เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน
รัก,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยาย,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah)เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา(ศิศิระ)ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ เมืองฉางอัน
....หยาดน้ำค้างในม่านหมอก (The ILLusion of Shishirah) ...
°•. มายาน้ำค้างในม่านหมอก แด่เธอผู้เป็นที่รัก สุดแสน ประจักษ์ นับอนันต์. •°
เกริ่นนำ
เรื่องราวการรักษาผู้คนที่งดงามด้วยหัตถ์ชิชิรา (ศิศิระ) ของหมอเทวดาอู๋หลิงซาง และ ผู้พิทักษ์จิตวิญญาณแห่งเจ้าหญิงหิมะเย่เซิ่นอวี๋ ท่ามกลางเรื่องเหนือธรรมชาติและความรักในโรงหมอเล็กๆ ณ ฉางอันเมืองที่หมอกปกคลุมในรุ่งสาง
อู๋ หลิงซาง คือหมอที่คนทั้งเมืองพูดถึงด้วยความเคารพและหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน มือของเขารักษาได้ทุกโรค แต่ใจของเขาไม่รู้จักรับ เขาเติบโตมาในโลกที่หมอต้องแข็งแกร่ง ต้องให้โดยไม่ต้องการรับ ต้องรักษาโดยไม่ต้องการการรักษากลับ จนกระทั่งวันหนึ่งมีคนเดินเข้ามาพร้อมบาดแผลที่รักษาไม่หายสักที
เย่ เซิ่นอวี๋ คือนักสืบลับที่ทุกคนเข้าใจผิดว่าเป็นโจร เขายิ้มให้โลกทั้งใบ แต่ไม่เคยยิ้มให้ตัวเอง เพราะรู้ดีว่าโลกนั้นไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มีแค่หมอเย็นชาคนหนึ่งที่เห็นสิ่งที่แท้จริงอยู่ข้างใน และนั่นอันตรายกว่าดาบที่เขาพกติดตัวมาก
“หมอที่รักษาทุกอย่างได้ เว้นแต่หัวใจตัวเอง นักสืบที่รู้ทุกอย่างได้ เว้นแต่ว่าตัวเองก็คือคนสำคัญ
ชาแก้วหนึ่งในตอนเช้า สวนสมุนไพรที่ดูแลด้วยกัน บาดแผลที่กลับมาให้รักษาเสมอ และความเงียบที่รู้ว่าหมายถึงอะไร
บางครั้งความรักไม่ได้ดังก้อง มันแค่อยู่ที่นั่น ทุกวัน จนกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยที่ไม่รู้ตัว”
""สองวิญญาณ ทุกชาติร้อยสร้อยสายหนึ่ง ทุกชาติลูกปัดมีสีต่างกัน แต่วิธีร้อยเหมือนกัน คือทีละเม็ด ช้าๆ
รู้จักจังหวะของกันและกัน สร้อยนั้น คือกันและกันในทุกชาติ""
..สุสาส์นราคะ..
มีรายตอนทั้งหมด 61 ตอน (ติดเหรียญตอนที่22)
EBOOK [ [ (<พิเศษท้ายตอนทุกตอน>) ] ]: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา44% 07.07-09.09)
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ1NTU2NiI7fQ
ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)
ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”
°•. สุสาส์นราคะ. •°
"ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุด จุดสิ้นสุดคือช่วงเวลาที่วางลงได้ ใครที่ยังวางไม่ลง ตายแล้วก็ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด
"มีสถานที่หนึ่ง ไม่ได้อยู่ที่นี่ ไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่อยู่ระหว่างทั้งสอง
ที่นั้นไม่มีชื่อ ที่ไม่มีชื่อ มีแค่คนที่ยังไม่พร้อมจากไป
พวกเขาหยุดอยู่ที่นั่น ไม่ใช่เพราะไม่อยากไป แต่เพราะมีบางอย่างที่ยังวางไม่ลง
บางอย่างนั้น ส่วนใหญ่ มีชื่อ และชื่อนั้นคือชื่อของคนที่พวกเขาทิ้งไว้ในโลก"
💙การสนทนากับสิ่งที่อยู่ระหว่างสองโลก💙
เซิ่นอวี๋นั่งลงข้างเตียงในที่ที่หลิงซางเพิ่งนั่งอยู่
เขาวางมือซ้ายลงบนผ้าห่มข้างๆ ร่างของเสี่ยวเหมย ไม่สัมผัสตัวเธอโดยตรง รอยแผลเป็นที่ข้อมือซ้ายเรืองขึ้นเป็นแสงเงินจางๆ
"ข้าพูดกับสิ่งที่อยู่ในนั้น" เขาพูดเบาๆ ชัดเจน ไม่ใช่กับเสี่ยวเหมยแต่กับอากาศในห้อง "ข้ารู้ว่าท่านอยู่ที่นั่น และข้ารู้ว่าท่านไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่ได้มาไล่ มาถามว่าท่านต้องการอะไร"
ห้องเงียบ
จากนั้น อุณหภูมิลดลงอีกระดับ
และเสี่ยวเหมยที่นอนหลับอยู่ ริมฝีปากของเธอขยับขึ้น เสียงดังออกมา แต่ไม่ใช่เสียงของเด็กสาวอายุสิบสี่
มันเป็นเสียงของชายหนุ่ม แหบเล็กน้อย สั่น
"...ข้า...หาทางออกไม่เจอ..."
แม่ของเสี่ยวเหมยสะอื้นเบาๆ หยูหลานวางมือบนไหล่ของเธอ
"ท่านชื่ออะไร" เซิ่นอวี๋ถามเบาๆ
"...อาหลง... ข้าชื่ออาหลง..."
"อาหลง" เซิ่นอวี๋ทวน "ท่านตายเมื่อไหร่"
"...สองเดือนก่อน... ป่วยสามวัน..."
เฉินหมิงขยับ ชื่อนั้นตรงกับชายหนุ่มคนแรกที่ป่วยและตาย
"ทำไมถึงยังอยู่" เซิ่นอวี๋ถาม เสียงนุ่มนวลกว่าที่หลิงซางเคยได้ยินมาก
"...ข้ายังหาคนไม่เจอ... ต้องบอกบางอย่างกับเขา... ก่อนที่จะไปได้..."
"บอกใคร"
"...พ่อของข้า... ข้าทะเลาะกับพ่อวันก่อนที่จะป่วย... ไม่ได้ขอโทษ... ข้าไม่ยอมจาก..."
หลิงซางที่ยืนอยู่ข้างหลังเซิ่นอวี๋ฟังอยู่ ในดวงตาสีเทาอมน้ำตาลมีบางสิ่งที่อ่อนโยนลง
"พ่อของท่านอยู่ที่หมู่บ้านนี้ไหม" เซิ่นอวี๋ถาม
"...อยู่... แต่ข้าหาเขาไม่เจอ... มืดมากในที่นี่... ท่านช่วยข้าได้ไหม..."
"ช่วยได้" เซิ่นอวี๋พูดทันที "ข้าจะพาพ่อของท่านมา ท่านรอได้ไหม"
"...รอได้... แต่ขอให้รีบ... ข้าเหนื่อยมากแล้ว..."
เฉินหมิงพาพ่อของอาหลงมา
ชายชราที่มีรอยน้ำตาบนแก้มอยู่ตลอดเวลา เดินเข้ามาในห้องด้วยก้าวที่หนักราวกับแบกบางสิ่งไว้บนบ่า
เมื่อเขาเห็นลูกสาวคนอื่นนอนอยู่บนเตียงแต่ได้ยินเสียงลูกชายของตัวเองพูดออกมา
เขาพังลงนั่งบนพื้นทันที ไม่ใช่เพราะขาอ่อน แต่เพราะหัวใจอ่อนลงจนยืนไม่ได้
"อาหลง" เขาร้องเรียก
"...พ่อ..." เสียงจากเสี่ยวเหมยสั่น "...ข้าขอโทษ... วันนั้นที่ทะเลาะกัน... ข้าพูดเกินไป... ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น..."
ชายชราร้องไห้ ไม่มีเสียง น้ำตาไหลลงเต็มใบหน้า
"พ่อรู้" เขาพูด เสียงสั่น "พ่อรู้ว่าลูกไม่ได้หมายความอย่างนั้น พ่อก็ขอโทษด้วย พ่อพูดเกินไปก่อน"
"...พ่อไม่โกรธลูกใช่ไหม..."
"ไม่โกรธ" ชายชราพูด "ไม่เคยโกรธ แค่คิดถึง"
ในห้องนั้นเงียบลงในแบบที่ต่างจากความเงียบก่อนหน้า ก่อนหน้านั้นเงียบแบบตึง ตอนนี้เงียบแบบที่บางอย่างได้รับการปล่อยออกไปแล้ว
"...ข้าไปได้แล้ว..." เสียงของอาหลงเบาลง "...บอกแม่ว่าข้ารักแม่... และขอโทษน้องสาวที่ทำให้กลัว..."
"บอกเอง" เซิ่นอวี๋พูดเบาๆ "ท่านไปได้แล้ว อาหลง ที่ที่ท่านจะไปนั้น ท่านจะสามารถบอกได้เอง"
อุณหภูมิในห้องค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ ช้าๆ เหมือนน้ำอุ่นที่ค่อยๆ ไหลเข้ามาแทนที่น้ำเย็น
เสี่ยวเหมยหายใจออกยาว
แล้วก็ลืมตาขึ้น ตาของตัวเองที่มีแววงงงวยของคนที่เพิ่งตื่นจากฝันลึก
"แม่...?" เธอเรียก
แม่ของเธอกอดเธอไว้ทันที ร้องไห้อยู่บนไหล่ลูกสาวโดยไม่พยายามซ่อน
หลิงซางตรวจเสี่ยวเหมยทันทีหลังจากนั้น ชีพจรที่เคยมีสองจังหวะตอนนี้มีจังหวะเดียว สม่ำเสมอ แข็งแรง อุณหภูมิร่างกายกลับมาปกติ
"หาย" เขาบอกสั้นๆ
และในคืนนั้น เขาใช้พลังเยียวยาสองคนที่ป่วยอยู่ในหมู่บ้านอีกสองคน แต่ทุกครั้งก่อนรักษา เซิ่นอวี๋จะนั่งลงและพูดกับสิ่งที่อยู่ในร่างก่อน ฟังเรื่องที่ค้างอยู่ ช่วยให้วิญญาณที่ติดอยู่นั้นได้พูดสิ่งที่ต้องพูดก่อนจะจากไป
หลิงซางยืนดูการทำงานของเซิ่นอวี๋ทุกครั้ง
และทุกครั้ง เขาเห็นสิ่งที่ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนในชายคนนี้ ความอดทนที่ไม่มีที่สิ้นสุด ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มและความคล่องแคล่ว ความสามารถในการทำให้แม้แต่สิ่งที่ตายแล้วรู้สึกว่าได้รับการรับฟัง
⚔วิญญาณที่ไม่ได้หลงทาง แต่ถูกกักไว้ ⚔
แต่ในคืนที่สอง
สิ่งที่พบนั้นต่างออกไป
วิญญาณที่สามของหมู่บ้านนั้นไม่ใช่วิญญาณที่หลงทาง
มันถูกกักไว้
หลิงซางและเซิ่นอวี๋เข้าไปในบ้านของเหยื่อรายที่สาม ชายวัยสี่สิบที่นอนป่วยอยู่ เมื่อเซิ่นอวี๋นั่งลงและเริ่มพูดตามปกติ สิ่งที่ตอบสนองไม่ใช่เสียงเจ็บปวดหรือเสียงขอความช่วยเหลือ
มันเป็นความเย็นที่แผ่ออกมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง
รอยแผลเป็นที่ข้อมือของเซิ่นอวี๋เรืองแดงแทนที่จะเงิน สัญญาณที่ต่างออกไป
"ออกไป" เซิ่นอวี๋พูดกับหลิงซางทันที เสียงที่เปลี่ยนจากนุ่มนวลเป็นคม "พาคนออกไปจากห้องนี้"
หลิงซางไม่ถาม ค่อยๆ เดินออกทางหน้าบ้านไปทันที
ภรรยาของชายที่ป่วย เด็กสองคน เฉินหมิงที่มาด้วย ทุกคนออกไปนอกบ้าน
หยูหลานถูกบอกให้ยืนอยู่ที่ประตูหน้า ห้ามเข้าไป
หลิงซางกลับเข้ามาคนเดียว
สิ่งที่อยู่ในห้องนั้นไม่ใช่วิญญาณของคนในหมู่บ้าน
มันเก่ากว่านั้นมาก และมันไม่ได้หลง มันถูกผูกไว้กับสถานที่นี้โดยเจตนา
เซิ่นอวี๋ยืนอยู่กลางห้อง ดาบ หยินซา เปลือยออกจากฝักในมือขวา แสงจากดาบสีเงินสะท้อนกับรอยแผลที่เรืองแดงบนข้อมือซ้าย สร้างแสงที่ต่างออกไปจากแสงเทียน
อากาศในห้องหนักและเย็น สิ่งที่มองไม่เห็นแต่รู้สึกได้นั้นเคลื่อนไหวรอบๆ ห้อง
"ผิดปกติ" เซิ่นอวี๋พูดเมื่อเห็นหลิงซางเดินเข้ามา น้ำเสียงเตือน
"รู้" หลิงซางพูด กุ้ยหยูในมือ แสงสีขาวเรืองออกมาจากมือข้างนั้น สร้างพื้นที่ของความอบอุ่นรอบตัวเขา "อะไรอยู่ที่นี่"
"ไม่ใช่วิญญาณคน" เซิ่นอวี๋ตอบ สายตาไม่หยุดนิ่ง ติดตามบางสิ่งที่เคลื่อนที่อยู่รอบๆ "มีพลังงานมากกว่านั้น และมันรู้ว่าเราอยู่ที่นี่—"
สิ่งนั้นเคลื่อนไหว
ไม่มีรูปร่าง แต่มีน้ำหนัก อากาศบิดตัวราวกับมีบางสิ่งขนาดใหญ่เคลื่อนผ่าน โต๊ะข้างห้องขยับเล็กน้อย เทียนที่จุดอยู่ดับพร้อมกันสามเล่ม
เซิ่นอวี๋หมุนตัวตามบางสิ่งที่เขาดูเหมือนมองเห็น ดาบ หยินซา เคลื่อนไหวในอากาศ ไม่ใช่การฟาดหรือการแทง แต่เป็นการขีดรูปแบบที่ซับซ้อนในอากาศ ราวกับการเขียนตัวอักษรที่มองไม่เห็น
รอยแผลเป็นที่ข้อมือซ้ายเรืองแดงขึ้นเป็นจังหวะตามการเคลื่อนไหวของดาบ
หลิงซางจำได้จากตำราที่อ่านมา
"นี่คือท่าดาบผนึก"
สิ่งที่อยู่ในห้องส่งเสียง ไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็นเสียงที่ทำให้อากาศสั่น ทำให้หูรู้สึกอึดอัด
หลิงซางก้าวออกมายืนข้างเซิ่นอวี๋ วางมือที่ถือกุ้ยหยูลงบนไหล่เขาเบาๆ
ทันทีที่สัมผัส
พลังสองอย่างประสานกัน แสงสีขาวจากกุ้ยหยูไหลออกมาตามแขนของเซิ่นอวี๋ พบกับแสงแดงที่รอยแผลเป็น กลายเป็นแสงสีเงินที่ไหลตามลำดาบ หยินซา ส่องออกจากปลายดาบไปยังทุกมุมห้อง
สิ่งในห้องส่งเสียงอีกครั้ง ครั้งนี้ดังกว่า ตึงเครียดกว่า
"ท่านหมอ" เซิ่นอวี๋พูดไม่หันหน้า "อย่าปล่อยมือ"
"ไม่ปล่อย" หลิงซางพูด มือที่วางบนแผ่นหลังนั้นกระชับขึ้น
เซิ่นอวี๋ขยับดาบต่อ รูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น เร็วขึ้น แสงสีเงินจากดาบสว่างขึ้นในทุกจังหวะที่ดาบเคลื่อนที่
สิ่งนั้นดิ้นรน หลิงซางรู้สึกได้ผ่านมือที่วางบนหลังของเซิ่นอวี๋ ผ่านการสั่นสะเทือนที่ส่งต่อมาจากดาบสู่ร่างกายสู่มือที่ประสานกัน
และจากนั้น
เซิ่นอวี๋เปล่งเสียงออกมาหนึ่งคำ ไม่ดัง แต่มีน้ำหนักของบางสิ่งที่ลึกกว่าเสียงพูดทั่วไป
ดาบ หยินซา พุ่งลงพื้นในท่าที่ตั้งตรง ปลายดาบสัมผัสพื้นไม้และแสงระเบิดออกในวงกลมรอบตัวทั้งสอง
สิ่งในห้องส่งเสียงครั้งสุดท้าย เสียงที่เหมือนลมหายใจออกยาว
แล้วก็หายไป
อุณหภูมิห้องกลับมาปกติในทันที เทียนที่ดับขึ้นมาใหม่เองราวกับมีคนจุด ชายที่นอนป่วยบนเตียงหายใจออกลึก ครั้งแรกในรอบหลายวัน แล้วก็ตื่นขึ้น
เซิ่นอวี๋หมดแรงในทันทีที่สิ่งนั้นหายไป เขาล้มลงนั่งบนพื้น มือที่ถือดาบอยู่สั่น รอยแผลเป็นที่ข้อมือซ้ายที่เพิ่งเรืองแดงตอนนี้ดับลง แต่มีรอยร้อนที่ผิวหนัง
หลิงซางคุกเข่าลงข้างๆ เขาทันที
"เจ็บไหม" เขาถาม
"รอยแผล" เซิ่นอวี๋พูด เสียงเหนื่อย "ร้อนหน่อย"
หลิงซางจับข้อมือซ้ายของเขาขึ้น ตรวจรอยแผลเป็นที่ยังมีความอุ่นเหลืออยู่ วางฝ่ามือทับลงไป แสงสีขาวเรืองออกมาเบาๆ ความร้อนนั้นเย็นลงทันที
เซิ่นอวี๋มองมือที่วางบนข้อมือของเขา
แล้วก็มองหน้าหลิงซาง
"นั่นอะไร" เขาถาม เสียงต่ำกว่าปกติ
"สิ่งที่ถูกผูกไว้กับสถานที่" หลิงซางตอบ ยังไม่ปล่อยมือ "ไม่ใช่วิญญาณของคนที่ตายในหมู่บ้าน มันถูกผูกไว้ที่นี่โดยเจตนา และวิญญาณที่หลงทางของหมู่บ้านเข้ามาใกล้บ้านนี้เพราะรู้สึกถึงมัน แล้วก็ถูกดูดเข้ามา"
"ใครผูกมัน" เซิ่นอวี๋ถาม สายตาที่เหนื่อยล้าชัดขึ้นเล็กน้อย
"ข้าไม่รู้" หลิงซางพูด "แต่ตอนที่ท่านใช้ดาบ ข้ารู้สึกถึงบางสิ่งที่คุ้นเคยในรูปแบบของมัน"
"คุ้นเคยอย่างไร"
"คุ้นเคยแบบเดียวกับพิษที่ใช้กับขุนนางในฉางอัน" หลิงซางพูดช้าๆ
เซิ่นอวี๋นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
"งั้นขุนนางเว่ยไม่ใช่หัวงู" เขาพูด
"ไม่ใช่" หลิงซางยืนยัน
🌿คืนที่หลิงซางไม่ยอมปล่อย🌿
คืนนั้น พวกเขาพักในบ้านที่ผู้ใหญ่บ้านจัดให้
หยูหลานนอนหลับได้เร็วด้วยความเหนื่อย
หลิงซางนั่งอยู่ข้างๆ เซิ่นอวี๋ที่นอนราบแต่ยังไม่หลับ มีชาอุ่นสองถ้วยและตะเกียงเล็กๆ ระหว่างพวกเขา
"เซิ่นอวี๋" หลิงซางพูด
"อะไร"
"ข้อมือยังเจ็บไหม"
"ดีขึ้นแล้ว" เซิ่นอวี๋ตอบ "ท่านหมอรักษาเก่ง"
ความเงียบสั้นๆ
"ท่านทำแบบนั้นบ่อยไหม" หลิงซางถาม เสียงที่ไม่ได้ถามเรื่องดาบ แต่ถามเรื่องที่ลึกกว่า "เผชิญกับสิ่งที่ท่านเผชิญวันนี้ คนเดียว"
เซิ่นอวี๋นิ่งอยู่นาน
"เคยบ่อย" เขาตอบในที่สุด "ก่อนที่จะพบท่านหมอ"
"และไม่มีใครรู้"
"ไม่มีใคร"
หลิงซางมองมือของตัวเองที่วางอยู่บนเข่า
"ข้ารู้สึกผิดที่ไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน" เขาพูด เสียงเงียบ
"ท่านหมอไม่ควรรู้สึกผิด" เซิ่นอวี๋พูด "เราเพิ่งพบกันไม่นาน"
"แต่ข้าควรถามมากกว่านี้"
เซิ่นอวี๋หันมามองหลิงซาง ในแสงตะเกียงจางๆ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมีบางสิ่งอ่อนโยนและประหลาดใจปนกัน
"ท่านหมอถามมากพอแล้ว" เขาพูด "มากกว่าคนส่วนใหญ่ที่ข้าเคยพบมา"
"มากพอสำหรับข้า" หลิงซางพูด เสียงที่บอกว่ามาตรฐานของเขาไม่ใช่มาตรฐานของคนทั่วไป
เซิ่นอวี๋มองหน้าเขานาน
"ท่านหมอ"
"อะไร"
"ตอนกลางคืนข้างนอก ท่านบอกว่ามีบางสิ่งที่เพิ่มขึ้นทุกวัน" เซิ่นอวี๋พูดช้าๆ "ข้าก็เช่นกัน"
หลิงซางมองเขา ไม่พูด แต่รอ
"และข้าเกรงว่า..." เซิ่นอวี๋หยุด ราวกับกำลังเลือกคำ "ข้าเกรงว่าสิ่งที่ข้าทำอยู่ จะนำความอันตรายมาใกล้ท่านหมอมากเกินไป บางครั้งข้าคิดว่าควรจะ—"
"อย่าพูดต่อ" หลิงซางตัดบท
เซิ่นอวี๋หยุด
"ถ้าท่านจะพูดว่าควรจะห่างออกไปเพื่อปกป้องข้า" หลิงซางพูด น้ำเสียงที่ปกติเรียบราบมีบางอย่างแหลมคมอยู่ข้างใน "ข้าจะบอกว่าข้าเป็นคนตัดสินใจว่าอยู่ที่ไหนและกับใคร ไม่ใช่ท่าน"
"แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น—"
"ถ้าเกิดอะไรขึ้น ข้าจะรับผิดชอบตัวเอง" หลิงซางพูด "ข้าไม่ต้องการการปกป้องในแบบที่ห่างออกไป ข้าต้องการการปกป้องในแบบที่อยู่ข้างๆ"
ความเงียบหนักในแบบที่ไม่ต้องการคำพูดเพิ่ม
เซิ่นอวี๋มองหน้าหลิงซางนาน
จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่เบาที่สุดของคืนนั้น
"ข้าก็เช่นกัน"
ตอนกลางดึก
หลิงซางตื่นขึ้นจากความฝันที่ไม่ใช่ฝัน
ภาพที่เขาเห็นนั้นชัดเจนกว่าฝันธรรมดา ชัดเจนเหมือนความทรงจำ
เขาเห็นตัวเองในร่างที่ต่างออกไป เสื้อสีขาว ยืนอยู่กลางสนามรบที่มีคนบาดเจ็บล้มอยู่ทุกแห่ง มือที่เรืองแสงเยียวยาคนทีละคนทีละคน
และอยู่ข้างหลังเขา มีร่างหนึ่งที่ยืนหันหน้าออก ดาบในมือ ปกป้องทิศทางที่เขาไม่สามารถมองได้ขณะที่รักษา
เขาไม่เห็นหน้าของร่างนั้น แต่รู้สึกถึงมัน รู้สึกถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และบางสิ่งที่อ่อนโยนกว่านั้นที่ซ่อนอยู่ใต้ความแข็งแกร่ง
ก่อนที่ความฝันจะจบ ร่างนั้นหันมาครึ่งหนึ่ง และหลิงซางเห็นรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ข้อมือซ้าย
หลิงซางนั่งขึ้น มองข้ามห้องไปยังที่ที่เซิ่นอวี๋นอนหลับอยู่
แสงดาวที่ลอดผ่านหน้าต่างตกลงบนแขนซ้ายที่ไม่มีผ้าพันอยู่ในตอนหลับ รอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเห็นชัดในแสงนั้น
หลิงซางมองอยู่นาน
แล้วก็นอนลงอีกครั้ง หลับตา
เขาคิดในใจ
"ข้ารู้แล้ว"
💧เช้าวันรุ่งขึ้นและสิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านบอก💧
เช้าวันรุ่งขึ้น
ผู้ใหญ่บ้านเฉินหมิงมาพบพวกเขาก่อนอาหารเช้า มีสีหน้าที่ดีขึ้นจากคืนก่อน แต่ยังมีบางสิ่งที่กังวลอยู่
"หมู่บ้านของข้าขอบคุณท่านมาก" เขาพูด "แต่มีเรื่องที่ข้าต้องบอกท่าน เรื่องที่ข้าไม่กล้าบอกตั้งแต่แรก"
"เชิญว่ามา" หลิงซางพูด
"สิ่งที่อยู่ในบ้านหลังนั้น" เฉินหมิงพูดช้าๆ "ข้าคิดว่าข้ารู้ว่ามาจากไหน เมื่อสามเดือนก่อน มีคนแปลกหน้ามาขอพักในหมู่บ้านหนึ่งคืน ผู้ชายอายุสัก... ห้าสิบกว่า ใบหน้าดูดีมาก แต่ตาขุ่น"
เซิ่นอวี๋และหลิงซางมองหน้ากัน
"เขาออกไปก่อนรุ่งสาง" เฉินหมิงพูดต่อ "ตั้งแต่นั้นมาหมู่บ้านก็เริ่มมีปัญหา"
"ท่านบอกได้ไหมว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร" เซิ่นอวี๋ถาม
คำอธิบายที่ผู้ใหญ่บ้านให้มานั้นตรงกับสิ่งที่ทั้งสองคิด
ไม่ใช่ขุนนางเว่ย เส้าหลิน
แต่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังขุนนางเว่ย
"ท่านหมอ" เซิ่นอวี๋พูดเงียบๆ ให้หลิงซางคนเดียวได้ยิน "คนร้ายที่แท้จริงกำลังทดสอบบางสิ่ง"
"ทดสอบว่าพลังงานที่ผูกไว้ในหมู่บ้านทำงานได้ไหม" หลิงซางพูดต่อ เสียงเย็น "และถ้าทำงานได้ หมายความว่ามันจะถูกนำไปใช้ในที่ที่มีคนมากกว่านี้"
"ฉางอัน"
"ฉางอัน"
✨ก่อนกลับและสิ่งที่บอกกัน ✨
พวกเขาออกเดินทางกลับในบ่ายวันที่สาม
หมู่บ้านหมอกที่เคยเงียบสนิทในยามเย็น ตอนนี้มีเสียงเด็กๆ วิ่งเล่น มีกลิ่นอาหารปรุง มีแสงไฟอบอุ่นจากทุกหน้าต่าง
ผู้ใหญ่บ้านยืนส่งที่ขอบหมู่บ้าน พร้อมกับคนในหมู่บ้านหลายคนที่มายืนดูพวกเขาจากไป
เสี่ยวเหมยวิ่งออกมาจากฝูงชน ยืนตรงหน้าหลิงซางที่นั่งอยู่บนม้า
"ท่านหมออู๋" เธอพูด เสียงชัดและมีชีวิตชีวาแบบที่เด็กสาวอายุสิบสี่ควรมี "ขอบคุณ"
"หายดีแล้ว" หลิงซางพูดสั้น
"แต่ท่านหมอรู้ไหม" เสี่ยวเหมยพูดต่อ เสียงเบาลงเล็กน้อยราวกับบอกความลับ "ตอนที่ท่านนั้นอยู่ในตัวหนู หนูฝันเห็นบางอย่าง"
"ฝันเห็นอะไร"
"ฝันเห็นหมอกสีขาว และในหมอกนั้นมีคนสองคนยืนด้วยกัน คนหนึ่งใส่ชุดขาว คนหนึ่งถือดาบ" เสี่ยวเหมยพูด "แต่หมอกมันสวยมาก ไม่ได้น่ากลัวเลย"
หลิงซางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
"แค่ฝัน" เขาพูด แต่น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าปกติ
เสี่ยวเหมยพยักหน้า แล้ววิ่งกลับไปหาแม่
หลิงซางขยับม้าออกเดินทาง เซิ่นอวี๋ขับม้าตามมาเคียงกัน
"ท่านหมอ"
"อะไร"
"ท่านฟังเรื่องที่เสี่ยวเหมยพูด"
"ฟัง"
"แล้วท่านคิดว่าอย่างไร"
หลิงซางมองออกไปข้างหน้า ทางที่ผ่านหมอกออกไปสู่ถนนกว้าง แสงบ่ายตกลงบนหมอกทำให้มันดูราวกับมีแสงอยู่ข้างใน ไม่ได้มืดอย่างที่คิด
"ข้าคิดว่า" เขาพูดช้าๆ "หมอกที่ดูน่ากลัวจากภายนอก บางครั้งเมื่อเข้าไปข้างใน จะพบว่ามีแสงอยู่"
เซิ่นอวี๋มองหน้าเขา
"ท่านหมอพูดเรื่องหมอก หรือเรื่องอื่น"
"ทั้งสองอย่าง" หลิงซางตอบ มองออกไปข้างหน้า แต่มุมปากขยับขึ้นเล็กน้อย
เซิ่นอวี๋ยิ้ม
ยิ้มแบบที่ถึงตา ยิ้มแบบที่ไม่ได้เตรียมไว้ ยิ้มแบบที่คนนั่งข้างๆ เห็นแล้วรู้ว่าไม่ได้ทำเพื่อใครอื่น
♥️"วิญญาณที่ติดอยู่ระหว่างสองโลก สอนสิ่งหนึ่ง♥️
ความรักคือพลังที่แข็งแกร่งที่สุดที่ทำให้คนอยู่ และก็คือพลังเดียวที่ทำให้คนไปได้
ขึ้นอยู่กับว่า ความรักนั้น ถูกใครรับไว้หรือเปล่า
เมื่อหันไปมองเขา เขาอยู่ที่นั่น และรู้ ความรักของตัวเองถูกรับไว้มาตลอด"
♥️"วิญญาณที่ติดอยู่บนธรณีประตู ไม่ได้ติดอยู่เพราะประตู แต่ติดอยู่เพราะชื่อหนึ่ง และชื่อนั้น คือโซ่ตรวนที่อ่อนโยนที่สุดและหนักที่สุดในโลก"♥️
..สุสาส์นราคะ...