แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติแม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ
ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน
“ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”
ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่
ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก
: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :
“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”
: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :
“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”
: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :
“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”
: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :
“เอา! ฉันจะเอา!”
: …. :
_______________
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา
น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา
เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า
น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”
มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ
________________
เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่
7 ก.ย. 66
ตอนที่ 1. ภาค พ่อช้างของขุนแผน
ตอนนี้สิ่งที่เอสราเข้าใจคือ เขาต้องไปทำความดีสะสมแต้มบุญ และเมื่อเจ้าระบบบอกว่าสถานที่ที่กำลังจะพาไปเป็นโลกแรก งั้นก็แสดงว่าต้องมีโลกสองโลกสามที่เขาต้องไปทำความดีสะสมแต้มบุญด้วยอีกใช่ไหม? ทำไมการขึ้นไปกินๆ นอนๆ อยู่บนสวรรค์มันยากจังนะ
: โฮสต์ครับเป็นอะไรหรือเปล่าครับ :
“…ยี้มังอาไย? (นี่มันอะไร?) ” !? เอสราใช้มือสั้นๆ ป้อมๆ ตะคุบปากตัวเองทันทีเมื่อพบว่าตัวเองเสียงแปลกไปและยังไม่ชัดอีก ก่อนจะตั้งสติได้อย่างรวดเร็วพร้อมมองสำรวจมือป้อมๆ ของตัวเองที่ทั้งสั้นและขาวซีด บนนิ้วนางข้างซ้ายเล็กๆ มีแหวนทับทิมวงน้อยสวมอยู่ ซึ่งเขาจำได้ว่ามันมาอยู่บนนิ้วของเขาตั้งแต่เขาได้ยินเสียงเจ้าระบบครั้งแรกแล้ว
พอมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องไม้อย่างดี ของตกแต่งดูโบราณ มีทั้งแจกัน โต๊ะตั่ง และเตียงนุ่มที่เขากำลังนั่งอยู่ มันดูไม่มีอะไรมากมายเพราะดูเหมือนว่าเขาจะยังเด็กแถมยังเด็กมากด้วย
: ใช่แล้วครับโฮสต์ ตอนนี้โฮสต์อยู่ในร่างของขุนช้างวัย 2 ขวบครับ เป็นตัวร้ายในเรื่องขุนช้างขุนแผน :
“…ใยล่ะอาหานอาล่อยๆ? ใยบอกว่ามีอาหานไง (ไหนล่ะอาหารอร่อยๆ? ไหนบอกว่ามีอาหารไง) ” เอสราไม่สนใจ ตอนนี้สิ่งที่เด็กน้อยผิวเผือกสนใจคืออาหาร เพราะเขาหิวมาก นอกจากขนมที่ชิ้นแรกก็ติดคอ เอสราก็ไม่ได้กินอะไรเลยตอนกำลังทำทดลองพิษ
: ฟังกฎในการหาแต้มของเราก่อนดีไหมครับโฮสต์ : ระบบรู้สึกอยากปาดเหงื่อถ้ามันมีเหงื่อให้ปาด ทำไมนายหญิงของมันถึงได้ดื้อจังนะ ถ้าเป็นคนทั่วไปคงตกใจจนถามถึงข้อมูลแล้วแท้ๆ แต่ทำไมนายหญิงของมันกลับถามถึงอาหารได้ล่ะ? ระบบงง
“ม่าย ม่ายอยากฟัง หิวแบบนี้คายมันจะไปอยากฟางกาน (ไม่ ไม่อยากฟัง หิวแบบนี้ใครมันจะไปอยากฟังกัน) ”
: ถ้าโฮสต์ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :
“…. แย่ะ เห็งช้านเป็งเด็กจริงๆ หยือยางไง ช้านเป็นถึงนากวิจายที่ทุกคนจ่างก็มองว่าเขร่งขรึมและเยือกเย็นเยยนะ คายบอกว่าช้านชอบของพันน้านกัน (แหะ เห็นฉันเป็นเด็กจริงๆ หรือยังไง ฉันเป็นถึงนักวิจัยผู้ที่ทุกคนต่างก็มองว่าเคร่งขรึมและเยือกเย็นเลยนะ ใครบอกว่าฉันชอบของพรรค์นั้นกัน) ” เอสราใช้มือป้อมๆ ขาวๆ กอดอกกับร่างกายเล็กๆ แล้วเชิดหน้าขึ้น ใบหน้าเล็กๆ กลมๆ พองลมอย่างไม่พอใจ
ให้ตาย เค้ายอมรับว่าชอบจริงๆ ของน่ารักๆ ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เอสราชื่นชอบมาก เพราะงี้เอสราเลยค่อนข้างสนิทกับน้องสาว เพราะตอนเด็กๆ นางชอบชวนเขาไปเลือกซื้อตุ๊กตาด้วยกันอยู่บ่อยๆ
: …งั้นคงไม่เอาสินะครับ :
“เอา!” (เอา!) เอสรารีบเอ่ยทันที คิ้วเล็กๆ ขมวดมู้ด้วยความไม่พอใจ ตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับรุ่นลิมิเต็ดเลยนะ! เขาใช้ให้น้องสาวไปต่อแถวรอซื้อให้อยู่เป็นชั่วโมงยังไม่ได้เลย!! เพราะหมดก่อน
: ….งั้นผมแจ้งรายละเอียดเลยนะครับ ภารกิจของโฮสต์คือ สะสมแต้มบุญให้ได้ 1 ล้านแต้ม โดยแต่ละแต้มจะได้จากความดีที่โฮสต์ทำ และได้จากภารกิจที่ระบบจะมอบให้ในแต่ละสถานการณ์และแต่ละโลก ที่นี่เป็นโลกแรกของโฮสต์ และโฮสต์เข้าใจถูกแล้ว เพราะในอนาคตโฮสต์จะต้องไปทำความดีสะสมแต้มบุญที่โลกอื่นๆ ด้วยครับ เพราะแค่โลกเดียวคงสะสม 1 ล้านแต้มไม่ไหว :
“แย้วพายะกิจในโยกนี้คืออาไย” (แล้วภารกิจในโลกนี้คืออะไร) เอสราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ติดหงุดหงิดเล็กน้อย สะสมแต้มบุญตั้ง 1 ล้านแต้ม ถามจริงเถอะ ขึ้นสวรรค์มันต้องยากเย็นขนาดนั้นเลยหรือไง!
: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ผมยังพูดไม่จบเลย ในระบบของเรามีร้านค้าที่โฮสต์สามารถนำแต้มบุญมาใช้ซื้อของจากทางระบบได้ด้วยนะครับ แต่ว่าโฮสต์ต้องคิดดีๆ เพราะแต้มบุญอาจจะลดลงจนต้องหาใหม่ได้ จะว่าไปโฮสต์ก็เคยอ่านนิยายแนวข้ามมิติพร้อมระบบไม่ใช่หรอกครับ น่าจะพอรู้อะไรคร่าวๆ มาบ้าง ทางผมเองก็คล้ายๆ กันครับ :
“ม่ายเยยอ่าน ไย้สาระ” (ไม่เคยอ่าน ไร้สาระ) เอสราปฏิเสธอย่างไม่ยอมรับ อันที่จริงเขาเคยอ่านกับน้องสาวอยู่เรื่องสองเรื่อง เพราะเธอบังคับให้เขาอ่านเป็นเพื่อน เอสราผู้เป็นพี่ชายที่แสนดี? ก็เลยยินยอมหยิบขึ้นมาอ่านเป็นเพื่อนน้องสาว ในตอนที่อ่านก็เคยคิดนะว่าน่าสนุกดีจัง ได้ไปท่องเที่ยวที่แปลกๆ ด้วย แต่ที่เอสราไม่ได้ตื่นเต้นในตอนแรกที่เจอระบบก็เพราะสาเหตุการตายของตัวเองนั้นมันทุเรศเกินไป
: โอเคครับ ไม่รู้จักก็ไม่รู้จัก งั้นผมต่อเลยนะครับ โลกที่โฮสต์จะไปนั้นไม่แน่ไม่นอน บางโลกโฮสต์ต้องรักษาบุคลิกเดิมของตัวละครไว้ เช่นตัวละครขุนช้างที่โฮสต์กำลังอยู่ในตอนนี้ และภารกิจหลักของโฮสต์ในโลกนี้ก็คือ การชักนำตัวละครเป้าหมายที่มีชื่อว่าขุนแผนออกจากหายนะในอนาคตที่กำลังจะเจอครับ :
‘ก็คือห้ามพระเอกไม่ให้เจ้าชู้? ’
: ใช่ครับ : ระบบตอบ ถ้ามีใบหน้าก็อยากจะพยักหน้าเพราะดีใจที่โฮสต์ของมันเข้าใจอะไรง่ายขึ้นแล้ว
‘แต่ว่าตัวละครที่ฉันอยู่คือขุนช้างที่ไม่ชอบหน้าเจ้านั้นไม่ใช่หรือไง แล้วจะไปช่วยไอหน้าหม้อนั้นได้ยังไงในเมื่อต้องรักษาบุคลิก’
: ค่าความสัมพันธ์ 0% ค่าความสำเร็จของภารกิจ 0% :
‘อะไร?’ เอสราถามขึ้นมาในใจเมื่อหน้าจอใสๆ ลอยขึ้นมาตรงหน้า
: ถ้าค่าความสัมพันธ์กับตัวละครเป้าหมายถึง 50% โฮสต์ก็สามารถออกนอกบุคลิกตัวละครได้แล้วครับ ส่วนค่าภารกิจหลักถ้าครบ 100% โฮสต์ก็สามารถไปโลกอื่นได้ครับ :
‘…อ้อ เข้าใจแล้ว มีแค่นี้ใช่ไหม แล้วไหนล่ะตุ๊กตา’ เอสราแบมือน้อยๆ ไปข้างหน้าทันทีเมื่อถามหาตุ๊กตาที่ระบบสัญญาไว้ว่าจะให้
: ครับ นี่ครับตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มของโฮสต์ครับ :
ว่าแล้วก็มีตุ๊กตาช้างน้อยตัวนุ่มนิ่มหล่นใส่มือเล็กๆ ของเด็กผิวเผือกตัวน้อยทันที เอสราที่เห็นอย่างนั้นก็รีบสวมกอดมันอย่างสุขใจ จนลืมความหิวทั้งหมดไปชั่วขณะ
“นุ่มมมากกเยยย” (นุ่มมากเลย) เอสราใช้ใบหน้ากลมๆ ถูไถไปมากับตุ๊กตาช้างน้อยอย่างน่ารัก ก่อนจะนอนกอดแล้วขบคิดเรื่องต่างๆ ของตัวเอง
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าตัวเองนั้นได้ตายไปแล้ว และได้มีสิ่งแปลกๆ เกิดขึ้นกับตัวเองมากมาย เขารู้ว่าตัวเองกลับไปไม่ได้ทั้งยังก็ไม่มีอะไรให้ต้องกลับไป ถึงจะบอกว่ามีน้องสาวที่รักเขาเหมือนพี่ชายรออยู่ แต่ว่าตอนนี้นางก็กำลังจะมีน้องชายตัวน้อย ดังนั้นเขาจึงคิดว่านางต้องไม่เหงาอย่างแน่นอน
ตอนนี้เขาสามารถคิดว่าตัวเองกำลังได้ผจญภัยไปในที่ต่างๆ เหมือนที่เคยอ่านในนิยายได้ไหมนะ มันดูน่าสนุกดีจัง ถึงจะอยากนอนเฉยๆ ก็เถอะ แต่ว่ามันก็คงน่าเบื่อน่าดูถ้าใช้ชีวิตแบบนั้น
อีกอย่างการทำความดีสะสมแต้มก็ไม่มีอะไรให้ต้องเสี่ยง เพราะมันไม่ได้ไปทำร้ายคนบริสุทธิ์คนไหน ดังนั้นเขาจึงสามารถยอมรับมันได้
แต่ก่อนเป้าหมายของเอสราคือการโค่นล้มตระกูลมาเฟียของพ่อที่ทำชั่วมามากมายจนเขาที่มีสายเลือดยังรู้สึกละอาย แต่ว่าตอนนี้เป้าหมายนั้นสำเร็จไปแล้ว และตอนนี้เป้าหมายต่อไปของเขาก็คือการท่องเที่ยวไปหลายๆ โลก และมีรางวัลเป็นการกินๆ นอนๆ อย่างสุขสบายบนสวรรค์
“ย่างแยกต้องสำยวดตัวเองก่อน จอนนี้ยู่ในย้างเย็ก 2 ขวด จะเปงยังงายก็ม่ายยู้” (อย่างแรกต้องสำรวจตัวเองก่อน ตอนนี้อยู่ในร่างเด็ก 2 ขวบ จะเป็นยังไงก็ไม่รู้) เอสราเอ่ยกับตัวเอง ซึ่งเสียงที่ออกมาก็ทั้งเล็กและไม่ชัดเอามากๆ
: ตอนนี้ยังดึกอยู่ แม้ดวงตาสีทับทิมของโฮสต์จะสามารถมองเห็นได้ดีในที่มืดมากกว่าคนทั่วไป แต่ว่าถ้าจะส่องดูตัวเองในกระจกก็คงลำบากมาก ผมแนะนำให้โฮสต์จุดเทียนที่อยู่บนหัวเตียงนะครับ :
‘ฉันเริ่มรู้สึกสงสัยนายแล้ว ที่รู้เรื่องราวของฉันเยอะแยะขนาดนี้’ เอสราเอ่ยเสียงนิ่งอย่างอดระแวงไม่ได้ เจ้าระบบนี้อ่านความคิดของเขาออกแล้วยังรู้ความลับต่างๆ ของเขาอีก ดีไม่ดีอาจรู้ดีมากกว่าพ่อแม่บุญธรรมของเขาด้วย เพราะเรื่องราวเกี่ยวกับดวงตาที่มีความสามารถพิเศษของเขา เอสราไม่เคยบอกใครเลยสักคน
: โถ่โฮสต์ครับ ผมเป็นระบบที่พระเจ้าส่งมาก็ต้องรู้ข้อมูลของโฮสต์สิครับ : ระบบลอบปาดเหงื่อในใจ ทั้งไหวพริบและความเฉลียวฉลาด ล้วนดีเลิศสมเป็นเจ้านายของมันจริงๆ
“….” เอสราไม่ได้เอ่ยอะไร เขาเลือกที่จะไปจุดเทียนตามคำแนะนำ ถึงจะสงสัยแต่เขาก็ไม่รู้เป้าหมายของมัน แต่ว่าขอแค่ไม่มีเจตนาร้ายก็พอแล้ว และสัญชาตญาณของเขามันก็บอกว่าไม่เป็นอะไร พอจุดเทียนเสร็จเอสราก็ได้เห็นแหวนทับทิมบนนิ้วนางข้างซ้ายชัดๆ เขารู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ เหมือนกับว่ามันเคยมาอยู่บนนิ้วของเขามาก่อน ทั้งๆ ที่เขาก็ไม่เคยซื้อแหวนวงนี้ใส่เลย ‘แหวนวงนี้มาได้ยังไง?’
: …แหวนทับทิม เป็นแหวนที่ผมอาศัยอยู่ครับ : ระบบเงียบไปสักพักก่อนจะเอ่ย
‘งั้นเหรอ’ เอสราพยักเบาๆ พร้อมกับเลิกสนใจ ดีเหมือนกันเพราะถ้าหากเกิดอะไรขึ้น เขาจะได้โยนมันทิ้งทันที เมื่อมันไม่ประสงค์ดีต่อตัวเขา
: ….. : ระบบที่ได้ยินความคิดนั้นก็รีบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ กว่ามันจะเจอนายหญิงของมันไม่ใช่ง่ายๆ มันไม่ยอมโดนโยนทิ้งไปอีกหรอกนะ!
ร่างเล็กๆ ของเด็กน้อยตัวจ้ำม่ำค่อยๆ ปีนลงเตียง ก่อนจะไปนั่งที่ตั่งหน้าคันฉ่องบานใหญ่ ดวงตากลมสีทับทิมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นดวงหน้าน่ารักของตัวเองในกระจก
ผิวกายขาวสว่างจนดูเหมือนซีด แก้มกลมๆ เนียนใสมีเส้นเลือดฝอยกระจายจนอมชมพูแลดูน่ารัก ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มสีแดงอมชมพูสุขภาพดี เส้นผมและขนตาเป็นสีเงินละเอียดยิบยับ ร่างกายจ้ำม่ำน่าฟัด รวมๆ แล้วนี่มันเขาในวัยสองขวบเลยไม่ใช่หรือไง?
“….” เอสรามองตัวเองในกระจกด้วยสายตาอ่านยาก เขาเคยอ่านนิทานไทยเรื่องขุนช้างขุนแผนอยู่บ้าง เพราะต้องสอนแบบฝึกหัดภาษาไทยให้น้องสาว และเขาก็รู้มาว่าขุนช้างไม่ใช่อย่างนี้ เพราะขุนช้างไม่ได้เป็นโรคผิวเผือก แต่เป็นแค่เด็กอ้วนหัวล้านเท่านั้น
: ผมเองก็ไม่รู้นะครับโฮสต์ : ระบบรีบเอ่ยทันทีก่อนที่จะถูกถามจี้จุด
“…เฮ้อ ชางเถอะ” (ช่างเถอะ) เอสราถอนหายใจก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ ยังไงซะเรื่องที่แปลกแบบนี้ก็ไม่ใช่เพิ่งเคยเกิดขึ้น ในเมื่อมันเป็นไปแล้วก็เป็นไป จะไปสนใจมันทำไม
อีกอย่างในยุคสมัยโบราณแบบนี้ โรคผิวเผือกยังไม่เป็นที่รู้จัก เพราะงั้นจะมีผู้คนมองว่าเป็นตัวอัปลักษณ์ก็คงไม่แปลก ยิ่งมีเส้นผมสีขาวเหมือนผมหงอกด้วยแล้ว ก็อาจจะทำให้ขุนช้างตัวจริงอายจนต้องตัดผมทิ้งแล้วหัวล้านเลยก็ได้
ใครจะไปรู้ นิทานมันก็นานมาแล้ว จะถูกใส่สีตีไข่ไปเท่าไหร่ก็ไม่มีใครทราบ
สำหรับเอสราโรคนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะอยู่กับมัน เพราะเขาเองก็เติบโตมากับโรคนี้ ติดอย่างเดียวคือที่นี่จะมีครีมกันแดดหรือเปล่าเถอะ
: ในร้านค้าของระบบมีขายนะครับ 1 ขวดเล็ก 10 แต้มบุญ :
‘…ยังไม่ทันได้หาแต้ม นายก็โฆษณาชวนเชื่อแล้วหรือไง’ เอสราเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนลุกจากตั่งไปดับเทียน นอนรอบนเตียงไม่นานก็มีคนเข้ามา
เขาได้ยินเสียงมาสักพักแล้ว จึงได้ดับเทียนทำให้ห้องเป็นปกติ เพราะถ้าหากจุดเทียนทิ้งไว้คงได้ทำให้คนอื่นตกอกตกใจที่เด็กอายุ 2 ขวบสามารถจุดไฟเองได้
เอสราแอบลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยก็เห็นว่าเป็นสาวใช้ที่เดินเข้ามา อายุน่าจะสัก 16 ชุดที่นางสวมใส่เป็นผ้าเกาะอกเก่าๆ พร้อมผ้าซิ่นสีซีดซึ่งถูกนุ่งเป็นโจงกระเบนดูทะมัดทะแมง นางเข้ามาดูความเรียบร้อยภายในห้องพร้อมกับเตรียมอ่างน้ำสำหรับล้างหน้า คาดว่านางน่าจะเป็นพี่เลี้ยงของขุนช้าง
: ใช่แล้วครับโฮสต์ นางเป็นพี่เลี้ยงของโฮสต์ ชื่อนางชบาครับ :
‘….’ เอสรานิ่งเมื่อได้ยินที่ระบบเอ่ย ดูเหมือนว่าสาวใช้ที่ชื่อชบาจะไม่ได้ยินเสียงของระบบสินะ
: คนนอกไม่ได้ยินเสียงของผมหรอกครับ :
‘แล้วตุ๊กตากับแหวนล่ะ’ เอสราเอ่ยถามขึ้นมาในใจ ถ้ามีคนถามว่าเขาได้ของสองชิ้นนี้มายังไง เขาควรจะตอบว่ายังไง? ระบบให้มางี้เหรอ
: สำหรับรางวัล ทางระบบได้สร้างสถานการณ์ให้ไม่เป็นที่น่าสงสัยของตัวละครอื่นแล้วครับ แต่ว่าถ้าโฮสต์ซื้อของจากระบบ ระบบไม่ได้สร้างสถานการณ์ขึ้นมาให้นะครับ โฮสต์ต้องแถเอาเอง :
‘อื้อ’ เอสราพยักหน้าเบาๆ ในใจ ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยจนถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็แทบไม่เห็นเมื่อสาวใช้นางนั้นเดินเข้ามาปลุก
“คุณชายน้อยเจ้าค่ะ ตื่นเถิดเจ้าค่ะ วันนี้ท่านขุนศรีวิชัยอยากร่วมทานสำรับกับคุณชายน้อยนะเจ้าคะ”
“….” เอสราที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำเป็นงัวเงียลุกขึ้นมา “ท่านป้อหยือ” (ท่านพ่อหรือ)
“ใช่เจ้าค่ะคุณชายน้อย ท่านขุนเพิ่งกลับถึงเรือนเมื่อยามดึก นายน้อยหลับไปแล้วนายท่านจึงไม่รบกวน แต่รอทานสำรับยามเช้ากับคุณชายน้อยเจ้าค่ะ” นางชบาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นางดูแลคุณชายน้อยผู้นี้มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก แม้สีผิวและสีตาจะแปลกพิลึก แต่ก็อดมิได้ที่นางจะรักและเอ็นดู
“….” เอสราพยักหน้างึกๆ มองนางที่ใช้ผ้าสะอาดเช็ดหน้าให้อย่างอ่อนโยน มองจากแววตาก็รู้แล้วว่านางจริงใจที่จะทำและเอาใจใส่เขาแค่ไหน เพราะนางทำเบามากจนเขาไม่เจ็บเลยทั้งๆ ที่คนผิวเผือกผิวจะบอบบางมากแท้ๆ
“มาเจ้าค่ะ ข้าเจ้าแต่งตัวให้นะเจ้าค่ะ” ว่าแล้วนางก็จับคุณชายน้อยของนางแต่งตัวทันทีอย่างที่เคยทำเป็นประจำ
เอสรายืนอยู่นิ่งๆ ให้นางแต่งตัวให้ เสื้อผ้าและโจงกระเบนเนื้อดีถูกใส่ให้อย่างระมัดระวัง ต่อมาก็ข้อมือข้อเท้าที่ถูกสวมใส่ให้สมฐานะ
“จอบใจนะชบา” (ขอบใจนะชบา) เอสราเอ่ยขอบคุณนางด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ยินดีเจ้าค่ะคุณชายน้อยของบ่าว” นางชบายิ้มตามรอยยิ้มน่ารักจนแก้มปริ วันนี้คุณชายน้อยของนางช่างน่ารักกว่าทุกวันนัก “ไปหาท่านขุนและคุณหญิงกันเจ้าค่ะ”
“อื้อ” เอสราพยักงึกๆ ก่อนร่างจ้ำม่ำจะลุกออกจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องไป
: ทางซ้ายครับโฮสต์ :
“….” เอสราเดินไปตามทางที่เจ้าระบบบอก ก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นใบหน้าพ่อมาเฟียของตัวเองซึ่งนั่งรออยู่ข้างๆ แม่นิสัยเสีย นางทำหน้าไม่พอใจเมื่อเห็นเขา แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเพราะพ่อนั่งอยู่
…
มาเติบโตไปกับน้องเอสรากันค่ะ
นิยายเป็นฟิวสบายๆ เรื่อยๆ อ่านเพลินๆ
จำนวนคำเกินที่ตั้งไว้ไปหน่อย แต่ถือว่าเป็นคำขอบคุณที่ทุกคนเข้ามาอ่านนะคะ
ปล.อันที่จริงเราค่อยข้างกังวลค่ะ พีเรียดไทยขายยาก เราเขียนมาเรื่องสองเรื่องไม่มีเรื่องไหนปังเลยค่ะ
5555 ไม่รู้ว่าเอาแนวนี้มาเป็นโลกแรกคนจะหายหรือเปล่า
แต่เราอยากเขียนมากกก เพราะงั้นลุยกันต่อค่ะ!!
ปล2.ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ฝากกดใจและคอมเม้นเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ