เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) - 13 ฤดูใบไม้ผลิที่มาช้าคือฤดูที่ดอกไม้บานนานที่สุด โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ

รายละเอียด

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

....หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) ...

°•. มายาน้ำค้างในม่านหมอก แด่เธอผู้เป็นที่รัก สุดแสน ประจักษ์ นับอนันต์. •°

เกริ่นนำ 

เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา (ศิศิระ) ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ ฉางอันเมืองที่หมอกปกคลุมในรุ่งสาง

อู๋ หลิงซาง คือหมอที่คนทั้งเมืองพูดถึงด้วยความเคารพและหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน มือของเขารักษาได้ทุกโรค แต่ใจของเขาไม่รู้จักรับ เขาเติบโตมาในโลกที่หมอต้องแข็งแกร่ง ต้องให้โดยไม่ต้องการรับ ต้องรักษาโดยไม่ต้องการการรักษากลับ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนเดินเข้ามาพร้อมบาดแผลที่รักษาไม่หายสักที

เย่ เซิ่นอวี๋ คือนักสืบลับที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นโจร เขายิ้มให้โลกทั้งใบ แต่ไม่เคยยิ้มให้ตัวเอง เพราะรู้ดีว่าโลกนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มีแค่หมอเย็นชาคนหนึ่งที่เห็นสิ่งที่แท้จริงอยู่ข้างใน และนั่นอันตรายกว่าดาบที่เขาพกติดตัวมาก

“หมอที่รักษาทุกอย่างได้ เว้นแต่หัวใจตัวเอง นักสืบที่รู้ทุกอย่างได้ เว้นแต่ว่าตัวเองก็คือคนสำคัญ

ชาแก้วหนึ่งในตอนเช้า สวนสมุนไพรที่ดูแลด้วยกัน บาดแผลที่กลับมาให้รักษาเสมอ และความเงียบที่รู้ว่าหมายถึงอะไร

บางครั้งความรักไม่ได้ดังก้อง มันแค่อยู่ที่นั่น ทุกวัน จนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยที่ไม่รู้ตัว”

""สองวิญญาณ ทุกชาติร้อยสร้อยสายหนึ่ง ทุกชาติลูกปัดมีสีต่างกัน แต่วิธีร้อยเหมือนกัน คือทีละเม็ด ช้าๆ 

รู้จักจังหวะของกันและกัน สร้อยนั้น คือกันและกันในทุกชาติ""

..สุสาส์นราคะ..

 

มีรายตอนทั้งหมด 61 ตอน (ติดเหรียญตอนที่22)

EBOOK [ [ (<พิเศษท้ายตอนทุกตอน>) ] ]: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา44% 07.07-09.09)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1NTU2NiI7fQ

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

 

สารบัญ

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-1 หิมะไม่รู้จักไออุ่นจนกว่าจะละลาย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-2 รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-3 คดีที่ไม่มีศพปรากฏ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-4 ตำราสูตรพิษตระกูลอู๋,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-5 หมอกแห่งเว่ยหยางจะเล่าความจริง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-6 ตำนานเก่าแก่เรื่องเจ้าหญิงในชุดสีขาว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-7 ความลับที่ตกทอดในตระกูลอู๋ ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-8 งานเลี้ยงที่ไม่มีแสงเทียนส่องถึงกัน ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-9 แสงอาทิตย์กล้ากลางฤดูเหมันต์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-10 การสนทนากับสิ่งที่อยู่ระหว่างสองโลก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-11 บันทึกของอู๋เจิ้งหยวน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-12 สายใยระหว่างผู้เยียวยาและผู้ผนึก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-13 ฤดูใบไม้ผลิที่มาช้าคือฤดูที่ดอกไม้บานนานที่สุด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-14 บทที่14 ดอกไม้ที่บานหลังพายุพัดผ่าน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-15 วิญญาณจำวันแห่งความสุขได้ชัดกว่าวันแห่งความตาย ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-16 จิตวิญญาณที่จมในความเจ็บปวด ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-17 กระจกที่เห็นทุกชาติแต่ไม่มีตัวเองอยู่ในนั้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-18 กุ้ยหยูหน้าประตูในคืนไม่มีดวงจันทร์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-19 ชีวิตธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเริ่มต้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-20 ทีละคำ ทีละวัน คือวิธีที่ภาษาของรักสร้างขึ้นมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-21 การเดินทางที่ไม่มีแผนที่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-22 หมอกยามเช้ารู้ว่าจะจางเมื่อแสงมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-23 ลูกปัดเม็ดสุดท้ายทำให้สายสมบูรณ์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-24 ลูกปัดทีละเม็ดคือวิธีที่สิ่งงดงามที่สุดสร้างขึ้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-25 บ้านคือที่ที่ใจกลับมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-25 น้ำค้างและโคมที่ไม่ดับ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-27 ชายที่สะสมแสงแต่รักในความมืด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-28 แสงที่งดงามที่สุดคือแสงที่เลือกให้ ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-29 สิ่งที่งดงามที่สุดในโลกไม่มีชื่อเรียก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-30 ความสุขที่ไม่มีชื่อคือความสุขที่ยิ่งใหญ่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-31 เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนบางสิ่งก็เปลี่ยน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-32 ใบไม้ที่งามที่สุดคือใบที่รู้ว่าตัวเองงาม,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-33 เมืองในฝัน(เมฆซ่อนเร้น),หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-34 น้ำพุใสสะอาดในเมืองที่ไร้ฝน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-35 เมืองที่ไม่มีในแผนที่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-366 วิธีทำลายสิ่งที่ไม่ตาย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-37 ความเหนื่อยล้าสอนสิ่งที่ตำราไม่มี,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-38 หมอเป็นคนไข้ที่แย่ที่สุดของตัวเอง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-39 เหมืองที่ห้าร้อยปีไม่มีแสง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-40 ห้าร้อยปีจบลงด้วยสิ่งที่มีมาเพียงชั่วเวลา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-41 การเดินทางพันลี้สิ้นสุดลง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-42 สิ่งที่กลับมาหาไม่ใช่สถานที่แต่คือคน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-43 สิ่งที่ทะเลเอื้อนเอ่ยจากความเงียบ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-44 ทะเลจำทุกชีวิตที่จมลงและรอหลายร้อยปี,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-45 หิมะแรกโปรยปราย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-46 หิมะตกเงียบย้อมโลกกลายเป็นสีขาว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-47 สิ่งที่หิมะเก็บงำไว้,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-48 หมอกในเช้าวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-49 เภทภัยในพระราชวังหลวง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-50 อากาศที่บางเกินไป,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-51 การลืมนั้นเองคือสิ่งที่ดีที่สุด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-52 หลักฐานว่าความดีนั้นเป็นของจริง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-53 เวลาที่ถูกต้องสำหรับคำบางคำ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-54 คำที่พูดได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-55 ม่านหมอกที่บางลงในใจ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-56 หมอที่รักษาทุกโรคยกเว้นโรคที่ตัวเองเป็น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-57 วันที่หมอกลายเป็นคนไข้,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-58 น้ำค้างบนหน้าต่างห้องพักฟื้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-59 มายาน้ำค้างในม่านหมอก ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-60 The ILLusion of Shishirah

เนื้อหา

13 ฤดูใบไม้ผลิที่มาช้าคือฤดูที่ดอกไม้บานนานที่สุด

"พายุชะล้างสิ่งมากมายไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชะล้างไม่ได้ คือรอยเท้าที่ก้าวในที่ที่ยากที่สุด นั่นคือ ก้าวที่ยังคงเดินเข้าหาคนที่รัก"

ดอกไม้ที่บานในกิ่งที่ยังหนาว และ ฤดูใบไม้ผลินั้นไม่ได้มาพร้อมกัน

มันบานทีละดอก ทีละดอก บางกิ่งยังรอความหนาวผ่านไป บางกิ่งบานแล้ว

ดอกไม้ที่บานก่อน ไม่ใช่เพราะมันไม่กลัวความหนาว

แต่เพราะมันรอไม่ได้ เพราะในตัวมันมีบางอย่างที่แฝงไปด้วยความหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าความหนาว

สิ่งที่ใหญ่กว่านั้น ทำให้ตัวมันเองในเวลาที่ไม่ถูกต้อง กลับกล้าทำในสิ่งที่จิตวิญญาณเชื่อว่าถูกต้อง

ความรักคือสิ่งนั้น ความรักไม่เคยรอให้เวลาพร้อมค่อยปรากฏ ความรักปรากฏเมื่อมันพร้อม  ไม่ว่าข้างนอกจะเป็นพายุที่โหมกระหน่ำในฤดูหนาวหรือความสงบผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ


☽ อารัมภบท สิ่งที่เหลืออยู่หลังจากพายุ ☽

มีบางสิ่งที่ อู๋หลิงซาง สังเกตเห็นในวันที่สองหลังจากทุกอย่างจบลง

มันเป็นสิ่งเล็กมาก เล็กจนคนอื่นอาจมองว่าไม่มีนัยสำคัญ

แต่เขาเป็นหมอ และหมอรู้ว่าสิ่งเล็กๆ บางอย่างนั้นสำคัญกว่าอาการใหญ่โตที่แสดงออกมา

สิ่งนั้นคือ เมื่อเขาวางมือบนข้อมือซ้ายของ เซิ่นอวี๋ เพื่อตรวจรอยแผลเป็นที่ยังอุ่นอยู่หลังการต่อสู้ เขารู้สึกถึงบางสิ่งที่ปกติไม่มีอยู่ที่นั่น

ไม่ใช่พิษ ไม่ใช่บาดแผล ไม่ใช่สิ่งที่ตำราแพทย์ทุกเล่มที่เขาอ่านมาอธิบายได้

มันเป็นบางสิ่งที่เย็นกว่าอุณหภูมิโดยรอบ ลึกกว่าผิวหนัง และเคลื่อนไหวช้าๆ ในแบบที่บอกว่ามันไม่ได้อยู่ที่นั่นนานนัก

แต่ก็ไม่ได้จะไปในเร็วๆ นี้

เขาไม่พูดถึงมัน

ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเขาต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนที่จะพูดอะไรที่ทำให้เซิ่นอวี๋กังวล

แต่เขาเก็บมันไว้ในความทรงจำ บันทึกไว้ในส่วนที่เขาเก็บสิ่งสำคัญที่สุดไว้เสมอ

☁ สามวันหลังจากนั้น และชีวิตที่ดูเหมือนปกติ ☁

โรงหมอตระกูลอู๋ สามวันหลังจากการต่อสู้

ฉางอันในเช้าวันธรรมดา

ตลาดเช้าคึกคัก เสียงพ่อค้าแม่ค้า กลิ่นอาหารเช้า แสงแดดยามเช้าที่ยังอ่อนอยู่ตกลงบนหลังคาบ้านแถวริมถนน

โรงหมอตระกูลอู๋เปิดตามปกติ

คนไข้แถวยาวในตอนเช้า ทุกคนมีอาการที่อธิบายได้และรักษาได้ ไม่มีพิษลึกลับ ไม่มีวิญญาณหลงทาง ไม่มีอสูรในร่างมนุษย์

หลิงซางรักษาคนไข้ตามปกติ เงียบ ตรงประเด็น มือที่รักษาไม่เคยลังเล

แต่ระหว่างคนไข้แต่ละราย เขาจะสแกนห้องโดยไม่รู้ตัว มองไปยังประตูบ้านที่แง้มไว้เพื่อให้ลมผ่าน มองไปยังลานด้านหลังที่เห็นได้ลางๆ ผ่านหน้าต่าง

รู้ว่ากำลังมองหาใคร ไม่รู้ว่าจะบอกตัวเองว่าอย่างไร

เย่เซิ่นอวี๋กลับมาบ่ายวันแรกพร้อมกับขนมจีบสิบสองลูกและรายงานจากตัวหมิงว่าขุนนางเว่ยในคุกฟื้นขึ้นมาแล้วแต่จำอะไรไม่ได้ในช่วงสองปีที่ผ่านมา

"ตื่นขึ้นมาราวกับหลับไปสองปีแล้วตื่น" เซิ่นอวี๋บอก วางขนมจีบลงบนโต๊ะตรวจ ซึ่งทำให้หลิงซางขมวดคิ้ว "จำเรื่องที่ทำไว้ไม่ได้แม้แต่น้อย"

"พลังที่ลบความทรงจำ" หลิงซางพูด ย้ายขนมจีบไปวางที่ขอบโต๊ะให้ห่างจากอุปกรณ์การแพทย์ "มันล้างออกทุกสิ่งที่มันสร้างขึ้น ทั้งดีและไม่ดี"

"เขาจะถูกดำเนินคดีสำหรับสิ่งที่จำไม่ได้ได้ไหม"

"ยุติธรรมหรือเปล่า ข้าไม่ตัดสิน" หลิงซางพูด "แต่หลักฐานยังอยู่ และคนที่ได้รับผลกระทบยังจำได้ ราชสำนักจะตัดสิน"

เซิ่นอวี๋พยักหน้า หยิบขนมจีบลูกหนึ่งขึ้นมากิน มองหลิงซางที่กลับไปเขียนบันทึก

"ท่านหมอ"

"อะไร"

"กินข้าวเช้าแล้วหรือยัง"

หลิงซางหยุดเขียน คิดสักครู่

"ยัง"

เซิ่นอวี๋วางขนมจีบอีกลูกไว้ข้างๆ สมุดบันทึกโดยไม่พูดอะไรเพิ่ม

หลิงซางมองขนมจีบนั้น จากนั้นมองเซิ่นอวี๋ที่กำลังหันไปดูบางอย่างข้างหน้าต่างอย่างสงบ

เขาคิดในใจ

"คนนี้"

แล้วก็หยิบขนมจีบขึ้นมากินโดยไม่พูดอะไร

หยูหลานหายเป็นปกติหลังจากพักวันเดียว ไม่มีผลกระทบจากสิ่งที่เข้ามาในร่างของเธอ อสูรนั้นอยู่ในเธอไม่นานพอที่จะทิ้งรอยไว้

เธอบอกว่าจำเพียงว่าเดินไปที่ห้องครัวตามปกติ แล้วก็ไม่มีความทรงจำอีกเลยจนกว่าจะตื่นขึ้นมาในห้องนอนของตัวเอง

"น่ากลัวไหม" เซิ่นอวี๋ถามเธอตรงๆ ในระหว่างที่ทั้งสามนั่งกินข้าวเย็นด้วยกัน

"น่ากลัวตอนที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" หยูหลานตอบ "แต่ตอนที่เกิดขึ้นจริงๆ ข้าไม่รู้เลย เหมือนหลับสนิทแล้วก็ตื่นขึ้นมา"

"ดีแล้ว" หลิงซางพูด

"ดีแล้วในความหมายที่ว่าข้าไม่ทรมาน หรือดีแล้วในความหมายที่ว่าไม่ต้องกังวลเพิ่ม?" หยูหลานถามแหลม

"ทั้งสองอย่าง" หลิงซางพูด

หยูหลานมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็มองเซิ่นอวี๋ แล้วก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบแต่มีอะไรซ่อนอยู่—

"ท่านซาง ท่านเซิ่น"

"อะไร"

"ข้าดีใจที่ทั้งสองคนมีกันและกัน" เธอพูดตรงๆ โดยไม่อ้อม "ข้าพูดในฐานะคนที่รู้จักท่านซางมาตลอดชีวิต และในฐานะคนที่เห็นท่านเซิ่นเปลี่ยนไปตั้งแต่พบท่านซาง ข้าแค่อยากให้รู้ว่าข้าเห็น และข้าคิดว่ามันดี"

ความเงียบสั้นๆ ตกลงมาบนโต๊ะอาหาร

หลิงซางกินข้าวต่อโดยไม่แสดงอาการ แต่หยูหลานเห็นว่าหูของเขาแดงขึ้นเล็กน้อย

เซิ่นอวี๋ยิ้ม รอยยิ้มที่ถึงตาและไม่ได้ซ่อนอะไร แล้วพูดว่า "ขอบคุณ หยูหลาน"

🌿สิ่งที่หลิงซางไม่บอก🌿

วันที่สี่

หลิงซางตื่นขึ้นกลางดึก

ไม่ใช่ฝันร้าย ไม่ใช่เสียงดัง แต่เป็นความรู้สึกบางอย่างที่ดึงสติสัมปชัญญะของเขาขึ้นมาจากการหลับ ราวกับมีอะไรบางสิ่งในห้องที่ต้องการให้เขารู้สึกตัว

เขานั่งขึ้น มองรอบห้อง

เงียบ ปกติ แสงดาวลอดผ่านหน้าต่าง

แต่มือของเขาเอื้อมไปหยิบกุ้ยหยูดอกหิมะโดยอัตโนมัติ

และเมื่อสัมผัสมัน

รู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ควรมี

ความเย็นเดิมที่เขาสังเกตเห็นในข้อมือของเซิ่นอวี๋ มันอยู่ในกุ้ยหยูด้วยเดี๋ยวนี้ จางมาก แทบไม่รู้สึก แต่มีอยู่

หลิงซางลุกขึ้นเงียบๆ หยิบโคมเล็กๆ จุดขึ้น เดินไปที่ห้องสมุดส่วนตัว ห้องเล็กๆ ที่เขาเก็บตำราที่อ่านบ่อยที่สุด

เขาดึงตำราเล่มหนึ่งออกมา เล่มที่เขาไม่ได้เปิดมาหลายปี ตำราที่พูดถึงร่องรอยของพลังงานต่างๆ ที่อาจหลงเหลือไว้หลังการต่อสู้

เปิดอ่านในแสงโคม มือพลิกหน้าอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ดวงตาที่ปกติเรียบสงบมีความตั้งใจเพิ่มขึ้น

หน้าที่เจ็ดสิบสอง

"หลังจากอสูรถูกขับออกไป ลมหายใจของมันอาจค้างอยู่ในร่างของผู้ที่เผชิญมัน เหมือนไฟที่ดับแล้วแต่ยังมีถ่านเรืองอยู่ ไม่สว่าง ไม่รุนแรง แต่ถ้าไม่ชำระให้สะอาด ในที่สุดจะกลายเป็นอันตรายใหญ่"

หลิงซางอ่านหน้านั้นสองรอบ สามรอบ จนทุกตัวอักษรชัดเจนในความคิด

จากนั้นก็พลิกต่อไปหาวิธีชำระ

วิธีนั้นมีอยู่ แต่ต้องการสิ่งหนึ่งที่เขาไม่มีคนเดียว

ต้องการให้คนที่มีร่องรอยนั้นรู้ว่าตัวเองมีมัน และยอมให้ชำระโดยสมัครใจ

เพราะร่องรอยของอสูรนั้นฉลาด มันซ่อนตัวลึกกว่าเมื่อรู้ว่าถูกตามหา แต่จะผุดขึ้นมาเมื่อเจ้าของร่างผ่อนคลายและเปิดใจ

ต้องบอก หลิงซางคิด

แต่ต้องบอกอย่างไร

🌊เช้าที่หลิงซางพูดยาก🌊

เช้าวันที่ห้า

เซิ่นอวี๋กำลังนั่งอยู่ที่ลานหน้าโรงหมอ ถือถ้วยชาและอ่านจดหมายที่ตัวหมิงส่งมา เมื่อได้ยินก้าวเท้าของหลิงซางออกมาก็ไม่หัน

"ชาอยู่บนโต๊ะ" เขาพูด

"รู้" หลิงซางนั่งลงข้างๆ เขา ไม่ไปหยิบชา

เซิ่นอวี๋สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น วางจดหมายลง

"อะไร" เขาถาม

"มีเรื่องที่ต้องพูด" หลิงซางพูดตรงๆ

"พูดได้"

หลิงซางมองออกไปที่ถนนข้างหน้าโรงหมอ คนเดินไปมาตามปกติ ชีวิตของฉางอันที่ยังดำเนินต่อไปไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

"หลังจากการต่อสู้วันนั้น" เขาเริ่ม เสียงที่เรียบแต่ระมัดระวัง "ข้าตรวจข้อมือท่านและรู้สึกบางสิ่ง ข้าไม่พูดในตอนนั้นเพราะต้องการข้อมูลก่อน"

เซิ่นอวี๋มองหน้าเขา รอ

"อสูรนั้นทิ้งร่องรอยไว้ในตัวท่าน" หลิงซางพูด เสียงชัดเจนและตรงไปตรงมาในแบบที่เขาพูดเรื่องสำคัญทุกเรื่อง "ข้าอ่านตำราแล้ว มันไม่อันตรายในทันที แต่ถ้าทิ้งไว้นาน อาจกลายเป็นปัญหาได้"

เซิ่นอวี๋ไม่แสดงอาการตกใจ ไม่แสดงอาการกังวล เพียงแต่นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

"แล้วทำยังไงได้" เขาถาม

"ชำระออก" หลิงซางตอบ "ด้วยพลังของข้า แต่ต้องการความร่วมมือจากท่าน มันจะไม่สำเร็จถ้าท่านต้านหรือไม่เต็มใจ"

"ข้าเต็มใจ" เซิ่นอวี๋พูดทันที

"ท่านไม่ต้องการเวลาคิด"

"ท่านหมอบอกว่าต้องการความร่วมมือ ข้าให้ความร่วมมือ" เซิ่นอวี๋พูดเรียบๆ "ต้องใช้เวลาคิดอะไรมากนักหรือ"

หลิงซางมองหน้าเขา

"บางคนจะกังวลเรื่องกระบวนการ"

"ข้าไว้ใจท่านหมอ" เซิ่นอวี๋พูด เสียงเรียบและชัดเจน "เรียบง่ายแค่นั้น ข้าไว้ใจท่านหมอ"

หลิงซางนิ่งอยู่กับคำนั้น

บางสิ่งในอกของเขาอุ่นขึ้นเล็กน้อยในแบบที่เขายังไม่ชินกับมัน

"วันนี้เย็นได้ไหม" เขาถาม

"ได้"

🌙กระบวนการชำระและสิ่งที่หลิงซางเห็น 🌙

โรงหมอ ห้องรักษาส่วนตัว ค่ำ

ห้องรักษาส่วนตัวของหลิงซางที่อยู่ด้านในสุดของโรงหมอนั้นเงียบกว่าห้องอื่น ผนังหนา หน้าต่างมีผ้าม่านปิดสนิท เทียนสี่เล่มที่มุมทั้งสี่ของห้อง

หลิงซางได้เตรียมสมุนไพรบางชนิดไว้ในชาม ไม่ใช่เพื่อดื่ม แต่เพื่อเผา กลิ่นควันที่ลอยขึ้นนั้นเบาและสะอาด ช่วยให้พลังงานในห้องสงบและเอื้อต่อการทำงานที่ละเอียด

เซิ่นอวี๋นั่งอยู่บนเบาะที่ตรงกลางห้อง ไขว้ขาบ้างหลังตั้งตรง มือวางบนเข่า ดาบ หยินซา ถูกวางไว้ที่ขอบห้อง

"ต้องทำอะไรบ้าง" เขาถาม

"แค่นั่งนิ่ง" หลิงซางพูด เดินมาคุกเข่าลงตรงหน้าเขา "และผ่อนคลาย อย่าพยายามควบคุมอะไร อย่าพยายามต้าน ปล่อยให้ข้าทำ"

"ผ่อนคลาย" เซิ่นอวี๋ทวน "ทำได้"

"และอย่าพูดนอกจากจำเป็น"

"ข้าเงียบได้นาน"

"ข้ารู้" หลิงซางพูด มุมปากขยับขึ้นเล็กน้อย

เซิ่นอวี๋เห็นรอยยิ้มนั้น เล็กมาก แทบมองไม่เห็น แต่เห็น และรู้สึกถึงบางสิ่งที่อบอุ่นกว่าความอบอุ่นในห้องนั้น

หลิงซางยื่นมือออกไป

"ข้อมือซ้าย"

เซิ่นอวี๋วางข้อมือซ้ายลงบนมือที่รอรับ มือของหลิงซางปิดลงเบาๆ รอบข้อมือนั้น

กุ้ยหยูดอกหิมะเรืองแสงขึ้น แสงสีขาวไหลออกมาจากฝ่ามือของหลิงซางช้าๆ เหมือนน้ำที่ซึมผ่านดิน ไม่เร็ว ไม่รุนแรง แต่สม่ำเสมอและตั้งใจ

เซิ่นอวี๋รู้สึกถึงความเย็นเบาๆ ที่ไหลเข้ามาตามรอยแผลเป็น ไม่ใช่ความเย็นที่ทำให้เจ็บ แต่เป็นความเย็นที่สะอาด ราวกับน้ำพุสดที่ไหลผ่านหินที่ร้อน

เสียงของหลิงซางเบาลงจนเกือบเป็นแค่เสียงหายใจ

"ผ่อนคลาย"

เซิ่นอวี๋หลับตา

สิบนาทีแรกผ่านไปในความเงียบ

หลิงซางทำงานอย่างระมัดระวัง ส่งพลังออกไปเบาๆ ตามรอยแผลเป็น ตามเส้นทางที่พลังผนึกของเซิ่นอวี๋ไหลผ่าน และในทุกจุดที่เขาสัมผัสถึง

เขาเห็น

ไม่ใช่ภาพที่ดวงตาเห็น แต่เป็นภาพที่พลังของเขาอ่านขึ้นมา ราวกับตำราที่เขียนด้วยพลังงาน

เขาเห็นร่องรอยของอสูรที่ซ่อนอยู่ลึก เล็ก เย็น เงียบ รอเวลา

แต่ข้างๆ ร่องรอยนั้น เขาเห็นสิ่งอื่นด้วย

ภาพที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะเห็น แต่เมื่อพลังของเขาสัมผัสกับพลังของเซิ่นอวี๋โดยตรง ภาพมันก็ไหลออกมาเอง

เขาเห็นเซิ่นอวี๋

ไม่ใช่เซิ่นอวี๋วันนี้ แต่เป็นภาพที่ลึกกว่า ความทรงจำที่ฝังอยู่ในพลังงานของรอยแผลเป็น

เด็กชายวัยเจ็ดขวบที่นั่งอยู่คนเดียวในตลาดชายแดน มือซ้ายแนบอยู่กับอกมีรอยเลือดซึมผ่านผ้าที่พันไว้หยาบๆ ตาที่มองไปรอบๆ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความอยากรู้ที่เด็กชายที่โตมาคนเดียวมักมี

เด็กชายอีกคนเดินมา ผมมัดเรียบ มีกล่องยาเล็กๆ ที่เกินขนาดสำหรับเด็กอายุเจ็ดขวบ ลูกชายของหมอที่ติดตามพ่อมาเดินทาง

หลิงซางเห็นตัวเองในอดีต

เห็นตัวเองเดินเข้าไปหาเด็กชายที่มีรอยเลือดซึม ฉีกชายเสื้อออกมาพันแผลให้ ไม่ได้คิดมาก เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำ

และก่อนที่พ่อของเขาจะมาดึงตัวไป เขาได้บอกกับเด็กชายนั้นว่า

"สักวันถ้าเจ็บอีก มาหาข้าได้"

แล้วภาพนั้นก็เปลี่ยนไป

เขาเห็นเซิ่นอวี๋โตขึ้นในภาพต่างๆ ที่ไหลผ่านมาอย่างรวดเร็ว เซิ่นอวี๋อายุสิบสองที่วิ่งหนีเจ้าหน้าที่ มือซ้ายแนบอยู่กับอกในแบบเดิม เซิ่นอวี๋อายุสิบห้าที่ก้าวออกจากเว่ยหยางพร้อมกับถุงผ้าใบเล็ก มือซ้ายที่ยังมีรอยแผลเป็นที่ไม่เคยหายไป

และในทุกภาพที่ผ่านมา เซิ่นอวี๋อยู่คนเดียว ไม่มีใครพันแผลให้ ไม่มีใครถามว่าเจ็บไหม

จนกระทั่งคืนหนึ่งที่มีคนหามร่างที่หมดสติของเขามาส่งที่โรงหมอตระกูลอู๋

หลิงซางกลับสู่ปัจจุบัน

มือของเขายังจับข้อมือของเซิ่นอวี๋อยู่ แสงสีขาวยังเรืองอยู่ แต่มือของเขาเกร็งขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

เขาผ่อนลมหายใจออก คลายมือเล็กน้อย กลับมาโฟกัสที่งาน

ร่องรอยของอสูร ค้นหา สัมผัส กำหนดขอบเขต และค่อยๆ ดึงออกมา

กระบวนการนี้ใช้เวลาอีกครึ่งชั่วยาม

และในตลอดครึ่งชั่วยามนั้น เซิ่นอวี๋นั่งนิ่งสนิทในแบบที่ไม่มีคนทั่วไปทำได้ ไม่ขยับ ไม่งอแง ไม่ถาม เชื่อใจอย่างสมบูรณ์แบบ

เมื่อเสร็จ หลิงซางถอนมือออก

ในฝ่ามือของเขามีบางสิ่งที่ไม่มีรูปร่าง แค่ความเย็นที่รวมตัวกัน ซึ่งเขาปิดฝ่ามือทับกันและบีบจนมันสลายไปในแสงสีขาว

เซิ่นอวี๋ลืมตาขึ้น

"เสร็จแล้ว?"

"เสร็จ" หลิงซางพูด เสียงเหนื่อยเล็กน้อย เหนื่อยแบบที่เขาเหนื่อยหลังรักษาคดีหนัก ไม่ใช่เหนื่อยแบบที่เป็นอันตราย

เซิ่นอวี๋มองหน้าเขา

"ท่านหมอเห็นอะไรไหม ระหว่างทำ"

หลิงซางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

"เห็น"

"อะไร"

"เห็นตลาดชายแดน" หลิงซางพูดช้าๆ "เห็นเด็กชายสองคน"

เซิ่นอวี๋นิ่ง

"ท่านหมอจำได้" เขาพูด เสียงที่ไม่ใช่คำถาม

"ข้าจำได้มาตลอด" หลิงซางพูด "แค่ไม่รู้ว่าจำถูกคนหรือเปล่า จนกว่าจะได้เห็นรอยแผลเป็นของท่าน"

เซิ่นอวี๋มองมือซ้ายของตัวเอง มองรอยแผลเป็นที่ยังอยู่ที่นั่นเสมอ

"ข้าจำได้ด้วย" เขาพูดเบามาก "จำมือเย็น จำผ้าที่ฉีกออกมา จำที่เขาบอกว่าถ้าเจ็บอีกให้ไปหา"

"ท่านมา" หลิงซางพูด

"ข้ามา" เซิ่นอวี๋ยืนยัน "สิบสองปีต่อมา แต่ข้ามา"

ความเงียบที่ตามมานั้นไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ทั้งสองคนรู้สึกและไม่จำเป็นต้องพูดออกมาทั้งหมด

หลิงซางยังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเซิ่นอวี๋ ระยะห่างระหว่างสองคนนั้นใกล้กว่าปกติ

"เซิ่นอวี๋"

"อะไร"

"สิบสองปี" หลิงซางพูด เสียงที่ต่ำกว่าปกติ "เจ้าอยู่คนเดียวมาสิบสองปี"

"ข้าชิน"

"ข้ารู้" หลิงซางพูด "แต่ข้าไม่อยากให้ท่านชินอยู่กับมันต่อไป"

เซิ่นอวี๋มองหน้าเขา มองนานพอที่จะเห็นทุกสิ่งที่คำพูดนั้นหมายถึง

"ท่านหมอพูดตรงขึ้นทุกวัน" เขาพูด

"ข้าเรียนรู้จากท่าน" หลิงซางตอบ "ท่านพูดว่าถ้ารู้สึกบางสิ่งก็ควรพูดก่อนที่จะสายเกินไป"

"ข้าพูดแบบนั้น"

"ดังนั้นข้าจึงพูดว่า—" หลิงซางหยุดเพียงครู่ "ข้าไม่อยากให้ท่านอยู่คนเดียวอีกต่อไป ถ้าท่านยินดี"

ความเงียบ

จากนั้นเซิ่นอวี๋ก็ยื่นมือออกมา วางบนแก้มของหลิงซาง ท่าทางที่ช้าและตั้งใจ

 เขาพูดเบาๆ

"ข้ายินดี"

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

♥️ดอกที่บานในที่ที่ไม่มีใครคาดหวัง♥️

"ดอกแรกหลังพายุ บานในที่ที่ทั้งสองไม่ได้คาดหวัง

ไม่ใช่บนดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด แต่ในที่ที่ถูกชะล้างมากที่สุด ดินในที่นั้น ทุกสิ่งส่วนเกินหมดไปแล้ว เหลือแค่สิ่งที่พื้นฐานที่สุด

และสิ่งที่พื้นฐานที่สุดนั้น คือสิ่งที่ดอกไม้ต้องการมากที่สุด

พวกเขามองดอกนั้น แล้วมองกันและกัน แล้วก็รู้สิ่งหนึ่ง

พายุนั้น ไม่ได้มาทำลายพวกเขา แต่มาชะล้างสิ่งที่ ทำให้พวกเขามองไม่เห็นกัน

ชะล้างเสร็จแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าวันนี้"

♥️"เจ้าถามว่าข้ารักมานานแค่ไหน ข้าบอกว่าไม่รู้ เพราะข้าหาจุดเริ่มต้นไม่เจอ ข้าพบแค่สิ่งเดียว ไม่ว่าข้าจะนับย้อนกลับจากไหน เจ้าอยู่ที่นั่นแล้วทั้งนั้น"♥️

..สุสาส์นราคะ...