เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน
รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน
....หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) ...
°•. มายาน้ำค้างในม่านหมอก แด่เธอผู้เป็นที่รัก สุดแสน ประจักษ์ นับอนันต์. •°
เกริ่นนำ
เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา (ศิศิระ) ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ ฉางอันเมืองที่หมอกปกคลุมในรุ่งสาง
อู๋ หลิงซาง คือหมอที่คนทั้งเมืองพูดถึงด้วยความเคารพและหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน มือของเขารักษาได้ทุกโรค แต่ใจของเขาไม่รู้จักรับ เขาเติบโตมาในโลกที่หมอต้องแข็งแกร่ง ต้องให้โดยไม่ต้องการรับ ต้องรักษาโดยไม่ต้องการการรักษากลับ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนเดินเข้ามาพร้อมบาดแผลที่รักษาไม่หายสักที
เย่ เซิ่นอวี๋ คือนักสืบลับที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นโจร เขายิ้มให้โลกทั้งใบ แต่ไม่เคยยิ้มให้ตัวเอง เพราะรู้ดีว่าโลกนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มีแค่หมอเย็นชาคนหนึ่งที่เห็นสิ่งที่แท้จริงอยู่ข้างใน และนั่นอันตรายกว่าดาบที่เขาพกติดตัวมาก
“หมอที่รักษาทุกอย่างได้ เว้นแต่หัวใจตัวเอง นักสืบที่รู้ทุกอย่างได้ เว้นแต่ว่าตัวเองก็คือคนสำคัญ
ชาแก้วหนึ่งในตอนเช้า สวนสมุนไพรที่ดูแลด้วยกัน บาดแผลที่กลับมาให้รักษาเสมอ และความเงียบที่รู้ว่าหมายถึงอะไร
บางครั้งความรักไม่ได้ดังก้อง มันแค่อยู่ที่นั่น ทุกวัน จนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยที่ไม่รู้ตัว”
""สองวิญญาณ ทุกชาติร้อยสร้อยสายหนึ่ง ทุกชาติลูกปัดมีสีต่างกัน แต่วิธีร้อยเหมือนกัน คือทีละเม็ด ช้าๆ
รู้จักจังหวะของกันและกัน สร้อยนั้น คือกันและกันในทุกชาติ""
..สุสาส์นราคะ..
มีรายตอนทั้งหมด 61 ตอน (ติดเหรียญตอนที่22)
EBOOK [ [ (<พิเศษท้ายตอนทุกตอน>) ] ]: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา44% 07.07-09.09)
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1NTU2NiI7fQ
ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)
ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”
°•. สุสาส์นราคะ. •°
หิมะไม่รู้จักไออุ่น จนกว่าจะละลาย และใบไม้ไม่รู้จักพายุ จนกว่าจะร่วงหล่น
หรือวันที่หมอเย็นชาพบนักสืบที่ยิ้มเก่งเกินไป
ว่ากันว่า "หมอกในยามเช้าไม่ได้ซ่อนสิ่งใด มันเพียงบอกว่าโลกยังไม่พร้อมให้เห็นทุกสิ่งในคราวเดียว
จงอดทน เพราะสิ่งที่ปรากฏหลังหมอกจาง มักงามกว่าสิ่งที่จินตนาการไว้เสมอ"
☽อารัมภบท ก่อนที่หิมะจะรู้จักชื่อของตัวเอง☽
มีตำนานเก่าแก่ที่คนในหุบเขาเล่าขานกันมาหลายร้อยปี
ว่าครั้งหนึ่งนานมากแล้ว เมื่อฟ้าดินยังอ่อนเยาว์และเส้นแบ่งระหว่างโลกมนุษย์กับโลกเบื้องบนยังบางเหมือนผ้าไหมเก่า มีเจ้าหญิงองค์หนึ่งที่เกิดมาพร้อมกับหิมะ
ไม่ใช่หิมะธรรมดา
แต่คือหิมะแห่งการเยียวยา หิมะที่ตกลงบนบาดแผลแล้วบาดแผลหาย ตกลงบนคนป่วยแล้วคนป่วยฟื้น ตกลงบนดินแล้วดินงอกงาม
เจ้าหญิงองค์นั้นไม่มีนาม เพราะนามของเธอถูกลบออกจากทุกบันทึกในคืนที่เธอสิ้นชีวิต
ว่ากันว่าเธอตายเพราะรักษาคนมากเกินไปจนพลังของตัวเองหมดสิ้น และในคืนที่เธอหายใจสุดท้าย มีวิญญาณดวงหนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างๆ เธอตลอดคืน ไม่ยอมจากไปแม้ฟ้าจะเรียก
วิญญาณดวงนั้นสาบานว่าจะตามปกป้องเธอในทุกชาติ ทุกร่าง ทุกรูปแบบ
และฟ้าก็ได้ยิน
นั่นคือตำนาน
และตำนานนั้น ยังไม่จบ
โรงหมอที่ปลายหุบเขา.........
เมืองหลวงฉางอัน ย่านแพทย์ทางตะวันออก ฤดูหนาว ปีที่สามแห่งรัชสมัยจักรพรรดิเซวียนอู่
หิมะตกที่ฉางอันในตอนรุ่งสาง
ตกเงียบๆ ไม่รีบ ราวกับรู้ว่าโลกใต้มันนั้นหลับอยู่และไม่อยากปลุก
ถนนหน้าโรงหมอตระกูลอู๋ที่ปกติมีผู้คนพลุกพล่านตั้งแต่ไก่โห่ ตอนนี้เงียบสงัดเหลือเพียงรอยเท้าของแมวจรสองสามรอยและรอยล้อเกวียนที่ทิ้งเส้นคู่ขนานยาวสุดลับตา
แต่ในโรงหมอนั้น ยังมีแสงเทียนสว่างอยู่
อู๋หลิงซาง นั่งอยู่ที่โต๊ะกลางห้องตรวจ หลังตรง ไม่พิงเก้าอี้ ตาลงไปที่ตำราหน้าหนึ่งที่กางไว้ตรงหน้า แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าสายตาของเขาไม่ได้เคลื่อนไหวมาสักครู่แล้ว
เขากำลังคิด
ไม่ใช่คิดเรื่องยา ไม่ใช่คิดเรื่องคนไข้ แต่คิดเรื่องความฝันที่ฝันซ้ำมาสามคืนติดกัน—
ฝันเห็นหิมะ
ไม่ใช่หิมะที่ตกตามฤดูกาลอย่างที่ตกอยู่ข้างนอกตอนนี้ แต่เป็นหิมะที่เรืองแสง ตกในที่ที่ไม่มีฤดู ตกในความมืดสนิทที่ไม่มีดาวและไม่มีพระจันทร์ และในหิมะนั้น มีเสียงใครบางคนร้องเรียกชื่อที่เขาจำไม่ได้ว่าคือชื่อใคร
เขาตื่นขึ้นทุกครั้งก่อนจะได้ยินเสียงนั้นจบ
"ท่านซาง"
เสียงเรียกจากหน้าประตูทำให้เขาหยุดคิด หลิงซางวางปากกาลงและเงยหน้าขึ้น
ที่ประตูโรงหมอ เจิ้ง หยูหลาน ผู้ช่วยของเขายืนอยู่ มือถือตะกร้าสมุนไพรเช้า ผมมัดเรียบ ลมหนาวทำให้แก้มของเธอแดงเป็นลูกท้อสุก
"มีคนไข้รอข้างนอก" เธอพูด "สามคน ทั้งหมดมาตั้งแต่ก่อนประตูเปิด"
"อาการ"
"คนแรกไอเรื้อรัง คนที่สองมีไข้ คนที่สามบอกว่าปวดท้องแต่หน้าตาไม่ได้ดูเจ็บปวด" หยูหลานหยุดนิดหนึ่ง "คนที่สามนั้น... ดูน่าสงสัยผิดปกติ"
"ให้เข้ามา" หลิงซางลุกขึ้น เดินไปที่ชั้นยาด้วยก้าวที่เท่ากันทุกก้าว "ตามลำดับ"
คนไข้สามคนผ่านการรักษาในเวลาไม่ถึงสองชั่วยาม
คนแรกได้ยาต้มแก้ไอ คนที่สองได้เข็มฝังและยาลดไข้ คนที่สามซึ่งบอกว่าปวดท้อง หลิงซางตรวจได้สิบนาทีแล้วพูดว่า "ท่านไม่ได้ปวดท้อง ท่านมาเพื่ออยากดูว่าโรงหมอนี้มียาชนิดใดบ้าง"
ชายคนที่สามนั้นหน้าแดงผิดปกติ
"ท่านหมออายุน้อยแต่..."
"ออกไปได้" หลิงซางพูดสั้น
ชายคนนั้นออกไปอย่างรีบร้อน
หยูหลานยืนอยู่ที่ขอบประตู มองตาม แล้วก็หันมายิ้ม "ท่านซางเก่งขึ้นทุกวันในการไล่คน"
"ข้าไม่ได้ไล่ ข้าแค่บอกความจริง"
"ความแตกต่างนั้นเล็กมากในสายตาคนที่ถูกพูดถึง" หยูหลานพึมพำ วางตะกร้าสมุนไพรลงบนโต๊ะ เริ่มจัดเรียงตามชนิด "ท่านซาง งานเย็นนี้ตระกูลเว่ยเชิญท่านไปร่วมงานเลี้ยง บิดาท่านบอกให้ไม่ปฏิเสธ"
ความเงียบสั้นๆ
"ข้าจะบอกว่าติดงาน" หลิงซางตอบ
"ท่านบอกแบบนั้นมาสามครั้งแล้วในเดือนนี้"
"ข้าก็ยังติดงานทุกครั้ง"
หยูหลานพึมพรำเบาๆ แต่ก็ไม่พูดอีก เธอรู้จักหลิงซางมาตั้งแต่เด็ก รู้ดีว่าเมื่อเขาตัดสินใจแล้ว ก็ไม่มีคำพูดใดเปลี่ยนได้ เว้นแต่จะมีเหตุผลที่แข็งแกร่งกว่า
และในวันนี้ เหตุผลนั้นจะมาในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
ผู้ที่หามมาในคืนที่หิมะตกหนัก........
กลางดึก
ประตูโรงหมอถูกเคาะสามครั้งดังๆ จังหวะผิดปกติ ไม่ใช่จังหวะของคนที่มาขอรักษา แต่เป็นจังหวะของคนที่กำลังจะหมดแรง
หลิงซางที่ยังไม่หลับลุกขึ้นก่อนใคร
เมื่อเปิดประตู มีชายสองคนแบกร่างที่สามมายืนอยู่ในหิมะ ร่างที่ถูกแบกมานั้นหมดสติ เสื้อผ้าสีเข้มเปียกชุ่มด้วยสิ่งที่ในความมืดดูเหมือนน้ำฝน แต่เมื่อหลิงซางยื่นมือออกไปรับ นิ้วมือของเขาสัมผัสของเหลวอุ่นๆ ข้นๆ
ไม่ใช่น้ำฝน
"ถูกอะไร" หลิงซางถามโดยไม่เสียเวลา
"ถูกลูกดอกพิษ" ชายคนหนึ่งตอบ เสียงสั่น "สามดอก ดึงออกได้สองดอก อีกดอกหักคาอยู่"
"เข้ามา"
ห้องรักษาจุดเทียนสิบสองเล่มในเวลาไม่ถึงนาที หยูหลานตื่นขึ้นมาช่วยโดยไม่ต้องให้เรียก เธอรู้จากเสียงก้าวเท้าของหลิงซางว่านี่ไม่ใช่กรณีธรรมดา
ร่างบนเตียงนั้นเป็นชายอายุราวยี่สิบกว่าปี รูปร่างผอมเพรียวแต่มีกล้ามเนื้อของคนที่เคลื่อนไหวบ่อย เสื้อคลุมที่สวมอยู่ธรรมดาจนเกินไปสำหรับอากาศหนาวขนาดนี้ และที่ขอบปกเสื้อ มีรอยเปื้อนที่หลิงซางผ่านตาแล้วรู้ว่าไม่ใช่รอยเปื้อนธรรมดา
มีคนพยายามซ่อนบางอย่าง
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสังเกต
หลิงซางดึงเสื้อออก และเห็นบาดแผลสามแห่ง แผลสองแห่งสะอาดพอสมควร ใครบางคนพยายามห้ามเลือดไว้ก่อนแล้วอย่างรู้วิธี แต่แผลที่สามที่ยังมีดอกลูกดอกค้างอยู่นั้น ริมแผลเริ่มเป็นสีม่วงคล้ำ
"พิษซาลึก" หลิงซางพูดเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเอง "สูตรเก่า บ้านใครบางคนทางเหนือ..."
เขาหยุดนิ่งครู่หนึ่ง
จากนั้นทำสิ่งที่หยูหลานที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นแล้วยังคงทำใจไม่ค่อยได้ แม้จะเห็นมาหลายร้อยครั้งแล้ว
หลิงซางวางมือทั้งสองข้างลงบนบาดแผล
และมือนั้น เรืองแสง
ไม่ใช่แสงจากเทียน ไม่ใช่แสงจากไฟ แต่เป็นแสงสีขาวเย็นๆ ที่ออกมาจากฝ่ามือของเขาเอง ราวกับหิมะที่เปล่งแสงได้ แสงนั้นไหลลงไปตามรอยแผล ตามเส้นเลือด ตามทุกซอกทุกมุมที่พิษกระจายเข้าไป
ห้องอุณหภูมิลดลงสามองศาในทันที
ลมหายใจของทุกคนกลายเป็นไอขาวจางๆ
และพิษในร่างของชายที่นอนอยู่นั้น ค่อยๆ ถูกดึงออกมา สีม่วงคล้ำที่ขอบแผลจางลง จางลง จนกลายเป็นสีแดงสดของเนื้อเยื่อปกติ
กระบวนการนั้นใช้เวลาเพียงครึ่งถ้วยชา
แต่หลังจากนั้น หลิงซางถอนมือออก หายใจออกยาว ดวงตาสีเทาอมน้ำตาลของเขามีอาการเหนื่อยล้าแฝงอยู่เล็กน้อย สิ่งที่ไม่ค่อยปรากฏบนใบหน้าที่ปกติแน่วแน่ราวหิน
"ดึงดอกลูกดอกออกได้แล้ว" เขาบอกหยูหลาน "ไม่มีอะไรค้างในร่าง พันแผลแล้วให้นอน รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาได้"
"ท่านซาง..." หยูหลานเริ่ม
"ยาชาไม่ทำงานกับพิษนี้" เขาตอบคำที่เธอยังไม่ได้ถาม "ใช้พลังงานตัวเองเร็วกว่า"
หยูหลานปิดปาก ก้มหัวลงทำตาม
ชายสองคนที่แบกคนไข้มาส่ง ยืนนิ่งอยู่มุมห้อง ตาเบิกโพลง พวกเขาเห็นที่เห็น แต่ทั้งสองฉลาดพอที่จะรู้ว่ามีบางสิ่งที่ไม่ควรถาม
เมื่อคนไข้ลืมตาขึ้น........
รุ่งสาง
หิมะหยุดตกแล้ว ท้องฟ้าสีเทาอ่อนที่กำลังจะกลายเป็นสีทองจางๆ ส่องแสงลอดหน้าต่างบานเล็กของห้องรักษา
ชายบนเตียงขยับ
ช้าๆ ก่อน จากนั้นเร็วขึ้นเมื่อร่างกายกลับมาตอบสนอง เขาเกือบนั่งขึ้นทันที แต่มือที่กดบนหน้าอกของเขาเบาๆ ทำให้หยุด
"ยังไม่ควรลุกเร็ว"
เสียงนั้นเย็นและชัดเจน ราวกับการอ่านบทกวีที่ไม่มีจุดหมาย
เย่เซิ่นอวี๋ ลืมตาขึ้น
และสิ่งแรกที่เขาเห็นคือ ใบหน้าของชายที่นั่งอยู่ข้างเตียง กำลังเขียนบางอย่างในสมุดโดยไม่ยักมองหน้าเขา แสงเช้าตกลงบนใบหน้าเฉียบคมนั้น ทำให้เงาของแววตาสีเทาลึกกว่าปกติ ผมมัดเรียบ ท่านั่งตรงราวกับสอนกันมา ริมฝีปากบางๆ ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
เด็กหนุ่มนี้คือหมอหรือ? เซิ่นอวี๋คิดในใจ
หน้าตาเฉยราวกับข้าตายก็ไม่เป็นไร
"ข้า..." เขาเริ่มพูด เสียงแหบเล็กน้อย
"อย่าพูดมาก" ชายนั้นตัดบท ยังไม่เงยหน้าจากสมุด "ลิ้นของท่านสัมผัสพิษเล็กน้อยเมื่อท่านหายใจด้วยปากในขณะที่หมดสติ จะแสบสักวันสองวัน"
เซิ่นอวี๋หุบปาก
พยักหน้า
จากนั้นก็สังเกตห้องรอบข้าง สังเกตตามนิสัยที่ทำอัตโนมัติไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ชั้นยาที่เรียงเป็นระเบียบอย่างน่าประหลาดใจ ตำราที่วางซ้อนกันบนโต๊ะทางขวา กลิ่นยาต้มที่จางๆ ลอยอยู่ในอากาศ และ
รอยน้ำแข็งบางๆ บนขอบหน้าต่างด้านใน
ทั้งที่มีเตาไฟติดอยู่ในห้อง
น่าสนใจ
"ท่านหมอ" เซิ่นอวี๋ลองอีกครั้ง เสียงเบากว่าเดิม
"อู๋หลิงซาง" ชายนั้นตอบโดยไม่ถามว่าจะถามอะไร "แพทย์ ถ้าท่านจะถามชื่อ"
"ข้าไม่ได้จะถามชื่อ" เซิ่นอวี๋พูด "ข้าจะถามว่า ท่านหมอใช้พลังอะไรรักษาข้าเมื่อคืน"
ครั้งนี้หลิงซางหยุดเขียน
เงยหน้าขึ้นมองเซิ่นอวี๋เป็นครั้งแรก และในดวงตาสีเทานั้น มีบางสิ่งที่เย็นลงอีกระดับหนึ่ง
"ท่านหมดสติ" เขาพูดเรียบๆ
"ข้าหมดสติ ไม่ได้ตาบอด" เซิ่นอวี๋ตอบ มุมปากขวาขยับขึ้นเล็กน้อย "รู้สึกได้ มือเย็น แสงขาว อุณหภูมิห้องลดลง สี่สิ่งนั้นไม่ใช่การรักษาแบบธรรมดา"
หลิงซางมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นก็วางปากกาลง หันไปหยิบถ้วยชาที่วางอยู่ข้างๆ ยื่นให้
"ดื่มก่อน"
"ท่านหมอ—"
"ดื่มก่อน" เสียงนั้นไม่ดังขึ้น ไม่อ่อนลง แต่มีน้ำหนักบางอย่างที่ทำให้รู้ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเถียง
เซิ่นอวี๋รับถ้วยชา ดื่ม
ชาอุ่น มีรสขมจางๆ ที่ลิ้นรับรู้ได้แม้จะยังแสบอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อดื่มลงไปแล้ว ความเหนื่อยล้าที่กดอยู่ทั่วร่างกายเบาลงอย่างผิดปกติ
"ในชานี้มีอะไร"
"ยา" หลิงซางตอบสั้น
"ยาชนิดไหน"
"ชนิดที่ทำให้ท่านไม่ต้องถามต่อ"
เซิ่นอวี๋มองหน้าชายหนุ่มคนนี้ มองนานพอที่จะประเมินและได้คำตอบในใจตัวเอง
จากนั้นก็หัวเราะ
เสียงหัวเราะเบาๆ ที่จริงใจอย่างผิดปกติสำหรับคนที่เพิ่งผ่านคืนอย่างนั้นมา
"หมอหน้าตาดีรูปงามอย่างนี้ ทำไมสีหน้าเหมือนคนไม่อยากให้คนไข้หาย"
หลิงซางจ้องหน้าเขา
"แค่ไม่อยากให้ท่านพูด"
"เพราะกลัวข้าถามเรื่องพลังนั้นต่อ?"
"เพราะลิ้นท่านยังไม่หาย" หลิงซางลุกขึ้น หยิบสมุดบันทึก "นอนพักต่อ หยูหลานจะมาดูแลท่านในชั่วยามถัดไป"
"ท่านหมอชื่อ อู๋หลิงซาง ใช่ไหม" เซิ่นอวี๋เรียก
หลิงซางหยุดที่ประตู แต่ไม่หัน
"ข้าชื่อเย่เซิ่นอวี๋" เสียงนั้นเบาลง แต่ชัดเจน "และข้าจะจำบุญคุณคืนนี้ไว้"
"ข้าไม่ต้องการบุญคุณ" หลิงซางเปิดประตู "ค่ารักษาจ่ายตอนออก"
ประตูปิดลง
เซิ่นอวี๋นอนอยู่บนเตียง มองเพดาน รอยยิ้มที่มุมปากนั้นยังอยู่ แต่ในดวงตาของเขา มีบางสิ่งที่ไม่ใช่รอยยิ้ม
มีบางสิ่งที่เขาไม่รู้จะเรียกว่าอะไร
ราวกับได้กลิ่นบางสิ่งที่คุ้นเคย คุ้นเคยอย่างที่ไม่มีเหตุผลอธิบายได้ เพราะเขาแน่ใจว่าไม่เคยพบชายคนนี้มาก่อน
แต่มือที่เย็นและแสงสีขาวนั้น
เขาเคยฝันถึงมันมาก่อน
สิ่งที่หยูหลานเห็นในตอนเช้า........
หยูหลานนำข้าวต้มมาให้เซิ่นอวี๋เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นสูง
เธอเป็นคนที่สังเกตคนเก่ง เป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับผู้ช่วยแพทย์ และในสิบนาทีแรกที่นั่งอยู่ด้วยกัน เธอก็ประเมินได้หลายอย่าง
ชายคนนี้ยิ้มเก่งมาก ยิ้มแบบที่ทำให้คนอื่นรู้สึกสบายใจโดยอัตโนมัติ แต่รอยยิ้มนั้นไม่ถึงตา ไม่ใช่เพราะปลอม แต่เพราะมันเป็นนิสัย ทำจนชิน จนไม่รู้แล้วว่าอะไรคือหน้าจริงอะไรคือหน้ากาก
"ท่านมาจากไหน" เธอถามตรงๆ
"หลายที่" เซิ่นอวี๋ตอบ ยิ้ม
"มาฉางอันเพื่ออะไร"
"ธุระ"
"ธุระที่ทำให้ถูกลูกดอกพิษสามดอก"
รอยยิ้มของเซิ่นอวี๋ไม่หาย แต่ขยับไปเป็นรูปแบบที่ต่างออกไป ยังยิ้มอยู่ แต่ดวงตาของเขาประเมินเธออยู่
"คุณหมอผู้ช่วยช่างถามตรง"
"ข้าเป็นผู้ช่วยแพทย์ ไม่ใช่แม่ชี" หยูหลานพูดเรียบๆ "และข้าต้องรู้ว่าคนที่นอนอยู่ในโรงหมอของเรานั้นอันตรายไหม"
"ต่อท่านไหม?"
"ต่อท่านหมอซาง"
เซิ่นอวี๋ชะลอคำตอบอยู่ครู่หนึ่ง มองหยูหลาน จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงกว่าที่ผ่านมา
"ข้าไม่อันตราย คุณหมอซางช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าไม่ตอบแทนคุณด้วยอันตราย"
"แต่คนที่ยิงลูกดอกใส่ท่าน?"
ครั้งนี้รอยยิ้มจางลงจริงๆ
"ข้าจะพยายามไม่ให้เรื่องของข้ากับพวกเขาลามมาถึงที่นี่"
หยูหลานพิจารณาคำตอบนั้น แล้วก็พยักหน้าอย่างพอใจ
"พอรับได้" เธอยืนขึ้น เก็บถาดข้าวต้มที่กินจนหมดแล้ว "อีกสองวันถึงจะออกได้ บาดแผลต้องหายก่อน"
"สองวัน?" เซิ่นอวี๋ขยับ
"สองวัน" หยูหลานพูดซ้ำ ชัดเจนกว่าเดิม "ท่านหมอซางรักษาพิษออกแล้ว แต่เนื้อเยื่อยังต้องการเวลา ถ้าท่านลุกออกเร็วเกินไป แผลจะเปิดอีก แล้วท่านหมอซางจะต้องรักษาใหม่ และท่านหมอซางไม่ชอบทำอะไรซ้ำ"
เซิ่นอวี๋มองเธอ จากนั้นก็หัวเราะเบาๆ
"คุณหมอผู้ช่วยนี้ น่ากลัวกว่าหมอนัก"
"ขอบคุณ" หยูหลานยิ้มแบบที่ถึงตา หันออกไป "เจ็บที่ไหนร้องเรียกได้ ข้าอยู่ห้องถัดไป"
วันแรกผ่านไปในความเงียบ.......
เซิ่นอวี๋นอนพักตามที่ถูกบอก ไม่ใช่เพราะเชื่อฟัง แต่เพราะร่างกายบอกว่ายังไม่พร้อม และเพราะเขาสังเกตได้ว่าโรงหมอแห่งนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจกว่าที่เห็น
หลิงซางเข้ามาตรวจแผลสองครั้ง ทั้งสองครั้งเงียบ ตรวจเสร็จก็ออกไป ไม่ถามอะไรที่ไม่เกี่ยวกับอาการ
เซิ่นอวี๋สังเกตว่าชายหนุ่มคนนี้เคลื่อนไหวแบบคนที่ควบคุมตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทุกท่าทางมีเหตุผล ทุกคำพูดมีจุดประสงค์ ไม่มีสิ่งที่ทำโดยไม่จำเป็น
มันทำให้เซิ่นอวี๋รู้สึกอยากรู้มากขึ้นว่า คนๆ นี้เป็นอย่างไรในยามที่ควบคุมตัวเองไม่ได้
"น้ำค้างไม่ได้เกิดขึ้นจากฟ้าหรือจากดิน แต่เกิดขึ้นจากอากาศที่เย็นพอ และอบอุ่นพอ ในเวลาเดียวกัน
มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความแตกต่างสองอย่าง มาพบกันในจังหวะที่ถูกต้อง
ฉางอันนั้นหนาว แต่ในห้องเล็กๆ ย่านตะวันตกมีแสงเทียนสองเล่ม และชาร้อนหนึ่งกา และชายสองคนที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกว่าพวกเขาเคยรู้จักกันมาก่อน จากที่ไหนสักแห่ง จากเวลาที่ไม่มีชื่อ"
♥️ "เมื่อหิมะหนักจึงเห็นใจจริง เมื่อหมอกลึกจึงรู้จักคนเก่า" ♥️
..สุสาส์นราคะ...