เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) - 16 จิตวิญญาณที่จมในความเจ็บปวด โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ

รายละเอียด

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

....หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) ...

°•. มายาน้ำค้างในม่านหมอก แด่เธอผู้เป็นที่รัก สุดแสน ประจักษ์ นับอนันต์. •°

เกริ่นนำ 

เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา (ศิศิระ) ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ ฉางอันเมืองที่หมอกปกคลุมในรุ่งสาง

อู๋ หลิงซาง คือหมอที่คนทั้งเมืองพูดถึงด้วยความเคารพและหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน มือของเขารักษาได้ทุกโรค แต่ใจของเขาไม่รู้จักรับ เขาเติบโตมาในโลกที่หมอต้องแข็งแกร่ง ต้องให้โดยไม่ต้องการรับ ต้องรักษาโดยไม่ต้องการการรักษากลับ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนเดินเข้ามาพร้อมบาดแผลที่รักษาไม่หายสักที

เย่ เซิ่นอวี๋ คือนักสืบลับที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นโจร เขายิ้มให้โลกทั้งใบ แต่ไม่เคยยิ้มให้ตัวเอง เพราะรู้ดีว่าโลกนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มีแค่หมอเย็นชาคนหนึ่งที่เห็นสิ่งที่แท้จริงอยู่ข้างใน และนั่นอันตรายกว่าดาบที่เขาพกติดตัวมาก

“หมอที่รักษาทุกอย่างได้ เว้นแต่หัวใจตัวเอง นักสืบที่รู้ทุกอย่างได้ เว้นแต่ว่าตัวเองก็คือคนสำคัญ

ชาแก้วหนึ่งในตอนเช้า สวนสมุนไพรที่ดูแลด้วยกัน บาดแผลที่กลับมาให้รักษาเสมอ และความเงียบที่รู้ว่าหมายถึงอะไร

บางครั้งความรักไม่ได้ดังก้อง มันแค่อยู่ที่นั่น ทุกวัน จนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยที่ไม่รู้ตัว”

""สองวิญญาณ ทุกชาติร้อยสร้อยสายหนึ่ง ทุกชาติลูกปัดมีสีต่างกัน แต่วิธีร้อยเหมือนกัน คือทีละเม็ด ช้าๆ 

รู้จักจังหวะของกันและกัน สร้อยนั้น คือกันและกันในทุกชาติ""

..สุสาส์นราคะ..

 

มีรายตอนทั้งหมด 61 ตอน (ติดเหรียญตอนที่22)

EBOOK [ [ (<พิเศษท้ายตอนทุกตอน>) ] ]: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา44% 07.07-09.09)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1NTU2NiI7fQ

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

 

สารบัญ

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-1 หิมะไม่รู้จักไออุ่นจนกว่าจะละลาย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-2 รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-3 คดีที่ไม่มีศพปรากฏ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-4 ตำราสูตรพิษตระกูลอู๋,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-5 หมอกแห่งเว่ยหยางจะเล่าความจริง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-6 ตำนานเก่าแก่เรื่องเจ้าหญิงในชุดสีขาว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-7 ความลับที่ตกทอดในตระกูลอู๋ ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-8 งานเลี้ยงที่ไม่มีแสงเทียนส่องถึงกัน ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-9 แสงอาทิตย์กล้ากลางฤดูเหมันต์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-10 การสนทนากับสิ่งที่อยู่ระหว่างสองโลก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-11 บันทึกของอู๋เจิ้งหยวน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-12 สายใยระหว่างผู้เยียวยาและผู้ผนึก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-13 ฤดูใบไม้ผลิที่มาช้าคือฤดูที่ดอกไม้บานนานที่สุด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-14 บทที่14 ดอกไม้ที่บานหลังพายุพัดผ่าน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-15 วิญญาณจำวันแห่งความสุขได้ชัดกว่าวันแห่งความตาย ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-16 จิตวิญญาณที่จมในความเจ็บปวด ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-17 กระจกที่เห็นทุกชาติแต่ไม่มีตัวเองอยู่ในนั้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-18 กุ้ยหยูหน้าประตูในคืนไม่มีดวงจันทร์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-19 ชีวิตธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเริ่มต้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-20 ทีละคำ ทีละวัน คือวิธีที่ภาษาของรักสร้างขึ้นมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-21 การเดินทางที่ไม่มีแผนที่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-22 หมอกยามเช้ารู้ว่าจะจางเมื่อแสงมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-23 ลูกปัดเม็ดสุดท้ายทำให้สายสมบูรณ์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-24 ลูกปัดทีละเม็ดคือวิธีที่สิ่งงดงามที่สุดสร้างขึ้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-25 บ้านคือที่ที่ใจกลับมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-25 น้ำค้างและโคมที่ไม่ดับ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-27 ชายที่สะสมแสงแต่รักในความมืด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-28 แสงที่งดงามที่สุดคือแสงที่เลือกให้ ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-29 สิ่งที่งดงามที่สุดในโลกไม่มีชื่อเรียก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-30 ความสุขที่ไม่มีชื่อคือความสุขที่ยิ่งใหญ่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-31 เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนบางสิ่งก็เปลี่ยน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-32 ใบไม้ที่งามที่สุดคือใบที่รู้ว่าตัวเองงาม,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-33 เมืองในฝัน(เมฆซ่อนเร้น),หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-34 น้ำพุใสสะอาดในเมืองที่ไร้ฝน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-35 เมืองที่ไม่มีในแผนที่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-366 วิธีทำลายสิ่งที่ไม่ตาย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-37 ความเหนื่อยล้าสอนสิ่งที่ตำราไม่มี,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-38 หมอเป็นคนไข้ที่แย่ที่สุดของตัวเอง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-39 เหมืองที่ห้าร้อยปีไม่มีแสง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-40 ห้าร้อยปีจบลงด้วยสิ่งที่มีมาเพียงชั่วเวลา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-41 การเดินทางพันลี้สิ้นสุดลง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-42 สิ่งที่กลับมาหาไม่ใช่สถานที่แต่คือคน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-43 สิ่งที่ทะเลเอื้อนเอ่ยจากความเงียบ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-44 ทะเลจำทุกชีวิตที่จมลงและรอหลายร้อยปี,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-45 หิมะแรกโปรยปราย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-46 หิมะตกเงียบย้อมโลกกลายเป็นสีขาว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-47 สิ่งที่หิมะเก็บงำไว้,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-48 หมอกในเช้าวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-49 เภทภัยในพระราชวังหลวง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-50 อากาศที่บางเกินไป,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-51 การลืมนั้นเองคือสิ่งที่ดีที่สุด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-52 หลักฐานว่าความดีนั้นเป็นของจริง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-53 เวลาที่ถูกต้องสำหรับคำบางคำ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-54 คำที่พูดได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-55 ม่านหมอกที่บางลงในใจ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-56 หมอที่รักษาทุกโรคยกเว้นโรคที่ตัวเองเป็น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-57 วันที่หมอกลายเป็นคนไข้,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-58 น้ำค้างบนหน้าต่างห้องพักฟื้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-59 มายาน้ำค้างในม่านหมอก ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-60 The ILLusion of Shishirah

เนื้อหา

16 จิตวิญญาณที่จมในความเจ็บปวด

คนที่ติดอยู่ในวันที่สูญเสีย ไม่ได้อ่อนแอ แต่รักมากเกินกว่าจะก้าวไป

หมู่บ้านที่คนเป็นลืมวันเดือนปี และสิ่งที่ทำให้เวลาหยุดนิ่งนั้นไม่ใช่เวทมนตร์ หรือ เมื่อเวลาไม่ไหลในแบบที่ควรไหล และคนที่ตายแล้วยังจำวันที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ดีกว่าคนที่ยังอยู่

ว่ากันว่า "มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เวลาหยุดนิ่งได้ ไม่ใช่เวทมนตร์ ไม่ใช่พลัง ไม่ใช่คำสาป แต่คือความเจ็บปวดที่ลึกพอ ที่ทำให้ใจไม่ยอมก้าวออกจากวันที่สูญเสีย

คนที่ติดอยู่ในเวลานั้น ไม่ได้อ่อนแอ พวกเขาแค่รักมากพอที่จะจ่ายราคาของการรักและราคานั้นบางครั้งก็แพงกว่าชีวิต"


💙วันที่หลิงซางรักษาสิ่งที่รักษาไม่ได้ด้วยยา💙

วันรุ่งขึ้น

หลิงซางตัดสินใจในสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน

ปกติแล้วเขาเชื่อในยา เชื่อในพลัง เชื่อในสิ่งที่จับต้องได้และอธิบายได้ แต่โรคที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่อยู่ในกรอบของยาหรือพลัง

มันอยู่ในกรอบของ ใจ

"ข้าจะต้องทำสิ่งที่ไม่ใช่การรักษาทางกาย" เขาบอกเซิ่นอวี๋และหยูหลานในตอนเช้า "ข้าต้องพูดกับพวกเขา ฟังพวกเขา และช่วยให้พวกเขาพูดสิ่งที่ค้างอยู่"

"ท่านหมอทำแบบนั้นได้" หยูหลานพูด ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นคำยืนยัน

"ข้าไม่เก่งเรื่องนั้น" หลิงซางพูดตรงๆ

"ข้าช่วยได้" เซิ่นอวี๋พูดขึ้น "ข้าพูดกับวิญญาณได้ ถ้าคนเป็นพูดกับข้าและข้านำคำพูดนั้นไปบอกคนตาย และในทางกลับกัน อาจทำงานได้"

"เหมือนสะพาน" หยูหลานพูด

"เหมือนสะพาน" เซิ่นอวี๋ยืนยัน

หลิงซางมองเซิ่นอวี๋ ในดวงตาสีเทาอมน้ำตาลมีบางสิ่งที่อ่อนโยนกว่าปกติ บางสิ่งที่ชื่นชมและในเวลาเดียวกันก็กังวล

"จะเหนื่อยไหม" เขาถาม "สำหรับท่าน"

"เหนื่อย" เซิ่นอวี๋ตอบตรงๆ "แต่ทำได้"

"ถ้าเหนื่อยเกินไปให้บอก"

"จะบอก"

"สัญญา"

เซิ่นอวี๋มองหน้าหลิงซาง มองในแบบที่เขามองเมื่อรู้ว่าคำพูดนั้นออกมาจากความห่วงใยไม่ใช่แค่ความเป็นหมอ

"สัญญา" เขาพูด

พวกเขาเริ่มจากเว่ย ซงเหนียน

ชายที่นั่งอยู่ในห้องของตัวเองพร้อมถ้วยชาสี่ใบบนโต๊ะ

หลิงซางนั่งตรงข้ามเขา เซิ่นอวี๋นั่งข้างๆ หลิงซาง

"บอกข้าเรื่องภรรยาท่าน" หลิงซางพูด เสียงนุ่มในแบบที่เขาฝึกไม่ได้แต่มันออกมาเองเมื่ออยู่กับคนที่เจ็บปวด

เว่ย ซงเหนียนมองถ้วยชาสี่ใบ

"เธอชื่อหลิงจู" เขาพูดช้าๆ "ข้ารู้จักเธอตั้งแต่เด็ก เล่นด้วยกันในลานนี้ก่อนที่จะรู้ว่าการเล่นกับคนๆ เดียวกันทุกวันนั้นหมายความว่าอะไร"

"รักกันมาตั้งแต่เด็ก" หลิงซางพูด

"แต่งงานกันตอนอายุยี่สิบ" เว่ย ซงเหนียนพูด "อยู่ด้วยกันยี่สิบแปดปี ข้าทะเลาะกับเธอหลายครั้ง เห็นด้วยกันน้อยครั้งกว่านั้น แต่ไม่เคยมีวันไหนที่ข้าตื่นขึ้นมาแล้วไม่รู้สึกดีที่เธออยู่ที่นั่น"

เขาหยุด

"ตอนที่เธอเริ่มป่วย ข้าบอกตัวเองว่าไม่รุนแรง จะหาย แต่มันไม่หาย และวันสุดท้ายที่เธอยังพูดได้ เธอบอกว่าข้าไม่ต้องเป็นห่วง เธอแค่เหนื่อย อยากพัก" เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย "ข้าคิดว่าเธอหมายถึงนอนหลับ ไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนั้น"

เซิ่นอวี๋นั่งนิ่ง รอยแผลเป็นที่ข้อมือเรืองเบาๆ

"ข้ามีอะไรที่อยากบอกเธอไหม" เขาถามเว่ย ซงเหนียนเบาๆ "สิ่งที่ยังค้างอยู่"

ชายนั้นมองเซิ่นอวี๋ มองในแบบที่ไม่เข้าใจว่าถามอะไร แต่ก็รู้สึกว่าคำถามนั้นเข้าถึงบางสิ่งในตัวเขาโดยตรง

"ข้าไม่ได้พูดว่ารักเธอในวันสุดท้าย" เขาพูดเสียงแตก "ข้าคิดว่าจะพูดพรุ่งนี้ เสมอ ข้าคิดว่าจะมีพรุ่งนี้เสมอ"

เซิ่นอวี๋หลับตาลงชั่วครู่

รอยแผลเป็นสว่างขึ้น

"เธออยู่ที่นี่" เขาพูดเงียบๆ "ข้ารู้สึกได้ เธออยู่ใกล้ๆ"

เว่ย ซงเหนียนหยุดหายใจ

"บอกเธอได้ตอนนี้" เซิ่นอวี๋พูด "ข้าจะเป็นสะพาน"

สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมานั้น หลิงซางไม่เห็นด้วยตา แต่รู้สึกด้วยพลัง

เขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวในอากาศ รู้สึกถึงบางสิ่งที่ใกล้เข้ามา รู้สึกถึงความอบอุ่นเล็กๆ ที่ไม่มีที่มาที่อธิบายได้ในห้องที่เย็นนั้น

และเว่ย ซงเหนียนก็พูด ด้วยน้ำเสียงที่เขาไม่เคยพูดในชีวิตปกติ พูดกับอากาศตรงหน้า พูดกับบางสิ่งที่เขาเห็นหรือรู้สึก พูดทุกสิ่งที่เก็บไว้ในอกมาหกเดือน

หลิงซางนั่งเงียบ ไม่ขัด ไม่แนะนำ เพียงแต่อยู่ที่นั่น เป็นพยานของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

และเมื่อเว่ย ซงเหนียนพูดจบ เมื่อทุกอย่างที่ค้างอยู่ถูกพูดออกมา เขาร้องไห้ ร้องไห้จริงๆ เป็นครั้งแรกในหกเดือน เพราะบางอย่างในเขาปล่อยออกมาในที่สุด

เซิ่นอวี๋เปิดตาขึ้น ใบหน้าเหนื่อยล้าแต่สงบ

"เธอได้ยิน" เขาบอกเว่ย ซงเหนียน "และเธอบอกว่าเธอรู้มาตลอด ไม่ต้องพูดออกมาก็รู้ แต่ดีใจที่ได้ยิน"

เว่ย ซงเหนียนมองมือตัวเอง มือที่ปล่อยถ้วยชาออกมาโดยไม่รู้ตัว

"เธอจะไปแล้วไหม" เขาถาม เสียงสั่น

"เธอถามว่าท่านพร้อมให้เธอไปหรือยัง" เซิ่นอวี๋พูด

ความเงียบนาน

"ยัง" เว่ย ซงเหนียนพูด "แต่..." เขาหยุด "แต่ข้ารู้ว่าต้องพร้อม ถึงจะยาก ข้าต้องพร้อม"

"งั้นบอกเธอ" เซิ่นอวี๋พูดเบาๆ "บอกว่าท่านจะพร้อม แม้จะยาก"

เว่ย ซงเหนียนพูดสิ่งที่ยากที่สุดที่เขาเคยพูดในชีวิต บอกกับบางสิ่งที่มองไม่เห็นว่าไปได้ ว่าข้างหน้าจะดูแลตัวเอง ว่าจะจำเธอไว้ แต่จะไม่ขังตัวเองไว้กับวันที่สูญเสีย

และในห้องนั้น หลิงซางรู้สึกถึงบางสิ่งเปลี่ยนแปลง

ความเย็นที่แผ่ออกมาจากวงผนึกในดินค่อยๆ เบาลงเล็กน้อย

เขาคิดในใจ

"วิญญาณหนึ่งดวงกลับไป พันธะพันข้อคลายลงบ้าง"

⚔สามวันและสามสิบสี่การลาจาก⚔

สามวันต่อมา

พวกเขาไปพบคนป่วยทีละคน ทำซ้ำในแบบเดียวกับที่ทำกับเว่ย ซงเหนียน แต่ทุกคนต่างกัน ทุกความเจ็บปวดต่างกัน ทุกคำที่ค้างอยู่ต่างกัน

บางคนง่าย ได้ยินแล้วร้องไห้ พูดแล้วปล่อยวาง

บางคนยาก ปฏิเสธ โกรธ ไม่ยอมรับ และเซิ่นอวี๋ต้องนั่งอยู่กับพวกเขานานกว่า อดทนมากกว่า ฟังมากกว่า

และหลิงซางอยู่ข้างๆ เสมอ ไม่ใช่แค่ในฐานะหมอ แต่ในฐานะคนที่เซิ่นอวี๋รู้ว่ามีอยู่ที่นั่น และบางครั้งความรู้นั้นทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

ตอนเย็นวันที่สองของการทำงาน

เซิ่นอวี๋นั่งพิงกำแพงข้างนอกบ้านที่พักของพวกเขา ดวงตาปิด หายใจช้า ใบหน้าซีดกว่าปกติ

หลิงซางออกมาหา นั่งลงข้างๆ โดยไม่ถามว่าเป็นอะไร

เขาหยิบกุ้ยหยูดอกหิมะออกมา วางลงบนมือของเซิ่นอวี๋ แสงสีขาวออกมาเบาๆ ไม่ใช่การรักษา แค่การให้พลังงาน เหมือนเติมน้ำมันเมื่อตะเกียงกำลังจะหมด

เซิ่นอวี๋รู้สึกถึงมัน ลืมตาขึ้น มองมือที่วางกุ้ยหยูให้

"ท่านหมอไม่ต้อง—"

"รู้ว่าไม่ต้อง" หลิงซางตัดบท "แต่ข้าต้องการทำ"

เซิ่นอวี๋หุบปาก

ทั้งสองนั่งอยู่นอกบ้านในความมืดที่มีดาวมาก แสงขาวจางๆ ระหว่างมือสองคน อบอุ่นในความเย็นของคืนภูเขา

"ท่านหมอ" เซิ่นอวี๋พูดหลังจากสักพัก

"อะไร"

"การได้ยินเรื่องของคนเหล่านั้น ทุกความเจ็บปวด ทุกความสูญเสีย มันทำให้ข้าคิดถึงบางสิ่ง"

"คิดถึงอะไร"

เซิ่นอวี๋มองดาว

"คิดว่าข้าโชคดีมาก" เขาพูดเบาๆ "ที่ยังไม่ต้องเผชิญกับการสูญเสียแบบนั้น"

"แต่ท่านเคยสูญเสียแล้ว" หลิงซางพูด "แม่ท่าน"

"ใช่" เซิ่นอวี๋พูด "แต่นั่นต่างกัน ตอนนั้นข้ายังเด็ก ความโศกเศร้าใหญ่โตแต่ข้ายังไม่รู้ว่าจะเสียใจในแบบที่คนเหล่านี้เสียใจ" เขาหยุด "ความเสียใจแบบที่รู้ว่าคนนั้นคือส่วนหนึ่งของชีวิตตัวเอง และตอนนี้ส่วนนั้นหายไป"

"ท่านกลัว" หลิงซางพูด 

"กลัวสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่ข้า..." เซิ่นอวี๋พูดค้างไว้ ไม่พูดต่อ

หลิงซางหันมามอง มองหน้าเซิ่นอวี๋ที่มองดาวอยู่

"ข้าอยู่ที่นี่" เขาพูดเงียบๆ แต่ชัดเจน

เซิ่นอวี๋หันมามองเขา

"ข้ารู้" เขาพูด

"ข้าจะยังอยู่ที่นี่" หลิงซางพูดต่อ เสียงที่เรียบแต่มีน้ำหนักที่ทั้งสองรู้ว่าหมายความว่าอะไร "ข้าไม่ได้พูดเพื่อปลอบใจ ข้าพูดเพราะนั่นคือสิ่งที่ข้าตั้งใจ"

เซิ่นอวี๋มองหน้าเขาอีกครั้ง มองนาน

"ท่านหมอ"

"อะไร"

"บางครั้งท่านพูดสิ่งที่ทำให้ข้าไม่รู้จะตอบว่าอะไร"

"นั่นพอแล้ว" หลิงซางพูด และในที่สุดก็หันกลับไปมองดาว

เซิ่นอวี๋มองหน้าเขาอีกครั้ง แล้วก็หันกลับไปมองดาวด้วย

มือของเขาพลิกขึ้นและจับมือหลิงซาง

กุ้ยหยูที่อยู่ระหว่างสองมือยังเรืองแสงอยู่ อุ่นและสงบ

🌸วันที่สี่และการทำลายวง🌸

วันที่สี่

คนป่วยทุกคนที่พวกเขาพบได้ผ่านกระบวนการพูดลา ระดับมากน้อยต่างกัน บางคนที่เบาก็เพียงพอแล้ว บางคนที่หนักก็ยังต้องเวลา แต่ทุกคนเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เริ่มรู้วันที่ถูก เริ่มรู้ว่าผ่านมากี่เดือนแล้ว เริ่มก้าวออกจากวันที่ค้างไว้

วงผนึกในดินอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด

"ถึงเวลาแล้ว" หลิงซางบอก

พวกเขาทำพิธีในตอนที่พระอาทิตย์อยู่บนสุด เวลาที่พลังแสงแข็งแกร่งที่สุด ซึ่งตามตำราบอกว่าช่วยในการทำลายวงที่ใช้ความมืดเป็นพลังงาน

หลิงซางยืนที่จุดกลางของลวดลายในดิน กุ้ยหยูดอกหิมะในมือขวา ดาบสีขาวในมือซ้าย

เซิ่นอวี๋ยืนห่างออกไปทางเหนือ ดาบ หยินซา เปลือยในมือขวา รอยแผลเป็นเรืองแสงสีเงินสม่ำเสมอ

หยูหลานยืนอยู่ที่ขอบพื้นที่ ทำหน้าที่เฝ้าดูและพร้อมรับมือถ้ามีบางสิ่งออกนอกแผน

คนในหมู่บ้านยืนดูจากระยะห่าง

"เริ่มได้" เซิ่นอวี๋พูด

หลิงซางวางกุ้ยหยูลงบนดินตรงจุดกลางของลวดลาย แสงสีขาวแผ่ออกมาจากมันช้าๆ ไหลตามลวดลายในดินราวกับน้ำที่ไหลตามร่อง ไปถึงทุกจุดทุกมุมของวงผนึก

เซิ่นอวี๋เริ่มท่าดาบผนึก เหมือนที่เขาเคยทำแต่ครั้งนี้แตกต่าง ไม่ใช่การต่อสู้กับสิ่งที่ต้านทาน แต่เป็นการ คลาย ท่าทางช้ากว่า นุ่มนวลกว่า ขีดรูปแบบที่ย้อนกระบวนการของวงผนึก

สองพลังงานพบกันในอากาศเหนือดิน

แสงขาวจากกุ้ยหยูและแสงเงินจากดาบ หยินซา ไหลเข้าหากันในแบบที่ทั้งสองรู้ดีแล้ว พอดีกัน เสริมกัน ทำงานร่วมกันในแบบที่พลังงานที่ออกแบบมาสำหรับกันและกันทำงาน

ลวดลายในดินเริ่มจางลง

ค่อยๆ จางลง ทีละเส้น ทีละส่วน

และเมื่อมันจางหายไปทั้งหมด

อากาศในหมู่บ้านเปลี่ยน ในทันทีและชัดเจน ราวกับว่าหนักบางสิ่งที่กดอยู่เหนือหมู่บ้านนั้นถูกยกออกไป

คนในหมู่บ้านที่ยืนดูอยู่เบาลง มองเห็นได้จากท่าทาง จากการหายใจ จากรอยยิ้มเล็กๆ ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เหนื่อยล้า

และในอากาศรอบๆ หลิงซาง

เขารู้สึกถึงบางสิ่งที่ผ่านออกไป สิ่งที่เบาและสะอาด ราวกับลมพัดพาฝุ่นออกจากห้องที่ปิดมานาน

วิญญาณที่ผูกอยู่กับหมู่บ้าน ได้รับการปล่อยไปในที่สุด

💧สิ่งที่ผู้ส่งจดหมายทิ้งไว้💧

เย็นวันที่สี่

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยและคนในหมู่บ้านเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง เว่ย ซงเหนียนนำบางสิ่งมาให้พวกเขา

"ข้าพบสิ่งนี้ที่ประตูบ้านตอนเช้าตรู่ก่อนท่านตื่น" เขาพูด วางกล่องไม้เล็กๆ ลงบนโต๊ะ "ข้าไม่รู้ว่าใครวางไว้"

กล่องไม้สีเข้มที่ไม่มีตัวล็อค เปิดออกได้เลย

ข้างในมีสองสิ่ง

หนึ่ง กระดาษพับสี่เท่า เขียนด้วยลายมือที่คุ้นเคย

 "ข้าไม่ใช่ศัตรู ไม่ใช่มิตร แค่คนเดินผ่าน ค้างหนี้พวกท่านอยู่ สิ่งนี้อาจมีประโยชน์"

สอง กุ้ยหยูเล็กๆ สีเขียวอมเหลือง แกะสลักเป็นรูปใบไม้ มีรอยร้าวเก่าแก่หลายรอย

หลิงซางหยิบกุ้ยหยูนั้นขึ้นมาตรวจ

รู้สึกถึงบางสิ่งทันทีที่สัมผัส พลังงานที่บันทึกไว้ เหมือนหนังสือที่เขียนด้วยพลังงานแทนที่จะเป็นหมึก

เขาอ่านมันด้วยพลังของตัวเอง ผ่านฝ่ามือ

และสิ่งที่ได้ยินนั้น ทำให้เขานิ่งอยู่นานผิดปกติ

"อะไร" เซิ่นอวี๋ถาม

"บันทึก" หลิงซางพูดช้าๆ "บันทึกของใครบางคนที่รู้เรื่องอสูรผู้ลบมานานกว่าที่บิดาข้ารู้ มันเป็นบันทึกของ...คนที่เคยเผชิญกับมันในชาติก่อน"

"ชาติก่อน" เซิ่นอวี๋พูดซ้ำ

"บันทึกนี้พูดถึงวิธีสมบูรณ์ในการกำจัดร่องรอยที่เหลือค้างอยู่" หลิงซางพูด "วิธีที่บิดาข้าไม่มี"

ห้องเงียบ

"ผู้ส่งจดหมายที่ไม่มีชื่อ" หยูหลานพูด "เป็นคนเดียวกับผู้วางวงผนึกในหมู่บ้านนี้ไหม"

"ไม่" หลิงซางพูด "ลายมือต่างกัน พลังงานต่างกัน คนละคน"

"งั้นมีคนที่สาม" เซิ่นอวี๋พูด เสียงของนักสืบที่กำลังจัดเรียงข้อมูล "คนที่รู้เรื่องนี้ ต้องการให้เราได้ข้อมูลนี้ แต่ไม่ต้องการปรากฏตัว"

"และรู้ว่าพวกเราจะมาที่นี่" หยูหลานเสริม

"จดหมายที่ไม่มีผู้ส่ง" หลิงซางพูดเงียบๆ "ที่บอกว่า 'ในหมอกมีทางใหม่ ในทางมีคนใหม่' คนใหม่นั้นอาจไม่ได้หมายถึงคนในหมู่บ้าน แต่หมายถึงคนที่ส่งกล่องนี้มา"

ทั้งสามมองหน้ากัน

"เราต้องรู้ว่าเขาคือใคร" เซิ่นอวี๋พูด

"และเราจะรู้" หลิงซางพูด วางกุ้ยหยูเล็กๆ ลงในกล่อง "แต่ตอนนี้ ข้าต้องการนั่งอยู่เฉยๆ สักครู่"

เซิ่นอวี๋มองหน้าเขา รู้ทันทีว่าหมายความว่าอะไร

เขาลุกขึ้น ไปยืนที่ประตู

"หยูหลาน" เขาพูด "ช่วยข้าดูเรื่องที่พักสักครู่ได้ไหม"

หยูหลานมองเซิ่นอวี๋ มองหลิงซาง เข้าใจโดยไม่ต้องให้ใครอธิบาย

"ได้" เธอพูด ลุกขึ้นตาม

ประตูห้องปิดลง

ในห้องที่เหลือแค่สองคน

หลิงซางนั่งอยู่ที่โต๊ะ ไม่เขียนอะไร ไม่อ่านอะไร แค่นั่ง

เซิ่นอวี๋กลับเข้ามา นั่งลงข้างๆ เขา

ทั้งสองไม่พูดอะไรเป็นเวลานาน

ในความเงียบนั้น หลิงซางรู้สึกถึงบางสิ่งที่เขาเพิ่งเรียนรู้จากสามวันที่ผ่านมา รู้สึกถึงคุณค่าของการที่มีคนนั่งอยู่ด้วยในความเงียบ ไม่ต้องพูด ไม่ต้องทำอะไร แค่อยู่

"ขอบคุณ" เขาพูดในที่สุด เสียงเบามาก

"สำหรับอะไร"

"สำหรับการอยู่ที่นี่" หลิงซางพูด "และสำหรับการรู้ว่าตอนไหนต้องอยู่เฉยๆ"

เซิ่นอวี๋มองหน้าเขา ในดวงตาของเขามีบางสิ่งที่อ่อนโยนและเต็ม

"ท่านหมอสอนข้าว่าการฟังก็เป็นส่วนหนึ่งของการรักษา" เขาพูด "ข้าแค่ใช้สิ่งที่เรียนมา"

หลิงซางมองเขา มองในแสงเย็นของบ่ายที่กำลังเปลี่ยนเป็นค่ำ

จากนั้นก็ทำสิ่งที่เซิ่นอวี๋ไม่ได้คาด หลิงซางพิงหัวลงบนไหล่ของเซิ่นอวี๋ ช้าๆ เงียบๆ ราวกับกำลังทดสอบว่าสิ่งนั้นอนุญาตไหม

เซิ่นอวี๋ไม่ขยับ ไม่พูด แต่ไหล่ของเขาหย่อนลงเล็กน้อย รับน้ำหนักนั้น

ทั้งสองนั่งอยู่อย่างนั้นในความเงียบของบ้านในหมู่บ้านที่กำลังเริ่มหายใจอีกครั้ง

✨ก่อนออกเดินทางกลับ✨

วันที่ห้า รุ่งเช้า

หมู่บ้านจื้อฉวนดูต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด

ประตูบ้านหลายหลังเปิด มีเสียงคนพูดคุย มีกลิ่นอาหารเช้า มีเด็กๆ ที่ออกมาวิ่งเล่นในลานกว้าง

เว่ย ซงเหนียนยืนอยู่หน้าบ้าน มือถือถ้วยชาสองใบ สองใบ ไม่ใช่สี่ใบ

เมื่อเห็นหลิงซางเดินออกมา เขายื่นถ้วยหนึ่งให้

"ขอบคุณ ท่านหมออู๋" เขาพูด

"ท่านทำสิ่งที่ยากที่สุดเอง" หลิงซางพูด "ข้าแค่อยู่ที่นั่น"

"บางครั้งการมีคนอยู่ที่นั่นก็คือทุกสิ่ง" เว่ย ซงเหนียนพูด

หลิงซางรับถ้วยชา ดื่ม

"ท่านจะเป็นอย่างไรต่อไป" เขาถาม

"ข้าจะดูแลทุ่งนา" เว่ย ซงเหนียนพูด มองออกไปที่ทุ่งข้าวที่เขียวอยู่ด้านหลัง "หลิงจูชอบข้าวต้มในตอนเช้า ข้าจะทำมันต่อไป แต่ทำแค่หนึ่งถ้วย แล้วก็กินเอง" เขาหยุด "และข้าจะวางถ้วยว่างไว้ข้างๆ บางวัน ไม่ใช่เพราะลืม แต่เพราะยังคิดถึง มีความแตกต่างระหว่างสองอย่างนั้น"

"มีความแตกต่าง" หลิงซางยืนยัน

เซิ่นอวี๋ออกมาหลังจากนั้นไม่นาน ตามด้วยหยูหลาน

ม้าสามตัวถูกนำออกมาเตรียมพร้อม

ก่อนขึ้นม้า เว่ย ซงเหนียนจับแขนเซิ่นอวี๋เบาๆ

"ท่านเซิ่น" เขาพูด "สิ่งที่ท่านทำให้ข้า การเป็นสะพาน ท่านทำมาคนเดียวนานแค่ไหนแล้ว"

เซิ่นอวี๋มองเขา

"นาน" เขาตอบสั้น

"เหนื่อย"

"เป็นบางครั้ง"

"ดีที่ท่านมีท่านหมออู๋" เว่ย ซงเหนียนพูด มองไปที่หลิงซางที่กำลังตรวจดูที่อานม้า "ข้ามองออกว่าเขาสำคัญแค่ไหนสำหรับท่าน และท่านสำคัญแค่ไหนสำหรับเขา แม้ว่าทั้งสองจะพยายามซ่อนไว้"

"ข้าไม่ได้ซ่อน" เซิ่นอวี๋พูด

"ท่านหมออู๋ซ่อนอยู่บ้าง" เว่ย ซงเหนียนยิ้ม "แต่ข้ามองออก คนที่อยู่ด้วยกันมาสิบปีย่อมรู้ว่าจะมองหาอะไร"

เซิ่นอวี๋หัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่จริงและสบาย

"ข้าจะจำคำท่านไว้" เขาพูด

พวกเขาออกเดินทางเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นสูง

คนในหมู่บ้านออกมาส่งที่ขอบหมู่บ้าน มีดอกไม้ มีขนม มีการขอบคุณที่ออกมาจากใจจริงในแบบที่ไม่ต้องประดับด้วยคำสวยหรู

เว่ย ซงเหนียนยืนส่งนานที่สุด


♥️สิ่งที่หมู่บ้านสอน ♥️

"ความโศกเศร้าไม่ใช่ศัตรู มันคือหลักฐานว่าเราเคยรัก และการรักนั้น คุ้มค่ากับทุกความเจ็บปวดที่ตามมา

แต่ความโศกเศร้าก็ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่ที่ที่เราควรอยู่ตลอดไป มันคือสถานีที่เราแวะพัก ก่อนที่จะเดินต่อไปพร้อมกับสิ่งที่เรียนรู้

และสิ่งที่เรียนรู้จากหมู่บ้านที่เวลาหยุดนิ่งนั้น คือว่าคนตายไม่ต้องการให้คนเป็นหยุดอยู่กับที่ พวกเขาต้องการให้เราใช้ชีวิตต่อ ด้วยชีวิตที่ดีพอที่จะบอกได้ว่า เราเรียนรู้จากการมีพวกเขาอยู่"

♥️ "ผ่านพันคลื่นมาก็ยังไม่ใช่ จนได้พบกันในแสงเย็นยามบ่าย น้ำยังไหลอยู่นั่น แต่หัวใจได้จอดแล้ว ณ ที่นี้" ♥️

..สุสาส์นราคะ...