“เฟยเฟย แต่จริงๆแล้ว ข้าชอบฤดูใบไม้ร่วงนั่นนะ! เพราะทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น ข้าก็จะได้เห็นและพบเจอเจ้าเสมอ ฤดูใบไม้ร่วงของเราสองคน แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นแค่คำสาป แต่มันคือความงดงามแห่งโชคชะตา เพราะถึงแม้กระจกบานที่สิบจะดับสูญไปจากโลกนี้แล้ว แต่ “สุสาส์นราคะ” ที่พันผูกจิตวิญญาณเราทั้งสองคนไว้ด้วยกันนั้นจะยังคงอยู่เป็นปัจจุบันขณะเสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นดั่งสัจจะนิจนิรันดร์” เจ้าวั่งซูเอ่ยพร้อมยิ้มอ่อนโยนให้คนรัก

ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn) - 24 บทที่24 เจ้าวั่งซูฮวาเฟยฟา °•.< ความรัก 爱情 >.•° โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,ผจญภัย,แฟนตาซี,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายรัก,นิยายจีนโบราณ,นิยายวาย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก,ผจญภัย,แฟนตาซี

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยายรักจีนโบราณ,นิยายรัก,นิยายจีนโบราณ,นิยายวาย

รายละเอียด

ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“เฟยเฟย แต่จริงๆแล้ว ข้าชอบฤดูใบไม้ร่วงนั่นนะ! เพราะทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น ข้าก็จะได้เห็นและพบเจอเจ้าเสมอ ฤดูใบไม้ร่วงของเราสองคน แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นแค่คำสาป แต่มันคือความงดงามแห่งโชคชะตา เพราะถึงแม้กระจกบานที่สิบจะดับสูญไปจากโลกนี้แล้ว แต่ “สุสาส์นราคะ” ที่พันผูกจิตวิญญาณเราทั้งสองคนไว้ด้วยกันนั้นจะยังคงอยู่เป็นปัจจุบันขณะเสมอ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นดั่งสัจจะนิจนิรันดร์” เจ้าวั่งซูเอ่ยพร้อมยิ้มอ่อนโยนให้คนรัก

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

นิยายเล่มนี้คือคัมภีร์แห่ง การค้นหาตัวตนผ่านโชคชะตาที่วนซ้ำ ความสนุกและมหัศจรรย์แห่งการเวียนว่ายของดวงจิตในภพภูมิทั้ง 9 และ มหากาพย์แห่งรักชั่วนิจนิรันดร์

“เจ้าวั่งซู และ ฮวาเฟยฟา (วั่งเฟย) สองดวงจิตที่พันผูกกันหลายแสนชาติ ถูกลิขิตให้หวนคืนเพื่อเล่นชะตาที่วนซ้ำ ผ่านการเดินทางทั้ง 9 ภพภูมิ: ภพมนุษย์ ภพอมนุษย์ ภพพืชพันธุ์ ภพฝันแห่งความเงียบงัน ภพเดรัจฉาน ภพจิตภูติ ภพสวรรค์ ภพปรภพ ภพปีศาจ

เพื่อค้นหาคำตอบในการหยุดวังวนแห่งโชคชะตา สู่การเริ่มต้นครั้งใหม่ เพื่อก้าวสู่ความเป็นนิจนิรันดร์”

..สุสาส์นราคะ..

สารบัญ

ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-1 ปฐมบท °•.< ตระกูลเจ้า >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-2 หมู่บ้านชุนเทียน °•.< หมู่บ้านต้องสาป >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-3 สำนักคุ้มภัยเก้าจักยุตกรา °•.< หุบเขาเก้ากระจก >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-4 ชะตาเราสองดั่งใบไม้ร่วง °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 1 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-5 บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 2 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-6 กระบี่สุสานมังกร °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 3 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-7 ยักษ์ถูหลันเทพธิดาเม่งเซี๊ยะ °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 4 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-8 ภพฝันแห่งความเงียบงัน °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 5 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-9 โคลงเจี๋ยหยี่ โคลงคืนชีวิต °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 6 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-10 สุราดอกซ่างฮัวหลัว °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 7>.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-11 กระจกภพพืชพันธุ์ °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 1 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-12 ร่างเทียม °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 2 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-13 ผีเสื้อแห่งความตาย °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 3 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-14 ปรมาจารย์หลานหลี่เซ่อ °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 4 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-16 ต้นไม้บรรพกาลหมู่ซู่ °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 6 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-17 ต้นไม้แห่งชีวิต °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 7 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-18 พระมารดาแห่งจิตวิญญาณ °•.< พืชพันธุ์ รกชัฏ และความลับ 8 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-19 คฤหาสน์สีดำตระกูลเจ้า °•.< ตำหนักจันทร์มืด (月亮 เย่วเลี่ยว) >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-20 ฮวาเฟยฟา °•.< องค์ชายมังกร >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-21 ตัวข้าที่แตกสลาย °•.< The Amid Autumn 1 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-22 กิเลนไฟและหงส์ฟ้า °•.< The Amid Autumn 2 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-บทที่23 อดีตเราสองคือเราสอง °•.< The Amid Autumn 3 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-24 บทที่24 เจ้าวั่งซูฮวาเฟยฟา °•.< ความรัก 爱情 >.•°,ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ (The Amid Autumn)-25 หุบเขาจินลู่ซี °•.< ผังเก้าจักยุตกรา >.•°

เนื้อหา

24 บทที่24 เจ้าวั่งซูฮวาเฟยฟา °•.< ความรัก 爱情 >.•°

ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกัน คุยกัน คนนึงดีดผีผา อีกคนเป่าซวินดำสิบสองซุ่น ทำนองผสมผสานเข้ากัน เคล้าสุรา และอาบโฉลมแสงจันทร์กันทั้งคืน จนพล๊อยหลับหัวชนกัน อยู่ตรงบริเวณชานเรือนริมน้ำก่อนย่ำรุ่ง 

เมื่อแสงอาทิดย์สาดแสงแยงตา เจ้าวั่งซูก็เริ่มรู้สึกตัว เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่เห็นคือดวงหน้าอันงดงามของฮวาเฟยฟาอยู่ตรงหน้า คนที่อยู่ตรงหน้ากำลังหลับ ผิวละเอียดขาวราวหิมะ พวงแก้มเแดงชมพูระเรื่อ วงตายาวระหงขนตายาวเข้มดำเป็นแพ ช่างงดงามไร้ที่ติราวกับเทพปั้น “แต่ก็เป็นเทพจริงๆ เนอะ” วังซูคิดกับตัวเองข้างในใจ ก่อนจะนอนมองจ้อง ดื่มด่ำ กับสิ่งมีชีวิตที่หลับเหมือนเด็กไร้พิษภัยอยู่ตรงหน้าแบบเคลิบเคลิ้ม และลืมตัวยื่นมือออกไป  สัมผัสแก้มฮวาเฟยฟา มือที่ใหญ่นิ้วเรียวสวย สัมผัสใบหน้างดงาม

“ข้าขอโทษนะที่ทิ้งให้เจ้าอยู่คนเดียว เจ้าจะรู้สึกเดียวดาย และเป็นทุกข์ขนาดไหนนะ ในยามที่ข้าตายจากไป ข้าหวังว่าจากนี้ไปข้าจะสามารถทำอะไรเพื่อเป็นการชดใช้ให้เจ้าได้บ้าง” เจ้าวั่งซูมองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรัก ความรู้สึกผิด และบ่นเปรยออกมา 

“ก็มากอยู่ ที่ว่าจะชดใช้ ได้สิ! ข้าจะเอาคืนเจ้าที่ทิ้งข้าไป อย่างสาสม! เตรียมชดใช้เลย” ฮวาเฟยฟาหลับตา และพูดยิ้มพร้อมมุมปาก เอื้อมมือมาจับมือเจ้าวั่งซู ประกบไว้บนหน้าตน

“เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ นี่เจ้าตื่น มานานแค่ไหน” เจ้าวั่งซูทำหน้าเหวอถามพร้อมจะชักมือกลับ แต่ก็ทำไม่ได้ 

“นานพอดูที่จะได้ยินเจ้าชื่นชมความงาม และ แตะต้องตัวข้าอย่างสนุกสนาน” ฮวาเฟยฟาแกล้งพูดหยอกเย้าน้ำเสียงอ่อนหวาน

“อ่ะ!อ่ะ! เจ้าพูดอะไร ข้าจับแค่หน้าเจ้า ไม่ได้แตะต้องส่วนอื่น” เจ้าวั่งซูรีบแก้ตัว 

“วันนี้แตะแค่หน้า วันหน้าถ้าข้าพลั้งเผลอไป ก็อาจจะโดนแตะไปเรื่อยๆ” ฮวาเฟยฟาพูดหยอกเย้า ยั่ว เจ้าวั่งซู

“ฮะ! ข้าๆ ไม่ใช่คนแบบนั้นนะ ทำไมเจ้าถึง.......” เจ้าวั่งซูทำหน้าแดงไม่รู้จะตอบยังงัย 

ฮวาเฟยฟาเอื้อมมือไปประกบวางบนหน้าแดงระเรื่อของเจ้าวั่งซู “แค่สัญญาว่า ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ หรือเจ้าจะไปไหน ต้องพาข้าไปด้วย สัญญาว่าเราสองจะไม่แยกจากกันอีก” ฮวาเฟยฟาหน้าแดง ตาหวั่นกลัว คนตรงหน้าจะหายไปอีก 

วั่งซูทำหน้าจังงัง ก่อนจะเอามืออีกด้านจับประคองหน้าเฟยฟา และก้มหัวตนชนประทับลงบนหน้าผากของฝั่งตรงข้าม

“สัญญาสิ! ข้าสัญญา! ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะไปด้วยกัน เจ้าก็เช่นกัน ถ้าเจ้าจะไปไหน  ก็อย่าลืมพาข้าไปด้วยหล่ะ” ฮวาเฟยฟาน้ำตารื้น “อื้ม” ทั้งสองอมยิ้มมองหน้ากันเสหมือนว่า จะไม่มีอะไรอีกแล้วที่สามารถแยกทั้งสองคนออกจากกันได้อีก แม้แต่ความตาย บรรยากาศเรือนริมน้ำเปลี่ยนเป็นบรรยากาศฤดูใบไม้ร่วงหล่นในพริบตา

“เอ๊ะ! นี่กี่โมงแล้วเนี๊ยะ” เจ้าวั่งซูพึ่งนึกได้ ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ

“สายมากแล้วขอรับคุณหนู” เสียงอาฉีขานรับ 

“เอ๊ะ! อาฉีที่เจ้า และคนอื่นๆ มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” หนึ่งชั่วยามแล้วขอรับ มารอคุณหนู และองค์ชายตื่น พวกข้าได้เตรียมน้ำอุ่นในห้องอาบน้ำ อาหาร และชุดสำหรับเข้าร่วมพิธีของคุณชายไว้แล้ว คุณชายจะให้ยกเข้ามาเลยไหม

“เอ๋! งั้นพวกเจ้าก็ เห็นๆ .....!” เจ้าวั่งซูหันมามองหน้าฮวาเฟยฟาอมยิ้มใส่กัน 

“ได้ งั้นฝากพวกเจ้าจัดอาหารไว้ในสวนด้านตะวันออก เดี๋ยวอาบน้ำเสร็จ พวกข้าจะไปทานกันที่นั่น ขอบใจเจ้ามากอาฉี” เจ้าวั่งซูพูดเสียงดังกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่อง ทั้งสองก็เดินไปห้องอาบน้ำ ในขณะที่บ่าวรับใช้ ก็พากันไปเตรียมอาหารไว้เรือนทางตะวันออก เรือนทางตะวันออกของคฤหาสถ์จันทร์มืดนั้น หันหน้าสู่หุบเขา มองผ่านทะลุตัวเรือนออกไป จะเป็นหุบเขาสลับซับซ้อนมากมายเป็นเหมือนปราการกั้นธรรมชาติก่อนที่ผู้คนจะเข้ามาถึงหมู่ชุนเทียน สักพักเมื่อทั้งสองคนอาบน้ำเสร็จก็เดินมายังฟากตะวันออกแห่งนี้ กินอาหารและมองออกชมหุบเขา ที่ซ้อนทับ บ้างก็มืดก็สว่าง มีเมฆ มีฝน มีหมอกสลับกันไป เมื่อมองจากด้านบนนี้ลงไป เหมือนเป็นหุบเหวที่ดูเงียบและลึกลับซับซ้อนมากทีเดียว 

“ปราการนี้สำคัญมากนะ ที่จะกั้น มนุษย์จากโลกภายนอกเข้ามาถึงนี่ได้ มันดูสวยแต่มันลึกลับ ไม่รู้ว่ามีคนอาศัยอยู่ในป่าดงดิบเหล่านี้บ้างไม๊นะ” เจ้าวั่งซูกล่าว 

“อืม! หมู่บ้านต้องสาปแห่งนี้เป็นชัยภูมิที่เหมาะสมสำหรับการกักกันสิ่งชั่วร้ายไม่ให้ออกไป และระวังไม่ให้ผู้คนหลุดหลงเข้ามามากจนเกินไป แต่ข้าก็เคยได้ยิน เรื่องชนเผ่าแปลกที่ซุกซ่อนและอาศัยอยู่ตามหุบเขาเหล่านี้ แต่ยังไม่เคยมีใครไปตรวจตราละเอียด แต่ก็มีข่าวลือว่ามีอันตราย และการหายตัวของนักเดินทาง หรือพ่อค้าที่ผ่านปราการธรรมชาติที่หนาแน่นนี้มา สมัยที่อยู่กับปู่ของเจ้าพวกเรายังเด็ก และไม่ได้ไปไหนไกล แต่ช่วงที่มีการเดินทาง และต่อสู้ ทุกอย่างก็เหมือนโดนบังคับให้เร่งรีบ พวกเราไม่มีเวลาได้สำรวจสิ่งเล็กสิ่งน้อยพวกนี้ และท่านปู่ทวดเจ้าก็จากไปอย่างที่ข้าก็ไม่ได้เตรียมใจ  ข้าว่าถึงเวลาที่พวกเราควรจะไปตรวจสอบ เหล่าผู้คน ชนเผ่า ที่อาศัยยอยู่ในหุบเขาเหล่านี้ ว่าพวกเค้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือเป็นสาเหตุของการหายสาบสูญของผู้คนมากมายที่ว่าไม๊” เฟยฟากล่าว 

“ได้ ข้าเห็นด้วย” เจ้าวั่งซูเอ่ยรับ “แต่วันนี้ ที่สำนักคุ้มภัย มีการแข่งขันประลองเพื่อหามือปราบมารรุ่นใหม่ ข้าต้องไปร่วมงาน เพราะข้าต้องไปแสดงตัวรับตราเก้าจักยุตราเป็นมือปราบมากรุ่นที่111 ในฐานะผู้สืบทอดเคียวสู่ภพจากตระกูลเจ้า ข้าไม่ต้องเรียนและทดสอบ แต่ได้ตราจักยุตรา และอำนาจมาครอบครองเลย ช่างสะดวกยิ่งนัก ฮ่าๆๆ เออแล้วท่านหล่ะ ท่านเป็นมือปราบมารรุ่นที่เท่าไหร่กัน” วั่งซูหัวเราะ และเอ่ยถาม 

“รุ่นที่1 ข้าและเจ้าวั่งซูคือมือปราบมารรุ่นแรกของสำนักจักเก้ายุตรา แต่มือปราบมารในรุ่นนั้นต่างล้มหายตายจาก รวมทั้งเหล่าคนตระกูลเจ้า ที่เข้าร่วมสู้รบกันหมดทุกคนแม้ไม่มีเคียวสู่ภพในมือ ส่วนคนที่เหลือ ข้าได้ยินว่าส่วนใหญ่ที่มีส่วนเข้าไปร่วมสู้รบในศึกที่จัตรัสเฟิงสุ่ยก็ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดนั้น เกือบทุกคนแม้จะรอดชีวิตกลับมาได้แต่ก็ล้วนกลายร่าง หรือไม่ก็ สูญเสียสติสัมปชัญญะไปเกือบหมด คงเหลือแค่ข้ากับฟ่านตงตงที่ตอนนี้เป็นปรมาจารย์ดูแลภพอมนุษย์ แต่ข้าไม่รู้จักเค้าเป็นการส่วนตัว” ฮวาเฟยฟาเล่า 

“ถ้าเป็นฟ่านตงตง ข้าเคยได้ยินว่าเค้าเป็นหลายบุคลิค มีดุร้าย มีใจดี มีเย็นชา เป็นคนลึกลับเก็บตัว หามีมิตรสหายมากนัก คนพูดว่าเค้าเองก็น่าจะโดนผลพวงจากสิ่งมีชีวิตจากภพอื่นเข้าครอบงำเต็มๆ เพราะเป็นในคนที่เข้าร่วมสู้ในศึกครั้งนั้น แต่ด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่ที่อยู่ในรุ่นบุกเบิก และเป็นมือปราบมารรุ่นแรก ทำให้เค้าได้รับการสนับสนุนขึ้นมาเป็นปรมาจารย์กระจกอมนุษย์ และอีกทั้ง ตัวเค้าเองก็คงมีพลังจักราที่แข็งแกร่ง เค้าก็น่าจะสามารถควบคุมหรือกำจัดสิ่งไม่ดี หรือพลังด้านชั่วร้ายที่ได้รับมาตั้งแต่สมัยร่วมรบนั้นไว้ได้โดยไม่มีผลกระทบอะไร” เจ้าวั่งซูเล่า 

“ข้าไม่รู้จักเค้าเป็นการส่วนตัว แต่ก็หวังให้เป็นเช่นนั้น” ฮวาเฟยฟากล่าวไม่แน่ใจกับสิ่งที่ตนรู้สึกหวั่นในใจ