“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”

ไสยอาสัญ - บทที่ ๑๙ ส่งไปตาย โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ,ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไสยอาสัญ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า

รายละเอียด

ไสยอาสัญ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

เด็กชายที่สูญเสียครอบครัวไปด้วยวิธีอันโหดเหี้ยม ภาพ ติดตานั้นจึงกลายเป็นฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนทำให้เด็กชายเมื่อโตเข้าสู่วัยกำดัดต้องเดินเข้าสู่วังวนของไสยศาสตร์อวิชาเพื่อจะแก้แค้นให้ครอบครัวและต้องคอยช่วยเหลือแก้วตาดวงใจให้พ้นจากอันตรายไปด้วย บทสรุปความรักของคนปากหนักจุดจบของการแก้แค้นจะเป็นอย่างไร

สารบัญ

ไสยอาสัญ-# คำเตือน,ไสยอาสัญ-# บทนำ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑ บ้านเดิม,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒ ยาสั่ง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓ แม่สื่อ,ไสยอาสัญ-บทที่๔ แต่งงาน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๕ ข่าวดี,ไสยอาสัญ-บทที่ ๖ เรื่องแปลก,ไสยอาสัญ-บทที่ ๗ เงาดำ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๘ โดนของ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๙ ถอนของ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๐ เปลี่ยน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๑ ฝากฝัง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๒ แทงใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๓ สาหัส,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๔ ระบายอารมณ์,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๕ แฟน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๖ เสน่ห์ดอกรัก,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๗ คนแปลกหน้า,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๘ ยังไม่ใช่ตัวการ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๙ ส่งไปตาย,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๐ ย้ายบ้าน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๑ สั่งห้าม,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๒ รอไม่ไหว,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๓ ดูแล,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๔ อาจารย์,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๕ ไม่มั่นใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๖ พ่อ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๗ หวั่นใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๘ รู้เรื่อง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๙ ไม่พูดไม่จด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๐ ปรับความเข้าใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๑ ช่วยเหลือ (เพื่อน),ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๒ รวมสาย (เพื่อน),ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๓ สะสาง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๔ อ้อมกอด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๕ วันคลอด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๖ อธิฐาน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๗ เฝ้ามองดู,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๘ สิ้นสุดตลอดไป,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๙ อันวาดลูกพ่อลูกแม่,ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด (ธีม : สายลม),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด ๑ (ธีม : หิมะ),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด ๒ (ธีม : หิมะ),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา (ธีม : เพื่อนรัก),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา ๑ (ธีม : ไออุ่น),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา ๒ (ธีม : ไออุ่น)

เนื้อหา

บทที่ ๑๙ ส่งไปตาย

บทที่ ๑๙ ส่งไปตาย

“เอาของดีคุ้มตัวให้ แต่มันไม่ยักจับทำเมียให้สิ้นเรื่องหึ…ดี แบบนี้กูจะได้เป็นผัวคนแรกของมึง” เสียงชายแก่ดึงเบี้ยแก้และสร้อยคล้องคอหนังของสรออกรีบส่งให้ยอดที่เป็นลูกศิษย์รับไปเก็บราวเป็นของร้อนลวกมือ

“อาจารย์ ผมจำได้แล้วอีนี่เป็นเด็กที่อาจารย์ทินอูเลี้ยงไว้ครับ” ยอดเดินกลับมามองร่างหญิงสาวที่พยายามดิ้นหนี

“หื้ม…งั้นอีนี่ก็เป็นลูกของ…ดีที่เจอก่อนไม่งั้นเสียของแน่” ชายแก่มองสรสายตาวาวโรจน์ขึ้นมามือบีบคางเล็กแน่นมองซ้ายขวาแล้วขมวดคิ้ว 

“กรี๊ด…ฮือ…ช่วยด้วย” หญิงสาวร้องสุดเสียงรู้สึกเย็นวาบเพราะเสื้อช่วงคอเสื้อขาดไปถึงไหล่ ถีบเท้าขยับหนีแต่ไม่เป็นผลมือใหญ่ของชายชรานั้นมีกำลังมากกว่าที่คิดรั้งร่างหญิงสาวไว้แน่น

“ไอยอดมึงออกไป กูจัดการเรียบร้อยแล้วมึงค่อยต่อ” 

“ครับ อาจารย์” ยอดพยักหน้าออกไปโดยดีเขาไม่มีข้อโต้แย้งเรื่องที่จะได้จัดการสาว ๆ ต่อจากอาจารย์ เพราะหลังจากอาจารย์ส่งต่อเขาจะเล่นสนุกอย่างไรต่อก็ได้

“กรี๊ด….ช่วยด้วย…พี่ฤกษ์ช่วยสรด้วย” ปภัสสรร้องสุดเสียงขอบตาร้อนผ่าวพลิกตัวหนีมือใหญ่ของชายชราดึงทึ้งเสื้อของเธอจนฉีกขาดเผยผิวแผ่นหลังขาวภายใต้เสื้อ สายตาหื่นกระหายของชายชรานั้นช่างหน้าเกลียดน่ากลัวยิ่ง

“หึ…ไอหมอเวรนั่นก็ทำเสน่ห์ใส่มึงด้วยเหรอ เหอะ…ทำได้แค่จองเป็นเมียไม่ทันกูหรอกที่จะได้จับทำเมียแล้วฮ่าฮ่า…มานี่อยู่นิ่ง ๆ จะได้ไม่เจ็บตัว” ดึงร่างบางให้พลิกกลับมาเผชิญหน้าตน ใบหน้าของชายแก่ซุกไซ้ลงที่ซอกคอหนวดเครายาวครูดผิวเนื้อเนียนสรกรีดร้องสะบัดหน้า ขัดขืนสุดกำลัง สัมผัสที่ประสบทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเป็นอย่างมาก

“ปล่อย..ฮือ พี่ฤกษ์ช่วยสรด้วย” น้ำตาไหลอาบแก้มสะอื้นไห้ออกมามือหยาบตรึงไหล่หญิงสาวปากขบผิวเนื้อบริเวณลำคอจนสรรู้สึกเจ็บ

“ฮ่า ฮ่า ร้องให้คอแตกมันก็มาไม่ทันหรอก” สายตารอยยิ้มบ่งบอกถึงความหื่นกระหายใบหน้าเหี่ยวย่นเลียริมฝีปาก 

“กรี๊ดดดด….ฮือ….” ร่างบางหอบโยนเท้ายันพื้นเพื่อไถลตัวเองออกยังไม่ยอมแพ้ แต่เรี่ยวแรงเธอมีหรือจะสู้แรงของผู้ชายได้ ยิ่งมือเท้าถูกพันธนาการไว้แน่นหนา มือสากลูบวนร่างบางลงมาถึงเอวขยำแรงอย่างหยาบโลน เพ่งสายตาจับจ้องร่างบางตรงหน้าที่เนื้อนวลขาวผ่องสมวัยแรกแย้ม 

กำหนัดพลุ่งพล่านมือหยาบบีบแก้มหญิงสาวให้อ้าเผยอก้มลงหมายจะจ้วงจูบแต่สรยกศีรษะกระแทกเข้าแทน ‘ปึก’

‘เพี้ยะ’ 

“อีนี่ มึงอยากเจ็บตัวนักใช่ไหม” ฝ่ามือใหญ่ตบเข้าที่ใบหน้าหญิงสาวเต็มแรงจนหน้าหันเป็น รอยแดงริมฝีปากแตกเลือดอาบจากนั้นเส้นผมก็ถูกกระชากให้หันกลับมาบีบลำคอเล็กแน่น

“ปล่อย…ไอชั่ว แค่ก…ไอเลว ปล่อยนะ ไม่...” ร่างสูงของชายแก่ลุกมานั่งคร่อมร่างหญิงสาวเมื่อเห็นว่าเธอยังดิ้นไม่ยอมอยู่นิ่งจึงต่อยเข้าที่ท้องของหญิงสาวจากนั้นหมายจะปลดกางเกงออกจากเอว

“อึก…ฮือ…” หมัดที่ปะทะเข้าท้องทำให้ปภัสสรจุกจนทั้งร่างสั่นสะท้านนิ่งงันเพราะความเจ็บสิ้นแรงที่จะต่อต้านอีกน้ำตาอาบแก้มดวงตาแดงก่ำ

ภาพใบหน้าของพ่อที่ยิ้มให้เธอและพี่ฤกษ์ปรากฏขึ้นมา หัวใจบีบรัดด้วยความกลัวเธอไม่อยากเผชิญกับเรื่องเลวร้ายนี้เธอยอมตายดีกว่าที่ต้องทนเจอเรื่องเช่นนี้กับตัว

“หึ…ถ้าว่านอนสอนง่ายตั้งแต่แรกก็ไม่เจ็บตัวแล้ว” หน้าเหี้ยมยิ้มร้ายมือหยาบกำลังจับขอบกางเกงหญิงสาว เสียงปังของประตูกระแทกแรงขัดจังหวะเสียก่อน      

‘ผลั๊ว ผลั๊ว’ เสียงหมัดประเคนเข้าใส่หน้าร่างชายแก่ที่ถูกกระชากขึ้นจากที่นั่งคร่อมอยู่บนร่างหญิงสาว ถูกกระชากลุกแล้วรับหมัดที่ถูกกระหน่ำเข้าใบหน้าอีกหลายหมัดจนร่างชายแก่นอนแน่นิ่งไป

“สร!!!”  

“พี่ฤกษ์…ฮือ” ร่างสูงหันมารวบร่างเล็กขึ้นมากอด ใบหน้าแดงก่ำเส้นเลือดนูนปูดขมับเต้นตุบ ๆ ขบกรามแน่นเมื่อเห็นสภาพของหญิงสาวในอ้อมกอด

“ไม่เเป็นอะไรแล้วนะ ไม่ต้องร้อง” ร่างสูงใหญ่นำเสื้อคลุมนอกของตัวเองคลุมร่างของหญิงสาวไว้ ปากพร่ำพูดพร้อมลูบมือปลอบอย่างแผ่วเบา สัมผัสได้ว่าร่างบางสั่นเทาสะอื้น หน้าที่ซุกแผงอกอาบน้ำตาจนซึมผ่านเสื้อของเขา 

ใบหน้าที่เคยขาวลออตอนนี้กลับแดงบวมช้ำมุมปากแตกแก้มเป็นรอยฝ่ามือจนเห็นได้ชัด เสื้อผ้าขาดหลุดรุ่ยลำคอเป็นรอยเขียวช้ำและจ้ำแดง นัยน์ตาอ่อนสีเหมือนเข้มขึ้นในทันตา

“พี่ฤกษ์…ฮือ” เสียงสะอื้นกระท่อนกระแท่นดวงตาพร่าเหงื่อผุดเต็มกรอบหน้าดวงเล็กตัวงอเพราะความเจ็บบริเวณท้องคิ้วเข้มขมวดแน่นมองมือเล็กที่กุมท้องตัวเองนั้นสั่นเทา

“ปลอดภัยแล้ว พี่อยู่นี่แล้วไม่ต้องร้องแล้วนะ” ร่างเล็กขยับร่างเข้าหาความอบอุ่นจากร่างใหญ่เพียงไม่นานก็นิ่งสงบลงด้วยความเจ็บที่รับมาก่อนหน้านี้ฤหัสอุ้มหญิงสาวออกมาจากห้องนั้นมาวางให้นอนบนรถ 

จากนั้นเดินกลับขึ้นไปบนตำหนักของพ่อหมอตัณหากลับ ลากร่างของลูกศิษย์ที่เป็นชายฉกรรจ์เข้าไปนอนกองอยู่กับร่างของชายแก่สายตาหันไปทางมุมห้องเห็นร่างของอาทิตย์ถูกมัดนอนกองอยู่เขาขบกรามแน่นสายตาดุดัน

ดึงร่างอาทิตย์ออกไปวางไว้นอกห้องแล้วเดินกลับเข้ามาปิดประตูสนิทสายตาที่จ้องสองร่างที่นอนสลบอยู่นั้นเยือกเย็นไร้แววปรานีปรากฏ จากนั้นเดินไปหยิบหุ่นพยนต์บนโต๊ะที่มีเศษผ้าดำ ๆ พันรอบตัวพร้อมมาไว้ในมือ จากนั้นก็พนมมือขึ้นบริกรรมคาถา 

“โอม ชะ พ้ก ชะ น่า กะ จ้า ตะ ไร ชั่ง ชะ เมิ่ง เส้ย ทั้ง เดิก หงะ พรก โอ้ มั่ง ซา มัก เมะ พั่ง เมอ ช่า พี้ ไถน นัก อะ กะ เฌอ” หลังร่ายบทสวดเสร็จก็เป่าลงบนหุ่นจากนั้นร่างที่นิ่งสลบอยู่ก็เบิกตาขึ้นดวงตาเหลือกลานดิ้นทุรนทุรายสีหน้าบิดเบี้ยวทุกข์ทรมานเหลือคณา สองร่างอาจารย์และศิษย์ร้องโอดครวญเจ็บปวดตัวเหยียดเกร็งเลือดทะลักออกทางปากและจมูกดวงตาถลนแดงแทบหลั่งเลือดได้ อาการไม่ต่างจากครั้งเมื่อปภัสสรประสบมาก่อน 

และใช่…มันเป็นการส่งของย้อนกลับและเสริมด้วยการลงคาถาสาปแช่งที่เขาไม่เคยคิดจะใช้แต่มาตอนนี้เขาต้องละทิ้งสิ่งที่ตนเองตั้งมั่นไว้ 

เพราะไม่สามารถทนปล่อยคนพวกนี้ไปได้และอยากสนองสิ่งที่พวกมันทำไว้ให้ได้รับผลตอบแทนเป็นร้อยเท่าคนชั่วอย่างพวกมันเขา เคยให้โอกาสแล้ว แต่เมื่อไม่สำนึกก็ไม่จำเป็นต้องละเว้นอีก แต่ที่เขาผิดหวังคือมันไม่ใช่หมอที่ทำเสน่ห์ดอกรักใส่สร ถ้าอย่างงั้นก็คงเป็นคนที่ฆ่าแม่เขาแน่ที่เป็นหมอทำให้ 

ความจริงเขาไม่ได้อยากเดินทางสายนี้แต่ก็มีเหตุให้เขาต้องกลับเข้ามาสู่หนทางอวิชาทั้งที่เขาเคยคิดปล่อยวางเรื่องของคนที่เขาตามหามาตั้งแต่เด็กไปแล้ว

แต่ก็เหมือนชะตาหรือคงเป็นฟ้าลิขิตให้มีบางอย่างมักนำพาให้เขาต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องแบบนี้ ได้ข่าวและเบาะแสบางอย่างถึงคน ๆ นั้นพวกใช้ไสยศาสตร์มนตร์ดำมันเคยพรากแม่ตอนนี้พรากลูกของเขาไปแล้วยังรนหาที่โดยการมาทำร้ายสรอีก

เป็นแบบนี้แล้วเขาก็จำต้องเดินกลับมาทางนี้อีกครั้งและเขาจะต้องหาคนที่พรากครอบครัวของเขาไปให้เจอเพื่อตอบแทนสิ่งที่พวกมันทำไว้ให้สาสม

“อย่าทำผม…เฮือก…ผมจะไม่กล้า” ร่างอาจารย์ชรายกมือคล้ายพนมไปอีกทางเกร็งชักลำคอตีบตันเพราะสำลักเลือดดวงวิญญานสีดำลอยผุดออกมาจากรอบด้านเสียงกรีดร้องโหยหวนบ้างเป็นเสียงหัวเราะแหลมกำลังรุมทึ้งร่างทั้งสองที่มีเลือดทะลักออกทางทวารทั้งเจ็ดกำลังดิ้นพล่านด้วยความทรมานแสนสาหัส 

“มึงพูดกับใคร ใครเป็นหมอทำเสน่ห์ดอกรัก มันอยู่ที่ไหน” ฤหัสเอ่ยเสียงเข้มถามเมื่อเห็นมือของอาจารย์ทองดีพนมยกขึ้นกราบไปทางฝั่งตรงข้ามกับที่ฤหัสยืน  

“อาจารย์…ผมขอโทษ…อึก” อาจารย์ทองดีกระอักของเหลวสีดำออกมาจากปากพร้อมทั้งสำรอกเศษดินออกมาด้วย มันถูกปิดปากแล้ว ฤหัสขมวดคิ้วเป็นปมทันที

ร่างคนเป็นลูกศิษย์กำลังชักกระตุกเลือดทะลักหน้าท้องแหวกเหวอะมีอาการเช่นเดียวกันกับผู้เป็นอาจารย์คือพนมมือไหว้ไปทิศทางเดียวกัน เพียงแต่ไม่สามารถส่งเสียงได้เข็มและหนามหวายทิ่มทะลุผ่านเนื้อจากด้านในออกมาทั่วตัว วิญญาณผีที่เคยถูกจองจำให้รับใช้กำลังรุมทึ้งทั้งสองร่าง

ดวงตาสีอ่อนของฤหัสทอดมองไปทางทิศที่ทั้งสองร่างไหว้ก็ไม่พบสิ่งใด จ้องนิ่ง ๆ อยู่ครู่หนึ่งคล้ายมีบางอย่างบังตาเขาไม่สามารถมองเห็นได้ จากนั้นจึงโยนหุ่นในมือลงพื้นใช้เท้าเหยียบขยี้ช้า ๆ ลงน้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ ร่างของคนสร้างหุ่นหนวดเคราแดงถูกอาบด้วยเลือด ตัวเองก็กระเสือกกระสนยื้อแย่งชีวิตสุดความสามารถ 

เท้าหนักย่ำลงบนหุ่นดินที่ถูกปั้นแตกแยกไม่เป็นรูปร่างเช่นเดียวกับวิญญาณของชายแก่ที่กำลังแตกซ่าน เมื่อฤหัสยกเท้าขึ้นลมหายใจเฮือกสุดท้ายของชายแก่ก็หมดลง 

ฤหัสหยิบสร้อยคอของสรแล้วก้าวออกจากห้องโดยไม่มองร่างไร้ลมหายใจของคนทั้งสองอีกจากนั้นเดินออกมานั่งยองข้างร่างอาทิตย์ท่องคาถาแล้วเป่าใส่อาทิตย์ไม่นานอาทิตย์ก็ลืมตาสำรอกเลือดออกมาทางปากไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

“ถ้ามึงยังกล้ายุ่งกับเมียกูอีกไม่ใช่แค่มึงแม้แต่พ่อแม่มึงกูก็ไม่เว้น” นิ้วชี้กดลงกลางหน้าผากอาทิตย์คราหนึ่งพูดข่มขู่เท่านั้นแล้วทิ้งให้อาทิตย์นอนทุรนทุรายอยู่ที่เดิม

กลับมาถึงรถยังเห็นสรหลับอยู่จึงรีบขับพาสรไปโรงพยาบาล สรต้องนอนพักรักษาตัวหนึ่งอาทิตย์แต่เมื่อหญิงสาวฟื้นขึ้นมาเธอก็มี อาการเพ้อละเมอทั้งยังผวาอยู่ตลอดและเงียบซึม

“วันนี้หมอให้กลับบ้านได้แล้วนะ” ฤหัสพูดกับหญิงสาวที่นั่งเขี่ยข้าวในชามอยู่

“…” เธอไม่ตอบทำเพียงพยักหน้าตอบเป็นสัญญาณว่ารับรู้

“ไม่ต้องกลัวแล้ว ต่อไปพี่ไม่ปล่อยให้สรอยู่บ้านคนเดียวอีกแล้วนะ” ชายหนุ่มเอื้อมจับมือไว้เล็กไว้ นั่งข้างเตียงจ้องใบหน้าหญิงสาวที่ขาวซีดแววตาไร้ชีวิตชีวามีอาการเหม่อลอย

“อ้าปาก พี่ป้อนเอง” มือใหญ่หยิบชามข้าวต้มมาถือแล้วตักป้อนหญิงสาวเอง 

“ต้องกินนะ กินหน่อย” เมื่อเธอส่ายหน้าไม่กิน เขาจึงเอ่ยเสียงอ่อนโยนลงกว่าเดิมแล้วจ่อช้อนข้าวจนชิดริมฝีปากบางจนอีกฝ่ายต้องเผยอปากกินข้าว

“ดีมาก กินอีกคำนะ” เขาตักคำใหม่ป้อน และป้อนเรื่อย ๆ จนข้าวหมดไปครึ่งชามและสรก็ส่ายหน้ากินไม่ไหวแล้วจริง ๆ แต่หลังกินข้าวกินดื่มน้ำไปไม่พ้นสิบนาทีเธอก็อาเจียนเอาสิ่งของที่กินออกไปจนหมด

‘แหวะ…แหวะ’ ชายหนุ่มลูบแผ่นหลังบางช้า ๆ ส่งน้ำให้สรบ้วนล้างปาก บางทีเขาเห็นหญิงสาวสะดุ้งเวลาเขาเข้าไปแตะตัวบางทีก็เห็นสายตาหวาดกลัวเวลาคนอื่นเข้ามาใกล้โดยเฉพาะหากมีใครสัมผัสโดนตัวเธอ ทั้งโกรธและปวดใจที่เห็นคนเคยร่าเริงเป็นเช่นนี้

ช่วงบ่ายฤหัสก็พาสรกลับบ้าน มาถึงหญิงสาวก็เข้าห้องนอนคลุกตัวอยู่แต่ในห้องจนเย็นชายหนุ่มยกข้าวขึ้นมาให้หญิงสาวบนห้องจะได้กินยาตามเวลา

 “สร!!!” หญิงสาวกำลังใช้ผ้าเช็ดถูเนื้อตัวจนแดงเถือก บางจุดก็เป็นรอยเล็บข่วนจนเลือดซิบ ร่างใหญ่วางชามข้าวแล้วรีบรวบร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอก

“ฮือ…พี่ฤกษ์ สรสกปรก” มือเรียวยังคงปัดเช็ดแขนขาตนเองอยู่ซ้ำ ๆ เช่นนั้น ดวงตาเอ่อ คลอไปด้วยน้ำตา

“ไม่ใช่ ไม่สกปรก อย่าร้อง ไม่ต้องร้องนะ” ฝ่ามือใหญ่จับมือเรียวของหญิงสาวไว้แน่นคนในอ้อมอกสะอื้นสั่นเทา เหตุการณ์นั้นมันทำร้ายและฝังใจเธอ

หลังกอดปลอบอยู่นานสรสงบลงได้บ้างก็กินข้าวแล้วกินยาและหลับไป เพราะฤทธิ์ยาที่หมอจัดมามียานอนหลับด้วยแต่ถึงแม้จะนอนหลับหญิงสาวก็ยังผวาอยู่ตลอดบางทีก็ยังทำร้ายตัวเองโดยไม่รู้ตัว 

บนเตียงใบหน้าเล็กหลับสนิทซุกเข้ากับแผงอกวงแขนเล็กกอดเอวสอบไว้ศีรษะหนุนแขนแกร่งแทนหมอนฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลัง ปลายนิ้วเขียนอักขระ ส่วนปากก็บริกรรมคาถาไปด้วย

“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู” ท่องจบบทก็เป่าลงบนกระหม่อมเล็กจากนั้นก็จรดริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากเนียน

ลมหายใจอุ่นร้อนของร่างเล็กเป่ารดต้นคอแกร่งนานเข้าเขาต้องขยับลำตัวช่วงล่างของตัวเองออกห่างจากหญิงสาวเพื่อความปลอดภัยของเธอก่อนที่เขาจะอดทนต่อไปไม่ไหว

+++

‘แค่ก แค่ก’ เสียงไอดังมาเป็นระยะมีลิ่มเลือดสีจางปะปนออกมากับฝ่ามือขณะนั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องหน้าของชายแก่ชุดดำที่ตอนนี้กำลังใช้ไม้บดใบบัวบกจนละเอียดจากนั้นยกขึ้นท่องมุบมิบเป่าแล้วส่งขันให้ชายหนุ่มตรงหน้า

“กินเข้าไป”

“ขอบคุณครับ คือผม ผมอยากเรียนวิชากับอาจารย์” เมื่อยกน้ำในขันกินหมดก็เงยหน้าสบตาชายแก่ตรงหน้าที่ช่วยตนไว้เอ่ยบอกสิ่งที่ตนปรารถนาหลังจากนอนขบคิดมาตลอดช่วงเวลาที่พักฟื้นอยู่ที่นี่ 

“ได้…แต่มึงต้องทำงานให้กู” 

“ได้ครับ ผมจะทำทุกอย่างที่อาจารย์สั่ง” 

“ดี ยื่นหน้าผากมา” ชายแก่ยกยิ้มพอใจ 

“เส สัง มัง อา สิ เอ หิ ทิต อะ ปะ ยะ อาทิตย์ตกคงอยู่ ใต้คำสั่งกู” ปากท่องคาถาพร้อมพร้อมกดหัวแม่มือลงกลางหน้าผากของชายหนุ่ม