เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน
รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน
....หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) ...
°•. มายาน้ำค้างในม่านหมอก แด่เธอผู้เป็นที่รัก สุดแสน ประจักษ์ นับอนันต์. •°
เกริ่นนำ
เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา (ศิศิระ) ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ ฉางอันเมืองที่หมอกปกคลุมในรุ่งสาง
อู๋ หลิงซาง คือหมอที่คนทั้งเมืองพูดถึงด้วยความเคารพและหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน มือของเขารักษาได้ทุกโรค แต่ใจของเขาไม่รู้จักรับ เขาเติบโตมาในโลกที่หมอต้องแข็งแกร่ง ต้องให้โดยไม่ต้องการรับ ต้องรักษาโดยไม่ต้องการการรักษากลับ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนเดินเข้ามาพร้อมบาดแผลที่รักษาไม่หายสักที
เย่ เซิ่นอวี๋ คือนักสืบลับที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นโจร เขายิ้มให้โลกทั้งใบ แต่ไม่เคยยิ้มให้ตัวเอง เพราะรู้ดีว่าโลกนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มีแค่หมอเย็นชาคนหนึ่งที่เห็นสิ่งที่แท้จริงอยู่ข้างใน และนั่นอันตรายกว่าดาบที่เขาพกติดตัวมาก
“หมอที่รักษาทุกอย่างได้ เว้นแต่หัวใจตัวเอง นักสืบที่รู้ทุกอย่างได้ เว้นแต่ว่าตัวเองก็คือคนสำคัญ
ชาแก้วหนึ่งในตอนเช้า สวนสมุนไพรที่ดูแลด้วยกัน บาดแผลที่กลับมาให้รักษาเสมอ และความเงียบที่รู้ว่าหมายถึงอะไร
บางครั้งความรักไม่ได้ดังก้อง มันแค่อยู่ที่นั่น ทุกวัน จนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยที่ไม่รู้ตัว”
""สองวิญญาณ ทุกชาติร้อยสร้อยสายหนึ่ง ทุกชาติลูกปัดมีสีต่างกัน แต่วิธีร้อยเหมือนกัน คือทีละเม็ด ช้าๆ
รู้จักจังหวะของกันและกัน สร้อยนั้น คือกันและกันในทุกชาติ""
..สุสาส์นราคะ..
มีรายตอนทั้งหมด 61 ตอน (ติดเหรียญตอนที่22)
EBOOK [ [ (<พิเศษท้ายตอนทุกตอน>) ] ]: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา44% 07.07-09.09)
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1NTU2NiI7fQ
ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)
ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”
°•. สุสาส์นราคะ. •°
ฤดูใบไม้ผลิไม่ได้มาพร้อมกันทั้งต้น บางกิ่งยังหนาวอยู่เมื่อดอกแรกบาน
หรือ เมื่อชัยชนะทิ้งรอยที่มองไม่เห็น และรักที่งอกขึ้นนั้นต้องเรียนรู้ว่าจะรดน้ำอย่างไร
ว่ากันว่า "คนส่วนใหญ่คิดว่าหลังพายุผ่านพ้นแล้ว โลกจะกลับไปเหมือนเดิม แต่ความจริงคือ โลกหลังพายุไม่เหมือนก่อนพายุ ดินที่ถูกชะล้างแล้วไม่ใช่ดินเดิม ต้นไม้ที่ผ่านลมแรงมาแล้วไม่ใช่ต้นเดิม และคนที่ผ่านบางสิ่งด้วยกันแล้ว ก็ไม่ใช่คนเดิมที่เดินเข้าไปในพายุนั้น
นั่นไม่ใช่เรื่องน่าเสียใจ มันคือเรื่องที่ควรจดจำไว้ ว่าบางสิ่งที่งอกขึ้นหลังพายุ งอกขึ้นเพราะดินนั้นถูกชะล้างจนสะอาดแล้ว"
🌸วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา🌸
ชีวิตในวันต่อๆ มาเปลี่ยนไปในแบบที่เล็กน้อยแต่สำคัญ
เช้า เซิ่นอวี๋มักตื่นก่อนหลิงซาง เตรียมชาไว้รอ บางครั้งซื้อขนมปังจากร้านที่เปิดก่อนรุ่งสาง บางครั้งทำข้าวต้มง่ายๆ ที่หลิงซางไม่คาดว่าเขาจะทำเป็น
"ท่านทำข้าวต้มเป็น" หลิงซางพูดในเช้าวันหนึ่งด้วยความประหลาดใจที่เขาซ่อนไม่ค่อยดี
"ข้าอยู่รอดมาสิบสองปีไม่ได้ถ้าทำข้าวต้มไม่เป็น" เซิ่นอวี๋พูดเรียบๆ
"แต่ท่านใส่สมุนไพรลงไปด้วย"
"ข้าเห็นท่านหมอทำมาหลายเดือน เรียนรู้บ้าง" เซิ่นอวี๋พูด "โสมขาวและขิงดองสำหรับเช้าวันที่อากาศเย็น ใช่ไหม?"
หลิงซางมองข้าวต้มในถ้วย ลิ้มรส ถูกต้องทุกสัดส่วน ไม่มากไม่น้อย
เขาไม่พูดอะไร แต่กินหมดทั้งถ้วย
ซึ่งสำหรับเซิ่นอวี๋ที่นั่งมองอยู่นั้น มันเป็นคำตอบที่ดีที่สุดที่ได้รับ
บ่าย หลิงซางรักษาคนไข้ เซิ่นอวี๋มักนั่งอยู่ในห้องรับแขกด้านหน้า อ่านจดหมายหรือเขียนรายงาน แต่ถ้ามีคนไข้ที่ดูน่าสงสัย ไม่ใช่น่าสงสัยในความหมายของโรค แต่น่าสงสัยในความหมายที่เขาตรวจจับได้จากนิสัย เขาจะส่งสัญญาณเล็กๆ ให้หลิงซางรู้
ทั้งสองพัฒนาภาษาที่ไม่ใช่คำพูดขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ การขยับมือเล็กน้อย สายตาที่เลื่อนไปทิศใดทิศหนึ่ง ท่าทางที่คนอื่นมองเป็นเรื่องปกติแต่ทั้งสองรู้ความหมาย
หยูหลานเห็นสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด และบางครั้งก็เดินออกไปข้างนอกเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เธอพยายามซ่อน
เย็น บางวันพวกเขาเดินในตลาดเย็น ไม่ใช่เพื่อจุดประสงค์เฉพาะ แค่เดิน เซิ่นอวี๋รู้จักทุกร้านทุกตรอกซอกซอยของฉางอัน แสดงให้หลิงซางเห็นสิ่งที่หลิงซางมองข้ามมาตลอดชีวิตทั้งที่อยู่ในเมืองนี้มาตั้งแต่เกิด
"ร้านนั้น" เซิ่นอวี๋พูดชี้ไปยังร้านเล็กๆ ที่ดูธรรมดามาก "ขายชาจีนชั้นดีที่สุดในฉางอัน เจ้าของไม่ทำป้าย เพราะลูกค้าขาจรมาแล้วไม่รู้จะชื่นชมอย่างไร"
"ท่านรู้ได้ยังไง"
"เพราะข้าเคยนั่งนอกร้านนั้นทั้งคืนเพื่อรอตามคนที่ต้องการข้อมูล" เซิ่นอวี๋พูด "และเจ้าของเอาชาออกมาให้ข้าตอนตี้สามโดยไม่ถามอะไร"
หลิงซางมองร้านชานั้น จากนั้นมองเซิ่นอวี๋
"เข้าไปดูได้ไหม"
"แน่นอน"
พวกเขาเข้าไปในร้านชา เจ้าของชายชราที่เห็นเซิ่นอวี๋แล้วพยักหน้าแบบที่คนรู้จักกันมานานพยักหน้าให้กัน เสิร์ฟชาสองถ้วยโดยไม่ถามว่าต้องการชนิดไหน
ชาที่ได้นั้น หลิงซางดื่มและนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
"ดี" เขาพูด คำเดียว
เซิ่นอวี๋มองหน้าเขาด้วยรอยยิ้มที่เบาและภาคภูมิใจในแบบที่เขาแสดงออกเมื่อเห็นคนที่เขาสนใจได้รับสิ่งที่ดี
"ข้าก็คิดว่าดี" เขาพูด
กลางคืน บางคืนทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกันในห้องทำงาน หลิงซางเขียนบันทึก เซิ่นอวี๋อ่านหรือเขียนรายงานของตัวเอง ในความเงียบที่เป็นกันเองและอบอุ่น
บางคืนมีการสนทนา ยาวหรือสั้นขึ้นอยู่กับว่ามีเรื่องอะไรน่าพูด
และบางคืน หลังจากที่ทุกอย่างเงียบลงและโคมดับหมดแล้ว ยังมีลมหายใจของสองคนที่ช้าลงพร้อมกันในความมืด ความอบอุ่นที่เพิ่มขึ้นเมื่อระยะห่างลดลง
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่ต้องมีคำพูดอธิบาย และนั่นก็เพียงพอสำหรับทั้งสองคน
⚔ สิ่งที่ยังไม่จบและการมาเยือนของซ่งหยูเฟย⚔
วันที่สิบสอง
ซ่งหยูเฟยมาที่โรงหมอในตอนเช้า ใบหน้าของเธอมีชีวิตชีวาและมีพลังมากกว่าที่เคยเห็น เธอสวมชุดนักเรียนแพทย์แทนชุดขุนนาง และนั่นทำให้ทุกอย่างในท่าทางของเธอดูเป็นตัวเองมากขึ้น
"บิดาข้าส่งมาแจ้งว่าราชสำนักตัดสินคดีแล้ว" เธอบอกหลังจากนั่งลง "บิดาต้องจ่ายค่าชดเชยให้ครอบครัวของผู้ที่ได้รับผลกระทบ และถูกลดตำแหน่งลงสองขั้น แต่ไม่ถูกจำคุก เพราะพิสูจน์ได้ว่าไม่รู้ว่าถ้วยหยกมีพิษ"
"ยุติธรรมพอสมควร" เซิ่นอวี๋พูด
"บิดาข้ายอมรับ" หยูเฟยพูด "และข้าคิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกว่าที่ควรจะเป็น"
เธอหันมาที่หลิงซาง
"เรื่องการหมั้น ข้าได้คุยกับครอบครัวแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ ไม่มีพันธะใดๆ เหลืออีกแล้ว"
หลิงซางพยักหน้า "ขอบคุณ"
"ข้าต้องขอบคุณท่านต่างหาก" หยูเฟยพูด "ถ้าท่านไม่เปิดใจให้ข้าช่วย ข้าก็ไม่มีโอกาสทำสิ่งที่ถูกต้อง"
เธอมองเซิ่นอวี๋
"และท่านเซิ่น ข้าอยากพูดบางอย่าง"
"พูดได้"
"ข้ารู้ว่าท่านมีชื่อเสียงที่ไม่ดีในสายตาบางคน" เธอพูดตรงๆ "แต่ข้าเห็นท่านทำงาน ข้าเห็นสิ่งที่ท่านทำและสิ่งที่ท่านไม่ทำ ถ้ามีวันที่ท่านต้องการพยานในราชสำนัก ข้าจะเป็นพยานให้ท่าน"
เซิ่นอวี๋มองเธอ มองด้วยดวงตาที่ประเมินและในที่สุดก็อ่อนลง
"ขอบคุณ" เขาพูด และครั้งนี้ขอบคุณจริงๆ ไม่ใช่แค่มารยาท
หยูเฟยลุกขึ้นจะไป แต่ก็หยุดที่ประตู
"อีกอย่างหนึ่ง" เธอพูด เสียงมีรอยยิ้มซ่อนอยู่ "ข้าดีใจมากสำหรับทั้งสองท่าน ข้าหวังว่าความสุขจะยาวนาน"
แล้วเธอก็ออกไปก่อนที่ใครจะตอบ
หยูหลานที่ยืนอยู่ที่ขอบห้องพยักหน้าอย่างพอใจ
เซิ่นอวี๋หันไปมองหลิงซาง
หลิงซางดูออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่หันมา แต่หูของเขาแดงขึ้นเล็กน้อย
เซิ่นอวี๋คิดในใจ
"คนนี้"
แล้วก็ยิ้มให้กับถ้วยชาที่ถือไว้ในมือ
💧จดหมายจากที่ไกล และการเดินทางที่กำลังจะมา💧
วันที่สิบห้า
จดหมายสามฉบับมาพร้อมกันในตอนบ่าย
ฉบับแรกจากตัวหมิงที่เว่ยหยาง รายงานว่ามีการตายลึกลับในหมู่บ้านห่างไกลทางตะวันตกของเว่ยหยาง สามคนในหนึ่งสัปดาห์ อาการก่อนตายคล้ายกับโรคที่หลิงซางรักษาในหมู่บ้านหมอก แต่รุนแรงกว่า
ฉบับที่สองจากแพทย์ท้องถิ่นที่ส่งมาขอความช่วยเหลือ มีคำอธิบายอาการที่ละเอียดและทำให้หลิงซางขมวดคิ้ว
ฉบับที่สามไม่มีชื่อผู้ส่ง แค่สั้นๆ
"ในหมอกมีทางใหม่ ในทางมีคนใหม่ ถ้าท่านมา ผู้พบย่อมรู้เอง"
เซิ่นอวี๋อ่านจดหมายทั้งสามฉบับ วางลงบนโต๊ะตามลำดับ
"คดีใหม่" เขาพูด
"คดีที่เกี่ยวกับสิ่งที่เหลือค้างอยู่" หลิงซางพูดต่อ "ร่องรอยที่ทิ้งไว้จากครั้งก่อน"
"ท่านหมอคิดว่าจดหมายฉบับที่สามส่งโดยใคร"
"คนที่รู้เรื่องนี้และต้องการให้เราไปพบ" หลิงซางพูด "อาจเป็นพันธมิตร อาจเป็นกับดัก ไม่รู้จนกว่าจะไป"
"งั้นต้องไป" เซิ่นอวี๋พูด เสียงไม่มีความลังเล
"ต้องไป" หลิงซางยืนยัน มองหน้าเซิ่นอวี๋
"ไปด้วยกัน"
"ไปด้วยกัน"
หยูหลานเดินเข้ามาในห้อง เห็นจดหมายสามฉบับบนโต๊ะ เห็นหน้าสองคน
"ข้าไปด้วยอีกครั้งไหม" เธอถาม
"ถ้าท่านต้องการ" หลิงซางพูด
"ต้องการ" หยูหลานพูดทันที "ข้าไม่ยอมอยู่บ้านคนเดียวอีก"
พวกเขาใช้เวลาที่เหลือของวันนั้นเตรียมการ เสบียง ยา อุปกรณ์ จดหมายถึงเพื่อนของหยูหลานที่จะมาดูแลโรงหมอ
และในตอนค่ำ ก่อนที่ทุกคนจะแยกไปพักผ่อน
หลิงซางยืนอยู่ที่ลานหน้าโรงหมอ มองดาวที่เริ่มปรากฏขึ้นในท้องฟ้าสีเข้ม
เซิ่นอวี๋เดินออกมายืนข้างๆ เขา
ทั้งสองไม่พูดอะไรสักครู่
"เซิ่นอวี๋" หลิงซางพูด
"อะไร"
"ข้าต้องบอกท่านบางอย่างก่อนออกเดินทาง"
"บอกได้"
หลิงซางมองออกไปที่ดาว ไม่หันมา แต่เสียงของเขาชัดเจน
"เมื่อกี้ที่ข้าบอกว่าไม่อยากให้ท่านอยู่คนเดียวอีกต่อไป" เขาพูด "ข้าหมายความว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในการเดินทางนี้ ไม่ว่าเราจะเผชิญอะไร ข้าไม่อยากแยกจากท่าน ข้าต้องการอยู่ข้างๆ ท่าน ในฐานะที่มากกว่าหมอและผู้ร่วมทางในคดี"
เซิ่นอวี๋หยุดหายใจครู่หนึ่ง
"ท่านหมอพูดตรงมากขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ"
"ข้าเรียนรู้ว่าการพูดตรงๆ ทำให้ทุกอย่างชัดเจนกว่า" หลิงซางพูด แล้วหันมามองเซิ่นอวี๋ "ท่านจะตอบว่าอะไร"
เซิ่นอวี๋มองหน้าเขา ดวงตาที่ปกติซ่อนทุกอย่างไว้ข้างหลังรอยยิ้ม ตอนนี้ไม่ซ่อน มีแค่บางสิ่งที่อ่อนโยนและมั่นคง
"ข้าตอบว่า" เขาพูดช้าๆ "ในตลาดชายแดนเมื่อยี่สิบปีก่อน มีเด็กชายที่บอกข้าว่าถ้าเจ็บอีกให้ไปหาเขา ข้าใช้เวลาสิบสองปีจนกล้าไปหา และตอนนี้ข้าไม่มีแผนจะจากไปอีกแล้ว"
หลิงซางฟัง
"นั่นไม่ใช่คำตอบตรงๆ" เขาพูด
"ข้าจะพูดตรงๆ ได้ไหม?" เซิ่นอวี๋ถาม
"พูดได้"
"ข้ารักท่านหมออู๋หลิงซาง" เซิ่นอวี๋พูด เสียงเงียบแต่ชัดเจนในแบบที่ไม่ต้องการให้ซ้ำ "และข้าจะอยู่ข้างๆ ท่านตราบเท่าที่ท่านต้องการให้ข้าอยู่"
ลมเย็นพัดผ่านระหว่างสองคน
หลิงซางมองหน้าเซิ่นอวี๋ในแสงดาว
จากนั้นก็ทำสิ่งที่เซิ่นอวี๋ไม่เคยเห็นเขาทำมาก่อน เขาเอื้อมมือออกไปและจับมือของเซิ่นอวี๋ไว้ ไม่ใช่เพื่อรักษา ไม่ใช่เพื่อตรวจ แต่เพราะต้องการ
เขาพูดเบามาก
"ข้าก็เช่นกัน"
✨รุ่งเช้าของการเดินทางใหม่ ✨
รุ่งเช้าของวันออกเดินทาง
ฉางอันยังไม่ตื่น เสียงไก่ยังไม่โห่ แสงแรกของรุ่งอรุณยังเป็นแค่รอยสีส้มจางๆ ที่ขอบฟ้า
ม้าสามตัวยืนอยู่หน้าโรงหมอ ที่อานมีเสบียงและอุปกรณ์ที่เตรียมไว้อย่างรอบคอบ
หลิงซางตรวจรายการสุดท้ายในสมุดบันทึก ยา อุปกรณ์ กระดาษ ทุกอย่างครบ
เซิ่นอวี๋ตรวจดาบ หยินซา ที่สะพายบ่า ตรวจเชือก ตรวจย่ามหนังที่มีเครื่องมือเฉพาะของเขา
หยูหลานตรวจตะกร้าสมุนไพรและชุดปฐมพยาบาลที่เธอเตรียมเองด้วยความประณีตที่บอกว่าเธอเรียนมาดี
"พร้อมไหม" หลิงซางถาม
"พร้อม" สองเสียงตอบพร้อมกัน
พวกเขาขึ้นม้า
และก่อนที่จะออกเดิน เซิ่นอวี๋มองหลิงซางที่นั่งม้าอยู่ข้างๆ มองในแสงรุ่งอรุณที่เพิ่งเริ่มต้น แสงสีทองอ่อนๆ ที่ตกลงบนใบหน้าที่เขาเริ่มรู้จักทุกรายละเอียด
มองแบบที่เขาบอกตัวเองว่าจะจำภาพนี้ไว้
เขาคิดในใจ
"จับมือเจ้าแล้ว"
หลิงซางที่รู้สึกได้ว่ากำลังถูกมอง หันมา
มองตาสี่ตา ในแสงรุ่งอรุณของฉางอันที่กำลังตื่นขึ้น
หลิงซางไม่พูดอะไร แต่ขยับม้าออกเดินนำก่อน
และเซิ่นอวี๋ก็ขับม้าตามไป เคียงกัน ไม่ใช่ตามหลัง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
♥️สิ่งที่งอกขึ้นหลังพายุ ♥️
"ดอกไม้ที่บานหลังพายุ ไม่ได้บานเพราะไม่รู้จักพายุ มันบานเพราะดินที่รับพายุมาแล้วนั้น อุดมสมบูรณ์กว่าดินที่ไม่เคยถูกชะล้าง
หมอที่เย็นชาราวหิมะ เรียนรู้ว่าหิมะที่ละลายนั้น ไม่ได้หายไป แต่กลายเป็นน้ำที่หล่อเลี้ยง
นักสืบที่ยิ้มให้โลกทั้งใบ เรียนรู้ว่ารอยยิ้มที่ไม่ต้องซ่อนความเจ็บปวด นั้นเบากว่าที่เคยคิดมาก
และทั้งสองเรียนรู้ด้วยกันว่า บางสิ่งในโลกนี้ไม่ต้องใช้พลังวิเศษ ไม่ต้องใช้ดาบหรือพลังเยียวยา แค่ยื่นมือออกไปในแบบที่ถูกต้อง และมีคนที่จับมันไว้ นั่นก็พอแล้ว"
♥️"ภูเขาสูงน้ำยาว ความรักลึกความหมายไกล ชาตินี้มีเจ้าอยู่ด้วย ก็เพียงพอแล้ว" ♥️
..สุสาส์นราคะ...