูดถึงขั้นใช้ฟันขบกันแล้วพูดโดยไม่ขยับปากจนอบิเกลเห็นก็แอบขำหน่อย ๆ ก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาแคะหูตนเองเบา ๆ
“เมื่อกี้ว่าไง? โทษทีเหมือนจะไม่ได้ยินเท่าไหร่...”
หญิงสาวจ้องมองอีกฝ่ายดวงตาดุดันว่าอีกฝ่ายกำลังทำเธออับอายต่อหน้าเด็กบ้านสลิธีรินตรงนั้นหลายคนที่กำลังฟังว่าอีกฝ่ายพูดอะไร แต่ตัวเธอดันเลือกมาเองมันเลยกลายเป็นตัวเองนั้นล่ะที่สร้างความอับอายให้ตัวเองมากกว่า ก่อนที่เธอจะหายใจเข้าลึก ๆ เส้นเลือดบนใบหน้าเริ่มเด่นชัดจนเธอต้องกัดฟันของตนเองแล้ว พยายามพูดสิ่งที่ตัวเองจะพูดออกมา
“ขอบใจ!! ที่ช่วยน้องฉัน!!”
“น้องเหรอ?” อบิเกลขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายหมายถึงใคร
“หมายถึงพี่โดมินิคนะ” ชายหนุ่มอีกคนกล่าวถึงพี่สาวของเขา
“อ๋อ...”
อบิเกลเอ่ยปากกว้างอย่างเข้าใจ เธอไม่คิดว่าสองคนนี้จะมาขอบคุณกับวีรกรรมที่เธอทำเมื่อวาน แต่การได้รับคำขอบคุณก็เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงจากบ้านวีสลีย์ที่เกลียดเธอ เธอยกยิ้มก่อนเบา ๆ ก่อนจะใช้ส้อมเตรียมตักอาหารเข้าปาก
“ด้วยความยินดี...”
ทั้งสองมองท่าทางของอีกฝ่ายแต่พวกเขาก็ไม่ได้อยากเห็นปฏิกิริยาอะไรก่อนที่จะเดินออกจากตรงนั้นกัน พวกเอวามองอย่างสงสัยว่าพวกนั้นกินยาไม่เขย่าขวดเหรอถึงมาขอบคุณอบิเกลถึงสิ่งที่ช่วยพี่น้องของพวกเขา
“พวกนั้น...โดนวางยาเหรอ?” เอวาหันมาถามอบิเกล
“เอวา”ทุกคนเอ่ยเรียกอีกฝ่ายที่พูดแบบนั้นออกมา
“อะไร? พวกเธอก็เห็นนี่ว่าพวกนั้นอยู่ ๆ ก็มาขอบคุณอบิเกล มันบ้ามาก!!”
“ทำไงได้ ถ้าเป็นเธอพี่น้องเกือบบาดเจ็บสาหัส” ลูน่ากล่าว “เป็นเธอคงจะต้องขอบคุณคนที่ช่วยพี่น้องตัวเองไหมล่ะ?”
เอวาคิดตามที่ลูน่าพูดทันที “มันก็...จริงนะ...”
อบิเกลฟังพวกสาว ๆ พูดก็แอบขำหน่อย ๆ ก่อนที่เธอจะตัดอาหารกินตรงนี้ เธอแอบรู้สึกจั๊กจี้ เธอมีอะไรไปแหย่ฮิวโก้ถ้าอีกฝ่ายมาวุ่นวายกับเธออีก อาหารกลางวันกำลังทำให้เธอมีความสุขมาก ๆ จนกระทั่งมีเด็กวัยเดียวกันเดินตรงมาหาเธอพร้อมกับยื่นเศษกระดาษให้ เธอมองอย่างสงสัยว่ามีอะไรก่อนจะรับมันมา
“อะไรนะ?”
“มีคนด้านนอกส่งมาให้นะ” เด็กชายกล่าวก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของเขาอีกครั้ง
อบิเกลเปิดอ่านเธอเห็นเนื้อหาในกระดาษเมื่ออ่านก็ทำให้เธอดวงตาโตและลุกออกจากที่นั่งตรงไปยังประตูบานใหญ่เพื่อออกไปจากที่นี่ การกระทำของเธอนั้นทำให้พวกเพื่อน ๆ ต่างงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับอบิเกลกันแน่
จบตอนที่ 26 โปรดติดตามตอนที่ 27 ต่อไป