“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”
ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ,ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ไสยอาสัญ“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”
เด็กชายที่สูญเสียครอบครัวไปด้วยวิธีอันโหดเหี้ยม ภาพ ติดตานั้นจึงกลายเป็นฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนทำให้เด็กชายเมื่อโตเข้าสู่วัยกำดัดต้องเดินเข้าสู่วังวนของไสยศาสตร์อวิชาเพื่อจะแก้แค้นให้ครอบครัวและต้องคอยช่วยเหลือแก้วตาดวงใจให้พ้นจากอันตรายไปด้วย บทสรุปความรักของคนปากหนักจุดจบของการแก้แค้นจะเป็นอย่างไร
บทที่ ๙ ถอนของ
“อาจารย์ครับวิธีนี้จะไม่เป็นอันตรายใช่ไหมครับ” เสียงชายหนุ่มถามขึ้นพร้อมกับส่งห่อผ้าให้อาจารย์ตรงหน้า
“ไม่เป็นไรหรอก มึงมานั่งตรงหน้ากูนี่แล้วท่องตามกู”
“ครับ” ชายหนุ่มขยับมานั่งด้านหน้าอาจารย์แล้วยกมือประนมไหว้เพื่อรอท่องสวดตามอาจารย์ว่า
“วันโทอะภิวันตะโร ปิติปิโย เทวะมะนุสานัง อิตกีโยปริโส มะอะอุ อิสวาสุ อิกะวิติ” เสียงอาจารย์นำสวดพร้อมกับฝนหัวว่านลงบนหินเรื่อย ๆ
“วันโทอะภิวันตะโร ปิติปิโย เทวะมะนุสานัง อิตกีโยปริโส มะอะอุ อิสวาสุ อิกะวิติ” ชายหนุ่มสวดตามอาจารย์ช้า ๆ ทั้งตั้งจิตให้มีสมาธิตลอดการสวด ๗ จบ จากนั้นก็เห็นอาจารย์ปาดหัวว่านที่ฝนละเอียดใส่ตลับสแตนเลสมีฝาใช้ก้านไม้ทรงปลัดขิกคนจนเข้ากันกับขี้ผึ้ง
“ยื่นหน้ามา” อาจารย์ใช้ปลายไม้ที่ติดขี้ผึ้งกดเจิมลงบนหน้าผากชายหนุ่มพร้อมกับบริกรรมคาถาบทเดิมอีก ๑ จบ เท่านี้เป็นอันเสร็จพิธี
“มึงเอาขี้ผึ้งนี้ไปป้ายคนที่มึงอยากได้แค่สามครั้งมันจะรักจะหลงโหยหามึงจนมาหามึงเอง” อาจารย์ส่งตลับขี้ผึ้งให้ชายหนุ่ม
“ขอบคุณครับอาจารย์” ชายหนุ่มรับของเก็บเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างดีอกดีใจจากนั้นก็หยิบซองสีขาววางใส่พานพิธีข้าง ๆ อาจารย์ผู้ทำพิธี
หลังชายหนุ่มออกจากตำหนักไปอาจารย์ก็หยิบของในถุงผ้าออกมาดูแล้วแสยะยิ้มมุมปาก ดวงตามองเส้นผมในมือจากนั้นหยิบหุ่นฟางขึ้น มาปากท่องสวดคาถาหยิบเข็มแทงลงบนหุ่นฟาง
“โอม นะ มะ เล ปภัสสร นะ มะ เส ปภัสสร นะ มะ อา สัย ปภัสสร นะ มะ อา สัญ ปภัสสร เส สิ เล จงเจ็บ จงปวด จงทนทุกข์ จิตแตก วิญญาณแตกซ่าน ตายตกภายในคืนนี้”
+++
‘โครม!!!’ ประตูห้องถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ร่างสูงผมยาวประบ่าของฤหัสเดินก้าวยาว ๆ เข้ามาโดยมีอีกร่างบุรุษที่สูงวัยคือทินอูเดินตามมาด้านหลัง
“สร!!!” บุรุษผมสีดอกเลาอุทานเสียงหลงหมายจะเข้ามาประคองร่างเมื่อเห็นสภาพลูกสาวที่นอนตาเหลือกสำลักเลือดบนเตียงนอน
“อาจารย์ สร้อยหนังของสรล่ะ” เสียงขรึมเข้มขมวดคิ้วมุ่นถามขึ้นเดินเข้ามาใกล้คนที่นอนเหยียดเกร็งลมหายใจโรยรินคล้ายจะเป็นเฮือกสุดท้าย
“ไม่รู้ ตอนนี้ต้องรีบถอนของก่อน” เสียงทินอูพูดอย่างเร่งร้อนปนอาการตื่นตระหนก
“ผมช่วยเองครับอาจารย์”
“เอ็ง!!!…ข้าอนุญาตให้ช่วยแต่เรื่องอื่นไม่…”
“แต่….” เสียงค้านสั้น ๆ ในลำคอของฤหัสถูกเปล่งออกมาพร้อมหันมองหน้าอาจารย์
“ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยไปตามกรรมเถอะ เพราะยังไงข้าก็ไม่ยอมให้เอ็งทำอย่างที่ต้องการ” ความลังเลที่เกิดขึ้นในใจและดวงตาสีอ่อนของฤหัสทำให้ทินอูถอนหายใจออกมาช้า ๆ ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวของลูกสาวแต่เพื่อตัวฤหัสด้วย
“ถ้าสรตื่น…” ฤหัสมุ่นคิ้วฉายความหนักใจออกมาทั้งทางสีหน้าและน้ำเสียง มองหน้าอาจารย์และหน้าของหญิงสาวที่หลับตาอยู่ไปมาอย่างตัดสินใจไม่ถูก
“อีกหนึ่งเดือนค่อยให้ตื่น รักษาให้หายดีแล้วค่อยให้ตื่นเถอะ จะได้ไม่ทรมาน” ทินอูถอนหายใจอย่างปลงตกเพื่อไม่ให้ลูกสาวทรมานก็มีเพียงวิธีรมยาให้หลับเท่านั้นจะได้ไม่ต้องตื่นมาทนรับความเจ็บ
“อาจารย์…” เสียงฤหัสขาดหายกลืนประโยคที่เหลือลงลำคอไปเพียงเท่านั้น
“เรื่องอื่นข้าจะไม่ยุ่ง มีแค่เรื่องนี้ที่ข้าจะขวางเอ็ง” ทินอูมองใบหน้าชายหนุ่มที่เคยเป็นลูกศิษย์และเป็นเหมือนลูกชายคนหนึ่งเช่นกันอย่างแน่วแน่ในสิ่งที่ตนตัดสินใจ
“แต่…อาจารย์ ผม…ก็ได้” ชายหนุ่มเกิดลังเลขึ้น เพียงชั่วอึดใจเมื่อเห็นว่าร่างเล็กคล้ายกับจะสิ้นลมอยู่รอมร่อก็ต้องถอนหายใจยาวจำต้องลงมือทำพิธี
“ในวันที่ข้าเอาสรมาเลี้ยง ข้าพูดว่าจะเลี้ยงและปกป้องเด็กคนนี้ เพราะงั้นถ้าข้าไม่ตายเอ็งก็อย่าหวังว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ” ทินอูจ้องหน้าฤหัส แววตามั่นคงน้ำเสียงหนักแน่น
“ครับ งั้นผมจะเตรียมที่ในนี้” ฤหัสพยักหน้าน้อย ๆ อย่างคนที่คิดตกตัดสินใจช่วยหญิงสาวที่เป็นเช่นน้องสาวเช่น
“อืม…เดี๋ยวไปเตรียมของให้” ทินอูวางศีรษะลูกสาวลงบนหมอนแล้วก้าวออกจากห้องเพื่อออกไปเตรียมของทำพิธีมาให้ ด้วยสภาพสังขารของตนเองตอนนี้ไม่สามารถแก้ของแรงที่ลูกสาวถูกทำใส่ได้ จำต้องตกลงใจปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นคนลงมือช่วยแทน
แม้แต่ตัวเขาเองหากฤหัสมาไม่ทันการณ์ก็คงแย่หรืออาจสิ้นชีพไปด้วยเช่นกัน จากไม่มั่นใจตอนนี้เหมือนจะพอเดาได้ว่าเป็นฝีมือใครที่ลงมือทำของแรงขนาดนี้กับเขา ไม่สิเป้าหมายคือลูกสาวเขาต่างหาก และยิ่งมั่นใจเมื่อฤหัสขอออกมือเป็นคนช่วย เมื่อเตรียมของครบก็นำมาส่งไว้ให้ที่ห้องลูกสาวก่อนออกจากห้องจำต้องหลับตาถอนหายใจยาวออกมาแล้วปิดประตูห้องปล่อยให้ฤหัสทำหน้าที่ต่อจากนี้
ร่างหญิงสาวถูกนำมาวางไว้กับพื้นบนเสื่อหันหัวไปทางตะวันออกทิศที่ตั้งกระถางธูปเทียนที่จุดสว่างอยู่ ฤหัสนั่งขัดสมาธิด้านข้างร่างหญิงสาวที่เริ่มนิ่งคล้ายสติใกล้ดับ
ทั่วใบหน้าหญิงสาวซีดขาวริมฝีปากม่วงคล้ำเปลี่ยนสีและยังคงมีเลือดไหลออกจากหางตา ปาก จมูก และใบหูนัยน์ตาสีอ่อนเพ่งมองทั่วร่างบางและเริ่มบริกรรมคาถา
“จับไว้” บทสวดที่สองเริ่มถูกร่าย ร่างเล็กของหญิงสาวเริ่มเกร็งกระตุกขึ้น เสียงออกคำสั่งให้บริวารตรึงร่างกันไม่ให้ดิ้นพล่านแล้วท่องคาถาต่อ
ไม่มีเสียงตอบจากผู้ถูกสั่งแต่เงาร่างหญิงหรือโหงพรายกำลังนั่งคล่อมตรึงร่างและแขนทั้งสองของคนปภัสสรที่เกร็งดิ้นไว้มั่น
ขณะปากยังบริกรรมคาถาก็เอื้อมมือไปบีบแก้มของสรให้อ้ากว้างจากนั้นอีกมือสอดนิ้วเข้าไปดึงบางอย่างออกจากปาก มีเส้นสีดำยาวพันกันเป็นกระจุกมันคือเส้นผมถูกสาวออกมาไม่หยุด
ร่างเล็กเส้นเลือดตามลำคอและขมับปูดโปนแทบปริแตกดิ้นทุรนทุรายดวงตาเบิกโพลงแดงก่ำอยากกรีดร้องออกมาทว่ากลับไม่มีเสียงใดออกมาจากลำคอ
เลือดที่กำลังทะลักออกปากของหญิงสาวค่อย ๆ เหือดไหลน้อยลงเรื่อย ๆ จนหยุดไหลในที่สุด ทรวงอกสะท้อนหอบเนื่องจากความเจ็บปวดทรมานที่ได้รับ มือใหญ่หยิบถ้วยเลือดสีแดงเข้มที่ถูกเตรียมไว้ ใช้นิ้วจุ่มลงแล้วจรดอักขระเขียนลงบนหน้าผากของหญิงสาวที่เริ่มดิ้นแรงขึ้นอีกครั้ง ขณะจรดนิ้วแทนเครื่องเขียนปากก็บริกรรมคาถาไปพร้อมกัน
“โอม เส เส เลอ เมิง ถั้ง เม เม เมิง ลัง นะ นะ นัง ถง อะ ค่า บา อะ ค่า บา ไถน ลัง กะ จ่า นัง ชะ นะ ลัง ถง เล้า ไถน นัง อะ ชะ เฌอ” เลือดสีเข้มที่ถูกเขียนค่อย ๆ ซึมและกลืนหายเหมือนราดน้ำลงทราย ร่างเล็กที่คล้ายจะสงบกระตุกเกร็งขึ้นอีกครั้ง มือใหญ่ยังลงอักขระ เขียนด้วยเลือดซ้ำ ๆ ทั้งยังท่องคาถาวนเช่นเดิมเหงื่อตามกรอบหน้าผุดพรายหากแต่น้อยกว่าร่างบางที่ทั่วร่างตั้งแต่หัวจรดเท้าเปียกโทรม
ร่างหญิงสาวกระตุกชักราวผีเข้าตาเบิกแทบถลนปลายนิ้วหงิกจิกกำและข่วนพื้นต้องการอิสระภาพ ปลายเท้าเหยียดเตะขาดิ้นเพื่อสะบัด สิ่งที่กดทับอยู่บนบริเวณกลางลำตัว
ส่ายศีรษะซ้ายขวาเพื่อหลุดจากมือแกร่งที่ตรึงใบหน้าเพื่อลงอักขระ ดวงตาเพ่งพิศหน้าคนเบื้องหน้านัยน์ส่องประกายความอ้อนวอนปลด ปล่อยตนให้หลุดพ้นจากความทรมาน
ใบหน้าคมสันขบกรามร่ายคาถา ขมวดคิ้วข่มกลืนก้อนคาวที่ตีขึ้นกลางอกกลับลงไปอย่างยากเย็น เห็นถึงความทรมานเจ็บปวดที่ฉายชัดจากดวงตาของร่างเล็กไม่รู้ว่าเป็นใครที่มีความสามารถลงมือทำของรุนแรงถึงแก่ชีวิตกับหญิงสาวและไม่ใช่เพียงหนึ่งแต่เป็นถึงสอง
มีทั้งคนทำเสน่ห์และทำเพื่อเอาชีวิตอาการแรงขึ้นเรื่อย ๆ และถึงแก่ชีวิตแน่หากไม่ถูกถอน คนทำสองคนแต่สายคล้ายกัน และการทำคราวนี้ก็ทำให้เขารู้ว่านี่เป็นการทำของหมอกะเหรี่ยง เพราะลักษณะพิเศษกำลังสำแดงฤทธิ์อยู่ในตอนนี้ ร่างเล็กกำลังสำลักเลือดกระอักออกทางปากแต่เศษผ้าเป็นเส้นยาวออกมาด้วย นิ้วยาวคีบชิ้นผ้าสีดำอาบเลือดดึงออกมาช้า ๆ
ทุกครั้งที่นิ้วยาวดึงผ้าออกมาร่างเล็กจะกระตุกดิ้นพล่าน ราวกับชิ้นส่วนภายในกำลังรวดร้าวน้ำตาไหลอาบนัยน์ตาแดงก่ำแทบหลั่งเลือด เป็นหยด ดวงตาคมอ่อนสีเพ่งสมาธิสวดคาถามือยังคงดึงชิ้นผ้าที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ออกมาเรื่อย ๆ
“จับให้นิ่งกว่านี้” เสียงเข้มสั่งโหงพรายบริวารที่ลงกำลังจับขึงร่างเล็กที่กำลังทุรนทุรายราวจะขาดใจตายให้นิ่งกว่าเดิมมุมปากคนพูดมีเลือดแดงไหลซึมแต่แววตาคมกล้ามุ่งมั่นไม่ลดละเรื่องในมือที่กระทำอยู่ตอนนี้
“อื้อ……อื้อ….” หญิงสาวมีเพียงเสียงกรีดร้องอือในลำคอ คล้ายภายในถูกทิ่มแทงเจียนจะตายในไม่ช้า ดวงตาพร่าเห็นร่างใหญ่ของพี่ฤกษ์นั่งอยู่ด้านข้างมือหนึ่งหลังเขียนบนหน้าเธอเสร็จก็เลื่อนลงมาบีบแก้มให้ปากเผยออ้าใช้นิ้วเรียวยาวอีกข้างดึงบางอย่างออกจากปากเธอ
ทุกครั้งที่สิ่งนั้นถูกดึงออกมาเธอรู้สึกเหมือนมีเข็มแหลมกำลังขูดทิ่มแทงระเรื่อยไปทั่วภายใน ความเจ็บนี้ไม่สามารถหาคำไหนมา อธิบายได้ รู้เพียงว่าทรมานเหลือแสนอยากร้องขอให้ตนหยุดหายใจตายดับลงไปเสียยังดีกว่าต้องมารับรู้ถึงความเจ็บปวดนี้
แม้พยายามดิ้นรนขัดขืนแต่เธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างทับตรึงร่างเธออยู่ และแขนทั้งสองข้างก็เหมือนถูกขึงแน่นไม่ให้ขยับเขยื้อนปัดป่ายไปทางไหนได้ ทั้งที่รอบตัวก็มีเพียงพี่ฤกษ์ที่อยู่ด้านข้างของเธออีกทั้งสองมือก็กำลังยุ่งง่วนอยู่ช่วงใบหน้าของเธอ
สติที่คล้ายแจ่มชัดแต่ก็คล้ายเลือนรางดวงตาพร่าเพราะม่านหยาดน้ำกำลังคลอไหลอาบแก้ม แต่กลับมีบางช่วงขณะที่เห็นนัยน์ตาคู่คมของพี่ฤกษ์ชัดเจนตาคู่นั้นสีอ่อนและฉายความกังวลตระหนกและเหมือนจะวูบไหวคล้ายหนักใจและรู้สึกผิดลึก ๆ แต่แล้วจู่ ๆ ม่านตาทั้งคู่ก็มีบางอย่างมาบดบังให้มืดสนิท
โสตประสาทที่เมื่อครู่ยังแว่วเสียงลมหายใจหอบของตนเองและพี่ฤกษ์ตอนนี้อื้ออึงเหมือนมีใครเอามือมาปิดหูไม่ให้ได้ยินเสียงใดอีก
ฆานประสาทได้รับกลิ่นหอมเย็นบางอย่างราวกับกลิ่นนั้นเป็นยาจรุงกล่อมให้เธอสงบลงช้า ๆ เสมือนเรี่ยวแรงทั้งหมดเหือดหายคล้ายฝันทั้งที่ยังตื่นสิ่งหนักที่ตรึงร่างและแขนหายไป ร่างกายที่เคยร้อนระอุคล้ายถูกไฟสุมกลับเย็นลงอย่างน่าประหลาด
มือใหญ่คลายจากแก้มขาวซีดที่อาบไปด้วยเลือดแดงฉาน เศษผ้าที่ถูกดึงออกมายาวเกือบเมตรปลายถูกผูกติดด้วยเข็มและหนาม หวาย มือใหญ่สบัดสูงขึ้นหนึ่งครั้งเป็นเชิงออกคำสั่งว่าโหงพรายหมดหน้าที่ตรงนี้แล้ว
เงาร่างหญิงผมยาวของโหงพรายก็หายลับจากร่างของหญิงสาวที่นอนราบอยู่กับพื้น หากไม่มีคราบเลือดเกรอะกรังก็เสมือนคนหลับธรรมดาเท่านั้น
มือใหญ่เลื่อนจับคอเสื้อของหญิงสาวข่มอารมณ์อึดอัดกลางอกลง แววตาที่เคยฉายความลังเลในคราแรกตอนนี้ว่างเปล่าไม่มีประกายบ่งบอกความรู้สึกใด ๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวออกมา
ปรับอารมณ์ให้สงบเพื่อช่วยชีวิตคนและคนคนนี้เขาก็เห็นเป็นเฉกเช่นน้องสาวและเธอก็เห็นเขาเป็นพี่ชายคนหนึ่งมาเสมออีกทั้งเป็นคำขอจากอาจารย์คนที่มีพระคุณกับตน จะอย่างไรก็คงไม่อาจทนมองเด็กที่เลี้ยงมาแต่เล็กตายจากได้ ก็จำต้องตัดสินใจลงมือช่วยให้ถึงที่สุด
“พี่ขอโทษ” เอ่ยเสียงนิ่งสงบหยิบขันที่มีหัวว่านและสมุนไพรถูกฝนละเอียดอยู่ด้านข้างพร้อมกับสวดคาถาทั้งเลื่อนมือปลดกระดุมลงทีละเม็ด แล้วเริ่มทาชโลมลงตามร่างกายหญิงสาว
ฤหัสหันมองประตูแน่ใจว่าอาจารย์ทินอูจะไม่เข้ามาจึงได้หยิบเข็มเล่มเล็กออกมาจากกระเป๋าแล้วจิ้มเข้าปลายนิ้วของหญิงสาวรองเลือดใส่ขวดแก้วเล็กไว้เก็บเข้ากระเป๋าย่ามทันทีแล้วนำว่านมาชโลมตามตัวของสรจนทั่ว