แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ - 21. อยากเป็นเมียหมาหรือไม่ โดย Jring. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นายเอกเก่ง

รายละเอียด

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ โดย Jring. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."

ผู้แต่ง

Jring.

เรื่องย่อ

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ


ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน

 “ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”


ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่

ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก


: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :


“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”


: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :


“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”


: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :


“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”


: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :

 

“เอา! ฉันจะเอา!”


: …. :



_______________

สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา

น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา

เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า

น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”

มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ

________________

เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่

7 ก.ย. 66


สารบัญ

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-พูดคุย แจ้งเวลาลง,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-บทนำ ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-โลกที่ 1. 1.ภาคพ่อช้างของขุนแผน,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-2. เอาไอ้เด็กนี่ไปไกล ๆ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-3. คงเพราะข้าฉลาดกว่าเอ็ง,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-4. ขุนไกรต้อนควายป่า,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-5. พลายแก้วทำตัวดีๆ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-6. ช่วยขุนศรีวิชัยจากโจร,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-7. ขุนเพชรขุนราม,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-8. เจ้าช้าง เมื่อไหร่จะตื่นมาเล่นกับข้า,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-9. ข้าสัญญาจะฆ่าอ้ายพวกนั้นให้สิ้น,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-10. เจ้าช้าง เอ็งเป็นอันใด!?,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-11. ข้าคิดว่าท่านควรมีบุตรเพิ่มอีกสักคน,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-12. ข้าว่าเอ็งจะตายก่อนได้รักษาใคร,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-13. เณรผู้นั้นใช้เณรแก้วหรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-14. ไอ้ขุนแผนที่ว่ามันเป็นใครรึ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-15. ให้ท่านลุงลงหวายเอ็งสักทีสองที,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-16. ป้อนข้าสักหน่อยได้หรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-17. เอ็งเป็นแม่ทัพนี่ จัดการเลย,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-18. ผู้ใดกัน งานนัก,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-19. จับกุมเชลยและริบทรัพย์สินทั้งหมด,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-20. ไม่ รับแค่เครื่องบรรณาการก็พอ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-21. อยากเป็นเมียหมาหรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-22. พลายแก้ว! เอ็งโดดเวรรึ!?,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-23. มือคนจับอาวุธ เอ็งเจ็บรึ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-24. ทำอะไรเคยนึกถึงหัวอกข้าหรือไม่!

เนื้อหา

21. อยากเป็นเมียหมาหรือไม่

ตอนที่ 21.

อยากเป็นเมียหมาหรือไม่

ยามรุ่งสางของวันต่อมา พลายแก้วก็สั่งเคลื่อนทัพทันทีเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองเชียงใหม่

“เอ็งว่าเราต้องตีเมืองเชียงใหม่หรือไม่” พลายแก้วถามคนที่นั่งอยู่ในกูบบนหลังเจ้ามณี ส่วนเขาก็เป็นคนควบคุมเจ้ามณีเช่นเดิม

หากต้องตีเมืองจริง ด้วยกำลังรบของผีพรายและทหารห้าพันนาย แม้จะใช้เวลาแต่ก็คงไม่เกินความสามารถของเขา


“ไม่” เอสราตอบแบบไม่ใส่ใจ


“คิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?” พลายแก้วถามเมื่อได้ยินคำตอบของคนด้านใน ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อ แต่ทางที่ง่ายที่สุดคือการเจรจา หากฝ่ายนั้นพูดคุยรู้เรื่องก็คงดี เขาจะได้พาคู่เคียงกลับสุพรรณบุรีเร็ว ๆ


“ง่ายไม่ง่ายไปถึงก็คงรู้เอง” เอสรากล่าว เท่าที่เขารู้มา ในคราวแรกพระเจ้าเชียงใหม่ก็ตั้งใจปิดประตูเมือง เตรียมเสบียงและอาวุธขึ้นบนเชิงเทินอย่างหนาแน่น

เพราะคิดว่าการที่จะตีเมืองให้แตกจำเป็นต้องใช้กำลังทหารมหาศาล ทว่าเมื่อพลายแก้วไปถึงจริง ๆ พระเจ้าเมืองเชียงใหม่ก็ได้ตัดสินใจไม่รบและเลือกทางเจรจาแทน


และมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ เพราะเมื่อพลายแก้วเคลื่อนทัพไปจ่อที่หน้าประตูเมืองเชียงใหม่ เจ้าเมืองเชียงใหม่ก็ถึงกับออกมาต้อนรับที่ประตูเมืองด้วยตัวเอง


“ในเมื่อเจ้าเมืองเชียงใหม่รู้สำนึกและยอมอ่อนน้อมต่อพระบารมีของพระพันวษา ข้าก็จะไม่หักหาญน้ำใจ และไม่ปล่อยให้ทหารบุกเข้าไปทำลายเมืองให้ยับเยิน

จงเร่งจัดแจงเชลยและทรัพย์สิน อย่าได้ขาดตกบกพร่อง ข้าจะนำสิ่งเหล่านี้ไปถวายบังคมทูลว่าเชียงใหม่ยอมเป็นข้าขอบขัณฑสีมาแล้ว ส่วนพวกเจ้าก็จงครองเมืองอยู่โดยปกติสุขเถิด” พลายแก้วกล่าวเสียงเรียบด้วยรัศมีอำนาจและแสนยานุภาพของแม่ทัพ


“ท่านแม่ทัพพลายแก้วผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ข้าพเจ้าเห็นแจ้งในอานุภาพของท่านแล้ว เครื่องบรรณาการและเชลยเหล่านี้ คือข้อพิสูจน์ความจริงใจของข้าพเจ้า ขอให้ท่านช่วยกราบทูลพระพันวษาถึงความจงรักภักดีของข้าพเจ้าด้วย” พระเจ้าเชียงใหม่เอ่ยอย่างนอบน้อม เครื่องราชบรรณาการที่เตรียมไว้ มีตั้งแต่ต้นไม้เงินต้นไม้ทอง เงินทอง ผ้าแพรชั้นดี อัญมณีมีค่า และเชลยศึกอีกจำนวนมากที่ต้องถูกต้อนกลับไปเป็นแรงงานที่อยุธยา คนเหล่านี้ล้วนยินยอมที่จะสละตัวเพื่อบ้านเมือง


พลายแก้วเห็นเช่นนั้นก็พยักหน้าพอใจ ก่อนจะสั่งให้ทหารไปจดบันทึกเครื่องบรรณาการรวมถึงจำนวนเชลย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจึงยอมเคลื่อนทัพออกจากเมืองเชียงใหม่ในที่สุด


“ง่ายอย่างที่เอ็งว่าไว้ สมแล้วที่เป็นที่ปรึกษาทัพ” พลายแก้วเอ่ยกับคนที่นั่งอยู่ในกูบ ตอนนี้สิ่งเดียวที่ต้องทำคือการยกทัพกลับอยุธยา ทว่ากว่าจะถึงก็คงต้องใช้เวลาเป็นเดือน


“…โชคดีที่ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี” เอสราเอ่ย ดวงตาสีทับทิมมองกลุ่มเชลยที่เดินก้มหน้าเป็นกลุ่มก้อน โดยมีทหารคุมทุกทิศทางไม่ให้หนี

บนพื้นดินตลบไปด้วยฝุ่นและมีเสียงโซ่ตรวนกระทบกันเบา ๆ


พลายแก้วเองก็คิดเช่นนั้นเช่นกัน มุมปากหนาจึงยกขึ้นตลอดเวลา รบคราวนี้จะว่ายากก็ไม่ จะว่าง่ายก็ไม่เชิง ทุกวันคืนเต็มไปด้วยความตึงเครียดและภาระบนบ่า แต่ดูเหมือนเรื่องครานี้จะจบลงด้วยดี


การเดินทางกลับอยุธยาใช้เวลากว่าเดือนครึ่งซึ่งช้ากว่าขาไปมาก เหตุเพราะต้องคุมเชลยให้ถึงที่หมาย หากฝืนเกินไปอาจทำให้มีคนตายระหว่างทาง

และเมื่อเดินทางถึงวังหลวง พลายแก้วและเอสราก็เข้าเฝ้าพระพันวษา ในท้องพระโรงมีขุนนางอยู่มากมาย สองคนในนั้นก็มีหลวงไกรศึกและขุนศรีวิชัยบิดาของทั้งสองคนอยู่ด้วย


“ข้าพระพุทธเจ้าพลายแก้ว ขอถวายบังคมฝ่าละอองธุลีพระบาท บัดนี้กองทัพอยุธยาได้ชัยชนะเหนือพวกเชียงใหม่อย่างราบคาบแล้ว แสนตรีเพชรกล้าแม่ทัพใหญ่ของฝ่ายนั้นถูกข้าพระพุทธเจ้าฟันตายคาที่รบ ส่วนเจ้าเมืองเชียงใหม่ก็เกรงกลัวพระบารมี ยอมออกมาสวามิภักดิ์และส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายตามราชประเพณีแล้วพระพุทธเจ้าข้า” พลายแก้วคุกเข่ากราบทูลต่อหน้าพระที่นั่ง โดยที่ร่างบอบบางก็นั่งอยู่ข้างกัน “เจ้าช้างก็ได้ช่วยกองทัพมากมายหลายครั้ง ไม่ว่าเรื่องเสบียงอาหาร วิธีรบที่ใช้สติปัญญาพระพุทธเจ้าข้า”


เอสราเหลือบมองพลายแก้ว เขานั่งก้มหน้าไม่ได้เอ่ยวาจาอะไร ที่จริงเขาไม่ได้ทำอะไรเลย ออกจะไปเป็นตัวถ่วงด้วยซ้ำ


“ดีมาก พวกเอ็งทำความชอบครั้งยิ่งใหญ่ สมกับที่เป็นบุตรชายหลวงไกรและขุนศรีวิชัย พวกเจ้าจงรับรางวัลตอบแทนให้สมกับความเหนื่อยยากเถิด” พระพันวษาตรัสกับทั้งสองด้วยความเมตตา ก่อนจะประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ให้ใหม่ “กูจะตั้งพลายแก้วให้เป็นขุนแผนแสนสะท้านคุมไพร่พลในกองอาสามนตรีและพระราชทานรางวัลเงินทอง ผ้าผ่อน และเครื่องยศอย่างครบถ้วน ส่วนเอ็งเจ้าช้างถึงตรงนี้ยังคิดว่าตนไม่เหมาะกับงานราชการอยู่หรือไม่?”


“ไม่เหมาะพ่ะย่ะค่ะ” เอสราตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด คำตอบของเขาทำให้ทั้งท้องพระโรงเงียบลงถนัดตา

ขุนนางบางคนหันสบตากันเพราะเพิ่งจะเคยมีคนไม่ต้องการยศหลังจากที่ทำความดีความชอบมา


“ได้ ในเมื่อเอ็งไม่อยาก กูก็จะไม่บังคับ รางวัลเงินทอง กูจะให้ครบถ้วนไม่แพ้อ้ายขุนแผน” พระพันวษาแม้จะไม่ชอบใจในคำตอบ แต่ผลงานในครั้งนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าอีกฝ่ายภักดีต่อบ้านเมือง “อ้ายขุนศรี มึงเลี้ยงบุตรได้ตามใจนัก”


“ขอประทานอภัยและขอบพระทัยพระพุทธเจ้าข้า ที่เมตตาบุตรชายของกระหม่อม” ขุนศรีวิชัยคุกเข่ากราบทูลด้วยความโล่งใจ บุตรชายของเขาเป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร ทั้งยังเคยเอ่ยว่าไม่อยากรับราชการแต่เด็ก บิดาเช่นเขาจะห้ามปรามอันใดแก้วตาดวงใจได้


:ค่าความสัมพันธ์ 93% ค่าความสำเร็จของภารกิจ 70% รางวัลที่ช่วยขุนแผนรบ 1500 แต้ม คงเหลือ 19,515 แต้มบุญ:


เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เอสราก็ได้นั่งเรือกระแชงกลับเมืองสุพรรณบุรีสักที พลายแก้วที่ได้นามใหม่ว่าขุนแผนก็นั่งเรือเดียวกับเขา ส่วนบิดาและท่านลุงนั่งเรือนำอยู่ด้านหน้า


“เจ้าช้าง” ขุนแผนมองคนข้างกาย เขาเหมือนเพิ่งจะนึกเรื่องบางเรื่องได้ ในคืนนั้นหลังสึกเขาได้ยินนามขุนแผนแสนสะท้านจากปากเล็ก ๆ ของคนข้างกาย คราวแรกไม่รู้ว่านามของผู้ใด ซ้ำยังหึงหวง

มาตอนนี้ถึงรู้แล้วว่าเป็นนามของตัวเอง ที่สำคัญยังถูกด่าว่าเป็นนามของหมา

แม้มันจะน่าเหลือเชื่อ แต่เขาก็เคยคาดเอาไว้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายอาจรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า จากคราวที่ไปรักษาท่านลุงพันศรโยธาในป่าด้วยกัน และการคาดการณ์เรื่องเจ้าเมืองเชียงใหม่

ทว่าก็ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกคนงามที่รู้จักกันมานานด่าล่วงหน้าหลายเดือน มารู้ทีหลังก็ให้เจ็บใจนัก ‘จับลงโทษเลยดีหรือไม่?!’


“อะไร?” เอสรามองคนเรียก ดวงตาสีทับทิมกะพริบแผ่วเบา


“…อยากเป็นเมียหมาหรือไม่” พลายแก้วขยับใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้ใบหน้างดงาม มุมปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ‘กล้าด่าข้าเป็นหมา เช่นนั้นเอ็งก็คงต้องเป็นเมียของหมา’


“!!? หาเรื่องกันอยู่หรือ?” เอสราขมวดคิ้ว ดวงตาสีแดงเข้มขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดไม่เข้าหู เร็วกว่าความคิดมือเรียวก็ผลักอีกฝ่ายจนตกน้ำไปแล้ว “เอ็งไปเป็นคนเดียวเลยไป๊!”


ตูม!!

หลวงไกรศึก ขุนศรีวิชัยและบ่าวทาสพากันตกอกตกใจ จนพากันหันมองต้นต่อเพื่อดูว่าใครตกน้ำตกท่า


“พลายแก้ว เหตุใดโดดลงไปเล่นน้ำเช่นนั้น รอให้ถึงเรือนก่อนมิได้รึ โตแล้วเหตุใดไม่รู้จักคิด” หลวงไกรศึกเห็นว่าเป็นบุตรชายของตัวเองก็บ่นออกมาทันที ช่างทำตัวน่าปวดหัวนัก หากเป็นผู้อื่นที่ร่วมเดินทางด้วย เขาคงอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด ‘เพิ่งได้ยศมาแท้ ๆ เหตุใดทำตัวเช่นนี้’


พลายแก้วโดนบิดาเอ็ดใส่ก็ไม่ใคร่ใส่ใจ ดวงตาสีอำพันมองคนงามที่ผลักตนจนตกน้ำ ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายมองลงมาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง และดูไม่พอใจสุด ๆ

ในใจไม่ได้โกรธ ทว่ารู้สึกมันเขี้ยวกับท่าทีเช่นนั้นของคนที่นั่งอยู่บนเรือนัก


“ว่ายไปขึ้นเรือท่านลุงเลย” เอสราเอ่ยดักทางเมื่อเห็นพลายแก้วทำท่าจะปีนขึ้นมาบนเรือที่ตัวเขานั่งอยู่


“เรือลำนั้นเต็มแล้ว” พลายแก้วไม่ใส่ใจเสียงขุ่น ๆ ที่เอ่ยไล่ตัวเอง เขาปีนขึ้นเรือได้อย่างคล่องแคล่ว ทว่าเนื้อตัวตอนนี้ก็เปียกโชกไปหมดแล้ว


“!” เอสราพยายามจับเรือเอาไว้ เพราะตอนที่อีกฝ่ายปีนขึ้นมา เรือโคลงเคลงมากจนเขาแทบจะตกเรือไปอีกคน และเมื่อพลายแก้วนั่งแล้ว บ่าวก็เริ่มพายเรือต่อ


“กล้าผลักข้าได้นะเอ็ง” พลายแก้วยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มของคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลกัน เขาตัวเปียกเลยต้องทิ้งระยะเอาไว้ ไม่งั้นอีกฝ่ายจะเปียกไปด้วย


“ใครใช้ให้เอ็งหาเรื่องข้า” เอสราปัดมืออีกฝ่ายออก ดวงตาสีทับทิมยังมีความขุ่นเคืองแฝงอยู่ ‘ให้ไปเป็นเมียหมา นี่มันกำลังหาเรื่องกันอยู่ชัด ๆ’


“ใครหาเรื่อง เอ็งต่างหากที่หาเรื่องข้าก่อน” พลายแก้วก็ไม่ยอมเช่นกัน ‘ใครกันที่ด่าข้าว่าเป็นหมาก่อน’


ทั้งสองคนเถียงกันไปมา จนผู้เป็นบิดาได้แต่ปวดหัวกับบุตรชายของตัวเอง กว่าจะถึงเรือนก็ไม่รู้ว่าทั้งสองทะเลาะกันไปกี่ครั้ง ทว่าก็ไม่ใช่การทะเลาะที่พาให้ผิดใจกันรุนแรง แต่เป็นการทะเลาะที่เพียงกลั่นแกล้งกันไปมามากกว่า



๑ วันผ่านไป 

เอสราได้กลับมาใช้ชีวิตที่สงบสุขในเรือนของตัวเองตามเดิม กิจการยังคงเป็นปกติไม่มีปัญหา ทว่าเขากลับอยากทดลองของใหม่ขึ้นมาวางขายอีก

ครีมกันแดด เป็นสิ่งที่เขาอยากทำขึ้นมาใช้เองเพราะประสบการณ์ที่ต้องไปลำบากในสนามรบ ที่ผ่านมาชีวิตเขาค่อนข้างสบาย เลยไม่เคยใส่ใจมัน แต่ตอนนี้ถ้าสร้างขึ้นมาใช้เองได้ ก็คงดีกว่าซื้อจากระบบไม่น้อย


ที่ศาลาของเรือนเศรษฐีเมืองสุพรรณบุรีตอนนี้ จึงมีกองสมุนไพรและพืชแปลก ๆ มากมาย โดยมีร่างเล็กกำลังนั่งตรวจสอบพวกมันอยู่


“เจ้าช้าง ข้านำขนมมาให้ เจ้ากำลังทำอะไรอยู่รึ?” นางวันทองเดินเข้ามาในศาลา ด้านหลังมีนางสายทองที่ถือตะกร้าขนมตามมาติด ๆ นางวันทองมองกองพืชพรรณมากมายด้วยแววตาสงสัย ที่เรือนของนางสามีก็ขยันเข้าป่าไปเก็บสมุนไพร ยามนี้สหายของนางยังสนใจพวกมันด้วยรึ?


“ขอบใจสำหรับขนม ข้ากำลังคิดจะทำน้ำปรุง” เอสราตอบนาง เขาเพิ่งมารู้ทีหลังว่าตอนที่เขากับพลายแก้วไปรบ สหายตรงหน้าพอรู้ข่าวก็ล้มป่วยหนัก แม้แต่สามีก็รักษาไม่หาย จนมารดาต้องพาไปหาขรัวตาจูเพื่อให้ช่วยรักษาและสะเดาะเคราะห์ ซึ่งอีกฝ่ายให้เปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อแก้เคล็ดจากพิมพิลาไลยเป็นวันทอง


“น้ำปรุงรึ?” นางวันทองสนใจทันที เพราะเครื่องประทินโฉมที่ร้านอีกฝ่ายโด่งดังมาก ไม่ว่าแป้งร่ำหรือชาด ทุกอย่างล้วนใช้ดีจนนางซื้อใช้ทุกครั้ง


“ข้าอยากทำน้ำปรุงที่ปกป้องผิวจากแสงแดด” เอสราเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง


“เช่นนั้นข้าก็จะไม่คล้ำยามออกแดดแล้วรึ” นางวันทองมีสีหน้าตื่นเต้น “ต้องขายดีแน่ ข้าจะช่วยบอกต่อให้เอง”


“ขอบใจ” เอสรายิ้มบางให้ท่าทางร่าเริงของนาง เห็นนางสดใสก็อดคิดถึงน้องสาวบุญธรรมไม่ได้ ป่านนี้คงมีแฟนไปแล้วมั้ง


“พูดคุยอันใดกันอยู่” พลายแก้วเดินเข้ามาในศาลา ก่อนจะเดินไปนั่งข้างคู่เคียงของตัวเอง “ข้าจับกุ้งมาได้หลายตัวนัก รออย่างเสร็จเราค่อยกินกัน”


“อื้ม” เอสราพยักหน้า มือเรียวหยิบขนมที่นางวันทองนำมาให้เข้าปาก เพราะนางชบาจัดใส่ถาดทองเหลืองเสร็จแล้ว


“ใบนี้คืออะไรรึ? ข้าไม่เคยเห็น” นางวันทองทำท่าจะหยิบใบที่ว่าขึ้นมาดู เพราะอยากรู้ว่าเป็นใบอะไร สามีของนางก็ไม่ใคร่จะเคยเก็บมา


“อย่าจับ” เอสราเอ่ยห้าม “มันมีพิษ”

พืชพวกนี้เขากำลังคัดแยก มันมีทั้งที่ใช้ทำยาพิษและสกัดปรุงเป็นของอื่น ๆ ตามจริงเขาควรไปทำในห้องที่ปิดและเป็นส่วนตัว แต่เขาชอบบรรยากาศตรงนี้เลยขนมาทำตรงนี้


“จริงหรือ!? เหตุใดถึงได้มีของอันตราย” นางวันทองชักมือกลับ รีบขยับถอยหลังหนีทันที ใบหน้าสวยมีความกังวล เหตุใดสหายของนางถึงได้เล่นของอันตรายเช่นนี้กัน



จบตอนค่ะ

มีใครอยากเป็นหมาคู่กับพระเอกไหมคะ

5555 นายเอกเราคงลืมไปแล้วว่าเคยว่าอะไรพระเอกไว้

ตอนนี้จบสงครามแล้ว ดีใจมากๆ เลยค่ะ

เป็นฉากที่เราหาข้อมูลเยอะสุดๆ 

ทั้งยังเป็นการเขียนเกี่ยวกับสงครามครั้งแรกเลยค่ะ

แต่อย่างที่เคยบอกไป มันค่อนข้างง่ายเพราะเราเน้นการเดินเรื่องให้คล้ายเดิมที่สุดค่ะ

ข้อมูลในตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เราพยายามยัดข้อมูลที่เหมาะกับนิยายใส่เนื้อเรื่องเท่าที่ทำได้แล้ว

ส่วนเนื้อเรื่องต้นฉบับที่เป็นฉากพลายแก้วพานางลาวทองไปหานางวันทองเราขอไม่พูดถึงนะคะ


ปล.หากมีข้อมูลตรงไหนที่ไม่ตรงกับเนื้อหาต้นฉบับจริงๆ ก็ขออภัยด้วยนะคะ แต่อันที่จริงเนื้อเรื่องก็เละไปแต่แรกแล้วค่ะ 5555 แต่ถ้ามีเนื้อหาอะไรอย่างแลกเปลี่ยนก็สามารถคอมเม้นต์พูดคุยกันได้เลย


ปล2.ข้าขอบขัณฑสีมา หมายถึง ประชากรหรือราษฎรที่อาศัยอยู่ภายในขอบเขตของประเทศหรือราชอาณาจักรนั้นๆ ในบริบทสมัยก่อน คำนี้มักใช้แสดงถึงความจงรักภักดีหรือการยอมรับในอำนาจการปกครอง


ปล3.น้ำปรุงเปรียบได้กับน้ำหอมหรือโลชั่นน้ำในปัจจุบันค่ะ


ปล4.ขรัวตาจูคือเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์ผู้เป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวเมืองสุพรรณบุรี และเป็นผู้หยั่งรู้ฟ้าดินที่ช่วยชุบชีวิตนางพิมพิลาไลยให้ฟื้นจากไข้หนักด้วยการรดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น วันทอง จนกลายเป็นตำนานสืบมา


หนึ่งคอมเม้นต์ = หนึ่งกำลังใจ