แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติแม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ
ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน
“ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”
ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่
ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก
: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :
“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”
: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :
“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”
: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :
“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”
: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :
“เอา! ฉันจะเอา!”
: …. :
_______________
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา
น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา
เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า
น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”
มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ
________________
เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่
7 ก.ย. 66
ตอนที่18.
ผู้ใดกัน งามนัก
เพลาล่วงไปสิบราตรี
“พลายแก้ว เอ็งคิดว่าวันไหนจะถึง” เอสราเอ่ยถามคนที่มีตำแหน่งเป็นแม่ทัพ แก้วกลมเนียนใสเคี้ยวขนมตุ้ยๆ มือเรียวข้างหนึ่งถือร่มให้ตัวเอง ดวงตาสีทับทิมมองชายหนุ่มที่กำลังเช็กไพร่พลและเสบียง
ตลอดการเดินทางพวกเขาหยุดพักตามหัวเมืองต่างๆ ตอนนี้ก็พักอยู่ที่หัวเมืองกำแพงเพชร เขาเลยเดินเข้าเมืองไปหาซื้อของกินแล้วพึ่งกลับมา
ยามที่มาถึงเมืองกำแพงเพชรดวงตะวันก็ใกล้ตกดินแล้ว พลายแก้วจึงสั่งให้คนระดมทรัพยากรและตั้งค่ายพักแรมชั่วคราว
รอบข้างตอนนี้จึงเต็มไปด้วยกระโจมผ้า รั้วไม้กันสัตว์ป่า ทว่าจะมีจุดหนึ่งที่เป็นพลับพลา ซึ่งสร้างด้วยวัสดุจากในป่า แน่นอนว่ามันเป็นที่พักของพลายแก้วที่เป็นแม่ทัพ แต่เขาก็ได้พักในนั้นด้วยเช่นกัน
พลายแก้วหันไปมองสหายตัวเล็ก ใบหน้าหล่อเหลามีเหงื่อกราดซึมอยู่ข้างขมับ แสดงถึงความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน ทว่าพอหันไปเห็นท่าทางน่าเอ็นดู ทั้งยังดูไม่ทุกข์ร้อนใจของสหาย เขาก็เผลอยิ้มออกมา
“ความเร็วเท่านี้ คิดว่าอีกสองสามวันคงถึงเมืองตาก เราจะตั้งค่ายชัยภูมิกันที่นั่น”
“อื้ม”เอสราพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเดินเข้าไปพักในพลับพลา
เหล่าทหารวัยกร้าวต่างพากันมองตามหลังร่างบอบบาง จนแทบคอเคล็ด คราวแรกที่ต้องร่วมเดินทางร่วมกัน พวกเขาหลายคนแคลงใจอยู่บ้างว่าอีกฝ่ายจะเป็นภาระหรือไม่
ทว่าด้วยใบหน้างดงามน่ามอง รูปลักษณ์ที่มีแรงดึงดูดให้หวั่นไหว แม้นิสัยจะไม่ใคร่ใส่ใจผู้ใด แต่ก็พยายามช่วยเหลือพวกเขาเท่าที่ช่วยได้
อย่างวันนี้ก็เพิ่งจะเข้าเมืองไปซื้อเสบียงให้ทหาร ของที่ซื้อมีแต่ของดีๆ ทั้งนั้น ทั้งยังเหมาร้านค้าชาวบ้านมามากมาย ไม่มีความตะหนี่ถี่เหนี่ยวสักนิด
นานเข้าก็ทำให้หลายคนเริ่มเกิดความรู้สึกอยากดูแล และอยากถนุถนอมขึ้นมาแทน บางคนถึงขนาดเก็บไปฝันหวานก็มี
“พวกมึงมองอันใด อยากให้กูควักลูกตาออกมารึ?!” พลายแก้วเห็นสายตาของพลทหารที่มองไปทางสหายสนิทก็เอ่ยเสียงเหี้ยมทันที ใบหน้าหล่อเหลามืดครึ้ม ดวงตาสีอำพันหรี่ลงมีรังสีอำมหิต
“ม-ไม่ขอรับ!!!” ทหารหลายนายที่อยู่ตรงนั้นกลุ่มแตก รีบกุลีกุจอไปจัดการงานของตัวเองทันที ในที่แห่งนี้มีใครไม่รู้บ้างว่าจมื่นไวยวรนาถของพวกเขาหวงสหายสนิทขนาดไหน!!
เมื่อตะวันลับขอบฟ้า ท้องนภาก็ค่อยๆ กลายเป็นสีหมึกทั้งผืน เหล่าทหารพากันจุดก่อไฟรอบค่ายเพื่อไล่สัตว์ร้ายและให้ความอบอุ่น
ทหารที่ยังไม่นอนพากันจับกลุ่มเป่าขลุ่ย ดีดจะเข้และเป่าใบไม้ ท่วงทำนองเศร้าบ้าง สนุกสนานบ้างเพื่อคลายความคิดถึงบ้าน
บางกลุ่มก็มีการเล่านิทาน ตลกโปกฮา หรือพูดถึงสาวๆ ในหมู่บ้านที่จากมา บ้างก็พูดจาปราศรัยเรื่องเมียตน
และก็มีบางส่วนที่ถือโอกาสช่วงดึกฝนดาบให้คมกริบเช่นกัน
ก้อง~ ก้อง~ ก้อง~
เสียงฆ้องดังเป็นระยะเมื่อถึงยามแรก และจะตีอีกครั้งเมื่อถึงยามสองเพื่อให้ทหารตื่นตัวและรู้เวลา
เอสรานั่งเขียนบันทึกการเดินทาง เขาชอบจดบันทึกเพื่อเก็บรายละเอียดต่างๆ และปัญหา จะได้แก้ไขได้ถูกเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
“เอ็งจะนอนเลยหรือไม่?” พลายแก้วเอ่ยถามสหายสนิท ดวงตาคมสีอำพันมองสิ่งที่อีกฝ่ายจด แม้ลายมือจะอ่านยากอยู่บ้าง แต่ก็สามารถอ่านออกได้หากตั้งใจ
“ข้าว่าจะออกไปเดินเล่น และเดินไปดูเจ้ามณีสักหน่อย” เจ้ามณีที่ว่าก็คือช้างเผือกที่แบกเขามาตลอดหลายวัน อีกฝ่ายร่างกายแข็งแรงดี แต่ว่าเขาอยากไปหาเพื่อคุยเล่นด้วย “รูปลักษณ์มันเหมือนตุ๊กตาข้านัก”
ดวงตาสีทับทิมมองไปที่ตุ๊กตาช้างนั่งหลับสีขาวปุกปุยบนที่นอนไม้ ซึ่งถูกปูด้วยผ้าหนาๆ
บิดามารดาเขาก็ช่างรู้ใจ หยิบตุ๊กตาตัวโปรดใส่หีบให้เขาก่อนออกเดินทางด้วย ไม่งั้นเขาคงนอนไม่หลับเลยสักคืน
“เช่นนั้นข้าจะไปกับเอ็ง” พลายแก้วพอรู้ว่าสหายจะออกไปข้างนอกก็คิดที่จะตามไปด้วย เพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว เขากลัวสหายจะถูกไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ฉุดเข้าป่า ยิ่งร่างกายเล็กๆ อยู่ด้วย
“ตามใจเอ็ง”
เอสราและพลายแก้วเดินคู่กันออกมาจากพลับพลาชั่วคราว จากนั้นจึงเดินไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งล่ามเจ้ามณีเอาไว้
มันกำลังนอนกินอ้อยอย่างสุขสบาย เพราะตอนเข้าเมืองเขาจ้างชาวบ้านให้ไปตัดอ้อยมาให้ช้างศึกในกองทัพมากมาย ตอนนี้เลยมีกินไม่ขาด “มณี”
เจ้ามณีส่งเสียงร้องแปร๋นยาวทักทายด้วยน้ำเสียงสูงกว่าปกติ ก่อนมันจะสะบัดหูแรงๆ อย่างร่าเริง งวงยาวยื่นไปหาผู้เป็นนายที่เดินเข้ามาใกล้
เอสรายื่นมือสัมผัสงวงของเจ้ามณี ใบหน้างดงามยิ้มบาง ดวงตาสีทับทิมมีความอ่อนโยน เจ้ามณีเป็นช้างที่รู้ความ เขาจึงมอบชื่อให้ “อร่อยหรือไม่”
เจ้ามณีสะบัดหูร่าเริง ก่อนมันจะดึงผู้เป็นนายให้เข้ามาใกล้
เอสราเดินตามแรงดึงของเจ้ามณี ก่อนจะนั่งลงที่ขาข้างหนึ่งของมัน ใบหน้างดงามซบอยู่ที่หัวใหญ่ๆ
พลายแก้วยืนมองนิ่งๆ ดวงตาสีอำพันมองทั้งสองที่กำลังใช้เวลาร่วมกัน ‘ทั้งคนทั้งช้างช่างเหมือนกันนัก’
ไม่ว่าจะเป็นสีผิวที่ขาวเหมือนกัน รูปลักษณ์ที่งดงาม นิสัยที่อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ ภาพนี้ที่เขามองอยู่จึงวิเศษงดงามขึ้นถนัดตา
พอเจ้ามณีนอนแล้ว เอสราก็ลูบหัวมันเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเดินกลับพลับพลาไปนอนบ้าง พลายแก้วที่กำลังนั่งลับดาบอยู่ก็รีบลุกตามไปติดๆ
“จะเข้านอนแล้วรึ?” พลายแก้วเอ่ยถามสหาย
“อื้ม” เอสราตอบเสียงเบา เมื่อเดินเข้าไปในพลับพลา เขาก็ล้มตัวลงนอนบนที่นอนที่ถูกเตรียมไว้ให้ แขนเรียวกอดตุ๊กตาตัวโปรดไว้ ไม่นานก็หลับไปอย่างง่ายดาย
พลายแก้วเห็นสหายหลับไปแล้ว ก็เดินเงียบๆ ออกจากพลับพลา เขายังจำเป็นต้องเดินตรวจตราความเรียบร้อยของทหารสักรอบ จึงจะวางใจไปเข้านอนได้อย่างสบายใจ
เมื่อเช้ามืดวันต่อมามาถึง พลายแก้วก็สั่งเคลื่อนทัพต่อทันที ใช้เวลาเดินทางเกือบสองวัน ในที่สุดกองทัพก็มาถึงเมืองตาก
พลายแก้วเลือกชัยภูมิที่เหมาะสมใกล้กับกองทัพเชียงใหม่ โดยสั่งให้ตั้งเป็นค่ายพักที่เน้นความมั่นคงกว่าค่ายชั่วคราวที่แล้วๆ มา
ทั้งยังให้ทหารขุดคูวางขวากหนาม และจัดเวรยามอย่างเข้มงวด
สายลมเมืองตากพัดแรงจนธงชัยโบกสะบัด เสียงจอบกระทบดินและเสียงทหารตอกหลักดังอยู่ตลอดเวลา
เมื่อตั้งค่ายเรียบร้อย พลายแก้วก็เรียกจารบุรุษให้มาหาที่กระโจมกลางค่าย แล้วสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “พวกเจ้าจงรีบแฝงตัวออกไปสืบข่าวที่ค่ายเชียงใหม่ ดูให้ละเอียดว่าพวกมันตั้งค่ายกันตรงไหน มีกำลังพลรวมกันกี่กอง และที่สำคัญที่สุด ใครเป็นแม่ทัพใหญ่ที่คุมทัพมาในครั้งนี้ จงใช้ความระมัดระวัง อย่าให้พวกมันระแคะระคายหรือจับตัวได้เป็นอันขาด ถ้าเจ้าทำงานสำเร็จและได้ข้อมูลที่แม่นยำกลับมา ข้าจะมีรางวัลพิเศษให้อย่างงาม แต่ตอนนี้จงเร่งไป อย่าได้ชักช้า!”
“น้อมรับบัญชา!!” จารบุรุษเมื่อได้รับคำสั่งก็เร่งออกไปจากกระโจมทันที
พลายแก้วหันไปมองสหายสนิทที่แม้จะมาถึงสถานที่รบ ทว่าท่าทีก็ไม่ได้มีความร้อนใจหรือกระวนกระวายอันใด ไม่เพียงเท่านั้น แก้มกลมยังเคี้ยวขนมขึ้นชื่อของเมืองตากตุ้ยๆ ตาใส “ช่วงนี้เอ็งก็หลบอยู่ในค่าย อย่าออกไปที่ใดเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่”
“…ได้” เอสราพยักหน้า เขาจะไปไหนได้อีก จะไปไหนก็มีเจ้าตามเป็นเงาตลอดเวลา น่าเบื่อจะตาย
“เอ็งคิดว่าข้าจะทำศึกสงครามครั้งนี้ชนะหรือไม่” พลายแก้วไม่ได้คิดว่าตัวเองอาจไม่ชนะ แต่เขาแค่อยากรู้ว่าสหายคิดยังไง เชื่อในฝีมือของเขาหรือไม่
“แน่นอน” เอสราตอบ อีกฝ่ายไม่มีทางไม่ชนะ ก็ในเนื้อเรื่องถูกปูให้ชนะอยู่แล้ว
พลายแก้วได้ยินคำตอบ มุมปากก็เผลอยิ้มออกมา ตั้งมั่นในใจว่าจะไม่ทำให้สหายผิดหวังที่เชื่อมั่นในฝีมือของตนเอง “ข้าจะชนะและพาเอ็งกลับเมืองสุพรรณบุรีอย่างปลอดภัย ข้าสัญญา”
“…อื้ม” เอสราสบตากับดวงตาสีอำพัน ก่อนจะตอบเสียงเบา
ตกเย็นจารบุรุษที่ไปสืบข่าวก็มารายงาน
“ข้าแต่นายท่าน! ข้าพเจ้าแฝงตัวไปดูมาอย่างละเอียดแล้ว ทัพเชียงใหม่ครั้งนี้ใหญ่โตนัก มีทั้งขุดสนามเพลาะและวางขวากหนามล้อมรอบอย่างหนาแน่น ธงทิวโบกสะบัดเต็มไปหมด
รี้พลมีจำนวนมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือแม่ทัพใหญ่ที่ชื่อ แสนตรีเพชรกล้า คนผู้นี้รูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดุร้าย ดูทรงแล้วน่าจะมีวิชาอาคมแก่กล้ามากทีเดียว ท่านเจ้าข้า!”
พลายแก้วนั่งฟังคำรายงานนิ่งๆ ใบหน้าหล่อเหลาไม่ได้มีท่าทีตื่นกลัว มุมปากยกยิ้มหยัน “ไปบอกทหารเตรียมตัวให้พร้อม เช้านี้เราจะบุกพวกมัน คืนนี้กินให้อิ่ม นอนให้หลับ เวรยามจัดเข้มงวดขึ้นสองเท่า!”
“น้อมรับใส่เกล้าขอรับท่านจมื่น ข้าพเจ้าจะเร่งจัดการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว!!” จารบุรุษรับคำสั่ง ก่อนจะออกไปจากกระโจมทันที
“เจ้าช้าง คืนนี้เอ็งต้องอยู่แต่ในพลับพลา เข้าใจหรือไม่” พลายแก้วหันไปกำชับสหายตัวเล็กที่นั่งฟังรายงานอยู่ด้วยกัน
“ข้าเองก็มีฝีมือ” เอสราเอ่ยเสียงเอาแต่ใจ ใบหน้างดงามบึ้งตึง เขาจะมาทำไมถ้าไม่ได้ตบตีคน
“ข้ารู้ แต่ข้าอยากให้เอ็งอยู่ในที่ปลอดภัยมากกว่า” พลายแก้วเห็นท่าทางของสหายก็ยิ้มมุมปากอย่างอ่อนใจ เขาไม่ได้มีเจตนาดูถูกสหาย แต่เขาไม่อยากให้มือขาวๆ เปื้อนเลือด ร่างกายที่บริสุทธิ์นี้ เขาไม่อยากให้แปดเปื้อนสิ่งโสมงใดๆ ทั้งสิ้น “คืนนี้ข้าจะใช้ผีพรายที่เลี้ยงไว้เข้าไปสร้างความปั่นป่วนในทัพเชียงใหม่ รุ่งเช้าเราจะบุกซ้ำพวกมันกัน ดีหรือไม่?”
“…ก็ได้” เอสราหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนใบหน้างดงามจะพยักหน้าตกลง มือเรียวขาวซีดหยิบของบางสิ่งออกมา ก่อนจะส่งมันให้ชายหนุ่ม
“อะไรรึ?” พลายแก้วรับของจากร่างเล็กมาพิจารณา มันมีรูปลักษณ์กลมๆ ใสๆ ด้านในเหมือนมีประกายสีทอง ดูไม่ใคร่จะเป็นของธรรมดาเลย
“เครื่องราง” เอสราตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใคร่จะใส่ใจ มันเป็นของที่เขาซื้อจากระบบมา 5,000 แต้มบุญ เป็นของที่จะสามารถช่วยชีวิตคนถือจากอันตรายถึงชีวิตได้นาน 15 นาทีหนึ่งครั้ง
เขาไม่ได้เป็นห่วงพลายแก้วหรอกนะ แค่ป้องกันเอาไว้ ถ้าตายขึ้นมาภารกิจของเขาก็ไม่สำเร็จพอดี
“ขอบใจเอ็งมาก” พลายแก้วได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างราวกับคนโง่งม ก่อนจะเก็บรักษาของที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างดี
ฝั่งทัพเชียงใหม่
แสนตรีเพชรกล้ามีสีหน้าทะมึน ร่างสูงใหญ่ดำแดดเต็มไปด้วยยันต์อาคม บรรยากาศรอบกายเคร่งเครียด เพราะเมื่อตนพยายามใช้อาคมส่องดูฝ่ายตรงข้าม กลับเห็นเพียงผีพรายล้อมรอบค่ายอยู่หนาแน่น จนแทบจะมองไม่เห็นคนภายใน
“ไหนเจ้าเมืองบอกว่าไอ้พลายแก้วมันเป็นแค่เณรสึกใหม่มิใช่หรือ? เหตุใดมันเลี้ยงผีพรายไว้เยอะนัก” แม้ปากจะบ่นพึมพำ แต่ใจก็หาได้หวาดกลัว ด้วยตนเชื่อมั่นว่าฝีมือด้านอาคมเก่งกล้าเหนือกว่าแน่นอน “?…ผู้ใดกัน”
แสนตรีเพชรกล้าขมวดคิ้ว ดวงตาคมหรี่มองบุรุษผิวเผือกผู้หนึ่งที่กำลังพูดคุยยิ้มแย้มกับช้างเผือกใต้ต้นไม้ ใบหน้างดงามทำเอาใจเขาไม่สงบ
ที่ตนสามารถมองเห็นเจ้าตัวได้ก็เป็นเพราะผีพรายมันไม่เข้าใกล้อีกฝ่าย ทั้งยังหลีกเลี่ยงถอยหนี ราวกับคนมีบุญบารมีที่สิ่งโสมงใดๆ ก็ไม่อาจเข้าใกล้ได้ “งามนัก”
เสียงเข้มเอ่ยแผ่วเบากับตัวเอง ดวงตาคมกล้ามากขึ้นหลายเท่า
…
จบตอนค่ะ
ตอนนี้หวานน้อย แต่หวงหนักมาก 5555
ตอนหน้าเรามาพูดเรื่องแสนตรีเพชรกล้ากันค่ะ
ปล.จารบุรุษคือผู้ที่ได้รับมอบหมายภารกิจลับให้แฝงตัวเข้าไปสืบหาข่าวสารหรือความลับของฝ่ายตรงข้าม เพื่อนำข้อมูลสำคัญกลับมาใช้ในการวางแผนเชิงกลยุทธ์
ปล2.สนามเพลาะ คือแนวป้องกันทางทหารที่ขุดลึกลงไปในพื้นดินเป็นแนวยาว เพื่อกำบังทหารจากการยิงของอาวุธเล็กและปืนใหญ่ข้าศึก เป็นหัวใจสำคัญของยุทธวิธีสงครามสนามเพลาะ
ปล3.ตามข้อมูล พลายแก้วยกทัพออกจากกรุงศรีอยุธยาในวัน วันพฤหัสบดี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 และเดินทางถึงเมืองตากโดยใช้เวลาเพียง 11-12 วันเท่านั้น โดยผ่านนครสวรรค์และกำแพงเพชร ในบทประพันธ์ระบุว่าเดินทางมาถึงด่านเมืองตากในเวลาประมาณสิบวันเศษ
หนึ่งคอมเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจ