เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) - 7 ความลับที่ตกทอดในตระกูลอู๋ โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ

รายละเอียด

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

....หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) ...

°•. มายาน้ำค้างในม่านหมอก แด่เธอผู้เป็นที่รัก สุดแสน ประจักษ์ นับอนันต์. •°

เกริ่นนำ 

เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา (ศิศิระ) ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ ฉางอันเมืองที่หมอกปกคลุมในรุ่งสาง

อู๋ หลิงซาง คือหมอที่คนทั้งเมืองพูดถึงด้วยความเคารพและหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน มือของเขารักษาได้ทุกโรค แต่ใจของเขาไม่รู้จักรับ เขาเติบโตมาในโลกที่หมอต้องแข็งแกร่ง ต้องให้โดยไม่ต้องการรับ ต้องรักษาโดยไม่ต้องการการรักษากลับ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนเดินเข้ามาพร้อมบาดแผลที่รักษาไม่หายสักที

เย่ เซิ่นอวี๋ คือนักสืบลับที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นโจร เขายิ้มให้โลกทั้งใบ แต่ไม่เคยยิ้มให้ตัวเอง เพราะรู้ดีว่าโลกนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มีแค่หมอเย็นชาคนหนึ่งที่เห็นสิ่งที่แท้จริงอยู่ข้างใน และนั่นอันตรายกว่าดาบที่เขาพกติดตัวมาก

“หมอที่รักษาทุกอย่างได้ เว้นแต่หัวใจตัวเอง นักสืบที่รู้ทุกอย่างได้ เว้นแต่ว่าตัวเองก็คือคนสำคัญ

ชาแก้วหนึ่งในตอนเช้า สวนสมุนไพรที่ดูแลด้วยกัน บาดแผลที่กลับมาให้รักษาเสมอ และความเงียบที่รู้ว่าหมายถึงอะไร

บางครั้งความรักไม่ได้ดังก้อง มันแค่อยู่ที่นั่น ทุกวัน จนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยที่ไม่รู้ตัว”

""สองวิญญาณ ทุกชาติร้อยสร้อยสายหนึ่ง ทุกชาติลูกปัดมีสีต่างกัน แต่วิธีร้อยเหมือนกัน คือทีละเม็ด ช้าๆ 

รู้จักจังหวะของกันและกัน สร้อยนั้น คือกันและกันในทุกชาติ""

..สุสาส์นราคะ..

 

มีรายตอนทั้งหมด 61 ตอน (ติดเหรียญตอนที่22)

EBOOK [ [ (<พิเศษท้ายตอนทุกตอน>) ] ]: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา44% 07.07-09.09)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1NTU2NiI7fQ

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

 

สารบัญ

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-1 หิมะไม่รู้จักไออุ่นจนกว่าจะละลาย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-2 รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-3 คดีที่ไม่มีศพปรากฏ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-4 ตำราสูตรพิษตระกูลอู๋,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-5 หมอกแห่งเว่ยหยางจะเล่าความจริง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-6 ตำนานเก่าแก่เรื่องเจ้าหญิงในชุดสีขาว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-7 ความลับที่ตกทอดในตระกูลอู๋ ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-8 งานเลี้ยงที่ไม่มีแสงเทียนส่องถึงกัน ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-9 แสงอาทิตย์กล้ากลางฤดูเหมันต์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-10 การสนทนากับสิ่งที่อยู่ระหว่างสองโลก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-11 บันทึกของอู๋เจิ้งหยวน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-12 สายใยระหว่างผู้เยียวยาและผู้ผนึก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-13 ฤดูใบไม้ผลิที่มาช้าคือฤดูที่ดอกไม้บานนานที่สุด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-14 บทที่14 ดอกไม้ที่บานหลังพายุพัดผ่าน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-15 วิญญาณจำวันแห่งความสุขได้ชัดกว่าวันแห่งความตาย ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-16 จิตวิญญาณที่จมในความเจ็บปวด ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-17 กระจกที่เห็นทุกชาติแต่ไม่มีตัวเองอยู่ในนั้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-18 กุ้ยหยูหน้าประตูในคืนไม่มีดวงจันทร์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-19 ชีวิตธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเริ่มต้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-20 ทีละคำ ทีละวัน คือวิธีที่ภาษาของรักสร้างขึ้นมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-21 การเดินทางที่ไม่มีแผนที่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-22 หมอกยามเช้ารู้ว่าจะจางเมื่อแสงมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-23 ลูกปัดเม็ดสุดท้ายทำให้สายสมบูรณ์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-24 ลูกปัดทีละเม็ดคือวิธีที่สิ่งงดงามที่สุดสร้างขึ้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-25 บ้านคือที่ที่ใจกลับมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-25 น้ำค้างและโคมที่ไม่ดับ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-27 ชายที่สะสมแสงแต่รักในความมืด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-28 แสงที่งดงามที่สุดคือแสงที่เลือกให้ ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-29 สิ่งที่งดงามที่สุดในโลกไม่มีชื่อเรียก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-30 ความสุขที่ไม่มีชื่อคือความสุขที่ยิ่งใหญ่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-31 เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนบางสิ่งก็เปลี่ยน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-32 ใบไม้ที่งามที่สุดคือใบที่รู้ว่าตัวเองงาม,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-33 เมืองในฝัน(เมฆซ่อนเร้น),หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-34 น้ำพุใสสะอาดในเมืองที่ไร้ฝน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-35 เมืองที่ไม่มีในแผนที่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-366 วิธีทำลายสิ่งที่ไม่ตาย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-37 ความเหนื่อยล้าสอนสิ่งที่ตำราไม่มี,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-38 หมอเป็นคนไข้ที่แย่ที่สุดของตัวเอง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-39 เหมืองที่ห้าร้อยปีไม่มีแสง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-40 ห้าร้อยปีจบลงด้วยสิ่งที่มีมาเพียงชั่วเวลา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-41 การเดินทางพันลี้สิ้นสุดลง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-42 สิ่งที่กลับมาหาไม่ใช่สถานที่แต่คือคน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-43 สิ่งที่ทะเลเอื้อนเอ่ยจากความเงียบ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-44 ทะเลจำทุกชีวิตที่จมลงและรอหลายร้อยปี,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-45 หิมะแรกโปรยปราย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-46 หิมะตกเงียบย้อมโลกกลายเป็นสีขาว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-47 สิ่งที่หิมะเก็บงำไว้,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-48 หมอกในเช้าวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-49 เภทภัยในพระราชวังหลวง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-50 อากาศที่บางเกินไป,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-51 การลืมนั้นเองคือสิ่งที่ดีที่สุด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-52 หลักฐานว่าความดีนั้นเป็นของจริง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-53 เวลาที่ถูกต้องสำหรับคำบางคำ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-54 คำที่พูดได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-55 ม่านหมอกที่บางลงในใจ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-56 หมอที่รักษาทุกโรคยกเว้นโรคที่ตัวเองเป็น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-57 วันที่หมอกลายเป็นคนไข้,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-58 น้ำค้างบนหน้าต่างห้องพักฟื้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-59 มายาน้ำค้างในม่านหมอก ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-60 The ILLusion of Shishirah

เนื้อหา

7 ความลับที่ตกทอดในตระกูลอู๋

บทที่7 ความลับที่ตกทอดในตระกูลอู๋ 

"สองสิ่งนอนอยู่ในหีบ รอมานาน ไม่ได้รอคนต่อไป แต่รอครั้งต่อไปที่สองวิญญาณนั้น จะพบกัน"

"กุ้ยหยูมาถึงมือของเขา มันเรืองแสง ไม่ใช่แสงเทียนที่ทำให้มันเรือง แต่มันจำมือนั้นได้

ดาบมาถึงมือของเขา ไม่มีเสียง แต่มือที่ถือมัน ทำให้มันรู้ว่าอยู่ในที่ที่ถูกต้องแล้ว

สองสิ่ง รอมาหลายรุ่นจึงได้พบสองคนนี้ รอมาหลายชาติจึงได้พบสองวิญญาณนี้

และสองวิญญาณนั้น ก็รอมานานจึงได้พบกัน วันนี้จึงไม่ใช่การเริ่มต้น วันนี้คือการดำเนินต่อ"


☽ อารัมภบท ก่อนที่ฉางอันจะรู้ว่ามีพายุซ่อนอยู่ใต้งานเลี้ยง ☽

มีคืนหนึ่งเมื่อหลายร้อยปีก่อน ในชาติที่ยังไม่มีชื่อในตำราใดๆ

เจ้าหญิงในชุดขาวล้มลงกลางลานกว้างที่เต็มไปด้วยคนบาดเจ็บ มือสองข้างที่เรืองแสงมาตลอดคืนดับลงในที่สุด เพราะพลังชีวิตของเธอหมดสิ้นก่อนที่งานจะเสร็จ

แต่ก่อนที่เธอจะล้มถึงพื้น

มีมือหนึ่งรับเธอไว้

มือที่ไม่มีแสง ไม่มีพลังวิเศษ ไม่มีอะไรพิเศษเลยนอกจากว่า

มันอยู่ที่นั่น เสมอ ทุกครั้ง ก่อนที่เธอจะล้ม

"ข้าบอกว่าอย่าใช้มากเกินไป" เสียงนั้นพูดเบาๆ ในชาติที่ไม่มีชื่อ

และเจ้าหญิงในชุดขาวที่ตาเริ่มจะมืดลงก็ยังยิ้มได้

"เจ้ามาทันเสมอ" เธอพูด

"ข้าจะมาทันเสมอ"

นั่นคือคำมั่นสัญญาของชาติแรก

และในทุกชาติที่ตามมา มือนั้นก็ยังคงอยู่ที่นั่น แม้จะจำไม่ได้แล้วว่าเคยสัญญาไว้

☁ กลับถึงฉางอัน และสิ่งที่รอ ☁

ฉางอัน เก้าวันก่อนงานเลี้ยงตระกูลเว่ย

พวกเขากลับถึงฉางอันเมื่อพระอาทิตย์เอียงต่ำ

แสงเย็นสีทองอมส้มของบ่ายวันหนาวตกลงบนกำแพงเมืองสูง ทำให้หินสีเทาดูอบอุ่นกว่าที่เป็นจริง ประตูเมืองใหญ่เปิดรับผู้คนที่ไหลเข้าออกในจังหวะที่ไม่หยุด เสียงก้าวเท้า เสียงล้อเกวียน เสียงพ่อค้าร้องเรียกลูกค้า รวมกันเป็นดนตรีที่ฉางอันเล่นอยู่ตลอดเวลา

หลิงซางขี่ม้าผ่านประตูเมือง รู้สึกถึงความคุ้นเคยของเมืองที่เขาเกิดและเติบโต แต่ครั้งนี้มีบางสิ่งต่างออกไป เขาออกไปสิบสองวันและกลับมาพร้อมกับสิ่งที่เขาไม่ได้เตรียมใจจะนำกลับมา

ไม่ใช่หลักฐานของคดี

ไม่ใช่ข้อมูลที่ต้องการ

แต่เป็นบางสิ่งที่เบากว่านั้นและหนักกว่านั้นในเวลาเดียวกัน

เซิ่นอวี๋ขี่ม้าเคียงกัน มองเมืองหลวงด้วยดวงตาของคนที่รู้จักมันจากอีกมุมหนึ่ง มุมของคนที่ต้องซ่อนตัวในฝูงชน ต้องรู้ว่าตรอกไหนหนีออกได้เร็ว ต้องจำว่าหน้าต่างบ้านไหนที่เจ้าของปิดไม่สนิท

แต่ครั้งนี้เขาเข้าเมืองโดยไม่ได้คิดเรื่องทางออก

คิดแค่เรื่องที่ต้องทำ

"แยกกันก่อนไหม" เซิ่นอวี๋ถามขณะที่ม้าเดินผ่านตลาดเช้า

"ไม่จำเป็น" หลิงซางตอบ

เซิ่นอวี๋หันมองหน้าเขา มีบางอย่างในคำตอบสั้นๆ นั้นที่ทำให้มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อย

"งั้นไปโรงหมอก่อน" เขาพูด "แล้วค่อยวางแผน"

"และแวะรับจดหมายจากซ่งหยูเฟย" หลิงซางพูดต่อ "เธอบอกว่าจะส่งข้อมูล"

"ท่านรู้จักเธอดีไหม" เซิ่นอวี๋ถามเบาๆ ไม่ใช่ถามเพื่อสอดรู้ แต่ถามเพราะต้องการเข้าใจ

หลิงซางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

"รู้จักในฐานะที่ควรจะรู้จักกัน แต่ไม่รู้จักในแบบที่ควรจะรู้จักกันถ้าสิ่งที่ควรจะเป็นนั้นเป็นจริง"

เซิ่นอวี๋หยุดม้าชั่วครู่ มองหน้าหลิงซาง

"ท่านหมอพูดวกวนที่สุดเท่าที่ข้าเคยได้ยิน"

"ข้าพูดตรง" หลิงซางแก้ไข

"ตรงในแบบที่คนทั่วไปเดินตามไม่ทัน"

หลิงซางมองหน้าเขา

"หมายความว่าเราเป็นคู่หมั้นในนาม แต่ไม่เคยเป็นในใจของทั้งสองฝ่าย เธอรู้ ข้ารู้ แต่ยังไม่มีใครพูดออกมาอย่างเป็นทางการ"

เซิ่นอวี๋ฟังคำอธิบายนั้น พยักหน้าช้าๆ

"ข้าเข้าใจ" เขาพูด แล้วก็หันหน้าขับม้าต่อ

แต่มีบางสิ่งในดวงตาของเขาที่สว่างขึ้นเล็กน้อย ราวกับได้ยินสิ่งที่อยากได้ยิน โดยไม่รู้ว่าตัวเองอยากได้ยินมาก่อน

โรงหมอตระกูลอู๋ในช่วงบ่ายนั้นเงียบกว่าปกติ

หยูหลานวิ่งออกมาต้อนรับเมื่อได้ยินเสียงม้า ใบหน้าของเธอแสดงความโล่งใจออกมาอย่างชัดเจนก่อนที่จะถูกปิดไว้ด้วยท่าทางปกติ

"ท่านซางกลับมาแล้ว" เธอพูด ตาเลื่อนไปที่เซิ่นอวี๋ "และท่านเซิ่นก็กลับมาด้วย ครบถ้วนดี"

"มีจดหมายมาไหม" หลิงซางลงจากม้า

"สามฉบับ" หยูหลานบอก "หนึ่งจากตระกูลซ่ง หนึ่งจากราชสำนัก และหนึ่งที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง"

"ราชสำนัก?" หลิงซางขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ตราประทับแพทย์หลวง" หยูหลานพูด แล้วก็เงียบ ท่าทางที่บอกว่ายังมีอะไรที่ไม่ได้พูด

"อะไรอีก" หลิงซางรู้จักหยูหลานดีพอ

"ท่านบิดามาเยี่ยมเมื่อเมื่อวาน" หยูหลานพูด "รออยู่ครึ่งวัน แล้วก็กลับไป แต่ฝากคำไว้ว่า ให้ท่านซางไปพบทันทีที่กลับมา"

หลิงซางและเซิ่นอวี๋มองหน้ากัน

"อ่านจดหมายก่อน" เซิ่นอวี๋พูด "แล้วจึงไปพบท่านบิดา"

จดหมายจากซ่งหยูเฟยนั้นสั้นแต่มีข้อมูลมาก

เธอเขียนว่าพบหลักฐานว่าถ้วยหยกชุดนั้นถูกนำเข้ามาจากพ่อค้าชายแดนคนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับตระกูลเว่ยมาสิบปี และบิดาของเธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองถูกใช้เป็นเครื่องมือ เธอบอกว่าบิดาพร้อมให้ข้อมูลแก่คนที่สามารถพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ และในตอนท้ายของจดหมาย เธอเพิ่มบรรทัดสั้นๆ

"งานเลี้ยงของตระกูลเว่ยในอีกเก้าวัน จะมีแขกพิเศษที่ท่านหมออู๋ควรรู้จัก แต่ไม่ควรพบในที่สาธารณะ"

จดหมายจากราชสำนักนั้นสั้นกว่า เป็นคำสั่งอย่างเป็นทางการให้แพทย์อู๋หลิงซาง รายงานตัวเข้าพบแพทย์หลวงสูงสุดภายในสองวัน

จดหมายที่ไม่มีชื่อผู้ส่งนั้น

เป็นกระดาษว่างเปล่า

แต่เมื่อหลิงซางถือมันขึ้นใกล้แสงเทียน

มีตัวอักษรปรากฏขึ้นราวกับเขียนด้วยน้ำ อ่านได้เพียงชั่วครู่ก่อนจะหายไป 

"ไม่มีใครรู้จักลูกดีกว่าพ่อ แต่พ่อก็มีสิ่งที่ไม่รู้เช่นกัน มา ข้าจะบอกความจริงแก่เจ้า"

ลายมือนั้น

หลิงซางจำได้ทันที

🌿บ้านตระกูลอู๋และความจริงที่บิดาซ่อนไว้🌿

บ้านตระกูลอู๋ คฤหาสน์ใหญ่ย่านขุนนาง เย็นวันเดียวกัน

บ้านตระกูลอู๋ใหญ่กว่าโรงหมอ ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงที่มีไม้ไผ่ปลูกเรียงตามแนว ลานกว้างด้านหน้าที่มีต้นสนเก่าแก่ยืนเฝ้าอยู่สองต้น อาคารหลักสองชั้นที่หน้าต่างทุกบานดูแลรักษาสม่ำเสมอ

หลิงซางมาเพียงคนเดียว ตอนแรก

"ข้าจะรอที่โรงหมอ" เซิ่นอวี๋บอก

"มาด้วยกัน" หลิงซางพูด แค่นั้น

เซิ่นอวี๋มองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง

"ท่านแน่ใจไหม ท่านบิดาอาจไม่—"

"มาด้วยกัน" หลิงซางพูดซ้ำ เสียงเดิม ไม่เปลี่ยน

เซิ่นอวี๋พยักหน้า

อู๋ เจิ้งหยวน รอลูกชายอยู่ในห้องรับแขกส่วนตัว ห้องที่ไม่ได้ใช้รับแขกทั่วไป มีแค่โต๊ะสองตัวเก้าอี้สี่ตัวและชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยตำราแพทย์รุ่นเก่า

เมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามาพร้อมกับเซิ่นอวี๋ ชายชราไม่แสดงความแปลกใจ เพียงแต่มองเซิ่นอวี๋นานกว่าปกติ

"นั่งลงเถิด" เขาพูด "ทั้งสองคน"

พวกเขานั่ง

ชาถูกเทออกมาโดยคนรับใช้ที่ถูกส่งออกไปทันทีหลังจากนั้น ประตูห้องปิดเงียบ

"หลิงซาง" เจิ้งหยวนเรียกชื่อลูกชายด้วยน้ำเสียงที่หลิงซางรู้จักดี น้ำเสียงที่พ่อใช้เฉพาะเมื่อจะพูดสิ่งที่ไม่อยากพูด "มีสิ่งที่พ่อซ่อนไว้จากเจ้ามาหลายปี ถึงเวลาแล้ว"

"เรื่องตำนานเจ้าหญิงหิมะ" หลิงซางพูด

เจิ้งหยวนหยุดนิ่ง

"เจ้ารู้แล้ว"

"บางส่วน" หลิงซางตอบ "แต่ยังไม่ครบ"

เจิ้งหยวนมองลูกชาย จากนั้นมองเซิ่นอวี๋

"และท่านเซิ่น..." เขาพูดเงียบๆ "เจ้ารู้ว่าตัวเองเป็นใครหรือยัง"

เซิ่นอวี๋มองชายชราตรงๆ

"รู้บางส่วน" เขาตอบ

"ท่านพ่อรู้จักข้าหรือ" เซิ่นอวี๋ถาม

เจิ้งหยวนถอนหายใจยาว เสียงที่บ่งบอกว่ากำลังปล่อยสิ่งที่แบกไว้นานออกมา

"รู้จักในแบบที่พ่อไม่ควรรู้จัก" เขาพูดช้าๆ

เรื่องที่อู๋ เจิ้งหยวนเล่านั้นยาว และทุกคำหนักกว่าที่ควร

เขาเล่าว่าสามสิบปีก่อน เมื่อเขายังเป็นแพทย์หนุ่มที่เพิ่งเริ่มรับใช้ราชสำนัก เขาพบตำราโบราณในห้องสมุดส่วนตัวของแพทย์หลวงรุ่นก่อน ตำราที่เขียนถึงตำนานเจ้าหญิงหิมะอย่างละเอียด

ไม่ใช่ตำนาน แต่เป็นบันทึกทางการแพทย์

บันทึกว่าในทุกรุ่น ผู้ที่สืบทอดพลังนั้นจะต้องเผชิญกับอันตรายเดิมซ้ำๆ เพราะพลังที่เยียวยาคนอื่นได้ทุกอย่างนั้นเป็นสิ่งที่คนบางคนโลภมาก

"ขุนนางเว่ย เส้าหลิน" เจิ้งหยวนพูด เสียงต่ำลง "ไม่ใช่คนใหม่ในเรื่องนี้ ปู่ของเขาพยายามยึดพลังนั้นจากแม่ของพ่อ ปู่ของพ่อก็เผชิญกับบรรพบุรุษของตระกูลเว่ยเช่นกัน"

"มันวนซ้ำทุกรุ่น" หลิงซางพูด

"ทุกรุ่น" เจิ้งหยวนยืนยัน "เพราะพลังนั้นไม่ได้หายไปเมื่อผู้สืบทอดตาย มันเวียนกลับมาในรุ่นถัดไป และตระกูลเว่ยก็รู้เรื่องนี้มาตลอด พวกเขารอ"

"แล้วในทุกรุ่น" เซิ่นอวี๋พูดขึ้น เสียงช้าและตั้งใจ "มีใครที่ปกป้องผู้สืบทอดพลังนั้นด้วยไหม"

เจิ้งหยวนมองเซิ่นอวี๋นาน

"มี" เขาพูดในที่สุด "ในบันทึกทุกรุ่น มีผู้ปกป้องปรากฏตัวขึ้นเสมอ บางครั้งเป็นทหาร บางครั้งเป็นคนรับใช้ บางครั้งเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่มีใครรู้ที่มา แต่ทุกคนมีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน"

"อะไร" เซิ่นอวี๋ถาม แม้จะรู้สึกว่ารู้คำตอบแล้ว

"รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ข้อมือซ้าย" เจิ้งหยวนพูด "ในตำราเขียนไว้ว่ามันคือรอยของคำสัญญาที่ทำไว้ในชาติแรก สัญญาที่ว่าจะปกป้องตราบเท่าที่วิญญาณยังเวียนว่ายอยู่"

ห้องเงียบสนิท

หลิงซางมองเซิ่นอวี๋

เซิ่นอวี๋มองลงที่ข้อมือซ้ายของตัวเอง มือช้าๆ ยกผ้าพันแขนขึ้น

รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ซีดขาวและสะอาด ไม่ใหม่ ไม่เก่า แต่อยู่ที่นั่นมาตลอด

"ตั้งแต่เมื่อไหร่" เซิ่นอวี๋ถามเบาๆ

"จำไม่ได้" เขาตอบคำถามตัวเองก่อนใครจะตอบ "มีมาตลอดที่จำความได้"

เจิ้งหยวนเล่าต่อ และส่วนที่เล่าต่อมานั้นหนักกว่าส่วนแรก

เขาเล่าว่าสิบห้าปีที่แล้ว เมื่อหลิงซางอายุสิบสาม และพลังในตัวเขาเริ่มปรากฏขึ้นชัดเจน

มีคนของขุนนางเว่ยมาสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลอู๋แล้ว

เจิ้งหยวนรู้ว่าอันตรายกำลังจะมา และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เขารู้ว่าผู้ปกป้องที่บันทึกว่าจะปรากฏตัวนั้น

มีเด็กชายคนหนึ่งในเมืองชายแดนเว่ยหยาง

"พ่อรู้จักตัวหมิง" หลิงซางพูดขึ้น เข้าใจทันที

"พ่อส่งคนไปสืบหาและพบว่ามีเด็กชายที่มีรอยแผลนั้น" เจิ้งหยวนยืนยัน "ตัวหมิงเป็นคนรายงานให้พ่อทราบมาตลอดหลายปี"

เซิ่นอวี๋นิ่งอยู่นาน ใบหน้าไม่เปลี่ยน แต่มีบางอย่างขยับอยู่เบื้องหลัง

"ท่านรู้ว่าข้าอยู่ที่เว่ยหยาง" เขาพูดช้าๆ "แต่ไม่เคยส่งคนไปพบ"

"เพราะยังไม่ถึงเวลา" เจิ้งหยวนพูด เสียงมีบางสิ่งที่ฟังดูเหมือนขอโทษ "ถ้าพ่อดึงเข้ามาก่อน ตระกูลเว่ยจะรู้ตำแหน่งของท่านเร็วขึ้น พ่อต้องรอให้พวกเขาพบกันเองตามเวลา"

"แล้วแม่ของข้า" เซิ่นอวี๋พูด เสียงเงียบลงอีก

เจิ้งหยวนนิ่ง

"ท่านรู้เรื่องนั้นด้วยไหม" เซิ่นอวี๋ถาม เสียงยังเรียบ แต่หลิงซางที่นั่งข้างๆ รู้สึกถึงความตึงที่เพิ่มขึ้นในอากาศรอบตัวเขา

"พ่อรู้ว่าเธอถูกใส่ร้าย" เจิ้งหยวนพูดตรงๆ "และพ่อส่งเงินผ่านทางหมอในเมืองเพื่อให้เธอได้รับการดูแลระหว่างอยู่ในคุก" เขาหยุด "แต่พ่อมาสายเกินไปสำหรับเรื่องอื่นๆ และนั่นเป็นสิ่งที่พ่อขอโทษไม่ได้พอ"

ความเงียบหนักอึ้ง

หลิงซางมองเซิ่นอวี๋ เห็นมือของเขากำแน่นบนเข่า แล้วค่อยๆ คลายออก

"ข้าไม่โกรธ" เซิ่นอวี๋พูดในที่สุด เสียงที่ควบคุมได้อย่างน่าประหลาดใจ "แต่ข้าต้องการเวลาสักครู่เพื่อประมวลผลสิ่งที่ได้ยิน"

เจิ้งหยวนพยักหน้า

"มีเวลา" เขาพูด "แต่ไม่มากนัก เพราะมีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องรู้ก่อนงานเลี้ยง"

🌊ความลับชั้นสุดท้ายและอาวุธที่ซ่อนในดาบ🌊

เจิ้งหยวนลุกขึ้น เดินไปที่ชั้นหนังสือ ดึงหนังสือเล่มหนึ่งออกมา

แต่ไม่ใช่หนังสือ

เมื่อวางลงบนโต๊ะ มันเป็นกล่องไม้แกะสลักที่ทำให้ดูเหมือนหนังสือ ข้างในมีสิ่งของสองอย่าง

สิ่งแรกคือกุ้ยหยูสีขาวนวล แกะสลักเป็นรูปดอกหิมะ มีแสงจางๆ เรืองออกมาเมื่อวางอยู่ในแสงเทียน

สิ่งที่สองคือดาบขนาดเล็ก ฝักสีดำที่มีลวดลายหิมะแกะไว้ตลอดความยาว

"กุ้ยหยูนี้เป็นของที่ตกทอดมากับพลังเจ้าหญิงหิมะ" เจิ้งหยวนพูด "ในทุกรุ่น ผู้สืบทอดพลังจะพบว่ามันช่วยควบคุมพลังที่มากเกินควบคุมได้ ป้องกันไม่ให้ใช้มากเกินจนร่างกายพัง"

หลิงซางมองกุ้ยหยูนั้น

รู้สึกถึงบางสิ่งที่คุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยถือมันมาก่อนในรูปแบบอื่น

"และดาบ" เจิ้งหยวนพูดต่อ มองเซิ่นอวี๋ "ในทุกรุ่น ผู้ปกป้องจะมีอาวุธที่ตกทอดมาเช่นกัน พ่อไม่รู้ว่าท่านเซิ่นมีดาบของตัวเองหรือเปล่า แต่นี่คือสิ่งที่บันทึกบอกว่าเป็นของผู้ปกป้องในชาติแรก"

เซิ่นอวี๋มองดาบนั้น ไม่ยื่นมือไปหยิบทันที

"ข้ามีดาบแล้ว" เขาพูด

"ข้ารู้" เจิ้งหยวนพูด "แต่ลองจับดาบนี้ดูก่อน"

เซิ่นอวี๋มองชายชรา จากนั้นมองดาบ

ยื่นมือออกไปช้าๆ จับฝักดาบขึ้น

ในทันทีที่มือสัมผัสฝัก รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ข้อมือซ้ายของเขา เรืองแสงจางๆ ขึ้นมา

ไม่สว่างมาก แต่ชัดเจน

เซิ่นอวี๋สูดลมหายใจเข้า นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

จากนั้นเขาดึงดาบออกจากฝัก

คมดาบสีเงินที่ยังคมราวกับเพิ่งลับมาเมื่อวาน แม้จะเก็บไว้ในกล่องไม้ที่ไม่รู้กี่ปี และที่แนวกลางคมดาบ มีลวดลายที่ไม่ใช่การแกะสลัก แต่เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อโลหะ รูปเมฆหมอกที่ดูราวกับเคลื่อนไหวเมื่อดาบรับแสง

เซิ่นอวี๋ถือดาบนั้นในมือ รู้สึกถึงน้ำหนักที่พอดีราวกับทำมาสำหรับมือของเขาโดยเฉพาะ

"ชื่อว่า หยินซา" เจิ้งหยวนพูด "หมายถึงหมอกเงิน"

หลิงซางมองเซิ่นอวี๋ที่ถือดาบนั้น มองนานพอที่จะจดจำภาพนั้นไว้

และมีบางอย่างในใจที่รู้สึกว่าเคยเห็นภาพนี้มาก่อน ในความฝันที่จำไม่ได้

"ขุนนางเว่ย เส้าหลิน" เจิ้งหยวนพูดต่อ เมื่อเซิ่นอวี๋สวมดาบใหม่เข้ากับฝักและเก็บไว้ "เขาต้องการอะไรจริงๆ ไม่ใช่แค่พลังรักษาของลิงซาง แต่ต้องการวิธีถ่ายโอนพลังนั้น"

"ถ่ายโอนไปที่ใคร" หลิงซางถาม

"ไปที่ตัวเอง" เจิ้งหยวนพูด เสียงหนัก "ถ้าทำได้ เขาจะมีพลังเยียวยาทุกโรค กลายเป็นคนที่จักรพรรดิไม่อาจอยู่ขาด กลายเป็นอำนาจที่ไม่มีใครโค่นได้"

"และวิธีนั้น" เซิ่นอวี๋พูดเสียงเงียบ "อยู่ในตำราที่เขาขโมยไป"

"อยู่ในตำราที่เขาขโมยไป" เจิ้งหยวนยืนยัน "แต่ตำรานั้นไม่ครบ มันบอกวิธีเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่นี่" เขาแตะที่หน้าอกตัวเอง "อยู่ในความทรงจำที่พ่อท่องจำไว้ ไม่เคยเขียนลงกระดาษ"

"ซึ่งหมายความว่าเขาต้องการพ่อด้วย" หลิงซางพูด

"งานเลี้ยงในอีกเก้าวัน" เจิ้งหยวนพูด "คำเชิญที่ส่งมาถึงพ่อนั้นไม่ใช่คำเชิญปกติ มันเป็นการบอกว่า มาเอง หรือไม่ก็ส่งสิ่งที่ข้าต้องการมาแทน"

ห้องเงียบ

หลิงซางมองบิดา มองนานพอที่จะเห็นทั้งความแก่ชราและความกังวลที่ซ่อนอยู่ในรอยตีนกาข้างดวงตา

"พ่อจะไปไหม" เขาถาม

"ไม่" เจิ้งหยวนตอบ "เจ้าจะไป"

🌙เก้าวันแห่งการเตรียมการ🌙

เก้าวันนั้นผ่านไปอย่างเงียบและเต็มไปด้วยการทำงาน

ในตอนกลางวัน หลิงซางรักษาคนไข้ตามปกติ เขาไม่ยอมหยุดไม่ว่าจะมีเรื่องอะไร เพราะในห้องรักษา ทุกอย่างชัดเจน มีปัญหา มีทางแก้ มีเหตุมีผล ไม่มีความซับซ้อนที่ต้องตีความ

ในตอนเย็น เขาและเซิ่นอวี๋นั่งคุยแผนการ บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยกระดาษ แผนที่คฤหาสน์ตระกูลเว่ย เส้นทางออก ชื่อของแขกที่จะมาร่วมงาน

และในช่วงเวลาระหว่างกลางวันและเย็น ที่ไม่ได้นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน—

มีสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้น

วันที่สาม

เซิ่นอวี๋มาที่โรงหมอพร้อมกับรอยแผลใหม่บนหลังมือ ไม่ลึก ไม่น่าเป็นห่วง แต่หลิงซางก็หยิบผ้าพันแผลขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

"ไม่จำเป็นต้องพัน" เซิ่นอวี๋พูด

"ฝุ่นที่เว่ยหยางทำให้แผลติดเชื้อง่าย" หลิงซางพูด จับมือของเซิ่นอวี๋ขึ้น เริ่มพัน

เซิ่นอวี๋นั่งนิ่ง ไม่เถียงต่อ

แต่มองมือที่กำลังพันแผลให้เขาอยู่นาน นานกว่าที่จำเป็น

หลิงซางรู้ว่ากำลังถูกมอง แต่ก็ไม่ยกหน้าขึ้น ทำงานต่อไปอย่างเงียบๆ

"ท่านหมอพันแผลเรียบร้อยมาก" เซิ่นอวี๋พูด

"ข้าฝึกมาสิบห้าปี"

"ไม่ใช่เรื่องนั้น" เซิ่นอวี๋พูด "ข้าหมายถึงว่า ระมัดระวัง ราวกับว่ามันสำคัญ ทั้งที่แค่แผลเล็กน้อย"

หลิงซางหยุดมือ มองขึ้นมาที่เซิ่นอวี๋

"แผลทุกแผลสำคัญ" เขาพูด

"ต่อคนไข้ทุกคนหรือต่อบางคน"

คำถามนั้นแขวนอยู่ในอากาศ

หลิงซางมองหน้าเซิ่นอวี๋อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ก้มหน้าลงพันแผลต่อ

"ต่อคนที่มีบาดแผลมาให้รักษาบ่อยพอที่จะทำให้รู้ว่าแต่ละครั้งนั้นแตกต่างกัน" เขาพูดเบาๆ

เซิ่นอวี๋ฟังคำนั้น ไม่พูดอะไร แต่มุมปากของเขาขยับขึ้นอย่างที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว

วันที่ห้า

ซ่งหยูเฟยมาที่โรงหมอในตอนเช้าตรู่ ก่อนที่คนไข้รายแรกจะมาถึง

เธอนั่งลงตรงข้ามเซิ่นอวี๋และหลิงซาง มองทั้งสองคนสลับกัน แล้วก็พูดตรงๆ ในแบบที่หลิงซางเคารพ

"บิดาข้าพร้อมให้การ" เธอพูด "เขาได้รับถ้วยหยกมาโดยไม่รู้ว่าข้างในมีพิษ คนที่มอบให้บอกว่าเป็นของโบราณจากแคว้นตะวันตก บิดาข้าชอบสะสมของเก่าและตกหลุมพรางนั้น"

"เขาจะยืนยันต่อหน้าพยานได้ไหม" เซิ่นอวี๋ถาม

"ได้" หยูเฟยตอบ "แต่ข้าต้องการสิ่งหนึ่งเป็นการตอบแทน"

"อะไร"

เธอมองหลิงซาง ในดวงตาของเธอไม่มีความขุ่นเคือง มีแค่ความชัดเจนของคนที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

"ข้าต้องการให้การหมั้นของเราสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ" เธอพูดตรงๆ "ไม่ใช่เพราะข้าโกรธท่านอู๋ แต่เพราะถ้าข้าต้องทำสิ่งที่ถูกต้อง ข้าควรทำในฐานะตัวของตัวเอง ไม่ใช่ในฐานะคู่หมั้นของใคร"

หลิงซางมองเธอ

"ข้าเห็นด้วย" เขาพูด ไม่ลังเล

หยูเฟยพยักหน้า บางอย่างในไหล่ของเธอหย่อนลงเล็กน้อย

"ดีแล้ว" เธอพูด "งั้นเราช่วยกัน"

เซิ่นอวี๋มองการสนทนานั้นโดยไม่พูด แต่หลิงซางที่นั่งข้างๆ เขารู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวเซิ่นอวี๋อุ่นขึ้นเล็กน้อยในทางที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ

วันที่เจ็ด

เซิ่นอวี๋ฝึกดาบในลานหลังโรงหมอ

หลิงซางออกมาโดยบังเอิญ หรืออย่างน้อยก็ดูเหมือนโดยบังเอิญ เพื่อหยิบสมุนไพรที่ตากแดดไว้ที่ราวไม้

แล้วก็ยืนอยู่ที่นั่นนานกว่าที่จำเป็นสำหรับการหยิบสมุนไพร

ดาบ หยินซา ในมือของเซิ่นอวี๋เคลื่อนไหวต่างจากดาบทั่วไป ไม่ใช่เพียงเพราะฝีมือ แต่เพราะดาบนั้นราวกับรู้ว่าตัวเองต้องการเคลื่อนไปไหน ทุกท่วงท่าราบรื่นราวกับน้ำที่ไหลหาทางลงเอง ไม่มีแรงต้าน ไม่มีการบังคับ

และที่รอยแผลเป็นบนข้อมือซ้าย เรืองแสงจางๆ ตามจังหวะการเคลื่อนไหว ราวกับพลังในดาบและพลังในรอยนั้นสื่อสารกัน

หลิงซางมองอยู่โดยไม่รู้ตัวว่ามองนานแค่ไหน

จนกระทั่งเซิ่นอวี๋หยุดดาบ หันมา

ทั้งสองตาสี่ตา

เซิ่นอวี๋ไม่พูดว่า "ท่านหมอมองอะไรอยู่" เพราะนั่นอาจทำให้หลิงซางต้องหาคำอธิบาย

แต่เขายิ้ม รอยยิ้มที่ถึงตา เบาๆ เป็นส่วนตัว ไม่ใช่รอยยิ้มที่ใช้กับโลก

หลิงซางหยิบสมุนไพรที่เพิ่งจำขึ้นมาว่าต้องการ หันกลับเข้าไปในโรงหมอ

แต่ก่อนที่จะหายเข้าไป เขาพูดโดยไม่หันหลังกลับมา

"ท่ามือซ้ายต่ำไปเล็กน้อยในท่าที่สาม"

เซิ่นอวี๋มองหลังที่เดินจากไป แล้วก็มองมือซ้ายตัวเอง

ยิ้ม

ฝึกต่อ

วันที่แปด

หยูหลานเดินเข้ามาในห้องทำงานของหลิงซางที่กำลังเขียนบันทึกอยู่

วางชาลงบนโต๊ะ ไม่พูดอะไร

แต่ยืนอยู่ตรงนั้น

หลิงซางรู้ว่าเธอมีอะไรจะพูด

"อะไร" เขาถามโดยไม่หยุดเขียน

"ข้าเห็นท่านซางมองท่านเซิ่นฝึกดาบเมื่อวาน" หยูหลานพูด

"ข้าแค่ผ่านมา"

"ผ่านมายี่สิบนาที"

หลิงซางวางปากกาลง หันมามองหยูหลาน

"ท่านจะพูดว่าอะไร"

"ไม่มีอะไร" หยูหลานยิ้ม รีบๆ ก่อนจะหันออกไป แล้วก็พูดจากที่ประตู "แค่คิดว่า ยี่สิบนาทีนั้นนานพอที่จะรู้ว่าตัวเองรู้สึกอะไร ถ้าท่านซางยังไม่รู้"

ประตูปิดลง

หลิงซางนั่งอยู่คนเดียวในห้อง มองถ้วยชาที่หยูหลานวางไว้

จากนั้นก็หยิบปากกาขึ้น เขียนต่อ

แต่บรรทัดที่เขียนออกมานั้น ไม่ใช่บันทึกทางการแพทย์อีกต่อไป

มันคือสี่ตัวอักษรที่เขาขีดทับออกทันทีที่เขียนเสร็จ

"หัวใจมีที่ที่มันอยู่แล้ว"


"กุ้ยหยูและดาบไม่ใช่สองสิ่ง แต่คือสองด้านของสัญญาเดียว

สัญญานั้นพูดว่า 'ไม่ว่าเจ้าจะเป็นแสงหรือเงา ข้าและเจ้าอยู่ในเรื่องเดียวกัน ชาตินี้เป็นเช่นนั้น ทุกชาติเป็นเช่นนั้น'

"มีบางอย่างที่ถูกส่งต่อมา ส่งไม่ใช่แค่วัตถุ แต่คือเรื่องราวที่อาศัยอยู่ในวัตถุ

กุ้ยหยูถูกส่งต่อมา ทุกรุ่นถือมัน ไม่จำเป็นต้องรู้ว่ามันคืออะไร แต่มันรู้จักมือของทุกรุ่น รู้ว่ามือนั้นใช่มือที่มันรออยู่หรือเปล่า

ดาบก็ถูกส่งต่อมา ทุกรุ่นผู้พิทักษ์พกมัน ไม่จำเป็นต้องรู้ที่มา แต่มันรู้จักไหล่ของทุกรุ่น รู้ว่าไหล่นั้นใช่ไหล่ที่มันรออยู่หรือเปล่า

สองสิ่งรอมาหลายรุ่นแล้ว รอจนถึงสองคนในวันนี้ พวกมันรู้ว่า 'ครั้งนี้ใช่แล้ว'"

♥️"กุ้ยหยูจำทุกวิญญาณที่เคยถือมัน ดาบจำทุกวิญญาณที่เคยพกมัน และวิญญาณเหล่านั้น ล้วนเป็นสองดวงเดิมเสมอ"♥️

..สุสาส์นราคะ...