แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติแม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ
ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน
“ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”
ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่
ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก
: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :
“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”
: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :
“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”
: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :
“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”
: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :
“เอา! ฉันจะเอา!”
: …. :
_______________
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา
น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา
เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า
น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”
มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ
________________
เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่
7 ก.ย. 66
ตอนที่ 7.ขุนเพชรขุนราม
‘ท่านลุง ข้าเคยช่วยท่านมาครั้งหนึ่ง หวังว่าท่านจะยินดีช่วยข้าในครั้งนี้ ในคืนหน้ามัชฌิมยาม (22:00-02:00) ท่านช่วยพาไพร่พลมาเฝ้าระวังรอบเรือนของข้าสัก 300 คนได้หรือไม่ จงระวังอย่าทำให้ไก่ตื่น ผู้ใดจะตายตกก็ย่อมได้ แต่ต้องมิใช่บิดาของข้า’
“เด็กผู้นี้ เห็นอะไรจริง ๆ ใช่หรือไม่” หลวงไกรศึกพึมพำเสียงเบา มือหนาหยาบกร้านพับกระดาษเก็บไว้อย่างดี ในหัวนึกคิดวิเคราะห์
ในตอนนั้นเขานึกว่าอีกฝ่ายพูดไปตามประสาเด็กที่เป็นห่วงผู้ใหญ่ อายุก็เพียงแค่ ๔ ขวบปี จะไปรู้ความอันใด
ทว่าดูเหมือนคำพูดของเจ้าตัวเล็กจะมีอะไรมากไปกว่านั้น อีกฝ่ายราวกับรู้ล่วงหน้า ข้อความในกระดาษดูไม่เหมือนเด็กวัย ๘ ขวบที่จะเขียนประโยคซึ่งมีทั้งการกดดันให้เขาช่วยเหลือและเตือนอ้อม ๆ ในเหตุการณ์ในอนาคต
ทั้งยังโกหกได้อย่างแนบเนียนเพื่อไม่ให้ผู้อื่นสงสัยว่าเจ้าตัวส่งอะไรให้เขา ‘ช่างน่าสงสัยนัก แต่ทว่าชีวิตแลกชีวิต ในเมื่อเจ้าช่วยลุง ลุงก็จะช่วยเจ้าเช่นกัน เจ้าหลานตัวน้อย’
คืนที่เงียบสงบค่ำสุดท้ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่าคืนต่อมาหากมองเพียงผิวเผินอาจดูเหมือนว่ามันจะเหมือนเช่นคืนก่อน ๆ
บรรยากาศรอบเรือนเงียบสงัดและวังเวง มีเพียงสายลมที่พัดเอื่อย ๆ อยู่ตลอดเวลา
ผู้คนในเรือนอยู่ ๆ ก็รู้สึกง่วงเหงาหาวนอน เพียงไม่นานก็หลับใหลราวกับโดนมนต์สะกดทั่วทั้งเรือน
หลวงไกรศึกและกำลังไพร่พลซุ่มตามจุดต่าง ๆ อย่างแนบเนียน คิ้วเข้มหนาขมวดเข้าหากันแน่น เมื่อมองเห็นทาสบุรุษที่กำลังเดินลาดตระเวนอยู่ ๆ ก็ล้มลงหลับไป
เขาเองก็เป็นผู้มีวิชา จะไม่รู้ได้อย่างไรว่ามันคือการสะกดอาถรรพ์เป่าให้คนในเรือนหลับใหล
ขุนเพชรและขุนรามสองพี่น้องโจรป่าที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เดินออกมาจากมุมมืดอย่างองอาจ
“เฮ้ย! พวกเรา เตรียมตัวให้พร้อม ยามนี้ดึกสงัด มนต์สะกดข้าลงอาคมไว้ถ้วนทั่วแล้ว บ้านเศรษฐีศรีวิชัยมันรวยล้นฟ้า ทองหยองเต็มไห เงินทองเต็มตู้ วันนี้ข้าจะถล่มให้ราบ ใครขวางฆ่าให้หมด อย่าให้เหลือซาก เอาทรัพย์มันมาแบ่งกันให้เปรมปรีดิ์! บุก!!!”
“บุก!!!!” กลุ่มโจรกว่า ๒๐๐ คนที่เหลือซึ่งแอบอยู่ในป่า พากันวิ่งเข้าไปในเรือนเศรษฐีของเมืองสุพรรณอย่างฮึกเหิม พร้อมเสียงโห่ร้องที่น่าเกรงขาม จนทำให้ชาวบ้านใกล้เคียงแตกตื่นหวาดกลัว ไม่มีผู้ใดกล้าออกมาดู
หลวงไกรศึกเห็นกลุ่มโจรจำนวนมากบุกปล้นเรือนสหายก็มีสีหน้าดำคล้ำ เขาส่งสัญญาณให้ไพร่พลล้อมเรือนไว้ไม่ให้อ้ายโจรป่าตัวใดหลุดรอดไปได้
ขุนรามคลายมนต์สะกดบางส่วนเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน ทาสในเรือนหลายคนตกใจสุดขีด บ้างรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดเข้าไปในป่าละเมาะหลังเรือน
ทาสชายบางส่วนยังคงพยายามจะสู้ ทว่าก็ไม่อาจต้านโจรที่มีมากมายและอาวุธครบมือได้
ขุนศรีวิชัยสะดุ้งตื่นขึ้นมา เมื่อรู้ว่าโจรบุกเรือนก็ไม่ได้ขลาดกลัว รีบฉวยดาบออกมาต้านทานโจรที่หน้าบันไดเรือน
“ไอ้พวกอ้ายโจรใจบาป!! มึงกล้าดียังไงมาเหยียบเรือนกู! บ่าวไพร่ทั้งหลาย อย่าไปกลัวมัน หยิบดาบหยิบหอกออกมาสู้กับอ้ายพวกอัปรีย์นี่ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง กูขุนศรีวิชัยคนนี้ไม่ใช่คนขี้ขลาดที่จะยอมให้มึงปล้นไปง่าย ๆ!” ขุนศรีวิชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มากไปด้วยบารมีและความกล้าหาญ
ขุนเพชรยิ้มมุมปากขณะตั้งรับท่าโจมตีของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย “หึหึ ไอ้ศรีวิชัย มึงคิดว่ามีฝีมือแค่นี้จะสู้พวกกูได้รึ? วันนี้กูจะส่งมึงไปเป็นเศรษฐีในเมืองผี!”
ขุนศรีวิชัยเลือดขึ้นหน้า “อ้ายโจรชาติชั่ว ต่อให้มึงฆ่ากูได้ แต่กรรมจะตามสนองมึง!”
“กูไม่กลัวโว้ย!!” ขุนเพชรเอ่ยเสียงเหี้ยม ยังไงวันนี้มันก็ต้องได้ปล้นเอาเงินทองมาให้ได้
ขุนศรีวิชัยสู้สุดใจ แต่ทว่าด้วยจำนวนโจรป่าที่รุมล้อมเข้ามา จึงทำให้เขาเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดเข้าปกคลุม ทาสหลายคนบาดเจ็บหนัก ความหวังเริ่มริบหรี่ลงเรื่อย ๆ
แล้วในตอนนั้นเอง ก็มีคนกลุ่มมากมายวิ่งเข้าใส่โจรต่อสู้อย่างไม่รีรอ มองจากสายตาก็รู้ว่าผู้มาใหม่มีจำนวนมากกว่า
ขุนศรีวิชัยเห็นว่าเป็นไพร่พลของสหาย จากที่เคยตึงเครียดก็เริ่มเห็นความหวัง บนใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มทันที
“อ้ายพวกโจรป่า! พวกมึงกล้าปล้นคนในบ้านเมืองกูรึ!!!” เสียงทุ้มเข้มของหลวงไกรศึกคำรามลั่น ทำเอาจิตใจของพวกโจรป่าเริ่มสั่นด้วยความหวาดกลัว
หลวงไกรศึกฟาดฟันกลุ่มโจรตรงหน้าตายเป็นเบือ ความดุร้ายนี้ราวกับสัตว์ที่กำลังหิวโหย เมื่อไปถึงตัวสหายพวกเขาก็ร่วมกันต่อสู้ ด้วยฝีมือที่ราวกับสหายร่วมรบที่รู้ใจกันมานาน พวกเขาต่างระวังหลังให้กันและกัน จนกลุ่มโจรเริ่มเคร่งเครียด
“ถอย!!!” ขุนเพชรเห็นท่าไม่ดีก็ตะโกนสั่งลูกน้องดังลั่น ข้างขมับเต้นตึบ ๆ ไปด้วยความเดือดดาล ทว่าเหมือนมันจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อพวกมันถูกล้อมเอาไว้ทั่วทิศ จนไม่มีทางให้หนี “อ้ายเวรเอ้ย!!!”
อีกด้านหนึ่ง
เอสราเดินมาที่หลังเรือนด้วยท่าทีสบาย ๆ เขาผ่านหน้าโจรท่าทางน่ากลัวคนแล้วคนเล่า พวกมันไม่มีใครมองเห็นตัวเขา ‘ดีจริง ๆ ที่ท่านพ่อสอนวิชากำบังตนให้’
:โฮสต์ถ้าไม่รีบ มารดาท่านจะตายก่อนนะครับ:
“ช่างสิ แค่ 20 แต้ม” เอสราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีความสนใจสักนิด
เพราะสถานการณ์เปลี่ยน การดำเนินเนื้อเรื่องก็เปลี่ยน นางเทพทองจากเดิมที่ปลอดภัยเพราะไหวตัวทันและหลบหนีลงจากเรือนไปแอบที่พงหญ้าข้างเรือน จึงจะมีภัยอันตรายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ตามที่ระบบบอก
:…: นายหญิงของมัน ช่างใจยักษ์ใจมารนัก
เมื่อไปถึงบริเวณที่มารดาน่าจะซ่อนตัวอยู่ เขาก็เห็นโจรป่าคนหนึ่งที่ดูมีท่าทีอันตรายกว่าโจรป่าที่เขาเดินผ่านมาหลาย ๆ คน
โจรผู้นี้มีกำยำล่ำสัน แข็งแกร่งแบบคนเดินป่าและกรำศึก ผิวพรรณกร้านแดดจากการใช้ชีวิตกลางแจ้งและในป่าลึก นุ่งห่มโจงกระเบนหยักรั้ง คาดเอวด้วยผ้าและพันแขนด้วยผ้าประเจียด (ผ้าลงเลขยันต์)
ในมือพกดาบเล่มใหญ่ติดตัวเป็นอาวุธ ที่เด่นที่สุดไม่ใช่หน้าตา แต่คือลายสักเต็มตัวที่มีทั้งรอยสักเลขยันต์และรูปสัตว์หิมพานต์ (เช่น เสือ สิงห์ หนุมาน) ตั้งแต่คอลงไปจนถึงขา
ดวงตาที่ดุดันเฉียบคม มีความไม่พอใจและโกรธจัดที่เห็นพวกพ้องล้มตายไปต่อหน้า
“อ้ายชาติสุนัขเอ้ย!!” ขุนรามเดือดดาลถึงขีดสุด ความตั้งใจเดิมคือตนจะไปช่วยพี่ชายจัดการกับขุนศรีวิชัย ทว่าสถานการณ์กลับเปลี่ยนไป เขาจึงต้องออกมาหาทางหนีทีไล่ให้พวกพ้อง
กำลังคนฝั่งนั้นมากกว่ากำลังตนถึงครึ่งส่วน ทั้งยังล้อมทั่วทิศราวกับซุ่มดักรอและเตรียมตัวมาหลายเดือน แผนการปล้นครั้งนี้เป็นความลับของพวกเขา เช่นนั้นก็เป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียว ว่าในหมู่พวกเขาอาจมีไส้ศึก
นี่ยิ่งทำให้เขารู้สึกโกรธจัด จนฟาดดาบฆ่าทาสและทหารของหลวงไกรศึกตาไม่กะพริบ
หยดเลือดกระเด็นเปื้อนใบหน้า นั่นยิ่งทำให้อีกฝ่ายดูโหดเหี้ยมโหดร้ายในสายตาคนทั่วไป
กึก
นางเทพทองปิดปากนั่งตัวสั่น นางแอบอยู่ในพงหญ้าที่สูงท่วมหัว ทว่าเมื่อเห็นคนตายต่อหน้าต่อตา ก็อดที่จะหวาดกลัวจนเผลอขยับถอยหลังไม่ได้
ขุนรามหูดี เหมือนหันไปหาต้นต่อของเสียง ริมฝีปากหนาก็ยกยิ้มกว้าง “อีเทพทอง! มึงมานี่!!”
“เฮือก!” นางเทพทองหวาดกลัวจนแทบฉี่แตก นางล้มลุกคลุกคลานเพื่อที่จะหลบหนีเอาชีวิตรอด ในแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “มึง มึงอย่าเข้ามาใกล้กู”
ร่างสูงใหญ่เดินตรงไปหาคนที่ทำท่าจะหนี มันจะจับอีนี่เป็นตัวประกัน และเมื่อมีทางหลบหนี มันก็จะฆ่าเมียไอ้วิชัยต่อหน้ามันซะ!!!
มือเรียวขาวซีดหยิบเม็ดยาเม็ดหนึ่งที่มีค่าถึง 50 แต้มบุญเข้าปาก บอกตามตรง เขาขาดทุนถึง 30 แต้มกับการที่ต้องช่วยมารดาผู้นี้
แต่ถ้าไม่ช่วยก็ไม่รู้ว่าในอนาคตบิดาจะแต่งใครเข้ามาในเรือน เพราะงั้นเขาควรดับไฟตั้งแต่ต้นลม ‘ไม่ได้ช่วยเพราะชอบหล่อนหรอกนะ อีแก่’
ยาที่เขากินเป็นยาที่ทำให้กำลังเหมือนตอนชีวิตก่อน ถึงจะยังเสียเปรียบเพราะอยู่ในร่างเด็ก แต่เขาก็ใช่ว่าจะไร้ฝีมือ
ฝ่ามือเล็กมีมีดสั้นที่แอบขโมยบิดามา ก่อนจะปามันไปปักที่ดวงตาของโจรชั่วได้อย่างแม่นยำ แม้จะมีวิชาอยู่ยงคงกระพัน แต่ทว่าจะมาสู้เขาที่รู้จุดอ่อนของมนุษย์ทุกส่วนได้อย่างไร
“อ้าย!!! ไอ้เวรเอ๊ย!!!” ขุนรามถูกโจมตีไม่ทันตั้งตัวก็โกรธจัด มือหนาข้างที่ไม่ได้ถือดาบพยายามกุมดวงตาของตัวเอง ทว่าก็มีมีดขวางอยู่
“เดี๋ยวข้าเอาออกให้” เอสราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ กระโดดเพียงครั้งเดียวก็ขึ้นไปเหยียบบนไหล่ของอีกฝ่าย ไม่รอให้มันตั้งตัว เขาก็ดึงมีดสั้นออกในคราวเดียวจนเลือดสาดกระเด็นเปื้อนใบหน้าน่ารัก
นางเทพทองหันไปเห็นฉากนั้นเข้าพอดี เมื่อเห็นบุตรชายทำร้ายโจรชั่วจนบาดเจ็บได้ก็ตกใจมากกว่าเดิม แต่เดิมที่คิดว่าอีกฝ่ายเป็นภูตผีมาเกิด ตอนนี้นางเริ่มคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ใช่มนุษย์จริง ๆ เด็กที่ใดจะสามารถลงมือได้เช่นนี้
ทว่าในใจลึก ๆ ก็เกิดความรู้สึกขอบคุณและตื้นตัน ทั้งยังรู้สึกโล่งใจที่ตัวเองรอดพ้นจากภัยร้าย
“อ้ายเด็กเวร!!!” ขุนรามทำท่าจะคว้าร่างเล็กตรงนั้นไว้ในกำมือ แล้วใช้ดาบใหญ่เสียบแทงทะลุร่างให้ตายทั้งเป็น ทว่าในตอนนั้นเองที่มันรู้สึกปวดแสบปวดร้อนจากดวงตาที่ถูกแทงมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า “อ้าย!!!!”
จิตใจของมันเริ่มสั่นไหว ความหวาดกลัวเริ่มเข้ามาแทนที่ ดวงตาอีกข้างราวกับเห็นภาพผีสางในร่างของเด็กตรงหน้า
“พิษน่าจะออกฤทธิ์แล้ว” เอสราฉีกยิ้ม ดวงตาสีแดงเรืองรองในความมืดที่ชวนให้คนขนลุก มือเล็กสะบัดเลือดออกจากมีดสั้นด้วยท่าที่ผ่อนคลาย ก่อนจะยกมันขึ้นมองดูผงบางอย่างที่เขาเคลือบเอาไว้ “พิษนี้ข้าทำขึ้น เพื่อโจรป่าเช่นพวกเจ้าเลยทีเดียว”
“อ้ายราม!!! หนี!!!” ขุนเพชรวิ่งลงมาจากบนเรือนตาลีตาเหลือก มันสั่งให้ลูกน้องสกัดอ้ายศรีวิชัยและอ้ายไกรศึกไว้แล้ว
ตอนนี้ชีวิตของมันสำคัญมากกว่าสิ่งใด เมื่อมันมาถึงตัวน้องชาย มันก็รีบลากแล้ววิ่งหายเข้าไปในป่าทันที โดยไม่ได้สนใจรอบข้างหรือสภาพของน้องชายมันสักนิด
:ภารกิจสำเร็จ ได้รับ 520 แต้มบุญ รวมแต้ม 990 แต้ม ค่าความสัมพันธ์ 50% ค่าความสำเร็จของภารกิจ 13%:
“…” เอสรามองตามหลังโจรป่าที่วิ่งหนีไปนิ่ง ๆ ไม่คิดตามไป ก่อนจะหันไปมองมารดาของตัวเองช้า ๆ แววตาของนางฉายความหวาดกลัวและหวาดระแวง “การช่วยชีวิตท่านให้รอดพ้นครั้งนี้ ข้าขอนับเป็นการตอบแทนที่ท่านคลอดข้าออกมาแต่นี่เราสองก็แล้วบุญคุณต่อกัน”
เอ่ยจบร่างกายเล็ก ๆ ของเขาก็โอนเอน กำลังที่มีทั้งหมดหดหาย แล้วล้มลงสลบไป ผลของยาที่ซื้อมาจากระบบอยู่ได้แค่ 3 นาที ทั้งเขายังต้องหลับอีก 3 วันเต็ม ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของยา
นางเทพทองตัวชาวาบ เมื่อได้ยินประโยคตัดเยื่อใยออกมาจากปากบุตรชาย ทว่าเมื่อนางเห็นร่างเล็ก ๆ นั้นทำท่าจะล้ม นางก็รีบเข้าไปรับร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมแขนทันที
หยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้ม นางเพิ่งมาฉุกคิดได้ว่า ตัวนางไม่เคยเลยสักครั้งที่จะทำหน้าที่มารดาที่ดี มีโอกาสมักดุด่าเสียดสี ทว่าเด็กน้อยผู้นี้ก็ไม่คิดสนใจนาง ไม่เคยเรียกร้องหาความรักจากนาง เมื่อคิดดูถึงได้รู้ว่านี่เป็นประโยคแรกที่เด็กคนนี้พูดกับนาง ตั้งแต่เล็กจนอายุ ๘ ขวบ พวกเขาแม่ลูกไม่เคยพูดคุยกันเลยสักครั้ง
“ต ต่อให้เป็นอะไร เจ้าก็คือลูกของข้า ขอบใจเจ้าที่มาช่วยแม่ ฮึก”
“แม่เทพทอง!!” ขุนศรีวิชัยร้องเรียกเมียด้วยน้ำเสียงตกใจ สองเท้ารีบวิ่งเข้าไปหาอย่างร้อนรน ทว่าพอมองเห็นบุตรที่รัก ที่ใบหน้าเปื้อนเลือด นอนสลบอยู่ในอ้อมแขนเมีย เขาก็เกิดความเดือดดาล “อ้ายโจรเถื่อนมันกล้าทำร้ายพ่อช้างรึ!!! มันไปทางใด!!”
…
ตอนนี้ก็เป็นอีกเหตุการณ์ใหญ่ในเรื่องเลย
จะบอกว่าไรท์ไม่ถนัดเขียนฉากต่อสู้เลยค่ะ
แต่ว่าก็คงพอได้ใช้ไหมคะตอนนี้
ปล.ขุนเพชรและขุนรามเป็นพี่น้องที่รับราชการเป็นทหารรักษาด่าน อยู่ที่ด่านบ้านเนาว์ แถบพิจิตรและพิษณุโลก ทั้งคู่เป็นผู้ที่มีวิชาอาคมเก่งกล้าและมีฝีมือในการรบ แต่สาเหตุที่ทำให้ต้องกลายมาเป็นโจรเพราะทั้งสองละทิ้งหน้าที่และปล่อยให้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นในเขตที่ตนดูแล เมื่อรู้ตัวว่ามีความผิดฉกรรจ์และต้องโทษประหารชีวิต ทั้งคู่จึงตัดสินใจละทิ้งยศตำแหน่ง พาพรรคพวกหนีเข้าป่าไปตั้งซ่องโจรอยู่ที่เขามะตูม เพื่อหนีการจับกุมของทางการ ที่ว่ามาเป็นข้อมูลที่เรารู้มาค่ะ5555
ปล2.ฉากร่วมกันต่อสู้ของพ่อๆ ทำเราขนลุกเลยค่ะ รู้สึกลุ้นมาก เราเองก็ชอบขุนศรีวิชัยตอนนี้ เพราะท่านยืนหยัดปกป้องเรือน และมีความกล้าหาญ แต่เราอ่านเจอเห็นบอกการตายของท่านโหดเหี้ยมมาก โจรใช้หลาวไม้ไผ่เสียบทะลุก้นขึ้นมาจนถึงยอดอก แล้วปักประจานไว้กับดิน เป็นการตายที่ทรมานและสยดสยองที่สุดในเรื่อง ที่ทำแบบนั้นเพราะท่านก็มีอาคมฆ่าปกติไม่ตายง่ายๆ
ปล3.นางเทพทองใช่ไม่รักลูก แต่เป็นความรักที่มาพร้อมกับความรำคาญและความอับอาย นางเทพทองผิดหวังที่ลูกเกิดมาหัวล้านและหน้าตาไม่หล่อ ในบทประพันธ์นางถึงขั้นด่าทอขุนช้างด้วยถ้อยคำรุนแรง (เช่น ด่าว่า "ไอ้หัวล้าน" หรือ "ไอ้จัญไร") เพราะรู้สึกว่าลูกเป็นกาลกิณี
นางมักจะตีขุนช้างบ่อยมาก จนบางครั้งดูเหมือนเกลียดชัง แต่ในขณะเดียวกัน นางก็เป็นคนเก็บรักษาทรัพย์สมบัติมหาศาลไว้ให้ขุนช้างจนโตเป็นเศรษฐี แล้วนางก็เลี้ยงดูขุนช้างมาจนรอดฝั่ง เพียงแค่ไม่ได้แสดงความอ่อนโยนเหมือนแม่คนอื่นเท่านั้นเองค่ะ
ปล4.คงสงสัยใช่ไหมคะ ว่าโดยปล้นทำไมยังรวย เราก็สงสัยเหมือนกันค่ะ เลยไปหาข้อมูลมา เขาบอกว่าคนสมัยนั้นจะเก็บสมบัติไว้ในไหและขุดหลุดฝังไว้ นี้เลยทำให้แม่ลูกที่เสียเสาหลักไปยังคงตั้งตัวได้ค่ะ
หนึ่งคอมเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจ