แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติแม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ
ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน
“ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”
ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่
ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก
: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :
“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”
: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :
“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”
: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :
“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”
: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :
“เอา! ฉันจะเอา!”
: …. :
_______________
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา
น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา
เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า
น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”
มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ
________________
เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่
7 ก.ย. 66
ตอนที่ 11.
ข้าคิดว่าท่านควรมีบุตรเพิ่มอีกสักคน
ล่วงพ้นหนึ่งมาส
ขุนศรีวิชัยและหลวงไกรศึกก็กลับเมืองสุพรรณบุรี ทั้งเรือนของเศรษฐีเมืองสุพรรณก็ซ่อมแซมเสร็จพอดีเช่นกัน
ส่วนเรื่องที่บอกว่าจะสอนดาบให้ เอสราก็สอนจริง ๆ ทั้งยังทำตารางฝึกร่างกายพร้อมตารางอาหารที่ควรกินในทุกมื้อให้ด้วย
“เอ็งอยู่กับข้าต่อมิได้รึ?” พลายแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงอยเหงา ทุกวันคืนพวกเขาอยู่ด้วยกันแทบตลอด พออีกฝ่ายจะกลับเรือนแล้วก็รู้สึกเหงาขึ้นมา
ถึงจะโดนแกล้งให้ฝึกหนักมาก วิธีของอีกฝ่ายดุเดือดกว่าบิดาเขา 10 เท่า ทั้งวิ่งรอบเรือน 3 รอบช่วงเย็น ฝึกเดินเร็ว 3 รอบ ฝึกหวดดาบไม้ 50 ครั้งทุกวัน ทั้งยังให้นอนและยกตัวนั่งวันละ 30 ครั้ง กระโดดข้ามเชือก 20 ครั้ง แรก ๆ ปวดตัวและหน้าท้องที่สุด ทว่าก็พยายามฝืนจนเริ่มชิน ไม่งั้นอีกฝ่ายจะไม่สอนต่อ
ไม่นานร่างกายก็แข็งแรงจริง ๆ อีกฝ่ายจึงได้สอนทักษะดาบหลาย ๆ ท่าพร้อมบอกจุดอ่อนให้เขามาเยอะพอสมควร
“เรือนเราใกล้กัน อยากไปเจอข้าก็มาที่เรือนข้า” เอสราเอ่ยอย่างไม่สนใจ ตอนนี้ผิวเขาหายสนิทแล้ว ถือว่ายาที่ซื้อมาจากระบบไม่สูญเปล่าจริง ๆ “อย่าลืมฝึกตามที่ข้าบอก”
พอครอบครัวเขาย้ายเรือนแล้ว เขาก็คิดว่าความสงบสุขของตัวเองจะกลับมาเป็นปกติ แต่เปล่าเลย‘ไอเด็กเวรนี่มันกล้าปีนหน้าต่างห้องเขา!!’
“พลายแก้ว!!”
ก่อนหน้านั้นไม่นาน
พลายแก้วได้แอบหนีออกจากเรือนของตัวเองอย่างเงียบเชียบและตรงมาที่เรือนของสหาย ทว่าก็ถูกบ่าวของเรือนสหายจับได้เพียงไม่นาน เหตุเพราะกลัวจะเกิดเหตุโจรปล้นซ้ำรอย ทาสในเรือนจึงเดินตรวจตราเข้มขึ้น
“คุณชาย มาทำอะไรหรือขอรับ” ขอมบ่าวรับใช้คนสนิทของขุนศรีวิชัยเอ่ยถามคุณชายเรือนข้างเคียงตรงหน้า
“…ข้าอยากรู้ว่าห้องของเจ้าช้างอยู่ฝั่งใด” พลายแก้วไม่ตอบแต่เลือกที่จะถามกลับ ใบหน้าที่ฉายแววคมชัดเรียบและใจเย็น
“เออ อยู่ฝั่งทิศตะวันออกขอรับ” ขอมแม้จะรู้สึกงงงวย แต่เขาก็คิดว่าคุณชายผู้นี้คงจะคิดถึงคุณชายเรือนเขา ก็ตอนพักที่เรือนอีกฝ่าย ทั้งคู่ตัวติดกันมาก
พลายแก้วรู้ทิศทางแล้วก็ตรงไปทิศนั้นทันที เห็นหน้าต่างเปิดแง้ม ๆ อยู่ ก็พยายามหาอะไรที่ตัวเองพอจะปีนได้
เห็นบันไดไม้ไผ่อยู่ไม่ไกลจึงไม่รอช้าที่จะใช้มัน
“…” ขอมมองโจรน้อยที่ปีนเรือนเจ้านายเขาอย่างอึดอัด แต่ก็ไม่อาจพูดอะไรได้ พออีกฝ่ายเข้าห้องคุณชายของเขาไปแล้ว เสียงของคุณชายน้อยเขาก็ดังออกมาทันที
“ทำเช่นไรต่อ” บ่าวชายคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเอ่ยถาม
“ข้าจะไปบอกท่านขุน” ขอมเอ่ยจบก็หมุนตัวเดินออกไปหาเจ้านาย
แน่นอนว่าขุนศรีวิชัยไม่ได้ว่าอันใดที่บุตรชายของสหายทำเช่นนั้น แต่ก็ไม่ลืมให้คนไปแจ้งหลวงไกรศึกว่าคืนนี้บุตรชายของอีกฝ่ายมานอนที่เรือนเขา
ด้านเอสรา
ใบหน้าน่ารักบูดบึ้ง คิ้วเรียวกระตุกยิก ๆ ดวงตาสีทับทิมมองผู้บุกรุกอย่างไม่พอใจ ‘นี่ขนาดยังไม่โต ยังกล้าปีนห้องคนอื่น!!’
“ข้า..ข้าง่วง” พลายแก้วเห็นสหายดูโมโห ก็รีบปีนขึ้นเตียงของอีกฝ่ายแล้วแกล้งหลับ
“กลับเรือนเอ็งไปเสีย” เอสราปีนขึ้นเตียงตัวเอง แล้วพยายามดันเด็กหน้าหนาออก แต่หลังจากฝึกอีกฝ่ายร่างกายก็แข็งขึ้นราวกับหิน ดันเท่าไหร่ก็ไม่ขยับ
“ให้ข้านอนด้วย” พลายแก้วแสร้งเอ่ยเสียงงัวเงีย ทั้งยังกล้าคว้าตุ๊กตาช้างสีขาวของสหายไปกอดหน้าด้าน ๆ
“เอาคืนมา” เอสราหัวเดือดปุด ๆ พยายามจะแย่งตุ๊กตาตัวโปรดของตัวเองคืน
“คืนก็ได้ แต่เอ็งต้องให้ข้านอนด้วย”
“ตามใจ!”
สุดท้ายพลายแก้วก็ได้นอนกับสหายสมใจ
ยามรุ่ง
พลายแก้วตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียเมื่อเห็นสหายตื่น
“เหตุใดตื่นเช้านัก” ปกติเขาเห็นเจ้าตัวตื่นหัววันโน้น ต้องเอาอาหารมาล่อถึงจะยอมลุก
“ข้าจะใส่บาตร” เอสราตอบ เขาคิดว่าตอนนี้ตัวเองควรเริ่มสะสมแต้มบุญได้แล้ว
“ข้าใส่ด้วย”
และเช้านี้เอสราก็ได้ใส่บาตรกับนางเทพทองและพลายแก้ว
:ได้แต้มบุญ 5 แต้มจากการใส่บาตร:
“น้อยชะมัด” เอสราพึมพำกับตัวเองเสียงเบา ช่างไม่สมกับที่เขาแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาเลย
“น้อยอะไรรึ?” พลายแก้วนั่งข้าง ๆ สหายเลยได้ยินพอดีจึงเอ่ยถาม
“…ไม่มีอะไร ว่าแต่เอ็งเมื่อไรจะกลับเรือน” เอสราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย เขาเบื่อหน้าเด็กเวรนี่เต็มทีแล้ว!
“ชอบไล่กันนัก คอยดูเถอะ ถ้าเอ็งไม่มีข้า เอ็งจะเหงา” พลายแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ
“…” ‘ข้าคงไม่มีทางเหงาแน่’ เอสรานึกในใจ
“ข้ากลับก็ได้ ท่านน้าข้าไหว้ขอรับ” พลายแก้วน้อยใจ ยอมกลับเรือนของตัวเอง ทว่าก็ไม่ลืมไหว้มารดาของสหาย
“จ๊ะ เดินกลับเรือนดี ๆ นะพ่อแก้ว” นางเทพทอง
“ขอรับ” พลายแก้วเหลือบตามองสหาย เห็นไม่สนใจกันก็เดินคอตกกลับเรือนของตัวเอง
วันคืนผันผ่านไปสามคาบปี
เอสราในตอนนี้มีอายุ 11 ปีแล้ว เขาโตขึ้น แต่ก็ไม่โตเท่าเด็กเวรที่สูงเอาสูงเอา ยิ่งฝึกให้ร่างกายยิ่งเหมือนเด็กวัยรุ่นที่ชอบเล่นกีฬา แน่นอนว่าอีกฝ่ายอายุ 12 ปีแล้ว
“เจ้าช้าง เอ็งจะไม่สอนข้าแล้วจริงรึ” พลายแก้วมองคนตัวขาวที่กำลังนั่งเขียนบางอย่างอยู่บนโต๊ะทำงาน อีกฝ่ายเก่งมากจนเขายอมรับจากใจ กิจการที่บิดาเคยให้ในตอนนั้น ตอนนี้โด่งดังและได้กำไรมหาศาล
ทั้งอีกฝ่ายยังใจบุญชอบสร้างวัด บูรณะวัดเก่าและเจดีย์เก่า ไหนจะปล่อยนกปล่อยปลาทุกเดือน หากมีโอกาสก็จะขุดบ่อก่อศาลาให้ชาวบ้านและคนสัญจรได้พักผ่อน
‘ติดอย่างเดียว’
“ไม่ ข้าสอนเอ็งหมดแล้ว เอ็งก็ต่อยอดเอา” น้ำเสียงหวานใสเอ่ยอย่างไม่ใคร่จะใส่ใจ
‘คือใจร้ายกับเขาทุกวัน’
สิ่งที่อีกฝ่ายสอนให้เขาไม่ใช่แค่ดาบ แต่ธนู หอก หน้าไม้ หรือมวยก็สอนให้ การฝึกร่างกายก็เข้มข้นขึ้น จนตอนนี้เขาสามารถสู้กับทหารของบิดาได้แล้ว
ส่วนข้อตกลงเดียวที่อีกฝ่ายขอก่อนสอนคือ ห้ามใช้มันกับคนบริสุทธิ์และห้ามใช้ข่มเหงสตรี ซึ่งเขาก็ตกลงเพราะเห็นว่าสัญญานี้ไม่ยาก
ทั้งเขาก็ไม่ใช่คนเลวเช่นนั้น
“แต่ข้าก็ไม่เคยชนะเจ้า” พลายแก้วเอ่ยเสียงหงอย เขาตัวใหญ่กว่าอีกฝ่าย ทั้งอีกฝ่ายยังสูงแค่ไหล่ของเขา แต่เขากลับไม่เคยชนะ
“นั้นเพราะว่าเจ้าชอบอ่อนกำลังให้ข้า ทั้งใจยังกลัวที่จะทำร้ายข้า” เอสราเอ่ย ถึงที่สอนไปจะเยอะแต่จริง ๆ ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่เขาเคยเรียนมา
แต่ว่าในยุคนี้ เท่านี้ก็พอแล้ว เขาไม่อยากสร้างคนเหนือธรรมชาติขึ้น
“…” พลายแก้วพูดไม่ออก เพราะมันเป็นเรื่องจริง เขากลัวสหายคนนี้จะบาดเจ็บ ผิวอีกฝ่ายขาวราวกับน้ำนม เวลาแดงเขาเห็นแล้วเสียใจ “ก็ได้ แต่ข้าสัญญาว่าจะฝึกร่างกายทุกวัน”
“อื้ม” เอสราพยักหน้าพอใจ ก่อนจะหันไปทำงานต่อ เขาอยากหาเงินเยอะ ๆ ส่วนหนึ่งคืออยากหาแล้วเอาไปสร้างบุญ จะได้สะสมแต้มบุญไว้ใช้ตอนฉุกเฉิน
สองคือวางรากฐานให้เงินทำงานเอง เพื่อเขาจะได้มีเวลาว่างมากขึ้น ทั้งตอนเขาจากไป ครอบครัวในโลกนี้ก็จะได้ไม่ลำบาก ถึงจริง ๆ บิดาเขาจะรวยอยู่แล้วก็เถอะ
ทั้งเขาก็ไม่รู้ว่าโลกต่อไปจะเป็นยังไง บางทีอาจใช้ชีวิตยากกว่า เพราะงั้นตอนนี้สะสมแต้มได้ก็ต้องทำ
:ถึงเวลาทำภารกิจช่วยพันศรโยธาแล้วขอรับ รางวัล 500 แต้มบุญ:
‘…คนนี้ปล่อยไปเลยไม่ได้หรือไง’
:แต่เขาหน้าตาเหมือนบิดาบุญธรรมของโฮสต์นะครับ:
‘ช่างสิ ยังไงก็คนละคน’ ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ในหัวก็เริ่มวางแผนว่าจะไปดูอีกฝ่ายยังไง เขาห้ามอีกฝ่ายไม่ให้ไปค้าขายไม่ได้
แต่ถ้ารักษาไข้ป่า ก็ไม่ยากสำหรับนักทดลองยาอย่างเขา แต่ปัญหาคืออีกฝ่ายป่วยในป่า ไม่มีโอกาสกลับมาถึงเรือน แล้วเขาจะไปหาอีกฝ่ายยังไง ‘เขาจะอยู่ได้ถึงตอนไหน’
:เช้ามืดคืนนี้ครับ:
‘แล้วทำไมเพิ่งมาบอก!!’ ร่างบางลุกขึ้นยืน ดวงตาสีทับทิมหันขวับไปมองพลายแก้วที่กำลังทำหน้างงว่าเขายืนทำไม “เอ็งขี่ม้าเป็นไหม?”
“ป เป็น ทำไมรึ?” พลายแก้วเอ่ยอย่างงงงวย ทว่ายังไม่ได้คำตอบเขาก็ถูกลากออกจากเรือนของอีกฝ่าย
“ไปเอาม้ามา เราจะเดินทางกัน” เอสราเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าน่ารักมุ่งมั่น ในมือมีห่อผ้าห่อหนึ่ง
ตอนนี้เป็นเวลาเย็น ถ้าไม่รีบมีหวังไปไม่ทัน
“ด ได้” พลายแก้วเห็นสหายทำท่าทางจริงจังก็รีบวิ่งกลับเรือนไปเอาม้าคู่ใจของบิดามา ไม่รู้ว่าบิดาจะอนุญาตหรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็เอาม้าตัวอื่น
“…พ่อช้าง เจ้าจะไปที่ใดรึ?” ขุนศรีวิชัยเดินมาได้ยินว่าบุตรชายจะเดินทาง ก็รีบเข้าไปเอ่ยถามไถ่ทันที
“ออกไปข้างนอกสัก 5-6 วันขอรับ” เอสราตอบบิดา
“ไปที่ใด อันตรายหรือไม่ พ่อไปด้วย” ขุนศรีวิชัยได้ยินก็ขมวดคิ้ว บุตรชายเขาเพิ่งอายุ 11 ขวบปี จะไปที่อื่นตามลำพังได้เช่นไร
ทว่าเขาก็คิดว่าอีกฝ่ายคงมีเหตุผล ไม่เช่นนั้นคงไม่มีท่าทีรีบร้อนเช่นนี้ ยามปกติอีกฝ่ายมักใจเย็น เย็นกว่ามารดาของเจ้าตัวเยอะ
“ท่านไม่ต้องไปหรอกขอรับ”
“พ่อจะไป เจ้าอยากได้ม้า พ่อก็จะขี่ม้าพาเจ้าไป”
“ไม่ต้องขอรับ” เอสรายังคงปฏิเสธ
“…” ขุนศรีวิชัยได้ยินเช่นนั้นก็จนปัญญา แต่ไหนแต่ไร บุตรชายผู้นี้มักทำตามใจตัวเอง ไม่เคยรายงานบิดามารดาหรือถามความเห็นอย่างลูกบ้านอื่น
เป็นเด็กที่คิดและตัดสินใจได้เองในทุกเรื่อง แน่นอนว่าเป็นที่ภาคภูมิใจมากสำหรับเขา ทว่าบิดาผู้นี้ก็อยากที่จะให้อีกฝ่ายพึ่งพาบ้าง “พ่อเป็นห่วง”
“ข้าให้คำมั่นว่าไม่อันตราย”
“…ก็ได้ จำเอาไว้ว่าบิดาผู้นี้มีเจ้าเป็นบุตรเพียงผู้เดียว” ขุนศรีวิชัยยกมือขึ้นลูบหัวบุตรชายแผ่วเบา ในแววตามีความห่วงใย
“ข้าคิดว่าท่านควรมีบุตรเพิ่มอีกสักคน” เอสราเอ่ย ยังไงอีกฝ่ายก็ยังร่างกายแข็งแรง แต่ติดที่นางเทพทองไม่อยากมีบุตรแล้ว
“เพราะเหตุใด” ขุนศรีวิชัยเริ่มใจคอไม่ดี ในอกจุกจนแทบหายใจไม่ออก ในหัวคิดไปต่าง ๆ นา ๆ
“…ไม่มีอะไรขอรับ” เอสราหันหน้าหนี เขาก็แค่คิดว่าอีกฝ่ายติดลูกขนาดนี้ ถ้าเขาไปแล้วคงจะเหงาจนความดันขึ้น
“…”
พลายแก้วกลับมาพร้อมม้าศึกตัวหนึ่ง ขนของม้าตัวนี้ออกโทนเหลือง ซึ่งเป็นม้าที่หลวงไกรศึกบิดาของเขาใช้ขี่ไปทำราชการและคุมงานต้อนควายทุกครั้ง
“ข้าเอาม้ามาแล้ว” พลายแก้วเอ่ย ก่อนจะยื่นมือไปให้สหายจับ
เอสราจับมือคนบนหลังม้า เท้าข้างหน้าเหยียบที่เหยียบก่อนจะกระโดดขึ้นไปนั่งซ้อนหลังพลายแก้ว ขึ้นมาได้เขาก็หันไปมองบิดา “ฝากท่านพ่อบอกท่านลุงเรื่องเจ้าพลายแก้วด้วยขอรับ ไปเลย”
บอกบิดาจบ เขาก็หันไปสะกิดพลายแก้วให้รีบพาไป
“ทางใด?” พลายแก้วทำหน้าสงสัย ‘เอ็งไม่บอกทาง ข้าจะพาเอ็งไปถูกรึ’
“ทางนั้น” เอสราชี้ทาง
:ทางขวาครับ:
“ไปทางขวา”
…
จบไปอีกตอนค่ะ
ตอนนี้รู้สึกว่าการบรรยายดูไม่เข้มเลย
เราซื้อหนังสือที่มีประโยคในการบรรยายมามากมาย แต่พอแต่งไปหาคำไป ก็เขียนช้า
แต่พอเกลาสำนวนก็ขี้เกียจหาคำอีก 555
หาเวลานั่งอ่านก็ลืม จดใส่กระดาษก็ลืมไปอีก
ใครที่เป็นนักเขียนเหมือนกันช่วยแชร์วิธีแก้ให้หน่อยนะคะ
ปล. พระเอกฉายแววชอบปีนเรือนแต่เด็กเลยค่ะ 5555 ตอนนี้ก็จะเน้นช่วงเวลาการเติบโตของทั้งสอง ตอนหน้าจะเป็นการช่วยพ่อนางวันทองแล้วค่ะ
ปล1.เราไปหาข้อมูลมา เขาบอกว่าท่านเสียก่อนถึงเรือน ตอนแรกไรท์ก็เข้าใจผิดคิดว่าท่านกลับมาแล้วถึงค่อยป่วย 555 ต้องเขียนให้เข้าไปรักษาในป่าโดยด่วนเลยค่ะ
ปล2.น้องม้าเหลืองได้ออกฉากอีกแล้ว น้องเป็นม้าที่ตั้งแต่ไรท์รู้ประวัติไรท์ก็ชอบม้าตัวนี้มากๆ ค่ะ
ปล3.ในยุคนั้น พ่อแม่จะเป็นคนที่อยู่เหนือลูก จะทำอะไรต้องบอกและให้พ่อแม่อนุญาตก่อน เป็นการเลี้ยงดูของคนยุคนั้นค่ะ เราเลยใส่รายละเอียดเรื่องนี้ไปเล็กน้อย
หนึ่งคอมเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจ