เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน
รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน
....หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) ...
°•. มายาน้ำค้างในม่านหมอก แด่เธอผู้เป็นที่รัก สุดแสน ประจักษ์ นับอนันต์. •°
เกริ่นนำ
เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา (ศิศิระ) ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ ฉางอันเมืองที่หมอกปกคลุมในรุ่งสาง
อู๋ หลิงซาง คือหมอที่คนทั้งเมืองพูดถึงด้วยความเคารพและหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน มือของเขารักษาได้ทุกโรค แต่ใจของเขาไม่รู้จักรับ เขาเติบโตมาในโลกที่หมอต้องแข็งแกร่ง ต้องให้โดยไม่ต้องการรับ ต้องรักษาโดยไม่ต้องการการรักษากลับ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนเดินเข้ามาพร้อมบาดแผลที่รักษาไม่หายสักที
เย่ เซิ่นอวี๋ คือนักสืบลับที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นโจร เขายิ้มให้โลกทั้งใบ แต่ไม่เคยยิ้มให้ตัวเอง เพราะรู้ดีว่าโลกนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มีแค่หมอเย็นชาคนหนึ่งที่เห็นสิ่งที่แท้จริงอยู่ข้างใน และนั่นอันตรายกว่าดาบที่เขาพกติดตัวมาก
“หมอที่รักษาทุกอย่างได้ เว้นแต่หัวใจตัวเอง นักสืบที่รู้ทุกอย่างได้ เว้นแต่ว่าตัวเองก็คือคนสำคัญ
ชาแก้วหนึ่งในตอนเช้า สวนสมุนไพรที่ดูแลด้วยกัน บาดแผลที่กลับมาให้รักษาเสมอ และความเงียบที่รู้ว่าหมายถึงอะไร
บางครั้งความรักไม่ได้ดังก้อง มันแค่อยู่ที่นั่น ทุกวัน จนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยที่ไม่รู้ตัว”
""สองวิญญาณ ทุกชาติร้อยสร้อยสายหนึ่ง ทุกชาติลูกปัดมีสีต่างกัน แต่วิธีร้อยเหมือนกัน คือทีละเม็ด ช้าๆ
รู้จักจังหวะของกันและกัน สร้อยนั้น คือกันและกันในทุกชาติ""
..สุสาส์นราคะ..
มีรายตอนทั้งหมด 61 ตอน (ติดเหรียญตอนที่22)
EBOOK [ [ (<พิเศษท้ายตอนทุกตอน>) ] ]: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา44% 07.07-09.09)
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1NTU2NiI7fQ
ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)
ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”
°•. สุสาส์นราคะ. •°
"บางคนมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่เพื่อเรื่องราวของตัวเอง แต่เพื่อให้เรื่องราวของคนอื่น มีคนรู้ว่าเคยเกิดขึ้น
คนแบบนั้นคือแบบที่เงียบที่สุด แต่ก็คือแบบที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าไม่มีพวกเขา ความรักมากมายก็หายไปในที่ที่ไม่มีใครจำ"
"เขาเดินมาหลายพันปีแล้ว ไม่มีใครรู้ชื่อเขา ไม่มีหนังสือบันทึกหน้าของเขา
แต่ในบางคืน บางคืนที่ไม่มีดวงจันทร์ มีคนพบกุ้ยหยูเล็กๆ ชิ้นหนึ่งหน้าประตู กุ้ยหยูนั้นไม่มีชื่อ แต่ทำให้คนนั้นรู้ว่า 'มีคนผ่านมา มีคนจำได้ มีคนเป็นพยานให้เจ้า'
กุ้ยหยูนั้นคือคำพูดที่ยาวที่สุดของเขา เขาไม่ถนัดพูด เขาถนัดแค่เดิน และยืนในที่ที่ถูกต้อง ในช่วงเวลาที่ถูกต้อง
วันนี้ช่วงเวลาที่ถูกต้องมาแล้ว และเขา เหมือนเคย อยู่ที่นั่นแล้ว"
⚔ คืนที่หลิงซางอ่านกุ้ยหยู และสิ่งที่พบ ⚔
คืนนั้น
หลิงซางนั่งอยู่ในห้องทำงาน กุ้ยหยูสีเขียวอมเหลืองวางอยู่ตรงหน้า โคมเล็กสองดวงส่องแสงเหลืองอุ่น
เซิ่นอวี๋นั่งอยู่อีกด้านของโต๊ะ เขียนรายงานของตัวเอง ในแบบที่พวกเขาทำงานด้วยกันเงียบๆ ในคืนต่างๆ
หลิงซางวางมือลงบนกุ้ยหยู ปล่อยพลังออกมาเบาๆ เพื่ออ่านบันทึกที่ซ่อนอยู่
สิ่งที่ได้รับนั้นไหลเข้ามาช้าๆ ไม่ใช่ตัวอักษร แต่เป็นความรู้สึก ความเข้าใจ ราวกับว่าจิ้วเซียนบันทึกสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยพลังงานของการสังเกตที่สะสมมาหลายร้อยปี
วิธีชำระร่องรอยที่เหลือ
ไม่ใช่พิธีกรรม ไม่ใช่สูตรยา ไม่ใช่การต่อสู้
แต่คือการสร้างพลังตรงกันข้ามกับสิ่งที่อสูรใช้
อสูรผู้ลบใช้พลังงานของการสูญเสีย ความโดดเดี่ยว และการขาดความเชื่อมต่อ
สิ่งที่จะล้างร่องรอยนั้นออกคือ พลังงานของความสัมพันธ์ที่เลือกโดยสมัครใจ ความไว้วางใจที่สร้างขึ้นทีละน้อย และการรับรู้ว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่ง
พูดง่ายๆ คือ สิ่งที่สองคนนี้กำลังสร้างอยู่ทุกวัน โดยไม่รู้ตัวว่านั่นคือยาที่ดีที่สุด
หลิงซางถอนมือออก นั่งอยู่กับความรู้ที่ได้รับ
จากนั้นก็มองเซิ่นอวี๋ที่ยังคงเขียนอยู่
"เซิ่นอวี๋"
"อะไร" เขาไม่หยุดเขียน
"ร่องรอยที่เหลืออยู่ในตัวท่าน—"
"ยังมีอยู่"
"มี แต่กำลังจาง" หลิงซางพูด "และวิธีให้มันจางสมบูรณ์แบบนั้น ข้าพบแล้ว"
เซิ่นอวี๋วางปากกาลง หันมามอง
"วิธีนั้นคืออะไร"
"สิ่งที่พวกเราทำอยู่ทุกวัน" หลิงซางพูด น้ำเสียงที่เรียบแต่ชัดเจน "ไม่ต้องทำอะไรพิเศษ แค่ดำเนินต่อไปในแบบที่ดำเนินอยู่"
เซิ่นอวี๋มองหน้าเขา ในดวงตาของเขามีบางสิ่งที่ประหลาดใจเล็กน้อยแล้วก็อ่อนลง
"นั่นเป็นวิธีรักษาที่ง่ายที่สุดที่ท่านหมอเคยบอกข้า" เขาพูด
"มันง่ายเพราะเราทำอยู่แล้ว" หลิงซางพูด
"ท่านหมอ"
"อะไร"
"ข้าดีใจที่ยาของท่านเป็นแบบนั้น" เซิ่นอวี๋พูด รอยยิ้มที่ถึงตาปรากฏขึ้น
หลิงซางมองรอยยิ้มนั้น มองนานพอที่จะจำ
แล้วก็หันกลับไปที่กุ้ยหยู เขียนบันทึกต่อ
แต่ที่มุมปากของเขา มีบางสิ่งที่อบอุ่นขยับขึ้นเล็กน้อย
🌸วันที่อสูรส่งสัญญาณสุดท้าย 🌸
สามวันหลังจากพบจิ้วเซียน
หลิงซางตื่นขึ้นกลางดึกพร้อมกับความรู้สึกที่คุ้นเคยจากนานมาแล้ว
กุ้ยหยูสีเขียวของบิดาที่เขาเก็บไว้ในลิ้นชักแง่มออกมาเรืองแสงเอง
ไม่ใช่แสงสว่าง แต่เป็นแสงที่สั่น สัญญาณที่มันให้ไว้ว่าอสูรเคลื่อนไหว
หลิงซางหยิบมันขึ้นมา รู้สึกถึงความเย็นที่ส่งออกมา
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป
ไม่ใช่ความเย็นของอันตราย แต่เป็นความเย็นของ บางสิ่งที่กำลังจบลง เหมือนไฟที่กำลังจะดับ ไม่ใช่ไฟที่กำลังลุกโชน
เขานั่งอยู่กับความรู้สึกนั้น ปล่อยให้พลังของตัวเองอ่านสัญญาณ
และในความมืดของห้องทำงาน ในแสงเรืองจากกุ้ยหยู เขาเห็นบางสิ่งที่ไม่ใช่ภาพแต่เป็นความเข้าใจ
อสูรผู้ลบกำลังอ่อนแอลง
ไม่ใช่เพราะพ่ายแพ้ แต่เพราะแหล่งพลังงานของมันกำลังหมด หมู่บ้านหมอก หมู่บ้านจื้อฉวน วงผนึกที่ถูกทำลาย ร่องรอยที่กำลังจาง ทุกสิ่งที่พวกเขาทำมาเป็นการตัดแหล่งพลังงานทีละน้อย
แต่สิ่งที่อ่อนแอกำลังจะจบไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัย
บางครั้งสัตว์ที่ถูกบาดเจ็บอันตรายกว่าสัตว์ที่แข็งแรง
"ท่านหมอ"
เสียงจากประตู เบาแต่ชัดเจน
หลิงซางวางกุ้ยหยูลง
"เข้ามา"
เซิ่นอวี๋เดินเข้ามา มือถือชาสองถ้วยตามนิสัย ดาบ หยินซา แขวนไว้ที่เอวแม้เป็นกลางดึก
"รู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งเปลี่ยนแปลง" เขาพูดเบา นั่งลงข้างๆ หลิงซาง
"รู้สึกจากรอยแผลเป็น?"
"รอยแผลเป็นจางแล้ว" เซิ่นอวี๋พูด "แต่ข้ายังรู้สึกถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไปในอากาศ เหมือนก่อนพายุ แต่ไม่ใช่พายุที่จะใหญ่ เป็นพายุสุดท้ายที่กำลังอ่อนแรง"
"ท่านรู้สึกได้แม่นมาก" หลิงซางพูด วางมือบนกุ้ยหยูสีเขียวที่ยังเรืองอยู่จางๆ "อสูรนั้นกำลังอ่อนแอ มันจะพยายามครั้งสุดท้าย ข้าไม่รู้เมื่อไหร่ ไม่รู้รูปแบบ แต่จะมา"
"และเราจะรับมือ" เซิ่นอวี๋พูด ไม่ใช่คำถาม ไม่มีความกังวล แค่บอกข้อเท็จจริง
"รับมือด้วยกัน" หลิงซางพูดซ้ำ
ทั้งสองนั่งอยู่กับชาร้อนในความมืดที่มีแสงเรืองจางๆ จากกุ้ยหยู
"ท่านหมออู๋" เซิ่นอวี๋พูดหลังจากสักพัก
"อะไร"
"ข้าอยากพูดบางสิ่ง" เสียงเงียบลง "เผื่อพรุ่งนี้หรือวันหน้ามีอะไรที่ทำให้พูดยาก"
"พูดได้"
เซิ่นอวี๋มองออกไปที่หน้าต่างที่มีแสงดาวลอดเข้ามาบาง
"ข้าไม่ค่อยเชื่อว่าตัวเองคู่ควรกับสิ่งดีๆ" เขาพูดช้าๆ "ข้าโตมาโดยเชื่อว่าตัวเองเป็นแค่คนไร้นาม ไม่มีนามสกุล ไม่มีตระกูล ไม่มีที่ทาง และแม้แต่ตอนนี้บางครั้งเมื่อตื่นขึ้นมา ก็ยังมีเสียงในหัวที่บอกว่าสิ่งที่มีอยู่นั้นเปราะบาง จะไม่ยั่งยืน"
หลิงซางฟังโดยไม่ขัด
"แต่ข้าเลือกที่จะไม่เชื่อเสียงนั้น" เซิ่นอวี๋พูดต่อ "ข้าเลือกที่จะเชื่อสิ่งที่ข้าเห็นและสัมผัสได้ และสิ่งที่ข้าเห็นคือ ท่านหมออู๋ หลิงซาง อยู่ที่นี่ ข้างๆ ข้า ทุกวัน และนั่นคือสิ่งที่จริงกว่าเสียงในหัวนั้นมาก"
หลิงซางวางถ้วยชาลง หันมามองเซิ่นอวี๋
จากนั้นก็ทำสิ่งที่เซิ่นอวี๋ไม่ได้คาด เขาวางมือบนหัวของเซิ่นอวี๋เบาๆ ท่าทางที่ช้าและตั้งใจ ไม่ใช่ท่าทางหมอ ไม่ใช่ท่าทางที่ตรวจสอบ แต่เป็นท่าทางของคนที่ต้องการสื่อบางสิ่งที่คำพูดไม่พอ
"ข้าก็เลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่เห็น" เขาพูดเงียบมาก "และสิ่งที่ข้าเห็นคือ เซิ่นอวี๋เป็นคนที่คุ้มค่ากับทุกสิ่งดีๆ ในโลก ไม่ใช่เพราะตระกูล ไม่ใช่เพราะนามสกุล แต่เพราะเป็นคนที่เขาเป็น"
เซิ่นอวี๋นิ่งอยู่กับมือที่วางบนหัว ดวงตาที่หลับลงเบาๆ
ในความเงียบของกลางดึก ในแสงเรืองจางๆ จากกุ้ยหยู ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันกับคำพูดที่ไม่ต้องพูดเพิ่มอีก
💧วันที่ฝนตกและการต่อสู้ครั้งสุดท้าย 💧
สองวันต่อมา ฝนตกหนัก
ฝนของปลายฤดูใบไม้ผลิที่มาอย่างรุนแรงและผ่านไปเร็ว แต่ระหว่างที่ตก มันตกหนักพอที่จะทำให้ถนนหินในฉางอันเป็นสีดำสนิทและทุกอย่างในโลกดูล้างสะอาด
และในฝนนั้น อสูรมา
ไม่ได้มาในร่างมนุษย์ ไม่ได้มาในแบบที่เคยมา ครั้งนี้มันมาในสิ่งที่มันเป็นจริงๆ ความมืดที่เคลื่อนไหว ความเย็นที่ไม่มีที่มา ความรู้สึกว่าอากาศบิดตัว
หลิงซางรู้สึกได้ก่อน กุ้ยหยูสีเขียวที่อยู่ในมือของเขาเรืองขึ้นแดง
เซิ่นอวี๋รู้สึกได้พร้อมกัน รอยแผลเป็นที่จางแล้วนั้นอุ่นขึ้นเล็กน้อย ดาบ หยินซา เปลือยออกมาในมือขวาก่อนที่เขาจะคิด
หยูหลานที่อยู่ในห้องยาได้ยินเสียงที่ไม่มีเสียง รู้สึกถึงบางสิ่งที่กดอากาศลงในโรงหมอ เธอปิดลิ้นชักยาและเดินออกมาในทางเดิน
"ออกไปข้างนอก" หลิงซางบอกเธอเงียบๆ
"ข้าสามารถช่วย—"
"ออกไปข้างนอก หยูหลาน" ครั้งนี้เสียงของเขาไม่มีพื้นที่สำหรับการโต้เถียง
หยูหลานออกไป
ในโรงหมอที่เหลือแค่สองคน
หลิงซางยืนอยู่กลางห้องรักษา กุ้ยหยูดอกหิมะในมือขวา ดาบสีขาวในมือซ้าย
เซิ่นอวี๋ยืนข้างๆ เขา หยินซาในมือ รอยแผลเป็นเรืองสีทองอ่อนๆ ไม่ใช่สีเงินที่เคย แต่ทองที่อุ่นกว่า
ความมืดนั้นรวมตัวอยู่ที่ประตู ไม่เข้ามา แค่อยู่ที่นั่น ทดสอบ ประเมิน
"มันอ่อนแอ" เซิ่นอวี๋พูดเบาๆ "ข้ารู้สึกได้"
"อ่อนแอแต่ยังอันตราย" หลิงซางพูด
"รู้"
ความมืดนั้นขยับ
ไม่ใช่การโจมตี แต่เป็นการลองดู ส่งความเย็นออกมาเป็นคลื่น ความเย็นที่มุ่งไปที่รอยแผลเป็นของเซิ่นอวี๋ ที่ร่องรอยที่เหลืออยู่เล็กน้อย ที่เส้นทางที่เคยเข้ามาได้
แต่รอยนั้นจางไปแล้ว
พลังงานของการเลือก พลังงานของความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นทุกวัน มันไม่มีทางเข้าอีกแล้ว
ความมืดนั้นหยุด
และในทันทีนั้น หลิงซางก้าวออกไปข้างหน้า
แสงสีขาวระเบิดออกจากกุ้ยหยูดอกหิมะ ไม่ใช่การรักษา ไม่ใช่การชำระ แต่เป็นการยืนยัน ยืนยันว่าพลังงานของชีวิต ของความรัก ของการเชื่อมต่อระหว่างคน นั้นแข็งแกร่งกว่าพลังงานของความโลภและความกลัว
เซิ่นอวี๋เคลื่อนไหวพร้อมกัน ดาบ หยินซา ขีดรูปแบบในอากาศ ไม่ใช่รูปแบบผนึก แต่เป็นรูปแบบปลดปล่อย เปิดประตูให้สิ่งที่ไม่ควรอยู่นี้กลับไปสู่ที่ที่มันมา
แสงสองสีพบกันในอากาศ
ขาวและทอง ไม่ใช่ขาวและเงินอีกต่อไป
พวกมันพันกันในแบบใหม่ที่ทั้งสองรู้สึกว่ามันสมบูรณ์แบบกว่า เหมือนว่ากุ้ยหยูรู้จักดาบมาตลอด และดาบรู้จักกุ้ยหยูมาตลอด
ความมืดนั้นพยายามต้าน
แต่มันอ่อนแอเกินไป แหล่งพลังงานหมดไปมากเกินไป และสิ่งตรงหน้ามันนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะทะลุได้
เซิ่นอวี๋เปล่งคำเดิมที่เคยใช้ แต่ครั้งนี้เสียงมีน้ำหนักต่างกัน ไม่ใช่คำสั่งที่ใช้กำลัง แต่เป็นคำที่มีอำนาจของคนที่รู้ว่าตัวเองยืนอยู่ที่ไหน และอยู่ที่นั่นด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง
"ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้า กลับไป"
ความมืดสั่น
และในที่สุด มันจางหายไป
ไม่ใช่การระเบิด ไม่ใช่แสงสว่างจ้า แค่ค่อยๆ จาง เหมือนหมอกที่แดดส่องผ่าน ค่อยๆ ละลาย จนกระทั่งไม่มีอะไรเหลือ
ห้องอุ่นขึ้นทันที ฝนที่ตกอยู่ข้างนอกฟังดูเบาลง แสงที่ลอดผ่านหน้าต่างที่เปียกชื้นดูสว่างกว่า
หลิงซางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
รู้สึกถึงความว่างเปล่าที่เหลืออยู่ในที่ที่ความมืดนั้นเคยอยู่ แต่เป็นความว่างเปล่าที่สะอาด ที่พร้อมจะรับสิ่งใหม่
เขาเก็บดาบสีขาว วางกุ้ยหยูดอกหิมะเข้าฝักที่เอว
หันมามองเซิ่นอวี๋
"เป็นอย่างไรบ้าง"
เซิ่นอวี๋เก็บหยินซา มองข้อมือซ้าย
รอยแผลเป็นสีจางบนผิวหนั ยังอยู่ที่นั่น แต่ไม่อุ่น ไม่เรือง ไม่สั่น
เป็นแค่รอย รอยของสิ่งที่เคยเป็น รอยของคำสัญญาที่สำเร็จแล้ว
"ร่องรอยนั้น" เขาพูด "หายแล้ว"
หลิงซางเดินเข้ามา จับข้อมือซ้ายของเขาขึ้นมา ตรวจ
รู้สึกถึงความสะอาดที่เขาไม่เคยรู้สึกในข้อมือนั้นมาก่อน
"หาย" เขายืนยัน
เซิ่นอวี๋มองมือที่ยังถือข้อมือของเขาอยู่
"ท่านหมอ"
"อะไร"
"ข้าคิดว่าครั้งนี้จบแล้วจริงๆ"
หลิงซางปล่อยข้อมือออก แต่ยังยืนอยู่ใกล้ๆ
"จบในสิ่งนี้" เขาพูด "แต่ยังมีโลกที่ต้องเดินทาง มีคนที่ต้องรักษา มีวิญญาณที่ต้องช่วย และมีคดีที่ต้องไขอีกมาก"
"ใช่" เซิ่นอวี๋พูด มุมปากขยับขึ้น "แต่อย่างน้อยครั้งนี้เราทำสิ่งนั้นโดยไม่มีสิ่งที่ค้างอยู่ในตัวข้าอีกต่อไป"
"โดยไม่มีภาระที่ไม่ใช่ของเราอีกต่อไป" หลิงซางพูดต่อ
ทั้งสองมองหน้ากัน
จากนั้นฝนที่ตกอยู่ข้างนอกก็หยุดในทันที
และแสงแดดส่องลงมาผ่านเมฆที่แตกออก ตกลงบนพื้นหินเปียกของลานหน้าโรงหมอ ทำให้ทุกอย่างเรืองแวบวาบ
✨บ่ายวันที่ฝนหยุด ✨
หยูหลานกลับมาเมื่อฝนหยุด มองรอบโรงหมอ มองสองคน
"เสร็จแล้วหรือ" เธอถาม
"เสร็จแล้ว" หลิงซางตอบ
"จริงๆ?"
"จริงๆ"
หยูหลานนั่งลงบนเก้าอี้ข้างโต๊ะ ออกมายาว
"ข้าดีใจมาก" เธอพูด "และข้าหิวมาก มีใครอยากกินข้าวไหม"
เซิ่นอวี๋หัวเราะ เสียงที่จริงและสบาย
"ข้าออกไปซื้อ" เขาพูด
"ซื้อของหวานด้วย" หยูหลานบอก
"รู้แล้ว"
เซิ่นอวี๋หยิบเสื้อคลุมขึ้น เดินออกไปในแสงบ่ายที่สาดลงมาหลังฝน
หลิงซางยืนอยู่ที่หน้าต่าง มองเขาเดินออกไปในถนนหินที่เปียกสะอาด แสงสะท้อนบนน้ำที่ยังขังอยู่บนหิน
หยูหลานมองหลิงซาง
"ท่านซาง"
"อะไร"
"ท่านยิ้มอยู่" เธอพูด
หลิงซางหันมามองเธอ
"ข้าไม่ได้ยิ้ม"
"มุมปากของท่านขยับขึ้น" หยูหลานพูด "ข้าอยู่กับท่านมาตลอดชีวิต ข้ารู้ว่ายิ้มน้อยๆ ของท่านหมอเป็นอย่างไร"
หลิงซางหันกลับไปมองออกนอกหน้าต่าง ไม่ตอบ
แต่มุมปากนั้นก็ไม่หาย
เมื่อเซิ่นอวี๋กลับมาพร้อมข้าวและของหวานและเรื่องราวของตลาดที่คึกคักผิดปกติหลังฝนหยุด พวกเขากินข้าวด้วยกันในตอนเย็น
โต๊ะเล็กๆ ในห้องครัว สามคน
เรื่องคุยในระหว่างอาหารไม่ใช่เรื่องอสูร ไม่ใช่เรื่องคดี ไม่ใช่เรื่องการเดินทาง
แต่เป็นเรื่องที่เซิ่นอวี๋เล่าว่าพ่อค้าในตลาดเพิ่งได้ลูกแมวมาสามตัวและไม่รู้จะตั้งชื่ออะไร หยูหลานเสนอชื่อแล้วเถียงกันอย่างสนุกสนาน หลิงซางนั่งฟังและบอกว่าทั้งสองชื่อไม่เหมาะสมทางการแพทย์ ซึ่งไม่ได้ทำให้ใครฟัง
ชีวิตธรรมดาๆ ที่ไม่มีภาระที่ไม่ใช่ของตัวเอง
♥️เขาเดินมาหลายพันปี เห็นพวกเขาหลายชาติ บางชาติพบกัน บางชาติไม่ ชาตินี้พบกัน♥️
"มีความรักชนิดหนึ่ง ไม่ต้องการให้รักตอบ ไม่ต้องการให้เห็น ไม่ต้องการให้จำ
มันแค่อยู่ที่นั่น เหมือนหมอก เหมือนน้ำค้าง เหมือนแสงรุ่งเช้า เจ้ารู้หรือไม่รู้ว่ามันอยู่ก็ไม่มีผลต่อการที่มันอยู่
ความรักแบบนั้น คือแบบที่เงียบที่สุด และก็คือแบบที่ยืนยาวที่สุด"
♥️วิญญาณไม่แก่ วิญญาณแค่เปลี่ยนเสื้อผ้า และเขาทุกชาติ จำคนที่อยู่ข้างในเสื้อผ้านั้นได้♥️
..สุสาส์นราคะ..