แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติแม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."
ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ
ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน
“ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”
ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่
ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก
: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :
“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”
: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :
“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”
: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :
“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”
: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :
“เอา! ฉันจะเอา!”
: …. :
_______________
สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา
น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา
เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า
น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”
มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ
________________
เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่
7 ก.ย. 66
ตอนที่ 10.
เจ้าช้าง เอ็งเป็นอันใด?!
“ข้ามาได้สักพักแล้ว” พิมพิลาไลยเอ่ยกับสหายอีกคนที่ลอยตัวอยู่ในคลอง “ข้ามาเยี่ยมพ่อช้าง แล้วเจ้าหากุ้งอยู่รึ?”
“ใช่ เจ้าช้างชอบกุ้งมาก หากกินเยอะ ๆ ก็จะได้แข็งแรงเร็ว ๆ”
เอสรามองทั้งสองคนที่กำลังพูดคุยกันเล็กน้อย มือก็หยิบขนมที่พิมพิลาไลยนำมาให้เข้าปาก เพราะนางชบาจัดใส่ถาดทองเหลืองเสร็จแล้ว
ก่อนเขาจะมองกระดาษเก่า ๆ สามแผ่นในมือ มันคือรางวัลที่บิดาให้มา กิจการร้านค้าของตระกูลถึงสามกิจการ นับว่าเป็นบิดาที่สายเปย์สุด ๆ
รอเรือนตัวเองซ่อมเสร็จ เขาก็ตั้งใจว่าจะลองไปตรวจสอบดูสักครั้ง
ตกเย็นขุนศรีวิชัยและหลวงไกรศึกก็มาแจ้งแก่ครอบครัวว่าต้องเร่งเดินทางไปพระนครตามคำสั่งขุนหลวง ทั้งพวกเขายังต้องคุมตัวนักโทษทั้งหมดไปตัดสินโทษด้วย
ซึ่งคาดว่าคงไม่พ้นโทษประหาร
นางทองประศรีและนางเทพทองเลยต้องรีบเตรียมข้าวของและเสบียงให้สามีของตัวเองให้เร็วที่สุด
หลายวันผ่านไป เหมันตฤดูมาเยือน อากาศช่วงนี้หนาวมาก ร่างเล็ก ๆ ขาว ๆ จึงเอาแต่ขดตัวกอดตุ๊กตาในผ้าห่มเป็นก้อนดักแด้ตัวน้อย
ต่างจากเด็กบางคนลิบลับที่ยังคงคึกคัก พลังงานเหลือล้นคอยก่อกวนเด็กตัวขาวทุกวัน
‘เมื่อไรเรือนของฉันจะเสร็จ!’ การที่ต้องมาอาศัยอยู่เรือนเจ้าเด็กเวรนี้มันทำให้เขาโคตรรำคาญ!!
“ไปฝึกดาบกัน เจ้าช้าง” พลายแก้วเอ่ยกับสหายบนเตียง มือก็พยายามดึงผ้าห่มผืนหนาออก ทว่าก็ไม่สามารถลอกคราบดักแด้ได้
“ไปฝึกคนเดียวไป! ข้าหนาวจะตายอยู่แล้ว” เอสราโวยวายใส่ ใบหน้าน่ารักมู่ทู่
ตอนนี้บิดาของเขาและบิดาของอีกฝ่ายยังไม่กลับ คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะกลับ เรือนเองก็มีบ่าวคนสนิทของบิดาคอยดูแลระหว่างการซ่อมแซม
จากตอนแรกที่คิดจะหาทางสะสมแต้มบุญ แต่ว่าตอนนี้เขาไม่อยากทำอะไรแล้ว!
“เอ็งนี่นะ โตขึ้นจะเป็นนักรบได้เช่นไร เราเป็นบุรุษก็ต้องฝึกร่างกายให้แข็งแรง” พลายแก้วสวมบทบาทเข้มงวดอย่างที่บิดาทำบ่อย ๆ มือยังคงไม่ยอมแพ้กับการดึงผ้าห่มของสหาย
“ใครอยากเป็นนักรบ ข้าไม่อยากเป็น!” เอสราเอ่ยเสียงขุ่น เขาอยากกินแล้วก็นอน! “อย่ามายุ่งกับข้า!”
พลายแก้วได้ยินเช่นนั้นก็จนปัญญา ทว่าก็คิดบางสิ่งขึ้นมาได้ จึงเดินออกจากห้องนอนไป ชั่วครู่ก็กลับมาพร้อมกับของบางสิ่งที่ส่งกลิ่นหอม
ใบหน้าน่ารักบูดบึ้ง แก้มกลม ๆ ขยับหนุบหนับเคี้ยวขนมในปาก ร่างกายเล็ก ๆ ขาวผ่องถูกมารดาจับสวมเสื้อแขนกระบอกผ้าแพรเนื้อดี ซึ่งสามารถกันลมหนาวได้ดีทีเดียว
ดวงตากลมสีทับทิมมองเจ้าเด็กเวรอย่างไม่พอใจ
“มาเร็ว ข้าพร้อมแล้ว” พลายแก้วหาได้สนใจสายตาของสหาย มือที่ด้านกว่าเด็กทั่วไปจับดาบไม้ไว้แน่น หมายมั่นว่าตัวเองจะต้องเอาชนะสหายตัวน้อยสักครั้ง
เอสรามองดาบไม้ในมือ ก่อนจะมองเด็กตรงหน้าที่มีท่าทางจริงจัง ‘ถ้าพูดว่ายอมแพ้ตอนนี้ เจ้าเด็กบ้านี่ก็คงไม่ยอมแน่ ๆ’
สุดท้ายก็มีแต่ต้องเล่นตีดาบกับอีกฝ่าย แต่เพราะอากาศเย็นพวกเขาเลยมาซ้อมที่กลางแจ้ง
เอสราเห็นว่าแดดไม่แรงจึงไม่ใส่ใจ เพราะนาน ๆ เขาก็อยากอยู่ท่ามกลางแสงสว่างบ้าง จะซื้อครีมกันแดดก็แพงเกิน
ตุบ! ฟึบ! ปัก! ตึก!
เสียงดาบไม้ดังอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยมีร่างของเด็กผู้หนึ่งล้มลุกคลุกคลานอยู่บนพื้นตลอด ลมหายใจของพลายแก้วหอบหนัก พอสัมผัสกับความเย็นก็เกิดเป็นควันในอากาศ
ดวงตาสีอำพันเงยขึ้นมองสหายตัวขาวที่ยังยืนได้อย่างสบายในท่าทางปกติ หนึ่งคือเขาไม่กล้าโจมตีอีกฝ่ายโดยตรงด้วยกลัวว่าจะบาดเจ็บ จึงทำได้แค่เล็งที่อาวุธของอีกฝ่ายเท่านั้น ทว่าอีกฝ่ายกลับหวดเขาไม่ยั้ง ขนาดคนของบิดายังไม่ทำเขาถึงขนาดนี้!
ที่สำคัญอีกฝ่ายหลบเร็วมาก ดาบไม้ที่ฟาดลงมาก็ทำเอาดาบของเขาเกือบหลุดมือครั้งแล้วครั้งเล่า
“ทั้งที่ข้าฝึกหนักอยู่ทุกวัน เหตุใดจึงไม่อาจเอาชนะเจ้าได้” พลายแก้วขมวดคิ้ว ในใจตัดพ้อในความอ่อนแอของตัวเอง
“เพราะข้าฉลาดกว่าละมั้ง” เอสราเอ่ยเสียงนิ่ง ดวงตากลมสีทับทิมมองหน้าหงอย ๆ ของอีกฝ่าย ‘แม้ร่างกายนี้จะอ่อนแอ แต่จิตวิญญาณนี้ก็เคยฝึกทักษะทุกอย่างจนเจียนตายมาก่อน’
“ข้าสอนให้ ดีหรือไม่”
“ดี!” พลายแก้วส่ายหางดุ๊กดิ๊กทันที เขาเองก็อยากเก่งเช่นอีกฝ่าย
“เช่นนั้น—อ โอ๊ย” เอสราทรุดตัวนั่งลงกับพื้น รู้สึกแสบร้อนที่ผิวเหมือนถูกน้ำร้อนลวก ผิวกายเริ่มแดงอย่างเห็นได้ชัด “สะ แสบผิว”
“เจ้าช้าง! เอ็งเป็นอันใด!?” พลายแก้วเห็นอาการแปลก ๆ ของสหายตัวน้อยก็รีบวิ่งไปดูทันที ด้วยความตื่นตกใจ พอเห็นผิวขาว ๆ แดงก่ำ เขาก็ไม่รอช้า รีบแบกร่างเล็กขึ้นหลัง แล้ววิ่งขึ้นเรือนทันที “ท ท่านแม่! ท่านน้าเทพทองขอรับ! ช่วยเจ้าช้างด้วย!!”
พลายแก้วร้องหาผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
แล้วความวุ่นวายก็เกิด สตรีสองนางตกใจจนแทบเป็นลม นางเทพทองรีบสั่งให้บ่าวไปตามหมอยา ก่อนจะอุ้มบุตรชายเข้าไปในห้องนอน
เอสราแสดงสีหน้าเจ็บปวด ผิวที่ไหม้ยิ่งโดนความหนาวยิ่งแสบ “เจ็บ”
“แม่ให้คนไปเรียกหมอยามาแล้ว เจ้าทนก่อน” นางเทพทองเอ่ยเสียงสั่นเครือ ดวงตามองผิวหน้าและมือที่เริ่มไหม้และลอก “พวกเจ้าพากันไปเล่นกลางแดดมารึ?”
นางเทพทองหันไปถามเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างเตียง
“ใช่ขอรับ อากาศหนาว ข้าคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าอยู่ในที่อุ่น” พลายแก้วตอบ ในน้ำเสียงมีความตื่นกลัวว่าสหายจะเป็นอะไรไป
“พ่อช้างเกิดมาเป็นคนเผือกแต่กำเนิด ไม่อาจออกที่แจ้งหรืออยู่กลางแดดได้” นางเทพทองเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
พลายแก้วได้ยินก็ชะงัก มือไม้สั่น ร่างชา ในหัวนึกถึงอีกฝ่ายในอดีต ในภาพนั้นไม่มีภาพไหนเลยที่อีกฝ่ายจะอยู่ท่ามกลางแดด ไปที่ไหนก็จะมีบ่าวกางร่มให้ตลอด “ข ขออภัยขอรับท่านน้า เป็นความผิดของข้าเอง”
ถ้าเขาไม่บังคับให้สหายออกจากห้อง อีกฝ่ายก็คงไม่เป็นแบบนี้
ดวงตาสีอำพันคลอน้ำตา มันสั่นไหวเต็มไปด้วยความเสียใจ ก้อนเนื้อในอกเหมือนถูกบีบจนเจ็บไปหมด
“มิเป็นอันใด น้ารู้ว่าเจ้าไม่ตั้งใจ ยังดีที่เจ้าพาพ่อช้างเข้าร่มทัน ไม่เช่นนั้นอาจเป็นหนักกว่านี้” นางเทพทองอยากต่อว่า แต่ก็ไม่อาจทำได้ เพราะอีกฝ่ายเป็นบุตรชายของสหายสามี ทั้งยศยังสูงกว่าขั้นหนึ่ง
เมื่อหมอยามาถึง กลิ่นว่านหางจระเข้ก็ลอยไปทั่วห้อง ร่างเล็ก ๆ ถูกพอกสมุนไพรทั่วร่างที่เกิดรอยแดง
“แม้จะเป็นช่วงเหมันตฤดู แต่แดดก็ยังคงมีผลต่อคนที่เป็นโรคนี้ เพราะงั้นต้องระวังอย่าให้ออกแดดอีก” หมอยาเอ่ยกับมารดาของเด็กน้อย “หมั่นพอกผิวด้วยว่านหางจระเข้ และใบบัวบกที่ตำจนแตก ก็จะดีขึ้น”
“ขอบน้ำใจท่านหมอยามากเจ้าค่ะ” นางเทพทองเอ่ยด้วยน้ำเสียงโล่งใจ ก่อนนางจะหันไปมองบุตรชายที่หลับไปแล้ว
เวลาผ่านไปจนตกเย็น เอสราก็ตื่นขึ้นมาเพราะความหิว
“คุณชาย เป็นเช่นไรบ้างเจ้าค่ะ” นางชบาเห็นคุณชายของตัวเองตื่นแล้วก็รีบลุกขึ้นไปประคองตัวให้นั่งทันที
“ข้าหิว” เอสราบอกนางชบา
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าจะไปนำข้าวต้มมาให้นะเจ้าค่ะ” นางชบาเอ่ยจบก็รีบออกจากห้อง เพื่อไปนำข้าวต้มให้คุณชายของนาง
พอนางชบาออกไปแล้ว เอสราก็มองผิวกายของตัวเองที่ถูกพอกไปด้วยสมุนไพร ตอนนี้อาการแสบผิวไม่มีแล้ว ในห้องก็อบอุ่นเพราะกระถางถ่านในห้อง
พอมองรอบห้อง เขาก็ไม่เห็นเจ้าเด็กเวรพลายแก้ว ‘ไปไหน? ปกติเห็นป่วนเปี้ยนรอบตัวตลอด’
เมื่อไม่เห็น เขาก็ไม่สนใจ เปิดร้านค้าระบบหายาที่ช่วยรักษาผิวไหม้
:กระปุกละ 50 แต้มบุญครับ:
“แพง ลดหน่อย” เอสราขมวดคิ้วไม่พอใจ
:ลดไม่ได้ครับโฮสต์:
เอสราคิ้วกระตุกไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างน้อยกระปุกหนึ่งก็ใช้ได้นานและหลายครั้ง
:ซื้อครีมรักษาผิวไหม้ 50 แต้มบุญ แต้มบุญคงเหลือ 940 แต้ม ขอบคุณที่ใช้บริการครับ:
“…ไอ้ระบบเวร” เอสราสบถเบา ๆ ก่อนจะเลิกสนใจมัน พอได้ยามา เขาก็มองมันอย่างสำรวจ มันถูกบรรจุในกระปุกไม้ บนฝาตลับเป็นลวดลายสีดำงดงาม
แต่ตอนนี้ต้องให้คนเช็ดเอาสมุนไพรบนผิวพวกนี้ออกก่อนถึงจะใช้มันได้
ปัง!
พลายแก้ววิ่งเข้ามาในห้องพร้อมถาดทองเหลืองที่เต็มไปด้วยกุ้งย่าง เขาถึงขนาดดำน้ำเย็นเพื่อหากุ้งเพราะอยากไถ่โทษสหาย
เขายังย่างพวกมันเองกับมือ เครื่องจิ้มก็ทำเองจากการที่เห็นบ่าวของอีกฝ่ายทำบ่อย ๆ ตอนกินกุ้งย่างด้วยกัน
พอนางชบาบอกเขาว่าสหายตัวขาวตื่นแล้ว เขาก็รีบถือถาดกุ้งมาทันที “เอ็งตื่นแล้วรึ ข้าเอากุ้งย่างมาให้”
“ขอบใจ” เอสราเห็นกุ้งก็ไม่ปฏิเสธ เขาแกะกุ้งทีละตัวและจิ้มน้ำจิ้ม พอเอาเข้าปากก็เคี้ยวตุ้ย ๆ ตาวาว
“เป็นเช่นไร” พลายแก้วเอ่ยถาม ตั้งอกตั้งใจรอฟังคำตอบ
“อร่อย” เอสราตอบแล้วก็กินกุ้งอีกตัว
“เครื่องจิ้มเป็นเช่นไรบ้าง” พลายแก้วส่ายหางดิก ๆ ไปมา เขาเพิ่งจะเคยทำเครื่องจิ้มนี้เป็นครั้งแรก เลยอยากรู้ว่าถูกปากสหายหรือไม่
“รสดีทีเดียว เอ็งทำรึ” เอสราถาม ใบหน้าน่ารักเอียงเล็กน้อย
“ใช่ ข้าอยากไถ่โทษที่พาเอ็งไปเล่นตากแดดจนเจ็บป่วย” พลายแก้วพูดถึงตรงนี้ก็มีน้ำเสียงหงอย หางลู่หูตกทันที
:ค่าความสัมพันธ์ 65% ค่าความสำเร็จของภารกิจ 23%:
“…ข้าไม่ได้โกรธ ข้าเองก็ชะล่าใจคิดว่าแดดไม่แรงคงไม่เป็นไร” เอสราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้มีความโกรธเคือง “ข้าเองก็อยากอยู่กลางแสงแดดบ้างสักครั้ง”
แต่ว่าครีมกันแดดก็แพงเกินไป
“…” พลายแก้วเม้มปาก ในใจรู้สึกสงสารสหาย เขาเป็นคนหนึ่งที่ชอบวิ่งเล่นกลางแดดและที่แจ้ง ที่ผ่านมาเห็นอีกฝ่ายอยู่แต่ในร่ม ก็คิดมาตลอดว่าคงไม่ชอบที่ร้อน ๆ
ที่แท้ก็ไม่ใช่แบบนั้น
“ข้าวต้มมาแล้วเจ้าค่ะ” นางชบาเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมข้าวต้มหอม ๆ ที่คุณหญิงเทพทองเป็นผู้ลงครัวทำเอง พอเห็นคุณชายกำลังทานกุ้ง ก็ไม่ได้เอ่ยอันใด ทำเพียงวางถ้วยข้าวต้มไว้ข้าง ๆ เท่านั้น
คุณชายน้อยของนางนับว่ายิ่งกินเก่ง แก้มที่ตอนนี้กลมอยู่แล้วก็คล้ายจะแตกเพราะกินกุ้งจนแก้มพอง ช่างน่าเอ็นดูน่ารักนัก ทว่าคนที่ได้หอมกลับมีเพียงท่านขุนศรีวิชัยผู้เป็นบิดา
“ขอบใจ” เอสราเอ่ยกับนาง ก่อนจะลงมือกินทั้งสองอย่าง ข้าวต้มกุ้งเองก็เป็นสิ่งที่เข้ากันมาก!
พอกินอิ่มหน้าท้องเขาก็แน่นไปหมด หลังชบาทำความสะอาดเสร็จ นางก็มาช่วยเขาเช็ดตัวเอาคราบสมุนไพรออก เขาไม่ค่อยชอบเพราะมันทั้งเหนียวทั้งส่งกลิ่นฉุน
นางชบาเองก็ตามใจคุณชายของตัวเอง แต่ก็ยังคงเอ่ยว่าวันพรุ่งยังไงก็ต้องพอกสมุนไพรอยู่ดี เพื่อที่จะได้หายในเร็ววัน “นอนเสียเถิดนะเจ้าค่ะคุณชาย”
พอนางชบาออกไป ในห้องก็เหลือเพียงแค่เด็กสองคน
“ทายาให้ข้า” เอสราเอ่ยกับพลายแก้ว ก่อนจะโยนตลับยาให้อีกฝ่าย
“มันคือยาอะไรรึ?” พลายแก้วรับได้ทัน ขณะที่กำลังปีนเตียงขึ้นไปก็เอ่ยถามไปด้วย
“ยาที่จะทำให้ผิวข้าดีขึ้น” เอสราบอก พอเปิดอาภรณ์ที่ใส่อยู่ ก็เผยให้เห็นผิวที่แดงกว่าปกติ บางที่ก็มีรอยไหม้จาง ๆ
เขานอนคว่ำหน้าลงกับเตียง เพื่อให้พลายแก้วทายาที่หลังให้
พลายแก้วเห็นร่างกายของสหายสนิทเป็นเช่นนี้ก็รู้สึกผิดขึ้นมาอีกครั้ง จึงได้เริ่มทายาให้อย่างตั้งใจ ทั้งแขนและขาเขาก็ทาให้ทั่ว
เอสรารู้สึกสบายตัวมาก จึงได้เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
“ยานี่ดีนัก” พลายแก้วมองตลับยา ดูแล้วน่าจะมีราคาแพงน่าดู เนื้อยาก็ขาวขุ่นส่งกลิ่นหอมไม่เหมือนสมุนไพรที่เหม็นเขียว
พอทาแล้ว ผิวที่แดงก็เหมือนว่าจะดีขึ้น พอทาเสร็จเขาก็ห่มผ้าให้สหายตัวขาว ก่อนจะเก็บตลับยา แล้วล้มตัวลงนอนบ้าง “ฝันดี เจ้าช้าง”
…
จบตอนค่า
ตอนนี้เกลาสำนวนถึง 5 ทุ่มเลยค่ะ
แต่ตาค้างมากทั้งที่ไม่ได้ดื่มกาแฟ 555
แต่ว่าคงต้องรีบนอนได้แล้ว เพราะมันไปดีต่อสุขภาพ
นักอ่ายสายนอนดึก ก็อย่าอ่านเพลินจนลืมนอนนะคะ
ปล.เรามารู้จักโรคผิวเผือกกันค่ะ โรคผิวเผือก (Albinism) คือความผิดปกติทางพันธุกรรมแบบยีนด้อย ส่งผลให้ร่างกายสร้างเม็ดสีเมลานินน้อยลงหรือไม่ได้เลย ผิวหนัง ผม และขนจึงเป็นสีขาวหรือสีอ่อนมาก นัยน์ตามักเป็นสีเทาหรือฟ้าอ่อน ไวต่อแสงแดด เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังและมีปัญหาสายตา เช่น ตามัวหรือแพ้แสง โดยโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้
ปล2.ความผิดพลาดของพลายแก้วในครั้งนี้ จะทำให้อีกฝ่ายระมัดระวังตอนอยู่กับนายเอกแน่นอน จงทะนุถนอมน้องน้อยของไรท์ซะ!
ปล3. เอาจริงๆ ไหมคะ พระเอกเป็นตัวละครที่เราทั้งชอบและไม่ชอบเลยค่ะ555 ไม่ชอบขุนแผนในเวอร์ชันขุนแผนเจ้าชู้นะคะ เวลาเขียนมันทำให้นึกถึง แต่พอเขียนในแบบของตัวเองมันก็หลงรักเลยค่ะ
1 คอมเม้นต์ = 1 กำลังใจ