แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติแม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ
ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน
“ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”
ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่
ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก
: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :
“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”
: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :
“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”
: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :
“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”
: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :
“เอา! ฉันจะเอา!”
: …. :
_______________
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา
น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา
เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า
น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”
มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ
________________
เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่
7 ก.ย. 66
ตอนที่ 5.
ทำตัวดี ๆ พลายแก้ว
“ได้ เจ้าอยากได้แบบไหน พ่อจะซื้อให้ หรือจะสั่งทำก็ย่อมได้” ขุนศรีวิชัยย่อมตามใจบุตรชายตัวน้อยของเขาอยู่แล้ว
“ข้าอยากได้หมอนใหม่ด้วยขอรับ”
“ได้ พ่อซื้อให้เจ้าเอง” ขุนศรีวิชัยยิ้มมีความสุข นาน ๆ เขาจะได้ออกมาเที่ยวเล่นกับบุตรชายสักครั้ง “ดูนั่นร้านเครื่องประดับ ไปดูกันว่ามีสิ่งที่เหมาะกับลูกหรือไม่ ซื้อไปฝากแม่เจ้าด้วย”
“…” เขาจะทำอะไรได้ ก็ในเมื่อถูกอุ้มอยู่แบบนี้
ช่วงนี้ค่อนข้างสงบสำหรับเขา เพราะพลายแก้วต้องอยู่กับมารดาเพื่อรอฟังข่าวบิดา อีกฝ่ายเห็นมารดาดูเป็นกังวลก็อยู่เป็นเพื่อนไม่ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน
ส่วนพิมพิลาไลย นางเองก็ต้องอยู่บ้านกับนางศรีประจันมารดาของนาง เพื่อเล่าเรียนสิ่งที่สตรีควรเรียน ระหว่างที่รอบิดากลับจากไปค้าขายที่ละโว้
แต่เวลาอันสงบมักจะอยู่ได้ไม่นาน เมื่อผ่านไปเพียง 4 วัน ท่านลุงขุนไกรก็มาเยือนที่เรือนของเขา ทั้งยังหยิบไอ้เด็กเวรพลายแก้วมาด้วย
“ลุงให้ป้าเจ้าทำขนมมาห้าหกอย่าง พ่อช้างหลานดูว่าชอบขนมอันใดเป็นพิเศษ” หลวงไกรศึกเอ่ยกับเจ้าตัวเล็กด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“ขอบน้ำใจขอรับท่านลุง”
เมื่อขนมถูกนำใส่ถาดทองเหลือง ขุนไกรก็ให้บุตรชายนำขนมไปให้เจ้าตัวน้อยทาน “นำไปแบ่งพ่อช้าง”
“ขอรับ” พลายแก้วทำตามที่บิดาสั่งทันที บนใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มซุกซน เพราะไม่ได้เจอสหายตัวน้อยนานหลายวัน วันนี้ได้เจอจึงดีใจ
“…” หลวงไกรศึกมองเด็กน้อยตัวขาว เส้นผมสีเงิน ดวงตาสีทับทิมอย่างพิจารณา คำแนะนำของอีกฝ่ายไม่รู้ว่าบังเอิญหรือไม่ แต่ทว่ามันช่วยเขาได้มากทีเดียว ยามนี้เขาได้เลื่อนตำแหน่งทางทหารจากขุนเป็นหลวง และได้นามใหม่ว่าไกรศึก
ทั้งสมเด็จพระพันวษายังพระราชทานเงินทองเป็นรางวัลให้มากมาย ชื่อเสียงในเมืองสุพรรณเองก็เพิ่มขึ้น
เวลานี้เขานับว่ารุ่งโรจน์ที่สุดในเมืองแห่งนี้แล้ว ทว่าเขาก็ไม่อยากคิด หากเขาไม่นำกฤษณาไปตามคำแนะนำของเด็กน้อย บางทีเขาอาจไม่ได้กลับมาหาลูกเมียด้วยซ้ำ
“ให้ตาย เห็นทีว่าข้าจะอยู่หลังเจ้าก้าวหนึ่ง” ขุนศรีวิชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจริงจังนัก มือก็รินสุราใส่จอกสุราฉลองให้สหายที่ได้เลื่อนตำแหน่ง “เอ้า ดื่มให้เจ้าที่กลับมาอย่างปลอดภัย”
หลวงไกรศึกไหนเลยจะปฏิเสธสุรา เขาชนจอกสุรากับสหายก่อนจะยกขึ้นดื่ม พอสุราเข้าปาก เขาก็รู้สึกสดชื่นขึ้น “จะว่าไป เจ้าได้สอนวิชาการทำนายให้พ่อช้างหรือไม่”
“สอนรึ? ฮ่าฮ่าฮ่า ลูกชายข้าตัวน้อยเท่านั้น จะให้สอนสั่งเช่นใดได้” ขุนศรีวิชัยหัวเราะ หลังเอ่ยจบก็เทสุราใส่จอก “แต่จะว่าไป เขาก็ชอบเอาตำราและสมุดข่อยในห้องทำงานของข้าไปอ่านบ่อย ๆ ช่างเป็นเด็กที่ฉลาดและรู้ความนัก ไม่รู้ว่าอ่านออกจริง ๆ หรือแค่เห็นข้าอ่านแล้วอยากทำตาม แต่ไม่ว่าเช่นไรลูกชายข้าก็น่าเอ็นดูยิ่ง ฮ่าฮ่าฮ่า”
“…” หลวงไกรศึกมองไปที่เด็กน้อยตัวขาวอีกครั้ง ที่ตอนนี้กำลังแย่งขนมกับบุตรชายของเขา สองแก้มกลมป่องเต็มไปด้วยขนมหวาน มือทั้งสองข้างเปื้อนไปด้วยน้ำเชื่อมและเศษขนม
ข้างกันมีบุตรชายของเขาที่คอยแกล้งและแหย่เล่น จนเจ้าตัวเล็กนั้นเดือดปุด ๆ ‘ช่างเถอะ เอาไว้ข้าจะหาโอกาสขอบน้ำใจพ่อช้างตรง ๆ ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นจะบังเอิญหรือไม่ ก็ไม่ได้เป็นผลเสียต่อผู้ใด ข้าได้รับผลดีด้วยซ้ำ’
วันคืนเคลื่อนคล้อยนับหลายมาส
“เรามาเล่นหม้อข้าวหม้อแกงกัน ข้าอยากเล่นเป็นเมียบ้าง” พิมพิลาไลยเอ่ยกับสหายทั้งสอง ก่อนหน้านี้พวกเขาเล่นสวมบทบาทกันอยู่หลายครั้ง แต่ก็มักจะพังไม่เป็นท่า
“งั้นเจ้าจะสวมบทแม่ม่ายรึ” พลายแก้วเอ่ยกับเด็กสาวที่มีอายุเท่ากัน ก่อนจะหันไปมองคนตัวขาวที่กำลังนั่งกินขนมที่เขานำมาให้ ท่านพ่อเห็นอีกฝ่ายชมชอบขนมหวานมากก็มักจะให้ท่านแม่ทำ แล้วให้เขานำมาฝากคนตัวเล็กตลอด จนตอนนี้แก้มขาวนั้นกลมขึ้นหลายเท่า
ไม่รู้ว่าใครเป็นลูกแท้ ๆ ของท่านพ่อกันแน่ ทีกับเขาสั่งให้ฝึกเอา ๆ
“ปากเสียยิ่ง พวกเจ้าก็เลือกมาว่าผู้ใดจะเป็นผัวสิ” พิมพิลาไลยเริ่มเท้าเอวแล้ว
“…” เอสราเงยหน้ามองเด็กสาว การเล่นสวมบทบาทของเด็ก เป็นอะไรที่เขาเบื่อที่สุดแล้ว ทั้งอีกฝ่ายยังหน้าตาเหมือนนางสาวเขา “ข้าไม่เป็น”
ตอบเสร็จก็กินขนมต่อ หลายเดือนก่อนท่านลุงหลวงไกรศึกมากล่าวขอบคุณเขาตรง ๆ เขาเองก็ทำได้เพียงแสดงสีหน้าซื่อ ๆ ต่อมาเขาก็ได้ขนมจากเรือนท่านลุงทุกวัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับเขา
วันนี้พวกเขามาเล่นกันที่ลานวัด ถึงจริง ๆ เขาจะถูกขนมล่อมาอย่างไม่เต็มใจก็เถอะ ให้ตายสิ! อยากนอนอืดอยู่เรือน!!
“เช่นนั้นพลายแก้ว” พิมพิลาไลยหันไปมองสหายอีกคน
“ไม่ น่าเบื่อจะตาย ข้าอยากเล่นยิงธนูกับเจ้าช้างมากกว่า” พลายแก้วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะนำธนูไม้ไผ่ที่ท่านพ่อทำให้ออกมาโชว์ เขาฝึกยิงอยู่ทุกวัน มั่นใจมากว่าต้องชนะเจ้าช้างแน่นอน
พิมพิลาไลยถูกปฏิเสธก็ทำแก้มป่องกอดอกไม่พอใจ ทีตอนเจ้าช้างเล่นเป็นเมีย (โดยบังคับ) เจ้ายังยอมเป็นผัวเลย!
ในตอนนั้นเองก็มีเด็กกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาที่ลานวัด
“พวกท่าน พวกข้าขอเล่นด้วยได้หรือไม่ขอรับ” เสียงของเด็กชายผู้หนึ่งดังขึ้น
พลายแก้วและพิมพิลาไลยหันไปมอง มีเพียงเด็กตัวขาวที่ไม่คิดจะสนใจใครแต่ต้น
“ได้สิ มาเร็ว” พิมพิลาไลยเห็นว่าจะมีสหายมาเพิ่มก็ฉีกยิ้มกว้างทันที เพราะคนยิ่งเยอะจะยิ่งเล่นสนุกขึ้น
และคนที่ได้สวมบทบาทเป็นผัวก็มีชื่อว่าเพ็ง บุตรชายของหมอยาที่มีความสามารถของเมืองสุพรรณบุรี มีอายุ 7 ปี ซึ่งมากกว่าพลายแก้วและพิมพิลาไลย 2 ปี
“เช่นนั้นข้าเล่นเป็นคนรวยแล้วกัน” เอสราเอ่ย ออกไม่ได้ก็ต้องเข้าร่วม บทนี้เขาเล่นบ่อย แค่ใช้ก้อนหินเป็นเงินแล้วโยน ๆ ก็สั่งคนได้แล้ว
“งั้นข้าเป็นโจร” พลายแก้วยิ้มมุมปากซุกซน ไหน ๆ ก็มีธนูแล้ว ต้องโชว์ความสามารถสักหน่อย
ส่วนเด็กชายอายุ 6 ปีสองคนที่เหลือก็เล่นเป็นโจรกับพลายแก้ว และสุดท้ายน้องสาวของเพ็งก็ได้รับบทเป็นบ่าวรับใช้ของเจ้าเด็กตัวขาวที่มีอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม
: ค่าความสัมพันธ์ 20% ค่าความสำเร็จของภารกิจ 7% :
หลายวันผ่านไป
“พ่อช้าง ข้าทำกุ้งย่างมาให้ ข้าหามาเองแต่เช้าเลยหนา” เพ็งเอ่ยกับเด็กตัวขาวที่กำลังนั่งอ่านสมุดข่อยอยู่บนศาลาริมน้ำ วันนี้เขามาเล่นกับอีกฝ่ายถึงเรือนเศรษฐีของเมืองสุพรรณ
ในมือถือตะกร้ากุ้งย่างที่ส่งกลิ่นหอม
“กุ้งหรือ?” เอสราตาวาว นอกจากพลายแก้วก็ไม่มีใครหากุ้งให้เขากินอีก ทั้งพลายแก้วเองก็มีอายุแค่ 5 ขวบ จะไปหากุ้งได้เยอะจนพอกินได้ยังไง
จะว่าก็ว่าเถอะ เด็กที่นี่ไม่กลัวน้ำเลยจริง ๆ ขนาดเขาว่ายน้ำเป็นยังไม่อยากลงเลย
“ใช่ ข้าย่างด้วยสมุนไพรดับกลิ่นคาวด้วยหนา มาข้าแกะให้” เพ็งเห็นเด็กตัวเล็กดูสนใจก็ลงมือแกะกุ้งให้ทันที ดวงตากลมดำดุจเม็ดมะขาม มองดวงตาสีแดงที่กำลังเป็นประกายแวววาว ไม่รู้เหตุใดเขาถึงนึกถึงมณีล้ำค่าที่ถูกวางขายอยู่ตลาดหลวง
“พี่ชบา ไปบอกบ่าวในครัวให้ทำเครื่องจิ้มมาให้ข้ากินกับกุ้งย่าง” เอสราหันไปเอ่ยกับบ่าวสาวที่คอยถือพัดวีให้เขา
“เจ้าค่ะ คุณชายทรงอย่าไปที่ใดไกลนะเจ้าค่ะ” นางชบารับคำสั่ง ทว่าก่อนไปก็ไม่ลืมกำชับเจ้านายตัวน้อยของนาง ไม่ให้ไปเล่นซนที่ใดไกล
เมื่อชบาไปแล้ว ก็เหลือเด็กแค่สองคน
“เมืองสุพรรณของเรามีกุ้งให้จับเยอะนัก เนื้อก็หวาน หากเจ้าชอบข้าจะจับมาให้อีก” เพ็งเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสดใส รอยยิ้มอารมณ์ดีมีอยู่เต็มใบหน้า
“งั้นหรือ เช่นนั้นข้ากินด้วยคน” พลายแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีนัก เขาเดินตึกตักเข้าไปในศาลา ก่อนจะแย่งกุ้งที่อีกฝ่ายแกะยัดเข้าปาก เคี้ยวเร็ว ๆ พร้อมมองคนแกะอย่างท้าทาย
“…อยากกินก็กิน ข้าจับมาเยอะ” เพ็งแอบไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เพราะมีอายุมากกว่าเลยไม่อยากถือสา ทั้งเขานั้นมีน้องสาว ความอดทนเลยมีมากกว่าเด็กทั่วไป
พลายแก้วทำท่าทางไม่พอใจ ดวงตาคมเหมือนบิดามองเด็กชายตรงหน้าราวกับมองส่วนเกิน แม้อีกฝ่ายจะอายุมากกว่า แต่ความสูงของเขาก็ต่ำกว่าอีกฝ่ายนิดเดียวเท่านั้น
“ทำตัวดี ๆ พลายแก้ว” เอสราเอ่ยเตือน น้ำเสียงเหมือนเตือนเด็กที่ไม่รู้ความ ดวงตากลมสีทับทิมมีความไม่ใส่ใจ
“ข้าจับกุ้งมาหลายตัว ให้คนเรือนเจ้าย่างแล้ว เดี๋ยวก็คงได้กิน” พลายแก้วเอ่ยจบก็นั่งลงข้าง ๆ เด็กตัวขาว แน่นอนว่านั่งกั้นกลางทั้งสองคนเอาไว้
“อืม ขอบใจ”
แต่ดูเหมือนการกินกุ้งมื้อนี้จะไม่ค่อยสงบสุขเท่าไหร่สำหรับเขา เมื่อพลายแก้วเอาแต่หาเรื่องเพ็งไม่เลิก เพ็งเองก็ใช่ว่าจะยอมคนเสมอไป จึงมีปากเสียงกันทุก 1 นาที ทำเอารสอาหารจืดชืดไปหมด
‘ใครก็ได้ ช่วยเอาไอ้เด็กเวรสองคนนี่ไปไกล ๆ ฉันที!’
หลายวันต่อมาก็ยังคงเป็นเช่นนั้น ทุกครั้งที่พลายแก้วและเพ็งเจอหน้ากัน ก็จะมีเสียงโวยวายอยู่ตลอด
จากเถียงก็เปลี่ยนเป็นท้าสู้ มีทั้งใช้มือเปล่าและดาบไม้ฟาดฟันกัน ไม่ต้องพูดถึงร่างกาย เพราะทั้งสองคนมีรอยช้ำดำเขียวและรอยถลอกเป็นปกติของเด็กบุรุษที่เล่นกันแรง
“พ่อช้าง จะไม่ห้ามพวกเขาหรือ?” พิมพิลาไลยเอ่ย ในมือกำลังร้อยมาลัยจากดอกมะลิและดอกพิกุล ข้างกันมีน้องสาวของเพ็ง ฝั่งตรงข้ามของศาลามีเด็กบุรุษตัวขาวที่กำลังนั่งอ่านตำรา มืออีกข้างหยิบขนมเข้าปากเคี้ยวหนุบหนับ
“ปล่อยไปเถอะ” เอสราเอ่ยอย่างไม่สนใจ เด็กผู้ชายก็ชอบเล่นอะไรแบบนี้แหละ ว่าแล้วเขาก็หยิบขนมที่พลายแก้วนำมาให้เข้าปากอีกชิ้น
“…” พิมพิลาไลยได้แต่เงียบเพราะนางทำอะไรไม่ได้ ถึงห้ามทั้งสองคนก็คงไม่ฟัง จึงได้แต่เลิกสนใจแล้วร้อยมาลัยต่อ ปากก็คอยสอนน้องสาวของเพ็งไปด้วย “ร้อยตรงนี้ แบบนี้นะ”
“สวยมากเลยเจ้าค่ะ” เสียงเล็ก ๆ ของเด็กสาวเอ่ยอย่างสดใส ไม่ได้สนใจพี่ชายของตัวเองสักนิด
ตกเย็นพิมพิลาไลยและสองพี่น้องลูกหมอยาก็กลับ มีเพียงพลายแก้วที่ยังไม่ยอมกลับเรือน
“เจ้าช้าง เอ็งดู เข่าข้าเลือดออก” พลายแก้วโชว์เข่าที่มีเลือดออกให้เด็กตัวขาวดู ไม่พอที่แขนและหน้าก็มีรอยช้ำเช่นกัน
“กลับเรือนไปให้แม่เจ้าทำแผลให้สิ” เอสราเหลือบตามองบน แผลพวกนั้นก็เป็นอีกฝ่ายที่เล่นซนเอง ‘จะให้ฉันโอ๋หรือไง’
“ข้า ข้าเดินไม่ไหว” พลายแก้วแกล้งนั่งลงกับพื้นทำท่าทางลุกไม่ไหว
“เช่นนั้นพ่ออุ้มเจ้ากลับเอง” หลวงไกรศึกเอ่ยกับบุตรชายตัวแสบ ก่อนจะใช้แขนใหญ่ยกลูกชายขึ้นพาดบ่าได้อย่างง่ายดาย ‘ก็ว่าทำไมกลับเย็นนัก นิสัยเจ้าเหมือนข้าตอนหนุ่ม ๆ ไม่มีผิด’
“กลับไปเจ้าโดนแม่เจ้าบ่นหูชาแน่ พ่อช้าง ลุงกลับเรือนก่อนนะ”
“ขอรับ” เอสรายืนมองสองพ่อลูกจนลับตา ตอนนี้พลายแก้วมีบิดาดูแลแล้ว ซึ่งฉีกจากต้นฉบับอย่างเห็นได้ชัด เขาเองก็หวังว่ายามอีกฝ่ายโตขึ้นจะได้นิสัยพ่อสักนิด
ที่เห็นเหมือนกันตอนนี้ก็คงเป็นนิสัยใจร้อนและวู่วามนี่แหละ
: ค่าความสัมพันธ์ 25% ค่าความสำเร็จของภารกิจ 8% :
“…”
“ได้เวลาสำรับเย็นแล้วเจ้าค่ะ” นางชบาเอ่ยกับคุณชายของนาง
“อืม” เอสราเดินขึ้นเรือนของตัวเอง มองเห็นนางเทพทองและขุนศรีวิชัยนั่งรออยู่ เขาก็เดินไปนั่งที่ของตัวเองบ้าง
“ชักช้า มีเด็กบ้านใดปล่อยให้บิดามารดาหิ้วท้องรอ” นางเทพทองเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เห็นบุตรชายของนางมีลักษณะเหมือนผีสางเช่นนั้นก็นึกอับอายนัก
“…” เอสรานิ่งเงียบ ทว่าแววตาก็สื่อว่ากำลังไม่พอใจ ‘หิวมากก็แดกก่อนสิวะ อีแก่นี่’
“ก็มิได้รอนานอันใด เอ็งอย่าดุลูกเลย” ขุนศรีวิชัยเอ่ยปรามเมียตัวเอง ก่อนจะลูบหัวลูกชายเบา ๆ อย่างรักใคร่ “ตักข้าว”
“เจ้าค่ะ” บ่าวที่อยู่ตรงนี้รีบคลานไปตักข้าวให้ผู้เป็นนายทันที
ช่วงนี้เป็นหน้าฝน ดังนั้นวันต่อมาฝนจึงตกทั้งวัน แต่สำหรับเอสรานับว่าเป็นวันที่สุดแสนจะสงบ
…
จบตอนอย่างสวยงงาม
พร้อมค่าความสำเร็จของภารกิจที่ขึ้นมา 1%
วันนี้แมวเราโดนแมวตัวอื่นกัด แงงง น้องแผลเต็มตัวเลยค่ะ
เราทำแผลให้แล้ว แต่ว่าจะทำไงดีคะ แมวตัวนั้นน่าจะแมวจร แมวเราก็เลี้ยงระบบเปิดด้วย น้องเป็นแมวจรมาก่อน จะขังก็ร้อง ทั้งพื้นที่ยังไม่เยอะเลี้ยงระบบปิดไม่ได้
คงทำได้แค่ตอนกลางคืนต้องเอามานอนด้วย
ปล.เหมือนเราจะรู้มาค่ะ ว่าตอนเด็กตัวละครทั้งสามชอบเล่นพ่อแม่ลูก เทพมาเห็นเข้าเลยทำให้เป็นจริง แต่บางเรื่องก็บอกว่ามันเป็นการละเล่นที่ทำนายถึงอนาคตของทั้งสามคน
ปล2.ตัวละครใหม่อย่างเพ็งเราสร้างขึ้นเองนะคะ ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในวรรณคดี
ปล3.ก่อนหน้านี้เราพิมพ์ชื่อพลายแก้ว เป็นพลายแก้ว 555 ได้ตามแก้ยาวเลย ดีที่ระบบของรี้ดอะไรท์มีที่ตรวจคำผิดให้ เราจะพยายามตรวจหลายๆ ครั้ง แต่ถ้ามีคำผิดก็สามารถแจ้งได้นะคะ
หนึ่งคอมเม้นต์ = 1 กำลังใจ