เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) - 17 กระจกที่เห็นทุกชาติแต่ไม่มีตัวเองอยู่ในนั้น โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ

รายละเอียด

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

....หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) ...

°•. มายาน้ำค้างในม่านหมอก แด่เธอผู้เป็นที่รัก สุดแสน ประจักษ์ นับอนันต์. •°

เกริ่นนำ 

เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา (ศิศิระ) ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ ฉางอันเมืองที่หมอกปกคลุมในรุ่งสาง

อู๋ หลิงซาง คือหมอที่คนทั้งเมืองพูดถึงด้วยความเคารพและหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน มือของเขารักษาได้ทุกโรค แต่ใจของเขาไม่รู้จักรับ เขาเติบโตมาในโลกที่หมอต้องแข็งแกร่ง ต้องให้โดยไม่ต้องการรับ ต้องรักษาโดยไม่ต้องการการรักษากลับ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนเดินเข้ามาพร้อมบาดแผลที่รักษาไม่หายสักที

เย่ เซิ่นอวี๋ คือนักสืบลับที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นโจร เขายิ้มให้โลกทั้งใบ แต่ไม่เคยยิ้มให้ตัวเอง เพราะรู้ดีว่าโลกนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มีแค่หมอเย็นชาคนหนึ่งที่เห็นสิ่งที่แท้จริงอยู่ข้างใน และนั่นอันตรายกว่าดาบที่เขาพกติดตัวมาก

“หมอที่รักษาทุกอย่างได้ เว้นแต่หัวใจตัวเอง นักสืบที่รู้ทุกอย่างได้ เว้นแต่ว่าตัวเองก็คือคนสำคัญ

ชาแก้วหนึ่งในตอนเช้า สวนสมุนไพรที่ดูแลด้วยกัน บาดแผลที่กลับมาให้รักษาเสมอ และความเงียบที่รู้ว่าหมายถึงอะไร

บางครั้งความรักไม่ได้ดังก้อง มันแค่อยู่ที่นั่น ทุกวัน จนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยที่ไม่รู้ตัว”

""สองวิญญาณ ทุกชาติร้อยสร้อยสายหนึ่ง ทุกชาติลูกปัดมีสีต่างกัน แต่วิธีร้อยเหมือนกัน คือทีละเม็ด ช้าๆ 

รู้จักจังหวะของกันและกัน สร้อยนั้น คือกันและกันในทุกชาติ""

..สุสาส์นราคะ..

 

มีรายตอนทั้งหมด 61 ตอน (ติดเหรียญตอนที่22)

EBOOK [ [ (<พิเศษท้ายตอนทุกตอน>) ] ]: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา44% 07.07-09.09)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1NTU2NiI7fQ

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

 

สารบัญ

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-1 หิมะไม่รู้จักไออุ่นจนกว่าจะละลาย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-2 รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-3 คดีที่ไม่มีศพปรากฏ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-4 ตำราสูตรพิษตระกูลอู๋,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-5 หมอกแห่งเว่ยหยางจะเล่าความจริง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-6 ตำนานเก่าแก่เรื่องเจ้าหญิงในชุดสีขาว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-7 ความลับที่ตกทอดในตระกูลอู๋ ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-8 งานเลี้ยงที่ไม่มีแสงเทียนส่องถึงกัน ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-9 แสงอาทิตย์กล้ากลางฤดูเหมันต์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-10 การสนทนากับสิ่งที่อยู่ระหว่างสองโลก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-11 บันทึกของอู๋เจิ้งหยวน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-12 สายใยระหว่างผู้เยียวยาและผู้ผนึก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-13 ฤดูใบไม้ผลิที่มาช้าคือฤดูที่ดอกไม้บานนานที่สุด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-14 บทที่14 ดอกไม้ที่บานหลังพายุพัดผ่าน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-15 วิญญาณจำวันแห่งความสุขได้ชัดกว่าวันแห่งความตาย ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-16 จิตวิญญาณที่จมในความเจ็บปวด ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-17 กระจกที่เห็นทุกชาติแต่ไม่มีตัวเองอยู่ในนั้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-18 กุ้ยหยูหน้าประตูในคืนไม่มีดวงจันทร์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-19 ชีวิตธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเริ่มต้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-20 ทีละคำ ทีละวัน คือวิธีที่ภาษาของรักสร้างขึ้นมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-21 การเดินทางที่ไม่มีแผนที่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-22 หมอกยามเช้ารู้ว่าจะจางเมื่อแสงมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-23 ลูกปัดเม็ดสุดท้ายทำให้สายสมบูรณ์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-24 ลูกปัดทีละเม็ดคือวิธีที่สิ่งงดงามที่สุดสร้างขึ้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-25 บ้านคือที่ที่ใจกลับมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-25 น้ำค้างและโคมที่ไม่ดับ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-27 ชายที่สะสมแสงแต่รักในความมืด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-28 แสงที่งดงามที่สุดคือแสงที่เลือกให้ ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-29 สิ่งที่งดงามที่สุดในโลกไม่มีชื่อเรียก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-30 ความสุขที่ไม่มีชื่อคือความสุขที่ยิ่งใหญ่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-31 เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนบางสิ่งก็เปลี่ยน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-32 ใบไม้ที่งามที่สุดคือใบที่รู้ว่าตัวเองงาม,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-33 เมืองในฝัน(เมฆซ่อนเร้น),หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-34 น้ำพุใสสะอาดในเมืองที่ไร้ฝน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-35 เมืองที่ไม่มีในแผนที่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-366 วิธีทำลายสิ่งที่ไม่ตาย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-37 ความเหนื่อยล้าสอนสิ่งที่ตำราไม่มี,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-38 หมอเป็นคนไข้ที่แย่ที่สุดของตัวเอง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-39 เหมืองที่ห้าร้อยปีไม่มีแสง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-40 ห้าร้อยปีจบลงด้วยสิ่งที่มีมาเพียงชั่วเวลา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-41 การเดินทางพันลี้สิ้นสุดลง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-42 สิ่งที่กลับมาหาไม่ใช่สถานที่แต่คือคน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-43 สิ่งที่ทะเลเอื้อนเอ่ยจากความเงียบ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-44 ทะเลจำทุกชีวิตที่จมลงและรอหลายร้อยปี,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-45 หิมะแรกโปรยปราย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-46 หิมะตกเงียบย้อมโลกกลายเป็นสีขาว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-47 สิ่งที่หิมะเก็บงำไว้,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-48 หมอกในเช้าวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-49 เภทภัยในพระราชวังหลวง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-50 อากาศที่บางเกินไป,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-51 การลืมนั้นเองคือสิ่งที่ดีที่สุด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-52 หลักฐานว่าความดีนั้นเป็นของจริง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-53 เวลาที่ถูกต้องสำหรับคำบางคำ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-54 คำที่พูดได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-55 ม่านหมอกที่บางลงในใจ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-56 หมอที่รักษาทุกโรคยกเว้นโรคที่ตัวเองเป็น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-57 วันที่หมอกลายเป็นคนไข้,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-58 น้ำค้างบนหน้าต่างห้องพักฟื้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-59 มายาน้ำค้างในม่านหมอก ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-60 The ILLusion of Shishirah

เนื้อหา

17 กระจกที่เห็นทุกชาติแต่ไม่มีตัวเองอยู่ในนั้น

ผู้ที่รู้จักแต่ไม่รู้จัก หรือ กระจกที่เห็นทุกชาติแต่ไม่มีตัวเองอยู่ในนั้น หรือ เมื่อพยานของทุกชาติปรากฏตัว และความจริงที่ลึกกว่าตำนานทำให้รู้ว่า บางสิ่งที่คิดว่าเข้าใจแล้วนั้น ยังไม่เข้าใจเลย

ว่ากันว่า "มีคนบางคนในโลกนี้ที่เดินอยู่ในทุกชั่วอายุคน ไม่ใช่เพราะอมตะ ไม่ใช่เพราะคำสาป แต่เพราะพวกเขาเลือกที่จะอยู่ เพื่อเป็นพยานให้กับสิ่งที่คนอื่นลืม

พวกเขาไม่มีชื่อในตำรา ไม่มีหน้าในบันทึก มีแค่รอยเท้าที่ทิ้งไว้บนเส้นทาง และกุ้ยหยูเล็กๆ ที่วางไว้หน้าประตูในคืนที่ไม่มีดวงจันทร์

ถามว่าพวกเขาเหนื่อยไหม ก็คงเหนื่อย แต่ถ้าถามว่าเสียใจไหม คำตอบคือไม่ เพราะการได้เห็นรักที่แท้จริงสมหวัง แม้แค่ครั้งเดียว คุ้มค่าเสมอ"


☽ อารัมภบท รอยเท้าที่ไม่มีเจ้าของ ☽

มีบางสิ่งที่ อู๋ หลิงซาง สังเกตเห็นตลอดการเดินทางกลับจากหมู่บ้านจื้อฉวน

รอยเท้า

ไม่ใช่รอยเท้าของคนเดินผ่านทั่วไป แต่เป็นรอยที่ปรากฏขึ้นในระยะห่างที่สม่ำเสมอราวกับวัด ห่างจากเส้นทางของพวกเขาประมาณสี่สิบก้าว ขนานไปกับทิศทางที่เดิน แต่ไม่เคยเข้ามาใกล้กว่านั้น

รอยเหล่านั้นหายไปเมื่อพวกเขาหยุดพัก และปรากฏขึ้นใหม่เมื่อออกเดิน

ราวกับมีใครบางคนเดินเคียงไปโดยไม่ต้องการให้เห็น

เขาไม่ได้บอกเซิ่นอวี๋ทันที เพราะต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อน แต่เขาสังเกตไว้ทุกวัน จดบันทึกระยะห่าง ทิศทาง และลักษณะของรอยที่บางครั้งหลงเหลืออยู่บนดินนิ่ม

รอยเท้าเล็ก น้ำหนักเบา เดินเร็ว

และในวันที่สี่ของการเดินทางกลับ รอยนั้นหายไปโดยสิ้นเชิง ราวกับว่าสิ่งที่ตามมาตัดสินใจว่าไม่จำเป็นต้องตามอีกต่อไป

หลิงซางมองออกไปที่ขอบทางที่ว่างเปล่า

เขาคิดในใจ "ไปแล้ว"

แต่ไม่ไปด้วยการหนี ไปด้วยการเสร็จสิ้นภารกิจ

☁ กลับถึงฉางอันและสิ่งที่รออยู่ ☁

ฉางอัน เจ็ดวันหลังจากออกเดินทาง

ฉางอันต้อนรับพวกเขากลับด้วยฝนเบาๆ ที่ตกตลอดช่วงบ่าย

ไม่ใช่ฝนเย็นของฤดูหนาว แต่เป็นฝนอุ่นของต้นฤดูใบไม้ผลิที่เพิ่งเริ่ม ฝนที่นำกลิ่นดินและกลิ่นหญ้าอ่อนลอยมาในอากาศ

หยูหลานโล่งใจที่เห็นโรงหมอยังอยู่ครบถ้วนดี เพื่อนที่รับช่วงดูแลรายงานว่าไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ คนไข้มาตามปกติ ยาสต็อกอยู่ครบ

เธอขอบคุณเพื่อน ส่งกลับ แล้วก็เริ่มจัดการโรงหมออย่างรวดเร็วในแบบที่บอกว่าเธอคิดถึงงานมาตลอด

เย่ เซิ่นอวี๋ ไปส่งรายงานให้ตัวหมิงผ่านเครือข่าย แวะซื้อขนมปังสองก้อนระหว่างทาง กลับมาพร้อมข้อมูลเพิ่มเติมว่าไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติในฉางอันระหว่างที่พวกเขาไม่อยู่

หลิงซาง ทำสิ่งแรกที่เขาทำทุกครั้งเมื่อกลับจากการเดินทาง ตรวจยาในโรงหมอ ตรวจสต็อกสมุนไพร เขียนรายงานสรุปการรักษาที่หมู่บ้านจื้อฉวน

และสิ่งที่สอง เปิดจดหมายที่ค้างอยู่ระหว่างที่ไม่อยู่

จดหมายสี่ฉบับ ฉบับที่น่าสนใจที่สุดมาจากบิดา

"มีคนมาเยี่ยม อ้างว่ารู้จักเจ้า รอเจ้ากลับก่อนจะพูด ไม่ต้องรีบ แต่ก็อย่าช้า"

หลิงซางอ่านสองรอบ

"มีคนมาเยี่ยมพ่อ" เขาบอกเซิ่นอวี๋ที่กลับมาพอดี

เซิ่นอวี๋วางขนมปังลงบนโต๊ะ รับจดหมายไปอ่าน

"รู้จักเจ้า ไม่ใช่รู้จักบิดาท่าน" เขาสังเกต "และรอเจ้ากลับก่อน ไม่ใช่รอที่จะพบบิดาท่านต่อ"

"คนที่รู้จักข้าแต่ข้าไม่รู้จักเขา" หลิงซางพูด

"กุ้ยหยูในกล่อง" เซิ่นอวี๋พูดขึ้น "ผู้ส่งกล่องนั้น"

"อาจใช่" หลิงซางพูด "ไปพบพ่อวันนี้"

คฤหาสน์ตระกูลอู๋ บ่ายวันเดียวกัน

อู๋ เจิ้งหยวนนั่งรออยู่ในห้องรับแขกปกติ ไม่ใช่ห้องสมุดส่วนตัวที่เขาใช้สำหรับการสนทนาที่สำคัญ แต่เป็นห้องรับแขกทั่วไปที่มีเก้าอี้สบายและชาดี

นั่นบอกอะไรหลิงซาง       

ครั้งนี้แขกไม่ใช่ศัตรู

"หลิงซาง" เจิ้งหยวนลุกขึ้น ทักทายลูกชายแล้วมองเซิ่นอวี๋ "ท่านเซิ่นมาด้วยดี"

"แขกที่ว่านั้นยังอยู่ไหม" หลิงซางถาม

"รออยู่ในสวน" เจิ้งหยวนพูด น้ำเสียงที่หลิงซางอ่านออกว่ามีบางสิ่งที่ผิดปกติซ่อนอยู่ "เขาบอกว่าต้องการพบท่านทั้งสองพร้อมกัน ไม่แยก"

"ท่านรู้จักเขาไหม" เซิ่นอวี๋ถาม

เจิ้งหยวนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

"รู้จักในแบบที่น่าแปลก" เขาพูดในที่สุด "เขาแก่มาก แก่กว่าที่ควรแก่ แต่ดวงตาของเขาเฉียบคมราวกับยังหนุ่ม เขาบอกชื่อ แต่ข้ารู้สึกว่าชื่อนั้นไม่ใช่ชื่อที่แท้จริง"

"ชื่อที่บอกคืออะไร"

"จิ้วเซียน" เจิ้งหยวนพูด "เก้าความลับ"

🌿ผู้ที่รอในสวน🌿

สวนหลังคฤหาสน์ตระกูลอู๋

ในสวนที่มีต้นบ๊วยปลูกเป็นแถว ดอกสีขาวอ่อนที่เพิ่งเริ่มบานในต้นฤดูใบไม้ผลิ ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งหินข้างบ่อน้ำ

เมื่อแรกเห็น หลิงซางประเมินว่าแก่กว่าบิดาของเขา อาจเจ็ดสิบ อาจมากกว่า ผมขาวทั้งหัว รอยตีนกาและรอยเวลาที่ลึกบนใบหน้า แต่หลังตรง ไม่งอ ไม่ต้องพึ่งไม้เท้า

แต่เมื่อชายนั้นหันมามอง หลิงซางรู้สึกถึงบางสิ่งที่ทำให้การประเมินอายุทั้งหมดล้มเหลว

ดวงตาของชายคนนี้ไม่มีอายุ

ไม่ใช่ดวงตาที่ไร้เดียงสาหรือแก่เกินอายุ แต่เป็นดวงตาที่เห็นมามากเกินกว่าจะนับได้ด้วยปีที่ผ่านไป ดวงตาที่จำทุกสิ่งที่เคยเห็น และยังคงเห็นต่อไปโดยไม่แสดงอาการเหนื่อย

เซิ่นอวี๋ที่เดินเคียงหลิงซางรู้สึกถึงบางสิ่งในทันที

รอยแผลเป็นที่ข้อมือซ้ายเรืองขึ้น ไม่ใช่สีแดงของอันตราย ไม่ใช่สีเงินของวิญญาณ แต่เป็นสีทองอ่อนๆ ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

ชายนั้นยิ้ม รอยยิ้มที่มีอะไรซ่อนอยู่มากมายในนั้น บางสิ่งที่เศร้า บางสิ่งที่อบอุ่น และบางสิ่งที่ดูเหมือนความโล่งใจที่รอมานาน

เขาพูดเบาๆ

"มาถึงแล้ว"

"ท่านคือใคร" หลิงซางถาม ตรงๆ ตามนิสัย

ชายนั้นไม่ตอบทันที หันมองดอกบ๊วยที่กำลังบานก่อน

"ท่านหมออู๋ถามว่าข้าคือใคร" เขาพูด เสียงที่ลึกกว่าที่ร่างแก่ชราควรมี "คำตอบนั้นยาวกว่าที่บ่ายวันหนึ่งจะบรรจุได้ แต่ข้าจะพยายาม"

เขาชี้ไปที่ม้านั่งหินอีกสองตัวในสวน

"นั่งก่อนเถิด"

เมื่อทั้งสามนั่งลง ชายที่เรียกตัวเองว่าจิ้วเซียนมองทั้งสองคนสลับกัน มองในแบบที่คนที่เห็นคนมาหลายร้อยชีวิตมอง ประเมินไม่ใช่เพื่อตัดสิน แต่เพื่อเข้าใจ

"ข้าได้รับมอบหมายให้ดูแลบางสิ่งมานานมาก" เขาเริ่ม "ดูแลและส่งต่อในเวลาที่ถูกต้อง ข้าทำหน้าที่นี้มาในทุกชาติที่ท่านทั้งสองปรากฏตัว"

"ทุกชาติ" เซิ่นอวี๋พูดซ้ำ เสียงนิ่ง แต่ดวงตาที่ตื่นตัว

"ทุกชาติ" จิ้วเซียนยืนยัน "ท่านทั้งสองเป็นวิญญาณที่ผูกกันมาหลายร้อยปี ทั้งตำนานแลประวัติศาสตร์ ที่ถูกซ่อนไว้รู้เรื่องนี้ แต่สิ่งที่ไม่มีใครบอกท่านคือ ข้าคือส่วนหนึ่งของเรื่องนั้นด้วย"

"ส่วนหนึ่งอย่างไร" หลิงซางถาม

จิ้วเซียนมองมือของตัวเอง

"ในชาติแรก" เขาพูดช้าๆ "ข้าเป็นเพื่อนของเจ้าหญิงหิมะ เพื่อนที่รู้จักเธอก่อนที่ใครจะรู้ว่าเธอมีพลัง รู้ว่าเธอเป็นคนอย่างไรก่อนที่เธอจะกลายเป็น 'เจ้าหญิง' ในสายตาใคร"

เขาหยุด

"ตอนที่เธอสิ้นชีวิต ข้าทำสิ่งที่โง่มาก ข้าร้องขอต่อฟ้าดินว่าขอเป็นพยานในทุกชาติที่เธอเวียนกลับมา ขอเห็นให้แน่ใจว่าในที่สุดเธอจะได้รับสิ่งที่เธอสมควรได้รับ"

"และฟ้าดินยอม" เซิ่นอวี๋พูด

"ฟ้าดินเคร่งครัดเรื่องค่าตอบแทนของคำขอ" จิ้วเซียนพูด มุมปากขยับขึ้นเล็กน้อย "ข้าขอเป็นพยาน ฟ้าดินให้ข้าเป็นพยาน แต่ไม่ได้บอกว่าข้าจะแก่ชราตามปกติระหว่างที่เป็นพยานอยู่"

"ท่านยืดชีวิตมาทุกชาติ" หลิงซางพูด ไม่ใช่คำถาม

"ยืดมาหลายร้อยปี" จิ้วเซียนยืนยัน "ไม่ใช่ชีวิตนิรันดร์ เพียงแต่ยาวพอที่จะเห็นทุกชาติที่เจ้าหญิงหิมะและผู้ปกป้องของเธอเวียนกลับมา"

ความเงียบตกลงมาในสวน เสียงนกร้องในต้นบ๊วย เสียงน้ำในบ่อน้ำ

"แล้วท่านเห็นอะไรบ้าง" เซิ่นอวี๋ถาม เสียงที่นุ่มกว่าปกติ ในแบบที่เขาใช้กับคนที่มีเรื่องเล่า

จิ้วเซียนมองเขา แล้วก็มองหลิงซาง

"ข้าเห็นทั้งสองล้มเหลวในชาติแล้วชาติเล่า" เขาพูดตรงๆ "ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะความกลัว ความไม่แน่ใจ กำแพงที่สร้างขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว ข้าเห็นเจ้าหญิงหิมะในทุกชาติที่เธอมี ยิ้มให้คนอื่นแต่หัวใจอยู่กับผู้ปกป้องของเธอ และข้าเห็นผู้ปกป้องในทุกชาติที่เขามี ยืนเฝ้าอยู่โดยไม่รู้ว่าตัวเองได้รับอนุญาตให้อยากได้อะไรมากกว่าการเฝ้า"

เซิ่นอวี๋ไม่พูดอะไร แต่หลิงซางเห็นว่ามือของเขากำแน่นเล็กน้อย

"และชาตินี้" จิ้วเซียนพูดต่อ เสียงที่อบอุ่นขึ้น "ข้าเห็นสิ่งที่ต่างออกไป ข้าเห็นสองคนที่พูดในสิ่งที่ทุกชาติก่อนหน้าไม่กล้าพูด ข้าเห็นการเลือกที่ไม่ใช่การเฝ้า แต่การอยู่"

"นั่นคือเหตุผลที่ท่านส่งกุ้ยหยูมาให้" หลิงซางพูด

"ใช่" จิ้วเซียนพูด "ถึงเวลาที่ข้าส่งต่อสิ่งที่ดูแลมา เพราะชาตินี้คือชาติที่ข้าคิดว่า ทั้งสองพร้อมแล้ว"

🌊 บันทึกของพยาน 🌊

จิ้วเซียนหยิบถุงผ้าเล็กๆ ออกมาจากเสื้อคลุม วางบนโต๊ะหินระหว่างพวกเขา

ข้างในมีกุ้ยหยูสีเขียวอมเหลืองชิ้นเดิมที่อยู่ในกล่องไม้ และสิ่งอีกอย่าง

ม้วนกระดาษเล็กๆ ที่มัดด้วยเชือกแดงเก่าจนซีด

"บันทึกของข้า" จิ้วเซียนพูด "ทุกชาติที่ผ่านมา ข้าจดบันทึกไว้ ไม่มาก แต่เพียงพอที่จะเข้าใจรูปแบบ"

หลิงซางหยิบม้วนกระดาษขึ้น

"อ่านได้ไหม"

"นั่นคือเหตุผลที่ข้านำมา" จิ้วเซียนพูด

หลิงซางคลายเชือกออก กางกระดาษ

ตัวอักษรขนาดเล็กแน่นทุกหน้า แต่เขียนด้วยลายมือที่คงเส้นคงวาตลอดราวกับเขียนในชีวิตเดียว เพราะมันเขียนในชีวิตเดียวจริงๆ แม้จะยาวนานกว่าชีวิตทั่วไปหลายเท่า

เขาอ่านเร็ว ดวงตาสังเกตตัวอักษรอย่างมีระเบียบ

เซิ่นอวี๋นั่งข้างๆ อ่านไปพร้อมกัน

บันทึกนั้นเล่าชาติแล้วชาติ ไม่ใช่รายละเอียดชีวิตทั้งหมด แต่เป็นจุดสำคัญของแต่ละชาติที่จิ้วเซียนเห็นและบันทึกไว้

ชาติที่สอง เจ้าหญิงหิมะเกิดในตระกูลพ่อค้าชายแดน ผู้ปกป้องเกิดในตระกูลทหาร พวกเขาพบกัน รักกัน แต่สงครามพรากพวกเขาออกจากกัน ทั้งสองตายโดยไม่ได้พูดสิ่งที่ต้องพูด

"รู้ชัดแจ้ง แต่ยังเลือกเงียบ เพื่ออะไร?"

ชาติที่สาม เจ้าหญิงหิมะเป็นหมอที่รักษาคนในหมู่บ้าน ผู้ปกป้องเป็นชาวนาที่ดูแลทุ่งนาข้างๆ พวกเขาอยู่ใกล้กันตลอด แต่ไม่เคยก้าวข้ามระยะห่างที่ทั้งสองสร้างขึ้น ชาตินั้นจิ้วเซียนเขียนไว้ว่า

"ห่างกันแค่ก้าวเดียว แต่ไกลราวกับขอบฟ้า"

ชาติที่สี่ ชาตินี้ทั้งสองรู้ว่ารักกัน พูดออกมาด้วย แต่ครอบครัว กฎระเบียบ และความกลัวที่สังคมสร้างขึ้น ทำให้ทุกอย่างพังทลายก่อนที่จะสมหวัง

ชาติที่ห้า ที่หก ที่เจ็ด รูปแบบซ้ำๆ ในรูปแบบที่ต่างกัน บางชาติใกล้มาก บางชาติไกลมาก แต่ทุกชาติมีเหตุผลที่ทำให้ไม่ถึงจุดที่สมบูรณ์

และท้ายสุดของบันทึก หน้าสุดท้ายที่เขียนด้วยลายมือเดิมแต่ดูสดกว่าหน้าอื่น บันทึกชาตินี้ที่จิ้วเซียนเพิ่งเขียน

"ชาตินี้ ทั้งสองคนมีการเปลี่ยนแปลง คนหนึ่งไม่เพียงแค่เฝ้าอีกต่อไป คนหนึ่งไม่เพียงแค่เงียบอีกต่อไป บางที ครั้งนี้อาจสำเร็จ ถ้าสำเร็จ ภารกิจของข้าก็เสร็จสิ้น"

หลิงซางวางม้วนกระดาษลง

เซิ่นอวี๋มองออกไปที่ดอกบ๊วยในสวน ดวงตาที่ปกติอ่านยากตอนนี้มีอะไรบางสิ่งที่ซับซ้อนอยู่ข้างใน

"ท่านจิ้วเซียน" หลิงซางพูด

"อะไร"

"ท่านพูดว่าถ้าสำเร็จ ภารกิจของท่านจะเสร็จสิ้น" หลิงซางพูด เสียงที่ตรงและระมัดระวัง "หมายความว่าอะไร"

จิ้วเซียนมองลูกชายของเจ้าหญิงหิมะในชาตินี้ ในดวงตาที่เห็นมาหลายร้อยปีนั้นมีบางสิ่งที่อ่อนโยนและเหนื่อย

"หมายความว่า" เขาพูดช้าๆ "ข้าได้รับอนุญาตให้ไปในที่สุด"

🌙สิ่งที่ค้างอยู่และวิธีชำระ 🌙

หลังจากนั้น การสนทนาดำเนินต่อไปอีกนาน

จิ้วเซียนอธิบายสิ่งที่บันทึกในกุ้ยหยูสีเขียวอมเหลือง วิธีชำระร่องรอยที่เหลือค้างอยู่ในตัวเซิ่นอวี๋ให้สมบูรณ์แบบ

"ที่หลิงซางทำนั้นถูกต้อง" เขาพูด "แต่ไม่ครบ ร่องรอยที่เหลือนั้นฝังลึกกว่าที่ตำราทั่วไปอธิบาย มันอยู่ในส่วนที่เชื่อมกับรอยแผลเป็น กับคำสาบานในชาติแรก กับพันธะที่ยังไม่สมบูรณ์"

"พันธะที่ยังไม่สมบูรณ์" เซิ่นอวี๋พูดซ้ำ

"ผู้ปกป้องสาบานว่าจะปกป้องในทุกชาติ" จิ้วเซียนพูด "คำสาบานนั้นทำให้รอยแผลเป็นอยู่ที่นั่น เป็นสัญลักษณ์ของพันธะ แต่พันธะที่แท้จริงนั้นไม่ใช่แค่การปกป้อง"

"มันคืออะไร" หลิงซางถาม

"มันคือการเลือก" จิ้วเซียนพูด "การเลือกที่ไม่ใช่เพราะหน้าที่ ไม่ใช่เพราะคำสาบาน แต่เพราะต้องการ เพราะรัก เพราะนั่นคือสิ่งที่อยากทำ"

เขามองเซิ่นอวี๋

"ผู้ปกป้องในทุกชาติยืนเฝ้าเพราะรู้สึกว่าต้อง ไม่ใช่เพราะอยากจะอยู่ที่นั่น ความแตกต่างนั้นเล็กมากในทางกาย แต่ใหญ่มากในทางพลังงาน"

"และถ้าเลือกได้อย่างแท้จริง" หลิงซางพูด "ร่องรอยนั้นจะหาย"

"จะหาย" จิ้วเซียนยืนยัน "เพราะพันธะจะสมบูรณ์ มันไม่ต้องการรอยเตือนอีกต่อไป"

เซิ่นอวี๋นั่งเงียบอยู่นาน มองดอกบ๊วยสีขาวที่ร่วงลงมาเป็นครั้งคราวเมื่อมีลมพัด

"ข้าต้องทำอะไร" เขาถาม

"ไม่ต้องทำอะไรพิเศษ" จิ้วเซียนพูด เสียงที่อบอุ่นอย่างผิดปกติสำหรับชายที่ดูแห้งแล้ง "แค่รู้ว่าตัวเองเลือก รู้ว่าไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะคำสาบานเก่าในชาติที่ไม่จำ แต่อยู่เพราะต้องการอยู่ ด้วยตัวเอง ชาตินี้"

เซิ่นอวี๋หันมามองหลิงซาง

หลิงซางมองกลับ ดวงตาสีเทาอมน้ำตาลในแสงบ่ายมีบางสิ่งที่รอ ไม่กดดัน ไม่เรียกร้อง แค่รอ

"ข้าอยู่ที่นี่" เซิ่นอวี๋พูดเบาๆ ไม่ได้พูดกับจิ้วเซียน แต่พูดกับหลิงซาง และพูดกับตัวเอง "เพราะข้าต้องการอยู่ ไม่ใช่เพราะต้องอยู่ ข้าเลือก ด้วยตัวเอง ชาตินี้"

รอยแผลเป็นที่ข้อมือซ้าย

เรืองขึ้นสว่าง ทองอ่อนๆ เหมือนแสงเทียนที่อ่อนโยน

จากนั้นก็ค่อยๆ จาง

จางลง จางลง จนกระทั่ง

ไม่หาย แต่เปลี่ยน

รอยแผลเป็นที่เคยนูนและชัดเจนนั้นค่อยๆ เรียบลง จนเหลือแค่รอยจางๆ บนผิวหนัง ยังเห็นอยู่ถ้ามองใกล้ แต่ไม่ใช่สัญลักษณ์ของพันธะที่ยังค้างอยู่อีกต่อไป

มันกลายเป็นรอยของความทรงจำ ไม่ใช่รอยของหน้าที่

จิ้วเซียนมองรอยนั้น ในดวงตาของเขามีบางสิ่งที่สว่างขึ้น

"เสร็จแล้ว" เขาพูดเบาๆ "ร่องรอยที่เหลือก็จะจางตามในไม่ช้า"

💙สิ่งที่จิ้วเซียนเล่าก่อนจาก 💙

พวกเขาอยู่ในสวนจนกระทั่งพระอาทิตย์เอียงต่ำ

จิ้วเซียนเล่าสิ่งที่เขาเห็นมาหลายร้อยปี ไม่ใช่ทุกอย่าง แต่เป็นส่วนที่เขาคิดว่าสองคนตรงหน้าควรรู้

เรื่องของอสูรผู้ลบที่เขารู้จักมานานกว่าอู๋ เจิ้งหยวน

"มันไม่ได้เกิดขึ้นเอง" จิ้วเซียนพูด "มันเป็นผลของความโลภที่สะสมมาหลายร้อยปี คนที่กลัวความตาย คนที่ต้องการพลัง คนที่ไม่ยอมรับขอบเขตระหว่างโลก เมื่อพลังงานของความโลภนั้นสะสมมากพอ มันก็กลายเป็นสิ่งที่มีตัวตนเป็นของตัวเอง"

"มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ" หลิงซางพูด

"มันคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยไม่ตั้งใจ" จิ้วเซียนพูด "และนั่นทำให้มันทำลายได้ เพราะสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยความโลภ สามารถทำลายได้ด้วยสิ่งตรงกันข้าม"

"ความพอใจ ความเสียสละ ความรัก" เซิ่นอวี๋พูด

"ใช่" จิ้วเซียนพยักหน้า "กุ้ยหยูในกล่องนั้นบันทึกวิธีสมบูรณ์ หลิงซางจะอ่านออก เพราะพลังของเขาสามารถถอดรหัสพลังงานในกุ้ยหยูได้"

"แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่ง" หลิงซางพูด มองจิ้วเซียนตรงๆ "ร่องรอยที่อสูรทิ้งไว้ในตัวเซิ่นอวี๋ มันจางลงแล้วแต่ยังไม่หายสนิท ท่านพูดว่าจะจางตาม แต่จะมีผลข้างเคียงไหม"

จิ้วเซียนมองหลิงซาง มองในแบบที่ประหลาดใจเล็กน้อย      

"ท่านหมออู๋สังเกตเห็น"

"ข้าเป็นหมอ" หลิงซางตอบสั้น

"ผลข้างเคียงมี" จิ้วเซียนพูด "ร่องรอยนั้นเมื่อจางออกอาจทำให้มีอาการ ไข้ต่ำ อ่อนล้า และในบางกรณีอาจมีความฝันที่ชัดเจนผิดปกติ ฝันถึงสิ่งที่ไม่ใช่ความทรงจำในชาตินี้"

เซิ่นอวี๋มองข้อมือของตัวเอง

"ฝันถึงชาติก่อน"

"อาจเป็นไปได้" จิ้วเซียนพูด "แต่ไม่ต้องกังวล มันจะผ่านไปเอง ถ้ามีคนอยู่ดูแล"

เขามองหลิงซาง ในดวงตานั้นมีความหมายที่ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา

"ข้าจะดูแล" หลิงซางพูด เสียงที่ตรงและไม่มีทางเถียง

ก่อนที่จิ้วเซียนจะลุกขึ้นจาก เซิ่นอวี๋พูดขึ้น

"ท่านจิ้วเซียน"

"อะไร"

"ท่านพูดว่าถ้าภารกิจเสร็จสิ้น ท่านจะได้ไป" เซิ่นอวี๋พูด เสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติ "ไปที่ไหน"

จิ้วเซียนมองเซิ่นอวี๋ ในดวงตาที่เห็นมาหลายร้อยปีนั้นมีบางสิ่งที่เป็นส่วนตัวมากจนทำให้รู้สึกว่าการถามต่อเป็นการล่วงล้ำ

แต่เขาก็ตอบ

"ไปพบเพื่อนเก่า" เขาพูดเบาๆ "คนที่ข้าพลัดพรากมาตั้งแต่ชาติแรก เพราะข้าเลือกอยู่เป็นพยาน แทนที่จะตามเธอไป"

"เธอ" เซิ่นอวี๋พูดซ้ำ เข้าใจ

"เพื่อนที่รักมากกว่าชีวิต" จิ้วเซียนพูด รอยยิ้มที่มุมปากมีทั้งความเศร้าและความหวังปนกัน "แต่ข้าเลือกอยู่เพราะคิดว่านั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง และตอนนี้ข้าคิดว่าข้าทำถูกต้องแล้ว แม้จะใช้เวลานาน"

ลมพัดผ่านสวน ดอกบ๊วยขาวร่วงลงมาสองสามดอก ลอยอยู่ในอากาศสักครู่ก่อนจะลงพื้น

"ขอบคุณ" เซิ่นอวี๋พูด ด้วยน้ำเสียงที่บอกว่าขอบคุณมากกว่าแค่การส่งกล่องมา

จิ้วเซียนพยักหน้า

"ไม่ต้องขอบคุณ นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการ"


♥️สิ่งที่พยานเห็นเป็นครั้งสุดท้าย ♥️

"ข้าเห็นมาหลายร้อยปีว่าความรักนั้นทำงานอย่างไร เห็นมันล้มเหลวซ้ำๆ ด้วยเหตุผลเดิมๆ ความกลัว ความไม่แน่ใจ การรอที่นานเกินไป

แต่ข้าก็เห็นด้วยว่า เมื่อมันสำเร็จมันไม่ได้สำเร็จด้วยพลังวิเศษ ไม่ได้สำเร็จด้วยชะตากรรม

มันสำเร็จด้วยคนสองคน ที่เลือกที่จะพูดในเวลาที่ถูกต้องเลือกที่จะอยู่เมื่อมีทางออกไป เลือกที่จะเชื่อแม้จะกลัว

และนั่นคือสิ่งที่งามที่สุด ที่ข้าได้เป็นพยานมาในทุกชาติ"

จากบันทึกสุดท้ายของจิ้วเซียน

♥️ "ชาตินี้ ชีวิตนี้ ไม่จากไม่ทิ้ง เดินเคียงกับเจ้า จนแก่ไม่เสียใจ"♥️

..สุสาส์นราคะ..