แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ - 17. เอ็งเป็นแม่ทัพนี่ จัดการเลย โดย Jring. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นายเอกเก่ง

รายละเอียด

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ โดย Jring. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."

ผู้แต่ง

Jring.

เรื่องย่อ

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ


ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน

 “ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”


ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่

ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก


: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :


“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”


: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :


“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”


: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :


“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”


: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :

 

“เอา! ฉันจะเอา!”


: …. :



_______________

สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา

น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา

เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า

น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”

มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ

________________

เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่

7 ก.ย. 66


สารบัญ

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-พูดคุย แจ้งเวลาลง,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-บทนำ ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-โลกที่ 1. 1.ภาคพ่อช้างของขุนแผน,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-2. เอาไอ้เด็กนี่ไปไกล ๆ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-3. คงเพราะข้าฉลาดกว่าเอ็ง,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-4. ขุนไกรต้อนควายป่า,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-5. พลายแก้วทำตัวดีๆ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-6. ช่วยขุนศรีวิชัยจากโจร,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-7. ขุนเพชรขุนราม,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-8. เจ้าช้าง เมื่อไหร่จะตื่นมาเล่นกับข้า,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-9. ข้าสัญญาจะฆ่าอ้ายพวกนั้นให้สิ้น,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-10. เจ้าช้าง เอ็งเป็นอันใด!?,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-11. ข้าคิดว่าท่านควรมีบุตรเพิ่มอีกสักคน,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-12. ข้าว่าเอ็งจะตายก่อนได้รักษาใคร,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-13. เณรผู้นั้นใช้เณรแก้วหรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-14. ไอ้ขุนแผนที่ว่ามันเป็นใครรึ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-15. ให้ท่านลุงลงหวายเอ็งสักทีสองที,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-16. ป้อนข้าสักหน่อยได้หรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-17. เอ็งเป็นแม่ทัพนี่ จัดการเลย,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-18. ผู้ใดกัน งานนัก,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-19. จับกุมเชลยและริบทรัพย์สินทั้งหมด,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-20. ไม่ รับแค่เครื่องบรรณาการก็พอ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-21. อยากเป็นเมียหมาหรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-22. พลายแก้ว! เอ็งโดดเวรรึ!?,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-23. มือคนจับอาวุธ เอ็งเจ็บรึ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-24. ทำอะไรเคยนึกถึงหัวอกข้าหรือไม่!

เนื้อหา

17. เอ็งเป็นแม่ทัพนี่ จัดการเลย

ตอนที่ 17.

เอ็งเป็นแม่ทัพนี่ จัดการเลย

“หาาาา!?” เอสราตกใจยิ่งกว่าใครจนส่งเสียงออกมา ดวงตาสีทับทิมเบิกกว้าง ต่อให้เป็นไปตามเนื้อหาตัวเขาก็ไม่ได้ไปรบ ทั้งตอนนี้เขายังไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับคนในรั้วในวังด้วย “…”


“พวกเจ้าทั้งสองอย่าชักช้า เราต้องรีบไปกันได้แล้ว” ผู้คุมสารเอ่ยเร่ง


พลายแก้วสบกับดวงตาสีทับทิมของสหาย ก็พบว่าอีกฝ่ายตอนนี้หงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด มุมปากของเขายกขึ้นจาง ๆ ‘ดูเหมือนวันนี้จะไม่สงบจริง ๆ อย่างที่เอ็งว่า’ 

“มาเถิด ข้าสัญญาจะดูแลเอ็งให้ดี”


“เหอะ” เอสราส่งเสียงขึ้นจมูก แต่จะทำอันใดได้ ก็มีแต่ต้องไป ไม่งั้นคงถูกพระเจ้าแผ่นดินอะไรนั้นสั่งประหารแน่


“ไปเอาร่มมา” พลายแก้วหันไปสั่งบ่าวที่อยู่ใกล้ ๆ เมื่อได้ร่มมาเขาก็กางร่มให้สหาย ก่อนพวกเขาจะเดินออกจากเรือนไปพร้อมกัน


หลวงไกรศึกและนางทองประศรี มองทั้งสองคนที่เดินคู่กันออกจากเรือน

“ช่างเป็นคู่ที่มีชะตาร่วมกันนัก” นางทองประศรีเอ่ยเสียงเบาข้างสามี


“ข้าต้องแจ้งเรื่องนี้ให้ขุนศรีวิชัยรับรู้ ไม่แน่ว่าเจ้านั้นก็คงไม่รู้ว่าบุตรชายต้องไปรบ” หลวงไกรศึกเอ่ย ตนเดาว่าสหายต้องโกรธจัดจนเร่งเดินทางไปกรุงศรีอยุธยาแน่นอน


“คิดถึงตรงนี้ แม่ช้างคงตกใจไม่น้อย” นางทองประศรีนึกถึงนางเทพทอง ขนาดนางยังตกใจ ไม่รู้สหายจะตกใจจนเป็นลมไปหรือไม่


เอสราและพลายแก้วต้องเร่งนั่งเรือกระแชงจากสุพรรณบุรีเข้ากรุงศรีอยุธยาโดยด่วน

พวกเขาทั้งสองคนต้องเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินพร้อมกัน พลายแก้วเข้าเฝ้าเพื่อรับดาบอาญาสิทธิ์และพระอัยการ

ส่วนเอสรา พระยาอุปราชเจ้าเมืองสุพรรณบุรีบอกว่าอีกฝ่ายได้อ่านสารด่วนจึงส่งคนไปตามพวกเขา ท่านเอ่ยว่าตัวเขาที่เป็นบุตรชายของขุนน้ำขุนนางแต่ไม่รับราชการ ถือว่าไม่มีความจงรักภักดี จึงต้องไปรับใช้แผ่นดินเพื่อพิสูจน์ความจงรักภักดี

ต่อให้ไม่เก่งเรื่องรบ แต่การสนับสนุนกองทุนซื้อเสบียงให้กองทัพก็ถือว่าสร้างคุณงามความดีเช่นกัน


“ทำหน้ามุ้ยมาทั้งวัน ไม่เมื่อยหน้าบ้างรึ?” พลายแก้วแซวสหายที่นั่งอยู่ข้างกัน ตอนนี้อีกฝ่ายแต่งตัวใหม่แล้ว เพราะไปโวยวายใส่เจ้าเมืองว่าถ้าไม่ให้เปลี่ยนชุดตัวเองจะไม่ไป

พระยาอุปราชจะทำอันใดได้ นอกจากให้คนพาไปอาบน้ำขัดผิวและหาอาภรณ์ดี ๆ ให้ใส่


“ข้าไม่อยากไป” เอสราเอ่ยเสียงขุ่น “ไปรบไม่กลัว แต่ข้าไม่อยากอยู่ใต้ใคร”


“…” พลายแก้วเข้าใจทันทีว่าใคร สหายของเขาแต่ไหนแต่ไรไม่เคยก้มหัวให้ใคร บิดาอีกฝ่ายเป็นถึงคนสนิทพระเจ้าแผ่นดิน ในรั้วในวังมีเส้นสายมากมาย การที่จะถูกฝากตัวเป็นขุนนางคงไม่ยาก

แต่อีกฝ่ายกับเลือกที่จะเป็นพ่อค้า “ข้าจะอยู่กับเอ็งเอง แต่ต่อให้ไม่อยาก ตอนนี้ก็แก้ไขสิ่งใดไม่ได้แล้ว”


“เอ็งคิดว่านี่เป็นฝีมือใคร สมเด็จพระพันวษาไม่รู้จักพวกเรา มันจะต้องมีคนกราบทูล”


“ข้าไม่เคยเข้าวัง จึงยังไม่รู้ว่าขุนนางมีใครบ้าง แต่ข้าคิดว่าคงเป็นคนที่ไม่ชอบท่านพ่อและท่านลุงขุนศรีวิชัย อีกฝ่ายถึงได้กราบทูลฝ่าบาทให้ส่งพวกเราไปรบในที่อันตราย” พลายแก้วทำหน้าคิดวิเคราะห์ ก่อนจะหันไปทางสหาย “ถ้าข้ามีตำแหน่งใหญ่โต ข้าสัญญาจะลากคอคนที่ทำให้เอ็งลำบากเช่นนี้ออกมา”


“ไม่ต้องให้ถึงมือเอ็ง” เอสราเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาสีทับทิมสว่างขึ้นมาแวบหนึ่ง ‘ใครที่มันเป็นตัวปัญหา ฆ่าทิ้งแต่เนิ่น ๆ ก็จบ’


เมื่อมาถึงกรุงศรีอยุธยา พวกเขาก็เข้าเฝ้าสมเด็จพระพันวษา ในท้องพระโรงบรรยากาศมีความกดดัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้เอสราและพลายแก้วตื่นกลัว

เอสราและพลายแก้วนั่งก้มศีรษะรับคำสั่งจากคนที่นั่งสูงกว่า ด้านข้างมีขุนนางมากมายที่นั่งก้มตัวเป็นระเบียบ ทว่าก็มีหลายคนที่แอบมองมาทางพวกเขาทั้งสอง บ้างดูแคลน บ้างก็สงสัย


“อ้ายพลายแก้ว! รูปร่างองอาจฉกรรจ์สมกับเป็นหน่อเนื้อเชื้อไขอ้ายหลวงไกรศึกนัก ข้าจะแต่งตั้งเอ็งเป็นจมื่นไวยวรนาถคุมพลไปปราบศึกเชียงใหม่ในครั้งนี้ ส่วนเอ็งคงเป็นอ้ายช้าง บุตรอ้ายศรีวิชัยใช่หรือไม่”


“พ่ะย่ะค่ะ” เอสราตอบทั้งที่ยังก้มหัวอยู่ ทว่าแววตามีความขุ่นมัวอย่างเห็นได้ชัด แต่คงไม่มีผู้ใดมองเห็น


“เป็นบุตรขุนน้ำขุนนางเหตุใดไม่เข้ารับราชการ! เอ็งคิดจะอกตัญญูต่อแผ่นดินรึ!” น้ำเสียงที่แข็งกร้าวเอ่ยด้วยความน่าเกรงขาม


พลายแก้วเห็นสหายกำลังลำบากก็ร้อนรนจนเหงื่อออกเต็มหลัง ในหัวคิดหาทางพูดแทน แต่สหายเขาก็พูดขึ้นมาก่อน


“กระหม่อมป่วยเป็นคนเผือก จึงคิดว่าตัวเองอาจไม่เหมาะสมหากต้องตากแดดเดินทางไกลพ่ะย่ะค่ะ แผ่นดินนี้เป็นที่อยู่อาศัย ไม่มีทางที่กระหม่อมจะไม่รักแผ่นดินนี้ เพียงปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง ค้าขายและช่วยชาวบ้านให้มีอาชีพเลี้ยงตัว หากที่ว่ามีสิ่งใดบกพร่องก็สุดแท้แต่จะทรงโปรดเกล้าฯ” เอสราเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง


“หึ ต่อปากต่อคำเก่งนักนะ แต่ฉลาดดี ข้าชอบ ในเมื่อฉลาดสมคำร่ำลือ ข้าก็จะส่งเอ็งไปเป็นที่ปรึกษาทัพช่วยอ้ายพลายแก้วมัน เป็นชายทั้งแท่งจะครั่นคร้ามแสงตะวันไปไย ครั้งนี้เป็นโอกาสดีแล้วที่เอ็งจะได้สร้างความงามมากขึ้น”


“รับด้วยกล้าพ่ะย่ะค่ะ/รับด้วยกล้าพ่ะย่ะค่ะ”


เมื่อเสร็จพิธี พลายแก้วในชุดเต็มยศในมือถือดาบอาญาสิทธิ์ และเอสราที่มีราชโองการเป็นที่ปรึกษาทัพก็เดินออกจากท้องพระโรง

“เฮ้อ” เอสราถอดหายใจ ดวงตาสีทับทิมมองม้วนกระดาษในมือด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก


“ไปกันเถิด เราต้องเคลื่อนทัพไปเมืองเชียงทองให้เร็วที่สุด” พลายแก้วเอ่ยกับสหายสนิท เขารู้สึกโล่งอกที่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี มุมปากหยักจึงมีรอยยิ้มบาง ๆ

เขายังต้องเร่งจัดรี้พลและใช้วิชาพิชัยสงครามเคลื่อนทัพ เพราะยิ่งไปถึงเร็วเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น ชาวบ้านจะได้ไม่ลำบากไปมากกว่านี้


“เอ็งเป็นแม่ทัพนี่ จัดการเลย” เอสราเอ่ยเสียงประชดก่อนจะก้าวเดินนำไปข้างหน้า


“ได้ ๆ ข้าจัดการเอง” พลายแก้วรีบเดินตาม ก่อนจะกางร่มให้ ไม่ให้แสงแดดมาทำร้ายผิวขาว ๆ ได้ง่าย ๆ ‘กลัวแดดรึ เจ้าช้างไม่ได้กลัวแดด แต่เพราะผิวออกแดดไม่ได้ต่างหาก เรื่องแค่นี้เหตุใดไม่รู้กัน’ 

ทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันออกจากวังภายใต้แสงตะวันที่กำลังตก มันช่างเป็นภาพที่งดงามหากแต่ภัยที่ต้องเผชิญร่วมกันกับใหญ่หลวงถึงขนาดนี้


พลายแก้วพาสหายนั่งเรือกลับมาที่สุพรรณบุรี เพราะแม่ทัพอย่างพลายแก้วตั้งใจใช้วัดป่าเลไลยก์เป็นจุดรวมพล


“เป็นเคราะห์กรรมอันใดของเจ้าลูกรัก” ขุนศรีวิชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงระโหยโรยแรง ในทันทีที่เขาได้ยินข่าวว่าบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนต้องไปรบ หัวใจคนเป็นบิดาแทบจะสลาย ตั้งใจจะปรี่หน้าไปเข้าเฝ้านายเหนือหัวในวันนั้น ทว่าก็ถูกพระยาอุปราชห้ามปรามเอาไว้เสียก่อน เพราะตัวเขาก็มีหน้าที่ต้องเตรียมช้างศึกเช่นกัน “พ่อไม่เคยเลี้ยงเจ้าให้เป็นนักรบ แดดไม่ให้ส่อง มดไม่ให้กัด ไปในที่เช่นนั้นเจ้าต้องลำบากแน่”

มือหนาลูบหัวบุตรชายอย่างถนุถนอม เขาได้ส่งบ่าวฝีมือดีในเรือนให้ไปเป็นทหารทำศึกในครั้งนี้ถึงร้อยคน แม้ไม่วางใจแต่บุตรชายก็คงปลอดภัยขึ้น


“แม่ให้บ่าวรับใช้ติดตามเจ้าไปด้วย 10 คน เจ้าจะได้ไม่ลำบากจนเกินไป” นางเทพทองกังวลจนแทบจะเป็นลมไปหลายครั้ง ทว่านางก็พยายามตั้งสติ รีบจัดเตรียมเสบียงสิ่งของให้บุตรชาย และตั้งใจจะให้ทาสไปดูแลอีกฝ่ายด้วยหลายสิบคน


“รับไว้แค่เสบียงก็พอขอรับ ส่วนคนข้าว่าพวกเขาไปก็จะเกะกะทหารเปล่า ๆ” เอสราเอ่ย ใบหน้างดงามมีรอยยิ้มบาง การเดินทางต้องใช้เวลาเป็นเดือน ๆ ทาสเหล่านี้จะเดินไปถึงได้ยังไง


“แล้วใครจะดูแลเจ้า อย่างน้อยเอานางชบาไปด้วยเถอะ” นางเทพทองไม่ยอม บุตรของนางเป็นคุณชายที่ทำอะไรเองเป็นที่ใด ต่อให้เก่งเรื่องการค้า แต่ก็ใช่ว่าจะเอาชีวิตรอดได้หากต้องอยู่ในที่ลำบาก


“พี่ชบามีบุตรชาย ให้นางอยู่เรือนเถิดขอรับ”


“ค คุณชายไม่เป็นไรเจ้าค่ะ บ่าวจะติดตามคุณชายเจ้าค่ะ” นางชบาน้ำตาเลื่อน นางเองก็ตกใจไม่น้อยเช่นกันตอนที่ได้ยินข่าวของคุณชาย

คุณชายของนางบอบบางขนาดนี้ เหตุใดถึงต้องไปอยู่ในที่อันตรายเช่นนั้น นางดูแลคุณชายมาตั้งแต่เกิด ต่อให้ลำบากมากกว่านี้นางก็จะไปดูแลคุณชายของนาง


“ข้าว่าไม่ก็คือไม่” เอสราเอ่ยเสียงเด็ดขาด


“ลูก มั่นใจหรือไม่ว่าจะปลอดภัยกลับมา” ขุนศรีวิชัยเอ่ยถาม ในอกหนักอึ้งไปหมด เขาไม่อยากให้บุตรชายไปเลย


“ไม่ถึงตายขอรับ” เอสราตอบหน้านิ่ง ก่อนเขาจะเหลือบมองพลายแก้ว ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังทำหน้าที่รวมไพร่พลหลายพันนาย ข้าง ๆ มีบิดามารดายืนมองอยู่ไม่ไกล

ไหนจะม้า ไหนจะช้าง ค่อนข้างจะวุ่นวายทีเดียว


“…/…” ขุนศรีวิชัยและนางเทพทองพูดไม่ออก ช่างเป็นคำตอบที่ไม่ทำให้พวกเขารู้สึกวางใจเลย


พาหนะที่เอสราต้องนั่งคือช้างศึกสีเผือกที่ขุนศรีวิชัยจัดเตรียมเอาไว้ให้โดยเฉพาะ บนหลังของช้างตัวนี้มีกูบซึ่งเป็นที่นั่งโลหะและมีหลังคาโค้งประทุนปกปิดมิดชิด เหมาะมากสำหรับเดินทางไกล


“ท่านลุงท่านป้าไม่ต้องกังวลขอรับ ข้าสัญญาจะดูแลเจ้าช้างอย่างดี” พลายแก้วให้คำมั่นกับบิดามารดาของสหาย บนใบหน้าหล่อเหลามีความมั่นใจ


“ลุงต้องฝากพ่อพลายแล้ว เจ้าช้างเป็นเด็กที่รักสะอาดนัก คงวุ่นวายเจ้าไม่น้อย” ขุนศรีวิชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังคงทุกข์ใจกับการที่บุตรต้องห่างอกไปไกลเช่นนี้


“ไม่ต้องห่วงขอรับ ข้ารู้นิสัยเขาดี” พลายแก้วยิ้มบาง มือทั้งสองข้างยกขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง ก่อนจะหันหลังปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนคอช้าง

และมันก็เป็นช้างตัวที่สหายของเขากำลังนั่งอยู่ในกูบนั่นเอง “พร้อมหรือไม่”


“อื้ม” เอสราตอบเสียงเบา


พลายแก้วได้ยินเช่นนั้นก็บังคับช้างให้ยืนขึ้น ใบหน้าเข้มครึมหล่อเหล่าหันไปทางทหารกว่าห้าพันนาย ดวงตาสีอำพันดุคมเต็มไปด้วยอำนาจ “พวกเจ้าทั้งหลายจงฟัง! บัดนี้ข้าได้รับอาญาสิทธิ์จากพระพันวษามาแล้ว กองทัพเราจะมุ่งหน้าไปตีเชียงใหม่ ใครขี้ขลาดตาขาวรั้งรอ ใครฝ่าฝืนคำสั่ง หรือใครทำให้กองทัพต้องระส่ำระสาย ข้าจะฟันคอให้ขาดด้วยดาบเล่มนี้! จงเตรียมตัวให้พร้อม ฟังเสียงฆ้องสัญญาณเป็นสำคัญ และห้ามใครแตกแถวเป็นอันขาด!!”


“ขอรับ!!!!” เหล่าไพร่พลทหารกว่าห้าพันนายโห่ร้องด้วยความฮึกเหิม!


แล้วพลายแก้วก็ยกทัพออกจากวัดป่าเลไลยก์ไปในที่สุด ทุกอย่างเป็นระเบียบ ทัพหน้าเป็นกองอาสาและผู้มีฝีมือล่วงหน้าไปตราตรึงเส้นทาง

ทัพหลวงพลายแก้วควบคุมเองอยู่กลางขบวน และทัพหลังคือทัพที่คอยคุมเสบียงและอาวุธสำรอง ความเร็วในการเดินทางจะขึ้นอยู่กับขบวนราบที่เดินเท้าเป็นหลัก ดังนั้นคาดว่าการเดินทางอาจใช้เวลาเป็นเดือน ๆ


“น่าเบื่อนัก” เอสราเปิดผ้าออกมองวิวด้านนอก ริมฝีปากอิ่มสีหวานบ่นพึมพำเสียงเบา

ดวงตาสีโกเมนก้มมองทหารที่มีบรรยากาศคึกคักและตระการตาด้วยขบวนรบ

ทัศนียภาพรอบข้างเต็มไปด้วยสีสันของธงประจำกองทัพที่ปักอยู่บนหลังช้างและถือโดยเหล่าทหาร

แสงแดดสะท้อนกับอาวุธหอกดาบจนเกิดแสงวูบวาบ บนพื้นฝุ่นฟุ้งตลบ ทำให้เขายิ่งรู้สึกไม่อยากลงไปเดินเอง


“ร้อนหรือไม่” พลายแก้วเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่ด้านใน ใบหน้าคมคายเงยขึ้นมองฟ้า วันนี้ท้องฟ้าเปิดแดดแรง สหายเขาไม่เคยออกมาลำบาก เขาจึงนึกเป็นห่วง


“ไม่ร้อนนัก” เอสราตอบ อากาศในกูบค่อนข้างดีและเย็นอยู่บ้าง คงเพราะอยู่บนหลังช้างด้วยละมั้ง

แต่คนที่ร้อนน่าจะเป็นอีกฝ่ายมากกว่า เพราะบังคับช้างอยู่ด้านนอก ‘คิดถึงรถ คิดถึงเครื่องบินจัง’


:ซื้อได้นะครับ ราคา 100,000 แต้มสำหรับรถหนึ่งขัน แต่ยอดคงเหลือ 21,965 แต้ม ไม่พอครับ:


‘ไปตายซะ!’



จบตอนค่ะ

เนื้อเรื่องเดินเร็วไปหรือช้าไปไหมคะ

คิดเห็นยังไงแจ้งได้เลยนะคะ

แต่ว่า พระนายได้อยู่ด้วยกันละค่า55555 

เรามาดูกันว่านายเอกจะรับมือกับนางลาวทองยังไง


ปล.เรือกระแชงคือเรือต่อไม้พื้นเมืองขนาดใหญ่ของไทยที่มีลักษณะเด่นตรงการติดตั้งหลังคาโค้งคร่อมลำเรือที่เรียกว่าประทุนกระแชง ซึ่งทำจากใบตองแห้งหรือหวายสานฉาบน้ำมันยางเพื่อใช้กันแดดกันฝน


ปล1.ดาบอาญาสิทธิ์ คือดาบที่พระมหากษัตริย์ทรงมอบให้แก่แม่ทัพหรือผู้มีอำนาจเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนพระราชอำนาจเด็ดขาดในการสั่งการและตัดสินประหารชีวิตผู้กระทำผิดได้ทันทีในระหว่างปฏิบัติภารกิจ 

ส่วน พระอัยการ หมายถึงกฎหมายหรือบทบัญญัติที่ตราขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อใช้ในการปกครองและตัดสินคดีความตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้แสดงถึงอำนาจการปกครองที่ควบคู่กันทั้งในด้านการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จฉุกเฉินและการใช้หลักกฎหมายเพื่อธำรงความสงบสุขของบ้านเมือง


ปล2.จมื่นไวยวรนาถ คือยศ หน้าที่แม่ทัพ 

ในสมัยนั้น "จมื่น" (พระนาย) เป็นหัวหน้ามหาดเล็กชั้นสูง ซึ่งมักถูกส่งไปเป็นแม่ทัพคุมกองทัพสำคัญ พลายแก้วได้ยศนี้เป็นยศแรกในชีวิตข้าราชการค่ะ


ปล3.ที่ปรึกษาทัพคือตำแหน่งของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ การวางแผนการรบ และตำราพิชัยสงคราม ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ให้คำแนะนำแก่แม่ทัพในการประเมินสถานการณ์ วิเคราะห์สภาพภูมิประเทศ และกำหนดกลยุทธ์เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือศัตรู โดยมักเป็นผู้ที่มีความรอบรู้ทั้งด้านรัฐศาสตร์และศาสตร์แห่งสงครามเพื่อช่วยให้การตัดสินใจในภาวะวิกฤตเป็นไปอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาความพ่ายแพ้หรือคว้าชัยชนะมาสู่กองทัพ


หนึ่งคอมเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจ