“เฟยเฟย แต่จริงๆแล้ว ข้าชอบฤดูใบไม้ร่วงนั่นนะ! เพราะทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น ข้าก็จะได้เห็นและพบเจอเจ้าเสมอ ฤดูใบไม้ร่วงของเราสองคน แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นแค่คำสาป แต่มันคือความงดงามแห่งโชคชะตา เพราะถึงแม้กระจกบานที่สิบจะดับสูญไปจากโลกนี้แล้ว แต่ “สุสาส์นราคะ” ที่พันผูกจิตวิญญาณเราทั้งสองคนไว้ด้วยกันนั้นจะยังคงอยู่เป็นปัจจุบันขณะเสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นดั่งสัจจะนิจนิรันดร์” เจ้าวั่งซูเอ่ยพร้อมยิ้มอ่อนโยนให้คนรัก

ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn) - 22 กิเลนไฟและหงส์ฟ้า °•.< The Amid Autumn 2 >.•° โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,ผจญภัย,แฟนตาซี,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายรัก,นิยายจีนโบราณ,นิยายวาย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก,ผจญภัย,แฟนตาซี

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยายรักจีนโบราณ,นิยายรัก,นิยายจีนโบราณ,นิยายวาย

รายละเอียด

ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“เฟยเฟย แต่จริงๆแล้ว ข้าชอบฤดูใบไม้ร่วงนั่นนะ! เพราะทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น ข้าก็จะได้เห็นและพบเจอเจ้าเสมอ ฤดูใบไม้ร่วงของเราสองคน แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นแค่คำสาป แต่มันคือความงดงามแห่งโชคชะตา เพราะถึงแม้กระจกบานที่สิบจะดับสูญไปจากโลกนี้แล้ว แต่ “สุสาส์นราคะ” ที่พันผูกจิตวิญญาณเราทั้งสองคนไว้ด้วยกันนั้นจะยังคงอยู่เป็นปัจจุบันขณะเสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นดั่งสัจจะนิจนิรันดร์” เจ้าวั่งซูเอ่ยพร้อมยิ้มอ่อนโยนให้คนรัก

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

นิยายเล่มนี้คือคัมภีร์แห่ง การค้นหาตัวตนผ่านโชคชะตาที่วนซ้ำ ความสนุกและมหัศจรรย์แห่งการเวียนว่ายของดวงจิตในภพภูมิทั้ง 9 และ มหากาพย์แห่งรักชั่วนิจนิรันดร์

“เจ้าวั่งซู และ ฮวาเฟยฟา (วั่งเฟย) สองดวงจิตที่พันผูกกันหลายแสนชาติ ถูกลิขิตให้หวนคืนเพื่อเล่นชะตาที่วนซ้ำ ผ่านการเดินทางทั้ง 9 ภพภูมิ: ภพมนุษย์ ภพอมนุษย์ ภพพืชพันธุ์ ภพฝันแห่งความเงียบงัน ภพเดรัจฉาน ภพจิตภูติ ภพสวรรค์ ภพปรภพ ภพปีศาจ

เพื่อค้นหาคำตอบในการหยุดวังวนแห่งโชคชะตา สู่การเริ่มต้นครั้งใหม่ เพื่อก้าวสู่ความเป็นนิจนิรันดร์”

..สุสาส์นราคะ..

สารบัญ

ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-1 ปฐมบท °•.< ตระกูลเจ้า >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-2 หมู่บ้านชุนเทียน °•.< หมู่บ้านต้องสาป >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-3 สำนักคุ้มภัยเก้าจักยุตกรา °•.< หุบเขาเก้ากระจก >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-4 ชะตาเราสองดั่งใบไม้ร่วง °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 1 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-5 บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 2 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-6 กระบี่สุสานมังกร °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 3 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-7 ยักษ์ถูหลันเทพธิดาเม่งเซี๊ยะ °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 4 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-8 ภพฝันแห่งความเงียบงัน °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 5 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-9 โคลงเจี๋ยหยี่ โคลงคืนชีวิต °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 6 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-10 สุราดอกซ่างฮัวหลัว °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 7>.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-11 กระจกภพพืชพันธุ์ °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 1 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-12 ร่างเทียม °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 2 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-13 ผีเสื้อแห่งความตาย °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 3 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-14 ปรมาจารย์หลานหลี่เซ่อ °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 4 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-16 ต้นไม้บรรพกาลหมู่ซู่ °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 6 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-17 ต้นไม้แห่งชีวิต °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 7 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-18 พระมารดาแห่งจิตวิญญาณ °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 8 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-19 คฤหาสน์สีดำตระกูลเจ้า °•.< ตำหนักจันทร์มืด (月亮 เย่วเลี่ยว) >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-20 ฮวาเฟยฟา °•.< องค์ชายมังกร >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-21 ตัวข้าที่แตกสลาย °•.< The Amid Autumn 1 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-22 กิเลนไฟและหงส์ฟ้า °•.< The Amid Autumn 2 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-บทที่23 อดีตเราสองคือเราสอง °•.< The Amid Autumn 3 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-24 บทที่24 เจ้าวั่งซูฮวาเฟยฟา °•.< ความรัก 爱情 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-25 หุบเขาจินลู่ซี °•.< ผังเก้าจักยุตกรา >.•°

เนื้อหา

22 กิเลนไฟและหงส์ฟ้า °•.< The Amid Autumn 2 >.•°

“นี่ในอดีต กับการแค่เฟยเฟยสูญเสียความเป็นตัวเอง ก็กระทบ และวุ่นวายกันถึงสามภพ นี่องค์ชายแห่งมังกรช่างยิ่งใหญ่จริง แล้วสรุปพ่อแม่เฟยเฟยไปหาความทรงจำที่ไหนกัน” วั่งซูนึกคิดกับตัวเองก่อนที่ความทรงจำจะตัดภาพกลับมา ที่ห้องอาบน้ำบ้านตระกูลเจ้า

“เอ๊ะ! นี่ข้ากลับมาปัจจุบันแล้วหรอ” เจ้าวั่งซูพูดกับตัวเองก่อนที่จะเห็นบรรดาบ่าวไพร่สกุลเจ้าเดินนำทาง เทพแห่งแสงอาทิตย์และเทพธิดาสี่เอ๋อเข้ามา “ไม่ใช่นี่คืออดีตแต่เป็นที่บ้านข้า ว่าแต่พวกเค้าเข้ามาทำอะไรในนี้” วั่งซูรีบเดินตามไปดู

ทั้งสองต่างแยกกัน และยืนจังก้าหน้ารูปปั้นกิเลนไฟ กับ หงส์ฟ้า ที่ยืนคายน้ำอยู่ ทั้งคู่ร่ายมนต์เรียกหาดวงจิตและยิงพลังไปที่รูปปั้น ดวงตาของกิเลนไฟและหงส์ฟ้าเปล่งสว่างฉับพลัน ดวงจิตกิเลน และ หงส์ ลอยขึ้นออกจากร่างบิน และ กระโดดเข้าหาซบคลอเคลียกัน

“ฮะ! นั่น! ที่นั่งอยู่บนหลังหงส์คือเฟยเฟย ส่วนบนหลังกิเลน คุ้นคุ้น นั่นมันข้าหนิ! เอ๊ะ! ไม่ใช่หรือว่าจะเป็น ท่านปู่ทวดเจ้าวั่งซู ข้ากับท่านปู่ทวดหน้าตา น้ำเสียง และชื่อเหมือนกันหรอเนี๊ยะ!” เจ้าวั่งซูตกใจกับสิ่งที่ตนเห็น

“นี่ไง พวกเค้าสองคนน่าจะถอด และเก็บเสี้ยวของดวงจิตไว้ที่นี่ส่วนนึง เพราะป้องกันยามมีภัย พระบิดาและพระมารดาของเฟยฟา ต่างรับดวงจิตทั้งสองที่นั่งอยู่บนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาโอบกอดไว้ในอ้อมอก “ดูหน้าอาเฟยสิ สีหน้าเค้าดูมีความสุขมากนะ ยามอยู่กับอาซู เค้าคงเลือกเก็บช่วงเวลาที่ดีที่สุดเอาไว้” ทั้งสองคุยกันและพากันเหาะกลับไปสู่สวรรค์

“ข้ากับท่านปู่ทวดเหมือนกันทุกสิ่ง หรือว่า ตามที่พระแม่แห่งจิตวิญญาณบอก ท่านปู่ทวดกลับชาติมาเกิดเป็นข้า และสหายรักที่เฟยเฟย รอคอยมาตลอดก็คือข้าเอง นี่มันคือความจริงหรอเนี๊ยะ!”

หลังการจากไปของเทพแห่งแสงอาทิตย์และเทพธิดาสี่เอ๋อ เจ้าวั่งซูก็ยังยืนอึ้งทบทวนกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ภาพทุกอย่างในอดีตเริ่มเลือนจางหายทุกอย่างถูกดูดกลับมายังปัจจุบัน ตัวเค้าเองยังแช่น้ำในบ่อ และมองไปก็ยังเจอเฟยเฟยแช่อยู่ข้างๆ เฟยเฟยก็หันมายิ้ม

“เจ้าเป็นอะไร ทำไมดูเหม่อลอย หรือยังติดในใจเรือนร่างข้าไม่เสื่อมคลาย” ฮวาเฟยฟาหันมาพูดแซวหยอก เจ้าวั่งซูที่ยังนิ่งมองมาที่ฮวาเฟยฟาเหมือนตกอยู่ในภวังค์

“เฟยเฟย จริงๆ แล้วข้าก็คือท่านปู่ทวดข้าหรอ งั้นข้าในตอนนี้ก็คือคนที่เจ้ารอคอยมาตลอดใช่ไม๊” เจ้าวั่งซูค่อยๆ เรียบเรียงพูดออกไปอย่างไม่แน่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

ฮวาเฟยฟาชะงัก ก่อนจะหลับตาลงและตอบอย่างอ่อนโยน “ใช่ ท่านปู่ทวดเจ้า “เจ้าวั่งซูรุ่นที่1” เค้ามีหน้าตารูปร่างหน้าตา น้ำเสียง ทัศนคติความคิด ความสามารถ และจิตใจ ไม่ต่างกัน ตอนที่ข้าเห็นเจ้าครั้งแรก ข้าก็รู้เลยว่าเจ้าไม่ได้โกหกข้าที่บอกว่าจะกลับมา การรอคอยของข้าไม่สูญเปล่าจริงๆ” ฮวาเฟยฟาพูดอ่อนโยน

“แล้วเจ้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้าคือ ท่านปู่ทวดจริงๆ” เจ้าวั่งซูเอ่ยถามสงสัย และยังไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น

“อืมม! นอกจากรูปลักษณ์ ความสามารถ และ นิสัยรวมถึงจิตใจที่เหมือนกันแล้ว เจ้าก็ยังมีนิมิตแปลกๆ อยู่เสมอใช่ไม๊ ที่ไม่รู้ว่าคนในนิมิตนั้นคือใคร นั่นเค้าเรียกว่าการตามหาความทรงจำ” ฮวาเฟยฟากล่าว

“หมายความว่ายังไง ข้าคิดว่าอาจจะเป็นเพราะท่านปู่ทวดต้องการให้ข้ารู้เรื่องราวในอดีต จึงมาเข้านิมิตข้าเท่านั้น” เจ้าวั่งซูตอบ

“ไม่ใช่! นั่นเรียกว่าเข้าฝัน นิมิตนั่นเกิดจากสัญญาเจตสิกที่พันผูกเอาไว้ แม้กายหยาบเจ้าจะแตกสลาย แต่พวกเราต่างทิ้งสัญญาหมายจำหรือเศษเสี้ยวแห่งดวงวิญญาณของพวกเราไว้มากมายและหลายที่ และตัวเจ้าที่กลับมาเกิดในชาตินี้ ในร่าง “เจ้าวั่งซูรุ่นที่11” กำลังตามหามัน ตามคำสัญญาที่เราให้ไว้แก่กัน ว่าเราสองคน ถ้าวันหนึ่งมีใครได้รับภยันตรายถึงแก่ความตาย ก็สัญญาว่าจะหาทางกลับมาและเก็บสัญญาความทรงจำที่สะสมไว้ในยามอยู่ด้วยกันให้หมด

อย่างที่เจ้าก็รู้จากพวกต้นไม้บรรพกาลหมู่ซู่ ยามเมื่อดวงจิตที่มนุษย์ภูมิหมดสิ้นอายุขัย วิญญาณออกจากร่าง หลังจากกลับสู่ต้นไม้แห่งชีวิตก็ต้องรอปฏิสนธิในร่างใหม่ ชีวิตใหม่ หรือรวมถึงในภพใหม่ แต่พวกเราจะไม่ลืมกัน พวกเราเลยถอด และกระจายดวงจิตที่ฝังสัญญาและความทรงจำของพวกเราเอาไว้หลายที่ ทั้งภพมนุษย์ของเจ้า ภพสวรรค์ ภพเดรัจฉาน และภพอื่นๆ ที่พวกเราไป อย่างในกรณีนี้เจ้ากลับมาก็ตามหาความทรงจำ จนปะติดปะต่อจนสมบูรณ์ และเจ้าก็จะจำตัวเจ้าในชาติที่แล้วได้ และกลับมาเป็นเจ้าที่มีทั้งอดีตและปัจจุบันรวมกันในคนเดียว” ฮวาเฟยฟาอธิบาย

“ออ อย่างเช่นที่หงส์ฟ้าและกิเลนไฟนี่ใช่ไม๊ ที่เจ้ากับข้าฝังดวงจิตและความจำเจตสิกไว้ แต่ข้าเห็นว่าต้วข้าเป็นท่านปู่ทวด แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นอย่างนั้น แต่กลับเป็นตัวข้าเอง” เจ้าวั่งซูเอ่ย

“เจ้ารู้ได้อย่างไร ความทรงจำช่วงนั้นเจ้ากลับมาแล้วหรอ ส่วนเรื่องปู่ทวด ข้าคิดว่าเป็นเพราะวิญญาณของรุ่นที่1 อาจจะมาแค่บางส่วนไม่ใช่ทั้งหมด เจ้าถึงยังรู้สึกเป็นตัวเอง”

“ไม่! ยัง! ความทรงจำตอนถอดจิตยังไม่กลับมา แต่ว่าข้าเห็นเสด็จพ่อเสด็จแม่ของเจ้ามาเอามันไปเพื่อช่วยเหลือท่าน” เจ้าวั่งซูเอ่ย

“ฮะ! งั้นคงเป็นช่วงที่ข้า ที่ข้า.......” ฮวาเฟยฟายังพูดไม่จบ ก็หยุด และทำหน้าเศร้าลง

“ข้าขอโทษนะ ที่ทำให้เจ้ารอ ข้าขอโทษแทนท่านปู่ทวด หรือ ตัวข้าในชีวิตก่อนนั่นแหล่ะ ถึงแม้ว่าข้าจะยังจำทุกอย่างไม่ได้ทั้งหมดแต่ข้า! ข้า! ก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวด และ แตกสลายขององค์ชายมังกร มันช่าง......! แล้วเหตุการณ์ตอนนั้นเป็นอย่างไรต่อ หลังจากที่เจ้าหลับไปแล้วเป็นอย่างไรต่อ” เจ้าวั่งซูทำหน้ารู้สึกเศร้า และ รู้สึกผิดพร้อมถามสิ่งที่ตนสงสัย

“ข้าจำเหตุการณ์ตอนข้าคืนร่างต้นกำเนิดไม่ได้ สิ่งที่อยู่ในภาพจำสุดท้ายของข้าคือ เจ้าวั่งซูปู่ทวดของเจ้า สิ้นเรี่ยวแรงอยู่ในอ้อมกอดนี้ เค้าสั่งลา ขอโทษ และสัญญาว่าจะกลับมา เค้าไม่ได้ฟังสิ่งที่ข้าจะโต้แย้งใดๆ ในการไชว่ชว้าหาทางเพื่อรั้งชีวิตเค้าเอาไว้ พอเค้าพูดจบน้ำตาไหลนองอาบสองแก้ม เค้าเอื้อมมือมาสัมผัสที่อกข้า และ กล่าวว่า “ให้ข้าได้เก็บเกี่ยวผลแห่งกรรม เจ้าเข้าใจข้านะ” และเริ่มกระอักเลือด

เค้าใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ผลักข้ากระเด็นออกมาไกลลิบ ทะลุออกจากมิติของกระจกบานที่สิบที่สาบสูญ “ในอ้อมกอดนี้ ข้าทำอะไรเพื่อเค้าไม่ได้เลย” ฮวาเฟยฟาเล่า น้ำตาเอ่อล้นพรั่งพรูถึงความเจ็บปวดมากมาย

หลังจากนั้น ข้าก็เข้าใจว่า ข้าขาดสติสัมปชัญญะ ไม่สามารถรวบรวม และ ควบคุมพลังจักราในร่างกายได้ อีกทั้งยัง ไม่สามารถร่ายมนตร์อะไรได้ ข้าพยายามพาร่างตัวเองกลับมาที่คฤหาสน์เยว่เลี่ยวของสกุลเจ้าแห่งนี้ เพราะเป็นที่เดียวในแดนมนุษย์ที่ข้ารู้จักคุ้นเคยที่สุด ตอนกลับมาข้าจำได้ว่าไม่ได้กิน ไม่ได้นอน ไม่ได้ทำอะไร เว้นแต่ดื่มสุรามฤตยูดำที่ปู่ทวดเจ้าชอบ ที่เราร่วมดื่มด้วยกันมาตลอด แต่วันนั้นกลับเหลือเพียงข้าและสุรา” น้ำตารื้นในดวงตาคู่งามของเฟยฟา เจ้าวั่งซูฟังและมองน้ำตาเอ่อไหลตามไป

“หลังจากนั้น ข้าจำได้ว่าข้าพยายามกลับไปที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หากระจกใบที่สาบสูญ เพื่อกลับเข้าไปหาร่างวั่งซูออกมา แต่ที่นั่นกลับเป็นเพียง บ่อน้ำว่างเปล่า และ ป่าที่รกร้าง ทุกอย่างว่างเปล่าไม่เหมือนวันนั้น ข้าทำอะไรไม่ได้ ข้าจำได้ว่าข้าพยายามหาทางเข้าและร่ำไห้พร่ำเพ้อจนหมดสติไป

น่าจะเป็นช่วงนั้นที่ข้าคืนร่างต้นกำเนิด มังกรฟ้า จริงๆ แล้วข้ากับชิงหลงเป็นพี่น้องที่ถือกำเนิดพร้อมกันเป็นมังกรคู่สองศีรษะ ชิงหลงคือมังกรขาว ข้าคือมังกรฟ้า ในยามที่ข้าคืนร่างเดิม พร้อมสติและดวงจิตที่อยู่ในสภาพแตกทำลาย ร่างมังกรที่ปกติต้องแข็งแกร่งกว่าร่างมนุษย์และเทพ เพราะเป็นร่างจุติในภพเดรัจฉานกลับอ่อนแอตามดวงจิตที่ฟุ้งซ่าน ไร้การควบคุมของข้า

ร่างต้นกำเนิดมังกรฟ้านี้ ในยามปกติสติสัมปชัญญะจะลดลงกึ่งหนึ่ง แต่พละกำลังทางกายจะเพิ่มขึ้น แต่นี่ทุกอย่างแตกสลายและอ่อนล้าลงหมด จักราในร่างกายสับสนวุ่นวายรวบรวมไม่ได้ เกล็ดมังกรตามตัวข้าเริ่มหลุดร่อนออก” เฟยฟาหันหลังให้เห็นรอยที่วั่งซูถามในตอนแรก รอยนั้นดูเหมือนลายเกล็ดมังกรแต่บางจุดเป็นหลุมลึกดำแดงเหมือนแผลสดใหม่พึ่งเกิดมาไม่นาน แท้จริงแล้วมันคือร่องรอยจากการที่เกล็ดมังกรกระเทาะและหลุดออก

“และท้ายสุด ข้าไม่สามารถพยุงร่างไว้ได้ และกำลังแตกสลาย ทางเดียวคือข้าต้องรวมเข้ากับร่างเดิม ดังนั้นร่างข้าจึงรวมกลับเข้ากับไป่ชิงหลง เรื่องราวหลังจากนั้นเจ้าก็คงรู้คงเห็นมาบ้างแล้ว ข้าไม่สามารถจดจำอะไรได้อีก จนกระทั่งเสด็จพ่อและเสด็จแม่ใช้ดวงจิตของเจ้าและข้าที่ถอดฝากไว้ในรูปปั้นกิเลนไฟและหงส์ฟ้าคู่นี้ในห้องอาบน้ำบ้านสกุลเจ้า เสด็จพ่อสเด็จแม่ใช้ “มนต์ถวิลหาดวงจิต” เรียกดวงจิตแห่งข้าที่กำลังพยศในร่างเดรัจฉาน และไม่สามารถหาทางคุมได้ในเวลานั้นปรากฏออกมา และกักขังไว้ในสัญญาเจตสิคของกิเลนไฟและหงส์ฟ้าคู่นี้ ร่างมังกรถึงเข้าสู่สภาวะจำศีลและความวิปริตแปรปรวนต่างๆ ก็หยุดลง

ข้ามารู้ทีหลังว่ามันกินเวลาเกือบสองปี ที่ทั้งสามภพได้รับแรงกระเพื่อมจากการสูญเสียพลังของข้า และต้องมีหลายร้อยหลายพันดวงวิญญาณที่สูญสิ้นในเหตุการณ์ครั้งนั้น ดังนั้นหลังจากฟื้นสติสัมปชัญญะ และได้ร่างครึ่งเทพครึ่งมนุษย์นี้กลับมา ข้าก็เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิแห่งสวรรค์ และฉีเทียนลู่ผู้นำจิตวิญญาณแห่งเหล่าสรรพสัตว์ ขอปวารณาตนช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองสหายทั้งสามภพตลอดไป” ฮวาเฟยฟาเล่ายาว

“ข้าเคยได้ยินเกล็ดมังกรเป็นส่วนที่แข็งแรงที่สุดในใต้หล้า หาได้มีสิ่งใดสามารถทำร้ายทำลายได้ แล้วเวลาที่เกล็ดลอก มันให้ความรู้ยังไง ไม่รู้สึกอะไรหรือว่าเจ็บปวดและทรมาน” เจ้าวั่งซูเอ่ยขึ้นมาก้มหน้าเศร้า

ฮวาเฟยฟาพยักหน้า “หนึ่งเกล็ดเหมือนปลิดหนึ่งชีวิตออก สำหรับมังกรเกล็ดนั้นแข็งแกร่งที่สุด ไม่มีอะไรแทงทะลุได้ มนต์อะไรก็สะท้อนกลับได้หมด ดังนั้นทุกๆ การหลุดคือความทรมานยิ่งกว่าตาย” ฮวาเฟยฟาตอบ เจ้าวั่งซูฟังน้ำตารื้น

“แสดงว่าเวลาที่ผ่านมา ที่เจ้ารอท่านปู่ทวดข้า เจ้าเดินทางเพียงลำพังไปทั่ว และช่วยเหลือดวงจิตทั้งสามภพ ตามคำมั่นนั่น แล้วท้ายสุดทำไมท่านถึงกลับมาที่นี่ หมู่บ้านต้องสาป” เจ้าวั่งซูเอ่ยถาม

“ใบไม้ร่วงกลับมา” ฮวาเฟยฟากล่าวอมยิ้ม