เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) - 11 บันทึกของอู๋เจิ้งหยวน โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ

รายละเอียด

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

....หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) ...

°•. มายาน้ำค้างในม่านหมอก แด่เธอผู้เป็นที่รัก สุดแสน ประจักษ์ นับอนันต์. •°

เกริ่นนำ 

เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา (ศิศิระ) ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ ฉางอันเมืองที่หมอกปกคลุมในรุ่งสาง

อู๋ หลิงซาง คือหมอที่คนทั้งเมืองพูดถึงด้วยความเคารพและหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน มือของเขารักษาได้ทุกโรค แต่ใจของเขาไม่รู้จักรับ เขาเติบโตมาในโลกที่หมอต้องแข็งแกร่ง ต้องให้โดยไม่ต้องการรับ ต้องรักษาโดยไม่ต้องการการรักษากลับ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนเดินเข้ามาพร้อมบาดแผลที่รักษาไม่หายสักที

เย่ เซิ่นอวี๋ คือนักสืบลับที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นโจร เขายิ้มให้โลกทั้งใบ แต่ไม่เคยยิ้มให้ตัวเอง เพราะรู้ดีว่าโลกนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มีแค่หมอเย็นชาคนหนึ่งที่เห็นสิ่งที่แท้จริงอยู่ข้างใน และนั่นอันตรายกว่าดาบที่เขาพกติดตัวมาก

“หมอที่รักษาทุกอย่างได้ เว้นแต่หัวใจตัวเอง นักสืบที่รู้ทุกอย่างได้ เว้นแต่ว่าตัวเองก็คือคนสำคัญ

ชาแก้วหนึ่งในตอนเช้า สวนสมุนไพรที่ดูแลด้วยกัน บาดแผลที่กลับมาให้รักษาเสมอ และความเงียบที่รู้ว่าหมายถึงอะไร

บางครั้งความรักไม่ได้ดังก้อง มันแค่อยู่ที่นั่น ทุกวัน จนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยที่ไม่รู้ตัว”

""สองวิญญาณ ทุกชาติร้อยสร้อยสายหนึ่ง ทุกชาติลูกปัดมีสีต่างกัน แต่วิธีร้อยเหมือนกัน คือทีละเม็ด ช้าๆ 

รู้จักจังหวะของกันและกัน สร้อยนั้น คือกันและกันในทุกชาติ""

..สุสาส์นราคะ..

 

มีรายตอนทั้งหมด 61 ตอน (ติดเหรียญตอนที่22)

EBOOK [ [ (<พิเศษท้ายตอนทุกตอน>) ] ]: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา44% 07.07-09.09)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1NTU2NiI7fQ

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

 

สารบัญ

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-1 หิมะไม่รู้จักไออุ่นจนกว่าจะละลาย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-2 รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-3 คดีที่ไม่มีศพปรากฏ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-4 ตำราสูตรพิษตระกูลอู๋,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-5 หมอกแห่งเว่ยหยางจะเล่าความจริง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-6 ตำนานเก่าแก่เรื่องเจ้าหญิงในชุดสีขาว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-7 ความลับที่ตกทอดในตระกูลอู๋ ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-8 งานเลี้ยงที่ไม่มีแสงเทียนส่องถึงกัน ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-9 แสงอาทิตย์กล้ากลางฤดูเหมันต์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-10 การสนทนากับสิ่งที่อยู่ระหว่างสองโลก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-11 บันทึกของอู๋เจิ้งหยวน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-12 สายใยระหว่างผู้เยียวยาและผู้ผนึก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-13 ฤดูใบไม้ผลิที่มาช้าคือฤดูที่ดอกไม้บานนานที่สุด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-14 บทที่14 ดอกไม้ที่บานหลังพายุพัดผ่าน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-15 วิญญาณจำวันแห่งความสุขได้ชัดกว่าวันแห่งความตาย ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-16 จิตวิญญาณที่จมในความเจ็บปวด ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-17 กระจกที่เห็นทุกชาติแต่ไม่มีตัวเองอยู่ในนั้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-18 กุ้ยหยูหน้าประตูในคืนไม่มีดวงจันทร์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-19 ชีวิตธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเริ่มต้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-20 ทีละคำ ทีละวัน คือวิธีที่ภาษาของรักสร้างขึ้นมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-21 การเดินทางที่ไม่มีแผนที่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-22 หมอกยามเช้ารู้ว่าจะจางเมื่อแสงมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-23 ลูกปัดเม็ดสุดท้ายทำให้สายสมบูรณ์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-24 ลูกปัดทีละเม็ดคือวิธีที่สิ่งงดงามที่สุดสร้างขึ้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-25 บ้านคือที่ที่ใจกลับมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-25 น้ำค้างและโคมที่ไม่ดับ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-27 ชายที่สะสมแสงแต่รักในความมืด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-28 แสงที่งดงามที่สุดคือแสงที่เลือกให้ ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-29 สิ่งที่งดงามที่สุดในโลกไม่มีชื่อเรียก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-30 ความสุขที่ไม่มีชื่อคือความสุขที่ยิ่งใหญ่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-31 เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนบางสิ่งก็เปลี่ยน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-32 ใบไม้ที่งามที่สุดคือใบที่รู้ว่าตัวเองงาม,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-33 เมืองในฝัน(เมฆซ่อนเร้น),หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-34 น้ำพุใสสะอาดในเมืองที่ไร้ฝน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-35 เมืองที่ไม่มีในแผนที่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-366 วิธีทำลายสิ่งที่ไม่ตาย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-37 ความเหนื่อยล้าสอนสิ่งที่ตำราไม่มี,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-38 หมอเป็นคนไข้ที่แย่ที่สุดของตัวเอง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-39 เหมืองที่ห้าร้อยปีไม่มีแสง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-40 ห้าร้อยปีจบลงด้วยสิ่งที่มีมาเพียงชั่วเวลา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-41 การเดินทางพันลี้สิ้นสุดลง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-42 สิ่งที่กลับมาหาไม่ใช่สถานที่แต่คือคน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-43 สิ่งที่ทะเลเอื้อนเอ่ยจากความเงียบ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-44 ทะเลจำทุกชีวิตที่จมลงและรอหลายร้อยปี,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-45 หิมะแรกโปรยปราย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-46 หิมะตกเงียบย้อมโลกกลายเป็นสีขาว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-47 สิ่งที่หิมะเก็บงำไว้,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-48 หมอกในเช้าวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-49 เภทภัยในพระราชวังหลวง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-50 อากาศที่บางเกินไป,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-51 การลืมนั้นเองคือสิ่งที่ดีที่สุด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-52 หลักฐานว่าความดีนั้นเป็นของจริง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-53 เวลาที่ถูกต้องสำหรับคำบางคำ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-54 คำที่พูดได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-55 ม่านหมอกที่บางลงในใจ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-56 หมอที่รักษาทุกโรคยกเว้นโรคที่ตัวเองเป็น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-57 วันที่หมอกลายเป็นคนไข้,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-58 น้ำค้างบนหน้าต่างห้องพักฟื้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-59 มายาน้ำค้างในม่านหมอก ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-60 The ILLusion of Shishirah

เนื้อหา

11 บันทึกของอู๋เจิ้งหยวน

ชื่อที่บันทึกเก่าที่สุดไม่กล้าเขียนให้ครบ และความลับที่พ่อแบกไว้คนเดียวห้าสิบปี หรือ เมื่อศัตรูไม่ต้องการพลังของเจ้า แต่ต้องการตัวเจ้าทั้งหมด

ว่ากันว่า "มีบางสิ่งในโลกนี้ที่น่ากลัวกว่าความตาย นั่นคือการถูกลบออกจากการมีอยู่ ไม่ใช่แค่ร่างกาย ไม่ใช่แค่ชื่อ แต่คือทุกร่องรอยที่เคยบอกว่าเจ้าเคยอยู่ที่นี่

คนที่รักเจ้า ความทรงจำของเจ้าในใจผู้อื่น และพลังที่เจ้าส่งออกไปในโลก ล้วนจะหายไปพร้อมกัน

นั่นคือสิ่งที่ศัตรูของข้าต้องการ และข้าไม่รู้มาห้าสิบปีว่าจะบอกลูกชายอย่างไร"

จากบันทึกของ อู๋ เจิ้งหยวน ที่ไม่เคยส่งให้ใคร


☽ อารัมภบท จดหมายที่ไม่ถูกส่ง ☽

ในห้องสมุดของตระกูลอู๋ที่ฉางอัน มีลิ้นชักหนึ่งที่ล็อคด้วยกุญแจที่ อู๋ เจิ้งหยวน แขวนไว้ที่คอตัวเองเสมอ ไม่เคยวาง ไม่เคยให้ใครสัมผัส แม้แต่ตอนหลับ

ในลิ้นชักนั้นมีกระดาษม้วนหนึ่ง เก่าจนขอบกรอบด้วยสีเหลือง หมึกที่เขียนไว้ซีดลงบ้างแต่ยังอ่านออก เป็นบันทึกที่เขียนขึ้นเมื่อห้าสิบปีก่อน เมื่อเขาอายุยี่สิบห้า เพิ่งแต่งงาน เพิ่งมีลูกชายคนแรก

บันทึกที่เริ่มต้นด้วยประโยคสั้นๆ

 "ข้าพบอสูรฟ้า ชื่อนั้นไม่อาจเขียนลงได้"

มีเหตุผลที่ชื่อนั้นไม่อาจเขียนลงได้

ไม่ใช่เพราะเขากลัว

แต่เพราะในตำราโบราณที่เขาอ่านมาทุกเล่ม ทุกเล่มที่พูดถึงสิ่งนั้นล้วนเขียนไว้ว่า

"การเขียนชื่อของมันลงบนกระดาษที่มีพลังงานมนุษย์ถ่ายทอดไว้ เท่ากับเปิดประตูให้มันเข้ามา"

ดังนั้น ห้าสิบปีที่ผ่านมา อู๋ เจิ้งหยวนรู้จักชื่อนั้น เฝ้าระวังสิ่งนั้น แต่ไม่เคยเขียนออกมา ไม่เคยบอกลูกชาย และใช้ชีวิตทั้งชีวิตในการสร้างโล่กำบังที่เขาหวังว่าจะพอ

แต่ตอนนี้

เขารู้ว่าโล่กำบังนั้นไม่พอ

☁ กลับถึงฉางอัน และจดหมายที่รอ ☁

ฉางอัน วันที่สี่หลังจากออกจากหมู่บ้านหมอก

พวกเขากลับถึงฉางอันเมื่อบ่ายแก่

ม้าสามตัวที่เหนื่อยล้าเดินผ่านประตูเมืองในฝูงชนที่ยังคึกคักตามปกติ กลิ่นเมืองหลวง อาหาร ควัน โคมน้ำมัน ฝุ่นลอยเข้ามาต้อนรับในแบบที่ทั้งสามรู้สึกได้ว่ากลับถึงบ้านแล้ว

แต่ก่อนที่ม้าจะเดินถึงโรงหมอ

หยูหลานที่นั่งม้าอยู่ข้างหลังสังเกตเห็นก่อน

"มีคนรออยู่หน้าโรงหมอ" เธอพูดเบาๆ

หลิงซางยกตามองไปข้างหน้า

หน้าโรงหมอมีชายสองคนในชุดที่บอกสถานะราชสำนักยืนอยู่ ท่าทางสุภาพแต่มีน้ำหนักของคนที่รู้ว่าตัวเองมาในนามของอำนาจ

"ของบิดา" หลิงซางพูดเงียบๆ

เย่เซิ่นอวี๋ชะลอม้าลง "หรือของคนที่ส่งบิดาท่านมา"

"ทั้งสองอาจหมายถึงสิ่งเดียวกัน"

พวกเขาขับม้าเข้าไปช้าๆ

ชายทั้งสองก้มศีรษะเมื่อเห็นหลิงซาง

"ท่านหมออู๋" คนแรกพูด "ท่านอาวุโสอู๋เจิ้งหยวนขอให้ท่านไปพบโดยเร็ว"

"วันนี้" คนที่สองเสริม

"มีเหตุอะไร" หลิงซางถาม

ชายทั้งสองมองหน้ากัน แลกเปลี่ยนสิ่งที่ไม่พูดออกมา

"ท่านอาวุโสบอกให้บอกว่า—" คนแรกพูดช้าๆ ราวกับกำลังระวังทุกคำ "'ตำราไม่สมบูรณ์ และเวลาไม่รอ'"

ความเงียบสั้นๆ

หลิงซางลงจากม้า ส่งบังเหียนให้คนรับใช้ของโรงหมอ

"ข้าจะไป" เขาบอกแล้วหันมาที่เซิ่นอวี๋ "ไปด้วยกัน"

ไม่ใช่คำถาม

เซิ่นอวี๋ลงจากม้า พยักหน้า

🌿ความลับห้าสิบปีของบิดา 🌿

คฤหาสน์ตระกูลอู๋ บ่ายวันเดียวกัน

อู๋ เจิ้งหยวนนั่งรออยู่ในห้องสมุดส่วนตัว ห้องที่ปกติล็อคและไม่รับแขก

เมื่อลูกชายเดินเข้ามาพร้อมกับเซิ่นอวี๋ เขาไม่แสดงความแปลกใจ เพียงแต่มองทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง มองในแบบที่ชายชราที่แบกความรู้สึกผิดมานานมักมอง ด้วยความโล่งใจที่เจือปนความกลัว

"นั่งลงเถิด" เขาพูด เสียงแก่ลงกว่าครั้งสุดท้ายที่พบกันอย่างเห็นได้ชัด

ชาสามถ้วยวางอยู่บนโต๊ะ เตรียมไว้แล้ว

"ห้าสิบปีก่อน" เจิ้งหยวนเริ่ม เสียงที่เรียบแต่มีรอยสั่นซ่อนอยู่ "ข้าเพิ่งเริ่มรับใช้ราชสำนักได้ไม่นาน ได้รับมอบหมายให้ไปจัดการเรื่องโรคระบาดในเมืองชายแดนทางตะวันออก"

เขายกกุ้ยหยูที่แขวนอยู่ที่คอตัวเองขึ้น ไม่ใช่กุ้ยหยูดอกหิมะที่หลิงซางมี แต่เป็นกุ้ยหยูสีเขียวขุ่นที่มีรอยร้าวเล็กๆ บนพื้นผิว

"ที่นั่นข้าพบบางสิ่งที่ไม่ใช่โรค" เขาพูดต่อ "คนในเมืองนั้นไม่ได้ป่วย พวกเขากำลังถูกดูดพลังชีวิตออก ช้าๆ อย่างเป็นระบบ และผู้กระทำนั้น—"

เขาหยุด

มือที่ถือกุ้ยหยูกำแน่น

"ผู้กระทำนั้นคือใคร" หลิงซางถาม

เจิ้งหยวนมองลูกชาย มองนานพอที่จะเห็นว่าลูกชายโตแล้ว แข็งแกร่งพอแล้ว

"ข้าจะไม่เขียนชื่อ" เขาพูด "แต่ข้าจะบรรยายให้ฟัง"

สิ่งที่เจิ้งหยวนบรรยายนั้นใช้เวลานาน และทุกคำที่ออกมาหนักกว่าคำก่อน

ห้าสิบปีก่อน มีนักเวทย์คนหนึ่งที่ไม่รู้อายุที่แท้จริง ไม่รู้ที่มาที่แน่นอน แต่รู้จักในหมู่คนที่รู้เรื่องลึกๆ ว่าเป็นผู้ที่ต้องการพิชิตความตาย

ไม่ใช่แค่ยืดชีวิต ไม่ใช่แค่อยู่รอดนาน

แต่คือการทำลายขอบเขตระหว่างการมีชีวิตและการตายให้สิ้นไป กลายเป็นสิ่งที่ไม่อยู่ในระนาบมนุษย์อีกต่อไป

"วิธีการของเขาคืออะไร" เซิ่นอวี๋ถาม น้ำเสียงที่ฟังดูเรียบแต่หลิงซางรู้ว่าเซิ่นอวี๋กำลังเก็บทุกอย่างที่ได้ยินไว้อย่างละเอียด

"เขาต้องการพลังงานสามประเภท" เจิ้งหยวนพูด ยกนิ้วขึ้นนับ "หนึ่ง — พลังเยียวยา พลังที่สามารถสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาใหม่ ซ่อมแซมสิ่งที่แตกสลาย สอง — พลังผนึก พลังที่สามารถกำหนดขอบเขตระหว่างโลกให้คงที่หรือเปลี่ยนแปลงได้"

หลิงซางนิ่ง รู้ว่าพลังสองอย่างนั้นคืออะไร

"สาม" เจิ้งหยวนพูดต่อ มองเซิ่นอวี๋โดยตรง "พลังสื่อกลาง พลังที่เชื่อมต่อโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณ ที่ทำให้สิ่งที่ตายแล้วยังสามารถสื่อสารได้ และสิ่งที่มีชีวิตสามารถรับรู้โลกที่ซ่อนอยู่ได้"

ห้องเงียบสนิท

เซิ่นอวี๋มองข้อมือซ้ายของตัวเอง รอยแผลเป็นที่เงียบอยู่ ไม่เรือง แต่เขารู้สึกถึงมันมากกว่าเดิม

"พลังสามอย่างนั้น" หลิงซางพูดช้าๆ "มีอยู่ในสองคน"

"มีอยู่ในสองคน" เจิ้งหยวนยืนยัน "และห้าสิบปีที่ผ่านมา สิ่งที่เขาทำคือรอ รอให้คนที่มีพลังเหล่านั้นปรากฏตัว รอให้พวกเขาพัฒนาพลังจนเต็มที่ และรอให้พวกเขาอยู่ในสถานที่ที่เขาสามารถเข้าถึงได้"

"ขุนนางเว่ย เส้าหลิน" เซิ่นอวี๋พูด "เป็นแค่คนที่ทดสอบว่าเราพัฒนาพลังมาถึงไหนแล้ว"

"และหมู่บ้านหมอก" หลิงซางพูดต่อ เสียงเย็นลงอีกระดับ "คือการทดสอบว่าพลังสื่อกลางนั้นแข็งแกร่งพอหรือยัง"

เจิ้งหยวนพยักหน้าอย่างเหนื่อย

"แล้วตอนนี้เขารู้ว่าพอแล้ว"

"พ่อพบเขาห้าสิบปีก่อน" หลิงซางพูดหลังจากความเงียบ "พ่อทำอะไรกับเขา"

เจิ้งหยวนยิ้มขมขื่น รอยยิ้มของคนที่รู้ว่าตัวเองทำสิ่งที่ไม่เพียงพอและต้องอยู่กับความรู้นั้นมาตลอด

"ข้าต่อสู้กับเขา" เขาพูด "ด้วยความรู้ที่มีตอนนั้น ซึ่งน้อยกว่าตอนนี้มาก ข้าไม่ชนะ แต่ก็ไม่แพ้ ข้าทำให้เขาต้องถอยออกไปชั่วคราว และข้าใช้เวลาที่เหลือในชีวิตเตรียมการเพื่อให้ลูกชายมีอาวุธที่ดีกว่า"

"อาวุธ" หลิงซางพูดซ้ำ

"ความรู้" เจิ้งหยวนพูด แล้วก็ยกกุ้ยหยูสีเขียวออกมาวางบนโต๊ะ "และสิ่งนี้"

กุ้ยหยูที่มีรอยร้าวนั้นวางอยู่บนโต๊ะในแสงบ่ายที่ลอดผ่านหน้าต่าง

"ข้าสู้กับเขาด้วยกุ้ยหยูชิ้นนี้" เจิ้งหยวนพูด "มันช่วยชีวิตข้าไว้ แต่รับผลกระทบไว้บางส่วน รอยร้าวนั้นไม่ใช่ความเสียหาย มันคือรอยของพลังงานที่ถูกกักไว้"

"กักอะไรไว้" เซิ่นอวี๋ถาม

"กักส่วนหนึ่งของความทรงจำที่ข้าถูกลบออกไป" เจิ้งหยวนพูด น้ำเสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย มีความเจ็บปวดที่ซีดจางลงตามเวลาแต่ไม่หายไป "ห้าสิบปีก่อน เขาพยายามลบข้าออกจาก 'การมีอยู่' ไม่ใช่ฆ่า แต่ลบ ลบความทรงจำของคนอื่นที่มีต่อข้า ลบร่องรอยที่ข้าฝากไว้ในโลก และในที่สุดคือลบวิญญาณของข้าออกจากวัฏจักร กุ้ยหยูนี้หยุดกระบวนการนั้นไว้ได้ แต่ไม่สมบูรณ์แบบ"

"ไม่สมบูรณ์แบบอย่างไร" หลิงซางถาม เสียงที่ปกติเรียบราบมีบางสิ่งสั่นคลอนอยู่ข้างใน

"มีความทรงจำบางส่วนที่หายไปตลอดกาล" เจิ้งหยวนพูด แล้วก็มองลูกชาย "ข้าจำวันเกิดของแม่เจ้าไม่ได้ ข้าจำวันที่เจ้าพูดคำแรกไม่ได้ บางคืนข้าตื่นขึ้นมาและต้องใช้เวลาสักครู่จึงจะจำได้ว่าลูกชายข้าชื่ออะไร"

ห้องเงียบ

หลิงซางมองบิดา มองชายชราที่เขาเคยคิดว่าเป็นคนเย็นชาและห่างเหิน เคยคิดว่าไม่แสดงความรักเพราะไม่รู้สึก

และตอนนี้เขาเข้าใจว่า

บิดาไม่แสดงความรักบางครั้ง เพราะบิดาลืมไปชั่วคราวว่ามีลูกชายที่ต้องรัก

"พ่อ" หลิงซางเรียก ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยใช้

เจิ้งหยวนมองลูกชาย

"ข้าโกรธพ่อมาตลอดที่พ่อไม่บอกสิ่งเหล่านี้" หลิงซางพูด "แต่ตอนนี้ข้าเข้าใจว่าการไม่บอก ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการปกป้องเช่นกัน"

เจิ้งหยวนหลับตาลงชั่วครู่

เมื่อเปิดขึ้นมา มีบางสิ่งในดวงตาของเขาที่เบาลง

🌊 สิ่งที่ต้องรู้และอาวุธที่ต้องสร้าง 🌊

การสนทนาดำเนินต่อไปอีกหลายชั่วยาม

เจิ้งหยวนเล่าสิ่งที่รู้เกี่ยวกับสิ่งที่เขาเรียกว่า "อสูรผู้ลบ" ไม่ใช่ชื่อจริง แต่เป็นคำที่เขาใช้แทนเพื่อไม่ต้องเขียนชื่อที่แท้จริง

สิ่งที่รู้

อสูรผู้ลบไม่มีรูปร่างถาวร มันเปลี่ยนรูปร่างได้ตามต้องการ ใช้ชีวิตในร่างมนุษย์เป็นช่วงๆ แล้วทิ้งร่างนั้นไปเมื่อหมดประโยชน์ ร่างที่มันทิ้งไปจะยังมีชีวิตอยู่แต่ว่างเปล่า ไม่มีบุคลิก ไม่มีความทรงจำ ไม่มีความรู้สึก ราวกับถูกลบออกจากข้างใน

"ขุนนางเว่ย เส้าหลิน" เซิ่นอวี๋พูดขึ้น "เขาไม่ใช่แค่ลูกน้อง"

"ไม่ใช่" เจิ้งหยวนยืนยัน "ในบางช่วงเวลา เขาคือร่างที่อสูรนั้นใช้อยู่ ในบางช่วงเวลาเขาเป็นตัวเอง แต่ตัวเองที่ถูกแทรกแซงมาจนแยกไม่ออกแล้วว่าส่วนไหนคือตัวเขาจริงๆ"

"งั้นการจับขุนนางเว่ยไว้ไม่ได้หยุดอะไร" หลิงซางพูด

"ไม่ได้หยุดอะไร" เจิ้งหยวนยืนยันอีกครั้ง "มันแค่ทำให้อสูรนั้นต้องหาร่างใหม่"

"มีวิธีหยุดมันไหม" เซิ่นอวี๋ถามตรงๆ

เจิ้งหยวนเงียบนาน

"มี" เขาพูดในที่สุด "แต่ต้องใช้พลังสามประเภทที่มันต้องการนั่นแหละ เพียงแต่ต้องใช้ในทิศทางตรงกันข้าม แทนที่จะดูดซับ ต้องปลดปล่อย แทนที่จะรวม ต้องแยก แทนที่จะผนึกเพื่อครอบครอง ต้องผนึกเพื่อส่งกลับ"

"ส่งกลับที่ไหน" หลิงซางถาม

"กลับสู่ที่ที่มันมา" เจิ้งหยวนพูด "ในชาติแรกที่ตำนานบันทึกไว้ มีการทำสิ่งนี้สำเร็จมาครั้งหนึ่ง แต่ผู้ที่ทำสำเร็จนั้นต้องแลกด้วยสิ่งที่ไม่มีใครอยากแลก"

"อะไร" เซิ่นอวี๋ถาม เสียงนิ่งเกินไป

เจิ้งหยวนมองเซิ่นอวี๋

"ต้องใช้สายใยที่เชื่อมระหว่างผู้เยียวยาและผู้ผนึกเป็นแกนกลาง" เขาพูดช้าๆ "สายใยนั้นต้องแข็งแกร่งพอ แข็งแกร่งกว่าความกลัว แข็งแกร่งกว่าความสงสัย แข็งแกร่งกว่าทุกสิ่งที่อสูรนั้นจะพยายามฉีกออก"

"และถ้าสายใยนั้นขาด" หลิงซางพูด

"ทุกอย่างก็ล้มเหลว" เจิ้งหยวนตอบ "แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่ง"

เขาหยิบกุ้ยหยูสีเขียวขุ่นขึ้นมา มองมันสักครู่ก่อนจะวางไว้ตรงหน้าหลิงซาง

"กุ้ยหยูนี้เก็บรอยของอสูรไว้บางส่วน ถ้าหลิงซางถือมัน พลังของเจ้าจะสามารถ 'อ่าน' สิ่งนั้นได้ รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน รู้ว่ามันใช้ร่างใครอยู่ในขณะนั้น เป็นเข็มทิศ"

หลิงซางมองกุ้ยหยูสีเขียว

"แต่ก็เป็นอันตราย" เขาพูด ไม่ใช่คำถาม

"มันจะรู้ว่าเจ้าถือมันอยู่ด้วย" เจิ้งหยวนยืนยัน "การรับรู้มันหมายความว่ามันรับรู้เจ้า ตำแหน่งของเจ้าจะไม่ซ่อนเร้นอีกต่อไป"

"งั้นจงใช้มันในเวลาที่พร้อมสู้" เซิ่นอวี๋พูด เสียงนิ่งและชัดเจน

ทุกคนมองเขา

"ถ้าการถือมันหมายความว่าอสูรนั้นจะมา" เซิ่นอวี๋พูดต่อ "ก็ควรถือมันในเวลาที่เราพร้อม ไม่ใช่ในเวลาที่มันเลือก"

เจิ้งหยวนมองเซิ่นอวี๋นาน

จากนั้นก็พูดสั้นๆ ที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป

"ข้าเคยเห็นท่านในฝันมาห้าสิบปีแล้ว" เขาพูดเบาๆ "ยืนข้างหลังลิงซาง ถือดาบ ไม่มีวันจากไป"

เซิ่นอวี๋ไม่ตอบ

แต่รอยแผลเป็นที่ข้อมือซ้ายของเขาเรืองขึ้นจางๆ เบาที่สุดที่เคยเห็น แต่ชัดเจนที่สุด

🌙 สิ่งที่หลิงซางทำในคืนนั้น 🌙

คืนนั้น

หลังจากกลับมาที่โรงหมอและหยูหลานหลับไปแล้ว หลิงซางนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตามเคย แต่โต๊ะนั้นไม่มีตำรา ไม่มีสมุดบันทึก

มีแค่กุ้ยหยูสีเขียวขุ่นที่บิดาให้ วางอยู่ตรงหน้า

และกุ้ยหยูดอกหิมะสีขาวของตัวเอง วางอยู่ข้างๆ กัน

สองสีสองแบบ แต่ทั้งสองเรืองแสงอ่อนๆ ในความมืด ราวกับรู้จักกัน

หลิงซางคิดในใจ

"สองกุ้ยหยูพบกัน ต้องการบอกอะไร"

เสียงเคาะประตูเบาสามครั้ง

"ข้าเอง" เสียงเซิ่นอวี๋

"เข้ามาได้"

ประตูเปิด เซิ่นอวี๋เดินเข้ามา มือถือชาสองถ้วยตามนิสัย นั่งลงตรงข้ามโดยไม่ต้องได้รับเชิญ มองกุ้ยหยูสองชิ้นที่วางอยู่บนโต๊ะ

"ท่านหมอคิดเรื่องอะไรอยู่"

"คิดเรื่องที่ท่านพ่อบอก" หลิงซางตอบ รับถ้วยชา "เรื่องสายใยที่ต้องแข็งแกร่ง"

เซิ่นอวี๋ฟัง ไม่ขัด

"ท่านรู้ว่าสายใยนั้นคืออะไร" หลิงซางพูดต่อ เสียงที่ปกติเรียบราบ คราวนี้มีบางอย่างที่ไม่เรียบอยู่ข้างใน ราวกับน้ำที่เริ่มเดือดจากข้างล่าง

"รู้" เซิ่นอวี๋ตอบ เสียงเงียบ

"และท่านก็รู้ว่าสิ่งที่อสูรนั้นจะพยายามทำก่อนอื่นคืออะไร"

เซิ่นอวี๋นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

"ฉีกสายใยนั้นออกก่อน" เขาพูด

"ใช่"

ความเงียบหนัก

"ท่านหมอ" เซิ่นอวี๋พูด

"อะไร"

"ข้าอยากถามสิ่งที่ข้าไม่เคยถามใคร" เสียงของเขาเบา แต่ชัดเจนกว่าทุกครั้ง

"ถามได้"

"ท่านหมอบอกว่ามีบางสิ่งที่เพิ่มขึ้นทุกวันตั้งแต่พบข้า" เซิ่นอวี๋พูด "และข้าก็เช่นกัน สิ่งนั้น—" เขาหยุดครู่หนึ่ง "ถ้าพรุ่งนี้ทุกอย่างสิ้นสุดลงโดยไม่มีโอกาสพูด ท่านหมอจะเสียใจไหม"

หลิงซางมองหน้าเซิ่นอวี๋ มองในแสงเทียนที่ทำให้ดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้นดูอบอุ่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

"เสียใจ" เขาพูด ตอบเรียบๆ อย่างที่เขาตอบทุกอย่าง

"งั้นข้าขอพูดก่อน" เซิ่นอวี๋พูด วางถ้วยชาลง มองหลิงซางตรงๆ "เพราะถ้าท่านหมอรอ ท่านอาจรอนานกว่าที่ควร"

หลิงซางไม่ขัด

"ข้าพบคนจำนวนมากในชีวิต" เซิ่นอวี๋พูดช้าๆ เสียงที่ปกติมีรอยยิ้มอยู่เสมอ ตอนนี้เรียบและจริงใจจนหลิงซางรู้สึกถึงความแตกต่างได้ชัดเจน "ข้าเรียนรู้ที่จะอ่านคน เรียนรู้ที่จะรู้ว่าใครเป็นอย่างไร และส่วนใหญ่แล้วข้าอ่านออกก่อนที่พวกเขาจะพูดอะไร"

"แต่ท่านหมออู๋—" เขาหยุด "ท่านหมออู๋เป็นคนแรกในชีวิตข้าที่ข้าอยากอ่านแต่อ่านไม่ออกทั้งหมด และข้าพบว่าข้าชอบความรู้สึกนั้น ชอบที่ยังมีสิ่งใหม่ให้เรียนรู้ ชอบที่ต้องมองนานกว่าจะเห็น"

แสงเทียนระหว่างสองคนสั่นไหวเบาๆ

"ข้าไม่รู้จะพูดคำสวยงามได้เหมือนกวี" เซิ่นอวี๋พูดต่อ "ข้าแค่รู้ว่า ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา สิ่งแรกที่ข้าคิดถึงไม่ใช่คดี ไม่ใช่แผน ไม่ใช่อันตราย แต่คือท่านหมออู๋ และข้าไม่รู้จะอธิบายว่านั่นหมายความว่าอะไร ถ้าท่านหมอไม่บอกข้า"

หลิงซางมองหน้าเซิ่นอวี๋นาน

นานจนเซิ่นอวี๋เริ่มจะพูดอีกอย่าง

"ข้าจะบอก" หลิงซางพูดขึ้น เสียงที่เรียบแต่มีน้ำหนักที่เซิ่นอวี๋รู้ว่าหมายถึงอะไร

เซิ่นอวี๋หยุด รอ

"มันหมายความว่า—" หลิงซางพูดช้าๆ แต่ละคำวางลงอย่างตั้งใจ "เซิ่นอวี๋เป็นคนแรกในชีวิตข้าที่ข้ารู้สึกว่าไม่ต้องอธิบายตัวเอง ไม่ต้องพิสูจน์ว่าข้าคิดอย่างไร ข้ารู้สึกอย่างไร ข้าแค่อยู่ และมันก็พอ"

"และข้าพบว่า—" เขาหยุด ราวกับกำลังเลือกคำสุดท้ายอย่างระมัดระวัง "'พอ' นั้นมากกว่าที่ข้าเคยคาดหวังไว้มาก"

เซิ่นอวี๋มองหน้าเขา

ในดวงตาที่ปกติยิ้มเก่งนั้น ตอนนี้ไม่มีรอยยิ้มที่สร้างขึ้น มีแค่บางสิ่งที่อ่อนโยนและเปลือยเปล่า

มือของเซิ่นอวี๋ขยับข้ามโต๊ะ วางลงบนมือของหลิงซางที่วางอยู่ข้างถ้วยชา

ไม่กุม ไม่กด เพียงวางทับ

เหมือนที่เคยทำหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มีความหมายที่ทั้งสองรู้โดยไม่ต้องพูด

"ใจข้าตัดสินใจแล้ว"

💧รุ่งเช้าของวันถัดไปและการเตรียมการ💧

รุ่งเช้า

ครั้งแรกในรอบนาน หลิงซางลุกขึ้นมาแล้วพบว่าเซิ่นอวี๋นั่งอยู่ที่ลานหลังโรงหมอ กำลังฝึกดาบในแสงรุ่งอรุณ

ไม่ใช่การฝึกที่เร่งรีบหรือเตรียมรับมือ แต่เป็นการฝึกที่สงบ เหมือนการหายใจ ดาบ หยินซา เคลื่อนไหวในจังหวะที่สม่ำเสมอ แสงเงินรับรุ่งเช้า รอยแผลเป็นที่ข้อมือเรืองนิดหน่อยตามจังหวะของดาบ

หลิงซางยืนมองอยู่ที่ขอบลานสักครู่

จากนั้นก็หยิบกุ้ยหยูดอกหิมะออกมา นั่งลงบนขั้นบันได วางมือบนมัน ปล่อยให้ความเย็นที่เขาควบคุมอยู่เสมอนั้นไหลออกมาเบาๆ ฝึกควบคุมในแบบที่เขาทำทุกเช้าตั้งแต่เด็ก

แต่เช้านี้รู้สึกต่างออกไป

ราวกับว่าพลังที่ปกติเย็นและโดดเดี่ยวนั้น รู้สึกถึงบางสิ่งที่ใกล้ๆ ที่อบอุ่นกว่า และมันตอบสนองต่อสิ่งนั้น ไม่ได้กระหายมัน แต่รับรู้มันในแบบที่ทำให้ทุกอย่างรู้สึกสมดุลกว่าเดิม

เซิ่นอวี๋หยุดดาบ หันมา

ทั้งสองมองหน้ากันในแสงรุ่งอรุณ

ไม่มีใครพูดอะไร

แต่ก็ไม่มีใครต้องพูด

หยูหลานออกมาพร้อมชาและขนมปัง พบทั้งสองนั่งและยืนอยู่ในลานหลัง มองเห็นสิ่งที่ต้องมองเห็น แล้วก็วางถาดลงบนขั้นบันไดอย่างเงียบๆ

"อาหารเช้า" เธอพูด จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในโรงหมอ

แต่เมื่อหันหลังเดิน มุมปากของเธอขยับขึ้นในแบบที่เธอพยายามซ่อนแต่ไม่สำเร็จ

เมื่อกินข้าวเสร็จ พวกเขาทั้งสามนั่งพูดแผนการ

"อสูรผู้ลบจะมา" หลิงซางพูด "เราไม่รู้เวลา แต่รู้ว่ามันจะมาเมื่อเราพร้อมน้อยที่สุด นั่นคือรูปแบบการทำงานของสิ่งที่ล่าแบบนี้"

"งั้นเราต้องทำให้ตัวเองพร้อมอยู่เสมอ" หยูหลานพูด

"และต้องมีจุดที่ปลอดภัย" เซิ่นอวี๋พูด "สถานที่ที่ถ้าเราถูกแยกออกจากกัน เราจะรู้ว่าต้องไปที่ไหน"

"โรงหมอนี้" หลิงซางพูด

"โรงหมอนี้" เซิ่นอวี๋พยักหน้า "และต้องมีสัญญาณ ถ้าใครในสามคนไม่สามารถพูดตรงๆ ได้ สัญญาณที่ฝ่ายอื่นจะรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ"

"สัญญาณอะไร" หยูหลานถาม

"คำถามที่มีคำตอบเดียว" เซิ่นอวี๋พูด มองหลิงซาง "ท่านหมอเลือกได้ คำถามที่คนอื่นจะตอบผิดแต่ท่านหมอจะตอบถูก"

หลิงซางคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"วันที่ฝนตกหนักในหมู่บ้านหมอก ใครอยู่ที่ประตูห้องก่อน" เขาพูด

เซิ่นอวี๋มองหน้าเขา รอยยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก

"ข้า" เขาตอบ "เพราะท่านหมอนอนไม่หลับและออกมาหลังข้า"

"ใช่" หลิงซางพยักหน้า "ถ้าถามคำถามนั้นแล้วตอบผิด แสดงว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตัวเองแล้ว"

 


♥️เมื่อรุ่งอรุณรู้ว่าตัวเองมาถึงแล้ว ♥️

"มีรุ่งอรุณบางวันที่ดูเหมือนรุ่งอรุณอื่นทุกวัน แสงสีทองเดิม ท้องฟ้าสีครามเดิม ลมเย็นเดิม แต่คนที่ยืนดูมันรู้ว่า วันนี้ไม่เหมือนเดิม

เพราะวานนี้มีบางสิ่งเสร็จสมบูรณ์ และเช้าวันนี้ ทุกสิ่งที่ตามมาจะเริ่มต้นจากจุดที่ต่างออกไป

หิมะที่เย็นชา เมื่อมีแสงอาทิตย์ส่องถึง ไม่ได้กลายเป็นสิ่งอื่น มันยังคือหิมะ แต่มันรู้ว่าตัวเองสามารถละลายได้ โดยไม่สูญเสียตัวเองไป"

♥️ "แม้หิมะจะหนาว ฤดูใบไม้ผลิก็กลับมาเสมอ ถ้าใจมั่นคง ความรักก็ไม่มีวันเปลี่ยน" ♥️

..สุสาส์นราคะ...