แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติแม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ
ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน
“ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”
ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่
ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก
: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :
“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”
: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :
“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”
: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :
“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”
: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :
“เอา! ฉันจะเอา!”
: …. :
_______________
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา
น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา
เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า
น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”
มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ
________________
เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่
7 ก.ย. 66
ตอนที่ 9.
ข้าสัญญาว่าจะฆ่าอ้ายพวกนั้นให้สิ้น
“มิได้ป่วยก็ดื่มเพื่อบำรุงร่างกาย” ขุนศรีวิชัยเอ่ยกับบุตรชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ในมือถือถ้วยยาเอาไว้ ทว่าพอเห็นใบหน้ามุ้ย ๆ ของแก้วตาดวงใจ เขาก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อน
จะว่าไป นับตั้งแต่อีกฝ่ายเกิดก็เป็นเด็กดี เลี้ยงง่าย ไม่เคยเจ็บป่วยมาโดยตลอด ยามนี้เขาถึงได้เพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใคร่จะชอบยาขมนัก ทว่าก็คงไม่มีเด็กคนใดชอบดื่มยาอยู่แล้ว
“เช่นนั้นเอาไว้ค่อยดื่มยามเช้าก็ได้ ลูกรัก คืนนี้นอนพักผ่อนก่อนเถิด”
“…” เอสราอยากจะบอกเหลือเกินว่าเขานอนจนอิ่มแล้ว แต่ถ้ามันทำให้เขาไม่ต้องดื่มยาถ้วยนั้น เขาจะยอมนอนต่อก็ได้ “ตุ๊กตาของข้าอยู่ไหนขอรับ”
“น่าจะอยู่ที่เรือนของเรา เดี๋ยวพ่อให้นางชบาเอามาให้นะลูก” ขุนศรีวิชัยเอ่ยเสียงอบอุ่น เขาลืมนึกไปว่าบุตรชายติดตุ๊กตาช้างตัวนั้นมาก ว่าแล้วเขาก็หันไปสั่งบ่าวทันที “ไปเอามา”
“เจ้าค่ะ” นางชบารับคำสั่ง ก่อนจะรีบออกจากห้องไป
ผ่านไปชั่วครู่ เอสราก็ได้ตุ๊กตาช้างนอนหลับของตัวเองมา มันมีสีขาวปุกปุย แม้จะผ่านไปหลายปี แต่มันก็ยังคงไม่เน่าและมีสภาพน่ากอดเหมือนเดิม
เรียวแขนเล็กกอดตุ๊กตาของตัวเองไว้แน่น ใบหน้าน่ารักซุกอยู่ที่หูตุ๊กตานุ่มนิ่ม
“ฝันดีลูกรัก” ขุนศรีวิชัยลูบหัวลูกน้อยด้วยความเอ็นดู
ตลอดเวลา นางเทพทองไม่เอ่ยอะไร เพราะไม่รู้ว่าควรเริ่มบทสนทนากับบุตรชายเช่นใด บุตรชายก็ไม่คิดจะใส่ใจนาง ความสัมพันธ์แม่ลูกห่างเหินถึงขนาดนี้
ยังดีที่ข้าวต้มที่นางทำถูกกินจนหมด 2 ถ้วย
พอทั้งสองเห็นว่าบุตรชายหลับไปแล้ว ถึงค่อยพากันดับเทียนแล้วออกจากห้องไป ปล่อยให้เจ้าตัวเล็กได้นอนพักผ่อน
ในห้องตอนนี้จึงเหลือแค่เด็กสองคน แถมอีกฝ่ายยังหน้าด้านปีนขึ้นมานอนข้างเด็กตัวขาวอีก
‘ไอ้เด็กนี่ไม่ออกไปด้วยหรือไง? หรือห้องนี้เป็นห้องของเด็กเวรนี่อยู่แล้ว’
ดวงตาสีทับทิมเปิดขึ้นอีกครั้ง คืนนี้จันทร์ส่องสว่าง จากเดิมที่ดวงตาเขามองเห็นได้ดีในที่มืดอยู่แล้ว พอมีแสงจันทร์ก็ยิ่งทำให้เขาเห็นทุกอย่างชัดเจน
ร่างเล็กลุกขึ้นนั่ง
“อ้าว เอ็งไม่ได้หลับไปแล้วหรือ” พลายแก้วรู้สึกถึงการขยับตัวของสหายก็ลุกขึ้นนั่งบ้าง
“ข้านอนจนอิ่มแล้ว เอ็งก็เงียบไว้ เดี๋ยวผู้ใหญ่จะเข้ามาอีก” เอสราเอ่ยเสียงเบากับเด็กข้างกาย “หรือจะนอนไปเลยก็ได้”
“ไม่ ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนเอ็ง” พลายแก้วส่ายหน้า ในใจคิดว่าดีเช่นกัน เพราะเขาก็ยังไม่อยากนอน
เอสราไม่อยากสนใจ เขาเปิดระบบขึ้นมาเพื่อดูแต้มบุญทั้งหมด : 990 แต้มบุญ:
ตลอด 8 ปีเขาหาแต้มได้เท่านี้ แล้วเมื่อไหร่จะได้ขึ้นสวรรค์ แต่เมื่อตอนบุญบ้าน เขาสังเกตว่าตัวเองได้แต้มบุญมาบ้าง แม้มันอาจไม่เยอะเพราะเป็นเงินบิดา แต่ว่าถ้ามันเป็นหนทางที่หาแต้มได้เพิ่ม เขาก็ควรที่จะทำมันเยอะ ๆ
ของขายในระบบก็มีแต่ของดี ทว่าก็มีราคาแพง ของราคาถูกก็ทำให้เขาเสียเวลาชีวิตไปสามวัน ถ้ามีแต้มเยอะกว่านี้ ในอนาคตอุปสรรคใหญ่ก็จะมีทางออกง่ายขึ้น
“เหตุใดจึงนั่งเงียบเล่า เจ้าอยากกินขนมหรือ?” พลายแก้วเห็นสหายเอาแต่นั่งนิ่งก็เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
“เปล่า นอนกันเถอะ” เอสราล้มตัวลงนอน มืดแบบนี้คงทำอะไรไม่ได้ ทางที่ดีคือรีบข่มตานอน
“…” พลายแก้วก็ไม่รู้ว่าควรทำเช่นใด จึงล้มตัวนอนบ้าง “ตอนนอนเอ็งฝันร้ายหรือไม่”
เขากลัวว่าสหายจะฝันเห็นโจรป่าชั่วช้าพวกนั้น
“ไม่” เขาไม่เห็นอะไรทั้งนั้นนอกจากภาพสีดำ
“…หากข้าโตขึ้น ข้าสัญญาว่าจะฆ่าอ้ายพวกนั้นให้สิ้น” พลายแก้วให้คำมั่นด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง
“หึ ข้าคิดว่าเอ็งคงจะไปทำลูกมันท้องมากกว่า” เอสราเอ่ยติดตลก ทว่าก็มีความประชดประชันอยู่ในน้ำเสียง
“ข้ามิได้เป็นคนเช่นนั้น ลูกกาแม้เลี้ยงดี ก็มิอาจกลายเป็นหงส์ ชาติกำเนิดต่ำทราม ข้าหรือจะชายตามอง” พลายแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง ไม่รู้ทำไมใจเขาถึงสั่นกลัวนัก เหมือนกลัวสหายจะรังเกียจในตัวเขา
‘เอ็งมันคนเช่นนั้นแหละ’ เอสราคิดในใจ ก่อนเขาจะหลับตาลง ในอ้อมแขนยังคงมีตุ๊กตาตัวโปรด
พลายแก้วเห็นสหายไม่ตอบก็ร้อนใจอยู่บ้าง ทว่าเขาไม่อาจทำอะไรได้ จะนอนก็ตาแข็งไม่หลับ เลยทำได้เพียงนอนมองคนที่ชิงหลับไปแล้ว “…”
ยามรุ่งมาถึง ขุนศรีวิชัยสั่งให้คนไปตามหมอยามาตั้งแต่เช้ามืด นางเทพทองลงครัวทำอาหารด้วยตัวเอง ส่วนนางทองประศรีก็ลงครัวทำขนมให้หลานที่เพิ่งตื่นเช่นกัน
ทั้งสองแต่เดิมเป็นเพียงเพื่อนบ้านเรือนเคียง ยามมีงานบุญมักจะพบปะเจอกันบ้างที่วัด ทว่าก็พูดคุยกันตามประสาผู้ดีที่ต้องเข้าสังคมเท่านั้น
คราวนี้ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งยังเป็นมารดาเช่นกัน จึงได้เปิดใจพูดคุยกันมากขึ้น และได้เป็นสหายกันแล้ว ในครัวจึงมีเสียงพูดคุยของทั้งสองคนอยู่ตลอด
“ไม่มีที่ใดน่าเป็นห่วงขอรับท่านขุน คุณชายน้อยร่างกายแข็งแรง อาจมีอ่อนเพลียบ้างเพราะหลับเป็นเวลานาน ให้ออกไปเดินเล่นรับลม และดื่มยาต้มสมุนไพรที่ข้าจัดให้ก็หายสนิทแล้วขอรับ” หมอยาหันไปบอกรายละเอียดแก่เศรษฐีเมืองสุพรรณ
“ดียิ่ง ขอบน้ำใจท่านหมอมาก นางชบา เอาสมุนไพรไปต้ม” ขุนศรีวิชัยได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ เขาล้วงก้อนเงินออกมา ก่อนจะส่งให้ท่านหมอเป็นค่ารักษาบุตรชายของเขา จากนั้นก็หันไปสั่งบ่าวให้ไปต้มยา
“…” เอสราได้ยินว่าจะได้ออกไปเดินเล่นก็ดีใจอยู่หรอก แต่พอได้ยินว่าต้องดื่มยาก็หน้ามุ้ยทันที
“พ่อช้าง ดีจริงที่ตื่นแล้ว ข้าเป็นห่วงมาก” เพ็งเอ่ยกับเด็กตัวขาวที่นั่งอยู่บนเตียง เขาตามบิดามารักษาเด็กน้อยด้วย ด้วยเพราะเป็นห่วง
ช่วงเวลา 2-3 ปีมานี้เขาไม่ค่อยได้ไปเล่นกับอีกฝ่ายที่เรือนเหมือนแต่ก่อน เพราะเป็นพี่ชายคนโตจึงถูกคาดหวังมากมาย
ทุกวันจึงต้องเข้าป่าศึกษาสมุนไพรกับบิดาตั้งแต่เช้าถึงเย็น
“ขอบใจที่เป็นห่วง” เอสราหันไปเอ่ยกับว่าที่หมอยาในอนาคต ตอนนี้อีกฝ่ายอายุ ๑๑ ปีแล้ว ร่างกายก็สูงขึ้นนำเขาไปเยอะมาก ใบหน้าก็ดูคมขึ้น
“ข้าดูแลเช้าเย็น ตอนนอนก็นอนเฝ้าทั้งคืน เจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงอันใด” พลายแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเช่นใด เขาก็ยังคงไม่ชอบคนผู้นี้อยู่ดี
“เจ้ายังเด็กจะดูแลอะไรพ่อช้างได้” เพ็งเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคืองไม่แพ้กัน
“เจ้าโตนักหรือ? อายุมากกว่าข้าแค่ไม่กี่ปี” พลายแก้วเอ่ยเสียงขุ่น
แล้วก็มีเสียงเถียงกันของทั้งสองคนดังขึ้นเรื่อย ๆ เอสรารู้สึกรำคาญ จึงลงจากเตียงแล้วเดินเตาะแตะไปที่ทานสำรับเช้าของเรือนหลังนี้ ไม่คิดจะหันไปมองหมากัดกันสักนิด
“นางเม้า ตักข้าว” หลวงไกรศึกสั่งนางบ่าวในเรือนของตนให้ตักข้าวให้หลานตัวน้อย ดูจากที่อีกฝ่ายตรงดิ่งมาที่ทานสำรับ คงจะหิวไม่น้อยเลย
“เจ้าค่ะ” นางเม้าโค้งตัวรับคำสั่ง ฝ่ามือที่มีความเหี่ยวย่นเล็กน้อยจากอายุที่มากค่อย ๆ ตักข้าวให้คุณชายตัวขาวราวกับแก้วด้วยท่าทางอ่อนโยน ริมฝีปากมีรอยยิ้มตลอดเวลา
“…ข้า ขอบน้ำใจท่านลุงที่ช่วยครอบครัวของข้าขอรับ” เอสราเอ่ยกับชายหนุ่มตรงหน้า ในน้ำเสียงมีความขอบคุณจากใจ
ขุนศรีวิชัยและนางเทพทองได้ยินคำของบุตรชายก็รู้สึกว่าบุตรผู้นี้ช่างรู้ความและน่าเอ็นดูจับใจ ความรักใคร่จึงยิ่งทวี โดยเฉพาะผู้เป็นบิดา
“มิเป็นอันใด มาเถอะ สำรับมื้อนี้มีมากมาย หลานคงชอบไม่น้อย” หลวงไกรศึกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
เมื่อนายของเรือนและแขกคนสำคัญอยู่พร้อมหน้า พวกเขาก็เริ่มทานสำรับเช้าพร้อมกัน บรรยากาศเช้านี้ไม่ได้ดูน่าอึดอัด เพราะมีเด็กตัวขาวนั่งกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย จนแก้มกลมฟองตุ่ย ๆ
ริมฝีปากจิ้มลิ้มเปรอะเปื้อน ทว่าก็ยังคงกินอย่างมีความสุข
ผู้ใหญ่เห็นเด็กน้อยกินเก่ง ทั้งยังกินอย่างมีความสุข ก็พากันรู้สึกเอ็นดูและทานอาหารอร่อยขึ้นเช่นกัน
นางเทพทองเห็นใบหน้าบุตรชายจึงใช้ผ้าเช็ดแก้มกลมให้บุตรชายเงียบ ๆ อย่างเบามือ
“…” เอสราเหลือบตามองนางแวบเดียวแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ ลงมือกินอาหารตรงหน้าต่อจนอิ่ม
ทว่าอารมณ์ดีได้ไม่นาน เขาก็หน้าถอดสี เมื่อนางชบายกถ้วยยาต้มสมุนไพรมาหาเขา
ร่างเล็กลุกขึ้นเตรียมจะหนีหลังจากที่ล้างมือเสร็จ ทว่าก็ช้ากว่าบิดาที่คว้าร่างเล็ก ๆ ของเขาได้ทัน ทั้งยังอุ้มเขานั่งเหมาะอยู่บนตัก
แก้มกลมเนียนใสพองลมอย่างไม่พอใจ
“พ่อป้อนลูกเอง” ขุนศรีวิชัยยิ้มเอ็นดู มือหนาถือถ้วยยาเอาไว้เตรียมป้อนลูกน้อย
“ไม่เอา” เอสราหันหน้าหนี ใบหน้าน่ารักหันหนีไปซุกกับอกของบิดา ไม่ยอมให้ถ้วยยาเข้าใกล้ปากง่าย ๆ
ขุนศรีวิชัยเพิ่งจะเคยรับมือกับบุตรชายที่กำลังดื้อ ทว่าถึงจะดื้อแต่ก็ยังน่าเอ็นดูมากสำหรับเขา ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งลูบหลังเล็กเบา ๆ “พ่อมีรางวัลให้ลูกด้วยนะ”
เอสราเงยหน้ามองบิดา ดวงตากลมสีทับทิมเต็มไปด้วยความสงสัย “??”
“อยากรู้ต้องดื่มก่อน” ขุนศรีวิชัยเอ่ยด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“…ก็ได้ขอรับ” เอสรายอมดื่มยาขม ๆ ที่บิดาป้อน ไม่ใช่เพราะอยากได้รางวัลหรอกนะ แค่อยากรู้นิดหน่อย
หลวงไกรศึกมองสหายแล้วรู้สึกอิจฉา บุตรชายเขาไม่เห็นจะอ้อนบิดาเช่นนี้ แต่นั่นก็คงเพราะวิธีเลี้ยงดูของเขาเช่นกัน
ด้านพลายแก้วก็นั่งลุ้นว่าสหายตัวขาวจะยอมดื่มยาหรือไม่ พอเห็นอีกฝ่ายดื่มแล้วก็โล่งใจ เพราะถ้าป่วยอีกพวกเราคงอดเล่นด้วยกัน
ยามตะวันกลางหัว พิมพิลาไลยก็มาเยี่ยมสหายพร้อมบิดา
ยามเกิดเรื่องโจรป่าบุกปล้นเรือนของสหายนาง นางตกใจมากจนแข้งขาอ่อน ยิ่งได้ข่าวว่าสหายน้อยล้มป่วยไม่ตื่น ก็ยิ่งเป็นกังวล
พอรู้ว่าอีกฝ่ายฟื้นแล้ว จึงขอร้องบิดาให้พานางมาเยี่ยมสหาย
“พ่อช้างเป็นเช่นใดบ้างรึ? ข้านำขนมมาเยี่ยม” พิมพิลาไลยเอ่ยด้วยน้ำเสียงห่วงใย ก่อนจะให้บ่าวของตนส่งตะกร้าขนมให้บ่าวของสหาย
“ขอบน้ำใจเจ้า” เอสราเอ่ย ยิ่งโตอีกฝ่ายก็ยิ่งมีใบหน้าเหมือนน้องสาวบุญธรรมของเขา แต่ว่านิสัยกลับดูใสซื่อและอ่อนโยนกว่าอย่างเห็นได้ชัด “ข้าร่างกายแข็งแรงดี”
“ข้าตกใจแทบแย่ตอนที่ได้ข่าวของเจ้า” จากนั้นพิมพิลาไลยก็พูดคุยอีกหลายประโยคตามประสาคนชอบพูดเป็นทุนเดิม ทั้งเพราะเป็นสหายสนิทกัน นางจึงไม่ได้รักษาท่าทีอะไรนัก
“เจ้าช้าง ข้าจับกุ้งได้อีกตัวแล้ว ตัวนี้ตัวใหญ่นัก เจ้าน่าจะชอบ” พลายแก้วดำผุดดำว่ายอยู่ในคลองข้างศาลาของเรือนตัวเอง
ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างให้สหายที่นั่งอยู่ในศาลา “เอ้า แม่พิมอยู่ด้วยรึ?”
…
จบไปอีกตอน
ตอนนี้ก็จะเน้นความสัมพันธ์ช่วงวัยเด็กของทั้งสองคนเลยค่ะ
ความรู้สึกของพลายแก้วยังไม่ใช่ความรักนะคะ
เพราะยังเด็กเลยยังไม่รู้ความ
พลายแก้วในตอนนี้คิดว่านายเอกเป็นสหายที่สำคัญและตัวเองผูกพันมากๆ ค่ะ
ที่หวงก็แค่กลัวคนมาแย้งสหายไปค่ะ 5555
ปล.ชอบขุนศรีวิชัยในโหมดคุณพ่อมากกก ดูอบอุ่นสุดๆ ไปเลยค่ะ
ตามเนื้อหาในขุนช้างขุนแผน ก็เหมือนจะมีบอกไว้ว่าท่านเป็นบิดาที่ใจดีและรักขุนช้างมากๆ เลยค่ะ
ช่องทางติดตาม
TikTok : www.tiktok.com/@jring_8
Facebook : https://www.facebook.com/jring.497972?
เพจ : https://www.facebook.com/profile.php?id=61583508766908
Ig : https://www.instagram.com/jring.260402?igsh=ZDljeXk1NWp5cTlq&utm_source=qr
x : https://x.com/jring8899?s=21
Lemon8 : www.lemon8-app.com/@jring_8?region=th
หนึ่งคอมเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจ