แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติแม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ
ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน
“ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”
ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่
ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก
: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :
“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”
: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :
“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”
: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :
“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”
: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :
“เอา! ฉันจะเอา!”
: …. :
_______________
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา
น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา
เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า
น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”
มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ
________________
เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่
7 ก.ย. 66
มีฉากทำสงคราม เลือด ความตาย ผี
ตอนที่ 19.
จับกุมเชลยและริบทรัพย์สินทั้งหมด!
เมื่อดวงตะวันลับขอบฟ้า เอสราก็ถูกพลายแก้วเร่งให้เข้าไปในพลับพลา ดวงตาสีทับทิมเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย
“ข้าเองก็อยากเห็นนะ ว่าผีพรายหน้าตาเป็นยังไง” ใบหน้างดงามบูดบึ้ง ทว่าก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งลงที่นอนที่ถูกสร้างจากไม้ชั่วคราว มือเรียวเอื้อมไปหยิบตุ๊กตาช้างน้อยขึ้นมากอดแนบอก “ระบบ”
:ครับโฮสต์:
“แม่ทัพใหญ่ฝ่ายตรงข้ามเป็นคนยังไง” เอสราเอ่ยถาม เพราะเขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนดีไหม
:ถ้ามองในมุมของฝ่ายนั้น อีกฝ่ายถือเป็นข้าราชการผู้ซื่อสัตย์และมีความกตัญญูต่อพระเจ้าเชียงใหม่ครับ เขาเป็นชายหนุ่มที่รักแผ่นดิน จึงอาสาออกรบเพื่อบ้านเมืองโดยไม่เกรงกลัวความตาย นิสัยเดิมไม่ใช่นักเลงหัวไม้ แต่เป็นแม่ทัพที่มีระเบียบวินัย มีฝีมือทางไสยเวทย์ที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก และมีศักดิ์ศรีในฐานะแม่ทัพ ไม่คิดใช้อุบายสกปรกนอกเหนือจากวิชาการรบ ที่สำคัญเขาโสดอยู่ด้วยนะครับโฮสต์ ทั้งชีวิตมุ่งเน้นแต่เรื่องไสยเวทย์และการสงคราม:
“…สงคราม” เอสราเม้มปาก คนอยากให้เกิดสงครามนั่งสบายใจอยู่ด้านหลัง มองคนที่ต้องเอาชีวิตมาแลกในสนามรบ ดูยังไงก็ไม่ควรเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นเลย
:ถ้าโฮสต์สงสาร จะช่วยเขาก็ได้นะครับ:
“ใครสงสาร อีกฝ่ายต้องสู้กับพลายแก้วไม่ใช่หรือไง” เอสราสะบัดหน้าหนี ทว่าใจก็ยังคงว้าวุ่นจนต้องลุกเอาสมุดมาจดบันทึกข้ามเวลา
:…:
ยามดึกสงัด
พลายแก้วเดินเข้าไปในกระโจมที่สร้างแยกและห่างจากพลับพลาพอสมควร กลางกระโจมมีข้าวปลาอาหารและเครื่องเซ่นสรวงเหล่าผีพรายที่ตัวเองเลี้ยงไว้
ฝ่ามือหนาหยิบขี้ผึ้งสีปากและน้ำมันพรายขึ้นมาบริกรรมคาถาเรียกเหล่าภูตผีปีศาจและสัมภเวสีที่สะสมไว้ให้มารวมตัวกัน
เมื่อนั้นในกระโจมก็เต็มไปด้วยเงาดำมากมาย พวกมันก้มหน้ารอรับคำสั่งจากผู้เป็นนาย
“ไปทำให้พวกมันขวัญหนีดีฝ่อ แต่อย่าเพิ่มให้ถึงตาย” พลายแก้วออกคำสั่ง น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยอำนาจ ดวงตาสีอำพันคมกริบ “เสร็จเรื่องกูจะทำบุญให้พวกมึงชุดใหญ่”
เมื่อเหล่าวิญญาณได้ยินคำสั่ง พวกมันก็พากันไปที่ค่ายของฝ่ายตรงข้ามทันที ทหารหลายคนกำลังหลับนอน ทว่าเวรยามก็ใช่จะละหลวม
ผีพรายหลายตนแปลงกายเป็นรูปร่างน่ากลัว แล้วเริ่มหลอกหลอนทหารเชียงใหม่จนสะดุ้งตื่นกันทั้งค่าย
บางตนแอบไปตัดสายรัดอานม้า ปล่อยช้างปล่อยม้า ทำให้พวกมันตื่นตระหนกจนวิ่งพล่านชนข้าวของพังพินาศ
ผีพรายบางส่วนที่มีพลังแกร่งกล้า ก็ถึงขั้นเป่ามนต์สะกดให้ทหารหลับสนิท หรือบางคนหากตื่นก็เบลอจนหยิบอาวุธผิด ๆ ถูก ๆ
เมื่อกองทัพผีพรายอาละวาด ค่ายเชียงใหม่ทั้งค่ายก็เกิดความวุ่นวายและกระส่ายกระสับจนเกือบรุ่งสาง
แสนตรีเพชรกล้ามองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยสีหน้าดำทะมึน ทว่าจิตใจยังคงสงบไม่วู่วาม “ฟังคำสั่ง! ไปคุมช้างคุมม้าให้อยู่ อย่าให้หนีเข้าป่าหรือวิ่งพล่าน!! อ้ายพวกกรุงศรีอยุธยามันเริ่มแล้ว!! อย่าได้หลงกลอุบายของมัน!!!”
แสนตรีเพชรกล้าเอ่ยจบ ก็หยิบอาวุธคู่กายแล้ววิ่งไปขึ้นขี่ม้าศึกของตัวเอง “อ้ายพลายแก้ว! ฝีมือมึงไม่เลว แต่แน่จริงมึงก็ออกมาเจอกู!!!”
“กูอยู่นี่!!!” พลายแก้วควบม้าหลวงนำทัพบุกเข้าประจันหน้า เสียงเข้มคำรามตอบ บนใบหน้าหล่อเหลานิ่งสงบจ้องมองศัตรูเขม็ง
แสนตรีเพชรกล้าเห็นทัพอยุธยาบุกมาก็โกรธจัด ควบม้าออกสู้ทันที “ทัพไอ้พวกกรุงศรีบุกมาแล้ว!! ตั้งสติ จับอาวุธ!! สู้!!!”
ทหารฝ่ายเชียงใหม่ได้ยินคำแม่ทัพเช่นนั้นก็รีบจับอาวุธ บุกต่อสู้กับพวกอยุธยาทันที แม้จิตใจไม่คงมั่น แต่ก็พร้อมที่จะสู้ตาย
ทัพอยุธยาที่ได้เปรียบด้านจิตใจ ทั้งยังหลับนอนเพียงพอ ก็เข้าบุกโจมตีทันที
เสียงโห่ร้องและเสียงดาบกระแทกดังกังวานลั่นป่า
เมื่อแม่ทัพใหญ่ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน แสนตรีเพชรกล้าก็ถือหอกซัดขึ้นมาก่อนจะพุ่งใส่แม่ทัพฝั่งตรงข้ามด้วยพละกำลังมหาศาล
พลายแก้วไม่หลบหลีก เขาใช้วิชานะจังงังบริกรรมคาถาแล้วเพ่งสายตาไปที่แสนตรีเพชรกล้า จนอีกฝ่ายเกิดอาการชะงักงัน มือไม้แข็ง ขยับหอกไม่ได้ดั่งใจ
แสนตรีเพชรกล้าเห็นท่าไม่ดี จึงร่ายเวทย์วิชากำบังตน หมายจะล่องหนหายตัวเพื่อลอบเข้าฟันพลายแก้วจากมุมมืด
ทว่าพลายแก้วมีตาละปัด ซึ่งเป็นวิชาตาทิพย์ที่ฝึกฝนมาอย่างดี เขามองเห็นร่างศัตรูเป็นเงาจาง ๆ และรู้ทันท่วงทีว่าศัตรูจะบุกมาจากทางไหน จึงควบม้าเข้าหาและแลกอาวุธกันอย่างดุเดือด
แสนตรีเพชรกล้าใช้หอกฟันแทงพลายแก้วอย่างแรง แต่ด้วยวิชาคงกระพันและมหาอุดของพลายแก้ว จึงทำให้อาวุธเหล่านั้นไม่ระคายผิว มีเพียงเสียงดังเคร่งเหมือนเหล็กกระทบกันเท่านั้น
พลายแก้วใช้ดาบที่พกมาฟันโต้ตอบ แต่อีกฝ่ายก็มีวิชาอาคมพอตัว ดาบของพลายแก้วในตอนแรกจึงไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้
เมื่อพลายแก้วเห็นว่ารบกันด้วยกำลังเฉย ๆ คงเสียเวลา จึงตัดสินใจใช้อาคมทำลายอาคม โดยบริกรรมมนต์ใส่ดาบในมือ แล้วฉวยจังหวะที่ม้าสวนกันใช้ดาบฟันลงไปที่ร่างของแสนตรีเพชรกล้าเต็มแรง
ด้วยอาคมที่เหนือกว่า ดาบของพลายแก้วจึงตัดผ่านวิชาคงกระพันของแสนตรีเพชรกล้าได้ ง่ายๆ ฟันฉับเดียวร่างก็ขาดสะพายแล่งตกจากหลังม้าตายคาที่ทันที
เหล่าทหารเชียงใหม่เมื่อเห็นแม่ทัพฝ่ายตนตายอย่างอนาถ ก็หมดขวัญกำลังใจทันที แล้ววิ่งหนีเอาตัวรอดเข้าไปในป่า
“ไล่ตามไป! จับกุมเชลยและริบทรัพย์สินทั้งหมด!!!” พลายแก้วออกคำสั่งก้องด้วยท่าทางองอาจบนหลังม้า
“รับด้วยเกล้า!!” เหล่าทหารฝั่งอยุธยาเห็นแม่ทัพฝ่ายตนชนะก็ยิ่งฮึกเหิม รีบตามพวกที่หนีเข้าป่าไปทันที
เอสรากระโดดลงมาจากต้นไม้ ในมือมีดอกกล้วยไม้ที่เขาเก็บมาด้วย ตั้งแต่เริ่มเขาไม่ได้ร่วมสู้ด้วยตามที่ตั้งใจไว้ครั้งแรก เขาแค่คิดว่าคนพวกนี้แค่ทำตามหน้าที่ และทำตามคำสั่ง มันไม่ได้มีความผิดมากมายจนเขาอยากลงมือฆ่าเอง
ดวงตาสีทับทิมมองร่างของแสนตรีเพชรกล้าที่ตั้งแต่บ่าจนถึงเอวถูกฟันจนขาด ดูก็รู้ว่าช่วยไม่ได้แล้ว แต่เขาก็รู้ดีว่าถึงช่วยก็ใช่ว่าอีกฝ่ายจะพอใจ
แม่ทัพรอด แต่เหล่าทหารกว่าร้อยนายตายในสนามรบ ใครจะอยากอยู่กับความอัปยศ ต่อให้เขาคิดว่าการมีชีวิตดีกว่าศักดิ์ศรี แต่บางคนที่สู้สุดใจพร้อมศักดิ์ศรีของนักรบ ก็เป็นที่น่าเคารพมากสำหรับเขา
“อย่ามอง” พลายแก้วลงจากหลังม้า เดินเข้าไปจับร่างเล็กให้หันมาทางเขา เขารู้ดีว่านี่อาจเป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายเจอเรื่องแบบนี้ บางทีอาจกำลังตกใจจนกลัว “เขาได้ตายอย่างมีเกียรติในหน้าที่แล้ว”
“อื้ม” เอสราพยักหน้า เขารู้ดีว่าสงครามมันต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ต้องอยู่และต้องตาย ไม่งั้นเรื่องจะไม่จบ ดวงตาสีทับทิมมองดอกกล้วยไม้ในมือ ก่อนจะเดินไปวางลงข้าง ๆ ร่างนั้น แล้วลุกขึ้น
“รีบกลับค่ายกัน ไปฉลองให้ชัยชนะในครั้งนี้” พลายแก้วเดินเข้าไปจูงมือสหาย ก่อนจะอุ้มขึ้นหลังม้า แล้วตัวเองขึ้นซ้อนหลัง ยามนี้แดดเริ่มแรง ดีที่มีต้นไม้ให้ร่มเงา เพราะงั้นรีบพาอีกฝ่ายกลับค่ายจะเป็นเรื่องดีที่สุด
ตามจริงเขาไม่อยากพาอีกฝ่ายมานัก แต่ในเมื่อเอ่ยวาจาว่าจะพามาสู้ จึงได้ยอมพามาด้วย ทว่าดีที่เหมือนอีกฝ่ายจะกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้สนามรบ เขาเลยไม่นึกห่วงมากนักยามที่ต้องสู้กับศัตรู
เชลยศึกที่ถูกจับกลับมาถือเป็นทรัพย์สินและแรงงานที่มีค่ามาก พวกเขาถูกเชือกผูกโยงกันเป็นแถว ๆ เพื่อป้องกันการหลบหนี และพลายแก้วยังให้ทหารล้อมคอกโดยใช้ไม้ซุงปักเป็นรั้วสูงล้อมเชลยเอาไว้กลางแจ้งภายในค่าย และสั่งทหารคอยเฝ้าอยู่ตลอดเวลา
ส่วนเชลยระดับหัวหน้าเช่นนายกองจะถูกแยกออกไปขังอีกที่ และใส่เครื่องพันธนาการแน่นหนากว่า เพื่อป้องกันการรวมกลุ่มคิดขบถหรือใช้มนต์อาคมต่อสู้
ส่วนอาหารก็จะถูกแจกจ่ายข้าวปลาตามสมควร เพื่อให้เชลยยังมีแรง เพราะหากเชลยตายก่อนพากลับไปกรุงศรีอยุธยา ก็จะเป็นการเสียความดีความชอบในการกวาดต้อนผู้คน
พลายแก้วยังได้ให้ทหารรวบรวมอาวุธยุทโธปกรณ์ ม้าศึกและช้างศึกที่จับมาได้จากค่ายเชียงใหม่ ทั้งยังจดบันทึกทำบัญชีเพื่อเตรียมทูลเกล้าฯ ถวายพระพันวษา
และพลายแก้วไม่คิดประมาท ยังคงล้อมค่ายอย่างแน่นหนา เพราะเกรงว่าทัพหนุนจากเชียงใหม่อาจยกมาซ้ำตอนเผลอ
กว่าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง ก็ใกล้ตะวันตกดิน พลายแก้วจึงสั่งล้มวัวล้มควาย เลี้ยงสุราอาหารแก่ทหารหาญทุกคนอย่างเต็มที่ เพื่อบำรุงขวัญที่เหนื่อยยากจากการรบ
ในค่ายยามนี้จึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของทหารอยุธยา แม้จะมีบรรยากาศเศร้าหมองจากกลุ่มเชลยอยู่บ้างก็ตาม
“อร่อยหรือไม่” พลายแก้วถามสหายที่กำลังเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย ในมือเล็กขาวมีเนื้อย่างที่ถูกกัดไปแล้วถึงครึ่ง ดูก็รู้แล้วว่าชอบ
“อร่อย” เอสราพยักหน้างึก ๆ ก่อนจะกัดเนื้อในมืออีกคำใหญ่ ใบหน้างดงามเปื้อนเล็กน้อย ทว่าก็ไม่ได้ดูมูมมาม บรรยากาศหลังจบศึกเป็นแบบนี้นี่เอง แต่ว่าพลายแก้วรบเก่งกว่าที่คิดไว้มาก มาถึงที่นี่แค่วันเดียวก็รบชนะแล้ว
พลายแก้วได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มบาง ก่อนจะยกจอกสุราขึ้นดื่มฉลองกับทหาร มีกินเนื้อที่ถูกทำเป็นกับแกล้มบ้าง บางครั้งยังได้พูดคุยปรึกษากับนายกองฝั่งตัวเองว่าจะทำเช่นไรต่อไป
ดวงตาสีทับทิมมองพลายแก้ว แก้มกลมยังคงเคี้ยวตุ้ย ๆ ในหัวขบคิดเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ‘ถ้าจำไม่ผิด เหมือนใกล้ถึงบทที่นางลาวทองจะปรากฏตัวแล้วสินะ’
“มีอะไรรึ หรือเอ็งอยากได้ขนมหวาน?” พลายแก้วเห็นสหายมองตน ก็คิดว่าคงอยากกินขนม เพราะอีกฝ่ายชอบกินมาก ตอนเด็กชอบแบบไหน โตมาก็ยังคงชอบอยู่แบบนั้น
“ได้ก็ดี” เอสราไม่ปฏิเสธขนม เพราะเขาก็นึกอยากกินอยู่พอดี ‘ค่อยคิดเรื่องนางลาวทองวันหลังแล้วกัน’
“ไปเอามา” พลายแก้วหันไปสั่งทหารที่อยู่ไม่ไกล
“ขอรับท่านจมื่น” ทหารนายนั้นรีบออกไปหาขนมมาทันที เขาเป็นหนึ่งคนที่ท่านขุนศรีวิชัยส่งมารบ เพราะงั้นการรีบไปหาขนมมาให้คุณชายของตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอะไร
ค่ำคืนหลังศึกสงครามผ่านไปอย่างเรียบง่ายและสงบ กลับกันข่าวลือเรื่องความเก่งกาจและความดุร้ายของแม่ทัพหนุ่มจากฝั่งกรุงศรีอยุธยาก็แพร่กระจายไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว
หมู่บ้านที่อยู่ฝั่งอยุธยาพากันเลี้ยงฉลองในชัยชนะของแม่ทัพฝ่ายตน ใบหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความสุขที่ในที่สุดก็ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวงอีก
ต่างจากหมู่บ้านชาวเชียงใหม่ ที่เริ่มหวาดหวั่นเพราะกลัวทัพอยุธยาบุกมาจับพวกเขาไปเป็นเชลย บางคนหาทางหนีทีไล่แล้วก็มี
เมื่อฟ้าสาง พลายแก้วก็สั่งเคลื่อนทัพมุ่งหน้าสู่เมืองเชียงใหม่ต่อทันที โดยคุมทั้งกองทัพและแถวเชลยศึกที่ถูกพันธนาการไว้มุ่งหน้าขึ้นเหนือไปทางจอมทอง
พลายแก้วไม่ได้รีบร้อนบุกทะลวงแบบบ้าบิ่น แต่เดินทัพอย่างมีระเบียบ แน่นอนว่าข่าวการตายของแสนตรีเพชรกล้าที่ใคร ๆ ก็หวาดกลัว แพร่สะพัดไปเร็วกว่าฝีเท้าม้าเสียอีก ทำให้นายด่านตามหัวเมืองต่าง ๆ พากันปิดประตูเมืองก่อนตะวันจะตกดิน
เดินทางมาหลายวัน ในที่สุดก็มาถึงเขตจอมทอง พลายแก้วจึงสั่งตั้งค่ายพักชั่วคราว และเพราะอยู่แค่ชั่วคราว ที่พักของเขาจึงเป็นเพียงกระโจมที่สร้างง่ายกว่าพลับพลา ทว่าก็ยังเป็นกระโจมแม่ทัพที่ดีกว่าทหารธรรมดาหลายเท่า
“หิวหรือไม่?” พลายแก้วเอ่ยถามสหาย มือข้างหนึ่งถือร่มกางให้ร่างเล็ก มือหนาอีกข้างยื่นไปรับมือเรียวขาวของสหายที่กำลังปีนลงจากหลังช้าง
“ไม่ค่อยหิวนัก” เอสราส่ายหน้าเมื่อลงมายืนบนพื้นได้อย่างปลอดภัย อีกฝ่ายมักส่งขนมส่งของกินให้เขาอยู่ตลอดเวลา จะเอาอะไรมาหิว
“แล้วเอ็งต้องการอะไรหรือไม่” พลายแก้วยังคงถามถึงสิ่งที่ร่างเล็กต้องการ ดวงตาคมไม่ละไปจากใบหน้างดงาม ที่มองกี่ครั้งก็ไม่รู้สึกเบื่อ
พูดตามตรงเขาไม่รู้สึกเหนื่อยเลยที่ต้องดูแลร่างกายบอบบางนี้ กลับกันมันยิ่งทำให้เขามีความสุขที่ได้มีอีกฝ่ายอยู่เคียงข้างในตอนที่ตัวเองต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงกับสนามรบ
“อยากอาบน้ำดี ๆ สักครั้ง” เอสราบอกความต้องการของตัวเองด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานละมุน ตั้งแต่เดินทางออกจากสุพรรณบุรี เขาแทบไม่ได้อาบน้ำเลย มากสุดก็เช็ดตัวเท่านั้น
“ได้ ข้าจะให้คนไปดูว่ามีแหล่งน้ำหรือไม่ เดี๋ยวพาไป” พลายแก้วชะงักเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าตามใจ ตามจริงใช่ว่าที่เดินทางมาจะไม่มีแหล่งน้ำ แต่ทหารมีแต่บุรุษทั้งยังกระจัดกระจายอยู่ทุกที่ เขาจึงไม่ได้พาอีกฝ่ายไปอาบ เพราะไม่ต้องการให้ใครหน้าไหนมาเห็นอีกฝ่ายตอนเปลือยเปล่า
“ท่านแม่ทัพขอรับ มีคนมาขอพบ อีกฝ่ายอ้างว่าเป็นนายบ้าน และอยากเจรจากับท่าน ทั้งยังมาพร้อมเครื่องบรรณาการมากมายขอรับ” ทหารนายหนึ่งเดินเข้ามารายงาน
“…นำไป” พลายแก้วเอ่ยเสียงเรียบไม่ใคร่ใส่ใจนัก ใบหน้าหล่อเหลาหันไปเอ่ยกับคนข้างกาย “ไปดูกันเถอะ”
“อื้ม” เอสราพยักหน้า ในหัวพอจะเดาได้ว่าใครมา แต่ก็เลือกที่จะเดินไปดู ‘มาแล้วสินะ เมียคนที่ 3 ของพลายแก้ว’
…
ตอบตอนค่ะ
จะบอกว่าตอนนี้เราหาข้อมูลเยอะมากๆๆ
แต่ว่าก็ผ่านฉากต่อสู้ที่ยากที่สุดสำหรับเรามาได้ค่ะ
ตบมือ เปะ แปะ เปะ แปะ
ตามจริงเราก็อยากเขียนให้ท่านแสนตรีเพชรกล้ารอดนะคะ
แต่ว่าด้วยบทพระเอกที่เป็นแม่ทัพครั้งแรก ถ้าทำงานไม่สำเร็วก็คงไม่ขลังพอดี
ทั้งเนื้อเรื่องหลักอาจเละกว่าเดิม 5555
ถ้าข้อมูลผิดพลาดตรงไหนขออภัยนะคะ
ปล.ข้อมูลของแสนตรีเพชรกล้าก็อย่างที่ระบบอธิบายไปค่ะ ท่านมีความกตัญญูและซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าเชียงใหม่อย่างมาก เลยอาสาออกรบเพื่อบ้านเมืองโดยไม่เกรงกลัวความตาย ในเรื่องไม่ได้กล่าวถึงครอบครัว ภรรยา หรือบุตรของเขา บทบาทส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การวางแผนรบและการใช้ไสยศาสตร์
ปล2.จากข้อมูล หลังถึงเมืองตากพลายแก้วก็พักพลเพียงแค่คืนเดียว วันรุ่งขึ้นก็ยกทัพเข้าตีทัพเชียงใหม่ การรบไม่ได้ยืดเยื้อ พลายแก้วใช้อาคมและฝีมือเอาชนะได้ในเวลาไม่กี่วัน (ตรงนี้เราเขียนไม่ตรงข้อมูล เพราะเราไม่ถนัดต่อสู้จริงๆ ค่ะ)
ปล3.แต่ที่ทำให้พลายแก้วกลับไปหานางวันทองช้าไม่ใช่เพราะการรบที่ยาวนาน แต่เป็นเพราะเหตุการณ์หลังจากรบชนะ ซึ่งจะคืออะไรนั้น ติดตามตอนต่อไปค่ะ
หนึ่งคอมเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจ