“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”
ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ,ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ไสยอาสัญ“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”
เด็กชายที่สูญเสียครอบครัวไปด้วยวิธีอันโหดเหี้ยม ภาพ ติดตานั้นจึงกลายเป็นฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนทำให้เด็กชายเมื่อโตเข้าสู่วัยกำดัดต้องเดินเข้าสู่วังวนของไสยศาสตร์อวิชาเพื่อจะแก้แค้นให้ครอบครัวและต้องคอยช่วยเหลือแก้วตาดวงใจให้พ้นจากอันตรายไปด้วย บทสรุปความรักของคนปากหนักจุดจบของการแก้แค้นจะเป็นอย่างไร
บทที่ ๑๘ ยังไม่ใช่ตัวการ
“อ่าว…อาทิตย์ ตกใจหมดมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
คิดอะไรเพลิน ๆ ร่างของอาทิตย์ก็กระโจนเข้ามาขวางหน้าฉับพลัน มือคว้าจับมือสรไว้แน่นครั้นจะดึงออกในตอนแรกแต่แล้วก็เปลี่ยนใจปล่อยให้อาทิตย์จับต่อ
“เป็นไงบ้าง ตัวเองขอพี่ฤกษ์หรือยัง”
“ขอแล้วแต่ยังไม่ได้คำตอบเลย เดาว่าพี่ฤกษ์ต้องไม่อนุญาตแน่” แม้จะคล้ายมึนงงในตอนแรกแต่ความทรงจำส่วนที่เหมือนขาดหายก็พาให้นึกขึ้นมาได้ว่าอาทิตย์หมายถึงเรื่องอะไร
“อ่าว แล้วงี้ตัวเองจะได้ไปทำงานกับเค้าไหม”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
“อืม…อ่ะนี่ขนมเค้าเอามาฝากตัวเองเหมือนเดิม” อาทิตย์ยิ้มยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็ก ๆ ยื่นถุงขนมให้สร
“เข้าไปนั่งในบ้านก่อนสิตัวเอง”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ฤกษ์จะว่าเอา” อาทิตย์โบกมือปฏิเสธ
“เหงื่อเต็มหน้าเลยตัวเองมาเค้าเช็ดให้” มือเล็กยื่นเช็ดเหงื่อที่ผุดพราวรอบกรอบหน้าของชายหนุ่ม เงยหน้าสบประสานนัยน์ตาคู่คมที่ก้มมองเธออยู่รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏเป็นมุมโค้งมือใหญ่สั่นน้อย ๆ จับมือเรียวข้างที่เช็ดเหงื่อลงมากุมอย่างทะนุถนอม
“เค้ารักตัวเองนะ”
“อื่อ…เหมือนกัน” แก้มขาวนวลแดงระเรื่อขึ้น ดวงตาหยีมุมปากยิ้มหวานราวบุปผาผลิสะท้อนวัยสาวแรกแย้มสุมาลีบานสะพรั่ง
“อะไรเหมือนกันครับปภัสสร” ชายหนุ่มโน้มเข้าหาดวงหน้างามที่ยิ้มเอียงอายจมูกแทบจิ้ม แก้มนวลอยู่รอมร่อ
“ไม่บอกแล้ว ว่าแต่ทำไมวันนี้ตัวเองเหงื่อออกเยอะจัง” มือเรียวดันอกอาทิตย์ออกห่างหน้าสวยมุ่ยน้อย ๆ เช็ดเหงื่อชายหนุ่มที่ออกเยอะผิดปกติกว่าทุกวัน
“วิ่งมาจากบ้านเลยเหนื่อย ตัวเองเข้าบ้านเถอะตรงนี้ร้อน” อาทิตย์เบี่ยงหน้าออกจับมือเล็กลงมาจับอีกมือยีเส้นผมของหญิงสาวเล่น นัยน์ตาฉายความรักเต็มเปี่ยม
“ตัวเองจะไปแล้วเหรอ ได้คุยแปปเดียวเอง” ดวงตางามช้อนมองเสียงหวานอ้อนถามแฟนหนุ่ม
“อืม เดี๋ยวต้องเลยออกไปซื้อของให้แม่ พรุ่งนี้เค้าค่อยมาหาตัวเองใหม่นะ จะเอาขนมอร่อยมาฝากเหมือนเดิม”
“ได้ พรุ่งนี้เจอกัน”
“ครับ พรุ่งนี้เจอกันกินขนมให้อร่อยนะ” อาทิตย์โบกมือตอบแฟนสาวที่ยืนส่งยิ้มหวานให้ตน สายตาทอประกายเจิดจ้าสานสบกัน
ปภัสสรถือถุงขนมเข้าบ้านจัดใส่จานมานั่งกินเล่นช่วงที่ผ่านมาอาทิตย์หอบเอาขนมมาให้กินทุกวันจนหญิงสาวน้ำหนักขึ้นเช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของทั้งสองที่กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นมาจากที่ใดรู้ตัวอีกทีเธอก็มีใจให้กับอาทิตย์แล้ว และเหมือนจะมีใจให้มากขึ้นในทุก ๆ วันถึงขั้นพูดคุยเรื่องที่เธอจะไปทำงานที่เดียวกับอาทิตย์ไว้แล้วด้วย
แต่ก็เหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้องเวลาอยู่ใกล้อาทิตย์เธอก็รู้สึกรักแต่พอไม่เจอก็เหมือนเธอจะลืมเขาเหมือนไม่มีอยู่ในสมองเลย
หลังจากนั่งกินขนมเล่นเธอก็เริ่มเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านซักผ้าซึ่งตอนนี้ไม่ต้องเดินไปซักถึงห้วยแล้วเพราะพี่ฤกษ์ซื้อเครื่องซักผ้ามาใช้แล้ว ทำงานบ้านเรียบร้อยสรก็กลับมานอนเล่นในห้องตัวเอง นอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อย สมองไพล่คิดถึงเรื่องที่คุยไว้กับอาทิตย์ไม่รู้ว่าจะหาข้ออ้างอะไรมาโน้มน้าวพี่ฤกษ์ดี
นึกอะไรเพลิน ๆ กลับได้ยินเสียงเสียงคนเรียกมาจากหน้าบ้านจึงลงมาก็เห็นชายแปลกหน้าสองคนยืนอยู่ สะพายย่ามผ้าเก่า ๆ มองไปทั่วบริเวณบ้านทั้งสองใส่ชุดดำคนหนึ่งรูปร่างท้วมมีหนวดเครา คงอยู่ในวัยเกือบห้าสิบแต่อีกคนดูอายุน้อยกว่าตัวสูงใหญ่คงอยู่ในวัยยี่สิบปลายถึงสามสิบ
“มาหาใครจ๊ะ” ถามพลางสำรวจมองคนแปลกหน้าทั้งสองไปด้วย
“มาหาพ่อหมอฤหัส อยู่ไหม” ชายอายุน้อยกว่าถามขึ้น
“ไม่อยู่จ้ะ มาใหม่พรุ่งนี้เช้าเถอะจ้ะ”
“ฉันมีเรื่องจำเป็นขอเข้าไปรอพ่อหมอในบ้านได้ไหม” คราวนี้เป็นชายที่แก่กว่าเอ่ยขึ้นทั้งยังส่งเสียงไอสำทับอีกสองสามที
“เอ่อ…ฉันไม่สะดวกจ้ะ คุณลุงมาใหม่พรุ่งนี้เถอะ” หญิงสาวอึกอักตอบเกรงใจแต่ก็ไม่อยากให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน เพราะพี่ฤกษ์เคยย้ำไว้อย่าให้ใครเข้าบ้านส่งเดชเด็ดขาด
“แม่หนู งั้นฉันขอนั่งพักเหนื่อยสักแปปได้ไหม” มือเหี่ยวของชายท้วมคว้าข้อมือเล็กไว้หลังก้าวเพียงสองครั้งก็ถึงตัวสรเสียงหอบอิดโรยเห็นได้ชัดว่าแกเหนื่อยเนื่องด้วยอายุมากละมั้ง
แม้จะลังเลแต่เมื่อคนพูดขนาดนี้แล้วหญิงสาวก็จำต้องพยักหน้ายอม สรจึงเดินนำเข้าบ้านแล้วให้แขกนั่งแคร่ไม้หน้าบ้านเท่านั้น ส่วนตัวเองก็เดินเข้าบ้านเพื่อจะเข้าไปหยิบน้ำมาให้
“เดี๋ยวฉันไปหยิบน้ำมาให้นะจ๊ะ” พอมาถึงครัวกลับรู้สึกตาพร่าเวียนหัวเหมือนจะเป็นลม เธอสะบัดหน้าแรง ๆ สองสามครั้งแต่กลับยิ่งเวียนหัวมากขึ้นร่างเอนเกือบล้มมือเรียวพยายามจับโต๊ะเพื่อค้ำตัวเองไม่ให้ล้ม
“แม่นี่มีอะไรคุ้มตัว ขนาดถึงตัวมันยังคงสติได้อีก” เสียงพึมพำตามหลังเข้ามามีมือใหญ่สองข้างเข้ามาจับศีรษะเธอจากด้านหลัง ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวขึ้นเรื่อย ๆ
“ทุบให้สลบเถอะเดี๋ยวไม่ทัน” สิ้นเสียงก็รู้สึกว่าศีรษะโดนของหนัก ๆ ทุบแล้วทุกอย่างก็มืดดับลง
ความรู้สึกโคลงเคลงไปมาทำให้เจ้าของร่างพยายามลืมตาขึ้น แต่ก็พบความความมืดเพราะมีบางอย่างปิดอยู่ ไม่ใช่เพียงดวงตาแต่เป็นปากมือแขนและขาก็ถูกมัดด้วยเช่นกันหัวเจ็บมึนจนต้องนอนนิ่งไม่ขยับอีกครั้ง
หูได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถกำลังวิ่ง ตัวรถโคลงเหมือนวิ่งบนเส้นทางลูกรังไม่มีเสียงผู้คนให้ได้ยิน ในใจหญิงสาวประหวั่นนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองก่อนหน้า
“อื้อ…อื้อ…” มีเพียงเสียงตัวเองที่ดังอู้อี้ในลำคอมือที่ถูกมัดไพล่หลังกำลังพยายามดิ้นรนแต่ก็ไร้ผลในใจตื่นกลัวน้ำตาพาลไหลร้องไห้ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวไม่ใช่พี่ฤกษ์ไม่ใช่อาทิตย์แต่เป็นภาพของพี่ณิตาที่นอนจมกองเลือดในบ้าน
เธอไม่ได้กลัวตายแต่เธอกำลังคิดถึงว่าตอนนั้นพี่ณิตาจะกลัวแค่ไหน ต้องเจ็บทรมานเท่าไหร่ วันนั้นควรเชื่อฟังพี่ฤกษ์ได้แต่ตัดพ้อตัวเองอยู่ในใจ
“ทำไมคราวนี้ถึงต้องพาตัวสรมาด้วยครับอาจารย์” เสียงคุ้นหูเสียงหนึ่งดังขึ้นเธอตั้งใจฟังก็รู้ว่าเป็นเสียงของอาทิตย์กำลังพูดคุยกับใครบางคน มันคือเสียงของชายที่มาบ้าน
“ไอหมอนั่นมันใช้เลือดตัวเองกันของให้เราใช้แค่ร่ายอาคมไม่ได้แล้ว ถ้าไม่ถึงตัวมันก็ทำอะไรมันไม่ได้หรอก ขนาดเอ็งเข้าใกล้ทั้งป้ายยาทั้งเอาของให้กินเป็นเดือน ๆ ยังร้อนเหงื่อแตกขนาดนั้นแล้วยังไม่เห็นผลเลยไม่เห็นหรือไง”
“อาจารย์ทองดี สรจะไม่เป็นอันตรายใช่ไหมครับ”
“หึ…ถึงเวลาจะรู้เองอย่าถามมาก” เสียงของชายอีกคนพูดขึ้น
“เราจะไปทำพิธีกันที่ไหนครับ ทำไมต้องไปไกลจัง”
“พิธีนี้ต้องทำที่ตำหนักมีหลายอย่างที่ต้องใช้” เสียงของชายแก่พูดขึ้น
สรขมวดคิ้วสงสัยแต่ด้วยส่งเสียงไม่ได้จึงฟังเงียบ ๆ ทำความเข้าใจสิ่งที่ได้ยินระหว่างปะติดปะต่อสิ่งที่ได้ยินก็เหมือนมีภาพหรือเสียงบางอย่างทำให้เธอจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง
‘มีคนทำเสน่ห์ดอกรักกับสร’
‘เราเป็นแฟนกันนะ’
‘เค้ารักตัวเองนะ’
เหมือนจิ๊กซอที่หลุดหายกำลังถูกต่อให้เข้าที่บางเรื่องที่เธอหลง ๆ ลืม ๆ กลับมาให้จำได้บ้างแล้วเธอถูกทำเสน่ห์ และคนที่ทำใส่ก็คือ อาทิตย์แล้วคืนนั้นที่เหมือนใครเขียนอะไรบนหลังเธอไม่ใช่อาทิตย์เป็นเสียงสวดของพี่ฤกษ์มันหมายความว่ายังไงแล้วนี่คนพวกนี้กำลังจะพา เธอไปไหน
ในใจประหวั่นขึ้นมาครามครันสมองนึกถึงพี่ฤกษ์ขึ้นมาพี่เขาจะรู้ไหม จะตามหาเธอไหม จะเจอเธอไหม ขอบตาร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่ได้จมูกแสบคัดอยากร้องไห้ออกมา ชีวิตเธอเมื่อไหร่จะหลุดพ้นจากเรื่องพวกนี้สักที ทำไมแต่ละวันถึงเจอแต่เรื่องราวไม่หยุดหย่อน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่มาไกลแค่ไหนรถก็หยุดลงจากนั้นก็รู้สึกว่ามีคนมาอุ้มและแน่นอนไม่ใช่อาทิตย์
“ผมอุ้มสรเองครับ” เสียงของอาทิตย์พูดขึ้น
“ให้ไอยอดมันอุ้มขึ้นมา ส่วนเอ็งตามขึ้นมาอย่าช้า” เสียงของชายแก่พูดขึ้นร่างของสรถูกอุ้มพาดบ่าขึ้น มือใหญ่ของคนที่อุ้มเธอจับต้นขาคล้ายจะลูบไปมาเบา ๆ ด้วยแม้จะพยายามขยับ ตัวแต่ก็ไม่เกิดผลเพราะมือเท้าถูกมัดแน่นมากอีกทั้งดวงตาและปากก็ถูกผ้ามัดปิดไว้ด้วยเช่นกัน
จากนั้นร่างเธอก็ถูกวางลงบนพื้นแล้วมีคนแกะผ้าปิดตาออกให้ เป็นอาทิตย์แต่ยังไม่แกะผ้าปิดปากออกให้เมื่อผ้าปิดตาถูกปลดออกอาทิตย์มองหน้าสรแต่ก็รีบหลบสายตาทันที
“อื้อ…อื้อ” หญิงสาวส่งเสียงสายตาจับจ้องอาทิตย์แล้วมองไปรอบ ๆ ห้องเห็นชายแก่นั่งอยู่หน้านิ่งและโต๊ะหมู่ที่วางเครื่องรางกระถางกะโหลกคน และสัตว์เป็นลำดับเรียงลดหลั่นกันและมีชายชกรรจ์อีกคนที่นั่งข้างอาจารย์
“ยอดแกะผ้าปิดปากออกที”
“ผมแกะให้เองครับ” อาทิตย์อาสาแกะเองเมื่อได้ยินเสียงของอาจารย์ทองดีเอ่ยสั่งลูกศิษยฺ
“อาทิตย์ทำแบบนี้กับสรทำไม” ทันทีที่ผ้าปิดปากถูกแกะออก สรรีบพูดกับอาทิตย์
“…” ชายหนุ่มหันหน้าหลบไม่กล้าเผชิญหน้ากับหญิงสาว
“อย่าทำเลยนะอาทิตย์ สรกลัว” สรมองหน้าอาทิตย์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ตัวเอง มือเท้าของเธอถูกมัด ตัวถูกวางนอนราบอยู่กับพื้นส่วนด้านหน้าเป็นชายท้วมหนวดเคราที่ตอนนี้หยิบปะคำมาสวมใส่คอและชายอีกคนที่นั่งข้าง ๆ สายตาที่มองสรนั้นดูไม่น่าไว้วางใจเลย
“สรอาทิตย์รักสรนะ อาทิตย์แค่อยากทำให้สรรักอาทิตย์คนเดียว”
“ถ้ารักแล้วทำแบบนี้ทำไม สรกลัว”
“ก็เพราะพี่ฤกษ์คอยขวางตลอด คอยแก้ไม่อย่างนั้นอาทิตย์ก็ไม่ต้องทำแบบนี้หรอก อาทิตย์ขอโทษ” ชายหนุ่มยื่นมือมากุมมือของสรแน่น
“ถอดเสื้อมันออกเถอะจะได้ไม่เสียเวลาชักช้าถ้าไอหมอนั่นมันรู้ตัวทันจะเสียแผน” เสียงของชายแก่สั่ง
“อาจารย์ทองดีต้องถอดเสื้อสรด้วยเหรอครับ” อาทิตย์หันกลับไปถามอาจารย์แล้วมองหน้าชายอีกคนด้วยแม้เขาอยากทำเสน่ห์แต่การต้องเปลือยร่างของสรต่อหน้าคนอื่นเขาก็ยากจะทำลง
“ใช่ ถ้าเอ็งไม่ทำก็ถอยไปกูทำเอง” ชายฉกรรจ์ชื่อยอดเดินเข้ามาใกล้สร
“อย่าทำนะ ไม่ได้อาจารย์ แค่ทำพิธีแบบก่อนหน้านี้ไม่ได้เหรอครับ” อาทิตย์ขยับเข้ามาขวางร่างของสรไว้
“ไม่ได้ ทำครั้งที่สามไม่เหมือนสองครั้งแรก เพราะถ้ามันเป็นเมียเอ็งแล้ว อย่าว่าแต่กันแม้แต่แก้ก็ไม่ได้แล้ว ต่อไปอีนี่ก็จะจำได้แค่มึง หลงมึงคนเดียวจนโงหัวไม่ขึ้น”
“อาทิตย์…อย่าทำนะ อย่าทำแบบนี้กับสรนะ ขอร้อง” สรรีบส่ายหน้าไปมาอย่างวิงวอน
“อาจารย์ผมไม่ทำแล้ว ผมจะพาสรกลับ” อาทิตย์รีบบอกกับอาจารย์เขาชอบสรก็จริงแต่ไม่คิดจะหักหามน้ำใจของเธอแบบนี้
“ไม่ได้…” ไม่ใช่เสียงของอาจารย์แต่เป็นเสียงของชายที่อยู่ข้าง ๆ เขาพูดพร้อมกับเดินเข้ามาไม่ทันที่อาทิตย์ได้ตั้งตัวชายคนนั้นก็ใช้ไม้ที่ซ้อนไว้ด้านหลังตีเข้ากลางศีรษะของอาทิตย์ จนล้มหมดสติไปทันที
“อาทิตย์!!!…ปล่อยนะ ช่วยด้วย…” สรตกใจเพราะเห็นเลือดของอาทิตย์ไหลออกมาแล้วถูกลากไปมัดไว้ที่มุมห้อง
“หึ…” เสียงหึของอาจารย์แก่เค้นออกจากลำคอแสยะรอยยิ้มออกมาดูแล้วน่ากลัว
“อาจารย์แม่คนนี้สวยกว่าคนที่แล้วอีกนะอาจารย์” ชายฉกรรจ์เดินกลับมานั่งยอง ๆ ข้างสรใช้สายตามองสำรวจตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าของหญิงสาวนิ้วเกี่ยวพันเส้นผมของสรเล่นไปด้วย
“ฮือ…ปล่อยนะ ปล่อยฉัน” หญิงสาวพยายามขยับตัวหนีคนทั้งสองที่เข้ามาใกล้
“อืม…งั้นก็เอาไว้เล่นนานหน่อย” เสียงอาจารย์พูดขึ้นแล้วก้าวออกมาจากหน้าหิ้งมาหยุดตรงหน้าสร เอื้อมมือมาจับช่วงคอเสื้อหญิงสาวไว้แล้วกระชากให้เห็นลำคอได้ชัดเจน
“หึ…มีแต่ของดีคุ้มตัว”