อบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย

[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต - ตอนที่ 26 เจ้าผีจอมรังแก โดย YukiCoCo @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,รั้วโรงเรียน,ตะวันตก,อื่นๆ,แฟนฟิค,แฟนฟิคแฮร์รี่พอตเตอร์,เวทมนตร์,ฮอกวอตส์,รุ่นลูก,คาถา,แฮร์รี่พอตเตอร์,เด็กหญิงผู้รอดชีวิต,YukiCoCo,แฟนตาซีน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-หญิง,รั้วโรงเรียน,ตะวันตก,อื่นๆ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

แฟนฟิค,แฟนฟิคแฮร์รี่พอตเตอร์,เวทมนตร์,ฮอกวอตส์,รุ่นลูก,คาถา,แฮร์รี่พอตเตอร์,เด็กหญิงผู้รอดชีวิต,YukiCoCo,แฟนตาซีน

รายละเอียด

[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต โดย YukiCoCo @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

อบิเกล เด็กที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอต้องตะลุยไปตามสถานที่ต่างๆ กับอาของเธอจนกระทั่งวันหนึ่งที่กับมาบ้านแล้วเธอก็ได้พบกับจดหมายที่เธอไม่คาดคิด จดหมายนี่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอที่เธอไม่รู้จักอีกมากมาย

ผู้แต่ง

YukiCoCo

เรื่องย่อ

++คำอธิบายจากนักเขียน++

สวัสดีทุกคนนะคะ ขอต้อนรับสู่อีกเรื่องที่เป็นแนวนิยายฟิครุ่นลูกอีกเรื่อง

เรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะรู้จักก็คือเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ผู้เขียน เจ.เค.โรว์ลิง

เนื้อเรื่องนิยายครั้งนี้ก็เหมือนเคยไรท์อยากสนองฮีทของตัวเองเลย

สร้างเรื่องนี้ขึ้นแต่งรุ่นลูกของแฮร์รี่ขึ้น อันนี้จะแตกแขนงจากละครเวทีอย่างเรื่องเด็กต้องสาป

มาอีกทีเหมือนโลกคู่ขนามอีกโลกหนึ่ง เนื้อเรื่องอาจจะมีปวดตับมั้งหรือเปล่านะ

แต่ถ้าใครไม่ชอบก็ขอประทานอภัยกับเนื้อเรื่องที่ทางไรท์ต้องการนะคะ


 

บทนำของเรื่อง

 

อบิเกล เด็กสาวที่มีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร เธอนั้นได้เดินทางไปกับอาของเธอโดยไม่รู้ว่าต้องออกเดินทางเพราะไร จนพวกเขาตั้งหลักได้แล้วก็กลับมายังลอนดอนอีกครั้งและใช้ชีวติจนเวลาผ่านไปนานจนอบิเกลได้อายุ 11 ปี พวกเขากลับมาจากทำงานแล้วกลับมาบ้าน แต่แล้วอบิเกลต้องดีใจที่เธได้ จดหมายจากโรงเรียนเวทมนตร์ ฮอกวอตส์ แต่เธอไม่รู้ว่าชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อเข้าสู้โรงเรียนแห่งนั้น

เรื่องนี้เชื่อมโยงกับโลกเทพปกรณัมกรีกในนิยายแฟนฟิคของเรา

อย่างเรื่อง สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ นะคะ

ไปติดตามกันได้นะ

 


ปล. เรื่องนี้เป็นนิยายฟรี ไม่อาจะคาดเดาในวันที่จะลงได้

สารบัญ

[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 1 ความผิดพลาดที่เกือบตาย,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 2 ช็อปปิ้งก่อนเปิดเรียน,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 3 การพบหน้าที่โคตรอึดอัดใจ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 4 อดีตของสก็อต,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 5 เพื่อนคนแรกของกันและกัน,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 6 เวลาคัดสรร,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 7 เล่นมาก็เล่นกลับ ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 8 บ้านใหม่ เพื่อนร่วมห้องใหม่ ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 9 ก่อเรื่องวันแรก,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 10 เกือบตกเสียแล้ว,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 11 เหตุร้ายยังไม่หมดไป,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 12 น่าเวทนาจริง ๆ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 13 ห้องอาหาร,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 14 เพื่อนหรือบอดี้การ์ด,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 15 ส่งข่าวเล็กน้อย,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 16 ฝึกการบิน,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 17 การแข่งขัน,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 18 เจ้าของ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 19 หักคะแนนอย่างไม่เป็นธรรม,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 20 ไม่อยากแย่งตำแหน่งกับหมา,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 21 เสียงปริศนา,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 22 ความขัดแย้ง,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 23 ลางสังหรณ์อันไม่แน่ใจ,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 24 การแข่งขันอันดุเดือด,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 25 เจ็บปวดจนเลือดขึ้นหน้า,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 26 เจ้าผีจอมรังแก,[Fanfiction Harry Potter รุ่นลูก] เด็กหญิงผู้รอดชีวิต-ตอนที่ 27 สัตว์วิเศษหายาก

เนื้อหา

ตอนที่ 26 เจ้าผีจอมรังแก

ตอนที่ 26 เจ้าผีจอมรังแก

สีหน้าอบิเกลตอนนี้คือไม่อยากที่จะยืนอยู่จุดนี้ในตอนนี้ เธอรู้สึกไม่ชอบใจกับรองศาสตราจารย์ที่ทำให้แผนที่เธออยากเก็บเงียบ แต่ตอนนี้เธอมายืนอยู่ใจกลางห้องอาจารย์ใหญ่โดยที่มีศาสตราจารย์ใหญ่มักกอนนากัลนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรงหน้าตัวเดิม ทำให้เธอสาบานกับตัวเองเลยว่าหลังจากนี้อีกหกปีเธอจะไม่มาเยี่ยมห้องนี้จะทำตัวเป็นเด็กปกติแบบสุด ๆ ระหว่างที่เธอกำลังครุ่นคิดเรื่องต่าง ๆ ในหัว เธอก็มองรอบ ๆ ก่อนจะเห็นชายชราผมยาวกำลังนอนหลับอยู่บนเก้าตัวหนึ่ง เธอมองเขาอย่างสงสัยเหมือนชายคนนั้นดูจะเหนื่อยมาก ๆ ถึงหลับไปในภาพนั้น สายตาที่กำลังสนใจนั้นก็ถูกดึงสติด้วยคำพูดของศาสตราจารย์ใหญ่ทันที

 

“เมอร์รัล เธอคงรู้นะว่าฉันจะพูดยังไงกับเธอนะ?”

อบิเกลหันกลับมามองอาจารย์อีกครั้ง ตอนนี้ในหัวเธอคิดอะไรไม่ออกว่าจะพูดยังไงดีกับเหตุการณ์ในสนามแข่งวันนี้

“คือว่า...”

ศาสตราจารย์มักกอนนากัลจ้องมองท่าทางของเด็กน้อยอย่างพินิจ ส่วนรองศาสตราจารย์บลัดเวิร์ทกำลังยกยิ้มอย่างรอคอยที่จะได้พูดอะไรอีกมาก แต่ศาสตราจารย์ใหญ่เห็นว่าท่าทางอีกฝ่ายทำเอาเด็กอึดอัดอยู่ชอบกลจนเธอถอนหายใจเบา ๆ

“เฮ้อ...รองศาสตราจารย์บลัดเวิร์ท”

“ครับ”

“ช่วยกลับไปก่อนได้ไหม?”

“หือ? ผมอยู่ไม่ได้เหรอครับ?”

“ใช่”

รองศาสตราจารย์บลัดเวิร์ทได้แต่ทำสีหน้าเลิ่กลั่กก่อนจะคอตก แล้วเดินออกจากห้องนั้นไป อบิเกลที่ไม่รู้จะพูดอะไรก็รู้สึกโล่งใจที่รองศาสตราจารย์ออกไป เพราะสายตาของเขาที่ดูคาดหวังอะไรจากเธอ มันรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าอะไร เธอเงยหน้ามองศาสตราจารย์ก่อนจะเอ่ยกล่าว

“ขอบคุณค่ะ...”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก...รองศาสตราจารย์เขาถึงจะเป็นแบบนั้นแต่ก็เป็นอาจารย์ที่พึ่งได้คนหนึ่ง”

“เหรอคะ...” อบิเกลไม่รู้ว่าน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน แต่สำหรับเธอรู้สึกแปลก ๆ กับรองศาสตราจารย์นี่สิ “ศาสตราจารย์มักกอนนากัลค่ะ เรื่องที่สนาม...”

“ฉันเข้าใจนะว่าเธอไม่ชอบในสิ่งที่แม็กนัสทำ แต่การที่เธอเข้าไปมันก็เป็นเรื่องที่ผิด...เธอน่าจะเห็นว่ามีพวกลูกบลัดเจอร์ที่พุ่งเท่ากับจรวดของมักเกิ้ลบินไปบินมาใส่นักเล่นอีก มันอันตรายแค่ไหน?”

“หนูเข้าใจค่ะ แต่ว่าพวกพี่ ๆ กำลังเดือดร้อน...หนู...”

อบิเกลกำลังจะอธิบายเธอมองสายตาของอาจารย์ที่กำลังมองเธอ มันทำให้เธอหยุดพูดทันที เพราะรับรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการคำแก้ตัวจากเธอแน่ ๆ

ศาสตราจารย์มักกอนนากัลถอนหายใจเบา ๆ “เฮ้อ...บ้าบิ่นเหมือนเด็กคนนั้นจริง ๆ”

“เด็กคนนั้น?” อบิเกลขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายเปรียบเธอเหมือนใคร แต่ว่าเธอรับรู้เลยว่าต้องเป็นคนที่เธอไม่ชอบใจ “หนู...ไม่ได้เหมือนคุณพอตเตอร์นะคะ”

“ฉันยังไม่ได้เอ่ยถึงเขานะ” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกล่าวออกมาก่อนจะยกยิ้ม “เอาล่ะ เรื่องครั้งนี้ฉันจะทำโทษบ้านสลิธีรินในการงดการแข่งขันควิดดิชไป!”

“ว่าไงนะคะ!!”

สีหน้าของอบิเกลถึงกับตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน นั้นเป็นคำตัดสินที่ไม่ยุติธรรมกับคนที่เหลือเลย

“ศาสตราจารย์ หนูขอละ พวกเราพึ่งได้ชัยชนะกัน พวกพี่ ๆ เขาแข่งสุดความสามารถกัน ยกเว้นพวกแม็กนัสที่สร้างปัญหาขึ้น! อาจารย์อย่าตัดสินพวกเขาแบบนั้นเพราะการที่หนูเข้าไปในสนามเลยนะคะ!!”

ศาสตราจารย์ถอดแว่นตาของตนเองออกแล้วลุกขึ้นเดินมาหาอีกฝ่ายอย่างช้า ๆ “ฉันไม่ได้ตัดสินเพราะตัวเธอ คุณเมอร์รัล แต่ตัดสินจากสิ่งที่พวกคุณโคลสันทำ”

“ค่ะ...?” อบิเกลได้ยินแบบนั้นอากัปกิริยาของเธอก็อ่อนลง

“เธอก็เห็นนะ พวกเขาโจมตีพรรคพวกของตนเอง โดยไม่โจมตีฝ่ายตรงข้าม แปลว่าพวกเขานั้นไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นนักแข่งควิดดิช แล้วฉันก็คาดคั้นกับพวกเขาแล้วว่าถ้าทำอะไรผิดอะไรอีก ฉันจะใช้มาตรการของฮอกวอตส์อย่างเต็มรูปแบบ นั้นคือการส่งตัวพวกเขากลับบ้านและพักการเรียนพวกเขา 1 เทอม”

“1 เทอมเหรอคะ?”

“ถูกต้อง”

“เข้าใจแล้วค่ะ แล้วศาสตราจารย์จะบอกรุ่นพี่ตอนไหนกันคะ?”

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะบอกพวกเขาเมื่อถึงเวลา คุณเมอร์รัล” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกล่าวจบก็เดินกลับไปนั่งที่ของตนเอง “กลับบ้านพักได้แล้วล่ะ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เดินทางในฮอกวอตส์ตอนกลางคืนมันไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไหร่นะ”

“รับทราบค่ะ...ศาสตราจารย์...” อบิเกลพยักหน้าก่อนจะกล่าวเดิน แต่เธอก็ยังมีข้อสงสัย ก่อนจะหยุดเดินแล้วหันมาหาศาสตราจารย์อีกครั้ง “ทำไมศาสตราจารย์ถึงชอบเปรียบหนูกับคุณพอตเตอร์กันคะ?”

“ทำไมเธอถึงถามแบบนั้นเด็กน้อย?”

“เพราะมีแต่คนที่รู้จักคุณพอตเตอร์ แล้วชอบเอาตัวหนูไปเปรียบเทียบกับชายคนนั้น ชายที่หนูไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้ากัน”

“สำหรับฉันการกระทำของเธอเหมือนเด็กคนนั้น แต่ความบ้าบิ่นของเธอก็เหมือนเขามาก ๆ แต่เรื่องความวุ่นวายตอนปีหนึ่งเธอรู้สึกจะมากกว่าเขาสองเท่าแล้วล่ะนะ”

อบิเกลได้ยินแบบนั้นก็ตาลุกวาวหน่อย ๆ ชายที่เป็นพี่ชายของอาสก็อต สมัยเด็กก็เหมือนเธอนั้นเหรอ ช่างเป็นคำพูดที่ทำเอารู้สึกแปลก ๆ ในใจของเธอ ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ

“สักวันหนึ่งเธอจะรู้เองว่าทำไมทุกคนถึงเปรียบเธอกับชายคนนั้น”

“มันมีเหตุผลด้วยเหรอคะ?” อบิเกลยิ่งขมวดคิ้วอย่างสงสัย

“ใช่ เด็กน้อย มันมี...”

 

ศาสตราจารย์ยกยิ้มด้วยใบหน้าอันคิดถึงเด็กชายที่ไม่มีวันกลับมา อบิเกลจ้องมองรอยยิ้มนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขอตัวออกจากห้องทำงานนั้น โถงทางเดินหินอ่อนกำลังกระทบฝ่าเท้าที่ย่างก้าวอย่างเชื่องช้า อบิเกลครุ่นคิดถึงสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวถึงเด็กชายที่ชื่อแฮร์รี่ พอตเตอร์ หรือก็คือพี่ชายของอาสก็อต ชายที่ทำให้ภัยอันตรายมาสู่คนที่เธอรักเสมอถึงชายคนนั้นจะเสียไปนานแล้ว แต่เธอก็รู้สึกเบื่อหน่ายที่เธอน่าจะหลุดพ้นจากชายคนนี้ แต่ก็ยังต้องมีคนทำให้เธอนึกถึงชายที่หน้าตาก็ไม่เคยเจอสักครั้ง

 

ฝีเท้าหยุดลง ใบหน้ายังคงก้มมองพื้นเท้าอย่างครุ่นคิดก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ อย่างเหนื่อยใจ

“เฮ้อ...พอ ๆ อย่าไปนึกถึงชายคนนั้นน่าจะดีกว่า...ปวดสมอง...”

 

อบิเกลทำหน้าอย่างหมดอารมณ์ แค่วันนี้มีความวุ่นวายก็ทำเอาเหนื่อยใจสุด ๆ แค่เดือนเดียวเธอก็มีปัญหาแล้วเกือบหลายเรื่องยังไม่นับหลังจากนี้ที่จะอยู่ที่นี่เลยจริง ๆ อบิเกลจับเสื้อผ้าของตนเองก่อนจะเตรียมตัวเดินต่อ แต่เธอรู้สึกถึงบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยน สายตาเห็นเงาดำปรากฏขึ้นนั้นทำให้คิ้วทั้งสองข้างชนเข้าหากันอย่างสงสัยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองที่สิ่งที่ปรากฏขึ้น เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ได้เห็นสิ่งที่เป็นเจ้าของเงาดำ ไม้เท้ามากมายกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ทำให้อบิเกลสงสัยว่าใครเล่นพิเรนทร์แถวนี้อีกจนเธอมองหาต้นตอแต่ไร้ผู้คนแถวนั้นจนกระทั่งไม้เท้านั่นมีการเคลื่อนไหวมันกำลังจะเหวี่ยงมาทางเธอ

 

“กรี๊ดดดดดดดดดด!!”

อบิเกลหมอบลงเพื่อหลบการโจมตีนั้น เธอเงยหน้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นเหนือหัวเธอ ไม้เท้าเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเหมือนจะโจมตีเมื่อเธอยืดหัวขึ้นมา

“เรื่องบ้าอะไรเนี่ย!!”

คำถามนั้นไร้คำตอบแต่ทว่าเริ่มมีเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้จนอบิเกลหันไปมองก็เห็นก็เห็นชายหนุ่มจากบ้านสลิธีรินที่เธอรู้จัก

“พีฟส์!! หยุดแกล้งเด็กปี 1 เดียวนี้นะ!!” คูลูมัสกล่าวพร้อมกับรีบเข้ามา แต่เขาไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะไม้เท้าที่กำลังเหวี่ยงไปมา “ถ้าไม่หยุดฉันจะบอกเรื่องนี้กับบารอนเลือด!!”

ไม้เท้าหยุดนิ่ง คูลูมัสรีบเดินเข้ามาช่วยพยุงอบิเกลที่นอนอยู่ที่พื้นขึ้นมาอย่างเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรนะ”

“ค่ะ...” อบิเกลพยักหน้าพร้อมกับลุกขึ้นจากพื้นช้า ๆ เธอเงยหน้ามองไม้เท้าที่ยังหยุดนิ่ง “สิ่งนั้นคืออะไรคะ? ทำไมมันถึงเข้ามาทำร้ายหนู?”

“ไม่เชิงทำร้ายนะ...เขาแค่แกล้งเธอ”

“แกล้ง?” อบิเกลขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่ามันคืออะไร

คูลูมัสมองเด็กน้อยที่ยังสงสัยก่อนจะเอ่ยถามขึ้น “เธอเคยเห็นพวกผีในฮอกวอตส์ใช่ไหม?”

“ค่ะ...” อบิเกลสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงถามแบบนั้น “แล้วมันเกี่ยวอะไร?”

คูลูมัสยกนิ้วชี้ไปที่ไม้เท้าที่กำลังลอยอยู่ “เจ้านั้นคือผีโพลเตอร์ไกสต์!”

“โพลเตอร์ไกสต์...”

“พวกผีที่ไม่มีรูปร่างชัดเจนและเป็นผีที่ไม่น่ารักเอาซะเลย!!”

“อู!!!”

ทั้งสองคนเงยหน้ามองอย่างตกใจที่สิ่งที่เอ่ยขึ้น ปรากฏกายของตนเองอย่างไม่พอใจกับคำพูดของคูลูมัส อบิเกลเงยหน้าก็ได้เห็นร่างกายของอีกฝ่ายที่มีร่างกายเล็ก ดวงตาสีดำดูชั่วร้าย แต่เสื้อผ้ากับต่างออกไปมันดูมีสีสันเหมือนพวกตัวตลก อบิเกลมองในมือของมันที่มีไม้เท้าเต็มไปหมด

“นี่เหรอ...โพลเตอร์ไกสต์?”

“พวกเด็กจอมซนออกมาเล่นยามดึก!! ระวังเจอดีแน่ ๆ” พีฟส์คำรามอย่างฉีกยิ้มก่อนที่จะโยนไม้เท้าใส่ทั้งสองคน “ระเบิดลง!!”

“ระวัง!!”

คูลูมัสดึงอบิเกลเข้ามาหาเขาแล้วใช้หลังบังการโจมตีของพีฟส์จนไม้เท้าตกลงใส่หลังและหัวของเขาอย่างจังจนเกิดเสียง อบิเกลได้ยินเสียงนั้นก็รู้สึกไม่พอใจที่ผีอะไรนี้กล้ามาทำร้ายคนในโรงเรียนแบบนี้ พีฟส์หัวเราะชอบใจก่อนจะบินลอยหนีไปอย่างไร้การขอโทษแต่อย่างใด อบิเกลหลุดจากการปกป้องเพื่อหาตัวพีฟส์ แต่ก็ไร้วี่แววของโพลเตอร์ไกสต์นั้น

“ไปไหนแล้วนะ!?”

“เจ้านั้นแกล้งคนเสร็จก็หนีไปนะ...ปกติสุด ๆ”

“ปกติ?”อบิเกลมองอีกฝ่ายที่บอกว่าสิ่งที่ผีตนนั้นทำมันปกติ “แล้วรุ่นพี่เป็นไงมั้งคะ? เมื่อกี้เสียงดังมากเลยนะ ที่ไม้เท้าโดนหัวนะ”

“อ๋อ...ก็...เจ็บนะ...”

“ไปห้องพยาบาลดีไหมคะ?”

“ไม่เป็นไร...เดียวพี่ไปเองได้นะ”

“แน่นะคะ...”

“แน่สิ...พี่เคยโดนแบบมาแล้ว...แถม...บ่อยเสียด้วยนะ” คูลูมัสยิ้มอย่างชอบใจ แต่สีหน้าของรุ่นน้องที่กำลังทำสีหน้าดุใส่เขา ทำให้เขาต้องหุบยิ้มทันที

“มัน ไม่ ตลก ค่ะ!” อบิเกลพูดเว้นจังหวะ เพราะเธอไม่ชอบสิ่งที่ผีตนนั้นกระทำเท่าไหร่

“น่า ๆ”คูลูมัสพูดปัด ๆ ไป ก่อนที่จะพูดคุยกับเด็กน้อยเพื่อเปลี่ยนเรื่อง “แล้วนี่...มาทำอะไรแถวนี้นะ? พี่จำได้ว่าเราไปห้องอาจารย์ใหญ่ไม่ใช่เหรอ?”

อบิเกลฟังคำถามนั้น เธอมองไปรอบ ๆ ตัวเองมาอยู่ทิศตรงข้ามกับห้องอาจารย์ใหญ่ แถมไม่ใช่ทิศที่จะกลับไปบ้านพักของตนเองอีก

“อ๊า...รู้สึกว่า...จะเหม่อไปหน่อย...”

คูลูมัสได้ยินก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกแขนโอบไหล่เด็กน้อย “งั้นพี่พาไปส่งที่บ้านพักละกัน”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูรบกวนพี่เปล่า ๆ”

“ไม่ต้องเกรงใจ เดียวพี่ไปลาดตระเวนทางนั้นพอดี ไป ๆ”

 

คูลูมัสลากเด็กน้อยเดินไปกับตนเอง อบิเกลก็ได้แต่เดินตามเพราะแรงอีกฝ่ายมีมากกว่าตนเอง คูลูมัสเอ่ยถามถึงเหตุการณ์ในสนามแข่งว่าตัวอบิเกลคือบุคคลในหมวกเหล็กใช่ไหม แต่อบิเกลไม่ตอบอะไร แต่อีกฝ่ายก็กล่าวว่าสิ่งที่อาจารย์บลัดเวิร์ทแปลว่าจริงที่เธอคือบุคคลในหมวกเหล็ก นั้นทำให้คูลูมัสกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น เขาไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุเพราะไปดูคามิวที่ตกลงจากที่สูง แต่เขาได้ดูภาพบันทึกที่เพื่อนเปิดให้เขาดู อบิเกลได้ยินคำว่าภาพบันทึกทำให้เธอหูผึ่งเลยว่าหลังจากนี้อาจจะมีภาพเธอขึ้นในหนังสือซุบซิบในฮอกวอตส์อีกแน่ ๆ

 

แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้วันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ซุบซิบก็ถูกส่งไปตามโต๊ะ ตามบ้านต่าง ๆ ข่าวที่ตีพิมพ์หน้าหนึ่งดังกล่าวถึงบุคคลลึกลับในหมวกเหล็กว่าเป็นใคร ทำให้ทุกคนต่างมองมาที่เธอคนเดียว ร่วมถึงเพื่อนในบ้านต่างชอบใจที่บุคคลลึกลับในหมวกเหล็กเป็นเด็กปีหนึ่งของบ้านสลิธีริน อบิเกลถึงกับรู้สึกลำบากใจกับสายตาของทุกคน แล้วก็เธอไม่คิดเลยว่าที่ฮอกวอตส์จะมีอะไรแบบนี้จนตอนเหตุการณ์ที่สองที่เธอมีปัญหากับฮิวโก้พวกเพื่อน ๆ เอามาให้อ่านถึงฉากที่เก็บไว้ได้ตอนที่ฮิวโก้ชนกับกองกล่องไม้ทั้งหลาย ทำเอาฮ่าเหมือนกัน แต่ก็ไม่นึกว่าจะมีอะไรแบบนี้ให้เห็นนอกจากที่กระทรวงที่จะมีหนังสือพิมพ์จากเดลี่พรอเฟ็ตตีพิมพ์

 

ภายในห้องโถงใหญ่เด็กหลายคนกำลังทานมื้อกลางวันกันร่วมถึงอบิเกลที่กำลังนั่งทานอาหารอยู่กับเพื่อนสาวและเพื่อนชายของเธออยู่ แต่ระหว่างทุกคนคุยกันเธอก็อ่านหนังสือพิมพ์ซุบซิบทุกระเบียบนิ้วที่กล่าวถึงความกล้าหาญและความบ้าบิ่นของเธอที่ไม่กลัวผิดกฎของการแข่ง แล้วทำให้ทีมชนะการแข่งนี้ แต่ไม่นานทุกคนคงได้รู้ว่าบ้านสลิธีรินไม่ได้ลงแข่งแน่ ๆ นั้นทำให้เธอรู้สึกแย่จริง ๆ ที่ตัวเองรู้ชะตาของบ้านก่อนจะลงแข่งรอบต่อไป อบิเกลกำลังวางหนังสือพิมพ์ลงเพื่อจะทานอาหารตรงหน้า แต่ทว่าก็มีบางอย่างผ่านตาของเธอนั้นทำให้ดวงตาของเธอต้องตวัดขึ้นเมื่อเห็นบุคคลที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมาอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ พวกเพื่อน ๆ ต่างหันไปมองทิศทางนั้นพวกเขาก็มองทันทว่าใครมา

 

“พวกบ้านวีสลีย์”

สกอร์เปียสเอ่ยมองอย่างสงสัยว่าพวกเขามาทำอะไร แต่สายตาพวกเขามองมาที่อบิเกลจนเธอนั้นมองอย่างสงสัยว่าพวกเขามีอะไร

“มีอะไรเหรอคะ?”

อบิเกลเอ่ยถามสองพี่น้องวีสลีย์ที่ดูอายุเยอะกว่าเธอประมาณห้าถึงเจ็ดปีแล้วทั้งสองคนมีสีผมแดงที่เด่นชั้นกว่าอะไร เธอมองทั้งสองคนที่กำลังผลักตัวกันและกันเหมือนเถียงอะไร

“นายสิ นายอยากพูดไม่ใช่หรือไง”

“พี่ต่างหาก พี่เป็นคนชวนผมนะ!! ไปดิ!!” ชายหนุ่มผลักพี่สาวไปข้างหน้า

หญิงสาวที่ดูอายุมากกว่าอีกคนถูกดันมาอยู่ข้างหน้า อบิเกลมองท่าทางอีกฝ่ายที่ดูกระอักกระอ่วนหน่อย ๆ จนรู้สึกทั้งสองคนนั้นจะมาทำอะไรให้เธอรู้สึกเหนื่อยใจในกลางวันนี้ไหม ก่อนที่อีกฝ่ายจะมองเธอพร้อมกับหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเอ่ยพูดบางอย่างออกมาเบา ๆ

“ขอบใจ”

น้ำเสียงอีกฝ่ายดูฝืนที่จะพูดถึงขั้นใช้ฟันขบกันแล้วพูดโดยไม่ขยับปากจนอบิเกลเห็นก็แอบขำหน่อย ๆ ก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาแคะหูตนเองเบา ๆ

“เมื่อกี้ว่าไง? โทษทีเหมือนจะไม่ได้ยินเท่าไหร่...”

หญิงสาวจ้องมองอีกฝ่ายดวงตาดุดันว่าอีกฝ่ายกำลังทำเธออับอายต่อหน้าเด็กบ้านสลิธีรินตรงนั้นหลายคนที่กำลังฟังว่าอีกฝ่ายพูดอะไร แต่ตัวเธอดันเลือกมาเองมันเลยกลายเป็นตัวเองนั้นล่ะที่สร้างความอับอายให้ตัวเองมากกว่า ก่อนที่เธอจะหายใจเข้าลึก ๆ เส้นเลือดบนใบหน้าเริ่มเด่นชัดจนเธอต้องกัดฟันของตนเองแล้ว พยายามพูดสิ่งที่ตัวเองจะพูดออกมา

“ขอบใจ!! ที่ช่วยน้องฉัน!!”

“น้องเหรอ?” อบิเกลขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายหมายถึงใคร

“หมายถึงพี่โดมินิคนะ” ชายหนุ่มอีกคนกล่าวถึงพี่สาวของเขา

“อ๋อ...”

อบิเกลเอ่ยปากกว้างอย่างเข้าใจ เธอไม่คิดว่าสองคนนี้จะมาขอบคุณกับวีรกรรมที่เธอทำเมื่อวาน แต่การได้รับคำขอบคุณก็เป็นอะไรที่คาดไม่ถึงจากบ้านวีสลีย์ที่เกลียดเธอ เธอยกยิ้มก่อนเบา ๆ ก่อนจะใช้ส้อมเตรียมตักอาหารเข้าปาก

“ด้วยความยินดี...”

ทั้งสองมองท่าทางของอีกฝ่ายแต่พวกเขาก็ไม่ได้อยากเห็นปฏิกิริยาอะไรก่อนที่จะเดินออกจากตรงนั้นกัน พวกเอวามองอย่างสงสัยว่าพวกนั้นกินยาไม่เขย่าขวดเหรอถึงมาขอบคุณอบิเกลถึงสิ่งที่ช่วยพี่น้องของพวกเขา

“พวกนั้น...โดนวางยาเหรอ?” เอวาหันมาถามอบิเกล

“เอวา”ทุกคนเอ่ยเรียกอีกฝ่ายที่พูดแบบนั้นออกมา

“อะไร? พวกเธอก็เห็นนี่ว่าพวกนั้นอยู่ ๆ ก็มาขอบคุณอบิเกล มันบ้ามาก!!”

“ทำไงได้ ถ้าเป็นเธอพี่น้องเกือบบาดเจ็บสาหัส” ลูน่ากล่าว “เป็นเธอคงจะต้องขอบคุณคนที่ช่วยพี่น้องตัวเองไหมล่ะ?”

เอวาคิดตามที่ลูน่าพูดทันที “มันก็...จริงนะ...”

อบิเกลฟังพวกสาว ๆ พูดก็แอบขำหน่อย ๆ ก่อนที่เธอจะตัดอาหารกินตรงนี้ เธอแอบรู้สึกจั๊กจี้ เธอมีอะไรไปแหย่ฮิวโก้ถ้าอีกฝ่ายมาวุ่นวายกับเธออีก อาหารกลางวันกำลังทำให้เธอมีความสุขมาก ๆ จนกระทั่งมีเด็กวัยเดียวกันเดินตรงมาหาเธอพร้อมกับยื่นเศษกระดาษให้ เธอมองอย่างสงสัยว่ามีอะไรก่อนจะรับมันมา

“อะไรนะ?”

“มีคนด้านนอกส่งมาให้นะ” เด็กชายกล่าวก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของเขาอีกครั้ง

อบิเกลเปิดอ่านเธอเห็นเนื้อหาในกระดาษเมื่ออ่านก็ทำให้เธอดวงตาโตและลุกออกจากที่นั่งตรงไปยังประตูบานใหญ่เพื่อออกไปจากที่นี่ การกระทำของเธอนั้นทำให้พวกเพื่อน ๆ ต่างงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับอบิเกลกันแน่

จบตอนที่ 26 โปรดติดตามตอนที่ 27 ต่อไป