“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”

ไสยอาสัญ - บทที่ ๕ ข่าวดี โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ,ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไสยอาสัญ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า

รายละเอียด

ไสยอาสัญ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

เด็กชายที่สูญเสียครอบครัวไปด้วยวิธีอันโหดเหี้ยม ภาพ ติดตานั้นจึงกลายเป็นฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนทำให้เด็กชายเมื่อโตเข้าสู่วัยกำดัดต้องเดินเข้าสู่วังวนของไสยศาสตร์อวิชาเพื่อจะแก้แค้นให้ครอบครัวและต้องคอยช่วยเหลือแก้วตาดวงใจให้พ้นจากอันตรายไปด้วย บทสรุปความรักของคนปากหนักจุดจบของการแก้แค้นจะเป็นอย่างไร

สารบัญ

ไสยอาสัญ-# คำเตือน,ไสยอาสัญ-# บทนำ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑ บ้านเดิม,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒ ยาสั่ง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓ แม่สื่อ,ไสยอาสัญ-บทที่๔ แต่งงาน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๕ ข่าวดี,ไสยอาสัญ-บทที่ ๖ เรื่องแปลก,ไสยอาสัญ-บทที่ ๗ เงาดำ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๘ โดนของ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๙ ถอนของ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๐ เปลี่ยน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๑ ฝากฝัง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๒ แทงใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๓ สาหัส,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๔ ระบายอารมณ์,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๕ แฟน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๖ เสน่ห์ดอกรัก,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๗ คนแปลกหน้า,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๘ ยังไม่ใช่ตัวการ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๙ ส่งไปตาย,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๐ ย้ายบ้าน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๑ สั่งห้าม,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๒ รอไม่ไหว,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๓ ดูแล,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๔ อาจารย์,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๕ ไม่มั่นใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๖ พ่อ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๗ หวั่นใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๘ รู้เรื่อง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๙ ไม่พูดไม่จด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๐ ปรับความเข้าใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๑ ช่วยเหลือ (เพื่อน),ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๒ รวมสาย (เพื่อน),ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๓ สะสาง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๔ อ้อมกอด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๕ วันคลอด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๖ อธิฐาน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๗ เฝ้ามองดู,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๘ สิ้นสุดตลอดไป,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๙ อันวาดลูกพ่อลูกแม่,ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด (ธีม : สายลม),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด ๑ (ธีม : หิมะ),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด ๒ (ธีม : หิมะ),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา (ธีม : เพื่อนรัก),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา ๑ (ธีม : ไออุ่น),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา ๒ (ธีม : ไออุ่น)

เนื้อหา

บทที่ ๕ ข่าวดี

บทที่ ๕ ข่าวดี

ตอนนี้บ่าวสาวต่างรับการผูกข้อไม้ข้อมือและคำอวยพรจากผู้มาร่วมยินดีหมดแล้วก็เป็นเวลาเกือบบ่ายโมง ทั้งคู่ไม่ต้องดูแลแขกเหรื่อ 

โดยปกติหน้าที่ดูแลแขกผู้มาร่วมงานเป็นของบรรดาญาติ แต่ด้วยทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต่างไม่มีคนในครอบครัวญาติสนิท และเพราะชาวบ้านต่างเอ็นดูหนุ่มสาวทั้งคู่จึงต่างอาสาช่วยกันร่วมงาน ดูแลคนมางานกันเองอย่างเต็มที่

“กินข้าวก่อนจ้ะ พี่ฤกษ์พี่ณิตา” หญิงสาวถือถาดข้าวและอาหารมาวางให้บ่าวสาวแล้วเดินออกไปยกถาดน้ำมาให้ทั้งคู่ได้ทานและดื่มหลังจากรับการอวยพรเรียบร้อย

“ขอบคุณจ้ะน้องสร น้องสรกินข้าวยังพี่เห็นหนูช่วยงานตลอดเลยขอบใจมากนะจ๊ะ” 

“เดี๋ยวสรค่อยกินจ้ะ พวกพี่กินก่อนเลย เดี๋ยวเลยฤกษ์เข้าหอ” หญิงสาวกล่าวพลางเดินกลับออกไปชั่วครู่ก็เดินถือถาดผลไม้กับขนมหวานเข้ามาวางให้ทั้งสอง 

“พี่ฤกษ์ มีแต่กับข้าวที่พี่ชอบทั้งนั้นเลย มีบัวลอยไข่หวานที่พี่ชอบด้วยกินเยอะ ๆ นะจ๊ะ”

“ณิตาก็กินเยอะ ๆ วันนี้เหนื่อยมากเลยใช่ไหม กินเสร็จจะได้ไปพักผ่อน” เจ้าบ่าวตักกับข้าวใส่จานให้เจ้าสาวแล้วตักข้าวใส่ปากตนเองเคี้ยวไปทีละคำ

“จ้ะพี่ฤกษ์…กับข้าวกับบัวลอยน้องสรทำเองเหรอจ๊ะ น่ากินมากเลย” ปณิตาเจ้าสาวหมาด ๆ ยกยิ้มหวานให้เจ้าบ่าวเคี้ยวข้าวหมดคำแล้วค่อยเอ่ยถามเด็กสาวที่เป็นธุระยกสำรับอาหารมาให้ทั้งคู่

“ใช่จ้ะ สรทำเอง พวกพี่อยากได้อะไรเพิ่มไหมจ๊ะบอกสรได้เลย” หญิงสาวตอบด้วยรอยยิ้มละไมเนื่องด้วยรู้ว่าอาหารที่ฤหัสจะกินต้องทำแยกต่างหากเช่นเดียวกับบิดา ประภัสสรจึงต้องรับหน้าที่ทำ อาหารของบ่าวสาวแยกเอาไว้

“พอแล้วจ้ะน้องสร แค่นี้ก็กินไม่หมดแล้ว น้องสรทำอาหารเก่งอร่อยมากด้วย ไว้ต่อไปพี่ต้องหัดทำของโปรดพี่ฤกษ์กับน้องสรแล้วล่ะ”

“ได้จ้ะสรยิน…”

“ณิตากินข้าวก่อน สรออกไปแล้วปิดประตูให้ด้วย”

“จะ…จ้ะ ถ้ากินเรียบร้อยแล้วเรียกสรนะจ๊ะ”

“อืม…” คำตอบสั้นห้วนต่างจากเวลาพูดคุยกับเจ้าสาวเป็นอย่างมาก

“จ้ะ…ขอบคุณน้องสรมากนะจ๊ะ”

หญิงสาวเดินออกจากห้องแล้วปิดประตูอย่างเบามือปล่อยให้ทั้งสองได้นั่งกินข้าวพักผ่อนกันตามลำพังตามความต้องการของเจ้าบ่าว

“สร เป็นอะไร” เสียงชายหนุ่มคุ้นหูเอ่ยถามขึ้นพร้อมทั้งก้าวเข้ามาประชิดใกล้ตัวหญิงสาวที่ตอนนี้ดวงตาแดงระเรื่อราวกับกำลังกลั้นน้ำตาอยู่ มือของชายหนุ่มกำลังยื่นมาหมายจะสัมผัสหน้าปภัสสรแต่หญิงสาวก้าวถอยหลังหลบพ้นมือนั้นเสียก่อน

“ไม่เป็นไร ฝุ่นเข้าตา” สรขยี้ดวงตาอย่างแรงเพื่อกลบเกลื่อนน้ำตาตัวเองให้แห้งเหือดไม่ให้มีพิรุจ

“ไปกินข้าวกัน ตั้งแต่เช้าสรยังไม่ได้กินข้าวไม่ใช่เหรอ” 

ชายหนุ่มชักมือที่ยื่นเก้อกลับมาทิ้งข้างตัวแล้วเอ่ยปากชวนปภัสสรไปกินข้าว

“สรยังไม่หิว อาทิตย์ไปกินเลยเดี๋ยวเรารอเก็บจานให้พี่ฤกษ์ก่อน”

“ไม่ได้…ไม่กินข้าวทั้งวันเดี๋ยวปวดท้องเป็นโรคกระเพาะเอานะ” 

“สรยังไม่หิว”

“ไม่หิวก็ต้องกิน ไปกินพร้อมกัน” อาทิตย์ขยับมาดึงแขนสรแต่หญิงสาวรั้งมือกลับสายตาจ้องหน้าอาทิตย์อย่างไม่สบอารมณ์กำลังจะบริภาษใส่คนที่เข้ามากวนใจตนเอง

“ก็ได้ ๆ อาทิตย์ไม่ยุ่งแล้ว” ชายหนุ่มรีบปล่อยมือประภัสสรยอมอ่อนข้อให้เมื่อเห็นสายตาโกรธเคืองของอีกฝ่าย แล้วหมุนตัวเดินห่างย้อนกลับไปทางเดิมเงียบ ๆ

สรก้าวเท้าไปนั่งริมระเบียงที่มีเก้าอี้ยาวไว้สำหรับนั่งรับลมหน้าบ้าน บรรยากาศโดยรอบยังคงครึกครื้นเสียงหัวเราะร่าของคนมาร่วมงานยังส่งเสียงกันไม่ขาดสาย

เด็กสาวนั่งรับลมเย็นริมระเบียงมองผู้คนต่างเริ่มกันช่วยเก็บข้าวของที่ไม่ได้ใช้กลับเข้าที่ แล้วบางส่วนก็ยังนั่งกินดื่มกันไป

หลังจากบ่าวสาวกินข้าวกันเรียบร้อยก็ได้กล่าวขอบคุณแขกเหรื่อทั้งหลายที่มาร่วมงาน และขอบคุณชาวบ้านที่อาสาดูแลแขก รวมทั้งช่วยกันเก็บกวาดทุกอย่างจนเรียบร้อย 

เมื่อถึงเวลาก็มีผู้เฒ่าผู้แก่พาบ่าวสาวเข้าห้องหอตามลำดับพิธีเป็นอันเสร็จสิ้น บ่าวสาวจะออกจากห้องได้ก็เป็นวันรุ่งขึ้นของวันพรุ่งนี้ ของที่วางในห้องหอคือก้อนหิน พานเงิน พานทอง หมอน ผ้าห่ม 

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่มแล้วสรเก็บล้างข้าวของในครัวโดยมีป้า น้า อา หลายคนช่วยอยู่ด้วย ส่วนชาวบ้านที่กินดื่มกันก่อนหน้านี้ ต่างทยอยกลับบ้านตัวเองกันเกือบหมดแล้ว

“ไปสรกลับบ้านกัน เรียบร้อยหมดแล้ว” 

“จ้ะ” ประภัสสรตอบรับหลังมองสำรวจภายในครัวและบ้านทุกส่วน จัดเก็บข้าวของเข้าที่หมดแล้วจากนั้นก็ปิดประตูบ้านเดินกลับบ้านพร้อมกับป้า น้าทุกคน 

ก่อนชาวบ้านกลุ่มสุดท้ายจะแยกย้ายกลับบ้านกันไป ยังมีคนเอ่ยแซวกันลอย ๆ ว่าคงจะมีพ่อหมอน้อยในเร็ววันแน่ เพราะบ่าวสาวต่างผูกสมัครรักใคร่กันมาก

สรที่กำลังเดินตามหลังรั้งท้ายได้ยินก็ชะลอฝีเท้าช้าลงแล้วหันกลับไปมองบ้านไม้สองชั้นแล้วยกยิ้มดวงตาฉ่ำวาวด้วยม่านน้ำตาแห่งความปิติ ปากกล่าวคำอวยพรแก่คู่บ่าวสาวเพราะเมื่อกลางวันสรยังไม่ได้อวยพรทั้งคู่ 

[‘ขอให้พี่ฤหัสกับพี่ปณิตารักกันจนแก่เฒ่ามีความสุขทุกวันนะจ๊ะ’] 

วันเคลื่อนหมุนเวียนมาตอนนี้ก็ครบปีที่แต่งงานอยู่กินฉันสามีภรรยาของฤหัสกับปณิตาแล้ว หลังปณิตาสังเกตตัวเองว่ารอบเดือนไม่มา สองเดือนแล้วจึงลองตรวจว่าตัวเองท้องหรือเปล่า หลังหายเข้าห้องน้ำพักใหญ่เสียงของปณิตาก็ร้องเรียกหาสามีอย่างตื่นเต้น

“พี่ฤกษ์จ้ะ พี่ฤกษ์” เสียงเรียกที่ไม่รู้ว่าเปล่งออกมาจากความตื่นเต้นหรือตกใจของภรรยาดังมาจากห้องน้ำทำให้คนที่อยู่หน้าบ้านเปลี่ยนทิศกลับเข้ามาหาภรรยาโดยไว

“มีอะไร ณิตาเป็นอะไรหรือเปล่า” น้ำเสียงของเขาเองก็ไม่ได้สงบนิ่งเพราะตกใจเช่นกันที่ภรรยาร้องเรียกตนเสียงดัง เพราะปกติภรรยาจะเป็นคนที่ไม่ชอบเสียงดังพูดจานิ่มนวลตลอด

“พี่ฤกษ์ พี่ฤกษ์แป๊ปหนึ่งนะจ๊ะ รอณิตาแป๊ปหนึ่งจ้ะ” 

“ณิตาเป็นอะไรบอกพี่เร็ว ล้มเหรอหรือ…”

“ไม่ใช่จ้ะ ไม่ใช่ ณิตากำลังจะออกไปแล้วจ้ะ” ฤหัสเมื่อได้ยินปณิตาตอบว่าไม่เป็นอะไรก็เบาใจลงบ้าง แต่ยังมุ่นคิ้วอยู่เล็กน้อยเพราะต้องการทราบว่าภรรยาเป็นอะไรกันแน่

ปณิตาเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็เห็นฤกษ์ที่ยืนรออยู่หน้าห้องน้ำ หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตาคลอหน่วยโผเข้ากอดเอวสามีเต็มรัก

“เป็นอะไร ร้องไห้ทำไมณิตา” ฤกษ์หน้าตื่นที่เห็นณิตาร้องไห้แขนกระชับกอดร่างของภรรยาไว้ลูบหลังปลอบโยนคนในอ้อมกอด เมื่อฟังเสียงตอบอู้อี้ไม่ได้ศัพท์เท่าไหร่นักจึงดันไหล่ของณิตาออกห่าง ฝ่ามือใหญ่ประคองใบหน้าเล็กขึ้นมาใช้นิ้วปาดเกลี่ยน้ำตาให้แห้ง

“ณิตาเป็นอะไรบอกพี่” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความห่วงใยพลางมองใบหน้าภรรยา

“ฮือ…พี่ฤกษ์ฮึก…พี่ฤกษ์ณิ…ตา เรากำลัง…จะมีลูกแล้ว ฮึก..พี่ฤกษ์”

“จริงเหรอ ณิตาท้องแล้วเหรอ” นัยน์ตาฉายประกายความยินดีลิงโลดออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

“ใช่จ้ะ พี่ฤกษ์ ฮึก…ลูกมาอยู่มากับเราแล้ว ลูกมาแล้ว” เสียงตอบยังสั่นเครือส่งที่ตรวจครรภ์ที่ขึ้นแถบแดงสองแถบให้สามีดูน้ำตาไหลรินเป็นสายแต่เป็นเพราะความปิติยินดีหาใช่โศกเศร้าไม่

ได้ยินเรื่องน่ายินดีที่ทั้งคู่ต่างเฝ้ารอคอยมากว่าปีหลังจากทั้งสองแต่งงานกันมา ฤกษ์ถึงกับนิ่งค้างไปชั่วครู่ก่อนจะรีบเรียกสติตนเองกลับมาแล้วโอบประคองภรรยาไปนั่งที่เก้าอี้

“มา…ณิตา มานั่งนี่ก่อน” ฤกษ์รีบหยิบเบาะผ้านุ่มวางรองบนเก้าอี้ให้ภรรยานั่ง มืออีกข้างยังคงกุมมือขาวเนียนภรรยาที่ไม่มีรอยขีดข่วนหรือตุ่มด้านใดไว้มั่น

“พี่ฤกษ์ ณิตาดีใจมากที่ลูกมาอยู่กับเรา แล้วพี่ดีใจไหมจ๊ะ”

“ดีใจสิ พี่ดีใจมาก พี่ก็รอให้ลูกมาอยู่กับเรามานานแล้ว ไม่งั้นพี่คงไม่ทำทุก……”

“พี่ฤกษ์…อย่าพูดนะ ณิตาอาย” นิ้วขาวราวหยวกยกขึ้นมาปิดริมฝีปากของสามีแต่แล้วก็ต้องรีบชักนิ้วกลับเพราะเจ้าของริมฝีปากอุ่นร้อนกลับขบนิ้วเธอเล่นอย่างหยอกเย้าทำให้เธอเขินอายยิ่งขึ้น

“ก็พี่พูดจริง พี่ดีใจมากจริง ๆ นะณิตา” ฤกษ์รั้งร่างภรรยาเข้ามากอดแนบอก ในใจเต็มตื้นไปด้วยความสุขทั้งเขาและณิตาต่างรอคอยการมาของลูกคนแรกมานาน และวันนี้ลูกก็ได้มาเติมเต็มชีวิตของทั้งคู่เสียที

“ฮึก…พี่ฤกษ์ณิตาก็ดีใจมาก ณิตาคิดมากมาตลอดว่าณิตามีลูกไม่ได้หรือเปล่า เพราะนานกว่าลูกจะมาอยู่กับเรา” เป็นอย่างที่ณิตาพูดเธอกังวลมาตลอดเพราะทั้งคู่ต่างตกลงกันตั้งแต่หลังแต่งงาน คือจะปล่อยมีลูกเลยทั้งคู่ต้องการเติมเต็มชีวิตที่ขาดพ่อแม่โดยการมีลูก และเป็นพ่อแม่ที่ดีเต็มตัว 

ระยะเวลาหนึ่งปีมานี้ฤกษ์ก็ซื้อยามาบำรุงภรรยา ณิตาเองก็ให้ความร่วมมือในการกินทั้งยาและอาหารบำรุงร่างกายตัวเองเป็นอย่างดี แม้กระทั่งงานบางอย่างที่ต้องออกแรงบ้างฤกษ์ก็ไม่ปล่อยให้ณิตาทำ

นอกจากการทำอาหารหรือซักผ้าเป็นครั้งคราวที่ณิตาได้ทำในเวลาที่สรไม่ว่างมาหรือไม่สะดวกมาเท่านั้น ฤกษ์ถึงได้อนุโลมให้ภรรยาสาวลงมือทำเป็นบางครั้ง

“พี่ขอบคุณณิตามาก ที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตพี่”

“พี่ฤกษ์…ฮือ…ณิตารักพี่ฤกษ์มากนะจ๊ะ ณิตาขอบคุณพี่ฤกษ์เหมือนกันที่รักณิตาและดูแลณิตาอย่างดีมาตลอด”

“เลิกร้องได้แล้ว ร้องไห้มากเดี๋ยวจะไม่สบายได้” ฝ่ามือใหญ่ออกกร้านเนื่องจากการทำงานประคองดวงหน้าของภรรยาอย่างถนอมเบามือ

นิ้วเรียวยาวปาดซับน้ำตาสองข้างแก้มนวลของร่างเล็ก จรดริมฝีปากหยักอุ่นประทับลงกลางหน้าผากมนอย่างแผ่วเบาแต่เนิ่นนาน ราวกับต้องการส่งผ่านความรักในหัวใจให้ซึมซับล้ำลึกไปถึงหัวใจดวงน้อยของภรรยาและผ่านไปถึงลูกที่เพิ่งจะมาอยู่กับพวกเขา

ใบหน้างามซับสีเลือดเงยสบนัยน์ตาคมของสามีที่ถ่ายทอดความรักความรู้สึกให้เธอรับรู้ผ่านทางดวงตา คำพูด และที่สำคัญการกระทำตลอดที่ได้รู้จักคบหา จนได้แต่งงานอยู่กินกันฉันสามีภรรยา

“จ้ะ…อ่ะ พี่ฤกษ์ สายแล้วจ้ะ” ณิตามองเลยไปยังนาฬิกาติดฝาผนังบ้านที่ตอนนี้เข็มบอกเป็นเวลาเก้าโมงเกือบสี่สิบนาทีแล้ว ซึ่งจะเลยเวลาที่สามีต้องไปทำธุระเสียแล้ว 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ไปบอกผู้ใหญ่เอง วันนี้พี่จะพาณิตาไปฝากท้องก่อน”

“จะดีเหรอจ๊ะพี่ฤกษ์ ไหนพี่บอกว่างานนี้ผู้ใหญ่ปรีชาเขาขอความช่วยเหลือไว้ไง อย่าเสียคำพูดเลยจ้ะ ไว้พี่กลับมาหรือว่างแล้วค่อยพาณิตาไปฝากท้องก็ได้จ้ะ” 

ณิตาระบายยิ้มให้สามีไม่อยากให้เสียคำพูดกับทางผู้ใหญ่เพราะน้อยครั้งที่ผู้ใหญ่จะขอความช่วยเหลือจากพี่ฤกษ์ อีกทั้งงานที่พี่ฤกษ์ทำจะว่าสะอาดบริสุทธิ์ก็ไม่เชิงซะทีเดียว 

หากแต่ก็เป็นการช่วยผู้คนไม่ได้ทำผิดศีลธรรมอย่างเก่าก่อนแล้ว เธอจึงไม่อยากคัดค้านหรือห้ามสามี