“เฟยเฟย แต่จริงๆแล้ว ข้าชอบฤดูใบไม้ร่วงนั่นนะ! เพราะทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น ข้าก็จะได้เห็นและพบเจอเจ้าเสมอ ฤดูใบไม้ร่วงของเราสองคน แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นแค่คำสาป แต่มันคือความงดงามแห่งโชคชะตา เพราะถึงแม้กระจกบานที่สิบจะดับสูญไปจากโลกนี้แล้ว แต่ “สุสาส์นราคะ” ที่พันผูกจิตวิญญาณเราทั้งสองคนไว้ด้วยกันนั้นจะยังคงอยู่เป็นปัจจุบันขณะเสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นดั่งสัจจะนิจนิรันดร์” เจ้าวั่งซูเอ่ยพร้อมยิ้มอ่อนโยนให้คนรัก
ชาย-ชาย,รัก,ผจญภัย,แฟนตาซี,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายรัก,นิยายจีนโบราณ,นิยายวาย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)“เฟยเฟย แต่จริงๆแล้ว ข้าชอบฤดูใบไม้ร่วงนั่นนะ! เพราะทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น ข้าก็จะได้เห็นและพบเจอเจ้าเสมอ ฤดูใบไม้ร่วงของเราสองคน แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นแค่คำสาป แต่มันคือความงดงามแห่งโชคชะตา เพราะถึงแม้กระจกบานที่สิบจะดับสูญไปจากโลกนี้แล้ว แต่ “สุสาส์นราคะ” ที่พันผูกจิตวิญญาณเราทั้งสองคนไว้ด้วยกันนั้นจะยังคงอยู่เป็นปัจจุบันขณะเสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นดั่งสัจจะนิจนิรันดร์” เจ้าวั่งซูเอ่ยพร้อมยิ้มอ่อนโยนให้คนรัก
นิยายเล่มนี้คือคัมภีร์แห่ง การค้นหาตัวตนผ่านโชคชะตาที่วนซ้ำ ความสนุกและมหัศจรรย์แห่งการเวียนว่ายของดวงจิตในภพภูมิทั้ง 9 และ มหากาพย์แห่งรักชั่วนิจนิรันดร์
“เจ้าวั่งซู และ ฮวาเฟยฟา (วั่งเฟย) สองดวงจิตที่พันผูกกันหลายแสนชาติ ถูกลิขิตให้หวนคืนเพื่อเล่นชะตาที่วนซ้ำ ผ่านการเดินทางทั้ง 9 ภพภูมิ: ภพมนุษย์ ภพอมนุษย์ ภพพืชพันธุ์ ภพฝันแห่งความเงียบงัน ภพเดรัจฉาน ภพจิตภูติ ภพสวรรค์ ภพปรภพ ภพปีศาจ
เพื่อค้นหาคำตอบในการหยุดวังวนแห่งโชคชะตา สู่การเริ่มต้นครั้งใหม่ เพื่อก้าวสู่ความเป็นนิจนิรันดร์”
..สุสาส์นราคะ..
บรรยากาศภพอมนุษย์นั้นไม่ต่างจากที่ร่ำเรียนและรับรู้มามากไปนัก สถานที่นี้บรรยากาศสลัวๆ รกร้าง แห้งเหือด เงียบเหงา มีแต่ม่านหมอกดักวิญญาณ ฝุ่นผงในอากาศ ชื้นๆ แห้งๆ ลมแรง และเต็มไปด้วยเสาหินผาผุดสูงมากมาย บรรยากาศรัดตึง และกดดันไปด้วยไอพยาบาทกรีดบาดลึกถึงกระดูก เกล็ดมังกร และขนไฟของไป่ชิงหลง และหลิ่งกวางสามารถทนต่อแรงอาฆาตพวกนี้ได้ตามธรรมชาติ ส่วนฮวาเฟยฟาและเจ้าวั่งซูจะสามารถทานทนได้ ถ้าคืนร่างต้นกำเนิด แต่ถ้าอยู่ในร่างมนุษย์จำต้องมีสิ่งป้องกันนั่นคือเสื้อเกล็ดมังกรและเสื้อขนหมาป่าดำที่จะสะท้อนไออาฆาตพวกนี้ออกไป
ระหว่างทางไปก็จะได้พบเจออมนุษย์หน้าตาประหลาดมากมาย กายมนุษย์ผู้หญิงมีปีกมีหัวเป็นนก หัวเป็นมนุษย์ผู้ชายปากฉีกตัวมีแปดขาเหมือนแมงมุม กายเป็นมนุษย์แต่ใบหน้าไม่มีแต่ปนเปื้อนไปด้วยเชื้อรางอกผุดเต็มร่างกาย หัวมนุษย์ผู้หญิงลิ้นยาวเหยียดตาโบ๋ลำตัวยาวมีสี่ขาเหมือนตั๊กแตน ลำตัวเป็นมนุษย์แต่แผ่แม่เบี้ยลิ้นสองแฉกและติดดวงไฟทั้งตัว หัวเป็นผู้หญิงโบราณแต่ตัวมีขนมีขาเล็กๆ ออกมามากมายเหมือนแมลง หัวเป็นมนุษย์ผู้ชายปากฉีกมีเขา และลอยในอากาศไร้ร่างกาย ดวงตาถลนมีเขาลอยไปมาในอากาศ และอื่นๆ ที่มีลักษณะเหมือนผสมเข้ากับต้นไม้แต่มีหน้าตามนุษย์ ฝังอยู่แต่ลำตัวมีเส้นสายเหมือนแมลง บ้างก็ตัวใหญ่เท่าภูเขา บ้างก็เล็ก เต็มไปหมด ภพอมนุษย์ช่างเป็นที่รวมของสิ่งมีชีวิตที่น่าขนลุกสยดสยองมากเหลือเกิน
“เจ้าดูลักษณะพวกนี้สิ มันทำข้าขนลุกไปหมด แต่ทำไมพวกเค้าดูนิ่ง และไม่ทำร้ายใคร เหมือนเลื่อนลอยแต่ไอพยาบาทรุนแรงมาก” เจ้าวั่งซูเอ่ยสงสัย
“ร่างอมนุษย์เป็นร่างมนุษย์ที่รวมเข้ากับสิ่งมีชีวิตจากภพอื่นๆ ข้าว่าเหล่าดวงจิตพวกนั้นน่าจะมีทั้งที่หมดสิ้นหนทางหลงมาหรือไม่ก็มีความต้องการมีชีวิต และมองหาร่างเพื่อตั้งอาศัย และอีกอย่างคือ พวกที่โดนฆ่า และชิงวิญญาณมาผนวกเข้ากับเป็นร่างอมนุษย์ขึ้นมา แต่ร่างอมนุษย์นั้นแม้นแข็งแกร่งเพราะรวมเข้าหลายวิญญาณหลายพลังจักรา แต่ไร้ซึ่งศูนย์กลางควบคุมจักรา ความคิดล้วนไม่ประสานเข้ากันทั้งนี้เพราะมีมากเกินหนึ่งดวงจิต เกินหนึ่งปัญญา และเกินหนึ่งร่างกาย ทำให้ขาดการควบคุมร่าง และขาดการตัดสินใจที่ดี ร่างอมนุษย์ได้แค่ตามกลิ่นวิญญาณสิ่งมีชีวิต และใช้กำลังเข้าชิงกัดกลืนกินเข้าไปในร่างตน หรือไม่ก็รอให้วิญญาณอื่นเดินทางรวมเข้าแบบง่ายๆ ข้าเข้าใจว่าร่างอมนุษย์นี้ก็ไม่ต่างอะไรจากร่างกลวงเปล่าที่หลายๆ วิญญาณมารวมกัน และมีอยู่ไม่สลายไปในร่างนั้นๆ” เฟยฟาเล่า
“อมนุษย์นี่ก็ฟังดูน่าทึ่ง และน่าขนลุกไปพร้อมกัน เอ๊ะ! ดูนั่นสิ! ปราสาทหินเก่าแก่นั่น” เจ้าวั่งซูชี้ให้ทั้งสี่หยุดลอยเหนือปราสาทเก่าแก่หลังคาทะลุบางจุด และมีศีรษะมากมายติดอยู่กรีดร้องอ้าปากตั้งอยู่บนยอดหินผายอดหนึ่งที่แทงสูงจากพื้นขึ้นมา ประทีปอนันตกาล ลอย และเปล่งแสงเหนือเสาหินนั่น และลอยกลับคืนสลายตัวหายเข้าไปในร่างฮวาเฟยฟา
“แสดงว่าต้องเป็นที่นี่แหละ หัวใจบริสุทธิ์แห่งอมนุษย์” ฮวาเฟยฟาเอ่ย ทุกคนลดระดับลงไปหน้าประตูทางเข้า เป็นซุ้มบานใหญ่เส้นสายรากไม้ห้อยแสดงถึงความเก่าแก่ และไม่มีผู้มาเยี่ยมชม แต่ที่สำคัญคือบนประตูมีหน้าผู้หญิงขนาดใหญ่หน้าตาลักษณะคล้ายผู้หญิงแต่งหน้าสวยจากในวังใส่เครื่องแต่งผม แต่มีแค่หัวใหญ่ตั้งอยู่เหนือประตู หัวนั้นแม้จะขยับได้ และมีเสียง แต่พูดไม่เป็นคำพูด ปากฉีกยิ้มฟันแหลมคม ทุกคนมองแบบระมัดระวังและรีบเดินผ่านซุ้มประตูทางเข้าไป และเดินต่อไปยังประตูหน้าหลังใหญ่เป็นประตูไม้เก่าแก่บ้านใหญ่โตผุพัง และหนักมาก ทุกคนพากันผลักแง้มเข้าไป
ด้านในตามโถงทาง และกำแพงรวมถึงเพดานมีอมนุษย์มากมายเป็นร่างที่เหมือนคนตาปากกลวงโบ๋ร้องโหยหวนเหมือนถูกติดตรึงอยู่กับพื้นปราสาท ชิงหลงสร้างเกราะกันทั้งสี่ไว้ให้ปลอดภัยจากการฉวยคว้าดึงจากมือมากมายเหล่านั้น ตัวปราสาทเก่าผุพังมีรูที่แสงแดดส่องทะลุเข้ามามากมาย เดินเข้าไปเรื่อยๆ ผ่านอมนุษย์มามากมายจนเข้าไปด้านในสุดเป็นบันไดสูงประมาณหนึ่งเหมือนนำทางสู่บัลลังค์เก่า และใหญ่ด้านบน
“เอ๊ะ! ดูนั่น! บนบัลลังค์!” เจ้าวั่งซูชี้ไปด้านบน เหมือนมีบางสิ่งใหญ่โตมโหฬารถูกตรึงล่ามด้วยโซ่ตรวนเอาไว้อย่างหนักแน่น ก้มหน้าสงบนิ่งไม่ขยับ เจ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟาจุดดวงประทีปขึ้นส่องไปทางร่างกายใหญ่โตที่ถูกตรึงไว้กับที่นั่น “ร่างกายเป็นสีขาวเต็มไปด้วยรอยมัดกล้ามเนื้อและมีดอกคล้ายเห็ด และดวงตานับพันนับมื่นงอกขึ้นตามตัวเต็มไปหมด เหล่าดวงตาพากันกะพริบมองผู้มาเยือน รูปร่างสูงใหญ่โตคล้ายสัตว์โบราณเหมือนไป่ชิงหลงแต่ไม่มีปีก ใบหน้ายาวทรงหน้าเหมือนมังกร มีเขาเจ็ดแปดอันเสยย้อนกลับขึ้นไปด้านหลังขดเกลียวเหมือนแพะกระจายเรียงตัวเป็นแฉก หูยาวเรียวตั้งตรงชี้ขึ้นทางเดียวกับเขา ดวงตากลวงโบ๋สีดำว่างเปล่าทรงยาว ปากก็เช่นกัน มีเส้นรุงรังมากมายคล้ายหนวดยาวครอบตั้งแต่บริเวณเหนือปากลงมาพื้น ข้างในปากดำมืดกลวงโบ๋เวิ้งว้างเหมือนดวงตา ถูกล่ามโซ่ตรวนตรึงไว้ ไม่ขยับตัว”
“อันนี้คือตัวอะไร และไหนคือหัวใจบริสุทธิ์แห่งอมนุษย์ที่พระแม่แห่งจิตวิญญาณบอก” เจ้าวั่งซูกระซิบเสียงดังฮวาเฟยฟายกมือปราม และใช้ความคิด
“ท่านผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าท่านพอจะชี้แนะได้หรือไม่ พวกข้ามาที่นี่เพื่อตามหาหัวใจบริสุทธิ์แห่งอมนุษย์” ฮวาเฟยฟาเอ่ยพร้อมทำความเคารพ
“ข้ารู้สึกถึงพลังจักรา แต่ร่างนี้แม้นดวงตากะพริบ แต่ไร้สัญญาณมีชีวิตเหมือนเป็นสิ่งแปลกปลอมที่มาผนวกเข้าร่างมากกว่าร่างจริงของเค้าดูเหมือนรูปปั้นหินมากกว่าตอนนี้ หรือว่าเค้าอาจจะเคยมีชีวิต แต่ตอนนี้แข็งเป็นหิน อืม! ข้าว่า ไม่น่าจะตอบอะไรเราได้” เจ้าวั่งซูและหลิ่งกวางเดินเข้าไปใกล้ๆ สังเกต
“ได้สิ! ข้ายังสามารถขยับ และพูดได้!” เสียงสิ่งมีชีวิตร่างใหญ่ตรงนั้นส่งเสียงมา แต่ร่างกายไม่มีส่วนใดขยับยกเว้นดวงตาที่ยังคงกะพริบไปมาทั่วร่างกาย
“นี่ท่าน” ฮวาเฟยฟายังไม่ทันพูดจบก็มีเสียงตอบ
“องค์ชายมังกรสินะ ไม่ได้พบกันนาน ทรงสบายดีไม๊ เพราะเป็นท่านสินะ ถึงมาเหยียบยังภพอมนุษย์นี้ได้”
“ท่านรู้จักข้าด้วย ข้าน้อยขอทราบว่าท่านคือใคร” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถาม พร้อมทำความเคารพอีกทีหนึ่ง
“ข้าเป็นใคร!? ข้าเป็นร้อยสิ่งพันสิ่ง เจ้าอาจจะมองว่าอมนุษย์นั้นน่าเกลียดน่ากลัวแต่จริงๆ แล้วอมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตพิเศษที่เป็นเหมือนภาชนะรองรับวิญญาณเร่ร่อนไร้ที่ทางไป หรือบางดวงแม้แต่จะกลับภพต้นกำเนิดก็ไม่อาจทำได้ บ้างก็เป็นแค่เศษเสี้ยวที่ล่องลอยมาหาที่พักพิง และอย่างที่พวกเจ้าก็รู้ว่าการข้ามภพนั้นไม่ได้รับการอนุญาต และยิ่งการเข้าแฝงร่างนั้นยิ่งเป็นความผิดมหันต์ แล้วพวกเหล่าวิญญาณที่ยังต้องเวียนว่ายไร้ที่ไปหล่ะ!? พวกเจ้าคิดว่าพวกเค้าจะไปอยู่ไหน ในเมื่อทุกดวงวิญญาณล้วนเวียนว่ายไม่รู้จบไร้ทางดับสูญ คำตอบคือเข้ารวมร่างกับอมนุษย์ไง
พระแม่แห่งจิตวิญญาณปลอบประโลมและซ่อมแซมบางส่วนของดวงจิตที่ดับ และคืนสู่ท่าน และส่งออกไปยังภพภูมิที่คู่ควร และภพภูมิอมนุษย์นั้นก็เป็นภพที่ได้ชื่อว่ามีดวงจิตถูกส่งมามากที่สุด และที่เจ้าเห็นพวกข้าหน้าตารูปร่างอัปลักษณะ ความรู้ ความคิด ความสามารถ มิอาจรวมศูนย์ ทำให้ไม่สามารถสื่อสารได้ถนัดเหมือนสัตว์จากภพอื่นๆ และร่างกายที่ประหลาดพิกลพิการ เนื่องมาจากการรวมร่างกับสิ่งแปลกๆ มากมายทำให้ท่าทางที่แสดงออกนั้นถูกตีความโดยผู้ที่เรียกตัวเองว่ามีอารยะว่า ป่าเถื่อน ชั่วช้า ชั้นต่ำ และไร้ซึ่งหัวใจแห่งความดีงามตามภพต้นกำเนิดเดิมใช่ไม๊! เจ้าหนุ่มแห่งสกุลเจ้า เจ้าแห่งภพมนุษย์” ผู้เฒ่าเอ่ยชื่อเจ้าวั่งซูขึ้นปิดท้าย ถึงกับทำให้เจ้าวั่งซูสะอึก
“เดี๋ยวนะ! นี่ท่านก็รู้จักข้าหรอ?” เจ้าวั่งซูเอ่ยถามเอามือป้องปากแปลกใจ
“ไม่มีใครไม่รู้จักเจ้าวั่งซู บุตรกำเนิดจากราชันย์หมาป่าดำแห่งปรภพหรอก ฟังดูป็นเจ้านรกชั่วร้ายแต่จริงๆ ให้กำเนิดบุตรทุกหนึ่งร้อยปีเพื่อรักษาสมดุลแห่งภพ และปกครองภพมนุษย์ ภาระที่ใหญ่ยิ่งนี้หนีไม่พ้นสิ่งที่ควรค่าเฉกเช่นคำว่า “วีรบุรุษ” ที่ควรถูกจดจำพวกข้าอมนุษย์ก็เช่นกัน การมีอยู่ของทุกสรรพสิ่งทุกภพ ที่ถูกมองว่าร้ายบ้าง ดีบ้าง เทาบ้าง ประเสริฐบ้าง ล้วนแล้วแต่มีผลจากการทำให้ถูกเกิดมา เพื่อความสมดุล และถ่วงดุลการเกิด การดับ และเวียนว่ายของดวงจิตสลับไปมาในทุกภพ” ท่านผู้เฒ่าพูดจบพร้อมกับการเว้นช่องไฟที่ยาวจนเหมือนหลับไปชั่วขณะ ในขณะที่ทั้งสี่ยังรอฟังเรื่องราวต่อ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าคนตรงหน้าจะตื่นมาเล่าต่อจนจบ
“เอ้า! และยังไงเนี๊ยะ! ชื่อแซ่ก็ยังไม่รู้เรื่องก็กำลังสนุก หลับ! เห้อ! ท่านผู้เฒ่านี่น้า!” เจ้าวั่งซูเข้าไปมองหน้าใกล้ เพื่อดูว่าหลับแน่นอน และตัดพ้อ
“เป็นจริงตามท่านผู้เฒ่านี้ว่านะ เจ้าจำได้ไม๊ตั้งแต่ที่เราพบ เทพยดาเม่งเซี๊ยะ และยักษ์ถูหลันแห่งภพฝัน เหล่าหมู่ซู่ผีเสื้อราตรีรวมถึงพระแม่แห่งจิตวิญญาณที่ภพพืชพันธุ์ ทุกสิ่งจากทุกภพล้วนเกี่ยวข้องกัน ทำหน้าที่ของตน ให้รองรับดวงจิตในแต่ละช่วงเพื่อให้เหล่าดวงจิตนั้นก้าวข้ามผ่านช่วงเวียนว่ายหนึ่งๆ ไป เสมือนว่าการพบเจอกันเป็นฉากๆ หนึ่งในละครแห่งการเวียนว่ายของดวงวิญญาณ และสิ่งที่ทุกคนทำที่เคยถูกตีตราว่าดำมืดหรือเทาขลับ ล้วนแล้วแต่มีเหตุผลเพื่อขับเคลื่อน ถ่วงดุล และปั่นวงล้อแห่งกรรมและโชคชะตาให้หมุนเวียนไปอย่างเสมอภาคและยุติธรรม ทุกสิ่งในทุกภพภูมิล้วนมีอยู่เพื่อเกื้อกูล และ เชื่อมต่อถึงกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก” ฮวาเฟยฟาเล่า
“จริงของเจ้า เฟยเฟย ที่ทุกสรรพชีวิตจากทุกภพนั้น ล้วนต่างคิดว่าต่างคนต่างอยู่ ประตูแต่ละภพก็ปิดตาย ห้ามข้ามไปมา ห้ามล่วงละเมิด แต่จริงๆ แล้ว สายสัมพันธ์ที่พวกเราทุกคนล้วนกำเนิดมาจากพระแม่แห่งจิตวิญญาณนั้นมัน คือสายใยที่รัดผูกพวกเราไว้ด้วยกัน ด้วยความเกื้อกูล ต่างวาระ ต่างบริบท ต่างหน้าที่ แต่ท้ายสุดก็หนีไม่พ้นสายธารแห่งการเวียนว่ายตายเกิดนี้ ที่ทำให้เราผูกเข้าด้วยกันแบบไม่มีวันขาด” เจ้าวั่งซูเล่าต่อจนจบ
“ถูกต้อง พระแม่แห่งจิตวิญญาณคือกำเนิดของทุกสรรพสิ่ง ท่านยิ่งใหญ่ด้วยการให้กำเนิด และ ยิ่งใหญ่ด้วยการสร้างตัวละครแต่ละตัวให้มีอยู่เพื่อถ่วงดุล สมดุล และควบคุมทั้งสองสิ่งนั้นไว้ พวกเจ้าพอเข้าใจไม๊ ภพทุกภพถือกำเนิด และดูเหมือนจะแยกจากกันอย่างมีจุดมุ่งหมาย อย่างเช่น ปรภพมีหมาป่าดำเจ้าภพและเทพธิดาแห่งแสงจันทร์บิดามารดาเจ้า ภพพืชพันธุ์มีหมู่ซู่และผีเสื้อราตรี ภพสวรรค์มีองค์จักรพรรดิและเทพเซียนมากมายแต่ล้วนไร้ประโยชน์ มีท่านองค์ชายมังกรผู้ถ่วงดุลแห่งภพ ภพเดรัจฉานมีฉีเทียนลู่และ” สายตาเหลือบขึ้นมองชิงหลงและหลิ่งกวางที่ลอยอยู่ใกล้ตั้งใจฟัง “เจ้ามังกรขาวนี่ และจิ้งจอกดำเก้าหาง ภพจิตภูติ ภพฝันแห่งความเงียบงัน ภพปีศาจ และภพอื่นๆ รวมถึงภพมนุษย์ ที่มีตระกูลเจ้าผู้ถือครองเคียวแห่งภพ และภพอมนุษย์ที่มีข้า “หัวใจบริสุทธิ์แห่งอมนุษย์ ซินรั่วเจี๋ย” และ “หัวใจดำมืดแห่งอมนุษย์ ปู้จื๋อเต๋อ” นั่นก็คืออมนุษย์หุ่นกระบอกที่ข้ามไปภพพวกเจ้าในตอนนี้ เห้อ!” ท่านผู้เฒ่าซินรั่วเจี๋ยเล่าพร้อมถอนหายใจ
“แสดงว่าท่านกับอมนุษย์หุ่นกระบอก คือพลังหยิน และพลังหยาง ยืนหยัดคานจักรากันในภพอมนุษย์นี้” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“เรื่องราวมันเเป็นยังไงกันแน่ แล้วทำไมพระแม่แห่งจิตวิญญาณถึงบอกให้พวกเราค้นหาท่านเพื่อหยุดเจ้าหุ่นกระบอกนั่น” เจ้าวั่งซูถามต่อ รอฟังอย่างสนใจ โดยมีชิงหลงและหลิ่งกวางลอยตัวอยู่ในอากาศเหนือหัว รอฟังอย่างตั้งใจ