แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ - 15. ให้ท่านลุงลงหวายเอ็งสักทีสองที โดย Jring. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นายเอกเก่ง

รายละเอียด

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ โดย Jring. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."

ผู้แต่ง

Jring.

เรื่องย่อ

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ


ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน

 “ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”


ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่

ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก


: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :


“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”


: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :


“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”


: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :


“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”


: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :

 

“เอา! ฉันจะเอา!”


: …. :



_______________

สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา

น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา

เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า

น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”

มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ

________________

เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่

7 ก.ย. 66


สารบัญ

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-พูดคุย แจ้งเวลาลง,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-บทนำ ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-โลกที่ 1. 1.ภาคพ่อช้างของขุนแผน,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-2. เอาไอ้เด็กนี่ไปไกล ๆ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-3. คงเพราะข้าฉลาดกว่าเอ็ง,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-4. ขุนไกรต้อนควายป่า,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-5. พลายแก้วทำตัวดีๆ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-6. ช่วยขุนศรีวิชัยจากโจร,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-7. ขุนเพชรขุนราม,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-8. เจ้าช้าง เมื่อไหร่จะตื่นมาเล่นกับข้า,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-9. ข้าสัญญาจะฆ่าอ้ายพวกนั้นให้สิ้น,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-10. เจ้าช้าง เอ็งเป็นอันใด!?,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-11. ข้าคิดว่าท่านควรมีบุตรเพิ่มอีกสักคน,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-12. ข้าว่าเอ็งจะตายก่อนได้รักษาใคร,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-13. เณรผู้นั้นใช้เณรแก้วหรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-14. ไอ้ขุนแผนที่ว่ามันเป็นใครรึ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-15. ให้ท่านลุงลงหวายเอ็งสักทีสองที,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-16. ป้อนข้าสักหน่อยได้หรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-17. เอ็งเป็นแม่ทัพนี่ จัดการเลย,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-18. ผู้ใดกัน งานนัก,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-19. จับกุมเชลยและริบทรัพย์สินทั้งหมด,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-20. ไม่ รับแค่เครื่องบรรณาการก็พอ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-21. อยากเป็นเมียหมาหรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-22. พลายแก้ว! เอ็งโดดเวรรึ!?,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-23. มือคนจับอาวุธ เอ็งเจ็บรึ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-24. ทำอะไรเคยนึกถึงหัวอกข้าหรือไม่!,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-อีบุ๊คมาแล้ว ลดจุกมาก

เนื้อหา

15. ให้ท่านลุงลงหวายเอ็งสักทีสองที

ตอนที่ 15.

ให้ท่านลุงลงหวายเอ็งสักทีสองที

“ไอ้ขุนแผนที่ว่ามันเป็นใครรึ” เสียงทุ้มต่ำกระซิบถามที่ข้างใบหูขาว


“!!” เอสราเบิกตากว้าง เมื่อรู้ตัวอีกทีก็มีใครไม่รู้มาอยู่ด้านหลัง

มือเรียวคว้ามีดสั้นออกมาจากใต้โต๊ะ แล้วเหวี่ยงตัวจี้มีดที่คอผู้บุกรุกทันที ดวงตาสีแดงเข้มขึ้น ยิ่งพอเห็นว่าเป็นใคร หัวคิ้วก็ยิ่งขมวดเข้าหากัน และไม่ได้ลดปลายมีดลง “พลายแก้ว เอ็งบวชอยู่ไม่ใช่รึ”

ดวงตาสีทับทิมเหลือบมองไปทางหน้าต่าง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายแอบปีนขึ้นมาทางนั้น ‘นิสัยชอบปีนบ้านคนอื่นคงแก้ไม่ได้สินะ!!’


“…” พลายแก้วมองมีดสั้นที่จี้อยู่ที่คอ ดวงตาคมสีอำพันไม่ได้มีความเกรงกลัวสักนิด “ข้าสึกแล้ว”


“โกหก” เอสราเอ่ยเสียงขุ่น เท่าที่จำได้เหมือนจะมีครั้งหนึ่งที่อีกฝ่ายน่าจะสึกแบบชั่วคราว แบบไม่ใช่การสึกจริง ๆ 

เพื่อที่จะแอบขึ้นเรือนพิมพิลาไลย


“ข้าพูดเรื่องจริง ตอนนี้ข้าสึกมาเป็นฆราวาสเต็มตัวแล้ว” พลายแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ เขาเห็นอีกฝ่ายเดินเล่นกับไอ้ฝรั่งนั่น จิตใจจึงร้อนรนคิดไม่ตกจนต้องขอลาสิกขาและตรงมาหาอีกฝ่ายทันที

ทว่าดูสิ่งที่อีกฝ่ายทักทายเขา เอาของอันตรายเช่นนี้มาจี้คอ “เอ็งไม่คิดถึงข้าบ้างรึ?”


“…ใครจะคิดถึงเอ็ง” เอสราเก็บมีดสั้น ถ้าอีกฝ่ายกล้าทำอะไรไม่ถูกต้อง เขาจะไปฟ้องท่านลุงเดี๋ยวนี้เลย


“แล้วไอ้ขุนแผนที่ว่าเมื่อกี้คือผู้ใด” พลายแก้วไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ อีกฝ่ายเอ่ยชื่อนี้แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เขาหายไปนาน ๖ ปี คงไม่ใช่มีคนสนิทใหม่แล้วกระมัง

ไหนจะไอ้ฝรั่งหน้าขาวหัวทองนั่นอีก!


“ชื่อหมา” เอสราตอบ เขานั่งลงเก้าอี้ที่เดิมแล้วเก็บมีดไว้ใต้โต๊ะ อาวุธของเขาแทบทุกชิ้นเคลือบพิษเอาไว้ ถ้าโดนเข้าต่อให้มีวิชาอยู่ยงคงกระพันก็ตายได้เช่นกัน


“หมารึ? เรือนเองไม่เห็นมีหมา หรือเอ็งจะเลี้ยงหมา” พลายแก้วได้ยินว่าเป็นชื่อหมาก็คลายความกังวลใจลง ต่อให้เป็นคน แต่คนตัวเล็กถึงกับด่าว่าเป็นหมา มันคงไม่มีความสำคัญอะไร


“เอ็งนี่ถามมากจริง กลับเรือนเอ็งไปเลยไป” เอสรารำคาญ ความสงบของเขาจะจบลงแล้วใช่ไหม?


“ข้าไม่กลับ ข้าจะนอนนี่” พลายแก้วไม่เอ่ยเปล่า แต่เขาเดินไปนอนบนเตียงเจ้าของห้องทันที พอเห็นตุ๊กตาที่คุ้นหน้าคุ้นตา ก็ขโมยเอามากอดแน่น


“พลายแก้ว เอ็งทำอะไร” เอสรารีบเข้าไปแย่งตุ๊กตาตัวโปรดมาจากอีกฝ่าย ใบหน้างดงามบูดบึ้ง แก้มเนียนใสพองกลม ดวงตาสีทับทิมมองอีกฝ่ายเคือง ๆ “ท่าทีสง่างาม เสแสร้งตอนนั้นหายไปไหนแล้ว”


“หาววว ข้าง่วงนัก นอนกันเถิด” พลายแก้วคว้าร่างเล็กของสหายด้วยท่อนแขนเพียงข้างเดียว จนร่างอีกฝ่ายลอยขึ้นมาบนเตียง เขาโบกมือครั้งหนึ่ง ไฟในห้องก็ดับพึบ


“ป ปล่อยข้า” เอสราพยายามดิ้นออกจากท่อนแขนหนาของอีกฝ่าย ร่างกายของพลายแก้วสูงใหญ่ กล้ามเนื้อทั้งแขนทั้งท้องชัดราวกับคนออกกำลังทุกวัน แล้วเขาที่ตัวเล็กกว่าจึงเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด


“นอนนิ่ง ๆ ตอนยังเด็กเราก็นอนด้วยกันออกจะบ่อยมิใช่รึ?” พลายแก้วไม่ยอมปล่อย มุมปากคมยกยิ้มพอใจ เมื่อได้อยู่ใกล้กับร่างเล็ก ๆ นี้ ก็ดูเหมือนว่าจะทำให้ความว้าวุ่นใจของเขาหายไปจนหมด

จมูกคมสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ กลิ่นนี้เหมือนกับกลิ่นผ้าสไบที่อีกฝ่ายมอบให้ ซึ่งแน่นอนว่าเขาเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี ‘ข้าคิดถึงเอ็งนัก เจ้าช้าง ไม่มีวันใดไม่คะนึงหา’


“โตขึ้นเหมือนเอ็งจะกล้าขึ้นนะ” เอสรากัดฟัน ดวงตาสีทับทิมของเขาที่มองเห็นได้ดีในความมืดเหลือบมองคนที่บังอาจมากอดเขาทั้งที่เขาไม่เต็มใจ


“เอ็งก็ดูเหมือนจะไม่โตขึ้นนัก” พลายแก้วมีหรือจะกลัวเสียงขู่ฟ่อ ๆ นั้น กลับกันยิ่งทำให้เขารู้สึกบันเทิงใจ “ทั้งยังใจร้ายเช่นเดิ— อึก!”

พลายแก้วเอ่ยยังไม่ทันจบ ก็รู้สึกจุกจนหน้าเขียว มือหนารีบกุมอวัยวะสืบพันธุ์ของตัวเอง ในใจโอดโอยด้วยไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าทำร้ายเขาตรงจุดนี้!


เอสราใช้จังหวะนี้หนีออกจากแขนของอีกฝ่าย ก่อนจะยกเท้าถีบอีกฝ่ายจนตกเตียง “ว่าข้าเตี้ยรึ?!”


ตุบ!!

“โอ๊ยยย! เจ้าช้าง” พลายแก้วร้องโอดโอย ใบหน้าหล่อคมขมวดมุ่น ทว่าด้วยวิชาที่เรียนมา เพียงไม่นานร่างกายก็หายเจ็บ ทั้งอีกฝ่ายยังไม่ได้ถีบเพราะเจตนาลบหลู่ ของที่เรียนจึงไม่เสื่อม


พึบ!

“เอ็งนอนพื้น” เอสราโยนหมอนใส่หน้าพลายแก้ว ก่อนเขาจะล้มตัวลงนอน ในอ้อมแขนเรียวกอดตุ๊กตาช้างปุกปุยสีขาวของตัวเองแน่น ในใจยังคงรู้สึกหงุดหงิดไม่นาน ‘โตขึ้นแล้วรับมือยากกว่าตอนเด็กอีก!!’


“…” พลายแก้วถือหมอนที่คนตัวเล็กโยนให้ ก่อนจะมองคนที่นอนอยู่บนเตียง รอไม่นานเขาก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอ

เมื่อมั่นใจว่าคนตัวเล็กหลับแล้ว เขาถึงค่อย ๆ ปีนขึ้นเตียงอย่างเชื่องช้า แล้วทำการวางหมอนไว้ข้างหมอนของสหายอย่างเบามือ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบ้าง และวาดแขนข้างหนึ่งพาดอยู่ที่เอวบาง “การถวายสไบให้ข้าเปรียบเสมือนการมอบกายถวายชีวิต และเป็นการจับจองข้าเป็นคู่ครอง เอ็งมอบให้เพราะรู้ความหมาย หรือมอบให้โดยที่ไม่ได้คิดอันใด เจ้าช้าง”

พลายแก้วพึมพำเสียงเบา ทว่าเขารู้ดีว่าคนที่เขาต้องการถามหลับใหลไปแล้ว ดวงตาสีอำพันมองสำรวจร่างเล็ก ๆ ที่นอนหลับสนิท ใบหน้าขาวเนียนแนบอยู่กับตุ๊กตาตัวโปรดมุมปากหนายกขึ้นไม่รู้ตัว “เอ็งโตขึ้น และงามจนข้าตะลึง”

แต่เขาไม่พอใจเลยตอนที่อีกฝ่ายไปเดินกับผู้อื่น ทั้งที่เพิ่งจองเขาไม่นาน ทว่าในเวลานั้นก็ไม่อาจแสดงท่าทีอันใดได้ “ไอ้ฝรั่งนั้น มันต้องได้เห็นดี”



ยามรุ่ง

พลายแก้วไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหน รู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่สัมผัสได้ถึงแรงดิ้นจากคนในอ้อมแขน แต่เขากลับเลือกที่จะแกล้งหลับเพื่อดูว่าคนตัวเล็กจะทำอะไร


“หาววว อืมมม” เอสรายืดเหยียดแขน อ้าปากหาว ทว่าพอขยับตัวไม่สะดวก ดวงตาสีทับทิมล้ำค่าก็มองหาต้นตอทันที แล้วเขาก็เห็นว่ามีอะไรหนัก ๆ มาทับเขาอยู่ ในตอนนี้ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพลายแก้วแอบปีนหน้าต่างเข้ามาในห้องของเขา “…” 

พอเห็นชายหนุ่มนอนหลับอย่างสบายใจ เขาก็พูดไม่ออก จึงทำเพียงยกแขนอีกฝ่ายออกจากเอว

ร่างกายบอบบางขยับไปนั่งที่มุมเตียง ก่อนจะยกเรียวแขนทั้งสองข้างขึ้นเพื่อยืดร่างกาย “อื้มมม”


พลายแก้วลืมตาขึ้นมาเห็นฉากนี้ก็เผลอกลืนน้ำลายลงคอ รูปร่างอีกฝ่ายมีเสน่ห์เย้ายวนอยู่แล้ว เอวคอดรับกับสะโพกผาย ผิวกายขาว เสื้อที่ใส่ยามตื่นก็ไม่ได้ดูเรียบร้อยนัก เปิดเผยไหล่บาง

ยามยืดตัวยิ่งทำให้ชายเสื้อที่ใส่เปิดเผยผิวขาวที่เอว


“พลายแก้ว ตื่นแล้วก็ลุก” เอสราหันไปเห็นคนหน้าหนาตื่นแล้วก็เอ่ยเสียงขุ่น อีกฝ่ายทำตัวเหมือนคนไร้บ้านไม่มีผิด “ข้าจะให้คนเตรียมอาภรณ์และกิ่งข่อยให้ จะได้อาบน้ำแปรงฟัน”

เอ่ยจบเขาก็ลุกขึ้นจากเตียง


หลังจากอาบน้ำแต่งตัวในตอนเช้าเรียบร้อย พวกเขาก็ไปนั่งใส่บาตรด้วยกันที่ท่าน้ำหน้าเรือน นางเทพทองเห็นพลายแก้วก็นึกสงสัยอยู่บ้างว่าอีกฝ่ายมาได้อย่างไร แต่ก็ไม่ได้ถามอันใดให้มากความ เพราะตอนอีกฝ่ายเด็ก ๆ ก็มักจะโผล่มาที่เรือนนางตลอด


เอสราและพลายแก้วช่วยกันนำอาหารใส่บาตร ก่อนจะยกมือไหว้รับพร


หลังพระพายเรือไปแล้ว นางเทพทองจึงหันไปเอ่ยกับนางส้ม บ่าวที่รับใช้ใกล้ชิดนาง “ไปบอกบ่าวในโรงครัวว่าให้เตรียมสำรับเช้ามากขึ้นสักหน่อย”


“เจ้าค่ะ” นางส้มก้มศีรษะรับคำสั่ง ก่อนจะรีบไปแจ้งบ่าวที่โรงครัว


“เช้านี้รบกวนท่านน้าแล้วขอรับ” พลายแก้วเอ่ยกับมารดาของสหายด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม


เอสราเหลือบตามองบน ‘รบกวนข้ามาทั้งคืน ยังกล้ามาตีหน้าซื่อ’


“มิเป็นอันใดจ๊ะ ว่าแต่พ่อพลายสึกแล้วรึ?” นางเทพทองเอ่ยถาม วันก่อนนางยังเห็นอีกฝ่ายห่มผ้าเหลืองอยู่เลย


“สึกแล้วขอรับ”


ในตอนเช้า พลายแก้วได้ร่วมโต๊ะอาหารกับครอบครัวของขุนศรีวิชัย บุรุษทั้งสองพูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสาร คุยถูกคอจนเอสราคิดว่าอีกฝ่ายเป็นบุตรชายคนที่สองของบิดาเขาไปแล้ว


‘ทำตัวเป็นโจร ทั้งยังมานั่งกินข้าวบ้านคนอื่นหน้าด้าน ๆ เรือนตัวเองอยู่ไม่ไกล ทำไมไม่มียางอายบ้าง’ 

ขนาดทานอาหารเช้าเสร็จแล้วก็ยังไปนั่งจิบชาคุยกันอีก


“คุณชายเจ้าค่ะ ท่านลูคัสมาขอพบเจ้าค่ะ ตอนนี้รออยู่ที่ศาลาเจ้าค่ะ” นางสาย บ่าวรับใช้ของเรือนเดินขึ้นมาแจ้งคุณชายของนาง


“…อื้ม” เอสราชะงักเล็กน้อยเพราะไม่ได้นัดอีกฝ่ายไว้ ก่อนเขาจะพยักหน้าให้บ่าวที่มาแจ้ง ร่างระหงลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสง่า แล้วจึงเดินลงจากเรือนอย่างไม่รีบร้อนเพื่อไปหาสหายทางการค้า

ในหัวก็นึกถึงเรื่องที่ทำให้อีกฝ่ายต้องมาหา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องงาน ถ้าไม่เกี่ยวกับงาน เขาก็นึกไม่ออก


พลายแก้ววางถ้วยชาลงบนโต๊ะ ดวงตาคมสีอำพันจับจ้องมองตามร่างเล็กที่เดินลงไปจากเรือน หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน ฝ่ามือหนากำแน่น รู้สึกไม่พอใจ “ท่านลุง เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”

‘ไอ้ลูคัสอะไรนั่น มันต้องเป็นไอ้ฝรั่งหัวทองแน่ ๆ!’


“ได้ ๆ ตามสบาย” ขุนศรีวิชัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ ทว่าหากสังเกตดี ๆ จะพบว่ามุมปากยกอยู่เล็กน้อย

เมื่อคนหนุ่มลุกไปแล้ว ชายวัยกลางก็ได้แต่นึกในใจ ‘ถ้าเป็นพ่อพลาย ข้าก็ยินดีหากทั้งสองจะตกลงคบหากัน ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตา ทั้งยังเห็นมาตั้งแต่ออดแต่อ่อน’



ด้านเอสรา ดวงตาสีทับทิมเหลือบมองพลายแก้วที่อยู่ ๆ ก็ตามลงมาจากเรือน ทั้งอีกฝ่ายยังมานั่งทำหน้าทะมึนไม่รับแขกข้าง ๆ เขาอีก


“เออ คนผู้นี้?” ลูคัส ฟาน ไรน์ มองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างหุ้นส่วนตัวน้อย ดวงตาสีฟ้ามีประกายสงสัย ‘เหตุใดคนผู้นี้มองข้าเช่นนั้น?’


“เขาเป็นสหายข้า ช่างเขาเถอะ ท่านมานี่มีอะไรรึ?” เอสราเข้าเรื่อง ถ้าเป็นเรื่องงานเขาก็ไม่อยากยืดเยื้อให้วุ่นวาย


ลูคัสเห็นคนตัวเล็กไม่ใคร่จะใส่ใจคนข้างกาย มุมปากก็ยิ้มบาง ดวงตาสีฟ้ามองดวงตาสีอำพันตอบอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนเขาจะเริ่มเอ่ยถึงธุระที่มาวันนี้ “อีก ๑ เดือนข้างหน้า เรือกาเลียนของข้าจะออกจากท่า ข้าจึงอยากมาชวนคุณชายว่าอยากไปเที่ยวเล่นที่เมืองฮอลันดาสักครั้งหรือไม่”

เมืองของเขาไม่ได้ปกครองด้วยกษัตริย์ดั่งชาวฝรั่งเศส บ้านเมืองถูกบริหารด้วยพ่อค้าและขุนนาง แน่นอนว่าชนชั้นการค้าแข็งแรงกว่าหลายเท่า

และตระกูลไรน์ยังเป็นตระกูลต้น ๆ ที่มีอำนาจ “ข้าให้สัญญาว่าจะดูแลคุณชายอย่างดี ทั้งในขณะที่ล่องเรือและอยู่ที่เมืองฮอลันดาของข้า”


พลายแก้วคิ้วกระตุก บรรยากาศรอบกายเย็นเฉียบ ดวงตาสีอำพันลึกลับเข้มขึ้น ข้างขมับเต้นตุบ ๆ แทบจะควบคุมโทสะไม่อยู่ “ข้าไม่ให้เขาไป!”

‘ไอ้บ้านี่ถึงขนาดจะพาเจ้าช้างไปจากข้าเลยรึ!! ช่างกล้านัก!!!’ 

ความโกรธพุ่งถึงขีดสุด ลมหายใจหอบถี่ แค่คิดว่าคนตัวเล็กจะไปอยู่กับมันเป็นเวลานานหลายเดือน เขาก็ทรมานจนแทบจะกระอักเลือด‘ข้าจะทนได้อย่างไร!!’


“พลายแก้วเป็นอะไรไป?” เอสราเห็นคนข้าง ๆ ดูไม่ปกติ ก็หันไปถาม ถึงปกติจะไม่ปกติอยู่แล้ว แต่ตอนนี้สภาพเหมือนหมาบ้าที่พร้อมจะกัดคอคนให้ตายไม่มีผิด


“ข้าไม่ให้เอ็งไป!” พลายแก้วเอ่ยเสียงเข้ม ฝ่ามือหนากุมมือเล็กเอาไว้ เขาไม่ได้จับแน่นจนอีกฝ่ายเจ็บ ทว่าก็ไม่หลวมจนอีกฝ่ายหนีไปได้ง่าย ๆ เช่นกัน ‘เราพึ่งจะได้กลับมาเจอกัน เอ็งก็จะทิ้งข้าไปกับผู้อื่นแล้วรึ!’ 

ดวงตาคมสีอำพันช้อนมองสหายอย่างเว้าวอน “อย่าทิ้งข้าเลย”


“ข้ายังไม่ได้เอ่ยอันใด” เอสราเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ ก่อนเขาจะหันไปเอ่ยกับสหายทางการค้า “ขอบน้ำใจท่านมากที่มาชักชวน แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยสะดวกนัก ข้ายังมีสิ่งที่ต้องทำมากมาย”

อันที่จริงเขาก็ค่อนข้างสนใจ เพราะเขาอยากรู้ว่าต่างประเทศในยุคนี้จะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้คงต้องจัดการกับภารกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก่อน


“เช่นนั้นหรือ น่าเสียดาย” ลูคัสยังคงยิ้มบาง ทว่าดวงตาสีฟ้ากลับคมขึ้นยามมองมือของคนทั้งสองที่กุมกันไว้อยู่ ‘ไม่ดูใกล้ชิดเกินสหายไปรึ? ทั้งยังท่าทีเช่นนั้น’


พลายแก้วได้ยินคนข้างกายปฏิเสธไอ้ฝรั่งหัวทอง มุมปากก็ยกขึ้นราวกับผู้ชนะ ดวงตาคมสีอำพันมองสบตากับดวงตาสีฟ้าโดยไม่ปกปิดความเป็นปรปักษ์ ‘หึ เจ้ามันแค่คนนอกเท่านั้น’ 

เอสรามองทั้งสองที่ส่งสายตาฟาดฟันให้กันก็รู้สึกปวดหัว ไม่รู้ว่าจะทะเลาะไร้สาระอะไรกัน ‘โต ๆ กันแล้วไม่ใช่หรือไง’


เมื่อหมดธุระ ลูคัส ฟาน ไรน์ ก็ขอตัวกลับ พออีกฝ่ายนั่งเรือจากไปแล้ว พลายแก้วก็ดูเหมือนว่าจะอารมณ์ดีขึ้นหลายเท่า เดินส่ายหางตามคนตัวเล็กต้อย ๆ

“เอ็งกำลังจะไปที่ใดรึ”


“พาเอ็งไปส่งเรือน ให้ท่านลุงลงหวายเอ็งสักทีสองที” เอสราเอ่ยขณะเดินนำอยู่ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายสึกออกมากะทันหันแบบนี้ บิดามารดารู้เรื่องหรือยัง


“เอ็งมันใจร้าย” พลายแก้วแม้จะเอ่ยเช่นนั้น ทว่าน้ำเสียงกลับอารมณ์ดี ไม่ได้มีความรู้สึกกลัวสักนิด



จบตอนค่ะ

ตอนนี้ก็เป็นฉากปีนเรือน แต่ปีนเรือนนายเอกนะคะ

5555 ดีไม่ตายไปก่อน

ว่าแต่ทุกคนรู้ยังว่าหมาคือใคร5555


ปล.ตามเนื้อเรื่องเดิม พลายแก้วจะแอบปีนขึ้นเรือนแม่พิม แต่ก่อนไปหาแม่พิมก็แอบไปหานางสายทองก่อน เพราะพลายแก้วได้นางช่วงเป็นแม่สื่อ แต่พอได้ใกล้ชิดพูดคุยพลายแก้วก็เกิดถูกใจรูปร่างหน้าตานางจึงใช้คารมคมคายเกี้ยวพาราสีและเล้าโลมจนนางใจอ่อน หลังเสร็จกิจ ก็ไปหาแม่พิม และได้เสียกันในคืนเดียวกัน (ชั่วมากกกก ไอ้เวรเอ้ย!!)


ปล1.ในต้นฉบับเสภาขุนช้างขุนแผน พลายแก้วถูกนำเสนอในฐานะตัวละครที่มีเสน่ห์และมีความต้องการทางเพศสูงตามวิสัยชายหนุ่มในสมัยนั้น เมื่อเห็นโอกาสและนางสายทองเองก็ไม่ได้ขัดขืนอย่างจริงจัง จึงทำให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันก่อนที่พลายแก้วจะไปหานางพิมในคืนนั้นเอง (ไอ้หื่นกาม)


ปล2.เรือกาเลียนคือเรือใบอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในช่วงศตวรรษที่ 16 ถึง 18 โดยถูกพัฒนาให้มีโครงสร้างเรียวยาวและแข็งแกร่งกว่าเรือยุคก่อนหน้า เพื่อให้สามารถติดตั้งปืนใหญ่จำนวนมากสำหรับใช้ในการสงครามทางเรือ ในขณะเดียวกันก็มีพื้นที่ระวางบรรทุกมหาศาลสำหรับขนส่งสินค้าและขุมทรัพย์ล้ำค่าข้ามมหาสมุทรในการค้าขายระหว่างทวีปค่ะ


ปล3.ฮอลันดาหรือวิลันดาในสมัยนั้นคือมหาอำนาจตะวันตกที่เป็นคู่ค้าหลักและผู้จัดหาอาวุธปืนไฟให้กับอยุธยา ระบบปกครองเมืองก็ตามที่บรรยายในเนื้อเรื่องค่ะ และตัวละครลูคัส ฟาน ไรน์ไม่มีในต้นฉบับนะคะ 


หนึ่งคอมเม้นต์ = กำลังใจหนึ่ง