แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ - 23. มือคนจับอาวุธ เอ็งเจ็บรึ โดย Jring. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก,นายเอกเก่ง,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ข้ามเวลา,ไทย,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นายเอกเก่ง

รายละเอียด

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ โดย Jring. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แม้จะเป็นนักวิจัยในองค์กรนักฆ่า แต่ทว่าจิตใจเขาก็เป็นคนที่มีคุณธรรมนะ จะส่งเขาไปทำความดีอะไรอีก! :จะให้ผมสาธยายถึงวีรกรรมของโฮสต์ไหมครับ: "...."

ผู้แต่ง

Jring.

เรื่องย่อ

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ


ดวงตากลมมองร่างของตัวเองนิ่งๆ โธ่ ชีวิตน้อยๆ ที่แสนมีค่าของเขา ตายดีๆ ไม่ตาย ดันมาตายเพราะตะกละกินขนมติดคอขณะกำลังทำวิจัยไปด้วย เขาแค่ตกใจที่ผลวิจัยพิษชีวภาพออกมาเกินคาด ยังไม่ทันได้ชมเชยก็ตายซะก่อน

 “ตายทั้งทีขอตายท่าที่ดูดีกว่านี้ไม่ได้เลยหรือไง”


ถ้ามีคนรู้ว่านักวิจัยอัจฉริยะอันดับหนึ่งขององค์กรนักฆ่า ตายเพราะขนมติดคอคงได้พากันหัวเราะจนฟันร่วงแน่

ที่หนักไปกว่านั้นคือสวรรค์ไม่ต้อนรับ! ทั้งยังถีบเขาให้ไปทำความดีสะสมแต้มบุญกับระบบเซ็งเคร็งนี่อีก


: ผมได้ยินนะครับโฮสต์ :


“..แล้วไง อย่ามาอ่านใจกันนะ แล้วที่นี่ที่ไหน?”


: เดี๋ยวก่อนสิครับโฮสต์ ฟังกฎของเราก่อน :


“ไม่เอา ไม่อยากฟัง หิว ของกินอยู่ไหน? เอาออกมา”


: ถ้าโฮสต์เป็นเด็กดี ยอมนั่งฟังกฎน่ารักๆ ระบบมีตุ๊กตาช้างน้อยนั่งหลับสีขาวขนนุ่มที่โฮสต์อยากได้ให้เป็นรางวัลด้วยนะครับ :


“ฉ ฉันเป็นถึงนักวิจัยที่ทุกคนต่างก็มองว่าสงบและเยือกเย็น จะไปสนใจของเด็กๆ แบบนั้นได้ยังไง?!”


: ..งั้นคงไม่เอาสินะครับ :

 

“เอา! ฉันจะเอา!”


: …. :



_______________

สวัสดีค่ะ นิยายเรื่องนี้ไรท์ตั้งใจเขียนเป็นนิยายยาวน้าา

น้องเอสราของเราจะไปสะสมแต้มบุญหลายๆ โลกเลย ส่วน พอ. ของน้อง ขอสปอยล์ว่าเป็นคนเดียวกันน้า แต่ดวงจิตมีเหตุให้ต้องแตกกระจายไปหลายๆ ที่ ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรนั้นต้องไปตามดูในเนื้อเรื่องกันเองค่าา

เป็นกำลังใจให้น้องด้วยน้า

น้องเอสรา “ทำไมตัวละครเป้าหมายถึงมีแต่คนปากไม่ดีอะ แถมยังบ้า (กาม) ด้วย?”

มีอะไรสงสัยสามารถคอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ

________________

เริ่มเขียนและคิดพล็อตนิยายวันที่

7 ก.ย. 66


สารบัญ

ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-พูดคุย แจ้งเวลาลง,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-บทนำ ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-โลกที่ 1. 1.ภาคพ่อช้างของขุนแผน,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-2. เอาไอ้เด็กนี่ไปไกล ๆ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-3. คงเพราะข้าฉลาดกว่าเอ็ง,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-4. ขุนไกรต้อนควายป่า,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-5. พลายแก้วทำตัวดีๆ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-6. ช่วยขุนศรีวิชัยจากโจร,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-7. ขุนเพชรขุนราม,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-8. เจ้าช้าง เมื่อไหร่จะตื่นมาเล่นกับข้า,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-9. ข้าสัญญาจะฆ่าอ้ายพวกนั้นให้สิ้น,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-10. เจ้าช้าง เอ็งเป็นอันใด!?,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-11. ข้าคิดว่าท่านควรมีบุตรเพิ่มอีกสักคน,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-12. ข้าว่าเอ็งจะตายก่อนได้รักษาใคร,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-13. เณรผู้นั้นใช้เณรแก้วหรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-14. ไอ้ขุนแผนที่ว่ามันเป็นใครรึ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-15. ให้ท่านลุงลงหวายเอ็งสักทีสองที,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-16. ป้อนข้าสักหน่อยได้หรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-17. เอ็งเป็นแม่ทัพนี่ จัดการเลย,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-18. ผู้ใดกัน งานนัก,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-19. จับกุมเชลยและริบทรัพย์สินทั้งหมด,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-20. ไม่ รับแค่เครื่องบรรณาการก็พอ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-21. อยากเป็นเมียหมาหรือไม่,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-22. พลายแก้ว! เอ็งโดดเวรรึ!?,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-23. มือคนจับอาวุธ เอ็งเจ็บรึ,ภารกิจลับ(รัก)ข้ามมิติ-24. ทำอะไรเคยนึกถึงหัวอกข้าหรือไม่!

เนื้อหา

23. มือคนจับอาวุธ เอ็งเจ็บรึ

ตอนที่ 23.

มือคนจับอาวุธ เอ็งเจ็บรึ?

“โฮสต์ครับ ถ้าไปช่วยขุนแผนปราบโจรจนสำเร็จ จะได้รับแต้มบุญ 2,000 แต้มเลยนะครับ”


เอสราผุดลุกขึ้นนั่งทันทีจนคนที่ยังนั่งอยู่บนเตียงด้วยกันสะดุ้ง ดวงตาสีทับทิมมองยอดรางวัลที่มากกว่าปกติ เพราะอย่างมากสุดที่เขาได้ก็คือ 1,500 แต้ม ตอนที่ไปรบกับพลายแก้วเท่านั้น ทั้งขนาดตอนช่วยชีวิตคนยังได้มาแค่ 500 แต้มเอง

แม้จะรู้ว่าพลายแก้วยังไงก็สามารถปราบโจรได้ แต่ว่าตามไปดูหน่อยก็แล้วกัน “ข้าไปกับเอ็งแล้วกัน”


“จริงรึ” ขุนแผนยิ้มกว้างทันที เขาคิดว่าคนงามคงนึกเป็นห่วงเขาขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ว่า “มันอันตราย เอ็งอยู่เรือนดีแล้ว”


“ข้าตัดสินใจจะไป เอ็งห้ามได้รึ?” เอสราเอ่ยเอาแต่ใจ เขาลุกขึ้นจากเตียงไปเตรียมของจำเป็นใส่ห่อผ้า โดยเฉพาะมีดสั้นใต้โต๊ะที่เขาต้องเอาไปด้วยแน่นอน


“ท่านลุงท่านป้าล่ะ เอ็งจะไม่บอกก่อนรึ?” ขุนแผนเอ่ยถามพลางส่ายหางดุกดิก แน่นอนว่าเขาห้ามอีกฝ่ายไม่ได้ แต่การที่จะเดินทางไกลถ้าไม่บอกผู้ใดอาจทำให้คนเป็นห่วงได้

ส่วนตัวเขาก็ไม่มีปัญหาหากต้องดูแลอีกฝ่ายยามที่ทำภารกิจ ออกจะสุขใจด้วยซ้ำที่มีคนงามคอยเคียงข้าง


“ข้าจะทิ้งจดหมายไว้” เอสราเขียนข้อความใส่กระดาษ ก่อนจะวางไว้บนโต๊ะ ตอนเช้านางชบาจะเข้ามาในห้อง เดี๋ยวก็คงเอาจดหมายไปให้บิดาเขาเอง

เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จ เขาก็ทำท่าจะเดินไปทางประตู


“เดี๋ยวก่อน ข้าพาเอ็งออกไปจะง่ายกว่า” ขุนแผนรั้งคนงามไว้ ก่อนจะอุ้มขึ้นแนบอก แล้วกระโดดออกจากทางหน้าต่าง แม้วิชาของเขาจะแกร่งกล้า แต่ท่านลุงขุนศรีวิชัยก็ใช่เล่นเช่นกัน

ถ้าไม่อยากวุ่นวาย ออกทางหน้าต่างจะดีที่สุด


“ทำตัวเหมือนโจร ไม่ใช่ท่านพ่อบอกเอ็งว่าอยากมาที่เรือนตอนไหนก็ได้รึ เหตุใดยังทำลับ ๆ ล่อ ๆ” เอสราเอ่ยเสียงฉุน ในขณะที่นั่งนิ่งอยู่บนแขนแกร่งเพื่อให้อีกฝ่ายอุ้มออกจากบริเวณเรือน


“ยามนี้ดึกนัก มาหาเอ็งยามวิกาลคงถูกมองไม่ดี” ขุนแผนตอบ มุมปากมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


“หึ ปีนเรือนข้ามาตั้งแต่เด็ก เอ็งมันดูไม่ดีมาตั้งนานแล้ว” เอสราตอบกลับ คิดว่าบิดามารดาเขาไม่รู้หรือไง พวกท่านแค่ไม่พูดเท่านั้นเอง


“ปากร้ายนัก” ขุนแผนบีบแก้มเนียนแผ่วเบาด้วยความมันเขี้ยว ปากเล็ก ๆ นี่ชอบให้ร้ายเขานักแล


เอสราทำสีหน้าบูดบึ้ง ใบหน้างดงามหันหนีไปอีกทาง

เมื่อเดินไปอีกสักพัก พวกเขาก็เห็นกองทะลวงฟันที่ต้องไปช่วย พลายแก้วปราบโจรป่าอยู่ประมาณ ๑๕ นาย และม้าอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังพากันกินหญ้าดื่มน้ำอยู่


“ท่านขุน เหตุใดจึงพาคนผู้นี้มาขอรับ” หมื่นดรุณเอ่ยความด้วยน้ำเสียงแคลงใจ มิใช่อีกฝ่ายบอกว่าจะไปทำธุระรึ? เหตุใดพาคนติดมือมาด้วย


“เขาจะไปปราบโจรป่ากับพวกเรา” ขุนแผนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ ก่อนจะแนะนำคนงามข้างกายให้พวกเขารู้จัก “พ่อช้าง พวกเจ้าเรียกเขาเช่นนี้ เข้าใจหรือไม่”


“ขอรับ” หลายคนตอบรับอย่างช่วยไม่ได้ มีใครไม่รู้บ้างว่าขุนแผนยามนี้เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าแผ่นดินขนาดไหน แล้วจะมีผู้ใดจะกล้าขัดอีกฝ่าย


“พ่อช้าง ใช่คนที่ไปร่วมรบกับท่านหรือไม่ขอรับ” พันชลมาศเอ่ยถาม พลางจับคางครุ่นคิด ถ้าใช่เช่นนั้นก็อาจไม่น่าห่วงขนาดนั้น


“ใช่” ขุนแผนพยักหน้าครั้งหนึ่ง ก่อนจะหันไปยิ้มให้คนงาม “ไม่ต้องลำบากพวกเจ้า ข้าจะดูแลเขาเอง”


“…” เอสรามองตอบ ก่อนจะหันไปสำรวจคนที่ถูกส่งให้ไปปราบโจรอย่างพิจารณา ทุกคนมีร่างกายสมเป็นทหาร แต่ก็ยังคงมีท่าทีเคารพพลายแก้ว ในที่นี้พลายแก้วน่าจะยศสูงสุด


พักไม่นานพวกเขาก็ออกเดินทางต่อไปที่กาญจนบุรี ระหว่างทางต้องบุกป่าฝ่าดงเกือบทั้งคืน ทั้งยังต้องระวังสัตว์ป่าทุกทิศทาง

เมื่อใกล้รุ่งสาง ขุนแผนก็สั่งหยุดพักที่หมู่บ้านหนึ่งระหว่างทาง เพื่อให้ทั้งคนและม้าได้พักกินอาหาร

ชาวบ้านต่างออกมาต้อนรับขับสู้อย่างดี พวกเขาพากันทำกับข้าวกับปลามาให้ เพราะเห็นว่าเป็นทหารที่ออกตรวจตราบ้านเมือง


“หลังจากนี้ต้องเดินทางตากแดด เอ็งใส่ผ้าคลุมที่หนากว่านี้เถิด” ขุนแผนเอ่ยกับคนงามที่กำลังนั่งกินอาหารที่ชาวบ้านเตรียมมาให้ แก้มกลมที่เคี้ยวตุ้ย ๆ และนิสัยไม่เลือกกิน ทำเอาเขารู้สึกเอ็นดู


“ข้าทำน้ำปรุงกันแดดสำเร็จแล้ว เอ็งทาให้ข้าที” เอสราเอ่ยพร้อมกับมองเข้าไปในห่อผ้า มือเรียวล้างมือด้วยน้ำสะอาดที่ชาวบ้านเตรียมมาให้ช้า ๆ


“สิ่งนี้รึ” ขุนแผนค้นห่อผ้า ก่อนจะหยิบกระปุกไม้ขึ้นมา มันมีลักษณะคล้ายกระปุกที่เขาเคยเห็นครั้งยังเด็ก ตอนที่ทาแผลไหม้ให้อีกฝ่าย


“ใช่” เอสราพยักหน้าเบา ๆ


“เช่นนั้นไปทาตรงนั้นเถิด ข้าทาให้” ขุนแผนจูงมือคู่เคียงของตัวเองเดินไปนั่งที่แคร่ใต้ต้นไม้ซึ่งอยู่ห่างออกไปพอสมควร ก่อนจะบรรจงทาน้ำปรุงบนผิวกายขาวอย่างอ่อนโยน


“…มือสากนัก” เอสราเอ่ยเสียงเบายามที่ฝ่ามืออีกฝ่ายลูบไปทั่วแผ่นหลังและแขน


“มือคนจับอาวุธ เอ็งเจ็บรึ?” ขุนแผนชะงักเล็กน้อย ก่อนจะทาให้เบามือกว่าเดิม


เอสราส่ายหน้า เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บสักนิด กลับรู้สึกสบายด้วยซ้ำที่มีคนทาครีมให้ เขาแค่แอบแปลกใจที่มืออีกฝ่ายสากราวกับคนทำงานและฝึกหนัก


มุมปากหนาของขุนแผนยกขึ้น จมูกคมก้มลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ไหล่บาง “หอมนัก”


“…” ดวงตาหลายสิบคู่มองไปที่ทั้งสองคนที่ทำตัวราวกับมีกันเพียงสอง ทว่าเหล่าขุนนางทหารก็พูดอันใดไม่ได้ ทำได้เพียงเงียบและทำหน้าที่ของตัวเอง เพราะเรื่องของผู้อื่นบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องยุ่ง

จะมีก็แต่ชาวบ้านบางคนที่ต้องการสอดรู้สอดเห็น พยายามกระซิบถามทหารที่นั่งอยู่เสียงเบา


“พวกท่าน คนผู้นั้นเป็นบุรุษหรือสตรีหรือขอรับ? ช่างงามนัก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าใช่สตรีหรือไม่”


หมื่นดรุณเหลือบมองชาวบ้านที่ถาม “เขาเป็นบุรุษ”


“ตาย เช่นนั้นก็…” ชาวบ้านคนนั้นปิดปาก เขามองทั้งสองคนอย่างพิจารณาอีกครั้ง เพราะเรื่องเช่นนี้แปลกและใช่ว่าจะถูกยอมรับง่าย ๆ

ทว่าไม่รู้เหตุใด พอมองแล้วถึงให้ความรู้สึกว่าทั้งคู่เหมาะสมกัน ราวกับเทวดาต้องการให้เป็นเช่นนั้น “ชาติก่อนพวกเขาคงสัญญาจะรักกันกระมัง”

เพราะเหตุนั้นแม้ชาตินี้จะเกิดเป็นเพศเดียวกัน แต่ก็ยังเลือกที่จะคู่กันอยู่ดี


“…” ไม่มีใครพูดอันใด เพราะหลายคนก็คิดเช่นนั้น


“เสร็จแล้ว” ขุนแผนลุกขึ้นหลังจากที่ทาน้ำปรุงที่ขาของคนงามเรียบร้อย มือหนายื่นไปด้านหน้าเพื่อรอประคองร่างงามให้ลุกขึ้นตาม


เอสรายื่นมือไปจับฝ่ามือหนา ก่อนจะยืนขึ้นอย่างมั่นคง เท้าเล็กเริ่มเดินออกจากร่มไม้ มือเรียวขาวสัมผัสกับแสงแดดครั้งแรกหลังจากที่ได้มาอยู่ที่นี่

ความอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานานทำให้ใบหน้างดงามมีรอยยิ้มบาง


ขุนแผนเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มตามอย่างดีใจเช่นกัน ก่อนจะพาอีกฝ่ายเดินไปรับแสงแดดในยามเช้า “ร้อนหรือไม่? หากรู้สึกไม่ดีต้องรีบบอกข้าเลยหนา”


“ไม่ร้อน” ดวงตาสีทับทิมหลับตาพลิ้ว ใบหน้างดงามยิ่งเปล่งประกายมากขึ้นเมื่อต้องกับแสงแดดยามรุ่งอรุณ “ช่างอุ่นนัก”


“ข้าจะทาให้ทุกวัน เอ็งจะได้ออกแดดทุกวัน” ขุนแผนเห็นคนงามมีความสุข ก็ตั้งใจจะทาน้ำปรุงให้ทุกวัน เพราะการได้สัมผัสผิวนุ่มทุกวันสำหรับเขาแล้วถือว่าได้กำไรอย่างมาก


“ขอบใจ” น้ำเสียงนุ่มหวานตอบกลับแผ่วเบา



รุ่งอรุณที่อบอุ่นจบลงอย่างรวดเร็ว พวกเขาก็ต้องควบม้าเดินทางไปที่กาญจนบุรีต่อ ใช้เวลาถึงครึ่งวันก็มาถึงชานเมือง เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่ตัวเมือง แต่เป็นแถบถ้ำกระแซที่มีข่าวว่ามีซ่องโจรอยู่

เมื่อไปถึงสถานที่ที่ว่า พวกเขาก็เห็นกลุ่มโจรป่าอยู่จริง ๆ ทั้งพวกมันยังมีจำนวนมากถึง ๒๐๐ คน แต่ละคนร่างกายสูงใหญ่ ผิวกายหยาบกร้านเต็มไปด้วยรอยสัก ในมือถืออาวุธอยู่ตลอดเวลา


“ต้องขอกำลังเสริมมาเพิ่มด่วน” หมื่นดรุณเอ่ยเสียงเบาด้วยท่าทางเคร่งเครียด จำนวนมากขนาดนี้ พวกเขาแค่ ๑๖ คนไม่ไหวแน่นอน


“ถอยไปวางแผน” ขุนแผนสั่งเสียงนิ่ง ดวงตาคมสีอำพันจ้องมองกลุ่มโจรป่าที่บังอาจมาสร้างความเดือดร้อนให้บ้านเมือง


เมื่อคนอื่นได้รับสัญญาณให้ถอย พวกเขาก็พากันถอยทันที เพื่อไปวางแผนให้รอบคอบมากกว่านี้


ดวงตาสีทับทิมยืนมองกลุ่มโจรอย่างพิจารณา ทว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สะดุดตาเขา ชายคนนั้นใส่ผ้าปิดตาไว้ข้างหนึ่ง รูปร่างหน้าตาคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหน

ที่สำคัญตามร่างกายมีรอยเปื้อนดำคล้ำทั้งตัว


“เจ้าช้าง” ขุนแผนเอ่ยเสียงเบา ฝ่ามือหนาจับมือเรียวไว้ ก่อนจะจูงให้เดินตามกันมา “ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเอ็งอาจจำได้ หัวหน้าที่คุมซ่องโจรนี้คืออ้ายเพชรอ้ายราม โจรที่เคยปล้นบ้านเอ็ง”

ขุนแผนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มีความรู้สึกหลากหลาย ตอนนั้นเขาจำได้ดีว่าคนข้างกายหลับไปนานถึง ๓ วัน เขากลัวอีกฝ่ายจะไม่ตื่นขึ้นมา จึงให้คำมั่นว่าจะกำจัดอ้ายโจรที่ปล้นบ้านอีกฝ่ายให้ได้

และตอนนี้พวกมันก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม “ข้าจะจัดการพวกมันแน่นอน เอ็งไม่ต้องกลัวไป”


“ใครกลัว” เอสราเอ่ยทันที ใบหน้างดงามบึ้งตึงเล็กน้อย เขาแค่แปลกใจที่อีกฝ่ายรอดจากพิษของเขาจนมีชีวิตมาถึงทุกวันนี้ได้ ‘นับว่าหนังเหนียวดี’


“ไม่กลัวก็ไม่กลัว” ขุนแผนยิ้มบาง ดูเอาเถิด สถานการณ์เคร่งเครียดเช่นนี้ อีกฝ่ายก็ยังทำให้เขายิ้มอย่างผ่อนคลายได้


‘พวกเจ้าสองคน จะพลอดรักกัน ช่วยดูเวล่ำเวลาบ้างเถิด!!’ หลายคนคิดในใจ


เมื่อออกมาอยู่บริเวณที่ปลอดภัย พวกเขาก็เริ่มปรึกษากัน หลายคนเห็นด้วยที่ว่าต้องขอกำลังเสริมและส่งใบบอกแจ้งพระเจ้าแผ่นดิน


“ข้าจะส่งสารให้เองขอรับ” หมู่วศิณเอ่ยหลังจากที่พวกเขาพูดคุยกันแล้วว่าควรต้องขอคนมาช่วย ถ้าเขาควบม้าด้วยความเร็ว ๔ วันก็น่าจะถึงกรุงศรีอยุธยา

ส่วนคนที่อยู่นี้ก็ต้องคอยเฝ้าดูสถานการณ์ และช่วยชาวบ้านยามจำเป็น หากพวกมันออกปล้น

หัวหน้าโจรเป็นผู้มีอาคมแกร่งกล้า ทั้งยังมีถึงสองคน ตำแหน่งก็เคยเป็นถึงขุน พวกเขาจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด


“เอ็งมีความคิดเห็นเช่นไร?” ขุนแผนหันไปถามคนงามที่นั่งเงียบฟังอยู่นาน ในมือเรียวขาวมีดอกลำดวนที่เขาเก็บให้ระหว่างที่เดินออกจากจุดเสี่ยง


ดวงตาทั้งสิบหกคู่มองไปที่คนตัวเล็กที่สุดในกลุ่มทันที เพราะยังไงอีกฝ่ายก็เคยเป็นถึงที่ปรึกษาทัพ และเคยพาทัพรบชนะในเวลาอันรวดเร็วมาแล้ว


“ถอนรากพวกมัน” เอสราเอ่ยด้วยเสียงไม่ใส่ใจ มือเรียวหยิบของสิ่งหนึ่งออกจากห่อผ้า มันมีลักษณะกลม ๆ คล้ายยาลูกกลอน แต่ใหญ่เกือบเท่ากำปั้น “แบบไม่ให้ตั้งตัว”


“มันคืออะไรรึ?” หมื่นดรุณถาม ไอ้สิ่งนี้จะสามารถถอนรากพวกมันได้จริงรึ?


“ลูกระเบิด” เอสราตอบอย่างไม่ใคร่ใส่ใจ ทว่าดูเหมือนคำตอบของเขาจะทำให้หลายคนตกใจจนเผลอถอยหลังไปหลายก้าว “หึ มันเป็นระเบิดพิษที่ข้าทำขึ้นเอง หากมันแตกจะมีพิษกระจายออกมาประมาณ 1 วา พิษนี้จะทำให้ร่างกายเป็นอัมพาตหนึ่งวัน”


“ของอันตรายเช่นนี้ ท่านสร้างเองรึ? ไม่ใช่โอ้อวดเกินไปหรือ?” หมู่นาภีถามด้วยความเคลือบแคลงใจ ถ้าหากมีของอันตรายเช่นนั้นอยู่จริง พื้นดินนี้ก็คงอันตรายแล้ว “ที่สำคัญ พวกเราคงโดนพิษที่ว่านี้ด้วย”


“…ก็มีวิธีอยู่นะ” เอสรายิ้มบาง ดวงตาสีทับทิมเป็นประกาย ในตอนนั้นเองที่ของในมือเรียวขาวหล่นตกพื้น จนเกิดเสียงเปราะดังเบา ๆ และเปลือกนอกแตกออก ผงสีเทาอ่อนพวยพุ่งขึ้นคล้ายควันบาง ๆ ไม่นานก็จางหายไปในอากาศด้วยเวลาอันรวดเร็ว ถ้าใช้ตอนกลางคืนก็คงยากที่จะจับได้

หลายคนยังไม่ทันตั้งตัวก็ร่างกายแข็งค้าง ขาอ่อนล้มลง ความตื่นตระหนกทำให้พวกเขาอยากขยับดิ้นรน แต่ร่างกายไม่สามารถขยับได้ราวกับโดนผีอำ มีเพียงดวงตาและสติที่ยังมองและนึกคิดได้อยู่ แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้

“ทีนี้ข้ายังดูเหมือนคนโอ้อวดอยู่หรือไม่” บนใบหน้างดงามมีรอยยิ้มพอใจกับผลลัพธ์ มาอยู่นี่เขาแทบจะไม่ได้ทดลองพิษกับมนุษย์ ทำได้แต่สร้างขึ้นจากความรู้ที่มี พอมีโอกาสได้ทดลองก็ทำเอาเขารู้สึกมีความสุขมากทีเดียว




จบตอนค่ะ

ตอนนี้ เน้นหวานค่ะ 5555 แต่ไม่หวานมาก

ต้องเข้าใจก่อนว่าไรท์ไม่เคยมีคนรัก 

สิ่งที่สื่อสารออกมาผ่านตัวอักษรได้ก็เป็นแค่ความเข้าใจของไรท์ล้วนๆ

เพราะงั้นมันเลยไม่ซับซ้อนหรือหวือหวาค่ะ

แต่ก็ไม่แน่ในอนาคตไรท์อาจพัฒนาขึ้นค่ะ5555


ปล.หลังขุนแผนหนีเข้าป่าก็ไปกบด้านอยู่กับขุนเพชรขุนรามเพื่อให้พวกเขาช่วยตามหาของที่จะสร้างอาวุธชิ้นแรก และใช่ไปอยู่กับโจรที่ปล้นบ้านขุนช้างนั้นและค่ะ ร้ายมาก นี่สินะคนเทาๆ


ปล2.ตอนนี้มีตัวละครใหม่โผล่มาเยอะ แต่ก็ไม่ใช่ตัวหลักอะไรคะ เพราะงั้นไม่ต้องสนใจก็ได้ 55555 เรามาดูเรื่องยศกันค่ะ

ลำดับบรรดาศักดิ์ขุนนางไทย (ต่ำไปสูง)

1. นาย / หมู่: เป็นระดับหัวหน้ากลุ่มเล็กๆ หรือข้าราชการชั้นผู้น้อยที่สุด

2. พัน: หัวหน้าหน่วยขนาดเล็ก (เช่น พ่อนางวันทองชื่อ พันศรโยธา)

3. หมื่น: ตำแหน่งเริ่มเป็นที่รู้จักในสังคม

4. จมื่น (พระนาย) : ตำแหน่งพิเศษ เป็นหัวหน้ามหาดเล็กในวัง ยศนี้สูงกว่า "หมื่น" ทั่วไปมาก เทียบเท่า "พระ" (เช่น จมื่นไวยวรนาถ คือยศของพลายงามตอนหนุ่ม)

5. ขุน: บรรดาศักดิ์ชั้นสัญญาบัตรที่พบมากที่สุด (เช่น ขุนแผน, ขุนช้าง)

6. หลวง: ยศที่สูงขึ้นมา มักเป็นเจ้าเมืองขนาดเล็กหรือหัวหน้ากรม

7. พระ: ยศชั้นสูง (เช่น พระไวย ยศตอนท้ายเรื่องของลูกขุนแผน หรือ พระพิจิตร)

8. พระยา: ยศชั้นผู้ใหญ่ เป็นเจ้าเมืองใหญ่หรือเสนาบดี (เช่น พระยาสุโขทัย)

9. เจ้าพระยา: บรรดาศักดิ์สูงสุดของสามัญชน (เช่น เจ้าพระยาพระคลัง)

10. สมเด็จเจ้าพระยา: ยศพิเศษที่พระราชทานให้ผู้มีความชอบยิ่งใหญ่ (ปรากฏน้อยมากในสมัยโบราณ)


ปล3.ขอบคุณทุกดวงใจ ทุกคอมเม้นต์ ทุกยอดอ่าน ทุกยอดเข้าชั้น ทุกยอดซื้อและทุกโดเนทนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ