แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ - 14. ไอ้ขุนแผนที่ว่ามันเป็นใครรึ โดย Jring. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นายเอกเก่ง

รายละเอียด

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ โดย Jring. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."

ผู้แต่ง

Jring.

เรื่องย่อ

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ


ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน

 “ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”


ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่

ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก


: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :


“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”


: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :


“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”


: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :


“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”


: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :

 

“เอา! ฉันจะเอา!”


: …. :



_______________

สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา

น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา

เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า

น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”

มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ

________________

เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่

7 ก.ย. 66


สารบัญ

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-พูดคุย แจ้งเวลาลง,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-บทนำ ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-โลกที่ 1. 1.ภาคพ่อช้างของขุนแผน,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-2. เอาไอ้เด็กนี่ไปไกล ๆ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-3. คงเพราะข้าฉลาดกว่าเอ็ง,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-4. ขุนไกรต้อนควายป่า,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-5. พลายแก้วทำตัวดีๆ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-6. ช่วยขุนศรีวิชัยจากโจร,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-7. ขุนเพชรขุนราม,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-8. เจ้าช้าง เมื่อไหร่จะตื่นมาเล่นกับข้า,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-9. ข้าสัญญาจะฆ่าอ้ายพวกนั้นให้สิ้น,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-10. เจ้าช้าง เอ็งเป็นอันใด!?,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-11. ข้าคิดว่าท่านควรมีบุตรเพิ่มอีกสักคน,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-12. ข้าว่าเอ็งจะตายก่อนได้รักษาใคร,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-13. เณรผู้นั้นใช้เณรแก้วหรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-14. ไอ้ขุนแผนที่ว่ามันเป็นใครรึ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-15. ให้ท่านลุงลงหวายเอ็งสักทีสองที,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-16. ป้อนข้าสักหน่อยได้หรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-17. เอ็งเป็นแม่ทัพนี่ จัดการเลย,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-18. ผู้ใดกัน งานนัก,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-19. จับกุมเชลยและริบทรัพย์สินทั้งหมด,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-20. ไม่ รับแค่เครื่องบรรณาการก็พอ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-21. อยากเป็นเมียหมาหรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-22. พลายแก้ว! เอ็งโดดเวรรึ!?,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-23. มือคนจับอาวุธ เอ็งเจ็บรึ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-24. ทำอะไรเคยนึกถึงหัวอกข้าหรือไม่!

เนื้อหา

14. ไอ้ขุนแผนที่ว่ามันเป็นใครรึ

ตอนที่ 14.

ไอ้ขุนแผนที่ว่ามันเป็นใครรึ

“…” เอสรามีสีหน้าที่ไม่ใคร่จะใส่ใจผู้คน เมื่อได้ที่นั่ง พิมพิลาไลยก็เดินมานั่งข้างเขา ข้างนางยังมีคู่หมั้นอย่างเพ็งนั่งอยู่ด้วย

เขาเหลือบตามองทั้งสองคน ที่เขาสนับสนุนทั้งคู่ก็เป็นเพราะพลายแก้วจะได้ไม่ต้องแอบสึกไปปีนห้องอีกฝ่าย หญิงสาวที่มีเจ้าของอยู่แล้ว หากยุ่งด้วยจะถือว่าผิดครู วิชาอาคมที่เรียนจะเสื่อม และหากทำเสน่ห์ใส่คนมีคู่วิชาก็จะสะท้อนกลับ ทำให้คนเรียนกลายเป็นบ้า สติฟั่นเฟือน หรือที่เรียกว่าเสียจริต

เท่านี้พิมพิลาไลยและสาวใช้อย่างนางสายทองที่ไม่สามารถทำหน้าที่แม่สื่อได้ ก็จะไม่อาจยุ่งกับพลายแก้วได้แล้ว ‘ก็หวังว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดละนะ’


“เจ้าช้างเหม่อเชียว ข้าพูดกับเอ็งตั้งนาน เอ็งเป็นอะไรหรือไม่ หรือทำงานหนักเกินไป” นางพิมพิลาไลยสะกิดสหายสนิท ใบหน้ามีความกังวลอยู่บ้าง สหายคนนี้ของนางแม้จะเก่ง แต่ก็ทำงานหนักไม่เคยหยุดพักมาหลายปี จะไม่ให้นางเป็นห่วงได้เช่นไร


“…ข้ากำลังคิดว่าจะใส่อะไรไปงานมงคลของเจ้าดี” เอสราโกหกหน้าตาย เขาต้องพูดถึงเรื่องนี้ คนจะได้รู้เยอะ ๆ แม้ข่าวนี้จะค่อนข้างดังอยู่แล้วก็ตาม เพราะเขาเป็นคนปล่อยข่าวทั่วเมืองสุพรรณเอง


“อันใดกัน เอ็งใส่อะไรก็ดูดี สำหรับเอ็งใส่ชุดนอนมาข้าก็ไม่ว่า” พิมพิลาไลยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เหนียมอาย ร่างกายบิดจนตัวม้วน ทว่าที่พูดมาล้วนเป็นความจริง ถ้าไม่มีสหายคนนี้ที่คุยกับบิดามารดาให้ ก็ไม่รู้ว่านางจะได้หมั้นจนใกล้แต่งกับคนที่นางรักหรือไม่


“ข้าเห็นด้วยกับแม่พิม ขอแค่เจ้าให้เกียรติมา พวกเราก็ดีใจแล้ว” เพ็งเอ่ยกับสหายน้อยในวัยเด็ก ในตอนเด็กเขาชอบไปเล่นกับอีกฝ่ายและนึกเป็นห่วง เพราะอีกฝ่ายเหมือนคนป่วยอยู่ตลอดเวลา เขาจึงอยากดูแล คงเพราะจิตวิญญาณหมอยาของเขามีมาตั้งแต่เด็กแล้ว


ผู้ใหญ่ทั้งสามบ้านก็ดูเหมือนว่าจะสนิทชิดเชื้อกันดี เหล่ามารดานั่งรวมจับกลุ่มพูดคุยกัน ส่วนใหญ่เป็นนางทองประศรีที่กำลังพูดถึงงานมงคลสมรสของบุตรสาวที่ใกล้จะมาถึง

ไม่ไกลจากเหล่าสตรีก็เป็นเหล่าบิดาที่นั่งเงียบ ทั้งสามมีพูดคุยถามไถ่กันบ้าง ทว่าด้วยเจอกันบ่อยอยู่แล้ว จึงไม่ได้มีอะไรให้พูดมากมาย


“มัวพูดแต่เรื่องของข้า เอ็งเห็นเณรแก้วหรือยัง นั่น” พิมพิลาไลยเข้าเรื่องเดิมที่พูดค้างเอาไว้


เอสรามองตามสายตานาง ในตอนนั้นเองที่ดวงตาสีทับทิมงดงามสบเข้ากับดวงตาสีอำพันลึกลับ พวกเขาสอดประสานสายตากันอยู่สักพัก ก่อนเขาจะเลิกคิ้วขึ้น ‘ดูหน้าก็รู้ว่าเจ้าชู้’ 

ดวงตาสีแดงมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าราวกำลังสำรวจตัวปัญหาที่จะทำให้ภารกิจของเขายุ่งยากขึ้น


“…” พลายแก้วเห็นสายตาของคนที่เขาเฝ้ารอคะนึงหาทุกวันก็พูดไม่ออก ‘เอ็งไม่มีความดีใจที่เจอข้าเลยรึ? ช่างใจร้ายนัก’ 

แยกจากกันนานถึง ๖ ปี ไม่มีวันใดที่เขาไม่คิดถึงสหายผู้นี้ อีกฝ่ายยังคงดูตัวเล็ก ร่างกายบอบบางไม่สมบุรุษ แต่เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายมีความสามารถ วิชาที่อีกฝ่ายเคยสอนทำให้เขาศึกษาวิชาวิชัยสงครามสำเร็จผ่านในระยะเวลาแค่ 2 ปี

ทว่าหลังร่ำเรียนกับบิดาทุกเรื่อง เขาก็อยากร่ำเรียนวิชาอาคมให้ถ่องแท้ เพราะรู้มาว่าพวกโจรป่ามันมีวิชาของขลัง เขาจึงได้บวชเรียนและฝากตัวเป็นศิษย์พระอาจารย์หลายท่านเพื่อศึกษาวิชาอาคม


ไม่นานทุกคนก็เห็นเณรแก้วขึ้นธรรมาสน์เพื่อเทศน์กัณฑ์มัทรีแทนเจ้าอาวาส อีกฝ่ายวางตัวได้สง่างาม ท่วงท่าการจับคัมภีร์และการนั่งดูสำรวมมีเสน่ห์ ความหล่อเหลาเปรียบดั่งเทวดามาจุติ จนเหล่าหญิงสาวในงานถึงกับตะลึง

เมื่อเริ่มเทศน์ น้ำเสียงก็เพราะกังวานจับใจ ทั้งยังเทศน์ได้อย่างคล่องแคล่วมีจังหวะจะโคน ราวแตกฉานในพระธรรมบท เรียกเสียงสาธุลั่นศาลา

สตรีน้อยใหญ่พากันใจละลาย หลายคนถึงกับถอดสร้อยถอดแหวนทำบุญกัณฑ์เทศน์จนล้น

พาน เพราะหลงในรูปและเสียงของเณรแก้วในขณะที่กำลังเทศน์กัณฑ์มัทรี


“หาววว” เอสราปิดปากอ้าปากหาวเสียงดัง เขาไม่รู้ว่าการฟังอะไรแบบนี้มันน่าสนใจตรงไหน


:ได้รับแต้มบุญจากการฟังธรรม 10 แต้ม คงเหลือ 21,965 แต้มบุญครับ:


‘…ก็ยังถือว่ามีประโยชน์อยู่บ้าง’


“น่าเบื่อขนาดนั้นเลยรึ” พิมพิลาไลยหันไปกระซิบถามสหายสนิทเมื่อได้ยินเสียงหาว มือของนางยังคงไหว้พนมไว้ที่กลางอก


“อยากนอน” เอสราตอบสั้น ๆ ในน้ำเสียงมีความเบื่อหน่าย ตอนนี้เขาง่วงจนจะหลับอยู่แล้ว ชุดที่ใส่วันนี้ก็ร้อนมากจนอึดอัด


“เอ็งนี่นะ” พิมพิลาไลยได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าไปมา ผู้อื่นพากันตื่นเต้นบันเทิงใจ โดยเฉพาะสตรีน้อยใหญ่ แต่สหายของนางกลับไม่ได้มีท่าทีสนใจสักนิด “พวกเราเองก็ไปถวายบ้างเถิด”

นางพิมพิลาไลยเอ่ยจบก็ลากสหายสนิทและชายคนรักคลานเข้าไปใกล้พานหน้าธรรมาสน์ที่เณรแก้วกำลังเทศน์อยู่


เพ็งเตรียมผ้าห่มพระ (ผ้าสำหรับห่มพระพุทธรูป) มาด้วย เขากับพิมพิลาไลยช่วยกันประคองถวายใส่พาน ก่อนจะร่วมกันอธิษฐาน เมื่ออธิษฐานเสร็จก็ส่งยิ้มหวานเชื่อมให้กันและกัน


“…” เอสราที่ถูกลากมาด้วยมองทั้งสองคนนิ่ง ‘เจ้าจะลากข้ามาด้วยทำไม?’ 

ต่อมาก็ถึงคิวของเขาที่ต้องถวายของทำบุญ มือเรียวขาวนวลล้วงเอาก้อนเงินออกมากำหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะโยนใส่พาน


พลายแก้วเห็นเช่นนั้น มุมปากก็มีรอยยิ้มบางทั้งที่ยังเทศน์กัณฑ์มัทรีอยู่ แค่เพียงได้เห็นสหายใกล้ ๆ เขาก็รู้สึกมีความสุขแล้ว

ทว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำต่อมากลับทำให้เขาถึงกับเสียสมาธิไปชั่วขณะจนแทบลืมบทเทศน์ จมูกคมได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จนทำให้เขาถึงกับตะลึงลานสูดหายใจลึก


เอสราปลดสไบแพรสีแดงของตัวเอง ก่อนจะวางลงบนพาน แล้วคิดในใจ ‘ยังไงก็ร้อนอยู่แล้ว ถวายไปเลยแล้วกัน’ 

ทว่าขณะนั้นเองก็เกิดลมพัดจนชายสไบขึ้นไปพันพัวอยู่กับธรรมาสน์และคนที่กำลังเทศน์อยู่ เอสราไม่ใคร่จะใส่ใจ หลังจากถวายเสร็จเขาก็กลับไปนั่งที่เดิม


:รับแต้มบุญ 50 แต้ม ค่าความสัมพันธ์ 90% ค่าความสำเร็จของภารกิจ 40%:


เอสราเหลือบตามองค่าความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะเพิ่มหลังผ่านไป ๖ ปี ที่ผ่านมาเขาไม่เคยนึกสนใจมัน ขอแค่ถึง 50% ได้ เขาก็พอใจแล้ว ‘มันเป็นค่าที่ทำให้สนิทกันมากขึ้นหรือเชื่อใจฉันมากขึ้นกัน?’


:ทั้งสองครับ:


เอสราครุ่นคิด ถ้าเป็นแบบนั้น หากเขาแนะนำอีกฝ่ายว่าอย่าเจ้าชู้ เด็กเว—ไม่สิตอนนี้เรียกเด็กไม่ได้แล้ว ไอ้หน้าหม้อนี่จะเลิกทำตัวเหมือนหมาไหม?


คนงามผิวน้ำนมไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตัวเองทำอะไรลงไป เหล่าชายหนุ่มมากหน้าหลายตาหันมองเณรแก้วอย่างหมั่นไส้ หลายคนขมวดคิ้วไม่พอใจ


พิมพิลาไลยยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนนางจะหันไปกระซิบกับคนรัก “ข้าน่ะคิดว่าทั้งสองเหมาะสมกันมาตั้งนานแล้ว”


“เช่นนั้นรึ มิน่า” เพ็งเอ่ยเสียงเบา ในหัวนึกถึงอดีต ครั้งที่เขาเข้าไปพูดคุยกับพ่อช้าง พลายแก้วก็มักจะหาเรื่องเขาตลอด มุมปากยกยิ้มบาง ๆ เมื่อนึกถึงตอนนั้น


ขุนศรีวิชัยไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี เขาหันไปมองสหายสนิทที่นั่งอยู่ข้างกัน “ไม่แน่บางทีเอ็งกับข้าอาจไม่ได้อุ้มหลาน”


“…” หลวงไกรศึกคิ้วกระตุก แต่ก็ไม่อาจทำอันใดได้


เอสรานั่งฟังเทศน์จนเบื่อไปไม่รู้กี่รอบ เมื่อถึงเวลาเที่ยงวัน เขาก็หันไปเอ่ยกับมารดา “ข้าจะกลับแล้วขอรับ”


“ไม่อยู่ฟังจนจบรึ? อีกเพียงครึ่งวันเท่านั้นเอง” นางเทพทองเอ่ยกับบุตรชาย


“ไม่ขอรับ ข้าเบื่อ” เอสรากล่าวจบก็ยืนขึ้น ไม่รอฟังคำห้ามปรามของมารดาอีก ก่อนเขาจะเดินลงจากศาลา ด้านหลังมีนางชบาตามมาติด ๆ เพื่อกางร่มให้

ในหัวก็นึกถึงหายนะใหญ่ของพลายแก้วที่จะเกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง ทั้งครั้งสุดท้ายยังต้องติดคุกนานถึง 15 ปี

จะออกจากคุกได้ก็ต้องให้ลูกชายอย่างพลายงามออกรบจนชนะ เพื่อพระราชทานอภัยโทษให้พ่อออกมา

แต่ตอนนี้พลายงามคนนั้นคงไม่มีสิทธิ์เกิดขึ้นมาแล้ว “…น่าปวดหัวชะมัด”


“คุณชายป่วยหรือเจ้าคะ?” นางชบาได้ยินว่าคุณชายปวดหัวก็มีสีหน้าตื่นตกใจ ตั้งแต่นางดูแลรับใช้มาตั้งแต่เด็กจนคุณชายโตขนาดนี้ น้อยครั้งนักที่จะป่วย


“ข้าสบายดี เราไปเดินเล่นก่อนกลับเรือนกัน หรือเจ้าอยากกลับไปฟังเทศน์ต่อ?”


“ไม่เจ้าค่ะ ข้าจะคอยดูแลคุณชาย” ชบาเอ่ยอย่างไม่ต้องคิด ผู้ใดจะกล้าปล่อยเจ้านายไว้ลำพัง เจ้านายของนางคนนี้ดีนัก แม้จะยังเด็กแต่ก็ให้เบี้ยหวัดนางทุกเดือน

ไม่ใช่แค่นาง แต่คนที่ทำงานในกิจการทั้งสามก็ได้รับเบี้ยหวัดทุกเดือนเช่นกัน หลายคนที่เป็นทาสก็ไถ่ตัวเองได้แล้ว แต่ก็ยังเลือกทำงานรับใช้เจ้านายของนางในฐานะลูกน้อง

นางเองก็สามารถไถ่ตัวเองได้แล้วเช่นกัน แต่นางยังคงอยากดูแลคุณชายของนางต่อไป


เอสราเดินเล่นแถวหน้าวัด ถ้ามีร้านอะไรขายของน่ากิน เขาก็จะแวะซื้อทุกร้าน แก้มเนียนใสขาวผ่องตอนนี้จึงเคี้ยวตุ้ย ๆ ไม่พัก 

ร้านค้าเหล่านี้มาตั้งแผงตั้งแต่กลางวัน แต่ว่าจะได้ขายจริง ๆ ก็คงเป็นช่วงเย็นถึงดึก แต่ละร้านเลยมีคนเฝ้าไม่กี่คน

ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านไม่ก็ทาสที่ต้องอยู่เฝ้าของ


“อร่อยยิ่ง” เอสราเคี้ยวขนมอย่างมีความสุข ริมฝีปากสีหวานมีรอยยิ้มบาง ๆ


“คุณชายไม่ได้พบกันหลายเดือน สบายดีหรือไม่”


เอสราหันใบหน้างดงามมองคนที่เข้ามาทักทาย พอเห็นว่าเป็นใครก็ยิ้มบาง “เป็นท่านนี่เอง ข้าสบายดี เครื่องแก้วที่ส่งให้ครั้งก่อนเป็นเช่นไรบ้าง”

อีกฝ่ายมีเส้นผมสีทองเข้มออกโทนน้ำผึ้งและตัดสั้น ดวงตาคมสีฟ้าสดเหมือนท้องฟ้าในวันนี้ จมูกโด่งคางชัด สวมเสื้อคอสูงเรียบร้อย

คนผู้นี้คือสหายทางการค้าชาวฮอลันดาที่เขาติดต่อด้วยมาปีหนึ่งแล้ว เป็นคนที่น่าคบหา ไม่เอาเปรียบ ฉลาดและเจรจาเก่งมาก


“ขายดีนัก คนเมืองฮอลันดาชอบมาก” ลูคัส ฟาน ไรน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคมสีฟ้าจ้องมองคนตัวเล็กตลอดเวลา “ข้าไม่ใคร่จะเข้าใจกับการฟังเทศน์ คุณชายพอมีเวลาเดินเล่นเป็นเพื่อนข้าหรือไม่”


“ได้สิ” เอสราไม่มีปัญหา เพราะยังไงตอนนี้เขาก็ว่างอยู่แล้ว พวกเขาเริ่มเดินชมวัดด้วยกัน ส่วนชบาก็เดินกางร่มให้คุณชายของตัวเองไม่ห่า

สักพักใหญ่พวกเขาถึงได้แยกกัน เพราะเอสราอยากกลับเรือนไปพัก



ยามหนึ่ง(21:00)

เอสราหลังอาบน้ำเปลี่ยนอาภรณ์พร้อมนอน เขาก็นั่งจดบันทึกสิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้หน้าโต๊ะทำงาน ตอนนี้กิจการของเขาเป็นรูปเป็นร่างแล้ว

จนไม่ต้องลงไปดูงานเองก็สามารถนั่งอยู่เฉย ๆ แล้วรอเงินเข้าหีบได้ที่เรือน ถือว่าเวลาที่ทุ่มเทไปไม่เสียเปล่าเลยจริง ๆ

“…ขุนแผนแสนสะท้าน” มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ‘หึ แค่ชื่อก็น่าคลื่นไส้แล้ว’


“ไอ้ขุนแผนที่ว่ามันเป็นใครรึ” น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบถามที่ข้างใบหูขาว



จบตอนค่ะ

ตัวละครทุกคนโตขึ้นแล้ว ตกมือค่ะ

เปะ แปะ เปะ แปะ


ปล.ตอนนี้เป็นฉากสำคัญของเรื่องขุนแผนขุนแผนเลยค่ะ ที่ทั้งสามตัวละครจะกลับมารวมกันอีกครั้ง แต่เราโยนให้แม่พิมมีผัวไปแล้วค่าา 5555


ปล1.เนื้อหาในเรื่องที่เราค้นมา พอแม่พิมได้ฟังเสียงเทศน์อันไพเราะของเณรแก้ว ก็เกิดศรัทธา (และเริ่มมีใจให้) จึงถอด "ผ้าสไบสีชมพู" วางใส่พานถวายเป็นเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์ 

ขุนช้างขี้อิจฉาเห็นแม่พิมถวายผ้าสไบ ก็กลัวว่าเณรแก้วจะได้ใจแม่พิมไป เลยรีบถอด "ผ้าสไบของตนเอง" ไปวางทับบนผ้าสไบของแม่พิมทันที พร้อมอธิษฐานเสียงดังว่า "ขอให้ได้แม่พิมเป็นเมีย"

ความหมายแฝงของฉากนี้คือการชิงดีชิงเด่นกันต่อหน้าพระประธาน ผ้าสองผืนที่วางทับกันเป็นลางบอกเหตุว่า ขุนช้างจะเข้ามาแทรกกลางระหว่างความรักของคนทั้งคู่ในอนาคต


ปล2.สไบคือของสูงและเป็นตัวแทนเจ้าของ การถวายสไบเปรียบเสมือนการมอบกายถวายชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของการจองตัวหรือการเสี่ยงเนื้อคู่ตามความเชื่อในสมัยนั้น และสไบเสี่ยงทายคือลมพัดชายสไบขึ้นไปพันพัวอยู่กับธรรมาสน์และตัวเณรแก้ว ซึ่งโบราณถือว่าเป็นนิมิตหมายว่าทั้งคู่มีบุญเกื้อกูลกันมา


ปล3.ความหมายของการถวายสไบสีแดงโดยเฉพาะตามความเชื่อและคติชาวบ้านไทย สีแดงในวัฒนธรรมไทยโบราณเป็นสีของความเข้มแข็งและชัยชนะ เชื่อว่าจะช่วยเสริมดวงชะตาให้มีความเด็ดขาด มีบริวารเกรงใจ และชนะศัตรูหมู่มาร


ปล4.นายเอกไม่รู้เรื่องอะไรพวกนี้เลยค่ะ 5555ถวายให้เพราะร้อนเฉยๆ ทั้งตอนไปทำบุญก่อนหน้านั้นยังเคยเห็นคนทำ เลยทำบ้างเท่านั้นค่ะ


หนึ่งคอมเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจ