แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ - 22. พลายแก้ว! เอ็งโดดเวรรึ!? โดย Jring. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นายเอกเก่ง

รายละเอียด

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ โดย Jring. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."

ผู้แต่ง

Jring.

เรื่องย่อ

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ


ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน

 “ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”


ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่

ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก


: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :


“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”


: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :


“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”


: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :


“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”


: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :

 

“เอา! ฉันจะเอา!”


: …. :



_______________

สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา

น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา

เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า

น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”

มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ

________________

เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่

7 ก.ย. 66


สารบัญ

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-พูดคุย แจ้งเวลาลง,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-บทนำ ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-โลกที่ 1. 1.ภาคพ่อช้างของขุนแผน,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-2. เอาไอ้เด็กนี่ไปไกล ๆ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-3. คงเพราะข้าฉลาดกว่าเอ็ง,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-4. ขุนไกรต้อนควายป่า,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-5. พลายแก้วทำตัวดีๆ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-6. ช่วยขุนศรีวิชัยจากโจร,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-7. ขุนเพชรขุนราม,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-8. เจ้าช้าง เมื่อไหร่จะตื่นมาเล่นกับข้า,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-9. ข้าสัญญาจะฆ่าอ้ายพวกนั้นให้สิ้น,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-10. เจ้าช้าง เอ็งเป็นอันใด!?,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-11. ข้าคิดว่าท่านควรมีบุตรเพิ่มอีกสักคน,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-12. ข้าว่าเอ็งจะตายก่อนได้รักษาใคร,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-13. เณรผู้นั้นใช้เณรแก้วหรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-14. ไอ้ขุนแผนที่ว่ามันเป็นใครรึ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-15. ให้ท่านลุงลงหวายเอ็งสักทีสองที,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-16. ป้อนข้าสักหน่อยได้หรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-17. เอ็งเป็นแม่ทัพนี่ จัดการเลย,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-18. ผู้ใดกัน งานนัก,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-19. จับกุมเชลยและริบทรัพย์สินทั้งหมด,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-20. ไม่ รับแค่เครื่องบรรณาการก็พอ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-21. อยากเป็นเมียหมาหรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-22. พลายแก้ว! เอ็งโดดเวรรึ!?,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-23. มือคนจับอาวุธ เอ็งเจ็บรึ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-24. ทำอะไรเคยนึกถึงหัวอกข้าหรือไม่!

เนื้อหา

22. พลายแก้ว! เอ็งโดดเวรรึ!?

ตอนที่ 22.

พลายแก้ว! นี่เอ็งโดดเวรรึ!?

พลายแก้วได้ยินก็ขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ว่าความรู้เรื่องพิษของคู่เคียงมีมากแค่ไหน แต่ก็เห็นอีกฝ่ายคลุกคลีกับของพวกนี้มาตั้งแต่เริ่มทำกิจการแล้ว “มันมีฤทธิ์เช่นไรรึ?”


“ยี่โถ มันมีพิษทั้งต้นโดยเฉพาะยาง ถ้าเผลอกินเข้าไปจะทำให้คลื่นไส้ หัวใจเต้นผิดจังหวะ” เอสราหยิบมันขึ้นมาก่อนจะโยนใส่หีบที่รวมพืชมีพิษเอาไว้ คนที่เขาให้ไปเก็บมาก็เป็นบ่าวในเรือน หลังเก็บเขาก็สั่งให้ล้างมือทุกคน


“ร้ายแรงเช่นนี้!?” นางวันทองยกมือขึ้นปิดปาก และมีสีหน้าตื่นกลัว “หากทำน้ำปรุงและเผลอกินเข้าไปจะทำเช่นไรละเจ้าช้าง”

เวลาทาต้องใช้มือ แล้วถ้าเผลอหยิบอาหารเข้าปากละ?


“ใครจะใช้เจ้านี้ทำกัน” เอสราตอบ เขาจะเอามันมาเคลือบอาวุธต่างหาก อาวุธหลายชิ้นพิษที่ใช้เคลือบก็หมดฤทธิ์ไปหลายชิ้นแล้ว เพราะไม่มีสารที่ยึดเกาะแต่เป็นของธรรมชาติทั้งหมด “อย่าถามมากเลย พวกเจ้ามาก็ช่วยข้าแยกพืชพวกนี้หน่อย หลังจับแค่ล้างมือก็พอ”


“ก็ได้” นางวันทองแม้จะหวั่น ๆ แต่ก็ยอมช่วย เพราะนางเชื่อใจในสหาย อีกอย่างสามีก็เป็นหมอยา นางคงไม่เป็นอะไร


พลายแก้วไม่พลาดที่จะช่วยอยู่แล้ว ตามจริงเขาอยากเรียนรู้เรื่องพิษกับคนงามด้วยซ้ำ แต่ว่าอีกฝ่ายไม่สอนให้ เพราะงั้นเขาจึงต้องครูพักลักจำเอา

ดังนั้นในระหว่างที่ช่วยกันแยกพืชพรรณจึงมีเสียงพูดคุยถามไถ่ของทั้งสามคนอยู่ตลอด บรรยากาศในศาลาริมน้ำจึงดูไม่ได้เงียบเหงาเลย


“ทั้งสามคนสนิทกันดีจริง” นางเทพทองที่ยืนมองอยู่บนเรือนกล่าวยามมองไปที่บุตรชาย ด้านหลังมีบ่าวอย่างนางส้มและนางสายยืนเยื้องออกไปค่อยรับใช้


“คงเพราะว่าเป็นสหายกันตั้งแต่เด็กเจ้าค่ะ” นางส้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม


“เฮ้อ แม่วันก็มีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้ว แล้วดูลูกชายข้า” นางเทพทองเอ่ยอย่างหนักใจ ถึงตรงนี้นางก็ยังรับไม่ได้ที่บุตรชายเอ่ยว่าชมชอบบุรุษ ต่อให้เป็นพ่อขุนแผนที่นางค่อนข้างพอใจในฐานะและนิสัย แต่หลานของนางละ?

สามีของนางก็พยายามทำลูกอยู่ทุกคืน แต่นางกินยาห้ามครรภ์มานานหลายปี ร่างกายยามนี้ไม่แน่ว่าอาจมีบุตรไม่ได้แล้ว “น่าหนักใจนัก”


“ไม่ลองหาสตรีงามมาอยู่ใกล้ ๆ คุณชายดูล่ะเจ้าคะ” นางสายออกความเห็น คุณชายของนางฉลาดทั้งยังร่ำรวย ต้องมีคนที่อยากเข้าหาแน่นอน


“จะมีคนที่งามกว่าคุณชายของเรารึ?” นางส้มเอ่ยกับสหายอย่างนางสาย


“นั่นสิ” นางสายปิดปากพยักหน้าเห็นด้วย คงไม่มีผู้ใดอยากได้สามีงามกว่าตัวเองแน่


นางเทพทองฟังบ่าวคุยกันก็ไม่ใคร่จะใส่ใจนัก แม้จะน่าหนักใจ แต่ก็คงทำได้เพียงทำใจยอมรับ “ไปเถอะ ใกล้ได้เวลาทานสำรับเที่ยงแล้ว ข้าจะลงครัวสักหน่อย”


“เจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ”



วันเวลาที่สงบมักจะอยู่ได้ไม่นาน ผ่านไปแค่ ๒ วัน ขุนแผนก็ถูกสั่งให้ไปเข้าเวรในวังหลวงเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบข้าราชการ


“ข้าไม่อยากไปเลย” ขุนแผนโอดโอยให้คนที่อยู่ในอ้อมแขนฟัง แต่อีกฝ่ายก็ไม่ใคร่จะใส่ใจกันเลย

คืนนี้เป็นอีกคืนที่เขาแอบมานอนกับคนงาม ทว่ารุ่งเช้าก็จำเป็นต้องเดินทางไปวังหลวงแล้ว


“เช่นนั้นก็ถอดยศทิ้ง แล้วโยนให้หมากินเสีย” เอสรากล่าวอย่างรำคาญ ไม่อยากไปแล้วทำไมต้องวุ่นวายเขาด้วย คนจะหลับจะนอนก็ไม่ได้นอน

อันที่จริงพลายแก้วเพิ่งจะรบชนะ ควรให้อีกฝ่ายได้พักนานกว่านี้หน่อยจริง ๆ แต่เพราะพลายแก้วเริ่มเป็นที่โปรดปราน พระพันวษาจึงต้องการให้ไปอยู่รับใช้ในวังหลวงเพื่อที่จะได้เรียกใช้ง่าย ๆ ผลมันเลยออกมาเป็นเช่นนี้


“เอ็งมันใจร้าย” ขุนแผนเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ ถ้าลาออก เขาก็จะไม่มีงาน ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ไม่มีเงินแล้วข้าจะเอาอะไรเลี้ยงเอ็ง ยังไม่นับว่าต้องเก็บเงินสู่ขออีก “ข้าต้องไปเข้าเวรเป็นเดือนเลยหนา เอ็งจะไม่คิดถึงข้ารึ?”

‘ไม่ใช่ข้าไปแล้วเอ็งจะไปทำตัวสนิทสนมกับผู้อื่นหรอกนะ ดีที่ไอ้ฝรั่งนั้นมันออกเรือไปแล้ว แต่ก็ยังไม่อาจวางใจได้อยู่ดี!’


“รีบนอนได้แล้ว เดี๋ยวก็ตื่นไม่ทันพอดี” เอสราตัดบท มือเรียวยื่นไปตบแผ่นหลังกว้างแผ่วเบา “ไปถึงก็ตั้งใจทำงาน อย่าได้โดดเวรเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่”


“ได้ ข้าเชื่อฟังเอ็ง” ขุนแผนพอถูกลูบหลัง ก็สงบลงอย่างเห็นได้ชัด แท่นแขนหนากอดเอวบางแน่นขึ้น ใบหน้าหล่อคมซุกอยู่ที่บ่าบางใกล้กับคอระหงจนได้กลิ่นหอมที่เขาหลงใหล “…ห้ามไปทำตัวสนิทสนมกับผู้อื่นหนา”


“…”


“…” พลายแก้วเงยหน้ามองเมื่ออยู่ ๆ คนงามก็เงียบไป แล้วก็พบว่าอีกฝ่ายเผลอหลับไปแล้ว ริมฝีปากหนายิ้มบางอย่างอ่อนใจ ‘น่ามันเขี้ยวนัก’


ฟอด

จมูกคมแตะที่แก้มเนียนแผ่วเบาก่อนจะสูดดมกลิ่นหอม ด้วยความรู้สึกรักใคร่อยู่เต็มอก “เมื่อข้าทำตามที่พูดไว้สำเร็จ ข้าจะมาขอเอ็งแน่นอน”

‘สัญญาที่เคยให้เอ็ง ถ้าข้าทำไม่ได้ ข้าก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะดูแลเอ็งแล้ว’



ยามรุ่งสางเอสราก็มายืนส่งพลายแก้วที่ท่าเรือ บิดามารดาของอีกฝ่ายก็มายืนส่งด้วยเช่นกัน

“ข้าไปแล้วหนา” พลายแก้วเอ่ยกับคนงาม ดวงตาคมสีอำพันมองอย่างอาลัยอาวรณ์ หากอีกฝ่ายรับราชการ เราก็คงจะได้ทำงานที่เดียวกัน แต่เขาก็เข้าใจดีว่าคนตรงหน้าไม่ชอบคนในวัง


“รีบไปได้แล้ว” เอสราไล่ เขาเห็นอีกฝ่ายบอกลาแบบนี้อยู่นานสองนานแล้ว ตอนไปรบก็ไม่เห็นจะมีท่าทีอิดออดขนาดนี้


“ข้าไปก็ได้ อย่าคิดถึงข้าแล้วกัน” พลายแก้วกล่าวอย่างน้อยอกน้อยใจแล้วเดินขึ้นไปนั่งบนเรือ ทว่าดวงตาคมก็ยังไม่ละไปจากร่างงามไปไหน


“…” เอสรามองสบตาตอบ เมื่อเรือเริ่มออกจากท่าเขาก็ถอนหายใจแผ่วเบา ‘หวังว่าจะไม่โดดเวรนะ นางลาวทองก็ไม่ได้มาด้วยแล้ว คงไม่มีเหตุผลอะไรให้ทำแบบนั้น’


“เข้าไปทานขนมที่เรือนป้าก่อนเถอะ ตอนเช้าป้าทำขนมไว้เผื่อหลานเยอะทีเดียว” นางทองประศรีเอ่ยกับพ่อช้างด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นางรู้สึกดีใจที่สามีหายเป็นปกติ ยามนี้สุราไม่แตะ ทั้งอารมณ์ยังไม่ได้ฉุนเฉียวดังเดิมแล้ว

มันทำให้นางรักหลานคนนี้ที่รักษาสามีของนางมากขึ้น เพราะหลังสามีเลิกสุรา อะไร ๆ ก็ดีไปหมด ส่วนไหเหล้ามากมายที่อยู่ในเรือนตอนนี้ก็แจกจ่ายขายทิ้งไปหมดแล้ว


“ขอบน้ำใจขอรับ” เอสราไม่ปฏิเสธ ร่างเล็กเดินตามหลังสตรีวัยกลางคนไปทันที


“เช่นนั้นลุงจะไปคุยกับพ่อของหลาน” หลวงไกรศึกเห็นตัวเองเป็นส่วนเกินก็เดินไปที่เรือนของสหายแทน

เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขากำลังลงโทษขุนนางที่บังอาจกราบทูลพระเจ้าแผ่นดิน จนบุตรชายของพวกเขาต้องไปเสี่ยงตายในสนามรบ

แม้จะทำอย่างโจ่งแจ้งไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทำให้มันเดือดร้อนไม่ได้


หลังพลายแก้วไปเข้าเวร ทุกอย่างก็กลับมาเรียบง่ายอีกครั้ง เอสรายังคงพยายามทดลองทำครีมกันแดดอยู่ทุกวัน งานในกิจการก็ได้กำไรตามเคย

ส่วนนางวันทอง ก็คอยมาหาพูดคุยเล่นด้วยอยู่เกือบทุกวัน เพราะสามีนางก็ต้องเข้าวังไปทำงานเป็นหมอหลวงเช่นกัน


“ไปเดินเล่นที่ตลาดกันเจ้าช้าง” นางวันทองเอ่ยกับสหายสนิทด้วยน้ำเสียงรบเร้า วัน ๆ อีกฝ่ายอยู่แต่ในเรือนไม่เบื่อบ้างรึ?


“ตลาดที่ใด?” เอสราถาม แต่มือก็ยังจดบันทึกสิ่งต่าง ๆ ของผลทดลองไปด้วย

สายลมเย็นสบายในศาลาพัดผ่านจนเส้นผมสีเงินขยับพลิ้วไหวและสัมผัสกับกรอบหน้างดงาม


“ตลาดป่าข่อย ข้าได้ข่าวว่าสำเภาจีนมาเทียบท่าเยอะนักช่วงนี้ บิดาข้าไปดูของแทบทุกวัน” นางวันทองเอ่ยด้วยอารมณ์สดใสทันที


“พี่ชบาไปบอกให้คนเตรียมเรือ ข้าจะไปเดินตลาด” เอสราหันไปสั่งสาวใช้ของตัวเอง ดีเหมือนกัน เขาก็อยากรู้ว่าความนิยมตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว


“เจ้าค่ะคุณชาย” นางชบาก้มศีรษะรับคำสั่ง ก่อนจะรีบออกจากศาลาไปบอกให้ผัวเตรียมเรือให้คุณชาย ผัวของนางก็เป็นบ่าวในเรือนนี้นี่แหละ


นางวันทองยิ้มหน้าบานทันทีเมื่อตัวเองจะได้ไปเที่ยวกับสหาย ยามปกติหากนางต้องไปที่ใด ไม่บิดาพาไป ก็ต้องเป็นสามีที่พาไป

และคนที่สามารถพานางไปเที่ยวได้เช่นกัน ก็คือสหายของนางคนนี้ อีกฝ่ายไปที่ใดก็ได้ บิดามารดาไม่เคยห้าม นับว่าน่าอิจฉาแต่ก็เข้าใจเพราะตัวนางเป็นสตรี


เมื่อบ่าวเตรียมเรือเรียบร้อย เอสราและนางวันทองก็นั่งเรือออกจากท่า พวกเขานั่งกันคนละลำ ทั้งยังมีเรือบ่าวติดตามดูแลรับใช้อีก ๒ ลำด้านหลัง



ยามดึกสงัด

“เจ้าช้าง” ขุนแผนปลุกคนที่กำลังนอนหลับกอดตุ๊กตาเสียงเบา ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มหลังจากที่ต้องติดคุกทองอยู่ในวังหลวงนานถึง ๑๕ วัน

ห่างกับอีกฝ่ายนานขนาดนี้ทำเอาเขาใจจะขาด

ส่วนหน้าที่ในวังหลวงของเขานั้นไม่ได้มีอะไรมากมาย ส่วนใหญ่คือต้องให้คำปรึกษาเรื่องศึกสงคราม ช่วยตรวจดูดวงบ้านเมืองและทำพิธีตามที่ได้รับมอบหมาย

แต่ระเบียบวินัยที่ต้องรักษาอย่างเคร่งครัด ก็ทำเอาเหมือนติดอยู่ในคุก “เจ้าช้างตื่นสักครู่ได้หรือไม่”

พอปลุกแล้วไม่ตื่น ใบหน้าหล่อเหลาก็ขยับเข้าไปใกล้ใบหน้างดงามมากขึ้น จมูกคมซุกไซร้อยู่ที่แก้มเนียน ‘ขอข้าเติมกำลังใจหน่อยเถิด’


“อืมม” เอสราขยับใบหน้าหนี ร่างกายบอบบางพลิกตัวไปอีกฝั่ง


“เจ้าช้าง” ขุนแผนกระซิบเสียงแหบพร่าที่ข้างใบหูเล็กก่อนจะขบเบา ๆ เมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะตื่นก็ละเลงลิ้นเลียใบหูเล็กทันที


“? ..” เอสราสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ดวงตาสีทับทิมกะพริบปริบ ๆ เมื่อรู้สึกชื้นที่ใบหู ทว่าเมื่อเห็นว่าใครอยู่ในห้องก็ผุดตัวลุกนั่งทันที “พลายแก้ว! นี่เอ็งโดดเวรรึ!?”

เร็วกว่าความคิด มือของเขาก็พุ่งเข้าไปบิดหูอีกฝ่ายแล้ว ‘ยังไม่ถึงเดือน แล้วที่กลับมาแบบนี้มันหมายความว่ายังไง!!’


“อ โอ๊ย ข้าเจ็บหนา” ขุนแผนแกล้งร้องโอดโอย ใบหน้าหล่อเหลาทำสีหน้าขอความเห็นใจ “ข้าไม่ได้โดดเวรหนา”


“ไม่ได้โดดแล้วเอ็งมาอยู่นี่ได้ยังไง” เอสราถามเสียงฉุน ก่อนจะยอมปล่อยหูอีกฝ่าย อารมณ์ตอนนี้เดือดสุด ๆ เพราะถ้าอีกฝ่ายโดดจะต้องถูกลงโทษแน่นอนถ้าถูกจับได้


“ช่วงนี้มีกองโจรป่าออกปล้นตามหัวเมืองต่าง ๆ ข้าเลยถูกสั่งให้ไปจัดการในฐานะกองปราบ” ขุนแผนรีบอธิบายก่อนที่ตัวเองจะถูกคนงามทำมากกว่าหยิกหู “ได้ข่าวว่าพวกมันกำลังซ่อนตัวอยู่แถบถ้ำกระแซที่กาญจนบุรี ข้ายกกำลังมาถึงสุพรรณเลยหยุดพัก และคิดถึงเอ็งถึงได้มาหา”


“…” เอสรานั่งฟังจบแล้วก็นิ่งไป ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “เช่นนั้นเอ็งก็ควรตั้งใจทำงาน มาหาข้าเช่นนี้ได้อย่างไร”


“ก็ข้าคิดถึงเอ็งใจจะขาด” ขุนแผนเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยใจ เขามาหาขนาดนี้ยังใจร้ายไล่เขาได้ลงคอ 

ใบหน้าหล่อคมซบลงที่ไหล่บาง “งานในวังหลวงช่างน่าปวดหัวนัก”


“คงไม่น่าปวดหัวเท่าตอนไปรบกระมัง” เอสรากล่าวเสียงอ่อนใจ ยอมนั่งนิ่งให้ชายหนุ่มทำตัวเหมือนหมาอ้อนเจ้าของ

ตอนไปรบไหนจะต้องดูแลทหารหลายพันนาย ออกคำสั่งวางแผนรบ เดินทางคุมเชลย ทุกวันมีแต่ความกดดัน ถึงตัวเขาจะไม่ค่อยได้ทำอะไรก็เถอะ


“พอไม่มีเอ็ง ก็ดูจะน่าเบื่อไปหมด” ขุนแผนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหมดแรง “สำหรับข้าคราวที่ไปรบยังไม่น่าปวดหัวขนาดนี้”

ไหนจะกฎระเบียบในวัง ไหนจะอารมณ์ของพระเจ้าแผ่นดิน เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมคนงามไม่อยากรับราชการ

ทว่าแม้จะเหนื่อยใจแต่เขาไม่เคยเหนื่อยกายสักครั้ง เขายังคงอยากทำงานต่อไปเพื่ออนาคตของตัวเองและอนาคตที่จะได้ดูแลอีกฝ่ายให้มีสุขสบาย

เขามานี่ก็แค่อยากได้กำลังใจก่อนไปปราบโจรเท่านั้น


“…ทำตัวเป็นเด็กนัก” เอสรากล่าวอย่างหมดคำพูด ทว่าก็ไม่ได้รำคาญอะไร เพราะเขารู้ดีว่างานในรั้วในวังแม้มันจะพาชื่อเสียงและลาภยศมาให้ แต่ก็เป็นงานที่หนักพอสมควร “แล้วเอ็งจะพักที่สุพรรณหนึ่งคืนรึ?”


“ไม่พัก อีกครู่ก็ต้องเดินทางต่อ” ขุนแผนส่ายหน้า ถ้านอนได้เขาก็อยากนอนและคงไม่ปลุกคนงามกลางดึก แต่ว่าถ้าล่าช้าไปกว่านี้อาจทำให้พวกโจรป่ามันหนีไปก่อนที่พวกเขาจะไปถึง


“เช่นนั้นก็เดินทางปลอดภัย” เอสราเอ่ยจบก็ล้มตัวลงนอนต่อ เวลานี้ดึกเกินไป เขาง่วงจนตาจะปิดอยู่แล้ว


“…” ขุนแผนมองคนงามที่นอนหนีตัวเองไปตาปริบ ๆ



จบตอนค่ะ

ตอนนี้เกลาสำนวนถึง 5 ทุ่มอีกแล้ว

พระเอกเปลี่ยนชื่อ ทำเอาเขียมผิดๆ ถูกๆ เลยค่ะ

แต่ว่า เราจะให้นายเอกเรียก พระเอกแบบเดิมเพราะความชินปาก

และจะแทนบทพลายแก้วว่าขุนแผนต่อจากนี้ค่ะ 


ปล.จากข้อมูลที่เราหามา หลังขุนแผนพักไม่กี่วัน ก็ถูกเรียกตัวไปเข้าเวรในวังหลวงตามคำสั่งขุนหลวง ทว่าผ่านไปประมาณ ๑๕ วันก็ได้ข่าวคราวว่านางลาวทองล้นป่วยหนัก ด้วยความรักจึงได้โดนเวรไปหา ขุนช้างไม่พลาดที่จะฟ้อง แน่นอนว่าขุนหลวงโกรธมากจึงยึดนางลาวทองเข้าวัง และในช่วงเวลานั้น ขุนช้างก็ใช้กลอุบายชิงตัวนางวันทองสำเร็จ

ขุนแผนโกรธแค้นขุนช้างมาก จึงทิ้งยศชั่วคราวแล้วหนีเข้าป่าไปหาของที่จะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น เพื่อชิงตัวนางวันทองคืน(ถ้าข้อมูลผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยนะคะ)


ปล2.การเข้าเวรในสมัยนั้นคือระบบ เข้าเดือนออกเดือน ซึ่งไพร่หลวงต้องเดินทางจากบ้านเกิดไปเข้าประจำการที่กรมกองในเมืองหลวงเป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อรับใช้ราชการหรือทำการรบ ก่อนจะได้รับอนุญาตให้กลับไปทำนาเลี้ยงครอบครัวอีกหนึ่งเดือนสลับกันไปตลอดทั้งปี


หนึ่งคอมเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจ