“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”
ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ,ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ไสยอาสัญ“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”
เด็กชายที่สูญเสียครอบครัวไปด้วยวิธีอันโหดเหี้ยม ภาพ ติดตานั้นจึงกลายเป็นฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนทำให้เด็กชายเมื่อโตเข้าสู่วัยกำดัดต้องเดินเข้าสู่วังวนของไสยศาสตร์อวิชาเพื่อจะแก้แค้นให้ครอบครัวและต้องคอยช่วยเหลือแก้วตาดวงใจให้พ้นจากอันตรายไปด้วย บทสรุปความรักของคนปากหนักจุดจบของการแก้แค้นจะเป็นอย่างไร
บทที่ ๑๖ เสน่ห์ดอกรัก
เท้าเล็กที่ก้าวออกจากห้องเพื่อลงไปชั้นล่างจะลงครัวทำกับข้าวต้องชะงักลงเพราะเจ้าของบ้านเดินสวนขึ้นมาพร้อมกับหญิงสาวหนึ่งคน สรหยุดอยู่ตรงหัวบันไดให้ทั้งสองเดินก่อนพี่ฤกษ์หันมาสั่งแล้วเดินนำหญิงสาวเข้าห้องกลาง
“เอาน้ำขึ้นมาให้แขกด้วย” เสียงราบเรียบเอ่ยสั่งสรที่หยุดยืนอยู่
“จ้ะ” สรตอบรับแล้วลงไปที่ห้องครัวสายตาฤหัสมองหลังสรชั่วแวบก็เดินเข้าห้องเพื่อเตรียมทำพิธีให้คนที่มาหา
ตอนนี้ห้องพระได้ถูกเปลี่ยนเป็นห้องทำพิธีอย่างสมบูรณ์แล้ว พี่ฤกษ์รับทำพิธีให้คนที่มาหาเกือบทุกคน อยู่บ้านร่วมกันก็เหมือนคนไม่รู้จักกันเพราะพูดคุยกันน้อยมากมีคุยและเถียงกันก็ตอนเธอเอ่ยเรื่องย้ายไปอยู่ที่อื่น
“นั่งก่อนรอน้ำเอาขึ้นมาแล้วค่อยเริ่มทำ” พยักหน้าเป็นสัญญาณไปบนพื้นมีพรมปูให้หญิงสาวนั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบเฉื่อยเนือย
“ฉันต้องทำอะไรบ้างคะพ่อหมอ ต้องถอด…” หญิงสาวหน้าตาสวยคมถามพลางจะปลดกระดุมเสื้อตัวเอง หูตาแพรวพราวส่งยิ้มหยาด เยิ้มแต่สายตาของคนที่ตนกำลังยั่วยวนกลับนิ่งสงบไม่มีการตอบสนอง
“น้ำจ้ะ” ขณะที่หญิงสาวกำลังปลดกระดุมก็ประจวบเหมาะกับสรที่นำน้ำขึ้นมาให้ สรจึงวางน้ำกับแก้วแล้วรีบออกไปพร้อมกล่าวขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะ
“ขอโทษจ้ะ”
“นั่งเฉย ๆ ” ปากเอ่ยกับคนตรงหน้าแต่สายตาคมเหลือบมองคนที่รีบเดินออกจากห้องจนลับตาแล้วค่อยเคลื่อนกลับมามองคนตรงหน้าหันไปหยิบเทียนกับขันมาวางไว้ข้างหน้าหญิงสาวเทน้ำสะอาดหนึ่งขวดลงขันจากนั้นจุดเทียนส่งให้แล้วให้หญิงสาวถือหยดน้ำตาเทียนลงขัน
“ถือเทียนไว้จนกว่าฉันจะท่องคาถาจบ”
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำแล้วแล้วทำตามที่พ่อหมอสั่ง
“มะอะอุ สัพพัสสะ ถะปูชิตา สัพพะโก ตะวิทสังติ เอหิมะมะ อิธะเวตะโส ทัมหัง พันจะหาหิ ถามะสา” ท่องคาถาจบก็หยิบเทียนจากมือหญิงสาวแล้วปักหัวเทียนวนน้ำในขันสามรอบใช้เทียนเปียกน้ำในขันเขียนลงกลางหน้าผากเป่าคาถาสำทับหนึ่งคราเป็นอันเสร็จ
“ท่องคาถาที่ให้ไปแล้วเอาน้ำนี่ไปผสมน้ำอาบ” บอกวิธีใช้พร้อมส่งกระดาษบทสวดให้ หญิงสาวแบมือรับกระดาษทั้งยังก้มต่ำเอนมาข้างหน้าจนคอเสื้อที่ถูกปลดกระดุมลงก่อนหน้า เผยเนื้อขาวเนียนต่อหน้าฤหัส
“เท่านี้เหรอคะพ่อหมอ” หญิงสาวมองหน้าพ่อหมออย่างสงสัยว่าพิธีเสร็จง่าย ๆ เพียงเท่านี้เหรอ และยังคงอยู่ในท่าก้มเช่นเดิม
“อืม เสร็จก็กลับไปได้แล้ว” น้ำเสียงเย็นชานั้นทำให้หญิงสาวเงยมองสบเข้ากับสายตาราบ เรียบของพ่อหมอ จึงรีบหยิบซองที่เตรียมมาไว้ส่งให้แล้วกลับออกมา
หญิงสาวเดินลงบันไดพร้อมทั้งลูบแขนสองข้างอดขนลุกขนชันไม่ได้เมื่อนึกถึงสายตาของพ่อหมอ ดวงตาเฉี่ยวเพราะการตกแต่งหันมาหยักหน้ายิ้มให้สรที่เดินออกมาจากครัวพอดีพลางติดกระดุมเสื้อไปด้วย ก่อนจะออกไปจากบ้านไป
สรมองตามหลังหญิงสาวแล้วเงยมองไปยังชั้นสองถอนหายใจยาวแล้วเดินขึ้นไปบอกเจ้าบ้านว่าทำอาหารไว้แล้วส่วนตัวเองก็อาบน้ำอาบท่าเตรียมเข้านอน
เสียงลมพัดด้านนอกเหมือนจะดังกว่าปกติผ้าม่านปลิวสะบัดหญิงสาวจึงเดินไปปิดหน้าต่าง แต่สายตากลับเห็นเงาตะคุ่มอยู่ไกล ๆ ด้วยความตกใจเกือบร้องอุทานออกไปแต่ก็เอามือปิดปากไว้ได้ทัน มือปิดหน้าต่างแน่นสนิทแล้วรีบกลับมาล้มตัวนอนขดใต้ผ้าห่มเร็วรี่
เสียงลมกรรโชกแรงขึ้นเรื่อย ๆ คล้ายฝนกำลังจะตกเริ่มมีเสียงฟ้าร้องดังเป็นระยะเสียงฝนโปรยกระทบหลังคาดังเปาะแปะและเริ่มหนาเม็ดมากขึ้นเรื่อย ๆ
‘เปรี้ยง’
“กรี๊ด…กลัวแล้ว ฮือ…” เสียงฟ้าคำรามดังสนั่นสะเทือนทั่วห้องจนรู้สึกได้ หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจขดตัวเป็นก้อนกลมเนื้อตัวสั่นไม่รู้ว่าทำไมเสียงร้องของฟ้ามันทำให้เธอกลัวจนผวามาตั้งแต่เด็ก
เสมือนของมีคมที่กรีดเข้ากลางใจทำให้หญิงสาวกลัวจับใจ จำได้ว่าเมื่อครั้งยังเด็กมีคราหนึ่งที่ฝนตกหนักฟ้าร้องดังแล้วเธออยู่บ้านคนเดียวความกลัวพาให้เธอจับไข้เป็นอาทิตย์กว่าจะดีขึ้น
หลับตาเม้มปากใต้ผ้าห่มแน่นใช้สองมือปิดหูเพื่อกันเสียงให้ยินเบาลงแต่แล้วก็รู้สึกว่าบนร่างอบอุ่นขึ้นกว่าเดิมคล้ายว่ามีผ้าห่มผืนหนาคลุมทับลงมาเพิ่ม
มือเรียวเลิกผ้าห่มแง้มมองก็เห็นเจ้าของใบหน้าราบเรียบเย็นชาที่นั่งมองเธออยู่ริมเตียงนิ่ง ๆ
“พี่…อยู่กับสรก่อนนะ” เสียงเครือเอ่ยขอแม้ก่อนหน้าจะมึนตึงใส่กันแต่ก็หวาดหวั่นเสียงฟ้ามากกว่าจึงต้องเอ่ยปากวอนอีกฝ่าย
“อืม นอนซะ” คนตัวโตรับคำมองหญิงสาวพยักหน้ารัวแต่ยังไม่ยืดตัวตรงม้วนตัวอยู่ใต้ผ้าเช่นเดิม ดวงตาใสแจ๋วไม่กล้าหลับตาจ้องคนเบื้องหน้าราวกับว่ากลัวเขาหาย เธอเหมือนจะยื่นมือออกมาแต่ก็หดเข้าไปอีกครั้ง
เม้มปากเหมือนขบคิดบางอย่างแต่ก็ลังเลที่จะพูด มือกำชายผ้าห่มแน่นขมวดคิ้วมุ่นแล้วสะบัดหัวสลัดความคิดตนเองทิ้ง หลับตาข่มให้ตนเองหลับ หูได้ยินเสียงฟ้าร้องอื้ออึงขึ้นมาอีกครั้ง
‘ครืน…เปรี้ยง’
“กรี๊ด….” เสียงกรีดร้องด้วยฟ้าครั้งนี้ดังกว่าเดิมยกมือปิดหูทั้งสองแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังได้ยินเสียงดังมากอยู่ดี แต่แล้วก็มีสัมผัสอุ่นที่มือทั้งสองของตนเอง
เป็นฝ่ามือใหญ่ที่วางทับมือเรียวที่อุดหูตนเองอยู่ ความอบอุ่นนั้นแผ่ซ่านกระจายไปทั่วร่างลามถึงดวงใจจึงใจกล้าถามเรื่องที่คาใจอยู่ออกไป
“พี่ฤกษ์ เรื่องพี่ณิตามันยังไงจ๊ะ ทำไม…”
“พี่ไม่อยากพูดถึงมันแล้ว นอนเถอะนะ” เสียงที่ได้ยินครั้งนี้กลับทุ้มนุ่มกว่าเดิมอีกทั้งมีความอึดอัดใจปนอยู่ด้วยสรจึงไม่กล้าเซ้าซี้ต่ออีก เตียงด้านข้างยวบลงเล็กน้อยร่างใหญ่ขยับมานั่งใกล้ขึ้นมือยังทำหน้าที่ปิดป้องช่วยกันเสียงกระทบโสตของหญิงสาว
แผ่นหลังยืดตรงสีหน้าราบเรียบสองแขนเหยียดประทับสองมือเรียวไว้ด้านบน สายตาจ้องมองร่างเล็กที่นอนเป็นก้อนกลมผ่อนลมหายใจยาวช้า แววตาฉายประกายอ่อนลงเมื่อเห็นคนตัวเล็กตาหรี่ปรือลง
นานนับชั่วโมงที่ร่างสูงใหญ่นั่งอยู่ในท่าเดิมรอกว่าฟ้าฝนจะสงบลง เมื่อผละดึงมือกลับแต่มือกลับถูกกระชับจับไว้เสียก่อนเสียงละเมอ เพ้อเบา ๆ เล็ดลอดจากหญิงสาว
‘พี่ฤกษ์ พี่ณิตา ฮึก…สรขอโทษ สรขอโทษ…ฮือ’ เสียงสะอื้นเพ้อร้องพร้อมทั้งคำขอโทษดวงหน้าที่หลับตาหัวคิ้วขมวดมุ่นหางตามีหยาดน้ำไหลรินเป็นสายบาง ๆ
มือใหญ่ข้างที่เป็นอิสระเลื่อนไปเกลี่ยเช็ดน้ำตาให้เหือดแห้ง ถอนหายใจยาวออกมาในใจมีความรู้สึกผิดไม่น้อยที่วันนั้นตนได้บริภาษใส่อารมณ์กับหญิงสาวไร้ความผิด
“พี่ผิดเอง ถ้าพี่ไม่กลับมา เรื่องทั้งหมดคงไม่เกิด” มือใหญ่ลูบไล้แก้มนวลเบา ๆ อย่างถนอมอ่อนโยน นัยน์ตาสีอ่อนมองใบหน้ายามหลับจากหน้าผาก จมูก ปากลงมาถึงคาง แต่แล้วต้องขมวดคิ้วเข้มขึ้นเมื่อสังเกตที่ลำคอขาวของหญิงสาวนั้นว่างเปล่าสายสิญจน์ที่เขาเคยคล้องใส่ไว้ให้ได้อันตรธานไปแล้ว
มือใหญ่เคลื่อนดึงคอเสื้อลงเล็กน้อยเพื่อสำรวจหาแต่สายตากลับกระทบกับบางอย่างแทน ช่วงไหปลาร้าขาวนวลของหญิงสาว ปรากฏรอยแดงบางอย่างขึ้น
หลังชั่งใจชั่วครู่จึงเลิกผ้าห่มออกจากร่างหญิงสาว พรูลมหายใจออกจากปากและจมูกมือเลื่อนจับเสื้อของหญิงสาวที่กำลังหลับใหลอยู่ขึ้น ช่วงหน้าท้องมีรอยแดงปรากฏรูปทรงคล้ายดอกไม้ดอกเล็กเช่นเดียวกับที่ไหปลาร้าและมันกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มือใหญ่ดึงเสื้อหญิงสาวลงแล้วช้อนตัวอุ้มออกจากห้องพาไปยังห้องกลางทันที
ร่างสูงใหญ่อุ้มหญิงสาวที่หลับมาวางยังพื้นห้องมุ่นคิ้วใช้ความคิด จากนั้นหยิบสายสิญจน์และมีดเล็กลงอาคมมาวางตรงด้านข้าง
เสน่ห์ดอกรักเป็นลักษณะเฉพาะของการทำเสน่ห์ของหมอคุณไสยที่ร่ำเรียนวิชามาแก่กล้าของหมอกะเหรี่ยงการทำพิธีส่งของเพียง สามครั้งผู้ถูกทำเสน่ห์ชนิดนี้ไม่สามารถแก้หรือถอนของได้อีกเหมือนที่เขาโดน
“สร…สรตื่นก่อน” ฝ่ามือใหญ่แตะต้นแขนหญิงสาวเพื่อปลุกให้รู้สึกตัว
“หื้ม…พี่ฤกษ์…มีอะไรเหรอจ๊ะเอ๊ะ…” หญิงสาวสะลึมสะลือลืมตาขึ้นแต่ก็ตกลงใจเมื่อตนเองอยู่ห้องพิธี
“สรมีแฟนหรือเปล่า”
“ห๊ะ…อะไรนะจ๊ะมะ…ไม่มีจ้ะ” สรงงกับคำถามที่ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยตอบตะกุกตะกักออกไป
“อย่าโกหกบอกมา” ชายหนุ่มถามย้ำพร้อมทั้งเพ่งสายตามองใบหน้าหญิงสาวที่กลอกนัยน์ตาหลุกหลิกแค่ดูก็รู้แล้วว่าไม่ได้พูดความจริง
“พี่ฤกษ์ มีอะไรเหรอจ๊ะ แล้วทำไมสรมาอยู่ในห้อง…”
“ตอบคำถาม” เสียงห้าวดังจนเกือบเป็นตวาดพอเห็นร่างเล็กสะดุ้งจึงเบาเสียงลง
“มีคนทำเสน่ห์ดอกรักกับสร บอกมาแฟนสรเป็นใคร พอจะจำได้ไหม”
“มีคนทำเสน่ห์ใส่สรเหรอ” หญิงสาวยกมือปิดปากตกใจ เธอเคยได้ยินเรื่องการทำเสน่ห์จากพ่อทินอูและการทำเสน่ห์ดอกรักชนิดนี้หากถูกของซ้ำสามครั้งก็จะไม่มีทางแก้หรือถอนของได้
“แฟนสรเป็นใคร” เสียงทุ้มถามแต่แฝงความคาดคั้นไว้ในที
“คือ…สรนึกก่อนทำไมสรนึกอะไรไม่ค่อยออกอ่อ…อาทิตย์จ้ะ แฟนสรคืออาทิตย์” หญิงสาวพยายามนึกอยู่อึดใจจึงพอนึกได้เหลือบสายตามองแต่ยังหลุบใบหน้าต่ำคางแทบชิดอก คิ้วขมวดแน่น
“หึ…นอนลงไปต้องทำพิธีกันของไว้” ฤหัสขบกรามกรอดพร้อมเค้นเสียงในลำคอฟังแล้วพาลทำให้คนได้ยินหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“ห๊ะ…แต่ว่า” สรเบิกตาตกใจเมื่อได้ยินว่าจะทำพิธี เธอเคยได้ยินพ่อเล่าถึงวิธีการกันหรือแก้การถูกเสน่ห์ชนิดนี้มันต้อง….
“แค่พิธีกันไม่ใช่วิธีแก้ นอนลงไปยังไงสรก็…นอนลงเถอะพี่ไม่ทำอะไรสรหรอก”
“จ้ะ” หญิงสาวล้มตัวลงนอนตามคำสั่งหลับตาลงช้า ๆ มือดึงผ้าขึ้นห่มตัว
นำสายสิญจน์โยงครอบบนศีรษะหญิงสาวมือใหญ่ดึงคอเสื้อให้หัวไหล่มนโผล่พ้นออกมา จากนั้นเริ่มสวดคาถาเพื่อกันไม่ให้ถูกทำซ้ำ ปลายนิ้วโป้งใหญ่ตอนนี้มีรอยกรีดเล็ก ๆ เขียนอักขระลงตรงไหล่แล้วเปลี่ยนไปทำอีกข้างเช่นกัน
“พะ…พี่ พี่ฤกษ์” ร่างบางเม้มปากเป็นเส้นเสียงเรียกแผ่วลืมตามองหน้าคนที่เลิกชายเสื้อเธอขึ้น อกสั่นหายใจไม่ทั่วท้องจนต้องกลั้นหายใจในที่สุดเมื่อปลายนิ้วนั้นถูกลากวนเขียนลงบนหน้าท้องเหนือสะดือ
ปากยังบริกรรมคาถาสีหน้าสงบแต่ปลายนิ้วที่สัมผัสผิวเนื้ออ่อนเนียนนั้นชา ลมหายใจสะดุดเมื่อหน้าท้องแบนราบแขม่วเกร็งตอนนิ้วเขียนอักขระ ไหนจะน้ำเสียงแหบเครือที่เอ่ยเรียกชื่อตนนั้นอีก
“เสร็จแล้ว” คนทำพิธีดึงสติกลับมาได้จากนั้นก็ดึงชายเสื้อลงให้เหมือนเดิม
เสียงพรูลมหายใจออกมาจากทั้งสองพร้อมกัน แต่เมื่อร่างเล็กจะยันตัวลุกก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อตัวถูกช้อนอุ้มขึ้น
“พี่อุ้มกลับห้องเอง”
“ตะ…แต่ไม่เป็นไร” รู้สึกทำตัวไม่ถูกเสียงตะกุกตะกักแต่สองแขนก็คล้องคอคนอุ้มไว้อัตโนมัติ
“นิ่ง ๆ ” เท้าพาเดินกลับเข้ามายังห้องสรจากนั้นวางลงบนเตียงดึงผ้าขึ้นมาห่มให้ร่างเล็กที่ตอนนี้นอนเหยียดเกร็ง เขาดึงเบี้ยแก้ที่เหน็บตรงคอเสื้อเหน็บให้คนที่ยังนอนเกร็งแล้วเอ่ย
“นอนเถอะ”
“อื้อ…” หยักหน้าหงึกหงักพลางดึงผ้าห่มขึ้นมาถึงคางรู้สึกทั่วหน้าและหูร้อนไปหมดมองตามหลังกว้างที่ออกไปนอกห้องครั้นพี่ฤกษ์ก้าวพ้นห้องถึงได้ผ่อนลมหายใจออกมามือกำอกซ้ายที่ตอนนี้กำลังเต้นกระดอนไม่เป็นจังหวะ
“พี่ชาย น้องสาว อย่าคิดมาก” พึมพำบอกตัวเองซ้ำ ๆ กลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ ตาจ้องเพดานห้องคิดถึงเรื่องอาทิตย์ พี่ณิตา พ่อทินอูแล้ววนกลับมานึกถึงพี่ฤกษ์กับตัวเองอีกครั้ง
สมองสับสนคิดไปหลายเรื่องแต่หาคำตอบไม่ได้ทำไมเหมือนตัวเองหลงลืมบางคนบางเรื่องหรือมันจะเป็นผลมาจากการถูกทำเสน่ห์
เมื่อก่อนพ่อทินอูเคยเล่าเพียงเสน่ห์ชนิดนี้ถ้าถูกทำเพียงสามครั้งจะไม่สามารถแก้ได้และวิธีแก้ต้องทำอย่างไรแต่อาการหรือผลอย่างอื่นพ่อไม่เคยเล่าให้ฟัง งั้นไว้ค่อยถามพี่ฤกษ์อีกทีแต่จะง้างปากคนไม่ชอบอธิบายยังไงให้พูดออกมาได้ล่ะ
เวลาผ่านไปเปลือกตาหนังอึ้งเคลิ้มหลับอย่างฝืนไม่ได้ จากนั้นคลับคล้ายคลับคลาว่าตัวถูกเปลือยมีอะไรขยับไล้ตามแผ่นหลังทั้งในหูก็แว่วเสียงสวดบางอย่างหากแต่ไม่อาจลืมตาขึ้นมามองได้ ทั้งสมองและร่างกายจมดิ่งเข้าห้วงนิทราในที่สุด