เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) - 9 แสงอาทิตย์กล้ากลางฤดูเหมันต์ โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ

รายละเอียด

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

....หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) ...

°•. มายาน้ำค้างในม่านหมอก แด่เธอผู้เป็นที่รัก สุดแสน ประจักษ์ นับอนันต์. •°

เกริ่นนำ 

เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา (ศิศิระ) ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ ฉางอันเมืองที่หมอกปกคลุมในรุ่งสาง

อู๋ หลิงซาง คือหมอที่คนทั้งเมืองพูดถึงด้วยความเคารพและหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน มือของเขารักษาได้ทุกโรค แต่ใจของเขาไม่รู้จักรับ เขาเติบโตมาในโลกที่หมอต้องแข็งแกร่ง ต้องให้โดยไม่ต้องการรับ ต้องรักษาโดยไม่ต้องการการรักษากลับ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนเดินเข้ามาพร้อมบาดแผลที่รักษาไม่หายสักที

เย่ เซิ่นอวี๋ คือนักสืบลับที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นโจร เขายิ้มให้โลกทั้งใบ แต่ไม่เคยยิ้มให้ตัวเอง เพราะรู้ดีว่าโลกนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มีแค่หมอเย็นชาคนหนึ่งที่เห็นสิ่งที่แท้จริงอยู่ข้างใน และนั่นอันตรายกว่าดาบที่เขาพกติดตัวมาก

“หมอที่รักษาทุกอย่างได้ เว้นแต่หัวใจตัวเอง นักสืบที่รู้ทุกอย่างได้ เว้นแต่ว่าตัวเองก็คือคนสำคัญ

ชาแก้วหนึ่งในตอนเช้า สวนสมุนไพรที่ดูแลด้วยกัน บาดแผลที่กลับมาให้รักษาเสมอ และความเงียบที่รู้ว่าหมายถึงอะไร

บางครั้งความรักไม่ได้ดังก้อง มันแค่อยู่ที่นั่น ทุกวัน จนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยที่ไม่รู้ตัว”

""สองวิญญาณ ทุกชาติร้อยสร้อยสายหนึ่ง ทุกชาติลูกปัดมีสีต่างกัน แต่วิธีร้อยเหมือนกัน คือทีละเม็ด ช้าๆ 

รู้จักจังหวะของกันและกัน สร้อยนั้น คือกันและกันในทุกชาติ""

..สุสาส์นราคะ..

 

มีรายตอนทั้งหมด 61 ตอน (ติดเหรียญตอนที่22)

EBOOK [ [ (<พิเศษท้ายตอนทุกตอน>) ] ]: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา44% 07.07-09.09)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1NTU2NiI7fQ

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

 

สารบัญ

หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-1 หิมะไม่รู้จักไออุ่นจนกว่าจะละลาย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-2 รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-3 คดีที่ไม่มีศพปรากฏ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-4 ตำราสูตรพิษตระกูลอู๋,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-5 หมอกแห่งเว่ยหยางจะเล่าความจริง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-6 ตำนานเก่าแก่เรื่องเจ้าหญิงในชุดสีขาว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-7 ความลับที่ตกทอดในตระกูลอู๋ ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-8 งานเลี้ยงที่ไม่มีแสงเทียนส่องถึงกัน ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-9 แสงอาทิตย์กล้ากลางฤดูเหมันต์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-10 การสนทนากับสิ่งที่อยู่ระหว่างสองโลก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-11 บันทึกของอู๋เจิ้งหยวน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-12 สายใยระหว่างผู้เยียวยาและผู้ผนึก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-13 ฤดูใบไม้ผลิที่มาช้าคือฤดูที่ดอกไม้บานนานที่สุด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-14 บทที่14 ดอกไม้ที่บานหลังพายุพัดผ่าน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-15 วิญญาณจำวันแห่งความสุขได้ชัดกว่าวันแห่งความตาย ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-16 จิตวิญญาณที่จมในความเจ็บปวด ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-17 กระจกที่เห็นทุกชาติแต่ไม่มีตัวเองอยู่ในนั้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-18 กุ้ยหยูหน้าประตูในคืนไม่มีดวงจันทร์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-19 ชีวิตธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเริ่มต้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-20 ทีละคำ ทีละวัน คือวิธีที่ภาษาของรักสร้างขึ้นมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-21 การเดินทางที่ไม่มีแผนที่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-22 หมอกยามเช้ารู้ว่าจะจางเมื่อแสงมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-23 ลูกปัดเม็ดสุดท้ายทำให้สายสมบูรณ์,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-24 ลูกปัดทีละเม็ดคือวิธีที่สิ่งงดงามที่สุดสร้างขึ้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-25 บ้านคือที่ที่ใจกลับมา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-25 น้ำค้างและโคมที่ไม่ดับ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-27 ชายที่สะสมแสงแต่รักในความมืด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-28 แสงที่งดงามที่สุดคือแสงที่เลือกให้ ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-29 สิ่งที่งดงามที่สุดในโลกไม่มีชื่อเรียก,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-30 ความสุขที่ไม่มีชื่อคือความสุขที่ยิ่งใหญ่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-31 เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนบางสิ่งก็เปลี่ยน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-32 ใบไม้ที่งามที่สุดคือใบที่รู้ว่าตัวเองงาม,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-33 เมืองในฝัน(เมฆซ่อนเร้น),หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-34 น้ำพุใสสะอาดในเมืองที่ไร้ฝน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-35 เมืองที่ไม่มีในแผนที่,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-366 วิธีทำลายสิ่งที่ไม่ตาย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-37 ความเหนื่อยล้าสอนสิ่งที่ตำราไม่มี,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-38 หมอเป็นคนไข้ที่แย่ที่สุดของตัวเอง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-39 เหมืองที่ห้าร้อยปีไม่มีแสง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-40 ห้าร้อยปีจบลงด้วยสิ่งที่มีมาเพียงชั่วเวลา,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-41 การเดินทางพันลี้สิ้นสุดลง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-42 สิ่งที่กลับมาหาไม่ใช่สถานที่แต่คือคน,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-43 สิ่งที่ทะเลเอื้อนเอ่ยจากความเงียบ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-44 ทะเลจำทุกชีวิตที่จมลงและรอหลายร้อยปี,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-45 หิมะแรกโปรยปราย,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-46 หิมะตกเงียบย้อมโลกกลายเป็นสีขาว,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-47 สิ่งที่หิมะเก็บงำไว้,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-48 หมอกในเช้าวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-49 เภทภัยในพระราชวังหลวง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-50 อากาศที่บางเกินไป,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-51 การลืมนั้นเองคือสิ่งที่ดีที่สุด,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-52 หลักฐานว่าความดีนั้นเป็นของจริง,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-53 เวลาที่ถูกต้องสำหรับคำบางคำ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-54 คำที่พูดได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-55 ม่านหมอกที่บางลงในใจ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-56 หมอที่รักษาทุกโรคยกเว้นโรคที่ตัวเองเป็น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-57 วันที่หมอกลายเป็นคนไข้,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-58 น้ำค้างบนหน้าต่างห้องพักฟื้น,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-59 มายาน้ำค้างในม่านหมอก ,หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)-60 The ILLusion of Shishirah

เนื้อหา

9 แสงอาทิตย์กล้ากลางฤดูเหมันต์

ฤดูหนาวที่มีแสงอาทิตย์ และหมู่บ้านที่คนตายไม่รู้ว่าตัวเองตายแล้ว หรือ เมื่อโรคที่รักษาไม่ได้กลายเป็นประตูสู่โลกที่อยู่ระหว่างสองฝั่ง

ว่ากันว่า "มีสถานที่บางแห่งในโลกนี้ที่ขอบระหว่างสิ่งมีชีวิตและสิ่งที่จากไปแล้ว บางลงจนแทบมองไม่เห็นในเวลากลางวัน และในยามค่ำ มันหายไปเลย

คนที่ไปถึงสถานที่เหล่านั้นมักไม่รู้ว่าตัวเองข้ามผ่านแล้ว จนกว่าจะหันกลับมามองรอยเท้าของตัวเอง และพบว่ามันลอยอยู่เหนือพื้นดินเล็กน้อย

ถึงตอนนั้น สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือ ไม่ตกใจ และหาคนที่รู้ทางกลับออกมาด้วยกัน"


☽ อารัมภบท เช้าที่ไม่มีภารกิจ ☽

มีเช้าวันหนึ่งหลังจากคืนที่คดีของขุนนางเว่ยปิดลง

อู๋หลิงซางตื่นขึ้นมาและนอนอยู่บนเตียงเป็นครั้งแรกในรอบเดือน

ไม่ใช่เพราะเจ็บป่วย ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะสมองของเขาที่ปกติเริ่มทำงานทันทีที่ตื่นขึ้น คิดถึงคนไข้ คิดถึงยา คิดถึงแผนการ ครั้งนี้นิ่งอยู่อย่างแปลกประหลาด

เขานอนมองเพดานไม้สักครู่

รู้สึกถึงความเงียบของโรงหมอในยามรุ่งสาง กลิ่นสมุนไพรที่ซึมอยู่ในไม้ผนัง เสียงลมเบาๆ ที่พัดผ่านช่องหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท

และรู้สึกถึงบางสิ่งที่เขาไม่รู้จะเรียกว่าอะไร

บางสิ่งที่เบากว่าปกติ

เขาลุกขึ้น ล้างหน้า แต่งตัว และออกมาที่ห้องครัว

เย่เซิ่นอวี๋นั่งอยู่ที่โต๊ะแล้ว มือหนึ่งถือถ้วยชา อีกมือถือขนมปังที่น่าจะซื้อมาจากร้านข้างๆ ตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง กำลังอ่านบันทึกที่เขาเขียนเองอยู่อย่างสงบ

เมื่อเห็นหลิงซาง เขาชูขนมปังอีกก้อนขึ้น

"ซื้อมาสองก้อน" เขาพูดเรียบๆ ราวกับสิ่งนั้นเป็นเรื่องปกติ

หลิงซางรับขนมปังนั้น นั่งลง

ความเงียบที่ตามมานั้นสบายในแบบที่ต้องใช้เวลาสร้างมันขึ้น ไม่ใช่ความเงียบของคนไม่รู้จะพูดอะไร แต่เป็นความเงียบของคนที่รู้สึกว่าไม่ต้องพูดก็ได้

"หยูหลานไปตลาดเช้า" เซิ่นอวี๋พูดหลังจากสักครู่

"รู้" หลิงซางตอบ

"คนไข้รายแรกมาเก้าโมง"

"รู้"

"งั้นตอนนี้ท่านหมอมีเวลา" เซิ่นอวี๋พูด แล้วก็พลิกกลับไปอ่านบันทึกต่อ ราวกับไม่ได้ต้องการคำตอบ

หลิงซางกัดขนมปัง มองเซิ่นอวี๋ที่กำลังอ่านอยู่

มองนานพอที่จะสังเกตเห็นสิ่งที่ปกติไม่ได้สังเกต แสงเช้าตกลงบนด้านข้างของใบหน้าเขา เส้นผมที่ยังไม่ได้มัดเรียบร้อยพลิ้วเบาๆ รอยแผลเป็นที่ข้อมือซ้ายที่โผล่ออกมาจากขอบแขนเสื้อ และท่าทางที่ผ่อนคลายกว่าปกติในแบบที่บ่งบอกว่าเขารู้สึกปลอดภัยในสถานที่นี้

หลิงซางคิดในใจ

"ภาพนี้ควรเก็บไว้ในใจ"

"ท่านหมอมองอะไรอยู่" เซิ่นอวี๋ถามโดยไม่ยกหน้าจากบันทึก

"แสงเช้า" หลิงซางตอบ

"แสงเช้าอยู่ข้างหน้า ไม่ใช่ข้างๆ"

"บางครั้งแสงเช้าก็ตกลงบนสิ่งที่อยู่ข้างๆ แล้วก็ดูดีกว่า"

เซิ่นอวี๋หยุดพลิกหน้า

ยกหน้าขึ้นมองหลิงซาง

หลิงซางกินขนมปังต่อโดยไม่แสดงว่ารู้ว่ากำลังถูกมอง

และมุมปากของเซิ่นอวี๋ขยับขึ้นเล็กน้อย ในแบบที่เขาพยายามซ่อนแต่ซ่อนไม่ค่อยสำเร็จ

เขาคิดในใจ "อ้อ อย่างนั้นเองหรือ"

☁ จดหมายจากหมู่บ้านที่ไม่มีในแผนที่ ☁

จดหมายมาถึงในบ่ายวันนั้น

ไม่ใช่จดหมายปกติ กระดาษหยาบที่คนทั่วไปใช้ หมึกที่ดูราวกับเขียนด้วยนิ้วมือมากกว่าปากกา ตัวอักษรสั่นเล็กน้อยราวกับมือที่เขียนกำลังสั่น

แต่ข้อความนั้นชัดเจน

"หมู่บ้านของข้ามีโรคร้าย ไม่ใช่โรค ไม่ใช่ผี หมอทำอะไรไม่ได้ คนตายไม่ยอมจากไป ขอหมอผู้มีคุณธรรมแวะมาเยี่ยม หมู่บ้านหมอก มุ่งเหนือสามวัน ถามคนตัดฟืนจะถึง"

หลิงซางอ่านจดหมายนั้นสองรอบ

แล้วก็ส่งให้เซิ่นอวี๋

เซิ่นอวี๋อ่านครั้งเดียว วางลง

"หมู่บ้านที่ไม่มีในแผนที่" เขาพูด

"คนตายไม่ยอมจากไป" หลิงซางพูดทับ "นั่นคือประโยคที่น่าสนใจกว่า"

"เพราะมันอาจหมายถึงโรคที่ทำให้ดูตาย แต่ยังมีชีวิตอยู่" เซิ่นอวี๋วิเคราะห์ "หรืออาจหมายถึงสิ่งที่พูดตรงๆ ว่าคนตายที่ยังไม่ได้ไปจริงๆ"

"ท่านคิดว่าเป็นอันไหน"

เซิ่นอวี๋พิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง

"ท่านหมอเชื่อเรื่องวิญญาณ" เขาพูด ไม่ใช่คำถาม

"ข้าเชื่อสิ่งที่มีหลักฐาน" หลิงซางตอบ "และข้าเคยเห็นสิ่งที่อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์การแพทย์ไม่ได้มากพอที่จะรู้ว่าขอบเขตของ 'หลักฐาน' นั้นกว้างกว่าที่ตำราบอก"

"นั่นคือคำตอบที่หลีกเลี่ยงการตอบตรงๆ ที่ดีมาก" เซิ่นอวี๋พูด

"นั่นคือคำตอบที่ซื่อสัตย์" หลิงซางแก้ไข

เซิ่นอวี๋มองหน้าเขา แล้วก็มองจดหมายอีกครั้ง

"ข้าเคยเห็นวิญญาณ" เขาพูดเงียบๆ "หรืออย่างน้อยก็เห็นสิ่งที่ข้าไม่มีคำอธิบายอื่น หลายครั้งระหว่างทำงาน บางครั้งพวกมันนำทางข้า บางครั้งพวกมันขอร้อง"

หลิงซางฟัง ไม่แสดงความสงสัย ไม่แสดงว่าไม่เชื่อ

"รอยแผลเป็นที่ข้อมือท่าน" เขาพูดช้าๆ "เมื่อท่านสัมผัสกับสิ่งที่ผิดปกติ มันเรืองขึ้นไหม"

เซิ่นอวี๋มองข้อมือซ้าย

"เกือบทุกครั้ง"

"งั้นท่านก็มีลางสังหรณ์ที่ดีกว่าข้า" หลิงซางพูดเรียบๆ "ไปด้วยกัน"

หยูหลานได้ยินเรื่องนี้เมื่อกลับมาจากตลาด

เธอวางตะกร้าลง มองจดหมาย มองทั้งสองคน

"ข้าไปด้วย" เธอพูด

"ท่านต้องดูแลโรงหมอ" หลิงซางพูด

"ข้าฝากเพื่อนที่เรียนแพทย์ด้วยกันมาดูแลได้" หยูหลานตอบ "และท่านซางต้องการคนช่วยเตรียมยา ถ้าต้องรักษาคนทั้งหมู่บ้าน"

"เธอพูดถูก" เซิ่นอวี๋พูดก่อนที่หลิงซางจะโต้แย้ง

หลิงซางมองเซิ่นอวี๋

"ท่านเห็นด้วยเพราะอะไร"

"เพราะถ้าคดีนี้เกี่ยวข้องกับวิญญาณ ข้าไม่แน่ใจว่าสองคนจะพอ" เซิ่นอวี๋ตอบตรงๆ "และคุณหมอผู้ช่วยนั้นน่ากลัวกว่าสิ่งส่วนใหญ่ที่ข้าเคยเจอ"

หยูหลานยิ้ม

"ขอบคุณท่านเซิ่น"

🌿สามวันบนเส้นทางและสิ่งที่เซิ่นอวี๋สอน 🌿

เส้นทางมุ่งเหนือ วันที่หนึ่ง

เส้นทางมุ่งเหนือจากฉางอันผ่านทุ่งโล่งก่อนที่ต้นไม้จะค่อยๆ หนาแน่นขึ้นเมื่อเข้าสู่เขตเขา อากาศหนาวกว่าในเมือง ลมมีกลิ่นดิน กลิ่นหิมะที่ยังค้างอยู่บนยอดเขาในระยะไกล

ม้าสามตัว หลิงซาง เซิ่นอวี๋ หยูหลาน เดินทางในจังหวะที่ไม่รีบ

วันแรกเซิ่นอวี๋สอนหยูหลานเรื่องการอ่านรอยทางธรรมชาติ

"รอยเท้าสัตว์บอกว่าพื้นที่ข้างหน้าปลอดภัยหรือเปล่า" เขาอธิบายขณะที่ทั้งสามหยุดพักริมลำธาร "ถ้าสัตว์ป่าไม่ผ่านทางใดทาง หมายความว่ามีบางสิ่งที่พวกมันหลีกเลี่ยง"

"บางสิ่งอย่างไร" หยูหลานถาม

"ขึ้นอยู่กับชนิดของสัตว์ที่หลีกเลี่ยงและรูปแบบที่หลีกเลี่ยง" เซิ่นอวี๋อธิบาย "นกหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีพิษในดิน กวางหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีนักล่า และสัตว์ทั้งหมดหลีกเลี่ยง—"

"พื้นที่ที่มีพลังงานผิดปกติ" หลิงซางพูดต่อ ยืนอยู่ที่ขอบลำธาร จ้องมองน้ำที่ใสแต่เย็น

เซิ่นอวี๋หันมามองเขา

"ท่านหมอเคยสังเกตเรื่องนั้นด้วยหรือ"

"ข้าเคยตามหายาสมุนไพรในป่า" หลิงซางพูด "และพบว่าต้นยาบางชนิดขึ้นอยู่ในพื้นที่ที่สัตว์ไม่เข้าใกล้ เพราะพลังงานของต้นยานั้นแรงเกินไปสำหรับร่างกายสัตว์ แต่เหมาะกับการรักษา"

"พลังงานรักษาและพลังงานอันตรายอยู่ในที่เดียวกัน" หยูหลานพูดขึ้น เข้าใจ

"บ่อยกว่าที่คิด" หลิงซางพูด

เซิ่นอวี๋มองหลิงซางอยู่ครู่หนึ่ง ในแสงกลางวันของทุ่งหญ้าที่กว้าง ท่าทางปกติที่เรียบร้อยของหมอผู้นี้ดูต่างออกไปเล็กน้อย ผ่อนคลายกว่า เปิดกว่า ราวกับว่าการออกจากเมืองทำให้บางชั้นที่ห่อหุ้มอยู่หลุดออกโดยไม่รู้ตัว

"ท่านหมอชอบออกนอกเมืองไหม" เขาถาม

หลิงซางคิดอยู่สักครู่ก่อนตอบ

"ข้าชอบที่ที่ความเรียบง่ายมีคุณค่าของมันเอง" เขาพูด "ในเมือง ทุกสิ่งต้องการชื่อ ต้องการสถานะ ต้องการเหตุผล ที่นี่" เขายกมือขึ้นเล็กน้อยในท่าทางที่บ่งชี้ถึงทุ่งหญ้ารอบๆ "ต้นไม้ขึ้นเพราะดินดี น้ำไหลเพราะมีที่ต่ำ ไม่มีอะไรที่ต้องอธิบาย"

หยูหลานมองทั้งสองคนสลับกัน

แล้วก็หันไปดูม้าของตัวเองอย่างตั้งใจผิดปกติ

วันที่สอง กลางป่า......

ฝนปรอยลงมาในตอนบ่ายของวันที่สอง ไม่หนัก แต่ทำให้อากาศเย็นลงและถนนลื่น พวกเขาหยุดพักใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่งก้านกว้างพอที่จะกันฝนได้บ้าง

หยูหลานไปเก็บน้ำสำหรับม้า ทิ้งสองคนไว้ในความเงียบของป่าและเสียงฝน

เซิ่นอวี๋นั่งพิงลำต้น ยกหัวเข่า วางแขนพาด จ้องมองฝนที่ตกลงผ่านใบไม้เป็นเส้นสายเงิน

หลิงซางนั่งข้างๆ ระยะห่างพอสมควรแต่ไม่ไกลมาก กำลังตรวจดูยาในย่าม ตรวจสอบว่าความชื้นทำให้สมุนไพรเสียหายไหม

"ท่านหมอ" เซิ่นอวี๋พูดขึ้น

"อะไร"

"เมื่อท่านรักษาคน ท่านรู้สึกอะไรไหม"

หลิงซางหยุดมือที่ตรวจยา

"ถามเรื่องพลัง"

"ถามเรื่องความรู้สึก" เซิ่นอวี๋พูดแก้ "ข้าอยากรู้ว่าสำหรับท่าน มันเป็นแค่งาน หรือมีอะไรมากกว่านั้น"

หลิงซางนิ่งอยู่นาน เสียงฝนตกทำหน้าที่เติมเต็มความเงียบ

"ตอนที่ข้าเยียวยาคนด้วยพลัง" เขาพูดช้าๆ "มันไม่ใช่แค่การส่งพลังออกไป มันเหมือนกับว่าข้าสัมผัสได้ถึงสิ่งที่บาดเจ็บในคนนั้น ไม่ใช่แค่ร่างกาย บางครั้งข้าสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่ลึกกว่า ความกลัว ความโศกเศร้า ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน"

เซิ่นอวี๋ฟังโดยไม่ขัด

"และข้าไม่รักษาได้ทุกอย่าง" หลิงซางพูดต่อ เสียงเบาลง "ร่างกายที่ข้าเยียวยาได้ แต่สิ่งที่ลึกกว่านั้นบางครั้งข้าแค่สัมผัสได้ว่ามันมีอยู่ แต่ทำอะไรไม่ได้"

"นั่นทำให้ท่านหมอเป็นห่วงไหม" เซิ่นอวี๋ถาม เสียงอ่อนกว่าปกติ

"มากกว่าที่แสดงออก" หลิงซางตอบตรงๆ

เซิ่นอวี๋หันมามองเขา มองนานพอที่จะเห็นสิ่งที่คำตอบนั้นซ่อนไว้ ความห่วงใยที่ลึกและเงียบ ที่ไม่มีทางออกเพราะมันผูกกับข้อจำกัดของพลังที่มี

"ท่านหมอรักษาคนอื่น" เขาพูดเบาๆ "แต่ใครรักษาท่านหมอ"

คำถามนั้นตกลงในความเงียบ

หลิงซางมองออกไปที่ฝนที่ตกนอกร่มใบไม้

"ข้าไม่ต้องการการรักษา"

"ทุกคนต้องการ" เซิ่นอวี๋พูด ไม่โต้เถียง แค่บอก

ความเงียบอีกครู่หนึ่ง

จากนั้นหลิงซางก็พูดสิ่งที่เขาไม่คาดว่าจะพูด

"บางครั้ง" เขาพูดเงียบมาก "เมื่อข้าเหนื่อยจากการรักษา พลังหมด ร่างกายเหนื่อย แต่ไม่อยากนอน ข้าแค่ต้องการนั่งอยู่เฉยๆ โดยมีใครบางคนอยู่ด้วย ไม่ต้องพูด ไม่ต้องทำอะไร แค่อยู่"

"ข้าทำอย่างนั้นได้" เซิ่นอวี๋พูดทันที ราวกับรอคำนี้อยู่แล้ว

หลิงซางหันมามอง

เซิ่นอวี๋มองกลับ ดวงตาตรงและชัดเจน

"ข้าสามารถนั่งอยู่เฉยๆ โดยไม่พูดได้นาน" เขาพูด "ข้าฝึกมาตลอดชีวิตในการรอโดยไม่สร้างเสียง"

หลิงซางมองหน้าเขาอีกครู่

แล้วก็หันกลับไปที่ย่ามยา

แต่มุมปากของเขาขยับขึ้นเล็กน้อย เล็กมากจนถ้าไม่ได้มองใกล้ๆ จะมองไม่เห็น

เซิ่นอวี๋เห็น

และเก็บมันไว้ในความทรงจำ ในที่ที่เขาเก็บสิ่งที่มีค่า

วันที่สาม พบคนตัดฟืน.....

ชายชราที่ตัดฟืนอยู่ริมขอบป่าเมื่อเห็นม้าสามตัวก็หยุดมือ

เมื่อหลิงซางถามถึงหมู่บ้านหมอก ชายชราวางขวานลง ใบหน้าที่เหี่ยวย่นของเขาแสดงอารมณ์บางอย่างที่อ่านยาก

"ท่านจะไปที่นั่นจริงๆ หรือ"

"มีจดหมายเชิญ" หลิงซางบอก

ชายชราส่ายหัว "หลายคนที่ไปแล้วไม่กลับมา"

"ไม่กลับมาหรือกลับมาเปลี่ยนไป" เซิ่นอวี๋ถามตรงๆ

ชายชราคิดอยู่สักครู่

"ทั้งสองแบบ" เขาตอบ "บางคนหายไปในหมอก บางคนกลับมาแต่ตาไม่เหมือนเดิม ราวกับว่าพวกเขาเห็นบางสิ่งที่ไม่ควรเห็น"

"ทางไปอย่างไร" หลิงซางถามนิ่ง

ชายชรามองเขานาน แล้วก็ชี้ไปทางเหนือที่มีหมอกจางๆ ลอยอยู่แม้จะเป็นเวลาบ่าย

"เดินตามหมอก" เขาพูด "เมื่อถึงจุดที่หมอกหนาจนมองไม่เห็นมืออย่าหยุด เดินต่อไปจนกว่าจะเย็น ถ้าหยุด หมอกจะกลืนท่านไว้"

"และถ้าเย็นแล้ว" หยูหลานถาม

"ถ้าเย็นแล้วแต่ยังไม่เห็นไฟ หมายความว่าหมู่บ้านไม่ยอมรับท่าน"

"ถ้าเห็นไฟ?"

"ก็เดินเข้าไปเถิด" ชายชราพูด "และจำไว้ว่า ไม่ว่าจะเห็นอะไรในนั้น อย่าสัมผัสสิ่งที่ท่านไม่รู้จัก"

🌊หมู่บ้านหมอกและโรคที่ไม่มีชื่อ 🌊

หมอกเริ่มหนาขึ้นเมื่อพวกเขาเข้าใกล้

ไม่ใช่หมอกธรรมดา สีขาวขุ่นที่เคลื่อนไหวช้าๆ ราวกับมันรู้ว่ามีคนกำลังเข้ามา รอยแผลเป็นบนข้อมือซ้ายของเซิ่นอวี๋เรืองขึ้นเบาๆ

"อยู่ใกล้แล้ว" เขาพูดเงียบๆ

หลิงซางรู้สึกบางสิ่งที่ปลายนิ้ว ความเย็นที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่จากอากาศ แต่จากภายใน ราวกับพลังในตัวเขาตื่นตัวขึ้นตอบสนองต่อบางสิ่งในพื้นที่นี้

เขาวางกุ้ยหยูสีขาวที่แขวนไว้ที่เอวออกมาถือไว้ในมือ ทันทีที่สัมผัส ความเย็นที่ปลายนิ้วสม่ำเสมอขึ้น ควบคุมได้ง่ายขึ้น

"เดินต่อ" เขาบอก "ตามที่ชายชราบอก"

หมอกหนาขึ้น หนาขึ้น จนมองไม่เห็นม้าตัวข้างๆ แม้จะอยู่ห่างกันแค่ก้าวสองก้าว

หยูหลานร้องเรียกเบาๆ "ท่านซาง?"

"อยู่นี่" หลิงซางตอบ "เดินต่อ"

ความเงียบของหมอกนั้นต่างจากความเงียบทั่วไป ในนั้นไม่มีเสียงนก ไม่มีเสียงลม ไม่มีเสียงแมลง มีแค่เสียงก้าวเท้าของพวกเขาเองที่ดูดังผิดปกติ ราวกับเสียงสะท้อนกลับมาจากผนังที่มองไม่เห็น

เซิ่นอวี๋ขี่ม้านำอยู่ข้างหน้า มือซ้ายที่รอยแผลเรืองอยู่ยกขึ้นเล็กน้อย ราวกับรับสัญญาณจากบางสิ่ง

จากนั้น แสงส้มอ่อนๆ ปรากฏขึ้นในหมอก

ไฟ

และเมื่อพวกเขาเดินออกมาจากหมอกหนาสู่บริเวณที่ชัดเจนกว่า

หมู่บ้านหมอกปรากฏอยู่เบื้องหน้า

หมู่บ้านเล็กๆ สิบกว่าหลัง บ้านไม้ที่ดูแลรักษาดีแต่เงียบเกินไปสำหรับเวลาเย็น ปกติในเวลานี้ควรมีกลิ่นอาหารปรุง เสียงเด็กเล่น เสียงคุยกันระหว่างเพื่อนบ้าน

แต่เงียบ

เงียบสนิทยกเว้นเสียงไฟที่โคมหน้าบ้านแต่ละหลัง

และที่กลางลานหมู่บ้าน

มีชายวัยกลางคนยืนรออยู่คนเดียว ใบหน้าซีดผิดปกติ ตาล้อมด้วยรอยดำของคนที่ไม่ได้นอนนาน

"ท่านหมอมาแล้ว" เขาพูด เสียงสั่นเล็กน้อยด้วยความโล่งใจ

"ข้าคืออู๋หลิงซาง" หลิงซางลงจากม้า "ท่านส่งจดหมายมา?"

"ข้าชื่อเฉินหมิง ผู้ใหญ่บ้าน" ชายนั้นก้มศีรษะ "ขอบคุณที่มา"

"บอกข้าว่าเกิดอะไรขึ้น" หลิงซางพูดตรง

ผู้ใหญ่บ้านเฉินหมิงมองรอบๆ หมู่บ้านที่เงียบงัน มองในแบบที่บ่งบอกว่าเขากำลังมองหาบางสิ่งที่ไม่มีตัวตน

"มาข้างในก่อนเถิด" เขาพูด เสียงเบา "อย่าคุยเรื่องนี้กลางลาน"

"ทำไม" เซิ่นอวี๋ถาม

ผู้ใหญ่บ้านมองเขา แล้วก็พูดสั้นๆ ที่ทำให้ไออุ่นบริเวณนั้นรู้สึกเย็นลงทันที

"เพราะพวกเขาฟังอยู่"

ในบ้านของผู้ใหญ่บ้าน ชาร้อนถูกเทออกมาและประตูปิดสนิท หน้าต่างทุกบานมีผ้าสีแดงแขวนไว้ที่กรอบ สีที่คนทั่วไปเชื่อว่าป้องกันวิญญาณ

"สองเดือนก่อน" เฉินหมิงเริ่มเล่า "ชายหนุ่มคนหนึ่งในหมู่บ้านล้มป่วย อาการแปลกมาก ตัวร้อน แต่ผิวเย็น พูดไม่รู้เรื่อง เหมือนกำลังคุยกับคนที่ไม่มีอยู่จริง"

"แล้วอาการพัฒนาไปอย่างไร" หลิงซางถาม

"สามวันหลังจากนั้นเขาตาย" เฉินหมิงพูด "แต่—" เขาหยุด มือกำแน่น "หลังจากที่เขาตายและฝังแล้ว เพื่อนบ้านบอกว่าเห็นเขาเดินอยู่ในหมู่บ้านกลางดึก"

"เห็นรูปทรง" เซิ่นอวี๋พูด "หรือเห็นชัดเจน"

"ชัดเจน" เฉินหมิงตอบ "ชัดจนคุยด้วยได้ เขาจำคนรู้จักได้ ถามเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน พูดเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาตายแล้ว"

"แล้วเขาบอกไหมว่าทำไมถึงยังอยู่" หยูหลานถาม

"บอกว่า ยังหาทางออกไม่เจอ" เฉินหมิงพูด เสียงสั่น "และหลังจากนั้น คนอื่นในหมู่บ้านก็เริ่มป่วยแบบเดิม ตอนนี้มีสี่คนที่ป่วย สองคนตายไปแล้วแต่ยังอยู่ในหมู่บ้าน มีเด็กสาวหนึ่งคนที่ป่วยมาสามวันแล้ว"

"พาข้าไปดูเด็กสาวก่อน" หลิงซางลุกขึ้น

🌙โรคที่หมอดูไม่ออก ⚕

เด็กสาวชื่อ เสี่ยวเหมย อายุสิบสี่ปี นอนอยู่บนเตียงในบ้านที่มีแม่นั่งเฝ้าข้างๆ ตลอดเวลา

ร่างกายที่ผอมบางของเธอดูเล็กลงกว่าอายุจริง ผิวซีดจนเห็นเส้นเลือดฝอยที่ขมับชัดเจน ลมหายใจสม่ำเสมอแต่เบามากผิดปกติ และดวงตาที่ปิดอยู่นั้น ขยับบ้างเป็นครั้งคราว ราวกับกำลังฝันในแบบที่เข้มข้น

แต่ที่ทำให้หลิงซางหยุดอยู่กับที่ตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องคือ

อุณหภูมิ

ห้องนั้นเย็นกว่าอุณหภูมิภายนอก ทั้งที่มีเตาไฟจุดอยู่ตรงมุม

เย็นแบบที่ไม่ใช่ความเย็นธรรมดา

หลิงซางสัมผัสได้ทันทีว่ามันคืออะไร พลังของเขาที่ตื่นตัวอยู่แล้วตั้งแต่เข้ามาในหมอกนั้น ตอบสนองต่ออะไรบางสิ่งในห้องนี้

มีพลังงานอีกอย่างอยู่ที่นี่

เขาคุกเข่าลงข้างเตียง วางมือที่ข้อมือของเสี่ยวเหมย

ชีพจรเบา สม่ำเสมอ แต่ไม่ปกติ มันเต้นในจังหวะที่ดูเหมือนมีสองจังหวะซ้อนกัน จังหวะของคนมีชีวิต และจังหวะของบางสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์

หลิงซางคิดในใจ

"มีบางสิ่งอยู่ในร่างของเธอ"

เขายกมือออกมา หันไปมองเซิ่นอวี๋ที่ยืนอยู่ที่ประตู

เซิ่นอวี๋พยักหน้าเล็กน้อย รอยแผลของเขาเรืองอยู่ชัดเจน บอกว่าเขารู้สึกบางสิ่งเช่นกัน

"แม่ท่านเสี่ยวเหมย" หลิงซางเรียกแม่ของเด็กสาว "ก่อนที่เธอจะเริ่มป่วย มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นไหม"

หญิงวัยกลางคนที่ดูเหนื่อยล้าจากการเฝ้าลูกหลายวันขยับ

"มีคืนหนึ่งที่เธอบอกว่าได้ยินเสียงร้องไห้จากนอกบ้าน" เธอพูดเบาๆ "เธอออกไปดู แต่ไม่เห็นใคร กลับเข้ามาแล้วก็เริ่มป่วยตั้งแต่รุ่งเช้า"

"เสียงร้องไห้" หลิงซางพูดซ้ำ มองเซิ่นอวี๋

"เสียงเรียกร้องความช่วยเหลือ" เซิ่นอวี๋พูดเงียบๆ "หรือเป็นกับดัก"

"หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน" หลิงซางพูดต่อ

เขาหันกลับมาที่เสี่ยวเหมย วางมือลงบนหน้าผากของเธอ หลับตา

แสงสีขาวเรืองออกมาจากฝ่ามือ ช้าๆ ระมัดระวัง ไม่ใช่การรักษาแบบเต็มกำลัง แต่เป็นการ สำรวจ — ส่งพลังออกไปเบาๆ เพื่อรับรู้ว่าข้างในมีอะไร

และสิ่งที่เขาสัมผัสได้นั้น

ทำให้เขาเปิดตาขึ้น

"มีวิญญาณในร่างของเธอ" เขาพูดตรงๆ ให้เฉินหมิงและแม่ของเสี่ยวเหมยได้ยิน "ไม่ใช่วิญญาณชั่วร้าย แต่เป็นวิญญาณที่หลงทาง หาทางออกไม่ได้และบังเอิญเข้ามาในร่างของเธอเมื่อเธอออกไปกลางดึก"

"มันจะทำร้ายลูกสาวข้าไหม" แม่ถาม เสียงสั่น

"มันไม่ตั้งใจ" หลิงซางตอบ "แต่ถ้าทิ้งไว้นาน วิญญาณที่อยู่ในร่างมนุษย์จะดึงเอาพลังชีวิตออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เหมือนกับไฟสองดวงที่จุดอยู่ในโถเดียวกัน โถไม่ได้ออกแบบมาสำหรับสองดวง"

"งั้นต้องทำอะไร" เซิ่นอวี๋ถาม

"ต้องช่วยให้วิญญาณนั้นหาทางออก" หลิงซางพูด "แต่ถ้าดึงออกด้วยกำลัง เด็กสาวอาจได้รับบาดเจ็บ เพราะมันอยู่ในนั้นนานพอที่จะพันกันแล้วบางส่วน"

"ต้องให้มันออกเอง" หยูหลานพูดขึ้น เข้าใจ

"ต้องเปิดทางให้มัน" หลิงซางยืนยัน "และก่อนที่จะทำได้ ต้องรู้ว่ามันคือใคร ทำไมถึงยังอยู่ ทำไมถึงหาทางออกไม่เจอ"

"ข้าจะถามมัน" เซิ่นอวี๋พูด

ทุกคนมองเขา

"ข้าสื่อสารกับวิญญาณได้บ้าง" เขาพูดเรียบๆ ราวกับบอกว่าตัวเองว่ายน้ำเป็น "ไม่ใช่ทุกดวง และไม่ใช่ทุกครั้ง แต่วิญญาณที่หลงทางมักต้องการพูด มากกว่าวิญญาณทั่วไป"


♥️เมื่อหมอกไม่ได้ซ่อน แต่รอเวลา ♥️

"หมอกในยามรุ่งสาง ไม่ได้ซ่อนโลกจากผู้คน มันซ่อนสิ่งที่โลกยังไม่พร้อมให้เห็น

และในหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่ไม่มีชื่อในแผนที่ คนตายได้เรียนรู้ว่าการจากไปนั้นไม่น่ากลัว ถ้าได้พูดสิ่งที่ต้องพูดก่อน

และคนที่ยังมีชีวิตสองคน ที่เดินทางผ่านหมอกนั้นด้วยกัน ก็เรียนรู้บางสิ่งด้วยเช่นกัน

ว่าบางเรื่องที่ค้างอยู่ในอก ยิ่งค้างนานก็ยิ่งหนัก และสิ่งที่พูดออกมาก่อนสายเกินไป มักจะเบากว่าที่กลัวเสมอ"

♥️"หมอกจางเห็นฟ้าใส ใจสงบรู้ว่าที่ใดคือบ้าน" ♥️

..สุสาส์นราคะ...