แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติแม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ
ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน
“ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”
ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่
ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก
: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :
“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”
: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :
“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”
: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :
“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”
: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :
“เอา! ฉันจะเอา!”
: …. :
_______________
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา
น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา
เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า
น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”
มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ
________________
เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่
7 ก.ย. 66
ตอนที่ 8.
เจ้าช้าง เมื่อไหร่เจ้าจะตื่นมาเล่นกับข้า
“อ้ายโจรเถื่อนมันกล้าทำร้ายพ่อช้างรึ!!! มันไปทางใด!!”
หลวงไกรศึกก็วิ่งตามสหายมาติด ๆ พอเห็นหลานน้อยบาดเจ็บก็เดือดดาลไม่แพ้กัน
“มันหนีเข้าป่าไปแล้ว พี่รีบมาดูลูกก่อน อยู่ ๆ ก็สลบ ข้ากังวลนัก” นางเทพทองเร่งผัวให้มาดูบุตรชายในอ้อมแขน
ขุนศรีวิชัยแม้จะโกรธจัด โทสะสุมเต็มอก ทว่าก็รีบเข้าไปดูบุตรชายว่ามีบาดแผลที่ตรงใด พอแน่ใจว่าเลือดนี้ไม่ใช่ของบุตรชายก็ให้โล่งอกขึ้นมา “คงตกใจเลยสลบไป”
“…/…” นางเทพทองและหลวงไกรศึกไม่ใคร่จะเชื่อ ทว่าก็พอที่จะวางใจว่าเด็กน้อยยามนี้ปลอดภัย
“เอ็งพาลูกเมียไปพักที่เรือนข้า ข้าจะจับโจรที่เหลือเข้าตะราง และลงโทษมันให้สาสม” หลวงไกรศึกเอ่ยกับสหายด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเข้มขรึม
“ได้ ขอบน้ำใจเอ็งมาก” ขุนศรีวิชัยอุ้มลูกน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะจูงมือเมียไปที่เรือนสหาย
เบื้องหลังเป็นเรือนของตนที่ถูกไฟเผาไหม้ไปแทบครึ่งหลัง แลำมีเสียงรบราฆ่าฟันกันอยู่เนือง ๆ
‘แจกจ่ายเงินทองมากมาย ท่านไม่คิดว่าจะล่อสายตาโจรเถื่อนหรือ?’ เสียงเล็ก ๆ พร้อมใบหน้าที่ใสซื่อของบุตรชายตัวน้อยลอยเข้ามาในหัว
“พ่อผิดเองที่ไม่ฟังคำเตือนลูก จึงทำให้ลูกและแม่ลูกเกิดอันตรายเช่นนี้” ริมฝีปากหนาก้มลงหอมหน้าผากบุตรชายตัวน้อยอย่างรักใคร่เอ็นดูและรู้สึกผิด
๑ วันผ่านไป ข่าวเรื่องเรือนของเศรษฐีเมืองสุพรรณถูกโจรปล้นชิงทรัพย์ก็แพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่ง
ไม่ว่าบ้านข้างเรือนเคียงใดก็เอาแต่พูดถึงเรื่องนี้กันอย่างออกรสและขวัญเสีย เหล่าชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างบอกว่าในคืนนั้นมีทั้งเสียงคนร้องและเสียงฆ่าฟัน น่าหวาดหวั่นเสียจนยิ่งพูดก็ยิ่งขนลุก
ในเมืองสุพรรณนี้มีบ้านใดไม่รู้ว่าท่านขุนศรีวิชัยมีจิตใจดีงามและใจบุญราวกับขุนเขา พอรับรู้ข่าวว่าท่านรวมทั้งครอบครัวปลอดภัย ก็พากันโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง
อย่างน้อยก็ไม่เลวร้ายถึงขนาดถูกฆ่ายกเรือน เรื่องนี้ต้องให้ความดีความชอบต่อท่านหลวงไกรศึก ที่ทุกคนในเมืองต่างก็มองว่าเขาเป็นพ่อวีรบุรุษประจำเมืองสุพรรณ
อีกฝ่ายรวมไพร่พลและเข้าช่วยเหลือสหายได้อย่างรวดเร็ว ชื่อเสียงอันดีงามนี้จะถูกผู้คนพูดต่อไปอีกหลายปีแน่นอน
หลวงไกรศึกทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อจับโจรใส่โซ่ตรวนและใช้วิธีจารีตนครบาลเค้นความ
ขุนศรีวิชัยเองก็ไม่ได้อยู่นิ่ง เขาเขียนใบบอกและให้ม้าเร็วส่งเป็นทอด ๆ ให้ถึงพระนคร เพื่อรายงานสถานการณ์แก่สมเด็จพระพันวษาเพื่อให้พระองค์ทราบและตัดสินโทษโจรป่า จากนั้นเขาก็จัดการศพในเรือนต่อ
ศพโจรเขาก็ตัดหัวมันเสียบด้วยไม้ไผ้ปักประจานที่ประตูเมือง ปล่อยให้กาแร้งกิน เพื่อไม่ให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ส่วนร่างก็ให้คนลากไปทิ้งที่ป่าช้า
ส่วนศพของทาสในเรือน เขาก็เป็นเจ้าภาพออกค่าทำศพให้ พร้อมนิมนต์พระมาสวดและเผาตามประเพณี
เรือนที่ถูกไฟไหม้เขาสั่งทาสที่ไม่บาดเจ็บและจ้างชาวบ้านให้มาซ่อมแซม ดีที่ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของเขาไม่ถูกเผา ไหนจะยังมีที่ฝังดินไว้ ไม่เช่นนั้นเรื่องทุกอย่างคงยากเย็นกว่านี้
พวกเขาทั้งสองใช้เวลาไปกว่าสองวันหลังเกิดเรื่อง กว่าจะลงตัวก็ทำเอาอ่อนเพลียเพราะไม่ได้หลับไม่ได้นอน
ทว่าบุตรชายที่รักของขุนศรีวิชัยกลับไม่เคยตื่นขึ้นมาสักครั้งหลังเกิดเหตุ นั่นทำให้บิดาที่รักลูกดั่งแก้วตาดวงใจ นึกเป็นห่วงอยู่ทุกเพลา
เขาทั้งสั่งให้หมอที่มีฝีมือที่สุดในเมืองสุพรรณตรวจดู ทั้งยังให้นางชบาคอยนวดให้บุตรชาย ด้วยกลัวว่าร่างกายจะอ่อนแรงหลังตื่นขึ้นมา
และเพราะเรือนยังสร้างไม่เสร็จ พวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกจึงได้มาอาศัยอยู่ที่เรือนของหลวงไกรศึกชั่วคราว
“เรื่องคราวนี้ ข้ารบกวนเอ็งไว้มาก ขอบใจจริง ๆ” ขุนศรีวิชัยเอ่ยกับสหายด้วยน้ำเสียงขอบคุณจากใจ ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งคุยและปรึกษากันที่ห้องทำงานของอีกฝ่าย “ข้าติดหนี้ชีวิตเอ็ง”
“หนี้อันใด ข้าช่วยเพราะชดใช้หนี้ชีวิตต่างหาก” หลวงไกรศึกเป็นคนตรงไปตรงมา เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้มไม่ได้มีท่าทีล้อเล่น
“หนี้ชีวิต? หมายความเช่นใด จะว่าไปเอ็งรู้ได้เช่นไรว่าเรือนข้าจะถูกปล้น” ขุนศรีวิชัยเริ่มฉุกคิดถึงเรื่องนี้ เพราะการเตรียมไพร่พลจำนวนมากจำเป็นต้องใช้เวลา ทั้งยังต้องวางแผน ไม่มีทางที่จะบังเอิญมีทหารอยู่แถวนั้นถึง 300 นาย
“เอ็งไม่รู้รึว่าจะถูกปล้น” หลวงไกรศึกเอ่ยถามหยั่งเชิง
“ไม่ หากข้ารู้ล่วงหน้าข้าคงพาลูกเมียไปอยู่ที่ปลอดภัยกว่านี้ ข้ารู้แค่ว่าตัวข้ามีเคราะห์ อาจถึงแก่ชีวิตแต่ไม่รู้เวลาใด” ขุนศรีวิชัยเอ่ยอย่างสัตย์จริง
“…แต่ลูกชายของเอ็งรู้ เขาเอานี่มาให้ข้าเมื่อ 4 วันก่อน” หลวงไกรศึกส่งกระดาษที่เด็กตัวขาวให้มา มอบให้บิดาของเจ้าตัวอ่าน อีกฝ่ายรักบุตรชายมาก เขาเชื่อว่าจะต้องยอมรับในความหยั่งรู้อนาคตนี้ได้แน่นอน เขาคิดในใจ ‘ข้าไม่อยากเครียดเรื่องนี้คนเดียว เอ็งเป็นบิดา ต้องรับรู้ด้วย’
ขุนศรีวิชัยรับกระดาษมาก่อนจะเปิดอ่าน เขาจำลายมือของบุตรชายได้ มันเขียนราวไก่เขี่ย อ่านยากนัก ทว่าเมื่อตั้งใจอ่าน ร่างกายของเขาก็ชาวาบทันที “นี่ นี่หมายความเช่นใด”
“เมื่อ ๔ ปีก่อนข้าถูกบุตรชายเจ้าช่วยไว้ จึงทำให้ได้เลื่อนยศและรอดชีวิตมาหาลูกเมีย” หลวงไกรศึกบอกอย่างตรงไปตรงมา ก่อนเขาจะหลับตาลง “ช่างเป็นเด็กที่แปลกยิ่ง”
“ข เขาเป็นลูกของข้า” ขุนศรีวิชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ นิ้วโป้งหยาบเล็กน้อยลูบที่ข้อความช่วงท้าย ‘ผู้ใดจะตายตกก็ย่อมได้ แต่ต้องมิใช่บิดาของข้า’
“แล้วที่ลูกของข้ายังไม่ฟื้น เอ็งรู้หรือไม่ว่าเป็นเพราะเหตุใด?”
“ข้าก็มิรู้” หลวงไกรศึกส่ายหน้า หากโดนของสกปรกเขาย่อมรักษาได้ ทว่านี่เหมือนจะเป็นที่ร่างกายมากกว่า
“…” ขุนศรีวิชัยพูดไม่ออก ‘ทั้งที่รู้เห็นอนาคต แต่เจ้ากลับล้มหมอนนอนเสื่อเช่นนี้ จะให้พ่อรู้สึกเช่นไร ลูกรัก’
ในห้องนอนรับแขก บนเตียงไม้กว้างมีร่างของเด็กชายตัวขาวนอนหลับสนิทมาตลอด 2 วัน ใบหน้าขาวซีดยังคงน่ารักน่าเอ็นดู ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอคล้ายคนนอนหลับสบาย
ด้านข้างเตียงมีเด็กบุรุษที่ใบหน้าเริ่มฉายแววดุคมนั่งเฝ้าไม่ห่าง ดวงตาคมดำคล้ำแดงก่ำอยู่บ้าง เพราะเจ้าตัวแทบจะนอนไม่หลับ ด้วยเป็นห่วงสหายตัวน้อยจับใจ
ในคืนที่เกิดเรื่องเขาแทบจะหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว รู้ตัวอีกที ก็เป็นยามรุ่ง ในตอนนั้นเขาตกใจสุดขีดและทำตัวไม่ถูก ในหัวคิดไปต่าง ๆ นานา ว่าสหายสนิทจะตายตกจากตัวเองไปก่อน
เขากังวลถึงขนาดร้องไห้หนักอยู่นาน จากนั้นเขาก็คอยเฝ้าอีกฝ่ายอยู่ตลอดไม่ไปไหน “เจ้าช้าง เมื่อไหร่เจ้าจะตื่นมาเล่นกับข้า ถ้าเจ้าตื่นข้าจะจับกุ้งให้เจ้าเยอะ ๆ เจ้าชอบกุ้งไม่ใช่หรือ?”
ฝ่ามือที่เริ่มด้านจากการฝึกซ้อมอย่างหนักเพราะบิดาเคี่ยวเข็ญจับมือบอบบางขาวซีดเอาไว้อย่างทะนุถนอม “ในคืนนั้นเจ้าคงหวาดกลัวใช่หรือไม่ …ข้าสัญญาว่าตัวข้าจะเก่งกล้าขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อปกป้องเจ้าและล้างแค้นอ้ายโจรชั่วพวกนั้น”
ในใจของเขามีทั้งความโกรธแค้นต่อโจรป่าเหล่านั้น และรู้สึกอับอายที่ตนเองอ่อนแอเกินไป ในใจหมายมั่นว่าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด
เขาได้ข่าวว่ามีโจรบางส่วนหลบหนีไปได้ แต่ว่าตราบใดที่มันยังเหยียบบนพื้นดิน ตัวเขาก็จะเอาเลือดพวกมันมาล้างเท้าให้สหายให้ได้!!
ดวงตาสีอำพันเต็มไปด้วยห้วงอารมณ์
:ค่าความสัมพันธ์ 60% ค่าความสำเร็จของภารกิจ 20% :
นางชบาเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกะละมังไม้ที่เต็มไปด้วยน้ำอุ่น ก่อนหน้านางเพิ่งจะนวดให้คุณชายของนาง ตอนนี้ถึงเวลาเช็ดตัวและเปลี่ยนอาภรณ์แล้ว
“คุณชายพลายแก้วเจ้าคะ คุณหญิงทองประศรีทรงลงครัวทำสำรับด้วยตนเอง คุณหญิงฝากข้ามาบอกคุณชายให้ไปรับสำรับเจ้าค่ะ”
“ข้าไม่หิว เจ้าช้างตื่นค่อยกิน” พลายแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่สนใจสิ่งใด ดวงตาคมสีอำพันยังคงเฝ้ามองใบหน้าน่ารักของสหายไม่ลดละ
“เจ้าแก้ว ไปหาแม่เจ้าได้แล้วไม่รู้หรือว่าเจ้าทำทุกคนเป็นห่วงไปด้วย” หลวงไกรศึกเดินมาตามบุตรชายด้วยตัวเอง น้ำเสียงที่เอ่ยปกติเพราะไม่อยากเสียงดังรบกวนคนป่วย
พลายแก้วหันไปมองบิดา แววตามีความไม่ยินยอม ทว่าสักพักเขาจึงยอมลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้อง “ท่านพ่อ ข้าอยากเก่งขึ้นจนปราบโจรได้เร็ว ๆ”
“เช่นนั้นเจ้าก็ต้องตั้งใจมากกว่านี้” หลวงไกรศึกเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด ฝ่ามือหนาหยาบกร้านวางลงบนหัวบุตรชาย
บุตรชายของเขาเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกันแล้วนับว่ามีพรสวรรค์ ในอนาคตข้างหน้าจะต้องโดดเด่นและเก่งกาจเหนือกว่าเขาแน่นอน
นางเทพทองจากเดิมที่ไม่ใคร่สนใจบุตรชาย สองวันมานี้กลับลงครัวทำข้าวต้มทุกเช้าเย็นเอง ด้วยคิดว่าเมื่อบุตรชายตื่นขึ้นจะได้ทานข้าวต้มทันที
มิรู้นางคิดไปเองหรือไม่ แต่นางคิดว่าที่บุตรชายหลับใหลเช่นนี้อาจเป็นเพราะฝืนตัวเองเพื่อช่วยนางคราวนั้น ด้วยความไม่รู้ว่าต้องทำเช่นไร จึงได้บอกกล่าวแก่สามี เผื่อว่าจะสามารถช่วยบุตรชายได้บ้าง
และสามีก็บอกให้นางเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ มิให้แพร่งพรายออกไป ด้วยเพราะบุตรชายอาจถูกกล่าวหาว่าเป็นผีสาง จนมีเรื่องเดือดร้อนตามมา ยังดีที่สามียังให้คำมั่นกับนางว่าจะหาวิธีช่วยเหลือบุตรชายให้ได้
“ได้โปรดให้มารดาผู้นี้ได้ทำหน้าที่แม่ที่ดีด้วยเถิด เจ้าช้าง”
วันต่อมาในยามดึกสงัด
ดวงตาสีแดงทับทิมเปิดขึ้นช้า ๆ ในความมืด ความรู้สึกแรกคือหิว ต่อมาคืออาการอ่อนล้า
“…” ใบหน้าน่ารักหันไปมองรอบข้าง ถ้ามีคนเขาก็จะได้เรียกให้ไปหาอาหารมาให้ ทว่าสิ่งที่เขาพบเป็นสิ่งแรกกลับเป็นใบหน้าคุ้นเคยของเด็กเวรที่มีอายุมากกว่าเขาปีหนึ่ง “พลายแก้ว”
น้ำเสียงใส ๆ ที่ติดแหบเล็กน้อยเอ่ยเรียกอีกฝ่าย ต่อให้นอนอยู่ก็ต้องตื่นขึ้นมาหาอะไรให้เขากิน!
“พลายแก้ว” เมื่อเรียกไม่ตื่นเขาก็เริ่มใช้เท้าเขี่ยอีกฝ่าย
“อื้มม” พลายแก้วขยับตัวหนี ทั้งยังหลับต่ออย่างสบายอกสบายใจ แขนข้างหนึ่งยกขึ้นไปพาดบางสิ่งแล้วรัดไว้แน่น
“…” เอสรามองแขนที่พาดอยู่บนอกก็คิ้วกระตุก ยกขาถีบอีกฝ่ายจนตกเตียงทันที
ตุบ!
“อะ โอ๊ยย!” พลายแก้วร้องโอดโอย มือจับก้นตัวเอง รู้สึกเจ็บจนน้ำตาเล็ด ทว่าเมื่อได้สติ เขาก็รีบลุกขึ้นมองคนบนเตียงทันที เมื่อเห็นร่างเล็กของคนที่นอนมานานถึง 3 วันลุกขึ้นนั่ง เขาก็ร้องอย่างตกใจ “เจ้าช้าง!!!”
เสียงนี้เองที่ทำให้คนในเรือนต่างลุกขึ้นมา บ้างก็รีบจุดไฟ บ้างก็รีบเดินมาดู
“ร้องอะไรของเอ็ง ปวดหู” เอสรายกมือขึ้นปิดหูตัวเอง ใบหน้าฉายแววหงุดหงิด
“เอ็งตื่นสักที—” พลายแก้วยังไม่ทันได้ลุกไปดูสหายใกล้ ๆ ประตูห้องที่พวกเขานอนอยู่ก็เปิดออกเสียงดังคล้ายคนเปิดกำลังร้อนใจ
ปึง!
แล้วก็เกิดความชุลมุนวุ่นวายขึ้น กว่าเอสราจะได้กินข้าวต้มก็ใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง และเขาก็กินไปได้ถึง 2 ถ้วยเลยทีเดียว ทว่าพอถึงทีต้องกินยา ใบหน้าน่ารักก็บูดบึ้ง
ถ้าเป็นยาเม็ดก็ว่าไป แต่นี่ยาน้ำต้มสมุนไพร เก็บไว้กินเองเถอะ!! “ข้าไม่ได้ป่วย”
…
ขั้นตอน ข้าราชการในสมัยนั้นค่อนข้างยุ่งยากเลยค่ะ
55555 แต่ตอนนี้ก็ยังคงจบอย่างสวยงาม
เหตุการณ์ช่วงหลังเกิดเหตุก็เป็นอะไรที่ใช้พลังสมองเยอะมากเหมือนกันค่ะ
เพราะพวกพ่อๆ ต้องทำอะไรหลายๆ อย่างเลยค่ะ
รายละเอียดในตอนนี้ขอผ่านนะคะ พอดีมันไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ
หนึ่งคอมเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจ
ช่องทางติดตาม
TikTok : www.tiktok.com/@jring_8
Facebook : https://www.facebook.com/jring.497972?
เพจ : https://www.facebook.com/profile.php?id=61583508766908
Ig : https://www.instagram.com/jring.260402?igsh=ZDljeXk1NWp5cTlq&utm_source=qr
x : https://x.com/jring8899?s=21
Lemon8 : www.lemon8-app.com/@jring_8?region=th