แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติแม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ
ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน
“ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”
ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่
ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก
: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :
“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”
: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :
“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”
: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :
“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”
: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :
“เอา! ฉันจะเอา!”
: …. :
_______________
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา
น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา
เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า
น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”
มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ
________________
เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่
7 ก.ย. 66
ตอนที่ 24.
ทำอะไรเคยนึกถึงหัวอกข้าบ้างหรือไม่!!
“…” ขุนแผนยืนมองคนอื่น ๆ ที่อยู่ ๆ ก็ล้มลง ใบหน้าหล่อเหลามีความตกใจ เพราะก็เพิ่งจะเคยเห็นอีกฝ่ายใช้พิษในการทำร้ายคนครั้งแรก ใบหน้าหล่อคมหันไปมองคนงาม “เจ้าช้าง พวกเขาจะเป็นอะไรหรือไม่ เหตุใดเอ็งกับข้าไม่เป็นอันใด?”
“ตัวข้าทดลองพิษกับตัวเองมากมาย ร่างกายจึงต้านพิษ …ส่วนเอ็ง” เอสรามองไปที่ใต้เสื้อของอีกฝ่าย เครื่องรางที่เขาเคยให้ มันสามารถต้านพิษได้ทุกชนิด คนที่ถือจะไม่ได้รับพิษใด ๆ เป็นพลังอีกอย่างของของสิ่งนั้นที่ซื้อจากระบบ เพราะแบบนี้มันถึงได้แพง “ข้าไม่รู้”
“อันใดนะ!? เอ็งทดลองกับตัวเองรึ?” ขุนแผนจากที่ตกใจเพราะผลลัพธ์ของพิษ ตอนนี้รู้สึกเดือดจัดที่เพิ่งรู้ว่าคนงามทดลองของอันตรายกับตัวเอง “ตั้งแต่ตอนไหน!? เหตุใดเอ็งถึงทำเช่นนี้!? หากเป็นอันตรายขึ้นมาแล้วข้าจะทำเช่นไร!!?”
มือหนาจับไหล่บางไว้ ดวงตาคมสีอำพันลึกขึ้น จับจ้องมองดวงตาสีทับทิมของคนตรงหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง ‘ใจร้ายกับข้าแล้ว เอ็งยังใจร้ายกับตัวเองอีกรึ!?’
“ใจเย็น ๆ สนใจพวกเขาก่อนเถอะ” เอสรากล่าว ดวงตากลมสีทับทิมเหลือบมองกลุ่มชายหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้น
‘ใช่ ช่วยรีบสนใจพวกเราที!!’
“ข้ามีข้อตกลง พวกท่านต้องสัญญาว่าจะไม่บอกเรื่องพิษของข้ากับผู้ใด แม้แต่พระเจ้าแผ่นดินก็ห้าม” เอสราเอ่ยด้วยน้ำเสียงกดดัน ถ้าไม่ใช่เพราะไม่อยากเสียเวลา เขาก็คงไม่เอาของแบบนี้ออกมา
‘ตกลง!! ช่วยพวกข้าที’ หลายคนร้องโอดโอยในใจ แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้
เอสราเอาเข็มสกัดจุดออกมา มันเป็นเข็มที่เขาซื้อต่อมาจากพ่อค้าชาวจีน ก่อนเขาจะทำการรักษา ไม่นานพวกเขาก็กลับมาขยับได้ปกติ “พิษนี้เมื่อโดนครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งที่สองจะไม่เป็นผลต่อผู้ที่โดน เท่านี้ตอนใช้พิษกับพวกโจร พวกท่านก็จะไม่โดนพิษของข้าแล้ว”
“เจ้า! ก่อนทำอะไร ช่วยปรึกษากันก่อนได้หรือไม่!” หมื่นดรุณเอ่ยด้วยโทสะ ภาพลักษณ์ที่สะสมมา ตอนนี้หายไปจนสิ้น
นี่เขาโดนคนตัวเท่านี้เล่นงานรึ!?
“ข้าเป็นพวกขี้เกียจ ทดลองให้ดูจะง่ายกว่า” เอสราไม่สนใจอีกฝ่าย ดวงตากลมมองตอบอย่างไม่นึกกลัว “อย่าลืมเรื่องที่ต้องเก็บเป็นความลับ ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าก็จงหาวิธีกำจัดโจรเอาเอง”
หรือต่อให้เอาไปพูด คนยุคนี้ก็คงไม่มีใครเชื่อง่าย ๆ อยู่ดี ยิ่งทำงานล่าช้าและไม่สำเร็จ ยิ่งไม่มีความน่าเชื่อถือ
“…” หลายคนได้ยินเช่นนั้นก็พูดไม่ออก ทว่าก็ไม่มีใครคิดจะเปิดความลับของอีกฝ่ายอยู่แล้ว “ได้ เอาตามที่เจ้าว่า เพราะยิ่งจัดการพวกโจรป่าได้เร็วเท่าไหร่ ชาวบ้านก็ยิ่งปลอดภัยมากขึ้นเท่านั้น”
แล้วพวกเขาก็เริ่มวางแผนใหม่ ว่าจะทำเช่นไร เวลาไหน และจะจัดการพวกโจรป่าหลังจากที่พวกมันโดนพิษเช่นไร
“ถ้าเจ้าเสนอวิธีนี้แต่แรก พวกเราก็คงไม่ต้องเสียเวลาคิดเรื่องขอกำลังเสริม” หมื่นดรุณยังคงขุ่นเคือง จึงเอ่ยหาเรื่องคนที่กลับมานั่งนิ่งฟังพวกเขาเงียบ ๆ
“ก็ไม่ถามข้าเอง” เอสราตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนดวงตากลมจะมองสบกับดวงตาสีอำพันของพลายแก้ว ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายมีท่าทีโกรธเมื่อครู่ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ยอมพูดกับเขาสักคำ ทั้งยังทำท่าทีเหมือนเมินกัน ‘…’
เมื่อคุยและตกลงกันได้ พวกเขาก็ลงความเห็นว่าจะลงมือคืนนี้เลย เอสราเห็นพวกเขาตกลงกันได้แล้ว ก็เอาระเบิดพิษให้พวกเขาลูกหนึ่ง “ลืมบอกไป ถ้ามีคนที่เคยโดนพิษ พิษของระเบิดนี้ก็จะไม่ได้ผล”
และคนที่อาจไม่ถูกพิษก็คงเป็นโจรคนนั้นที่เขาเคยใช้พิษด้วยเมื่อหลายปีก่อน ระเบิดพิษนี้พิษอ่อน คนที่มีภูมิต้านทานมากสุดก็คงแค่เวียนหัวเท่านั้น
“…” เรื่องสำคัญเช่นนี้เจ้าลืมรึ!! ทว่าแม้จะคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ของสิ่งนี้ก็ยังคงพอลดจำนวนโจรป่าได้หลายร้อย ส่วนใครที่รอดก็แค่จัดการเท่านั้น
ขุนแผนหยิบลูกระเบิดพิษมาจากมือเรียว ก่อนจะส่งให้หมื่นดรุณ ดวงตาคมยังคงมองใบหน้างดงามที่มีสีหน้าปกติ ไม่รู้ตัวเลยว่าทำเขาร้อนใจขนาดไหน “ไปกับข้า”
ฝ่ามือหนาจับมือเรียวก่อนจะดึงให้ลุกขึ้น แล้วพาเดินไปที่ลับตาคน
ดอกลำดวนในมือเรียวตกพื้นทันที พร้อมร่างบอบบางที่ถูกลากออกไป
“ถ้าพวกเขาคู่กันจริง ก็คงเป็นคู่สามีภรรยาที่น่าปวดหัว” พันเนตรเอ่ยขณะมองตามหลัง ผัวเก่งอาคมเลขยันต์ เมียมีความสามารถเรื่องยาเรื่องพิษ จะมีคู่ใดอันตรายเท่านี้
“ช่างเรื่องของพวกเขา ตอนนี้เอาเรื่องโจรป่าก่อน” หมื่นดรุณเอ่ยพร้อมมองของในมือ ของสิ่งนี้จะพลาดไม่ได้ เพราะมันมีโอกาสใช้ได้แค่ครั้งเดียว
ด้านเอสรา
“พลายแก้ว ข้าเจ็บ” เอสราพยายามชักมือออกจากฝ่ามือหนา ขาเขาสั้นกว่า เดินเร็วขนาดนี้เขาจะเดินตามทันได้ยังไง ใบหน้างดงามจึงเริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจ
“…” ขุนแผนได้ยินว่าอีกฝ่ายเจ็บก็ชะงัก ทว่าใบหน้าหล่อคมก็ยังคงนิ่งเรียบ เอ่ยเสียงประชด ทว่าก็แฝงไปด้วยความห่วงหา “เอ็งกลัวเจ็บด้วยรึ? ถึงขนาดทดลองของอันตรายกับตัวเอง ข้าว่าแค่นี้คงไม่เจ็บขนาดนั้นกระมัง”
“มันเรื่องของข้า ข้าจะทำอะไรกับร่างกายของข้าก็ได้” เอสราพยายามสะบัดมือ แต่มือของอีกฝ่ายก็ทั้งเหนียวทั้งแน่น ทำเอาเขาเริ่มฉุนขึ้นมาแทน “ปล่อยข้า!”
“เรื่องของเอ็ง?” ขุนแผนได้ยินเช่นนั้นก็โกรธจัด ดวงตาสีอำพันเข้มขึ้น “ถ้าเอ็งเป็นอะไรขึ้นมา มันจะเป็นเรื่องของเอ็งคนเดียวจริงรึ!”
‘ทำอะไรเคยนึกถึงหัวอกข้าบ้างหรือไม่!!’
“แต่ข้าก็ยังไม่ตาย” เอสราขมวดคิ้ว บิดามารดาบุญธรรมของเขายังไม่มีปัญหาเลย ส่วนบิดามารดาที่นี่ก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไร
“ก็เพราะมันยังไม่พลาด!” ขุนแผนเอ่ยเสียงกร้าว ใบหน้าดุคมมีความกังวลใจที่คนงามมีความคิดเช่นนี้ “เอ็งคิดว่าพิษทุกอย่างมันควบคุมได้หมดรึ!”
“…” เอสรานิ่ง แน่นอนว่าคำตอบคือไม่ แม้เขาจะอยู่กับมันมานาน แต่ก็ใช่ว่าทุกอย่างจะคุมได้ เขาแค่ชอบมันก็เท่านั้น “ข้าคำนวณไว้แล้ว”
แต่เขาก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดทดลองของอันตรายที่ตัวเองไม่มั่นใจกับตัวเอง
ขุนแผนสูดหายใจลึก เห็นท่าทีไม่สำนึก ทั้งยังไม่เกรงกลัวสิ่งที่ตัวเองทำ เขาก็จนปัญญา “ข้าขอละ เจ้าช้าง หากเอ็งจะทดลองอะไร ให้มาทดลองกับข้าเถิด”
“…เอ็งยอมรึ” เอสราเงียบไป คิ้วเรียวยกขึ้นเล็กน้อย เพิ่งจะเคยมีคนที่ยอมมอบร่างกายให้เขาทดลองได้ง่าย ๆ ครั้งแรก ปกติถ้าไม่ได้ผลประโยชน์ก็จะไม่ยอม
ทว่าคนที่เขาเลือกทดลองนอกจากตัวเอง ก็จะเป็นนักโทษคดีร้ายแรงที่เขาสามารถทดลองด้วยพิษที่อันตรายแบบไม่รู้สึกผิดได้
“ข้ายอม” ขุนแผนเห็นว่าคำพูดของตัวเองทำให้คนงามสนใจก็ผ่อนคลายลงเช่นกัน ฝ่ามือหนาจับแขนบางขึ้นมาดู ก่อนจะลูบเบา ๆ ตรงที่มีรอยแดง
สำหรับเขา ต่อให้ต้องเสี่ยงชีวิตก็ไม่นึกเสียดาย หากมันสามารถปกป้องอีกฝ่ายได้ จะฆ่าจะทดลองอะไรเขาไม่สนใจ
ขอเพียงคนงามไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายก็พอ “เจ็บแขนหรือไม่”
เอสราพยักหน้าเบา ๆ ผิวของเขาบางมาก โดนอีกฝ่ายลากมาจะไม่เจ็บได้ยังไง
“ข้าขอโทษ” ขุนแผนมีสีหน้ารู้สึกผิด ฝ่ามือหนาจับแขนบอบบางขึ้นมาอย่างถนุถนอม ก่อนจะจุ๊บเบา ๆ อย่างปลอบประโลม “สัญญากับข้าได้หรือไม่ว่าจะไม่เอาตัวเองทดลองอีก”
อีกฝ่ายร่างกายบอบบางขนาดนี้ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาเขาจะอยู่เช่นไร “หากอยากทดลองอะไรให้มาทดลองกับข้าแทน”
“…อื้ม” เอสราพยักหน้าเล็กน้อย
ขุนแผนยิ้มมุมปากโล่งใจ เขานำตลับยาสมุนไพรที่พกในผ้าพันเอวขึ้นมา ก่อนจะทาที่แขนบางเบา ๆ
เขามักจะพกยาติดตัวอยู่ตลอด เพราะกลัวคนงามจะได้รับบาดเจ็บหรือผิวช้ำ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นตัวเองที่ทำอีกฝ่ายบาดเจ็บ
ดวงตาสีอำพันฉายแววรู้สึกผิดจับใจ ‘ข้าช่างเป็นคนที่เลวทรามนัก’
เมื่อพวกเขาได้ปรับความเข้าใจกัน บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
เอสรามองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทายาให้เขาด้วยสีหน้าเหมือนหมารู้สึกผิด หูลู่หางตก ก่อนดวงตาสีทับทิมจะมองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบข้าง
ที่นี่ธรรมชาติดีมาก ดอกสายหยุด ดอกกาหลง และดอกพิกุลขึ้นเต็มป่า สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้างดงาม พากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมวลบุปผาตลบอบอวล
“เอ็งกำลังคิดอันใดอยู่รึ?” ขุนแผนเงยหน้าขึ้นมองใบหน้างดงาม เห็นอีกฝ่ายเงียบไป จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“…คิดเรื่องโจร” เอสราตอบสั้น ๆ “ระเบิดพิษของข้าอาจทำให้พวกมันล้มลงได้ แต่คงไม่ทั้งหมด”
ขุนแผนพยักหน้าเล็กน้อย “โจรป่าที่เหลือ ข้ากับพวกหมื่นดรุณจะจัดการเอง”
“อย่าประมาท” เอสราเอ่ยเสียงไม่ใส่ใจ “หนึ่งในหัวหน้าพวกมันเคยโดนพิษของข้า”
ขุนแผนได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วทันที ดวงตาสีอำพันเข้มจริงจัง “เมื่อใด? เหตุใดข้าไม่รู้”
“ตอนที่มันปล้นเรือนข้าคราวนั้น” เอสราตอบ
“!!?” ขุนแผนจำได้ทันที ทว่าตอนนั้นอีกฝ่ายเด็กมากเลยไม่ใช่รึ? หรือว่าที่สลบไปสามวันเพราะโดนพิษของตัวเอง!?
…แม้ความสงสัยจะมีอยู่เต็มอก แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถามออกไป “ถ้าเช่นนั้นข้าจะฟันมันให้ตาย รู้หรือไม่ว่ามันชื่ออะไร?”
เอสราเหลือบมองคนข้างกายเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ เขาลืมแล้วว่าอีกฝ่ายชื่ออะไร
“ไม่เป็นอันใด เอ็งอยู่ใกล้ข้าไว้ ข้าจะปกป้องเอ็งเอง” ขุนแผนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง อ้ายโจรนั้นมันต้องโกรธมากแน่ยามเห็นคนงามของเขา แต่เขาจะไม่ให้มันทำร้ายคนงามได้แน่นอน
“หึ อย่าตายเสียก่อนก็แล้วกัน” เอสราเอ่ยด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก
ขุนแผนชะงักเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มกว้างจะปรากฏบนใบหน้าหล่อคม “เอ็งห่วงข้ารึ”
“ข้าแค่ไม่อยากหาคนทดลองใหม่”
“…หึหึหึ” ขุนแผนหัวเราะออกมาทันที “ปากเอ็งนี่ช่างร้ายจริง”
ฝ่ามือหนากุมมือเล็กข้างที่ผิวไม่ช้ำ ก่อนจะพาอีกฝ่ายเดินชมธรรมชาติบริเวณใกล้ ๆ หากพบดอกไม้ที่งดงาม เขาก็จะเก็บให้คนงามเงียบ ๆ
เพราะดูเหมือนคู่เคียงของเขาจะชอบมันไม่น้อย
เมื่อกลับไปรวมกลุ่มอีกครั้ง ก็เห็นพวกหมื่นดรุณกำลังนั่งพักกินเนื้อย่างเอาแรงกันอยู่ ขุนแผนเลยพาคนงามไปนั่งพัก และทานเสบียงที่เตรียมมาบ้าง
ระหว่างนั้นก็มีพูดคุยถึงแผนการเพิ่มเติม
ตกดึกสงัด พวกเขาก็เริ่มแผนการอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศในป่าเย็นชื้น มีเสียงนกเค้าแมวและสัตว์ป่าดังแว่วเป็นระยะ แม้จะดูวังเวง ทว่าพวกโจรป่าที่เฝ้ายามอยู่รอบถ้ำกลับมีเสียงหัวเราะด้วยความหยาบโลน ข้างเอวของพวกมันเหน็บดาบขนาดใหญ่เอาไว้ บ่งบอกว่าพวกมันไม่ได้ประมาท
แสงไฟจากกองไฟทำให้มองเห็นว่าพวกที่ไม่หลับไม่นอนมีจำนวนเยอะมากแค่ไหน
ทั้งพวกเขายังเห็นสตรีที่พวกมันจับมาอีกหลายคน ทุกคนล้วนมีท่าทีหวาดกลัว บ้างร่ำร้องไห้จึงมีเสียงสะอื้นแผ่วเบาดังออกมา พวกนางบางคนยังมีบาดแผลที่ดูน่าเห็นใจ ข้อมือข้อเท้าถูกมัดเอาไว้จนไม่อาจหนีชะตาที่เลวร้ายพ้น
“เลวทราบนัก” หมื่นดรุณกัดฟัน ฝ่ามือหนากำดาบคู่กายแน่น ไม่ต้องสืบเขาก็รู้ได้ทันทีว่าพวกมันจับสตรีมาเพราะเหตุใด ซึ่งหลายคนก็รู้สึกไม่ต่างกันนัก
…
จบไปอีกตอนค่ะ
ฉากนี้ก็จะเป็นฉากทะเลาะกันค่ะ
5555 จะบอกว่า ตั้งแต่เขียนนิยายมา นี่เป็นการเขียนฉากทะเลาะกันครั้งแรกเลยค่ะ
ส่วนข้อมูลในตอนนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษค่ะ
เพราะงั้นขอฝากช่องทางติดตามแทนนะคะ
ช่องทางติดตาม
TikTok : www.tiktok.com/@jring_8
Facebook : https://www.facebook.com/jring.497972?
เพจ : https://www.facebook.com/profile.php?id=61583508766908
Ig : https://www.instagram.com/jring.260402?igsh=ZDljeXk1NWp5cTlq&utm_source=qr
x : https://x.com/jring8899?s=21
Lemon8 : www.lemon8-app.com/@jring_8?region=th
หนึ่งคอมเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจ